จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันพุธที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ค่าย To be number one Youth Leader Network Camp

 
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2553 ที่วิทยาลัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย วิทยาเขตภูเก็ต อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดค่ายแกนนำเยาวชนเครือข่าย To be number one ซึ่งทางชมรม To be number one เขาล้าน ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จัดขึ้น โดยมีนายธำรง ตันติวิรัชกุล นายก อบต.ศรีสุนทร และแกนนำเยาวชนจากทุกตำบลในอำเภอถลางเข้าร่วมจำนวน 160 คน

นายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ชมรม To be number one บ้านลิพอนเขาล้าน เป็นชมรมหนึ่งซึ่งดำเนินงานและกิจกรรมภายใต้โครงการ To be number one ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ดำเนินกิจกรรมด้านการณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนอย่างเข้มแข็งส่งผลให้ชุมชนบ้านลิพอนเขาล้าน รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงตำบลศรีสุนทรมีจำนวนยาเสพติดลดลง ทั้งผู้ค้าและผู้เสพ ที่สำคัญ คือได้มีการสร้างเยาวชนแกนนำที่เข้มแข็งเพิ่มขึ้นทุกปี

ปัจจุบันมีเยาวชนแกนนำทั้งสิ้น 4 รุ่น จำนวนกว่า 150 คน และขยายเครือข่ายการดำเนินงานด้านการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ไปสู่ 3 โรงเรียน 3 ชุมชน และการศึกษานอกโรงเรียน เพราะตระหนักถึงการเอาชนะปัญหายาเสพติดว่า มิใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ทุกคนทุกหน่วยงานต้องร่วมมือร่วมใจ เป็นพลังในการเอาชนะปัญหายาเสพติด ตามยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกันและในฐานะรั้วชุมชนที่เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกันยาเสพติดและพัฒนาเด็กและเยาวชนในการพัฒนาและสร้างภูมิคุ้มกันในตนเอง ให้ห่างไกลจากภัยสังคมทุกรูปแบบ และที่สำคัญให้ห่างไกลปัญหายาเสพติด

การจัดค่ายแกนนำเยาวชนเครือข่าย To be number one หรือ To be number one Youth Leader Network Camp (TYN CAMP : ทีวายเอ็นแคมส์) “ปฏิบัติตนให้มีภูมิคุ้มกัน ปฏิบัติการสร้างชุมชนเข้มแข็ง” เพื่อพัฒนาศักยภาพเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชนและสร้างเสริมองค์ความรู้ให้กับเยาวชนในการสร้างชุมชุนเข้มแข็งห่างไกลยาเสพติด เป็นการขยายเครือข่ายแกนนำเยาวชน To be number one กิจกรรมด้านการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนเตรียมความพร้อมแกนนำเยาวชนอำเภอถลางในการดำเนินงาน / กิจกรรมด้านการณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของจังหวัดภูเก็ต ในปี 2553 และเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรแกนนำเด็กและเยาวชนอำเภอถลาง นายไชยวัฒน์กล่าว

ทางด้านนายธำรง ตันติวิรัชกุล นายก อบต. ศรีสุนทร กล่าวว่า ทาง อบต. ได้ตระหนึกถึงความสำคัญของโครงการดังกล่าว และได้สนับสนุนตลอดมา เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เยาวชนมีภูมิคุ้มกันและห่างไกลจากยาเสพติด ตลอดจนเป็นการสร้างเครือข่ายของกลุ่มเยาวชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งในระดับพื้นที่และระดับจังหวัดต่อไป



ตร.ภูเก็ต พร้อมรปภ.ประชุมพรรคปชป.

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2553 ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.โกมล วัตราภรณ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุกสถานีในพื้นที่ เพื่อวางแผนเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงระหว่างการประชุมของพรรคประชาธิปัตย์ที่จังหวัดภูเก็ต ในระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 1 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ที่โรงแรมเมอร์ลิน บีช ป่าตอง อ.กะทู้ ซึ่งจะมีรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมสัมมนา

ทั้งนี้ได้มีการได้เตรียมความพร้อมรักษาความปลอดภัยตามเส้นทางจราจรของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีตั้งแต่สนามบินนานาชาติภูเก็ต ไปจนถึงโรงแรมสถานที่พัก และสถานที่จัดประชุม ซึ่งจะมีการใช้ชุดรักษาความปลอดภัยทั้งนอกและในเครื่องแบบ รวมถึงชุดตรวจวัตถุต้องสงสัย เพื่อให้การดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอดการสัมมนาที่จังหวัดภูเก็ต

สำหรับการจัดสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ที่จังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ จะมีการระดมความเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนความปรองดองของประเทศ ในหัวข้อ รวมพลังทวีคูณแก้ปัญหาชาติ โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคฯได้ร่วมกันหาแนวทาง เพื่อขยายผลการสร้างแนวร่วมจากภาคประชาสังคม ให้ก้าวข้ามวิกฤติความขัดแย้งและสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในชาติ

อย่างไรก็ตามในวันที่ 1 สิงหาคม จะมีการเปิดเวทีให้ประชาชนจากทุกสาขาอาชีพในพื้นที่ ร่วมพบปะกับผู้บริหารพรรคและแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ รวมพลังสร้างภูเก็ต เพื่อร่วมกันเสนอทางออกนำพาประเทศก้าวข้ามวิกฤติความขัดแย้ง ซึ่งเป็นการดำเนินการคู่ขนานกับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยด้วย


กงสุลใหญ่จีนพบรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต


เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 28 กรกฎาคม 2553 ที่ห้องรับรองศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และนายตัน จี เคียง กรรมการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต ร่วมให้การต้อนรับนางหวัง ชันฟล (WANG TSANFEN) กงสุลใหญ่สารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา ในโอกาสเข้าพบเพื่อขอบคุณที่ทางจังหวัดภูเก็ตที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของสถานกงสุลจีน และขอขอบคุณที่ดูแลนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต

นางหวัง ชันฟล กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของทางการจีน ขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในการดูแลนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวในภูเก็ต โดยเฉพาะเรื่องอุบัติเหตุรถชนหรืออุบัติเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวจีนแล้ว แต่อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือเพิ่มเติมในการแจ้งข้อมูลให้กับทางกงสุลได้ทราบด้วย

“ทางกงสุลฯ คิดว่าในเร็วๆ นี้อาจจะเปิดสาขาดูงานให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และหวังว่าอนาคตชาวจีนคงจะเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยทางการจีนให้ความสำคัญเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับไทย โดยเฉพาะภูเก็ตและจังหวัดภาคใต้ ซึ่งถือเป็นความสัมพันธ์ระหว่างกันของไทยกับจีน” กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลากล่าว

ทางด้านนายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตมีความปลอดภัยสูงและไม่มีความวุ่นวาย ดังนั้นจึงสามารถสร้างความมั่นใจให้กับทุกประเทศได้ ส่วนของสถานการณ์ทางการเมืองในกรุงเทพมหานครก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งข้อเสนอแนะต่างๆ ที่ได้รับก็จะนำเสนอให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องรับทราบและดำเนินการแก้ปัญหาต่อไป ทั้งนี้ทางจังหวัดภูเก็ตพร้อมที่จะสร้างกิจกรรมเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ต่อกันในอนาคต ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต และประเทศไทยมากขึ้น รวมถึงนักท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี อินโดนีเซีย เป็นต้น ขณะเดียวกันในส่วนของคนไทยก็เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศจีนมากขึ้นเช่นกัน

สพท.เสริมความรู้ยาเสพติดแกนนำสภานักเรียน


เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 28 กรกฎาคม 2553 ที่ห้องประชุมโรงเรียนวิชิตสงคราม นายธีรยุทธ เอี่ยมตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการอบรมแกนนำสภานักเรียนป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติดในสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2553 รุ่นที่ 1 ซึ่งทางสำนักเขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ต (สพท.ภูเก็ต) จัดขึ้น โดยมีแกนนำสภานักเรียนนักศึกษา โรงเรียนทุกสังกัดในจังหวัดภูเก็ต ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา(ขยายโอกาสทางการศึกษา) เข้าร่วมจำนวน 100 คน เจ้าหน้าที่และวิทยากร จำนวน 20 คน ในระหว่างวันที่ 28 – 30 กรกฎาคม นี้ และรุ่นที่ 2 แกนนำสภานักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับอาชีวศึกษาทุกสังกัดในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 100 คน เจ้าหน้าที่และวิทยากรจำนวน 20 คน อบรมในระหว่างวันที่ 4 – 6 สิงหาคมที่จะถึงนี้

