จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ซ้อมแผนหนีภัยสึนามิกลางคืนครั้งแรก


เมื่อคืนของวันที่ 14 ธันวาคม 2553 ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36 ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกซ้อมแผนการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยสึนามิบริเวณชายหาดกมลา ครั้งที่ 1/2553 โดยมีนายสันติ์ จันทรวงษ์ ปภ.จังหวัดภูเก็ต นายศิริพัฒ พัฒกุล นายอำเภอกะทู้ พ.ต.อ.พีระยุทธ์ การะเจดีย์ รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต นายจุฑา ดุมลักษณ์ นายกอบต.กมลา นายมาโนช พันธ์ฉลาด นายกอบต.เชิงทะเล หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานเกี่ยวข้อง ร่วมสังเกตุการณ์การฝึกซ้อม โดยมีนักเรียน ประชาชน พนักงานสถานประกอบการในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวร่วมการฝึกซ้อม

โดยได้มีการสมมติสถานการณ์ว่า เวลา 20.00 น.วันที่ 14 ธ.ค. 2553 เกิดแผ่นดินไหวบริเวณหมู่เกาะนิโคบา 9.0 ริกเตอร์ ลึกจากเปลือกโลก 10 กม.ห่างจากเกาะภูเก็ต ประมาณ 600 กม.และอาจจะทำให้เกิดคลื่นสึนามิ โดยทางเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยภูเก็ตได้รับวิทยุด่วนที่สุด จากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ว่า เวลา 20.10 น.เกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ริกเตอร์ ซึ่งคาดว่าคลื่นสึนามิจะเข้าสู่พื้นที่กมลา ประมาณ 21.00 ให้รีบทำการแจ้งท้องถิ่นเพื่อทำการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่โดยด่วน หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ อบต.กมลา ได้รับทราบ ทางด้าน นายก อบต.กมลาได้สั่งการให้นำรถประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบและอพยพไปที่ปลอดภัย ณ อาคารอเนกประสงค์ในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36 (สมมุติว่าสูงที่สุดในบริเวณนี้)

ในระหว่างอพยพประชาชน/นักเรียน เกิดอุบัติเหตุรถชนกันที่หน้าโรงเรียนฯ มีผู้บาดเจ็บ ทางหัวหน้าป้องกันฯ แจ้งหน่วยกู้ภัยกมลา และแจ้งตำรวจกมลาอำนวยความสะดวกจราจร และประเมินสถานการณ์ พร้อมแจ้งนายก อบต.กมลา เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยทาง นายก อบต.กมลาพร้อมเจ้าหน้าที่ได้มาพร้อมยังจุดรวมพล และตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจขึ้น และแจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือหลังเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ

นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์แผ่นดินไหวได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ประกอบกับจังหวัดภูเก็ตมีระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าจากคลื่นสึนามิ โดยมีนโยบายให้ท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ทำการฝึกซ้อมแผนอพยพฯ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ทางจังหวัดจึงเห็นควรให้มีการจัดการฝึกซ้อมอพยพหลบภัยสึนามิในพื้นที่ อบต.กมลา เพื่อเตรียมความพร้อมของกองอำนวยการจังหวัดภูเก็ต ในการลดผลกระทบของสึนามิ ตลอดทั้งการอพยพประชาชน โดยบูรณาการฝึกซ้อมฯ กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน

นายวีระวัฒน์ กล่าวภายหลังการฝึกซ้อมฯ ว่า การฝึกซ้อมครั้งนี้อาจจะไม่สมบูรณ์นัก เพราะว่าเป็นเหตุการณ์สมมุติ หลังจากนี้แต่ละหน่วย และแต่ละชุดที่มาร่วมฝึกซ้อมกันในวันนี้กลับไปประชุมว่ามีข้อบกพร่องว่ามีข้อบกพร่องอะไรบ้างที่จะต้องกลับไปปรับปรุงเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นจริง เพื่อไปปรับแผนเพิ่มเติมข้อที่ไม่สมบูรณ์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเพื่อลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจริงให้น้อยที่สุดโดยเน้นที่ชีวิตของคนเป็นอันดับหนึ่ง การสูญเสียทรัพย์สินถือเป็นเรื่องรอง

