จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2553

วิชิตจัดงานอาหารปลอดภัย พร้อมเปิด Vichit Wi-Fi



นายกรีฑา แซ่ตัน นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ทางเทศบาลฯ ได้จัดงานมหกรรมอาหารปลอดภัยอาหารสะอาด รสชาติอร่อย ประจำปี 2553 ในระหว่างวันที่ 31 มีนาคม –วันที่ 3 เมษายน 2553 ที่บริเวณสวนศรีภูวนาถ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าใจ และตระหนักถึงการจำหน่ายอาหารที่สะอาดปลอดภัย กระตุ้นให้ประชาชนสนใจการบริโภคอาหารที่สะอาดปลอดภัย อีกทั้งยังเป็นการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการร้านอาหารเพื่อพัฒนางานด้านโภชนาการอาหารให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น รวมถึงเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตเทศบาลตำบลวิชิต

“สภาพแวดล้อมของสังคมในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเขตเทศบาลตำบลวิชิตเกิดการขยายตัวของสังคมเมือง ทำให้รูปแบบวิถีดำเนินชีวิตของประชาชน ในพื้นที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องแบกรับปัญหาหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะเรื่องภัยและสารปนเปื้อนที่อยู่ในอาหาร การมุ่งควบคุมสุขลักษณะของวัตถุดิบอาหาร สถานประกอบการอาหาร และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนอย่างหนึ่ง ที่ทางพื้นที่ให้ความสำคัญ เพื่อทำให้เทศบาลตำบลวิชิตเป็นชุมชนอาหารปลอดภัย ปลอดสารพิษ บริโภคได้อย่างมั่นใจ”

สำหรับกิจกรรมภายในงาน การแสดงของเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไป การแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง การแข่งขันวิชิตแอโรบิคคอนเทส ปีที่ 2 การประกวดเยาวชนคนพันธุ์ A-Anti AIDS ตำบลวิชิต การประกวดแข่งขันวงดนตรีตามโครงการสานสานใยรักด้วยดนตรี การประกวดเมนูซีฟู้ดส์-ชูสุขภาพ ตลอดจนการออกร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานอาหารปลอดภัย และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย นายกรีฑากล่าว

นายกรีฑา กล่าวว่า ในโอกาสเดียวนี้ยังได้มีการเปิดโครงการบริการอินเตอร์เน็ตสาธารณะ Vichit Wi-Fi ภายในสวนสาธารณะศรีภูวนาถ ให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วยความเร็วสูงในช่วงแรกจะเปิดให้บริการที่ความเร็ว 1 Mbps โดยหนึ่ง User ใช้บริการได้ 2 ชั่วโมง ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้ลงทะเบียนรับ Username และ Password สามารถใช้กับโน้ตบุ๊ก หรือพ็อกเก็ต พีซีโฟน โดยความร่วมมือกับทางบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน)


วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2553

กลุ่มแพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง ร่วมแลกเปลี่ยนทางวิชาการ


 
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 31 มีนาคม 2553 ที่ห้องประชุมโรงแรมฮิลตัน ภูเก็ต อาคาเดีย รีสอร์ท อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสมิทธิ์ ปาลวัฒน์วิไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการด้านศัลยกรรมตกแต่งประจำปี พ.ศ.2553 ซึ่งสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย (SPRST) และสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย (SAPST) จัดขึ้น โดยเชิญสมาชิกศัลยแพทย์ตกแต่งของประเทศไทย ประเทศสิงคโปร์ และประเทศสาธารณรัฐจีนไต้หวัน ร่วมจำนวนรวมประมาณ 200 คน ซึ่งนอกจากการประชุมสัมมนาวิชาการด้านศัลยกรรมตกแต่ง ยังได้เชิญ Dr.Bahman Guyuron นายกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นวิทยากร และนิทรรศการออกร้านแสดงเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ๆ โดยบริษัทชั้นนำกว่า 30 บริษัท เช่น จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, 3 เอ็ม, นีโอฟาร์ม เป็นต้น

น.พ.กมล วัฒนไกร เลขาธิการสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการจัดสัมมนาดังกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการจัดประชุมวิชาการร่วมกันอย่างต่อเนื่องโดยมีการสลับกันเป็นเจ้าภาพ และครั้งนี้พิเศษเนื่องจากเป็นการประชุมร่วมกันของสองสมาคม เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านวิชาการและประสบการณ์ทางการแพทย์ศัลยกรรมใหม่ๆ ระหว่างกัน ครั้งนี้เน้นพิเศษในเรื่องของการศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าโดยเฉพาะจมูก เนื่องจากปัจจุบันมีความนิยมค่อนข้างสูง เห็นได้จากความนิยมของคนไทยที่ไปทำศัลยกรมที่ประเทศเกาหลี ซึ่งมีการนำกระดูกอ่อนมาใช้ ซึ่งความยินเทคนิคดังกล่าวมีการทำกันมานานแล้วในประเทศตะวันตก ส่วนของประเทศไทยก็เช่นเดียว แต่จะเลือกทำเป็นรายกรณีไป ดังนั้นการสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นการเผยแพร่ความรู้ด้านศัลยแพทย์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบด้วย

