จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ
วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
อวยพรตรุษจีน
วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
เจ้าชายเฮนริก เสด็คเยือนรพ.กรุงเทพภูเก็ต
เมื่อเวลา 15.00 น.ของวันที่ 15 ก.พ. 53) ที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต เจ้าชายเฮนริก พระสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธที่ 2 แห่งราชอาณาจักรเดนมาร์ก เสด็จฯ เยือนโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต เพื่อทรงขอบใจในความช่วยเหลือที่ทางโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต มีให้แก่ผู้ประสบภัยสึนามิชาวเดนมาร์ก เมื่อปีพุทธศักราช 2547 โดยมีคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต รับเสด็จฯ
โอกาสนี้ เจ้าชายเฮนริก ทรงเยี่ยมชมนิทรรศการประมวลภาพเหตุการณ์พิบัติภัยสึนามิ โดยมีนายแพทย์ ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ถวายรายงานโดยย่อ ณ บริเวณห้องจัดนิทรรศการแสดงภาพถาวร Tsunami Gallery ชั้น 2 ซึ่งโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต จัดทำขึ้นเพื่อรวมรวมภาพการให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตในช่วงเวลาดังกล่าว โดยทางโรงพยาบาลระดมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ รวมทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ในการเยียวยาทั้งด้านร่างกายและจิตใจให้กับผู้บาดเจ็บเป็นระยะเวลาร่วมเดือน ทั้งยังมีความร่วมมือด้านการแพทย์กับสถาบันในต่างประเทศหลายแห่งเพื่อติดตาม และประเมินการรักษาภายหลังเหตุการณ์นี้ด้วย
ทั้งนี้ เหตุการณ์พิบัติภัยคลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้นในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ในพื้นที่ชายฝั่งของมหาสมุทรอินเดีย ทำให้เกิดความเสียหายในบริเวณกว้างทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และแอฟริกาใต้ โดยในประเทศไทยได้รับผลกระทบในจังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน ผู้ได้รับบาดเจ็บส่วนหนึ่งถูกส่งเข้ารักษาในโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต จำนวนรวม 1,037 ราย เป็นชาวต่างชาติ 795 ราย รวม 51 สัญชาติ ซึ่งเป็นชาวเดนมาร์ก จำนวน 21 ราย
อบจ.ภูเก็ต เตรียมความพร้อมมาตรฐานการศึกษา
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 53 ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต(อบจ.ภูเก็ต) นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกอบจ.ภูเก็ต พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ปลัดอบจ.ภูเก็ต สมาชิกสภาอบจ.ภูเก็ต หัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้อง และผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัดอบจ.ภูเก็ต ได้ร่วมประชุมคณะกรรมการการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดอบจ.ภูเก็ต ครั้งที่ 3/2553
โดยนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึง การพัฒนาด้านการศึกษาในสถานศึกษาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตได้ให้การสนับสนุน และผลักดันด้านการศึกษาให้แก่สถานศึกษาทั้ง 5 โรง อันประกอบด้วย โรงเรียน อบจ.บ้านไม้เรียบ, โรงเรียน อบจ.สาธิตร่วมพัฒนา, โรงเรียน อบจ.เมืองภูเก็ต, โรงเรียน อบจ.บ้านตลาดเหนือ (วันครู 2502) และโรงเรียน อบจ.บ้านนาบอน อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลของความสำเร็จสามารถพิสูจน์ได้ด้วยทักษะความรู้ ความสามารถของนักเรียนที่ได้คว้ารางวัล และสร้างชื่อเสียงให้แก่ อบจ.ภูเก็ตตลอดมา นอกจากนี้นายกอบจ.ภูเก็ต ยังได้ได้กล่าวขอบคุณผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัด อบจ.ภูเก็ต และคณะทำงาน ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องในด้านการศึกษาทุกคน ที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และมีความซื่อสัตย์โปร่งใสอันเป็นผลให้สถานศึกษาในสังกัด อบจ.ภูเก็ตก้าวหน้า และเป็นที่เชื่อมั่นไว้ใจของบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองชาวภูเก็ตตลอดมา