นายประสิทธิ์ สนิท รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ต กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน เป็นยุทธศาสตร์หลักในการดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะและเยาวชน ซึ่งเป็นพลังสำคัญของชาติ ด้วยการทำให้โรงเรียนมีความเข้มแข็ง มีภูมิคุ้มกันต่อปัญหายาเสพติดโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเยาวชนให้ห่างไกลอบายมุข และพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ได้แก่ การเสพยาเสพติด หนีเรียน ติดเกมส์ การทะเลาะวิวาท การพนัน ตั้งแก็งค์ก่อกวน ซึ่งมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากความอยากรู้ อยากลอง อิทธิพลจากกลุ่มเพื่อนชักชวน ทำให้เยาวชนมีโอกาสใช้ยาเสพติดได้ง่าย เนื่องจากมีภูมิคุ้มกันไม่เข้มแข็ง เป็นปัญหาทางสังคมของประเทศชาติ

สพท.ภูเก็ต ได้ตระหนักถึงความสำคัญด้านการป้องกันยาเสพติด จึงจัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสารเสพติด แก่นักเรียนนักศึกษาแกนนำ เพื่อต่อต้านยาเสพติดในสถานศึกษาและสร้างจิตสำนึก ชี้แนะถึงโทษภัยของสารเสพติด เฝ้าระวังไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับสารเสพติด โดยประสานความร่วมมือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับสิ่งเสพติดในสถานศึกษา เพื่อไม่ให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษาก่อปัญหาต่างๆ ในสังคมและสถานศึกษา และดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล และดำเนินการตามปฏิบัติการของกระทรวงมหาดไทย CLEAN & SEAL ทำความดีเพื่อแผ่นดินกวาดล้างให้สิ้นยาเสพติด นายประสิทธิ์กล่าว


อบจ.ภูเก็ตเตรียมเปิดศูนย์โอทอปฯ


นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) กล่าวถึงการเปิดให้บริการศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือศูนย์โอทอป อบจ.ภูเก็ต ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสะพานหิน อ.เมืองภูเก็ต ว่า ทาง อบจ.ภูเก็ต ได้ร่วมกับเครือข่ายโอทอปจังหวัดภูเก็ตคัดเลือกผลิตภัณฑ์ชุมชนต่างๆ นำสินค้าเข้าไปจัดจำหน่ายภายในศูนย์ฯ มาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่าน ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจระดับหนึ่ง โดยลูกค้าในระยะแรกส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มของผู้ที่มาศึกษาดูงาน อบจ.ภูเก็ต และมีประชาชนบ้างบางส่วน เนื่องจากยังไม่ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการจึงยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ทั้งนี้จะมีการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการประมาณปลายปีนี้

“การจัดทำศูนย์จำหน่ายสินค้าโอทอป อบจ.นั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ สินค้าเกษตร สินค้าชุมชน อาหารและสินค้าที่ระลึก ตลอดจนเป็นการส่งเสริมรายได้และสร้างอาชีพให้กับประชาชนอีกทางหนึ่ง รวมทั้งจะทำให้สินค้าของชุมชนในจังหวัดภูเก็ตเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นแหล่งรวมสินค้าชุมชนที่มีให้เลือกหลากหลายชนิด ณ จุดเดียว”


อย่างไรก็ตามนอกจากภายในอาคารซึ่งมี 2 ชั้น โดยจัดล่างจัดไว้สำหรับการวางจำหน่ายสินค้าชุมชนชนิดต่างๆ แล้ว ในส่วนของชั้นสองจัดเป็นพื้นที่สำหรับงานศิลปะจากศิลปินต่างๆ ของจังหวัดภูเก็ต ขณะที่ด้านนอกอาคารซึ่งนี้จะจัดทำเป็นตลาดชุมชนและเปิดให้บริการเฉพาะในช่วงวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ โดยเปิดโอกาสให้มีการนำสินค้าชนิดต่างมาจัดแสดง รวมไปถึงงานแสดงทางด้านศิลปวัฒนธรรมด้านอื่นๆ ด้วย ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการทดลองทำกิจกรรมด้วยเช่นกัน เพื่อเลือกให้เหมาะสมและมีความแตกต่างจากตลาดนัดทั่วๆ ไป นายไพบูลย์กล่าว