อย่างไรก็ตาม น.พ.กมล กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศหนึ่งที่ได้มีการส่งเสริมในเรื่องของเมดิคัล ในแต่ละปีจะมีชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก มีทั้งเอเชีย และประเทศแถบยุโรป สแกนดิเนเวีย เยอรมัน อมริกา ตะวันออกกลางบางส่วน เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ถุกกว่าในประเทศของเขา และคุณภาพก็ไม่ได้ด้อยกว่า แต่น่าเสียดายที่คนไทยของเรากลับเดินทางไปใช้บริการในต่างประเทศ ซึ่งเป้นอีกบทบาทหนึ่งของสมาคมฯ ในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนเกี่ยวกับความสามารถของแพทย์ด้านศัลยกรรมของไทยซึ่งมีฝีมือไม่แตกต่างจากแพทย์ศัลยกรรมประเทศอื่นๆ

ขณะที่ น.พ.สงวน คุณาพร ศัลยแพทย์ประธานผู้ประสานงาน การประชุมวิชาการด้านศัลยกรรมตกแต่งประจำปีพ.ศ. 2553 ส่วนของ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า การเลือกจังหวัดภูเก็ต เป็นสถานที่ประชุมนอกจากเป็นการตอกย้ำถึงสถานภาพแหล่งท่องเที่ยวนานาชาติชั้นนำของประเทศและภูมิภาคแล้ว ยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าภูเก็ตมีศักยภาพที่จะเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเพื่อรับบริการทางการแพทย์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมสวย ศัลยกรรมแปลงเพศ ศัลยกรรมเปลี่ยนข้อเข่า ข้อสะโพก หรือ การทำฟัน นักท่องเที่ยวเหล่านี้มีการใช้จ่ายต่อคนสูงกว่านักท่องเที่ยวปกติกว่า 10 เท่าตัว มีการประเมินว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้ามาภูเก็ตไม่ต่ำกว่าปีละ 4,000 คน ในขณะที่โรงพยาบาลเอกชนบางแห่งในกรุงเทพมหานครมีผู้เข้ารับการศัลยกรรมด้านต่างๆ ปีละประมาณ 400,000 คน

“ประเทศนับเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการให้บริการศัลยกรรมตกแต่งค่อนข้างสูง และเป้ฯที่ยอมรับของนานาประเทศ การได้มีโอกาสพบปะกันนั้น เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านวิชาการระหว่างกัน ครั้งนี้เน้นเรื่องของการศัลยกรรมจมูก โดยเฉพาะตามแบบตะวันตก แม้ว่าศัลยกรรมแพทย์ของเราจะมีความรู้ความสามารถอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบเอเชีย ดังนั้นการที่นายกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นวิทยากรพิเศษนับเป็นประโยชน์สำหรับศัลยแพทย์ในการพัฒนาความรู้ความสามารถเพิ่มมากขึ้น เพราะกลุ่มลูกค้านอกจากชาวเอเชียแล้วยังมีชาวยุโรปด้วย

เหตุที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจมาใช้บริการแพทย์เฉพาะทางของประเทศไทย หรือภูเก็ต เนื่องจากจะประหยัดค่าจ่ายไปได้ประมาณ 30-50% เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการใช้บริการในบ้านของเขาเอง รวมถึงการบริการที่สร้างความประทับใจ เพราะเรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญ หากเกิดความผิดพลาดก็จะส่งผลกระทบต่อชีวิตได้ น.พ.สงวนกล่าว


 

รพ.กรุงเทพจับสื่อภูเก็ตอบรมช่วยเหลือผู้ป่วยหยุดหายใจ


เมื่อเวลา 08.30 น.ของวันที่ 31 มีนาคม 53 ที่ห้องประชุมห้องประชุมคิงส์ คาร์ล กูสตาฟว์ รพ.กรุงเทพภูเก็ต นพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ผู้อำนวยการรพ.กรุงเทพภูเก็ต เป็นประธานเปิดการอบรม ปฏิบัติการพิราบ...ช่วยชีวิต ซึ่งจัดโดย รพ.กรุงเทพภูเก็ต ร่วมกับ คณะกรรมการมาตรฐานการช่วยชีวิต สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อฝึกสอนการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สำหรับสื่อมวลชนในจังหวัดภูเก็ต โดยเป็นโครงการที่สานต่อจากการฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในจังหวัดภูเก็ต จำนวนกว่า 2,000 คน ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ ฯพณฯ พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานเปิดโครงการเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ผู้อำนวยการ รพ.กรุงเทพภูเก็ต กล่าวว่า “โครงการปฏิบัติการพิราบ...ช่วยชีวิต สำหรับสื่อมวลชน ในจ.ภูเก็ต เป็นโครงการที่ต่อยอดแนวความคิดมาจากโครงการที่รพ.กรุงเทพภูเก็ตได้จัดฝึกอบรมให้แก่นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย เนื่องจากสื่อมวลชนเป็นกลุ่มคนที่มีโอกาสพบเจอกับเหตุการณ์ที่เราไม่คาดฝัน เพราะภาวะวิกฤตที่ผู้ป่วยจะหยุดหายใจมักจะเกิดขึ้นนอกสถานพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุจากโรคหัวใจ ถูกไฟฟ้าดูด จมน้ำ สารเสพติด สำลักอาหารอุดกั้นทางเดินหายใจ และสำลักควันไฟ ขาดอากาศหายใจ เป็นต้น หากสื่อมวลชนมีทักษะในการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานอย่างถูกต้องแล้ว ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”

