จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

กฟผ.เตรียมติดกังหันลมผลิตไฟฟ้าอีก 2 ตัว



เมื่อเวลา 11.30 น.ของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 53 นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยคณะ และนายเรวัต อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เยี่ยมชมสถานีพลังงานทดแทนแหลมพรหมเทพ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยมีนายณัฐวัชต์ จิรวัชรคุณารักษ์ หัวหน้ากองพัฒนาพลังงานทดแทน ฝ่ายพัฒนาและแผนงานโครงการ กฟผ.และเจ้าหน้าที่ประจำสถานีฯ ให้การต้อนรับพร้อมบรรยายสรุปการทำงานของสถานีพลังงานทดแทนแหลมพรหมเทพ

ทั้งนี้นายณัฐวัชต์ จิรวัชรคุณารักษ์ หัวหน้ากองพัฒนาพลังงานทดแทน ฝ่ายพัฒนาและแผนงานโครงการ กฟผ. กล่าวว่า สถานีพลังงานทดแทนพรหมเทพจังหวัดภูเก็ต กฟผ.ได้จัดตั้งสถานีทดลองผลิตไฟฟ้าด้วยกังหันลมที่ควนพรหมเทพ จ.ภูเก็ต เมื่อปี 2530 โดยติดตั้งและทดสอบในขนาดต่างๆ คือ ขนาดเล็ก เพื่อประจุแบตเตอรี่ มีขนาด 0.8 กิโลวัตต์, 1.2 กิโลวัตต์, 2 กิโลวัตต์, 10 กิโลวัตต์ กับขนาด 18.5 กิโลวัตต์, 150 กิโลวัตต์ และในปี 2539 เชื่อมโยงเข้าระบบจำหน่ายของ กฟภ.โดยตั้งอยู่บนเนินเขารับลมได้ทั้งลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ

นายณัฐวัชต์ กล่าวต่อว่า ตามที่กระทรวงพลังงานได้มียุทธศาสตร์พลังงานทดแทน พ.ศ.2551 – 2556 ในส่วนของการผลิตไฟฟ้าได้มีเป้าหมายที่จะให้มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ซึ่ง กฟผ.ได้ริเริ่มนำกังหันลมเพื่อการผลิตไฟฟ้ามาติดตั้งใช้งานที่สถานีพลังงานทดแทนพรหมเทพ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 เป็นกังหันลมขนาดเล็ก คือขนาด 1 กิโลวัตต์, 10 กิโลวัตต์, 18 กิโลวัตต์และ 150 กิโลวัตต์ พบว่าเป็นแหล่งที่มีศักยภาพพลังงานลมที่ดีแห่งหนึ่ง

ดังนั้นเพื่อให้การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนด้านพลังงานลมมีความต่อเนื่อง และสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ กองพัฒนาพลังงานทดแทน (กพท-พ.) ฝ่ายพัฒนาและแผนงานโครงการ(อพผ.) กฝผ. จึงได้จัดทำแผนพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมเพื่อติดตั้งกังหันลมขนาดกำลังผลิต 2x1,200 กิโลวัตต์ รวมกำลังผลิตไฟฟ้า 2,400 กิโลวัตต์ บริเวณสนามกีฬาตำบลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ในปี พ.ศ.2554 โดยติดตั้งกังหันลมผลิตไฟฟ้าขนาดไม่ต่ำกว่า 1,200 กิโลวัตต์ จำนวน 2 ชุด บริเวณสนามกีฬาตำบลราไวย์ คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 180 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ในพื้นที่ที่มีศักยภาพพลังงานลมที่ดี เพื่อสนองตอบนโยบายภาครัฐ

“อารีเพ็ญ” ระบุ 3 จ.ชายแดนใต้ลดความรุนแรงลง


นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 8 พรรคมาตุภูมิ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่จังหวัดภูเก็ต เกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ขณะนี้อยู่ในระดับคงที่ไม่รุนแรงเหมือนกับที่ผ่านๆมา เนื่องจากขณะนี้มีการจัดระบบดูแลเรื่องการรักษาความปลอดภัยรัดกุมและดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามคนที่จ้องจะทำความผิดมักจะหาโอกาสและจังหวะอยู่ตลอดเวลา