ในส่วนของการปรับปรุงเพิ่มเติมนั้น คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณอีกจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะการปรับภูมิทัศน์โดยรอบอาคาร รวมถึงการจัดระเบียบรถเข็นจำหน่ายสินค้าด้านหน้าอาคารซึ่งจะได้มีการหารือในรายละเอียดกันครั้งเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น นายไพบูลย์ กล่าวและว่า นับเป็นความโชคดีเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้เข้าประกวดมิสไทยแลนด์เวิร์ด 2010 รอบ 30 คนสุดท้ายซึ่งเดินทางมาเก็บตัวที่จังหวัดภูเก็ต ได้แวะเข้าเยี่ยมชมศูนย์จำหน่ายสินค้าโอทอป เพราะจะเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยประชาสัมพันธ์ศูนย์ฯ ดังกล่าวให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น



ปภ.ภูเก็ตเตือนระวังภัยธรรมชาติในช่วงมรสุม


นายสันติ์ จันทรวงษ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ระยะนี้ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตประสบกับปัญหามรสุมตะวันตกเฉียงใต้พาดผ่าน ทำให้มีฝนตกหนัก ลมพายุกระโชกแรง ส่งผลให้ต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนประชาชนและล้มกีดขวางเส้นทางการจราจร รวมถึงป้ายโฆษณาต่างๆ จึงขอให้ประชาชนพยายามติดตามข้อมูลข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาหรือประกาศเตือนผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียงหรือสถานีวิทยุโทรทัศน์ต่างๆ อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยเฉพาะประชาชนที่ตั้งบ้านเรือนของอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่หรือแหล่งน้ำต่างๆ ขอให้เฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษด้วย เพราะอาจจะมีน้ำบ่าไหลหลากและดินโคลนถล่มได้ รวมไปถึงการใช้รถใช้ถนนสัญจรไปมาก็ขอให้ใช้ความระมัดระวังเช่นเดียวกัน

ปัญหาฝนตกหนักและพายุลมแรง ในช่วงนี้ที่เห็นเด่นชัดเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีเหตุทำให้มีเรือประมงจม กระโดงเรือใบหัก คลื่นซัดคนตกปลาและต้นมะขามโค่นล้มทับนักเรียนเสียชีวิต 1 ราย ในพื้นที่บ้านพารา ต.ป่าคลอก อ.ถลาง ซึ่งก็ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ พร้อมรถกู้ภัยและเครื่องมือ เข้าไปในพื้นที่เพื่อตัดกิ่งไม้ และเคลื่อนย้ายออกจากผิวจราจรเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังประสานงานกับเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วทั้งจังหวัดภูเก็ตเร่งรัดให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในช่วงนี้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังได้ประสานไปยังตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ให้แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางท่องเที่ยวทั้งบนบกและในทะเลด้วย นายสันติ์กล่าว

นายสันติ์ กล่าวด้วยว่า ประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือหรือติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต หมายเลขโทรศัพท์ 076-218444 หรือแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้บ้าน เพราะมีพนักงานเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมือและเครื่องจักรกลหนัก สนับสนุนช่วยเหลือ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

จับยาบ้าเกือบ 8 พันเม็ดคาด่านตรวจภูเก็ต



เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 53 ที่ห้องประชุมสภ.ท่าฉัตรไชย ต.ไม้ขาว อ.ถลาง ภูเก็ต พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ ผกก.สภ. พ.ต.ท.วินัย คงแก้ว รอง ผกก.(สส.)ฯ, พ.ต.ท.ธวัช ตันสกุล สวป.สภ.ท่าฉัตรไชย, พ.ต.ท.สุทธิรัฐ โทจำปา สว.กก.บก.ปส.4, พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายเวสารัช นิลจำรัส อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67/62 ม.6 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ นนทบุรี และนายจัด เจ็ดกลาง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 ม.9 ต.พลสงคราม อ.โนนสูง นครราชสีมา พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 7755 เม็ด ยาไอซ์จำนวน 1 ถุงน้ำหนักประมาณ 2.85 กรัม นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์การเสพยาไอซ์ จำนวน 1 ชุด เงินสดจำนวน 2,380 บาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง พร้อมทั้งตรวจยึดรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีเทา หมายเลขทะเบียน สช 4795 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน ไว้เพื่อตรวจสอบ โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