และในการประชุมครั้งนี้ มีการนำเสนอระเบียบวาระที่เกี่ยวเนื่องกับการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาด้าน การศึกษา ของสถานศึกษาในสังกัด อบจ.ภูเก็ต อาทิ การรายงานผลการรับนักเรียนของโรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต การแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการสอบ NTของชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 (ดำเนินการสอบในระหว่างวันที่ 24 – 25 กุมภาพันธ์ 2553) การเตรียมอบรมพัฒนาบุคลากรในโครงการติดตามการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 โครงการอบรมการเลื่อนวิทยฐานะและการประเมินคุณภาพสถานศึกษา
เตรียมลงพื้นที่เชิงทะเล หลังการร้องเรียนแอบเจาะบาดาล
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมเพื่อแก้ปัญหาร้องเรียนปัญหาการขาดแคลนน้ำและขุดเจาะบ่อบาดาล โดยมีราชการที่เกี่ยวข้องและผู้ทรงคุณวุฒิด้านน้ำบาดาลเข้าร่วม
สำหรับการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากได้มีประชาชนในพื้นที่ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง ภูเก็ต ซึ่งมี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ น้ำแห้ง น้ำกร่อยบางครั้งเค็มและการมีการขุดเจาะน้ำบาดาล ซึ่งจากการที่คณะทำงานได้มีการประชุมร่วมกันมาแล้ว 2 ครั้งก่อนหน้านี้ พบว่า ในพื้นที่ อบต.เชิงทะเลมีผู้ร้องเรียนโครงการอาคารชุด ซึ่งขออนุญาตขุดเจาะบ่อบาดาลและทำให้น้ำบริเวณใกล้เคียงขาดแคลน สำหรับตำบลอื่นๆ เคยมีการอนุญาตการขุดเจาะ แต่ขาดการควบคุมในการดำเนินการให้เป็นไปตามเงื่อนไข การขุดเจาะไม่เจอน้ำและไม่มีการถมกลบ เกรงว่าอาจเกิดผลกระทบอื่นๆ ตามมา เช่น การรุกล้ำของน้ำเค็มแทนที่น้ำใต้ดิน บ่อน้ำตื้นเหือดแห้งถาวร การทรุดตัวของพื้นดินบริเวณที่มีการใช้น้ำปริมาณมาก ตลอดจนขาดการกำกับดูแล การจัดทำโซนนิ่งหรือเขตการใช้น้ำที่ผ่านมาการศึกษาสำรวจวิจัยตามหลักวิชาการ และการเปิดเผยข้อมูลการขุดเจาะใช้น้ำบาดาลเพื่อการควบคุมในอนาคต
อย่างไรก็ตามนายธีรยุทธ กล่าวหลังจากฟังข้อมูลจากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ว่า เนื่องจากข้อมูลยังไม่ชัดเจนนัก ดังนั้นจึงให้ทางคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลที่ชัดเจนในทุกด้าน เพื่อมาวิเคราะห์หาสาเหตุที่ชัดเจนอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง หลังจากนั้นจะได้มาสรุปเพื่อกำหนดเป็นแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป รวมทั้งจะต้องแจ้งแนวทางการปฏิบัติในการขอขุดเจาะหรือประกอบกิจการบ่อบาดาลที่ชัดเจนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ได้รับทราบหลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน
สภาทม.ป่าตองผ่านเงินสะสมกว่า 3 ล้านบาท
เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ห้องประชุมพระพิสิฏฐ์กรณี เทศบาลเมืองป่าตอง นายนายธานินทร์ อรรถทรัพย์ ประธานสภาเทศบาลเมืองป่าตอง เป็นประธานการประชุมสภาเทศบาลเมืองป่าตอง สมัยสามัญ สมัยแรก ประจำปี 2553 โดยมีนายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง คณะผู้บริหารสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วม โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญประกอบด้วย ญัตติขออนุมัติจ่ายเงินสะสมเพื่อก่อสร้างอัฒจันทร์เคลื่อนที่ ญัตติขออนุมัติโอนเงินงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 ไปตั้งจ่ายรายการใหม่ ประเภทเงินอุดหนุนให้สำนักงานจังหวัดภูเก็ต พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังได้กำหนดการประชุมสมัยสามัญ