“สิ่งที่อยากฝากไปถึงรัฐบาล คือ จะต้องเข้าใจในการแก้ไขปัญหาและรู้เท่าทัน เพราะหากไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะเกิดความเสียหายขึ้นได้ โดยเฉพาะปัญหาความร่วมมือจากชาวบ้าน เนื่องจากมีความพยายามของผู้ก่อเหตุในการที่จะสร้างความแตกแยกระความเข้าใจผิดอยู่ตลอดจนเวลา ดังนั้นจะต้องระมัดระวังในเรื่องข่าวลวงที่จะเกิดขึ้นให้ดี เพราะที่ผ่านมาเรื่องดังกล่าวถือเป็นจุดบอดและช่องว่างอย่างหนึ่งของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ นอกจากนี้จะต้องสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านในการที่จะมาให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐว่าจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีเหตุการณ์ของโต๊ะครูท่านที่ อ.สายบุรี ซึ่งเป็นผู้ที่ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเป็นอย่างดี แต่ปรากฎว่าปอเนาะของเขากลับถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปตรวจค้นหลายครั้ง ซึ่งหากเป็นเช่นนี้บ่อยๆ ความร่วมมือที่จะได้รับจะหายไป ฉะนั้นการรู้เท่าทันจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อลดปัญหาการถูกข่าวลวง”

ติดสัญญาณดาวเทียมให้ลูกเต่า


นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนากุล นักวิชาการประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งทะเลและป่าชายเลย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร ได้ร่วมกันติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมบนหลังเต่าตะนุ ที่มีอายุ 1 ปี จำนวน 3 ตัว แล้วนำนำไปปล่อยที่บริเวณหมู่เกาะสิมิลัน จ. พังงา เพื่อศึกษาชีวิตของเต่าทะเลรวมทั้งโอกาสรอดของเต่าหลังจากที่ปล่อยกลับสู่ทะเล


ทั้งนี้นายก้องเกียรติ ได้กล่าวว่า เต่าทั้ง 3 ตัวนั้นเป็นเต่าชุดที่ 2 ที่มีการติดเครื่องส่งสัญญาณดาวเทียมเพื่อติดตามดูการเคลื่อนที่ของเต่าทะเล โดยในครั้งนี้เป็นเต่าที่มีอายุประมาณ 1 ปี จากนั้นก็จะนำไปปล่อยที่บริเวณเกาะสิมิลันในวันที่ 15 ก.พ นี้ สำหรับสาเหตุที่ไปปล่อยที่เกาะสิมิลันเนื่องจากเป็นแหล่งกำเนิดของเต่าทั้ง 3 ตัว หลังจากนั้นจะมีการศึกษาเส้นทางการเดินทางของเต่า และโอกาสรอดว่ามีมากน้อยแค่ใหน เพื่อที่จะนำข้อมูลที่ได้มาทั้งหมดประมวลเพื่อหาวิธีในการอนุรักษ์เต่าทะเลให้คงอยู่ต่อไป เพราะเชื่อว่าถ้าปล่อยเต่าอายุประมาณ 1 - 2 ปี โอกาสรอดจะมีมากกว่าที่ปล่อยเต่าอายุประมาณ 3 - 6 เดือน