รพ.กรุงเทพภูเก็ตได้รับความไว้วางใจจากองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงสถาบันการศึกษา โรงแรม บริษัท ห้างร้าน ในการจัดฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ที่ตรงตามมาตรฐานการช่วยชีวิตของสมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ รวมไปถึงการฝึกอบรมปฐมพยาบาลเบื้องต้น การฝึกอบรมพี่เลี้ยงเด็ก “การช่วยชีวิตผู้ป่วยหยุดหายใจได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนทุกคน ควรได้รับการฝึกอบรม ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ทำงานในวงการการแพทย์เท่านั้น แต่ทุกคนมีโอกาสช่วยชีวิตผู้อื่นให้กลับมาหายใจและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หากได้รับการฝึกฝนอย่างถูกต้อง อีกทั้งยังส่งผลดีต่อประเทศชาติในการช่วยลดการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญอีกด้วย” นพ.ก้องเกียรติกล่าวเสริม

ด้านพ.ต.อ.นพ.โสภณ กฤษณะรังสรรค์ ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจ รพ.กรุงเทพภูเก็ต และเลขาคณะกรรมการมาตรฐานการช่วยชีวิต สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มโครงการฯ กล่าวว่า “ศูนย์หัวใจ รพ.กรุงเทพภูเก็ต ได้ดำเนินโครงการเพื่อให้ความรู้และพัฒนาศักยภาพของชาวภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียงมาโดยตลอด เช่น ในปี 2550 รพ.กรุงเทพภูเก็ตจัดโครงการฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ให้กับประชาชนทั่วไปในเขตจังหวัด ภูเก็ต กระบี่ พังงา มากกว่า 800 คน

สำหรับในปีนี้รพ.กรุงเทพภูเก็ตได้ร่วมมือกับผู้ให้การสนับสนุน และคณะกรรมการมาตรฐานการช่วยชีวิต ภายใต้สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดโครงการฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในจังหวัดภูเก็ต จำนวนกว่า 2,000 คน และได้ขยายการสอนมายังกลุ่มสื่อมวลชน ในจ.ภูเก็ต ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมแล้วจะได้รับประกาศนียบัตรจากสมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นในยามฉุกเฉิน”

อนึ่งการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานในภาวะวิกฤตและการกู้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ มีความสำคัญยิ่งในการช่วยชีวิตผู้ที่หัวใจหยุดเต้นหรือไม่หายใจ ให้ได้ภายใน 4 นาที เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะสมองตายจากการขาดออกซิเจน ที่อาจทำให้เกิดภาวะทุพลภาพ


ชาวภูเก็ต ยื่นแถลงการณ์ผ่านพ่อเมืองภูเก็ตอย่ายุบสภา



เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 31 มีนาคม 2553 ที่บริเวณหน้าสวน 72 พรรษามหาราชินี อ.เมือง จ.ภูเก็ต กลุ่มผู้เรียกตัวเองว่าประชาชนชาวภูเก็ต จำนวนประมาณ 200 คน นำโดยนายสมนึก ตุ่ยโต นายกฤช เทพบำรุงและ น.ส.อาภารัตน์ ชาติชุติกำจร ได้รวมตัวกันและเดินขบวนไปรอบๆ ตัวเมืองภูเก็ต พร้อมด้วยผืนธงชาติไทยขนาดใหญ่ และแผ่นป้ายข้อความต่างๆ เช่น คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ, คิดดีแล้วหรือที่ผ่านฟ้าไปเสนอยุบสภาที่ยมราช, ปัญหาของชาติอย่าให้คนขลาดกำหนดชะตากรรม, ยุบสภาเพื่อใคร, ชาวภูเก็ตเป็นกำลังใจให้นายกฯ อย่ายุบสภา เป็นต้น

จากนั้นได้เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อยื่นแถลงการณ์ในนามประชาชาวภูเก็ต ให้กับนายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผ่านไปยังรัฐบาล เพื่อขอให้อย่ายุบสภาฯ ตลอดเรียกร้องหน่วยงานความมั่นคงให้ช่วยเร่งรัดจับตัวคนร้ายที่ก่อเหตุรายวันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้รัฐบาลเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความเป็นจริงกรณีคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และขอให้หน่วยงานภาครัฐที่ดูแลรับผิดชอบการชุมนุมของ นปช.ให้มีการชุมชนอย่างสันติและไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น หลังจากมอบแถลงการณ์แล้วได้มีการจุดเทียนยืนสงบนิ่งและร้องเพลงสดุดีมหาราชา จากนั้นก็ได้แยกย้ายกันกลับไป