ทั้งนี้นายเปี่ยน กล่าวว่า เนื่องจากอัฒจันทร์เคลื่อนที่จำนวน 10 ชุด บริเวณสนามฟุตบอล เขตเทศบาลเมื่อป่าตอง ซึ่งบางส่วนชำรุดเสียหาย ทั้งนี้เพื่อบริการชุมชนและสังคมในการใช้ประโยชน์ด้านการออกกำลังกาย และการกีฬาต้านยาเสพติดอย่างเหมาะสมและเพียงพอ เนื่องจากมิได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 เพื่อการนี้ แต่เห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับเยาวชนและประชาชน พร้อมทั้งการให้บริการสาธารณะ ดังนั้นจึงขออนุมัติจ่ายขาดเงินสะสม จำนวน 3,269,000 บาท เพื่อจัดสร้างอัฒจันทร์ดังกล่าว โดยในที่ประชุมก็ได้อนุมัติจ่ายเงินสะสมดังกล่าวให้กับคณะผู้บริหารไปดำเนินการต่อไป
เอฟซีภูเก็ตเจ๊าพัทลุงเอฟซี ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 2
โดยเกมในวันนี้ กิเลนทะเลใต้ ขาด อาลี ดิอาร์ร่า มิดฟิลด์ตัวเก่งที่บาดเจ็บ ขณะที่พัทลุงเอฟซีใช้ชุดใหญ่ มี สุริยะ อมตเวทย์ อดีตเยาวชนทีมชาติไทย สำราญ จินดาพล สยมภู เอียดพูล เกมครึ่งแรกกิเลนทะเลใต้ เป็นฝ่ายบุกมากกว่า แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดๆ เกินๆ จบไม่ลง นาที 35 สารัช เตะมุมมาให้ เนเนบี้ ขึ้นโหม่งคนเดียว หลุดกรอบไปอย่างน่าเสียดาย ครึ่งแรกเสมออยู่ 0:0
ครึ่งหลัง เกมทั้งคู่เริ่มดีขึ้น ขณะที่แฟนบอลเจ้าถิ่นแห่เข้าชมหนาตาขึ้นกว่าเดิม เต็มอัฒจันทร์ฝั่งมีหลังคา เกมยังสูสี ด้วยสภาพสนามไม่อำนวยมากนัก ทำให้กองหน้าทั้งปรมัติส์ กองบริสุทธิ์ และชาคริต ระวันประโคน ยังไม่เฉียบคมพอ ขณะที่พัทลุงก็โต้งามๆ ได้หลายครั้ง จนแล้วจนรอดทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันไป 0:0
หลังเกม อาจารย์อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ โค้ช เอฟซีภูเก็ต กล่าวว่า เกมนี้ของเราไปเน้นโยนมากเกินไป ทำให้เกมไม่ไหลลื่นเท่าที่ควร เป็นเกมแรกในลีกภาคใต้ก็ต้องค่อย ๆ ปรับกันไป สำหรับโปรแกรมการแข่งขันครั้งต่อไป ในวันเสาร์ที่ 20 ก.พ. 53 ที่สนามกีฬากลางจังหวัดพังงา เริ่มเวลา 17.00 น. พังงาเอฟซี พบ เอฟซี ภูเก็ต
หลังเกม อาจารย์อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ โค้ช เอฟซีภูเก็ต กล่าวว่า เกมนี้ของเราไปเน้นโยนมากเกินไป ทำให้เกมไม่ไหลลื่นเท่าที่ควร เป็นเกมแรกในลีกภาคใต้ก็ต้องค่อย ๆ ปรับกันไป สำหรับโปรแกรมการแข่งขันครั้งต่อไป ในวันเสาร์ที่ 20 ก.พ. 53 ที่สนามกีฬากลางจังหวัดพังงา เริ่มเวลา 17.00 น. พังงาเอฟซี พบ เอฟซี ภูเก็ต
รองนายกเล็กเมืองนาคอดกา หารือการลงทุนในภูเก็ต
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 53 ที่ห้องรับรอง ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายสมิทธิ์ ปาลวัฒน์วิไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้การต้อนรับ นายบอริส แกลดกิกห์ ( Mr.Boris Gladkikh) รองนายกเทศมนตรีเมืองนาคอดกา ประเทศสหพันธ์รัสเซีย และคณะ ที่เดินทางเข้าเยี่ยม
นายสมิทธิ์ กล่าวว่า ในวันนี้ทางคณะผู้บริหารเมืองนาคอดกาเดินทางมาเยือน และหารือถึงเรื่องต่างๆ ไม่ว่าเป็นกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเมืองนาคอดกากับภูเก็ต และไทยกับรัสเซีย การลงทุน และอื่นๆ โดยเฉพาะการลงทุนนั้นทางคณะผู้บริหารเมืองนาคอดกา สนใจที่จะมาลงทุน ตลาดไก่ไทย โดยให้จังหวัดช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจชาวรัสเซีย รวมถึงคณะผู้บริหารเมืองนาคอดกา โดยจะนำกรุ๊ปนักธุรกิจ มาเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ในระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงกรกฎาคม นี้