นายก้องเกียรติ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับในครั้งแรกนั้นได้มีการปล่อยเต่าทะเลที่ติดตั้งเครื่องสัญญาณดาวเทียมให้กับเต่าจำนวน 2 ตัว โดยเป็นเต่าทะเลที่มีอายุประมาณ 2 ปี แล้วนำไปปล่อยที่บริเวณชายหาดท้ายเหมือง จ.พังงา และหลังจากการปล่อยไปข้อมูลล่าสุดที่ดาวเทียมส่งสัญญาณกลับมาพบว่าเต่าทั้ง 2 ตัวยังมีชีวิตอยู่ และยังหากินอยู่ในอ่าวพังงา โดยหลังจากปล่อยเต่าได้ว่ายน้ำย้อนกลับมาที่บริเวณช่องแคบระหว่างท่าฉัตรไชย จังหวัดภูเก็ตและท่านุ่น จังหวัดพังงา แล้วว่ายออกไปอาศัยหากินอยู่ที่บริเวณเกาะยาว 1 ตัว และ เกาะพีพี 1 ตัว โดยหากินอยู่ในบริเวณที่มีแหล่งหญ้าทะเลสมบูรณ์

นักแสดงจีนชมภูเก็ตแฟนตาซี



เฉิน เต๋อ หยง นักแสดงสาวชื่อดังจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งกำลังมีผลงานทางช่อง 3 เรื่อง “พลิกตำนานปฐมกษัตริย์ต้าชิง” เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และได้เข้าเยี่ยมชมภูเก็ตแฟนตาซี โดยมี อุกฤษฏ์ ปันทวธานนท์ ผู้จัดการปาร์ค บริษัท ภูเก็ตแฟนตาซี จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ และมอบของที่ระลึก พร้อมนำคณะร่วมรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ณ ภัตตาคารมโนห์ราทอง ก่อนเข้าชมสุดยอดการแสดงระดับโลกโดยฝีมือคนไทย “มหัศจรรย์กมลา” ณ โรงละครวังไอยรา ภูเก็ตแฟนตาซี หาดกมลา

เสริมประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีม

 

นักศึกษา กศ.บป. สาขาวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต สัมมนา เรื่อง การบริหารทรัพยากรมนุษย์สู่การทำงานเป็นทีม ทั้งนี้มีพนักงานโรงแรม เดอะ รอยัล พาราไดส์ ภูเก็ต นักวิชาการและผู้สนใจทั่วไป นักศึกษา เข้าร่วมจำนวนกว่า 30 คน โดยอาจารย์จิรวัฒน์ ทิพยรส อาจารย์ประจำโปรแกรมวิชาบริหารธุรกิจ เป็นประธานเปิดการสัมมนา ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้มีการบรรยายในหัวข้อ การทำงานเป็นทีม การร่วมกันแสดงความคิดเห็น ในการนี้มี ดร.บัณฑิต ไวว่อง อาจารย์ประจำโปรแกรมวิชาบริหารธุรกิจ และอาจารย์เสนอ จันทรพิชัย อาจารย์ระดับ 7 วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต เป็นวิทยากรให้ความรู้ตลอดการสัมมนา ในการจัดสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคลกรในองค์กรสามารถทำงานเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปลูกฝังจิตสำนึกให้บุคลากร มีความรัก ความสามัคคี อีกทั้งเป็นการเสริมสร้าง ความเข้าใจอันดี และความร่วมมือกันระหว่างบุคลากรในองค์กร ประการสำคัญต้องการให้บุคลากรในองค์กรได้นำความรู้ และประสบการณ์ที่ได้ไปใช้ในการทำงานได้จริง ณ ห้องประชุม โรงแรม เดอะ รอยัล พาราไดส์ ภูเก็ต 


นางสาวพิมใจ ศรีจะทิ้ง ประธานผู้จัดทำโครงการ กล่าวว่า “ปัจจุบันธุรกิจมีการแข่งขันกันสูงมาก หน่วยงานต่างๆ ต้องเร่งพัฒนาบุคลากร เพื่อสนองตอบกับความเติบโตขององค์กร โดยทั่วไปแล้ววัตถุประสงค์ของการพัฒนาบุคลากรและการสร้างทีมงาน จะมุ่งเน้นการพัฒนาการทำงานเป็นทีมจากระบบของกิจกรรม สามารถทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาตนพัฒนาทีมของหน่วยงาน และดัดแปลงไปใช้ในชีวิตประจำวัน การปฏิบัติงานร่วมกันในหน่วยงาน ทีมงานจึงเป็นหัวใจสำคัญยิ่งในการช่วยให้การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรเป็นไปตามเป้าประสงค์ การสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของทีมให้ได้จึงเป็นสิ่งจำเป็น และสิ่งที่จะช่วยได้เป็นอย่างดี คือ ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการบริหารทีมงาน

ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะธุรกิจชุมชนจะต้องมีแนวคิดการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีม เพื่อให้ธุรกิจสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมที่มีความผันผวนตลอดเวลา อีกทั้งถือเป็นโอกาสทางธุรกิจในการประกอบการ โดยอาศัยจุดเด่น รวมทั้งหลีกเลี่ยงอุปสรรคและจุดอ่อนทางธุรกิจได้ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน”


ถ่ายทอดประสบการณ์การสอนอังกฤษ



โปรแกรมวิชาภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จัดโครงการ “เรียนภาษาอังกฤษอย่างไรให้เก่ง” ในการนี้ได้รับเกียรติจาก Mr.Andrew Biggs ผู้มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษ มาบรรยายให้ความรู้ มี ผศ.ดรุณี บุณยอุดมศาสตร์ คณะอาจารย์ นักศึกษา ทั้งนักศึกษาโปรแกรมวิชาภาษาอังกฤษและนักศึกษาจากโปรแกรมวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ตลอดทั้งประชาชนที่สนใจเข้าร่วมรับฟัง สำหรับการบรรยายในครั้งนี้ เป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับนักศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการใช้ภาษาได้ถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องประสบการณ์ด้านการสอนภาษาอังกฤษและการเรียนรู้ภาษาที่สอง ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคาร 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

“กิเลนทะเลใต้” เปิดลีกภูมิภาคฉะ “นางแอ่นจ้าวเวหา”

นายเอี่ยม ถาวรว่องวงศ์ ประธานสโมสร เอฟซี ภูเก็ต ได้กล่าวถึงความพร้อมของทีม เอฟซี ภูเก็ต ว่า ด้วยทางสโมสรเอฟซี ภูเก็ต ได้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาค คัดเลือกภาคใต้ปี 2553 พร้อมแล้วที่เปิดสนามพบกับ พัทลุง เอฟซี ในเวลา 17.00 น.ที่สนามกีฬาสุระกุล ในวันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 53 บัตรราคา 50บาท นักเรียนแสดงบัตร 20 บาท


สำหรับทีม เอฟซี ภูเก็ต นั้นได้ อ.อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ อดีตโค้ชทีมชาติไทยหลายชุดและโค้ชสโมสรใหญ่ในเมืองไทยอีกหลายสโมสร มาเป็นกุนซือให้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 52 ที่ผ่านมา พร้อมกับทำการคัดเลือกตัวนักเตะท้องถิ่นไว้ส่วนหนึ่ง และดึงนักเตะที่มีประสบการณ์ในเกมลีกภูมิภาคจาก เชียงราย ยูไนเต็ด รองแชมป์ลีกภูมิภาค, แชมป์ภาคเหนือ ประกอบด้วย ระพีพันธ์ พูลสวัสดิ์, นิธิโรจน์ โสขุมา, จักรกริช ธรรมแสน, รณชัย จินาเกตุ, พงษ์ศักดิ์ พานิชเจริญ นักแตะจากราชประชา – นนทบุรี แชมป์ลีกภูมิภาค และปริฆนฑล สุภัทร์ อ้นทอง, นิเวศ เพชรจำรัส, นักเตะเยาวชน 19 ปี สารัช อยู่เย็น กับ ชาคริต ระวันประโคน, 2นักเตะจากไอเวอรี่โค๊ตส์ของเมืองทอง ยูไนเต็ด อาลี ดิดาร์ร่า กับ เนเนบีร้ ตรา
ขณะที่นักเตะท้องถิ่นนั้นได้ 2 นักเตะจอมเก๋าเชิงสูงอย่าง ชัยเลิศ นารีเลิศ อดีตนักเตะระดับไทยลีกหลายสโมสร, อนุรักษ์ เพชรล้วน อดีตนักเตะโอสถสภา มาคุมทัพ พร้อมกับปักหลักฝึกซ้อมอยู่ที่ศูนย์อนุสรณ์สึนามิ ข้าง ร.ร.บ้านอ่าวน้ำบ่อมาตั้งแต่ต้นเดือน มค. ที่ผ่านมา โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณส่วนใหญ่จาก อบจ.ภูเก็ต และสปอนเซอร์อย่าง ยามาฮ่า, ไอ โมบาย, ลีโอเบียร์, แอร์เอเซีย, แกรนด์สปอร์ต,  กะตะกรุ๊ป, โคคา โคล่า ฯลฯ

