จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553

อนุ กก.ปราบปรามจับกุมแรงงานต่างด้าว


เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2553 ที่ห้องประชุมชั้น 4 สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต พล.ต.อ.วุฒิ พัสเวส ที่ปรึกษา (มก2) ประธานคณะอนุกรรมการปราบปรามจับกุมดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปราบปรามจับกุมดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 ทั้งในระดับภาค ระดับจังหวัด และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจสันติบาล เป็นต้น เพื่อเร่งรัดการจับกุมดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานสัญชาติพม่า ลาวและกัมพูชา รวมทั้งการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง โดยการใช้แรงงานต่างด้าวโดยถูกกฎหมาย

ทั้งนี้ในส่วนของอนุกรรมการฯ มีนโยบายและเป้าหมาย เพื่อป้องกันปราบปราม จับกุมดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย รวมถึงนายจ้าง ผู้นำพาและผู้ให้ที่พักพิงคนต่างด้าวผิดกฎหมาย เพื่อเสริมการดำเนินงานตามนโยบายและยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวทั้งระบบของคณะอนุกรรมการฯ จับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว กัมพูชา และอื่นๆ ที่หลบหนีเข้าเมือง หรือลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมายจำนวน 300,000 คนต่อปี จับกุมดำเนินคดีนายจ้างที่รับแรงงานต่างด้าวทำงานโดยผิดกฎหมาย จำนวน 2,000 คนต่อปี จับกุมดำเนินคดีผู้นำแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองหรือลักลอบทำงาน จำนวน 2,000 คนต่อปี รวมทั้งจับกุมดำเนินคดีผู้ให้ที่พักพิงแก่แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองหรือลักลอบทำงาน จำนวน 2,000 คนต่อปี

พล.ต.อ.วุฒิ พัสเวส ที่ปรึกษา (มก2) ประธานคณะอนุกรรมการปราบปรามจับกุมดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงาน กล่าวว่า การประชุมร่วมกับภาคส่วนต่างๆของตำรวจภูธรภาค 8 นั้น เพื่อให้เร่งรัดดำเนินการปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองและทำงานของแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่ พม่า ลาวและกัมพูชา รวมถึงรับทราบปัญหาและอุปสรรคการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้ให้คำแนะนำและหาแนวทางในการแก้ปัญหาให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่วางไว้


อย่างไรก็ตามได้เน้นย้ำให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดโดยนำกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับมาบังคับใช้กับแรงงานต่างด้าวที่ทำผิดกฎหมาย และมีลักษณะของการกระทำที่ก่อให้เกิดปัญหาหรือสร้างความเสื่อมเสียให้กับสังคม รวมไปถึงในส่วนของผู้ที่จัดหาลักลอบนำเข้าแรงงานในลักษณะเข้าข่ายของการข่มขู่ ทำร้ายและค้ามนุษย์ ตลอดจนบรรดานายจ้างหรือผู้ให้ที่พักพิงกับบรรดาแรงงานที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ในการปฏิบัตินั้นจะต้องคำนึงถึงศีลธรรม มนุษยธรรมและยุติธรรมกับแรงงานที่เข้ามาอย่างถูกต้อง และมาเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ พล.ต.อ.วุฒิ กล่าว



อบจ.ภูเก็ตหนุนงบวิทยากรอิสลามศึกษา


นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) กล่าวว่า เนื่องจากในปีงบประมาณ 2553 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ต ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อเป็นค่าตอบแทนวิทยากรอิสลามศึกษาให้โรงเรียนในสังกัดที่เปิดสอนอิสลามศึกษาในระดับประถมศึกษาและดับมัธยมศึกษา สำหรับภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 และภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 848,000 บาท และได้ดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 ไปแล้วส่วนหนึ่ง ยังคงเหลืองบประมาณอีกส่วนที่จะจัดสรรสำหรับภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 312,000บาท
เนื่องจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ตได้รับจัดสรรงบประมาณไม่เต็มวงเงินที่เสนอขอตั้ง จึงได้เสนอโครงการเพื่อขอรับเงินอุดหนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตในส่วนที่ยังขาดอยู่เพื่อจัดสรรในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 ให้กับโรงเรียนที่เปิดสอนอิสลามศึกษาใน19 โรงเรียน จำนวน 67 ห้องเรียน โดยมีจัดการสอนห้องเรียนละ 40 คาบ ใช้งบประมาณ 536,000 บาท เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษาในโรงเรียนให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น