ทั้งนี้นายสมนึก ตุ่นโต ได้อ่านแถลงการณ์ ว่า ด้วยสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบันที่มีการรวมตัวชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง หรือ นปช.ภายใต้การนำของนายวีระ มุสิกพงศ์,นพ.เหวง โตจิราการ,นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธ์ โดยมี นช.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วิดีโอลิงค์เข้ามาปลุกระดมกลุ่มพี่น้องเสื้อแดงอย่างต่อเนื่อง เพื่อกดดันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา จนนำมาซึ่งรัฐบาลยอมเปิดโต๊ะเจรจากับฝั่งแกนนำกลุ่ม นปช.2 ครั้ง แต่ไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เนื่องจากกลุ่ม นปช.ต้องการให้มีการยุบสภาภายใน 15 วัน ไม่เช่นนั้นจะเดินหน้ากดดันต่อ โดยการยกระดับการชุมนุม เพื่อนำไปสู่การยุบสภา ทั้งที่กลุ่ม นปช.ไม่มีเหตุผลเพียงพอในการกดดันให้รัฐบาลยุบสภา เพราะผลที่จะเกิดขึ้น คือ ประเทศชาติได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ที่กำลังขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี

ประกอบกับการรวมตัวชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนำมาซึ่งความวุ่นวาย เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นที่ภาคเหนือบางจังหวัด จนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศชาติ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ดังนั้นประชาชนชาวภูเก็ต ในฐานะที่เป็นหนึ่งในพลเมืองของประเทศไทย ขอเรียกร้องให้รัฐบาลอย่ายุบสภา หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเรียกร้องของ นปช.เพราะไม่ใช่ทางออกของปัญหาของประชาชน และของประเทศชาติ เพราะปัญหาชาติที่แท้จริงขณะนี้ที่รัฐบาลควรหามาตรการแก้ไขเป็นการด่วน คือ ปัญหาเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ ความเป็นอยู่ของประชาชน ปัญหาภัยแล้ง และความมั่นคงของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้และอื่นๆ

เรียกร้องให้หน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งตำรวจ ทหาร ทำงานภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเร่งจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุปาระเบิด และสร้างสถานการณ์ความรุนแรงรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นขณะนี้ให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนคนไทย และนานาอารยประเทศ นำมาซึ่งความสงบสุขของชาติบ้านเมือง นอกจากนี้รัฐบาลควรเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นความจริง เกี่ยวกับคดีความต่าง ๆ ของอดีตนายกรัฐมนตรี นช.ทักษิณ ชินวัตร ผ่านสื่อต่าง ๆ ที่รัฐมีอยู่อย่างทั่วถึง และมีความจริงจังในการใช้กฎหมายกำกับการกระจายเสียง ทั้งวิทยุ และโทรทัศน์ ไม่ให้เป็นการปลุกระดม เพื่อออกมาสร้างความรุนแรง และทำลายความสงบสุขของคนในประเทศชาติ และฝากหน่วยงานรัฐฯ ที่มีหน้าที่ดูแลความสงบของผู้ชุมนุม ให้กลุ่มพี่น้อง นปช.รวมตัวชุมนุมด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่ละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น ชุมนุมโดยสันติวิธี สงบ และปราศจากอาวุธ ตามรัฐธรรมนูญ และคำนึงถึง ความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย หรือสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลอื่น รวมทั้งคิดถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง

วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553

“โลตัส” เปิดโครงการ “กรีนแบ็ก กรีนพ้อยท์”



เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 30 มีนาคม 2553 ที่ห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส สาขาภูเก็ต นายสมิทธิ์ ปาลวัฒน์วิไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายจิรศักดิ์ ธรรมเวช พลังงานจังหวัดภูเก็ต และนางสาวสาวฟาง เอกลักษณ์รุจี ผู้จัดการอาวุโสกิจการบรรษัท กิจการสาธารณะ เทสโก้ โลตัส ร่วมกันเปิดตัวและแถลงข่าวโครงการ “กรีนแบ็ก กรีนพ้อยท์” เพื่อสนับสนุนและรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกในจังหวัดภูเก็ต โดยกระตุ้นให้ผู้บริโภคนำถุงมาจากบ้านเพื่อใส่สินค้าด้วยความสมัครใจ พร้อมรับรางวัลแต้ม “กรีนพ้อยท์” ฟรี 1 แต้ม ต่อ 1 ถุง ซึ่งมีการดำเนินการทุกพร้อมกันทุกสาขาทั่วประเทศ