ด้านนายบอริส แกลดกิกห์ กล่าวว่าจากการพบปะกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตนั้นรู้สึกประทับใจที่ทางจังหวัดภูเก็ตยินดีและพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการธุรกิจชาวรัสเซียที่จะเดินทางมาลงทุนในจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทย ที่ผ่านมานั้นมีนักธุรกิจชาวรัสเซีย ทะลักมาลงทุนในจังหวัดภูเก็ต ไม่ว่าจะการท่องเที่ยว การก่อสร้าง โรงแรม สปา และสถานบันเทิง จำนวนมากขึ้น และเชื่อว่าในอนาคตจะมีผู้ประกอบการธุรกิจชาวรัสเซียจะเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย เพราะบรรยากาศภูเก็ตและประเทศไทยน่าพักผ่อนและดำเนินชีวิต
นายสมิทธิ์ กล่าวว่า ในวันนี้ทางคณะผู้บริหารเมืองนาคอดกาเดินทางมาเยือน และหารือถึงเรื่องต่างๆ ไม่ว่าเป็นกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเมืองนาคอดกากับภูเก็ต และไทยกับรัสเซีย การลงทุน และอื่นๆ โดยเฉพาะการลงทุนนั้นทางคณะผู้บริหารเมืองนาคอดกา สนใจที่จะมาลงทุน ตลาดไก่ไทย โดยให้จังหวัดช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจชาวรัสเซีย รวมถึงคณะผู้บริหารเมืองนาคอดกา โดยจะนำกรุ๊ปนักธุรกิจ มาเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ในระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงกรกฎาคม นี้
ด้านนายบอริส แกลดกิกห์ กล่าวว่าจากการพบปะกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตนั้นรู้สึกประทับใจที่ทางจังหวัดภูเก็ตยินดีและพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการธุรกิจชาวรัสเซียที่จะเดินทางมาลงทุนในจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทย ที่ผ่านมานั้นมีนักธุรกิจชาวรัสเซีย ทะลักมาลงทุนในจังหวัดภูเก็ต ไม่ว่าจะการท่องเที่ยว การก่อสร้าง โรงแรม สปา และสถานบันเทิง จำนวนมากขึ้น และเชื่อว่าในอนาคตจะมีผู้ประกอบการธุรกิจชาวรัสเซียจะเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย เพราะบรรยากาศภูเก็ตและประเทศไทยน่าพักผ่อนและดำเนินชีวิต
กรมอุตุฯ จัดประชุมกรรมการพายุไซโคลน
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ห้องประชุมดาหลา โรงแรมภูเก็ต เกรชแลนด์ รีสอร์ทแอนด์สปา ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายอังสุมาล ศุนาลัย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการพายุไซโคลน สมัยที่ 37 ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาร่วมกับองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ( World Meteorological Organization : WMO) และคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ( United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific : UNESCAP) โดยมีนายสมิทธิ์ ปาลวัฒน์วิไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวต้อนรับ นอกจากนี้ยังมี Mr.Tokyochi Toya ผู้แทน WMO, Mr.Yuichi Ono ผู้แทน ESCAP และ Dr.Qamar-Uz-Maman Chaudhry เลขาธิการคณะกรรมการพายุไซโคลน ตลอดจนสมาชิกคณะกรรมการพายุไซโคลน 8 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศสาธารณรัฐบังคลาเทศ สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐมัลดีฟส์ สหภาพพม่า รัฐสุลต่านโอมาน สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา และประเทศไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานและองค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ศูนย์จัดการความเสี่ยงและภัยพิบัติจากน้ำระหว่างประเทศ สถาบันเทคโนโลยีแห่งอินเดีย คณะกรรมาธิการสมุทรศาสตร์ระหว่างรัฐบาลขององค์การยูเนสโก และองค์การสิ่งแวดล้อมโลก