นายไพบูลย์ กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าว และด้วยการสนับสนุนด้านการศึกษาเป็นภารกิจหนึ่งของ อบจ.ภูเก็ต และในช่วงที่ผ่านมา อบจ.ได้มีการสนับสนุนด้านการศึกษาให้กับสถานศึกษาต่างๆ ของจังหวัดภูเก็ตมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ทางการศึกษา การพัฒนาความพร้อมของสถานที่เรียน การอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรครู เพื่อสร้างครูที่มีคุณภาพ รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรให้ได้มาตรฐาน เช่นเดียวกับการอุดหนุนงบประมาณให้กับสถานศึกษาที่เปิดการเรียนการสอนอิสลามศึกษา เพื่อเป็นค่าตอบแทนวิทยากรอิสลามศึกษา ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ผู้เรียนจะได้รับความรู้อย่างเต็มที่ เพื่อจะได้นำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาภูเก็ตต่อไปในอนาคต

วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553

พบผู้ป่วยไข้เลือดออกภูเก็ตแล้วกว่า 200 ราย

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2553 ที่ห้องจามจุรี โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุม “รวมพลังอาสาสมัครสาธารณสุขภูเก็ต ปกป้องชุมชน ครอบครัว คนที่รัก จากยุงลาย และไข้เลือดออก” ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต จัดขึ้น เพื่อเป็นการณรงค์ให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายภายในบ้าน ชุมชน โรงเรียน สถานที่ทำงาน ศาสนสถาน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องทุกสัปดาห์ รวมทั้งเพื่อเร่งรัดการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ทุกพื้นที่ให้มีจำนวนลดลง ไม่ให้เป็นปัญหาและเกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในจังหวัดภูเก็ต โดยมีสมาชิกอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)ในพื้นที่ อ.เมืองภูเก็ต อ.ถลาง และอ.กะทู้ เข้าร่วม


นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – วันที่ 12 มิถุนายน 2553 พบว่าแนวโน้มมีการระบาดเพิ่มมากขึ้น โดยมีจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มสูงขึ้นหลายพื้นที่ มีรายงานผู้ป่วยไข้เลือดออกแล้วจำนวน 213 ราย สูงเป็นอันดับ 1 ของจังหวัดแถบชายฝั่งอันดามัน เป็นอันดับ 7 ของภาคใต้ และอันดับ 13 ของประเทศ ซึ่งเป้าหมายทั้งปีของจังหวัดภูเก็ตที่กำหนดไว้ไม่เกิน 170 ราย และไม่ให้มีผู้ป่วยตายด้วยไข้เลือดออก ขณะนี้ทุกพื้นที่ของจังหวัดภูเก็ตเสี่ยงต่อการเป็นโรคไข้เลือดออก โดยเฉพาะอำเภอถลางมีอัตราป่วยสูงสุด รองลงมาอำเภอเมืองภูเก็ต และอำเภอกะทู้ แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนระดับตำบลมีผู้ป่วยสูงสุด 6 อันดับ ได้แก่ ตำบลรัษฎา ตลาดใหญ่ วิชิต ศรีสุนทร ป่าคลอกและเทพกระษัตรี


จากผลการสุ่มประเมินความชุกชุมของลูกน้ำยุงลายจังหวัดภูเก็ตเดือนมีนาคม 2553 พบลูกน้ำยุงลายสูงเกินเกณฑ์ทุกพื้นที่ ประกอบกับขณะนี้เข้าสู่ฤดูฝน ก่อให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะเดือนมิถุนายน-สิงหาคมของทุกปี เป็นช่วงที่ไข้เลือดออกจะระบาดสูงที่สุด ทำให้มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในจังหวัดภูเก็ต นพ.นรินทร์รัชต์ กล่าว



ตร.เมือง ภูเก็ตรวบชิงทรัพย์และโทรมหญิง

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 53 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ.เมือง ภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วยพ.ต.อ.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผกก.สภ.เมือง ภูเก็ต ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายนพพล เกิดผล อายุ 21 ปี นายชัยวุฒิ เปล่งศรี อายุ 20 ปี และนายวิทวัส แซ่นาย อายุ 23 ปี พร้อมด้วยของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน วธบ – 51 กทม. จำนวน 1 คัน เครื่องช๊อตไฟฟ้า ขนาด 1,800 Kv. จำนวน 1 อัน กระเป๋าถือสตรีจำนวน 8 ใบ โทรศัพท์มือถือจำนวน 3 เครื่อง ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 ซิม ตั๋วจำนำโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 ใบ และเอกสารประจำตัวของผู้เสียหายๆ จำนวนมาก โดยกล่าวหาว่านายนพพล เกิดผล และนายชัยวุฒิ เปล่งศรี ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ, ร่วมกันโทรมหญิง ส่วนนายวิทวัส แซ่นาย รับของโจร