นางสาวสาวฟาง เอกลักษณ์รุจี ผู้จัดการอาวุโสกิจการบรรษัท กิจการสาธารณะ เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า กรีนแบ็ก กรีนพ้อยท์ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในพันธกิจ 2020 คือ การบริหารจัดการธุรกิจสีเขียวด้วยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไชด์ที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจลง 50% ในปีค.ศ. 2020 ซึ่งขณะนี้เทสโก้ โลตัสได้ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากการดำเนินธุรกิจขององค์กรได้แล้วถึง 23%

“กรีนแบ็ก กรีนพ้อยท์ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ลูกค้าของเทสโก้ โลตัสที่มีอยู่ถึง 33 ล้านคนต่อเดือน พัฒนาการบริโภคสีเขียวแบบสมัครใจและยั่งยืน ด้วยการรณรงค์ให้ลูกค้านำถุงมาจากบ้านเพื่อใส่สินค้า และยังสร้างความตระหนัก พร้อมทั้งการนำเสนอทางเลือกให้ลูกค้าเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคสีเขียว ซึ่งจะเป็นหนทางที่ทำให้เกิดประสิทธิผลในระยะยาวและยังยืนกว่า หากโครงการได้รับการตอบรับที่ดีก็จะสามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้ถึง 2% เท่ากับ 9.8 ล้านใบ ภายในระยะเวลา 1 ปี และผู้บริโภคยังสามารถรับรางวัล กรีนพ้อยท์ฟรี 1 แต้ม ต่อ 1 ถุงด้วย นอกจากนี้ทางห้างฯ ยังได้มีนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือ “Green Product” จำนวน 118 รายการ โดยลูกค้าจะได้รับกรีนพ้อยท์รายการละ 25 แต้มเพิ่มเติมทันทีเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น หลอดไฟ แฟ้ม น้ำยาลบคำผิด สเปรย์กันยุง น้ำยาล้างห้องน้ำ ถุงขยะ เป็นต้น

นางสาวสาวฟาง กล่าวด้วยว่า สำหรับกรีนแบ็ก กรีนพ้อยท์ ยังเป็นการสร้างความตระหนักในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในราคาที่ประหยัดด้วยการสร้างแรงจูงใจกับรางวัลกรีนพ้อยท์ ซึ่งสามารถสะสมในบัตรคลับการ์ดอย่างต่อเนื่อง ด้วยสมมุติฐานที่การผลิตถุงพลาสติก 5 ใบ เพิ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศจำนวน 1 กก. การประหยัดจำนวนถุง 9.8 ล้านใบ จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไชด์ 1,960,000 กก.หรือ 1,960 ตันต่อปี จึงนับเป็นอีกทางหนึ่งในการช่วยลดปริมาณถุงพลาสติก ที่เป็นปัญหาขยะซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างเป็นจำนวนมาก

ขณะที่นายสมิทธิ์ ปาลวัฒน์วิไชย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า โครงการกรีนแบ็ก กรีนพ้อยท์เป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะช่วยลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกในจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากกำลังเป็นปัญหาด้วยระบบเตามเผาขยะที่มีอยู่สามารถกำจัดขยะได้วันละประมาณ 250 ตัน ขณะที่ขยะเกิดขึ้นวันละประมาณ 550 ตัน และยังสามารถช่วยลดภาวะเรือนกระจก อีกทั้งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการเป็นเมืองท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และยังสอดคล้องกับโครงการภูเก็ตเขียวหรือ Phuket Green Island ของจังหวัดภูเก็ต ที่จัดขึ้นด้วย


 

นายกท่องเที่ยวภูเก็ตเผยชุมนุมยืดเยื้อกระทบท่องเที่ยว


นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากการชุมนุมของกลุ่ม นปช.มาตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ในส่วนของการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตได้รับผลกระทบเช่นกัน เห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีการจองห้องพักใหม่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ส่วนที่จองมาแล้วก็มีการยกเลิกบ้างเล็กน้อย แต่ที่น่าเป็นห่วงและกังวล คือ กลุ่มที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจ เพราะเกิดความลังเลเกี่ยวความปลอดภัยและคำเตือนของรัฐบาลในแต่ละประเทศ รวมทั้งความไม่เข้าใจว่าภูเก็ตอยู่ห่างจากพื้นที่การชุมนุมค่อนข้างมาก นอกจากในส่วนของประเทศคู่แข่ง เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย เป็นต้น ซึ่งอัตราการจองห้องพักเพิ่มมากขึ้น ส่วนของชาร์เตอร์ไฟล์จากประเทศจีนที่เข้ามาตั้งแต่กลางปีที่แล้วซึ่งมีตัวเลขของนักท่องเที่ยวเข้ามาเกือบเต็มลำ แต่ปัจจุบันหลังเกิดเหตุการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละเที่ยวบินลดลงเกือบ 50% ซึ่งหากเหตุการณ์ยังยืดเยื้อต่อไปก็อาจส่งผลให้สายการบินดังกล่าวระงับการเดินทางเข้ามาก็เป็นไปได้ เพราะไม่สามารถแบกรับภาระได้ไหว

“ช่วงวันแรงงานของจีนเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา เราพลาดโอกาสไปแล้วหนึ่งครั้งจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน ในปีนี้จึงไม่อยากให้พลาดโอกาสไปอีก เนื่องจากขณะนี้เริ่มมีการจองห้องพักเข้ามาบ้างแล้ว ประมาณ 60 – 70 % ซึ่งดีกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากตรงกับช่วงอีสเตอร์ของต่างประเทศ และเป็นช่วงสงกรานต์ของไทยเราด้วย หากไม่มีเหตุการณ์อะไรร้ายแรงเกิดขึ้นในระยะนี้เชื่อว่าอัตราการเข้าพักสูงถึง 80% ก็เป็นไปได้”

นายสมบูรณ์ ยังกล่าวด้วยว่า เรื่องของท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอ่อนไหว และได้รับผลกระทบโดยตรง จากการชุมนุมประท้วง ดังนั้นการเจรจากันระหว่างนายกรัฐมนตรีซึ่งเป้ฯตัวแทนของรัฐบาล กับกลุ่มนปช.ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี จึงอยากให้ทั้งสองฝ่ายคิดถึงบ้านเมืองให้มาก เพราะธุรกิจการท่องเที่ยวกระจายรายได้ไปยังทุกกลุ่มอาชีพ ดังนั้นเมื่อท่องเที่ยวได้รับผลกระทบก็จะส่งผลกระทบไปถึงภาคเกษตรซึ่งจะต้องนำผลผลิตมาส่งให้กับผู้ประกอบการโรงแรมด้วย

อย่างไรก็ตามนายสมบูรณ์ กล่าวถึงประเด็นการยุบสภาฯ ว่า ไม่ควรที่จะยุบในทันทีทันใด เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจพึ่งจะฟื้นตัว ดังนั้นควรที่จะทิ้งช่วงไปสักระยะหนึ่งตามความเหมาะสม เพื่อให้เศรษฐกิจมีความแข็งแรงกว่านี้ รวมถึงจะต้องมีการกำหนดกรอบกติกาให้ชัดเจน เพราะหากปล่อยให้มีการเลือกตั้งตามกฎกติกาเดิมก็อาจจะมีปัญหาเหมือนในอดีต และไม่สามารถหลุดพ้นวงจรวิกฤตออกไปได้




มหกรรมงานสักลายนานาชาติ ครั้งแรกในจังหวัดภูเก็ต


นางสาวสลิลลา เศวตเศรนี เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ภูเก็ต สแควร์ จำกัด ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ได้กล่าวถึงการจัดงาน “มหกรรมศิลปะงานสักลายนานาชาติภูเก็ต 2010” ครั้งที่ 1 ว่า ด้วยทางศูนย์การค้าจังสีลอน ได้ร่วมกับ ชมรมช่างสักและผู้ประกอบการงานสักลายภูเก็ต จะร่วมกันจัดงาน “มหกรรมศิลปะงานสักลายนานาชาติภูเก็ต 2010” ครั้งที่ 1 (1st Phuket International Tattoo Convention 2010) ที่รวบรวมช่างสักชั้นนำฝีมือขั้นเทพทั้งไทยและต่างชาติ มาร่วมออกบูธแสดงผลงานมากกว่า 30 บูธ อาทิ ไทย เยอรมัน ออสเตรเลีย เกาหลี และสิงคโปร์ ฯลฯ ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสกับผลงานศิลปะและเทคนิคการสัก ที่โดดเด่น แตกต่าง ซึ่งบ่งบอกถึงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละชาติได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีการโชว์เทคนิคการสักลายในแบบต่างๆที่น่าสนใจมากมาย อาทิ Fantasy Style (แฟนตาซี สไตล์) การผสมผสานลวดลายหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน, Word Style (เวิร์ด สไตล์) การสักตัวอักษรจีน หรือคันจิที่มีความหมายต่างๆ, Tribal Style (ทริบอล สไตล์) ลวดลายเถาวัลย์ หรือลายกราฟฟิก และล่าสุดที่กำลังเป็นที่นิยมในแวดวงฮอลลีวู้ดขณะนี้คือ White Ink Tattoo (ไวท์ อิงค์ แทททู) การสักด้วยน้ำหมึกสีขาวชนิดเข้มข้น เป็นต้น

สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การรวมพลครั้งยิ่งใหญ่ของเหล่าศิลปินช่างสักจากนานาชาติ ร่วมจัดแสดงผลงาน และสาธิตการสักให้ชมกันอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้เฟ้นหาช่างสักฝีมือดีขั้นเทพ กับ “การประกวดความงามรอยสัก” (Tattoo Contest) ประเภทต่างๆ อาทิ บิ๊ก จ๊อบ (Big Job) การประกวดรอยสักขนาดใหญ่ตั้งแต่ 1 ตารางฟุตขึ้นไป,แบล็ค แอนด์ เกรย์(Black&Gray) ผลงานสักภาพขาวดำ(ไล่เงา) เป็นต้น นอกจากนี้ผู้เข้าประกวดยังสามารถลุ้นรางวัล เบสต์ แทททู ออฟ เดอะ เดย์ (Best tattoo of the day) รางวัลสำหรับผู้เข้าประกวดที่ได้รับการโหวตจากผู้เข้าร่วมในงานในแต่ละวัน เพื่อชิงถ้วยรางวัลประเภทต่างๆ นอกจากนี้ยังตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดง “บอดี้เพ้นท์ บอดี้แทททู” โดยศิลปินช่างสักชั้นแนวหน้ากันสดๆภายในงานพร้อมการเดินแบบแสดงผลงานจากนางแบบและนายแบบ รวมทั้งการเลือกซื้ออุปกรณ์ และเครื่องมือสัก จากผู้ประกอบการที่นำมาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษภายในงาน

ขอเชิญชวนบรรดาเหล่าสาวกคนรักงานสักและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน “มหกรรมศิลปะงานสักลายนานาชาติภูเก็ต 2010” ครั้งที่ 1 (1st Phuket International Tattoo Convention 2010) ได้ในระหว่างวันที่ 6-8 เมษายน 2553 ณ โซนชิโนภูเก็ต ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต (บัตรราคา 150 บาท) หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.076-600-111


ให้ความรู้ตร.บัตรเครดิตปลอม และน้ำมันเถื่อน


เมื่อเวลา 09.30 น.ของวันที่ 30 มีนาคม 53 ที่ห้องประชุมชั้น 4 สภ.เมือง ภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงค์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เป็นประธานเปิดการโครงการ อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ความผิดเกี่ยวกับบัตรเครดิตปลอม และความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง จัดโดยสถานีตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับชมรมธุรกิจบัตรเครดิต สมาคมธนาคารไทย และศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจต่างในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 120 นายเข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้

ทั้งนี้พ.ต.อ.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผกก.สภ.เมือง ภูเก็ต ได้กล่าวว่า ด้วยปัจจุบันมีประชาชนใช้บัตรเครดิตกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากความสะดวกสบาย โดยไม่ต้องใช้เงินสดติดตัวเป็นจำนวนมาก อีกทั้งการแข่งขันในด้านธุรกิจของสถาบันการเงินต่างๆ ซึ่งนับวันจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ภัยที่ตามมาจากแก๊งมิจฉาชีพขโมยเอารหัสจากบัตรจริง ไปปลอมใช้เพื่อกดเงินแทนเจ้าของ นับวันจะขยายเป็นวงกว้างกลายเป็นภัยอย่างมหันต์ นอกจากนี้ยังมีการกระทำเป็นขบวนการโดยการลักลอบขโมยข้อมูลจากแถบแม่เหล็กด้านหลังบัตรจริง ไปปลอมในต่างประเทศ แล้วนำกลับมารูดในประเทศไทย และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของชาติเป็นอย่างมากโดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต มีความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเดินทางมาเป็นจำนวนมาก และมักจะใช้บัตรเครดิตเป็นจำนวนมากในการติดต่อซื้อขายกันอย่างแพร่หลาย ทางสถานีตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต จึงได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมกับชมรมธุรกิจบัตรเครดิต และสมาคมธนาคารไทย จัดให้มีโครงการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ความผิดเกี่ยวกับบัตรเครดิตปลอม และความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมเกี่ยวกับบัตรเครดิตปลอม และเพื่อให้ประชาชนทั่วไปตลอดจนนักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นอกจากนี้อีกปัญหาหนึ่งที่เป็นปัญหานั่นก็คือ การลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน เพราะการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง มีผลเสียหายต่อประเทศชาติอย่างมหาศาล เนื่องจากการหลบเลี่ยงภาษีทำให้ประเทศชาติขาดรายได้ และก่อให้เกิดความเสียหายด้านต่างๆ จึงต้องเร่งรัดดำเนินการปราบปรามและจำกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งการกระทำผิดหลายรูปแบบ เช่นการปลอมปนน้ำมัน การนำน้ำมันเขียวมาขายบนฝั่ง การลักลอบขนน้ำมันเตามาขายตามโรงงาน คอกน้ำมัน และการลักลอบน้ำมันการประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาขาย จึงได้ร่วมกับศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้มีความรู้เรื่องการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง

ด้านพล.ต.ต.พิกัด ตันติพงค์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ได้กล่าวว่า การให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้นับว่าเป็นผลดีกับเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างประเทศ ซึ่งจะได้สร้างความเชื่อมั่งให้กับผู้ประกอบการ ร่วมทั้งสร้างความหวั่นกลัวต่อผู้ที่จะเข้ามาก่ออาชญากรรมทางด้านเศรษฐกิจ เมื่อเจ้าหน้าที่มีความรู้ก็สามารถตรวจสอบได้หากมีการจับกุมผู้ที่กระทำความผิด ไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่จากธนาคาร หรือเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางเดินทางมาตรวจสอบ นอกจากนี้ทางผู้กระทำความผิดมักจะมีการพัฒนารูปแบบ ความสลับซับซ้อน และใช้เทคโนโลยีขั้นสูงขึ้น จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามจะต้องพัฒนาความรู้ความสามารถให้เท่ากัน รับมือกับมิจฉาชีพเหล่านั้นได้อย่าวงประสิทธิภาพต่อไป