นายอังสุมาล ศุนาลัย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า คณะกรรมการพายุไซโคลน จัดตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2516 ภายใต้การอุปถัมภ์ของ WMO และ UNESCAP ปัจจุบันมีสำนักเลขาธิการของคณะกรรมการฯ ตั้งอยู่ที่ประเทศสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน เพื่อพิจารณาผลกระทบของพายุไซโคลน ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคอ่าวเบงกอล และทะเลอาราเบียน พร้อมทั้งได้มีการหารือในกิจกรรมและกำหนดมาตรการทางด้านอุตุนิยมวิทยา อุทกวิทยา และแนวทางการเตรียมป้องกันภัยพิบัติ เพื่อรับมือและลดความสูญเสียจากพายุที่เกิดขึ้นในภูมิภาค โดยกำหนดให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการฯ ปีละครั้ง และให้หมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพระหว่างประเทศสมาชิก
สำหรับประเทศไทยคาดว่า จะได้รับประโยชน์จากการประชุมครั้งนี้ในด้านการเพิ่มความเข้มแข็งของความร่วมมือด้านวิชาการ และปฏิบัติการด้านอุตุนิยมวิทยา โดยเฉพาะการเฝ้าระวังและเตือนภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับความผันแปรของภัยธรรมชาติต่างๆ อันเนื่องมาจากภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยเฉพาะผลกระทบต่อความรุนแรง เส้นทางเดิน และความถี่ของการเกิดพายุไซโคลนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นายอังสุมาล กล่าว
วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
มรภ.ภูเก็ต ปลื้ม อจ.รับเกียรติบัตรยกย่อง
รศ.ประภาศรี อึ่งกุล อาจารย์ประจำโปรแกรมวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ได้รับเกียรติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กระทรวงศึกษาธิการ มอบเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติ ให้เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ทางด้านการศึกษา อุทิศตน เสียสละ อดทน ในการปฏิบัติหน้าที่และพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน ณ หอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันก่อน
สำหรับ รศ.ประภาศรี ได้ปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ผู้สอนตั้งแต่ ปี พ.ศ.2530 จนถึง ปัจจุบัน ซึ่งรวมอายุการทำงาน/ราชการกว่า 22 ปี ตลอดระยะเวลาในการทำงาน ได้รับรางวัลที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวและสถาบัน คือ ครูดีเด่นระดับจังหวัด ปี 2531 ซึ่งหน่วยงานสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด เป็นผู้มอบให้ และรางวัลอาจารย์ดีเด่นระดับ 6 – 9 ปี 2552 จากมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
ในการทำงานที่ผ่านได้มีการดำเนินการทำงานด้านวิจัยหลายๆ เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่น เมื่อปี 2532 ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการพัฒนาชนบท ศึกษาเฉพาะกรณีโครงการจังหวัดสุพรรณบุรี ปี 2548 ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแผนชุมชนเพื่อแก้ปัญหาความยากจน กรณีศึกษา องค์การบริหารส่วนตำบลรัษฎา อำเภอเมือง ภูเก็ต ทุนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ปี 2549 การศึกษาพื้นที่ต้นแบบสวัสดิการชุมชนเพื่อการขยายผล กรณีศึกษา กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางทอง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ทุนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (มหาชน) ปี 2550 การศึกษาวิจัย เรื่อง การพัฒนาศักยภาพของระบบสวัสดิการชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ กรณีศึกษา ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ทุนสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เป็นต้น ดังกล่าวมายังมีผลงานอีกหลายชิ้นงาน ที่มีคุณค่า ใช้ประโยชน์ได้จริง นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติเป็นวิทยากรในทุกระดับ หน่วยงาน องค์กร ให้ไปร่วมบรรยายให้ความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจ มีผลงานด้านงานแต่ง เรียบเรียง แปล หนังสือ / ตำรา อีกหลายเล่ม ทั้งที่มีภาระงานสอนภาคปกติ โครงการ กศ.