"การฝึกซ้อมแผนครั้งนี้ในสายตาของนักท่องเที่ยว และประชาชนเขาต้องการความมั่นใจ คนเหล่านี้เขาไม่กลัวเรื่องอันตราย แต่เขาอยากจะรู้ว่าเรามีการเตรียมการป้องกันอย่างไรบ้าง ซึ่งเชื่อว่าการฝึกซ้อมครั้งนี้จะสามารถสร้างความมั่นใจให้เขาได้ในระดับหนึ่ง"

เจ้าของเรือต่างเร่งกู้เรือที่ถูกคลืนซัดมาเกยตื้น


จากกรณีที่เรือใบที่ถูกพายุซัดถล่มจนได้รับความเสียหายจำนวน 12 ลำ ระหว่างการแข่งขันเรือใบคิงส์คัพรีกัสต้า ครั้งที่ 24 ที่หาดกะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าของ และคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ได้มีการนำรถเครนและนำรถแบ็คโฮมาลากเรือใบที่เกยตื้นขึ้นมาจอดเทียบท่าบนฝั่งเพื่อรอการซ่อมแซม ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น

ความคืบเมื่อเช้าวันที่ 14 ธันวาคม 53 ทางเจ้าของเรือใบชื่อ “SUDA SAKORN TOO” (เรือสุดสาคร 2) ได้ว่าจ้างเรือขนาดใหญ่มาลากเรือใบดังกล่าวออกจากฝั่ง ซึ่งการลากเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องขอความช่วยเรือจากรถเครนของบริษัทภูเก็ตกฤษติชัย การโยธา ให้ยกเรือลำดังกล่าวลงไปในทะเล แล้วให้เรือลากออกไป ต้องใช้เวลานานประมาณ 3 ชั่วโมง ก็สามารถนำเรือสุดสาคารออกไปกลางทะเลได้

จากนั้นเจ้าของเรือชื่อเรือ MISS SAIGON ซึ่งเป็นเรือที่ชนะเลิศการเข้าร่วมการแข่งขันเรือใบคิงส์คัพรีกัสต้าครั้งนี้ ได้นำเรือที่จอดอยู่บนชายฝั่งลงกลางทะเล เพื่อนำออกไปขึ้นคานที่ท่าเทียบเรือโบ๊ท ลากูน ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งได้รับความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวที่นอนอาบแดดมาช่วยกันลากลากเรือลำดังกล่าวลงทะเลจำนวนมาก สร้างความประทับใจจากนักท่องเที่ยวและประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวอย่างมาก ซึ่งคาดว่าการกู้ซากเรือใบที่ยังเกยตื้นอยู่หน้าหาดยังเหลืออีก 2 ลำ คาดว่า คาดว่าจะกู้ได้แล้วเสร็จในวันที่ 16 พ.ย.นี้


ภูเก็ต มอบทุนการศึกษามูลนิธิคุณพุ่ม


เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2553 ที่ ศาลาประชาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต อ.เมือง ภูเก็ต นายสมเกียรติ สังขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีมอบทุนสนับสนุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการในมูลนิธิคุณพุ่ม ประจำปี 2553 โดยมี นายศิริพัฒ พัฒกุล นายอำเภอเมืองกะทู้ นางวนิดา สุรบรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดภูเก็ต นายไสว พรหมจินดา นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ ครูในสังกัดศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดภูเก็ต และผู้ปกครอง เข้าร่วม

นางวนิดา กล่าวว่า สืบเนื่องจาก ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ทรงมีพระเมตตาประทานทุนให้เด็กพิการซึ่งมีฐานะยากจนทั่วประเทศ โดยทรงเสด็จประทานทุนด้วยพระองค์เอง ให้กับเด็กพิการในเขตกรุงเทพมหานคร ในส่วนของต่างจังหวัด มูลนิธิคุณพุ่มได้ขอความอนุเคราะห์จากผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นตัวแทนพระองค์ในการมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กพิการในจังหวัดนั้นๆ เข้ารับประทานทุนมูลนิธิคุณพุ่มจากพระรูป ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี โดยในจังหวัดภูเก็ตมีเด็กที่เข้ารับทุน จำนวน 119 ทุน ทุนละ 5,000 บาท