การปฐมพยาบาลเบื้องต้น


สำราญ ศรีติราช ผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายการพยาบาล รพ.กรุงเทพภูเก็ต นำทีมเจ้าหน้าที่ ฝึกอบรม “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” ให้แก่พนักงานโรงแรมเอาท์ทริกเกอร์ ในเครือลากูนา ภูเก็ต เพื่อเพิ่มพูนทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้นของพนักงาน ในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน


เอฟซี ภูเก็ตส่ง 3 ทหารเสือไอเวอรี่โค๊สบู๊ครบ อัดโคราช

เอฟซี ภูเก็ตส่ง 3ทหารเสือไอเวอรี่โค๊สบู๊ครบ
มั่นใจอัดนครราชสีมา เอฟซี ฉลุย ไทยคมเอฟเอคัพ

“ขงเบ้งลูกหนัง” อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ กุนซือ”กิเลนทะเลใต้” เอฟซี ภูเก็ต จ่าฝูงฟุตบอล เอไอเอส ริจินอลลีก ภาคใต้ ออกมาเปิดเผยถึงเกมที่ทีมจะเปิดบ้านสนามสุระกุล รับมือทีม”สวาดแคท” นครราชสีมา เอฟซี ทีม เพื่อนร่วมลีกจากโซนตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันพุธที่ 31 มีค. เวลา18.00น. นี้ว่า ว่า คงจะประมาทไม่ได้แน่นอน แม้ว่าผลงานในลีกของทีมนครราชสีมา เอฟซี จะไม่ดีนักก็ตาม ซึ่งตนได้กำชับลุกทีมให้เล่นอย่างเต็มที่ โดยจะส่งนักเตะตัวหลักๆลงสนามเช่นเดิมอาจจะมีเปลี่ยนแปลงบ้าง 1-2 ตำแหน่ง ตัวหลักที่วางไว้ไม่ว่าจะเป็น ระพีพันธ์ พูลสวัสดิ์, รณชัย จินาเกตุ ,อนุรักษ์ เพ็ชรล้วน,สุภัทร์ อ้นทอง, สารัช อยู่เย็น รวมทั้ง 3นักเตะไอเวอรี่โค๊ตส์ เนเนบี้, อาลี ,กามาร่า

กุนซือของทีมเอฟซี ภูเก็ต ยังกล่าวถึงความมั่นใจในเกมนี้ว่า มองถึงโอกาสแล้วก็น่าที่จะสามารถเก็บชัยชนะผ่านเข้ารอบต่อไปได้ เพราะทีมเริ่มที่จะลงตัวในเรื่องของทีมเวิร์ค อีกทั้งยังจะได้เปรียบเรื่องของการได้เล่นในบ้าน และเสียงเชียร์ของแฟนบอล ซึ่งเกมนี้ขอเชิญชวนแฟนบอลเอฟซี ภูเก็ต ทุกคนมาร่วมเชียร์ทีมได้ให้เหมือนทุกๆเกม

ทางด้าน “เสี่ยเล็ก “นฤเบศ อายุพงศ์ ผู้จัดการทีม เอฟซี ภูเก็ตกล่าวถึงเกมนี้ว่า น่าจะสามารถเอาชนะได้ เพราะตอนนี้ทีมมีความพร้อมทั้งขวัญและกำลังใจที่ดี ขอเชิญแฟนบอลชาวภูเก็ตทุกคนมาร่วมให้กำลังใจทีมเหมือนนัดที่ผ่านๆมาด้วยซึ่งทีมจะพยายามนำชัยชนะมาให้แฟนบอลมีความสุขให้ได้ นอกจากนี้ทาง เอฟซี ภูเก็ต ช๊อป ยังได้นำสินค้าของที่ระลึกใหม่ๆมาจำหน่างตรง เอฟซี ภูเก็ต ช๊อป ด้านหน้าสนามสุระกุลอีกด้วย

สำหรับทีมเอฟซี ภูเก็ต ล่าสุดนำเป็นจ่าฝูงของโซนภาคใต้ จากการลงสนาม 7 นัดชนะ 4 เสมอ 3 ยิงได้ 12 เสีย 3 ประตูมีอยุ่ 15 คะแนน เกมล่าสุดบุกไปเสมอกับยะลา เอฟซี 0-0 ส่วนนครราชสีมา เอฟซี รั้งอยู่อันดับที่ 13 ของตารางผลงาน7 นัดชนะ1 เสมอ 3 แพ้ 3 ยิงได้ 4 เสีย 10 ประตู มีอยู่6 คะแนน ผลงานนัดล่าสุดเปิดบ้านแพ้ บุรีรัมย์ เอฟซี 0-3