บป. ทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท
ตลอดระยะการทำงานที่ผ่านมา รศ.ประภาศรี ได้มีการปฏิบัติตนด้วยการประพฤติปฏิบัติตนที่เป็นแบบอย่างที่ดีมาโดยตลอด ทั้งในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ มีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง และอุทิศตน เสียสละ อดทน เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ต่อส่วนรวมทั้งต่อหน่วยงานในสถานศึกษา และองค์กรระดับชุมชน ท้องถิ่น จังหวัด จนทำให้ได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ทางด้านการศึกษาฯ ในที่สุด
ตรุษจีนภูเก็ตคึกคัก ขณะที่วาเลนไทน์เงียบเหงา
บรรยากาศวันขึ้นปีใหม่ หรือ วันตรุษจีน ประจำปี2553 ของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน แต้จิ๋วและไหหลำ ที่ประกอบธุรกิจอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดภูเก็ต โดยในช่วงเช้าจนถึงบ่ายได้มีพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนแต่ละแซ่ ตลอดจนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเชื้อสายจีน ได้เดินทางไปสักการะองค์พระที่นับถือตามศาลเจ้า (อ๊าม) ต่างๆ เช่น ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบเก้ง ศาลเจ้าปุดจ้อ เป็นต้น เพื่อขอพรและความเป็นสิริมงคลให้แก่ตัวเองและครอบครัว
ขณะที่อีกบรรยากาศเนื่องจากวันนี้ตรงกับวันวาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรักด้วย ค่อนข้างเงียบเหงา จากการที่ได้ไปสังเกตและสอบถามร้านต้าต่างๆ ที่จำหน่ายดอกไม้และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับวันวาเลนไทน์ ต่างให้คำตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าค่อนข้างเงียบเหงามีผู้ซื้อสินค้าน้อยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากตรงกับวันหยุดประกอบกับเป็นวันตรุษจีน ทำให้กลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นนักเรียนและวัยรุ่นไม่ได้ออกมาซื้อสินค้า เนื่องจากจะต้องอยู่กับครอบครัว
อย่างไรก็ตามในส่วนของการจดทะเบียนสมรสของคู่บ่าวสาวนั้นยังคงมีทั้ง 3 อำเภอ ไม่ว่าจะเป็นอำเภอเมืองภูเก็ต อำเภอถลาง และอำเภอกะทู้ โดยเฉพาะในส่วนของอำเภอเมืองภูเก็ต นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้เป็นประธานในการเปิดงาน มีคู่รักมาร่วมจดทะเบียนกันเป็นจำนวนมากทั้งคู่รักใหม่และคู่รักเก่าที่อยู่กินกันมานาน นอกจากนี้ทางอำเภอเมืองภูเก็ตยังได้จัดของขวัญเพื่อมอบให้เป็นจำนวนมาก เช่น โทรทัศน์ หม้อหุงข้าว บัตรกำนัลห้องพักร้านอาหาร เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่าในส่วนของชาวต่าชาตินั้นก็ได้ให้ความสำคัญกับวันดังกล่าว โดยบางคู่นอกจากมาท่องเที่ยวแล้วยังได้มาจัดงานแต่งงาน และได้เดินทางไปถ่ายภาพในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น วัดฉลองหรือวัดไชยธาราราม แหลมพรหมเทพ เป็นต้น โดยเฉพาะชาวรัสเซีย ซึ่งเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวค่อนข้างมากโดยเดินทางเข้ามาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศของเขามีอากาศหนาวมาก และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ค่อนข้างมีความสวยงามมาก






