ทั้งนี้พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ ผกก.สภ.ท่าฉัตรไชย ได้กล่าวว่า ในช่วงเวลา 18.00 น.ของวันที่ 26 กรกฎาคม 53 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ปฏิบัติงานประจำด่านตรวจ จากนั้นก็ได้มีรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีเทา หมายเลขทะเบียน สช 4795 กรุงเทพมหานคร ได้ขับมาจากจังหวัดพังงา เพื่อเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ก็ได้เรียกเพื่อทำการตรวจค้นตามปกติ โดยนายเวสารัช นิลจำรัส เป็นผู้ขับขี่ และนายจัด เจ็ดกลาง นั่งอยู่ที่นั่งผู้โดยสารซ้ายมือผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่พบ อุปกรณ์การเสพยาไอซ์ จำนวน 1 ชุด วางอยู่ข้างเบาะนั่งคนขับด้านซ้าย

เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นภายในรถ จากการตรวจค้นทางเจ้าหน้าที่พบยาบ้าบรรจุอยู่ในหลอดกาแฟปิดหัวปิดท้าย จำนวน 5 หลอด รวม 73 เม็ดและยาไอซ์บรรจุอยู่ใน ถุงพลาสติกใสสีขาวชนิดกดปิดเปิดปากถุง จำนวน 1 ถุงน้ำหนักประมาณ 2.85 กรัมใส่อยู่ในถุงพลาสติกหูหิ้วสีส้มซุกซ่อนอยู่ในช่องใต้เบรกมือ

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ตรวจค้นเพิ่มเติมยังพบของกลางยาบ้า บรรจุอยู่ในถุงสีฟ้าชนิดกดปิดเปิดปากถุง จำนวน 9 ถุง ห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาล จำนวน 1 ห่อ ใส่อยู่ในถุงขนมมันฝรั่งทอด รวม 1,753 เม็ดและยาบ้าอยู่ในถุงสีฟ้าชนิดกดปิดเปิดปากถุง จำนวน 30 ถุง ห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาล จำนวน 3 ห่อ ห่อละ 10 ถุง บรรจุอยู่ในกล่องรังนกสีทอง รวม 5,929 เม็ด วางอยู่บนเบาะหลังรถ จึงได้ทำการตรวจยึดเป็นของกลาง และได้แจ้งข้อกล่าวหาให้นายเวสารัชฯ และ นายจัดฯ ทราบว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย จากนั้นก็ได้นำตัวมาทำการสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมทั้งทำการขยายผลว่าผู้ต้องหาจะนำของกลางทั้งหมดไปส่งที่ไหน และให้ใคร

ทั้งนี้จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ นายเวสารัส ให้การรับสารภาพว่า ตนเองต้องคดีที่กำแพงเพชรในข้อหามียาไอซ์ในครอบครอง อยู่ระหว่างประกันตัว ศาลนัดวันที่ 29 กรกฎาคม 53 นอกจากนี้ยาบ้าจำนวน 73 เม็ดและยาไอซ์ นั้นเป็นของตนเองเพื่อเอาไว้เสพ ส่วนยาบ้าที่เหลือนั้นรับจ้างมาส่ง ให้กับผู้ค้าในจังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้นายเวสารัสยังให้การอีกว่า เคยนำยาบ้ามาส่งที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 53 มาครั้งหนึ่งแล้วจำนวน 24,000 เม็ด และครั้งนี้มาส่งในส่วนที่เหลือจากครั้งก่อน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจมีความเข้มงวดเรื่องการตรวจค้นอยู่แล้ว ส่วนนายจัด ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พ.ต.ท.วัชรินทร์ จิรัฐติกาลวิวัฒน์ พนักงานสอบสวน สภ.ท่าฉัตรไชยเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ต้นมะขามอายุ 50 ปี โค่นล้มทับเด็กตาย


เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2553 พ.ต.ท.เสกสรร คมสาคร สารวัตรเวร สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีต้นมะขามอายุกว่า 50 ปี ล้มทับเด็กเสียชีวิต บริเวณถนนสายท่าเรือ – เมืองใหม่ หมู่ที่ 4 บ้านพารา ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งก็ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่ง

บริเวณจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณด้านหน้าบ้านนายสำราญ ปานดำ ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.ป่าคลอก ซึ่งมีต้นมะขามโค่นล้มพาดเต็มถนน ทำให้รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ นอกจากนั้นยังมีเสาไฟฟ้าจำนวน 3 ต้น โค่นล้มลงมาทำให้ไฟฟ้าดับทั้งตำบล และบริเวณโคนต้นมะขามพบศพซึ่งทราบชื่อ คือ เด็กชายศุภกิจ เหล่าม่วง อายุ 11 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/10 หมู่ 2 ต.ป่าคลอกอ.ถลาง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านป่าคลอก ในสภาพศพนอนคว่ำหน้า สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน สวมกางเกงวอร์มขายาวสีดำ สวมรองเท้าแตะ เหนือศีรษะมีรถจักรยาน 1 คัน ถูกต้นมะขามทับจนแขน – ขา – คอหัก โดยชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ได้ใช้เลื่อยตัดกิ่งต้นมะขามที่ทับร่างเด็กออก และมอบศพให้ทางมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต นำส่งแพทย์โรงพยาบาลถลาง เพื่อให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

ทั้งนี้จากการสอบถามชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์บอกทราบว่าก่อนเหตุเหตุผู้ตาย ได้ปั่นจักรยานมาตามถนนสายดังกล่าว โดยมีด.ช.ชยณัฐ ธิบูรณ์บุญ อายุ 13 ปี นั่งซ้อนท้าย เพื่อที่จะไปบ้านเมืองใหม่ ต.เทพกระษัตรี ซึ่งขณะนั้นมีฝนตกลงมาอย่างหนักและลมกระโชกค่อนข้างแรง เมื่อปั่นมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งมีต้นมะขามใหญ่ ด.ช.ชยณัฐ เพื่อนซึ่งนั่งซ้อนท้ายปวดปัสสาวะ และให้ผู้ตายจอดรถจักรยานรออยู่ใต้ต้นมะขามดังกล่าว ระหว่างนั้นลมได้กระโชกมาอย่างแรง และมีฝนตกอย่างหนัก ทำให้ต้นมะขามขนาดใหญ่อายุประมาณ 50 ปี ล้มลงมาทับ ด.ช.ศุภกิจ จนเสียชีวิต และด.ช.ชยณัฐ ได้ไปตามผู้ใหญ่บ้านมาช่วยแต่ปรากฏว่าไม่สามารถช่วยได้

บรรยากาศการทำบุญวันอาสาฬหบูชา


เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 53 ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันอาสาฬหบูชา และในวันรุ่งขึ้นหรือวันที่ 27 กรกฎาคม 53 ก็จะเป็นวันเข้าพรรษา และหลังจากนี้เป็นเวลา 3 เดือน พระจะจำพรรษาอยู่ภายในวัด ไม่ออกเดินทางไปค้างแรมที่ไหน หรือไปค้างแรมได้หากมีความจำเป็นแต่ไม่เกิน 7 วัน เพื่อให้พระได้มีเวลาในการบวชเรียน โดยวันนี้ได้มีประชาชนต่างพร้อมด้วยครอบครัวไปทำบุญที่วัดนอกจากนี้ยังได้มีการนำเทียนพรรษาและหลอดไฟฟ้าถวายวัดเนื่องในวันเข้าพรรษากันเป็นจำนวนมาก

โดยเฉพาะบรรยากาศที่วัดพิทักษ์สมณกิจ ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นวัดป่าแห่งเดียวของจังหวัดภูเก็ตที่ไม่ใช้ไฟฟ้า ถูกปกคลุม ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่หลายร้อยต้น และบริเวณโดยรอบโคนต้นไม้แต่ละต้นทางพระลูกวัด เด็กวัด รวมถึงชาวบ้านที่คอยช่วยเหลือทางวัด ได้นำเทียนพรรษาที่ประชาชนนำมาถวายกับทางวัดไปปักไว้โดยรอบจนเต็มพื้นที่วัด ซึ่งมีความสวยงามอย่างยิ่ง