ทางด้านนายสมเกียรติ สังขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้อัญเชิญพระดำรัส ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน ราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานมูลนิธิคุณพุ่ม มายังผู้รับทุนทุกท่านบางส่วนดังนี้ ขอแสดงดีใจกับผู้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิคุณพุ่ม ประจำปี 2553 ขอให้นำทุนที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับบุตรหลานที่มีความต้องการพิเศษของท่าน เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาศักยภาพและสามารถช่วยตนเองได้ ซึ่งทุนการศึกษาจะแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองได้ในระดับหนึ่ง เด็กพิการจะมีศักยภาพ และช่วยตนเองได้มากน้อยเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับพ่อแม่ ผู้ปกครอง ขอให้ทุกท่านมีความอดทน มุ่งมั่น ในการพัฒนาบุตรหลานเพื่อให้มีศักยภาพ และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สสจ.ภูเก็ตป้องกันการเกิดโรคลีเจียนแนร์


เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2553 ที่ห้องประชุมแววราไวย์ โรงแรมเมโทรโพลภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การมีส่วนร่วมของภาครัฐและเอกชนเพื่อการจัดการโรคลีเจียนแนร์ในพื้นที่ท่องเที่ยว จังหวัดภูเก็ต เป็นหนึ่งในกิจกรรมตามโครงการยกระดับมาตรฐานการบริการเฝ้าระวังและคุ้มครองความปลอดภัยด้านสุขภาพกลุ่มจังหวัดอันดามัน มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งเอเชีย ภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง กลุ่มจังหวัดอันดามัน ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตจัดขึ้น โดยมีนายแพทย์วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จังหวัดภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว หน่วยงานสาธารณสุข และภาคประชาชน เพื่อเร่งรัดดำเนินการตามเกณฑ์มาตรฐานโรงแรมน่าอยู่ น่าพักของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และดำเนินการเฝ้าระวังโรคลีเจียนแนร์ตามแนวทางของสหภาพยุโรปต่อไป

นายแพทย์วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ สสจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ตามที่ประเทศในสหภาพยุโรปมีเครือข่ายเฝ้าระวังและควบคุมโรคลีเจียนแนร์ (European Legionnaires’ Disease Surveillance Network : ELDSNet) หรือโรคปอดบวมชนิดหนึ่งที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในระบบน้ำร้อนและน้ำอุ่น ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 35 ชาติรวมอิสราเอล มีการแจ้งเตือนภัยให้ประเทศต่างๆ ในสหภาพยุโรปทราบ กรณีมีรายงานผู้ป่วยโรคลีเจียนแนร์ เนื่องจากเป็นโรคที่สัมพันธ์กับการท่องเที่ยว ผลกระทบที่ตามมาอาจทำความเสียหายให้แก่ประเทศที่เกิดเหตุได้ เช่น ระงับ ยกเลิก หรือเปลี่ยนเส้นทางของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่จะไปยังประเทศที่มีการติดเชื้อ และอาจมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศนั้นๆ สำหรับจังหวัดภูเก็ตเคยมีรายงานมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศมาพักที่โรงแรมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต แล้วกลับไปป่วยด้วยโรคลีเจียนแนร์เกือบทุกปี

จากสถานการณ์ดังกล่าวเมื่อมีรายงานผู้ป่วยเข้าพักที่โรงแรมเกิดเหตุในจังหวัดภูเก็ต สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จะแจ้งมายังสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เพื่อดำเนินการสอบสวนควบคุมโรค ซึ่งจะดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้แก่ โรงพยาบาลประจำอำเภอ สำนักงานสาธารณสุขประจำอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ทั้งนี้เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับธุรกิจการท่องเที่ยว และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตต่อไป นายแพทย์วิวัฒน์กล่าว