ด้านอาจารย์อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ หรือ ”ขงเบ้งลูกหนัง” กุนซือ เอฟซี ภูเก็ต กล่าวว่า ถึงตอนนี้ทีมเอฟซี ภูเก็ต ค่อนข้างพร้อมแล้วที่จะทำศึกกับ พัทลุง เอฟซี ในวันอาทิตย์ที่14 ก.พ.นี้ แม้ว่าทีมเราจะมีนักเตะมาจากหลายแห่ง มาผสมผสานกันก็ตาม ลึกๆ เชื่อว่า เกมนัดเปิดสนามเราน่าจะเก็บชัยชนะซิว 3 แต้มได้ แต่ก็จะไม่ประมาท ก็อยากเชิญชวนแฟนบอลชาวภูเก็ตเข้ามาให้กำลังใจ เอฟซี ภูเก็ต โฉมใหม่เยอะๆ ครับ

ขณะที่ ”เล็ก” นฤเบศ อายุพงศ์ ผอ.สโมสร เอฟซี ภูเก็ต เปิดเผยว่า ในวันอาทิตย์ที่14ก.พ. ทางสโมสรเอฟซี ภูเก็ต จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการโดยเชิญ บอ.บู๋ บรนิจฉ์ รัตนวิเชียร มาเป็นพิธีกรเปิดตัวในสนามกีฬาสุระกุล อีกทั้งยังเชิญ “เหน่ง ร๊อคผับ” พิชัยยุทธ จันกลับ ที่แต่งเพลงกิเลนผยองให้เมืองทอง ยูไนเต็ด จนโด่งดังและ แต่งเพลงกิเลนทะลใต้ให้กับ เอฟซี ภูเก็ต มาร้องสดๆ ในสนามอีกด้วย

นอกจากนี้ทาง สโมสรเอฟซี ภูเก็ต จะเปิดร้าน FC PHUHET SHOP ตรงด้านหน้าสนามกีฬาสุระกุล ที่อยู่ติดร้านข้าวแกงโกฮวดอย่างเป็นทางการอีกด้วย โดยในร้านจะมีสินค้าของที่ระลึกของ เอฟซีภูเก็ต อาทิ เสื้อแข่งขัน เสื้อลำลอง หมวก ผ้าพันคอ กระเป๋า สติ๊กเกอร์ พวงกุญแจ ของที่ระลึกของสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ดกว่า 20 ชนิด และ ของที่ระลึกของทีมชาติไทยที่แกรนด์สปอร์ตถือลิขสิทธิ์อยู่

สำหรับสโมสร เอฟซีภูเก็ต มีโลโก้เป็น ”เต่าหัวมังกร” ที่คนจีนเรียกกันว่า กิเลนน้ำ แต่ทีมเอฟซี ภูเก็ต นำมาประยุกต์ก่อนเรียกกันว่า “กิเลนทะเลใต้” The Southern Sea Kirin โดยมีสโลแกนประจำทีมว่า Wonder Soccer Team และมีฉายากองเชียร์ว่า Storm Riders Gang แปลว่า ขี่พายุทะลุฟ้า สีประจำทีมคือ สีเขียว (น้ำทะเล)