ทั้งนี้เทียนพรรษาดังกล่าวที่ถูกนำไปวางไว้โดยรอบบริเวณวัดนั้นเพื่อให้ทางวัดนำไปใช้ในการให้แสงสว่างแก่พื้นที่วัดโดยรอบ และเพื่อให้แสงสว่างแก่พี่น้องประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมทำบุญเวียนเทียนกับทางวัดในค่ำวันนี้

นอกจากนี้ที่บริเวณเขานาคเกิด ต.ฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต ก็ได้มีประชาชนทั้งชาว และแรงงานต่างด้าว ได้ขึ้นไปสักการบูชา พระพุทธมงคลเอกนาคคีรี หรือพระใหญ่กันเป็นจำนวนด้วยเช่นกัน



วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เรือประมงชนเรือบรรทุกทรายจม

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2553 ร.ต.ต.จีระยุทธ์ อ่อนทอง รองสารวัตรตำรวจน้ำภูเก็ต พร้อมเจ้าหน้าที่ได้นำเรือศูนย์ปราบปรามน้ำมันเถื่อนตำรวจน้ำภูเก็ต ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เรือประมงชนเรือบรรทุก เหตุเกิดที่บริเวณห่างจากเกาะตะเภาน้อย ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2 ไมล์ทะเล พร้อมทั้งให้เรือประมงช่วยกันลากเรือออกจากร่องน้ำเดินเรือดังกล่าว

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น.ของวันที่ 24 กรกฎาคม 53 ทางเจ้าหน้าที่กองบังคับการ 8 ตน.ภูเก็ต ได้รับแจ้งว่า เรือประมงอวนลาก ชื่อ สีทองแพ ชนกับท้ายเรือเหล็กบรรทุกทราย ชื่อ กันตังลำเลียง 6 ซึ่งจอดอยู่ ส่งผลให้เรือสีทองแพ จมลงทะเลเหลือเพียงส่วนหัวเรือที่โผล่พ้นน้ำโดยทางไต๋กงเรือนำเชือกผูกไว้กับเรือในบริเวณใกล้เคียง ส่วนลูกเรือซึ่งมีอยู่ประมาณ 20 คน มีเรือประมงอีกลำที่แล่นคู่กันมาได้ช่วยไว้ได้ทันและปลอดภัยทั้งหมด

ร.ต.ต.จีระยุทธ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบและสอบถามผู้อยู่ในเหตุการณ์ ทราบว่าเรือสีทองแพได้ชนเข้าที่บริเวณกราบด้านซ้ายของท้ายเรือกันตังลำเลียง 6 โดยขณะเกิดเหตุเรือกันตังลำเลียงทอดสมอเปิดไฟกระพริบอยู่ที่บริเวณท้ายเรือแต่เป็นไฟดวงเล็กมาก ทำให้เรือประมงอวนลากที่แล่นเข้ามามองไม่เห็น ส่วนของลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนจากไต้ก๋งเรือทั้งสองลำเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

ทางด้าน ไต้ก๋งเรือสีทองแพ ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เรือสีทองแพเป็นเรือหาปลามาจากจังหวัดระนอง ขณะที่กำลังแล่นตีคู่มากับเรืออีกลำ และเมื่อผ่านจุดดังกล่าวซึ่งเป็นร่องน้ำเดินเรือ ปรากฏว่ามีเรือเหล็กบรรทุกทรายจอดทอดสมออยู่ แต่ตนมองไม่เห็น เนื่องจากแสงไฟสีแดงที่เรือบรรทุกทรายเปิดเป็นสัญญาเตือนนั้นสังเกตเห็นได้ยาก จึงชนกับท้ายเรือเหล็กลำดังกล่าว ทำให้ส่วนหัวเรือเสียหาย น้ำทะลักเข้าตัวเรือ ตนพร้อมลูกเรือได้พยายามกู้เรือไว้ แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากเรือเริ่มจมลงทะเลจึงได้สละเรือไปขึ้นเรืออีกลำที่แล่นมาคู่กัน แต่ยังมีส่วนหัวเรือโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ ตนและลูกเรือได้ใช้เชือกผูกหัวเรือที่โผล่พยุงไว้ไม่ให้จม เพื่อรอการกู้เรือต่อไป ส่วนค่าความเสียหายยังไม่ประเมินได้แต่คาดว่าหลักหลายล้านบาท ทั้งนี้ต้องรอเถ้าแก่เจ้าของเรือมาจัดการต่อไป