อย่างไรก็ตามในภาคพื้นยุโรป ผู้ติดเชื้อโรคลีเจียนแนร์จะได้รับค่าสินไหมทดแทน จำนวน 21,000 ยูโร หรือมากกว่าหนึ่งล้านบาทจากโรงแรม และโดยทั่วไปเนื่องจากโรคมีความรุนแรงสูง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้สูบบุหรี่ทำให้ไม่มีภูมิต้านทานมากพอมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย ส่งผลให้สาธารณชนให้ความสนใจมาก จึงทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจของโรงแรมที่แพร่เชื้อ หากโรงแรมได้ให้ความสำคัญและดำเนินการด้านมาตรฐานโรงแรมน่าอยู่น่าพักของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และดำเนินการเฝ้าระวังโรคลีเจียนแนร์ตามแนวทางของสหภาพยุโรป ซึ่งก็จะทำให้ลดความเสี่ยงในการเป็นแหล่งแพร่โรคได้ นายแพทย์วิวัฒน์กล่าวในที่สุด

วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ตร.ฉลองรวบนักค้ากัญชาและชาวต่างชาติเสพ


เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 53 ที่ห้องประชุมสภ.ฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต พ.ต.อ.วิชิต อินทรศร ผกก.สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.ท.จรัล บางประเสริฐ สว.สส.แถลงข่าวการจับกุมนายอมรศักดิ์ (หรือบ่าว )กาลกู อายุ 19 ปี ชาวจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยของกลางกัญชาแห้งอัดแท่ง 1 กิโลกรัม ในข้อหามีสารเสพติดให้โทษประเภท 5(กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายต่อไป นายนิโก้ เบิร์กแมน อายุ 33 ปี สัญชาติเยอรมัน อาชีพช่างถ่ายภาพนิตยสารแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมัน พร้อมด้วยของกลางกัญชาแห้ง 1 ห่อเล็ก น้ำหนัก 0.05 กรัม จึงดำเนินคดีในข้อหามีสารเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา)ไว้ในครอบครองเพื่อเสพ และเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อไป

พ.ต.อ.วิชิต อินทรศร ผกก.กล่าวว่า ในการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกระดมกวาดล้างยาเสพติดทุกชนิดที่ระบาดอยู่ในพื้นที่ ซึ่งทราบว่านายอมรศักดิ์ หรือบ่าว กาลกู อายุ 19 ปี เป็นผู้ค้ากัญชาให้แก่วัยรุ่นในตำบลราไวย์และใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงทำการล่อซื้อได้ของกลางกัญชาแห้งอัดแท่ง 1 กิโลกรัม โดยสารภาพว่าได้จำหน่ายยาบ้าให้แก่วัยรุ่นจริง นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจสามารถจับกุมนายนีโก้ เบริ์กแมน อายุ 33 ปี สัญชาติเยอรมัน ได้ของกลางกัญชาแห้งอัดแท่ง 1 ห่อเล็ก น้ำหนัก 0.05 กรัม และจากการตรวจสอบพบว่าใบอนุญาตวีซ่าขาด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวดำเนินคดีดังกล่าว

เร่งกู้เรือใบที่ถูกซัดมาเกยหาด



เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 13 ธันวาคม 53 เจ้าของเรือใบชื่อเรือ “ICHI BAN”และเรือใบชื่อเรือ “SEA BEES” ได้ว่าจ้างรถเครนขนาดใหญ่และรถแบ็คโฮ ของบริษัทภูเก็ตกฤษติชัย การโยธา มายกเรือใบออกจากชายหาดหลังจากถูกพายุถล่มจนได้รับความเสียหาย ซึ่งพนักงานของบริษัทดังกล่าวได้นำเชือกผูกกับตัวเรือใบแล้วดึงขึ้นมาจากทะเล จากนั้นก็ได้ให้รถแบ็คโฮขุดหลุมขนาดใหญ่เพื่อเป็นฐานวางตัวเรือใบ ซึ่งแต่ละลำใช้เวลากู้ประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งวันนี้สามารถก็ขึ้นมาวางไว้หน้าหาดเพื่อรอการซ่อมจำนวน 2 ลำ ท่ามกลางการลุ้นระทึกของนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำทะเลหาดดังกล่าว