วางศิลาฤกษ์สร้างอาคารอเนกประสงค์เทคนิคภูเก็ต

เมื่อเวลา13.30 น.วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553 ที่วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ รมว.การกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารอเนกประสงค์ (วิทยบริการ) วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต โดยมีนางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรบัญชีรายชื่อ,นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดภูเก็ตพรรคประชาธิปัตย์, ดร.พงษ์สวัสดิ์ ทิพย์คงคา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต, พ.ต.อ.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผู้กำกับการตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต นายอุทัย ลือสกุล ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต ตลอดจนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาต่างๆ คณาจารย์ นักศึกษา ในจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วม


ดร.พงษ์สวัสดิ์ ทิพย์คงคา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้จัดงบประมาณเป็นงบผูกพัน ปี 2553-2554 จำนวนเงิน 25 ล้านบาท ในการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ ให้วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต จำนวน 1 หลัง มีพื้นที่ใช้สอย 3, 185 ตารางเมตร เพื่อใช้ประโยชน์ในการให้บริการแก่นักเรียน นักศึกษาในการศึกษาและค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองเพิ่มเติมจากที่ครูได้จัดการเรียนการสอนในห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ และการฝึกงานในสถานประกอบการตามความสนใจได้มากยิ่งขึ้น

ด้านนายชินวรณ์ กล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพสถานศึกษา บุคลากร และอาคารสถานที่ให้มีความพร้อมเพื่อพัฒนาผู้เรียนสามารถค้นคว้าหาความรู้ และประสบการณ์ส่งเสริมการเรียนรู้ ทางด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ ความก้าวหน้าทางด้านนวัตกรรมต่างๆ ที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งหากไม่มีการเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนและนักศึกษาในปัจจุบัน อาจจะทำให้เยาวชนพัฒนาไม่ทันกับเทคโนโลยี อีกทั้งไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกันได้

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาคน ด้านทักษะความรู้ ความสามารถ คุณธรรมและจริยธรรม จึงเป็นการพัฒนาที่ถูกต้อง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอาคารที่กำลังก่อสร้าง จะเกิดประโยชน์แก่นักเรียน นักศึกษา ครู และอาจารย์ได้ศึกษาค้นคว้าพัฒนาตนเองต่อไป นายชินวรณ์กล่าว

“พังพิมพา” ตกลูกรับตรุษจีน – วาเลนไทน์


เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ปางช้างใสยวน เลขที่ 100/12 ม.7 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้มีช้างของปางช้างใสยวน ตกลูก โดยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ที่เดินทางมาดูความน่ารักของลูกช้างพลายซึ่งยังไม่มีการตั้งชื่อ


ทั้งนี้นายประพจน์ หอยสังข์ อายุ 32 ปี ควาญช้างพัง “พิมพา” อายุ 32 ปี ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า ได้เลี้ยงพังพิมพา ซึ่งพ่อของตนได้มอบให้เป็นมรดก และนำมาใช้มาให้บริการนักท่องเที่ยวชมป่าของปางช้างใสยวน โดยพังพิมพาเคยตกลูกมาแล้ว 1 เชือก และครั้งนี้เป็นท้องที่ 2 มีอายุการตั้งท้องได้ 24 เดือนพอดี ซึ่งนับตั้งแต่ตนรู้ว่าพังพิมพาตั้งท้องก็ได้ให้หยุดพักงานพานักท่องเที่ยวเดินป่านานว่า 3 เดือนเศษ และได้เฝ้าตั้งตารอลูกช้างเชือกใหม่ของปางช้างแห่งนี้จนกระทั่งตกลูกดังกล่าว

“การตกลูกช้างเชือกใหม่ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก เนื่องจากตกลูกออกมาในช่วงของเทศกาลวันแห่งความรักและเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งความสุข แต่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ เพราะคิดว่าจะเอาวันเกิดของพังพิมพากับเวลาตกลูกไปให้พระดู และให้พระเป็นผู้ตั้งชื่อให้เพื่อความเป็นสิริมงคล แต่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวปางช้างเรียกชื่อเล่นต่างๆ กัน บ้างก็เรียกว่าอังเปา บางก็เรียกว่าวาเทนไทน์” นายประพจน์ กล่าว