ทั้งนี้พล.ต.ต.พิกัด ได้กล่าวว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 16 มิถุนายน 53 ที่ผ่านมา ทางศูนย์วิทยุสภ.เมือง ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายได้ถูกคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ ได้ก่อเหตุพยายามชิงทรัพย์ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ตั้งด่านเพื่อสกัดจับคนร้าย จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมตัวคนร้ายทั้ง 2 ได้ จากนั้นก็ได้นำตัวไปขยายผล โดยคนร้ายได้ให้การยอมรับว่าได้ก่อเหตุร่วมกันชิงทรัพย์, ร่วมกันทำอนาจาร และร่วมกันโทรมหญิง ในเขตพื้นที่เมืองจำนวนหลายครั้ง ซึ่งมีพฤติการณ์โดยคนร้ายทั้ง 2 จะขับขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนหาเหยื่อซึ่งเป็นหญิงสาว เมื่อพบเหยื่อ คนร้ายจะขับรถจยย.ปาดหน้า จากนั้นก็จะใช้มีด และเครื่องช๊อตไฟฟ้าข่มขู่ให้ส่งมอบทรัพย์สิน จากนั้นก็จะทำอนาจารเหยื่อโดยการจับหน้าอก หรือหอมแก้ม หรือบังคับไปข่มขืนสำหรับเหยื่อบางราย ที่ผ่านมาได้มีการลงมือมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ติดตามผู้เสียหายมาตรวจสอบทรัพย์สินที่ถูกคนร้ายวิ่งราวทรัพย์ โดยมีผู้เสียหายยืนยันจำนวน 6 รายแล้ว

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการขยายผลถึงผู้ที่ดำเนินการในการนำทรัพย์สินไปขายต่อ จนกระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาได้นำไปฝากกับนายวิทวัส แซ่นาย ซึ่งจะเป็นผู้ที่นำทรัพย์สินไปจำนำหรือจำหน่าย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ติดตามตัวนายวิทวัส จนสามารถติดตามตัวและจับกุมตัวได้ และจากการตรวจสอบและทำการค้นตัว พบโทรศัพท์และซิมการ์ดของผู้เสียหายหลายรายการ จึงได้ควบคุมตัว พร้อมทรัพย์สินมาให้เหยื่อมาตรวจสอบทรัพย์ ก่อนที่จะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป


แบงค์กรุงไทยขยายสาขาห้าแยก


เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2553 นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดที่ทำการธนาคารกรุงไทย สาขาห้าแยกฉลอง ซึ่งเป็นลำดับที่ 915 ของธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ โดยมีนายเรวัต อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ นายรังสรรค์ บำบัดสรรพโรค ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารกลุ่ม กลุ่มเครือข่ายภาคใต้ 1 กล่าวที่ จ.ภูเก็ต นายวิเชียร อาทิตยพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารสำนักงานเขตภูเก็ต ตลอดจนลูกค้าและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม

นายวิเชียร อาทิตยพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารสำนักงานเขตภูเก็ต กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทย เป็นธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของประเทศ ประกอบธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2509 มีนโยบายหลัก คือ การเพิ่มศักยภาพเพื่อให้บริการตามความต้องการของลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน โดยดำเนินการปรับปรุงระบบงาน การพัฒนาพนักงานให้มีคุณภาพ การปรับปรุงสำนักงานสาขา การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ธนาคารกรุงไทยมีนโยบายที่จะขยายเครือข่าย และช่องทางการให้บริการลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกสบาย สมกับการเป็นธนาคารแสนสะดวก The Convenience Bank

ทางด้านนายธีระยุทธ เอี่ยมตระกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากวัตถุประสงค์ของการเปิดที่ทำการสาขาแห่งใหม่ แสดงให้เห็นว่าธนาคารกรุงไทย เป็นธนาคารที่มีการพัฒนาและปรับปรุงงานด้านต่างๆอยู่เสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวการณ์ เปลี่ยนแปลงของระบบการเงินในปัจจุบัน ทำให้การดำเนินธุรกิจของธนาคารก้าวหน้าขึ้นมาเป็นลำดับ และจากการที่ธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารพาณิชย์ที่รัฐบาลถือหุ้นใหญ่ ประกอบกับธนาคารได้ให้ความมั่นใจว่าจะดำเนินธุรกิจให้เจริญก้าวหน้าสมกับเป็นธนาคารที่ประชาชนไว้ใจ