นายกฤษติชัย นพรัตน์ กล่าวว่า ในการกู้เรือครั้งนี้นั้นเจ้าของเรือได้ติดต่อเครนของบริษัทให้มายกเรือใบขึ้นจากชายทะเลแล้วนำไปวางไว้ที่หน้าหาด เพื่อรอให้เจ้าของนำไปซ่อมต่อไป ซึ่งการกู้เรือใบที่ถูกคลื่นซัดเสียหายและล่มใกล้ชายหาดในวันนี้สามารถก็กู้ได้ 2 ลำและเตรียมกู้ต่ออีก 3 ลำที่ยังเกยตื้นอยู่ริมชายหาด ซึ่งการทำงานครั้งนี้นั้นไม่ได้มีปัญหาอุปสรรค์แต่อย่างใด มีเพียงแต่ต้องรอขณะน้ำลดจึงสามารถกู้เรือได้ ซึ่งเรือใบที่เหลืออีก 3 ลำ นั้นจะสามารถเดินหน้ากู้ต่อได้ในค่ำนี้ เนื่องจากเป็นช่วงน้ำลงและคาดว่าจะกู้ได้เสร็จในเร็ววันนี้

กู้เรือใบราชนาวี1 ถูกคลื่นซัดเกยตื้นสำเร็จ


เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 53 ที่บริเวณชายหาดกะตะ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ทหารเรือจากทัพเรือภาคที่ 3 และเจ้าหน้าที่กว่า 50 นาย พร้อมเรือหลวงมันนอก ช่วยกันผูกเชือกกับเรือราชนาวี 1 ซึ่งเข้าร่วมการแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า ครั้งที่ 24 และถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยตื้นบริเวณชายหาดกะตะ อ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการแข่งขัน เนื่องจากเกิดพายุเฉพาะถิ่นพัดถล่ม เพื่อนำกลับลงทะเล โดยใช้เวลาดำเนินการประมาณ 24 ชั่วโมง ทั้งนี้นอกจากเรือราชนาวี 1 แล้ว บริเวณแนวชายหาดกะตะยังมีเรือใบอื่นๆ ที่ถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยตื้นบนชายฝั่งอีกจำนวน 9 ลำ ซึ่งในระหว่างการกู้เรือกลับลงทะเลได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่อยู่บริเวณชายหาดเป็นอย่างมาก

พล.ร.ต.กาณฑ์ ชาตเสนีย์ หัวหน้าทีมเรือใบราชนาวีไทย เล่าให้ฟังว่า เหตุที่เรือมาเกยตื้นบริเวณชายหาด เนื่องจากเกิดพายุเฉพาะถิ่นอย่างรวดเร็วเมื่อคืนวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา และได้พัดเอาเรือที่ทอดสมออยู่นอกชายฝั่งเข้ามาเกยตื้นบริเวณชายหาดรวมแล้วประมาณ 14 ลำ เบื้องต้นสามารถนำเรือออกจากชายหาดไปได้แล้วประมาณ 6 ลำ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ในการกู้เรือต้องตรวจสอบสภาพน้ำทะเลด้วย หากน้ำทะเลขึ้นถึงชายหาดก็จะใช้วิธีการผูกเชือกแล้วลากกลับลงไปในทะเล แต่หากน้ำทะเลขึ้นไม่ถึงก็ต้องใช้เครนมาช่วยยก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นกับทางเจ้าของเรือด้วยว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งในส่วนของทหารเรือพร้อมที่จะสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเรือทั้งหมดนั้นยังไม่สามารถบอกตัวเลขที่แน่นอนได้ เนื่องจากเรือบางลำเสียหายทั้งหมด ขณะที่บางลำก็เสียหายบางส่วนและเล็กน้อย แต่เบื้องต้นคาดว่ารวมมูลค่าความเสียหายครั้งนี้ไม่น่าจะต่ำกว่า 30 ล้านบาท

ปภ.ภูเก็ตเผยยังไม่ทราบสาเหตุคลื่นลมแรง


นายสันติ์ จันทรวงษ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงกรณีที่เกิดคลื่นลมแรงสูง 2 – 3 เมตร และมีฝนตกหนักต่อเนื่องมาเป็นเวลา 1 – 2 วันในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งส่งผลกระทบต่อการแข่งขันเรือใบภูเก็ตคิงห์คัพรีกัตต้า ครั้งที่ 24 เนื่องจากมีเรือจำนวนหนึ่งได้รับความเสียหายจากคลื่นลมแรงดังกล่าว และทำให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันต้องประกาศยกเลิกพิธีสวนสนามทางทะเล เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสพระชนมพรรษาครบ 83 พรรษา เมื่อวานนี้ (11ธ.ค.) ว่า จากการตรวจสอบไปยังศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตกในช่วง 2-3 วันนี้ก็ไม่มีการประกาศเตือนในเรื่องของคลื่นลมแรงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตแต่อย่างใด ส่วนเหตุการณ์คลื่นลมแรงที่เกิดขึ้นนั้นขณะอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลที่ชัดเจน เบื้องต้นสันนิษฐานว่า เกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวน เพราะระยะนี้ภูเก็ตผ่านพ้นช่วงฤดูมรสุมไปแล้ว รวมทั้งอาจจะเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน

อย่างไรก็ตามนายสันติ์ ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากความเสียหายของเรือใบที่ถูกคลื่นซัดเกยฝั่งแล้ว ทราบว่ายังมีนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำและเสียชีวิตที่บริเวณชายหาดกะรน ซึ่งในส่วนการเฝ้าระวังดูแลบริเวณชายหาดก็จะมีเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้เมื่อมีคลื่นลมแรงก็จะมีการปักธงแดงเพื่อเป็นการเตือนให้ทราบว่าอันตราย แต่ปรากฏว่านักท่องเที่ยวไม่เชื่อฟังและมักจะฝ่าฝืนลงเล่นน้ำตลอด ซึ่งก็ยังไม่มีมาตรการเด็ดขาดนอกจากการขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการและมัคคุเทศก์ในการแจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบ ประกอบกับนักท่องเที่ยวบางรายเมื่อเดินทางมาแล้วก็มักต้องการเล่นน้ำทะเล เนื่องจากมีระยะเวลาพักไม่นานจึงมักไม่สนใจคำเตือน ประกอบกับไม่มีบทลงโทษ จึงทำให้ไม่เกิดความเกรงกลัว ที่ผ่านมาหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งภาครัฐและเอกชนพยายามหาแนวทางการแก้ปัญหามาโดยตลอด

นทท.รัสเซียไม่สนธงแดงลงเล่นน้ำดับ


เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 53 พ.ต.ท.บุญเลิศ อ่อนกลาง สารวัตรเวรสภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งว่ามีนักท่องเที่ยวจมน้ำเสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดที่บริเวณหาดกะรน ถนนเลียบชายหาดกะรน ตรงข้ามโรงแรมถาวรปาล์มบีช ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังจากได้รับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.พาชัย มัธยันต์ สวป.เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยตำบลกะรน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย

ที่เกิดเหตุเป็นชายหาดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดภูเก็ต บริเวณชายหาดเห็นธงแดงปักอยู่ตลอดแนวชายหาดกว่า 3 กิโลเมตร และมีป้ายเตือนนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำ โดยมีคลื่นสูงกว่า 2 เมตร เจ้าหน้าที่บีชการ์ดคอยยืนเป่านกหวีดและประกาศเตือนนักท่องเที่ยวผ่านทางโทรโข่ง เพื่อห้ามไม่ให้ลงเล่นน้ำทะเลเนื่องจากคลื่นลมแรงอย่างมาก ซึ่งเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายต่อชีวิตได้ แต่พบว่านักท่องเที่ยวบางรายยังดื้อไม่ยอมเชื่อฟังคำเตือนของเจ้าหน้าที่ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึง ที่บริเวณชายหาดพบศพ นางอีรีน่า บ็อบโรว่า อายุ 64 ปี สัญชาติ รัสเซีย สภาพศพนอนหงาย สวมชุดว่ายน้ำ สีแดง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงนำศพชันสูตรที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตต่อไป

ทั้งนี้จากการสอบถามก็ทราบว่า นางอีริน่า พักอยู่ที่โรงแรมถาวรปาล์ม บีช ห้อง 1126 กับ นายนิโคเลย์ บ็อบโรฟ อายุ 64 ปี ชาวรัสเซีย (สามี) โดยเข้ามาพักตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.นี้ และ มีกำหนดเดินทางกลับวันที่ 14 ธ.ค.นี้ ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพร้อมสามีได้เดินทางมาจากโรงแรมดังกล่าว ซึ่งอยู่ตรงข้ามชายหาด เพื่อลงเล่นน้ำทะเล ท่ามกลางกระแสคลื่นสูงกว่า 2 เมตร โดยที่สามีผู้ตายยืนอยู่บนชายหาดและคอยดูภรรยาอยู่อย่างใกล้ชิง ขณะนั้นเองได้มีคลื่นลูกใหญ่สูงกว่า 2 เมตร ซัดเข้าฝั่ง 2 ลูกซ้อน ซัดพาร่างของผู้ตายออกไปกลางทะเล ต่อหน้าต่อตาสามี จากนั้นนายนิโคเลย์ บ๊อบโรฟ สามี ว่ายน้ำไปช่วยเหลือร่างภรรยากลับขึ้นมาชายฝั่งได้แต่นายอีรีน่า บ๊อบโรฟ ภรรยาได้เสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสอบดังกล่าว