ศึกษามอบนโยบายเตรียมพร้อมจัดการศึกษา AFTA

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการสภาการศึกษา ตลอดจนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมพบปะคณะหัวหน้าส่วนราชการและข้าราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน พร้อมมอบนโยบายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 พุทธศักราช 2552 – 2561 โดยมีนางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขานายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง นายทศพร เทพบุตร และนายเรวัต อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ต นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการร่วมที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ อำเภอเมืองจังหวัดภูเก็ต


นายชินวรณ์ กล่าวต่อที่ประชุมตอนหนึ่งว่า มีแนวคิดในการผลักดันการศึกษาในกลุ่มจังหวัดอันดามัน ให้เป็นกลุ่มการศึกษาพิเศษ เพราะในปี 2010 ประเทศไทยจะต้องเข้าร่วมในความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนหรือAFTA ซึ่งเป็นข้อตกลงการลงทุนหรือการบริการในภูมิภาค และในที่ประชุมสภารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของกลุ่มอาเซียนได้พูดถึงวาระสำคัญนี้เช่นเดียวกัน ส่วนประเทศไทยจะต้องส่งเสริมการศึกษาและเน้นหนักให้สอดคล้องกับการท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการสร้างศูนย์วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศอื่นๆ ที่สำคัญ


“จะต้องมีการแลกเปลี่ยนนักวิชาการระหว่างการรวมถึงการทำงานในลักษณะของการบูรณาการความร่วมมือ ซึ่งจะเป็นนโยบายต่อเนื่องต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันการศึกษาสังกัดกรมอาชีวศึกษา จะต้องทำหน้าที่พัฒนาฝีมือแรงงานขั้นกลาง สนองนโยบายพัฒนากำลังคน และธุรกิจเชิงสร้างสรรค์ หมายถึงวิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิคหรือวิทยาลัยการอาชีพในพื้นที่ ต้องเน้นเปิดหลักสูตรสาขาการท่องเที่ยว เพื่อสร้างบุคลากรให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในระดับภูมิภาคอาเซียน หากไม่สามารถพัฒนาได้ก็จะสู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ นอกจากนี้ผู้ประกอบการภาคเอกชนก็สามารถมีส่วนร่วมในโครงโดยสนับสนุน รับนักเรียน นักศึกษาไปฝึกงานในวงการวิชาชีพท่องเที่ยว และจะเป็นผู้เจรจาขอค่าตอบแทน ให้ผู้ฝึกอบรมนี้ส่วนหนึ่งด้วย”


นายชินวรณ์ กล่าวด้วยว่า จากที่เคยเป็นครูมาก่อนและเมื่อมาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็จะทำทุกอย่างเพื่อขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศไทยให้เกิดผลดีให้ได้ เพราะเข้าใจเพื่อนครูและวงการการศึกษาโดยส่วนรวมดี ช่วงเวลานี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่รวมใจของทุกคนมาร่วมกันพัฒนาการศึกษาของชาติ แม้ว่าจะพึ่งรับตำแหน่งเพียงประมาณ 1 เดือน แต่ในช่วงที่ผ่านมาพยายามจะส่งสัญญาณขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมทั้งเป็นครั้งแรกของกระทรวงศึกษาธิการที่เจ้ากระทรวงแถลงนโยบายต่อเพื่อนครู ในช่วงที่พระราชบัญญัติการศึกษา ปี 2540 ใช้มาครบ 10 ปี เต็ม และเข้าสู่ทศวรรษที่ 2 จะทำทุกวิถีทางให้ 5 องค์กรหลักของกระทรวงที่มีส่วนราชการในกำกับจำนวนมาก ที่สำคัญคือมีข้าราชการเทียบในระดับ 11 มากถึง 5 คน ซึ่งถือว่ามีมากกว่าหน่วยงานราชการอื่นๆ หลายแห่งด้วยซ้ำไป