อย่างไรตามนอกจากการเปิดสาขาห้าแยกฉลองแล้ว ในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ จะมีการเปิดสาขาเชิงทะเล อ.ถลาง อีกสาขา พร้อมกันนี้ในส่วนของ บริษัทเคทีบี ลีสซิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ได้จัดแคมเปญพิเศษ เช่น ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 36 เดือน เป็นต้น ในโอกาสเปิดสาขาใหม่ภายใต้แคมเปญ “ไปช๊อป ไปแบงค์” สำหรับลูกค้าของธนาคารภายใต้สโลแกน “ซื้อถูก..ซื้อง่าย..ผ่อนสบายกว่า”


มอ.ปัตตานีระดมสมองภาษาเกาหลี


เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 53 ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต รศ.ดร.ปรารถนา กาลเนาวกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นประธานเป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเกาหลีศึกษา เพื่อผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาของประเทศไทย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมกับมูลนิธิเกาหลี จัดขึ้น เพื่อระดมความคิดการจัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในระดับมัธยมศึกษาและสร้างเครือข่ายความร่วมมือการจัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในประเทศไทย โดยมีผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนจากสถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทย และผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาของประเทศไทย เข้าร่วม มีประเด็นการเจรจาหาความร่วมมือทางวิชาการ เช่น การจัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในระดับโรงเรียนมัธยมศึกษาในประเทศไทย วิธีการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลี การผลิตคู่มือเรียนหนังสือ เงื่อนไขการกำหนดภาษาเกาหลีให้เป็นวิชาที่ใช้สอบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย เป็นต้น

รศ.อาหวัง ล่านุ้ย คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมามีการขยายตัวของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลีเพิ่มมากขึ้นในทุกด้านทั้งเศรษฐกิจ การเมือง การท่องเที่ยว การแพทย์ สื่อสารมวลชน และศิลปวัฒนธรรม ส่งผลให้สาธารณรัฐเกาหลีเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางของสังคมไทย ขณะเดียวกันส่งผลต่อความต้องการศึกษาภาษาเกาหลีและเกาหลีศึกษาในประเทศไทยให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย คณะมนุษยศาสตร์ฯ ตระหนักถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลี จึงได้เปิดการเรียนการสอนภาษาเกาหลีขึ้นเป็นสถาบันแรกในระดับอุดมศึกษาของไทย เพื่อเป็นแหล่งถ่ายทอดและสร้างสรรค์องค์ความรู้ รวมไปถึงแหล่งรวบรวมทรัพยากรทางเกาหลีศึกษาที่สำคัญ



“เคทีบี ลีสซิ่ง” จัดงาน “ไปช๊อป ไปแบงค์”


นายภิญญาวัฒน์ จันทรกานตานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคทีบี ลีสซิ่ง จำกัด บริษัทในเครือ บมจ.ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้วางแผนในการเปิดเกมรุกตลาดในภูมิภาคทุกรูปแบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเปิดตลาดใหม่ๆ ในหัวเมืองใหญ่ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าได้รับทราบ ซึ่งในโอกาสที่ธนาคารกรุงไทยเปิดสาขาใหม่ที่ จ.ภูเก็ต ทางเคทีบีลีสซิ่ง ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ บมจ.ธนาคารกรุงไทยจึงได้มีการนำบริการด้านต่างๆ ของบริษัท ประกอบด้วย เช่าซื้อรถยนต์ เช่าซื้อรถยนต์แบบดำเนินการ ลีสซิ่งเครื่องจักร แลเช่าซื้อสินค้าอุปโภค มาจัดแสดง พร้อมเสนอแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าภายใต้สโลแกน ซื้อถูก..ซื้อง่าย..ผ่อนสบายกว่า


สำหรับแคมเปญพิเศษดังกล่าวจัดขึ้นในวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่สาขาห้าแยกฉลอง และในระหว่างวันที่ 18-20 มิถุนายนนี้ ที่สาขาเชิงทะเล โดยได้มีการเตรียมสินค้ามาจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ ที่มีเงินเดือนผ่านธนาคารกรุงไทย เช่น ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 36 เดือน เป็นต้น ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ เช่น โตโยต้า, ฮอนด้า, ซูซูกิ, แอลจี, Elvira, BIG CAMERA, I-MOBILLE, IT CITY เป็นต้น หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTB Call Center 02-299-3888



วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ทม.กะทู้ จัดงานถนนสายวัฒนธรรมครั้งที่ 2

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2553 ที่ห้องราชินีเหมืองแร่ พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับนายธีรยุทธ เอี่ยมตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายทวิชาติ อินทรฤทธิ์ วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต นายศิริพัฒ พัฒกุล นายอำเภอกะทู้ นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต และนายชัยอนันท์ สุทธิกุล นายกเทศมนตรีเมืองกะทู้ แถลงข่าวงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ถนนสายวัฒนธรรมเมืองกะทู้ ครั้งที่ 2 ซึ่งทางเทศบาลเมืองกะทู้ ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต ททท.สำนักงานภูเก็ต และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ภูเก็ต กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25-27 มิถุนายน นี้ ที่บริเวณตลาดศาลเจ้ากะทู้

นายชัยอนันนท์ กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าว เพื่อเป็นการอนุรักษ์ฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรม สู่การเรียนรู้ของชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยใช้มิติทางวัฒนธรรม เป็นการสร้างกระแสการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว เสริมรายได้ และธุรกิจของท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ต

สำหรับภายในงานจะได้พบกับขบวนแห่ย้อนอดีตชุมชนกะทู้ การแสดงแสง สีเสียง นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินชั้นนำในจังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การแสดงวิถีชีวิตชุมชนกะทู้ การละเล่นพื้นบ้าน การออกร้านและสาธิตอาชีพตัวอย่างสร้างสรรค์ ขบวนรถโบราณ นิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยวิถีกะทู้ กิจกรรมการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน การละเล่นพื้นบ้าน การแสดงจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นต้น

นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า การจัดงานถนนสายวัฒนธรรมเมืองกะทู้เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้มีโอกาสเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนเมืองกะทู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ บนถนนในงาน รวมถึงสถานที่บางจุดจะมีประวัติความเป็นมาดั้งเดิมของพื้นที่ เช่น สภาพเหมืองโบราณของตำบลกะทู้ บ้านชุมชนเก่าแก่ ศาลเจ้าเก่าแก่ เป็นต้น เป็นการสร้างมูลค่าให้กับแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดภูเก็ตให้เพิ่มขึ้น และการจัดกิจกรรมในช่วงดังกล่าวจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวของภูเก็ตได้เป็นอย่างดี

Animation Youth Festival Asia 2010


เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนนี้ ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นายเกริกเกียรติ พันธุ์พิพัฒน์ ผู้ควบคุมโครงการฝึกอบรมในเรื่องภาพยนตร์ และ Visual Effect เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม Animation Youth Festival Asia 2010 โดยวิทยากรที่มีชื่อเสียง ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ เช่น ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์ยิ่งใหญ่แห่งเอเชีย นายนนทรีย์ นิมิบุตร นักเขียนบทมืออาชีพ อมรศรี เย็นสำราญ ผู้เชี่ยวชาญในด้าน Post Production ภาพยนตร์ เป็นต้น มีตัวแทนนักเรียน นักศึกษาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงเข้ารับการอบรมจำนวนประมาณ 500 คน

สำหรับการจัดอบรมดังกล่าว ทางสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA ภายใต้การกำกับของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือกระทรวงไอซีที ร่วมกับสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้จัดการฝึกอบรมการผลิตสื่อดิจิทัล (Digital Content) ใน พื้นที่ 5 จังหวัดทั่วประเทศคือ กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น นครราชสีมา เชียงใหม่ และจังหวัดภูเก็ต ภายใต้โครงการ Digital Media Asia 2010 (DMA2010) โครงการตามแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็ง 2552 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้คนไทยมีศักยภาพและมีฝีมือด้านสร้างสรรค์สื่อดิจิทัลคอนเทนท์ที่ครอบคลุมทั้งภาพยนตร์ แอนิเมชั่น หรือเกมคอมพิวเตอร์

ในขณะเดียวกัน เพื่อให้ความรู้และพัฒนาทักษะ รวมทั้งให้เกิดการตื่นตัวในงานสร้างสรรค์ด้านนี้ ที่ยังสอดคล้องกับเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์โดยสมาพันธ์ฯ มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรมืออาชีพเฉพาะทางให้มีจำนวนเพียงพอป้อนสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ด้วยวิธีการอันทันสมัย ทั้งในส่วนของการอบรมด้านการผลิต Digital Content, Film, Sound for Digital Content จากคณาจารย์และวิทยากรผู้ชำนาญและมีชื่อเสียงด้านต่างๆ



นายนนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับภาพยนตร์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับการทำภาพยนตร์ตั้งแต่ต้น แต่มีความสนใจเกี่ยวกับภาพยนตร์มาตั้งแต่สมัยที่กำลังเรียนในมหาวิทยาลัยศิลปากร และมีโอกาสไปร่วมสังเกตการณ์ในโครงการถ่ายทำสารคดีกับเพื่อนรุ่นพี่จากจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ที่เลือกสถานที่ถ่ายทำในจังหวัดอุบลราชธานี เป็นเวลา 5 วันดังนั้นจึงเริ่มซึมซับข้อมูลเกี่ยวกับการเขียนบทภาพยนตร์ การถ่ายทำ หรือการจัดแสง ในเวลาต่อมาจึงพยายามลงชื่อกลุ่มนักศึกษาประมาณ 100 คน เพื่อเรียกร้องให้มหาวิทยาลัย เปิดหลักสูตรด้านภาพยนตร์ได้สำเร็จ หลังจากนั้นเรียนอยู่ปี 3 จึงมีโอกาสศึกษาความรู้เพิ่มเติม และเริ่มไปมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์มิวสิควีดิโออย่างต่อเนื่อง


พมจ.ภูเก็ต ติวเข้มทีมสหวิชาชีพครู ข


เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2553 ที่ห้องประชุมมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดอบรมทีมสหวิชาชีพครู ข โครงการคาราวานเสริมสร้างเด็กจังหวัดภูเก็ต ซึ่งทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต (พมจ.ภูเก็ต) จัดขึ้น โดยมีหน่วยงานเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และอาสาสมัครในพื้นที่ตำบลเกาะแก้ว ตำบลกะรน และตำบลศรีสุนทร เข้าร่วม จำนวน 50 คน

น.ส.พรรณี สิทธิการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สืบเนื่องจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดโครงการคาราวานเสริมสร้างเด็ก เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการพัฒนาให้มีความรู้และจริยธรรม เริ่มตั้งแต่เด็กแรกเกิด และให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ครอบครัวที่อบอุ่น ปลูกฝังความรู้ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยได้เริ่มดำเนินการในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2549 และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ได้รับจัดสรรงบประมาณให้ดำเนินการขยายผลในพื้นที่ตำบลใหม่ อีก 3 ตำบล ได้แก่ตำบลเกาะแก้ว ตำบลกะรน และตำบลศรีสุนทร

ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานคาราวานเสริมสร้างเด็กเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และความต้องการของชุมชนทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จึงได้กำหนดจัดอบรมทีมสหวิชาชีพครู ข โครงการคาราวานเสริมสร้างเด็กจังหวัดภูเก็ตขึ้น เพื่อให้ทีมสหวิชาชีพในพื้นที่เป้าหมายได้รับทราบแนวทางการดำเนินงานโครงการคาราวานเสริมสร้างเด็กและหลักการทำงานกับเด็ก ครอบครัวและชุมชน ตลอดจนเพื่อให้เกิดแผนปฏิบัติการโครงการคาราวานเสริมสร้างเด็กในระดับชุมชน ตลอดจนให้ทีมสหวิชาชีพครู ข สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดต่อในชุมชน สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและครอบครัวและมีเครือข่ายการเฝ้าระวังปัญหาในชุมชนมากขึ้น น.ส.พรรณีกล่าว

ขณะที่นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาเด็กได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากกระแสโลกาภิวัฒน์ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคมและสภาพแวดล้อม พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็กเริ่มลดน้อยลงในปัจจุบัน การพัฒนาเด็กจึงต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน และครอบคลุมการพัฒนาในกลุ่มเป้าหมาย ทั้งเด็ก ครอบครัว ชุมชน และระบบการบริหารจัดการของหน่วยงาน องค์กรที่ดำเนินงานเกี่ยวข้องกับเด็ก ซึ่งการจัดอบรมทีมสหวิชาชีพครู เป็นกลไกหนึ่งในการพัฒนาบุคลากรของหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้องกับเด็กในชุมชนให้มีศักยภาพในการถ่ายทอดความรู้และสามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามช่วงวัย รวมถึงการจัดกิจกรรมสำหรับครอบครัวและชุมชน