จับ 2 คนงานขนยาบ้า ยาไอซ์ ผ่านด่านไม่พ้น


เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 53 ที่สภ.ท่าฉัตรไชย ต.ไม้ขาว อ.ถลาง ภูเก็ต พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ ผกก.สภ.ท่าฉัตรไชย ร.ต.อ.ณรงค์ บัวคง รอง สวป. ด.ต.ธงชัย กรีรัตน์ ส.ต.อ.ณัฐดนัย รุ่งเรือง ส.ต.ท.สุรินทร์ บัวทอง ส.ต.ต.นพรัตน์ เจริญรัตนาสกุล ส.ต.ต.อนุพงษ์ นาคมุสิก ตำรวจประจำด่านตรวจ ได้แถลงข่าวการจับกุม นายฉัตรชัย ชุมพล อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 ถ.วัดนา อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา และนายกฤษณะ มั่นคง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 ถ.วัดนา อ.ตะกั่วป่า พังงา พร้อมด้วบของกลางยาไอซ์ 3 ถุง น้ำหนัก 2.9 กรัม และยาบ้าจำนวน 546 เม็ด ขณะผ่านด่านตรวจภูเก็ต

สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจ ได้เรียกตรวจรถยนต์โดยสารสายภูเก็ต – กรุงเทพ เพื่อตรวจสอบตามปกติ เมื่อเจ้าหน้าที่ขึ้นไปสังเกตการณ์บนรถนั้น ได้พบ นายฉัตรชัยฯและนายกฤษณะฯ ที่นั่งมาด้วย มีกริยาลุกลี้ลุกลน จึงได้ทำการตรวจค้นตัว แต่ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย เมื่อตรวจค้นกระเป๋าใส่เสื้อผ้าที่ทั้งคู่ซุกไว้ที่ใต้ที่นั่ง พบยาบ้าจำนวน 546 เม็ด ซุกซ่อนอยู่โดยใส่ถุงพลาสติกแล้วใส่กระเป๋าใบเล็กแบบมีซิปรูดอีกทีหนึ่งและพบยาไอซ์อีกสามถุง น้ำหนัก 2.9 กรัม ใส่ในกระเป๋าใบเล็กอีกใบหนึ่งพร้อมอุปกรณ์การเสพอีก 1 ชุด เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้

ทั้งนี้จากการสอบสวน นายฉัตรชัยฯและนายกฤษณะฯ ทราบว่า ยาบ้าและยาไอซ์ทั้งหมดเป็นของพวกตน ได้ซื้อมาจากกรุงเทพ เพื่อไว้เสพและส่วนหนึ่งจะนำไปจำหน่ายเพื่อนๆ คนงานก่อสร้างที่ตนทำงานอยู่ด้วยบริเวณถนนสายบายพาสในจังหวัดภูเก็ต เพื่อหาทุนไปซื้อมาเสพและมาแบ่งจำหน่ายต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว ส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดี

พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ ผกก.สภ.ท่าฉัตรไชย ยังกล่าวอีกว่า ในรอบพฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมาจับกุมได้ 25 ราย ได้ของกลางและตรวจยึดทรัพย์สินได้เป็นจำนวนมากนับร้อยรายการ ของกลางมีมูลค่านับล้านบาท ส่วนของกลางที่จับได้มีทั้งกัญชาแห้ง ยาบ้า ยาไอซ์ โดยส่วนใหญ่จะเป็นยาไอซ์ และพืชกระท่อมซึ่งจะลักลอบนำผ่านด่านตรวจครั้งละ 5 – 10 กิโลกรัม ซึ่งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่อง ต่อไป