จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

รอง ผบ.ตร.มอบนโยบายตำรวจภูเก็ต


เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต (ภ.จว.ภูเก็ต) พล.ต.อ.วุฒิ พัวเวส รองผบ.ตร.(มค.1) พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรต่างๆ ในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมกันนี้ยังได้มอบเงินบำรุงขวัญให้กับข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสังกัด ภ.จว.ภูเก็ต จำนวน 5 นายด้วย โดยมี พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรต่างๆ ในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วม

ทั้งนี้พล.ต.อ.วุฒิ กล่าวว่า ในเรื่องการเยี่ยวยาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่นั้นนอกจากการได้รับเงินช่วยเหลือในส่วนของทางราชการตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้วในส่วนของทางตำรวจก็จะต้องช่วยเหลือกันเองด้วย ซึ่งได้มีการจัดทำกองทุนด้วยรักและห่วงใยข้าราชการตำรวจและครอบครัว ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่เมื่อปี 2550 โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้มีการมอบทุนการศึกษาให้แก่ทายาทของข้าราชการตำรวจ ได้มีการเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ และผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบอื่นๆ ทั้งยังได้มอบเงินสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่ และการทำสาธารณะประโยชน์อื่นๆด้วย

อย่างไรก็ตามนอกจากการให้ความสำคัญในเรื่องการเยียวยาข้าราชการตำรวจและครอบครับที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่แล้ว อยากเน้นย้ำในเรื่องของการจัดกิจกรรมเพื่อปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ เพื่อลดปัญหาความแตกแยกที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งในส่วนของต่างจังหวัดนั้นจะมีทางตำรวจสันติบาลเป็นหน่วยงานดำเนินการ สิ่งเน้นย้ำในการจัดกิจกรรมต่างๆ นั้นจะต้องจัดหาวิทยากรที่มีความน่าเชื่อถือ มีความรู้ความสามารถในการนำเสนอ และมีปฎิภาณไหวพริบเพื่อให้เกิดจิตสำนึกในการปกป้องสถานบันอย่างแท้จริง


สสจ.ภูเก็ตร่วมทน.ภูเก็ตสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า


เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 54 ที่บริเวณภายในตลาดสดเทศบาลนครภูเก็ต นพ.ศักดิ์ แท่นชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต และคณะกรรมการตลาดสดเทศบาล 1 ได้ออกตรวจพร้อมทั้งเก็บตัวอย่างผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ เพื่อนำมาให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเก็บตรวจวิเคราะห์หาสารปนเปื้อน 6 ชนิด พร้อมกันนี้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ยังได้มอบป้ายตลาดสดหน้าซื้อ ให้กับเทศบาลนครภูเก็ต เพื่อนำไปมอบให้กับคณะกรรมการตลาดสดต่อไป

ทั้งนี้นายแพทย์ ศักดิ์ แท่นชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวว่า ด้วยในช่วงนี้ใกล้เทศกาลตรุษจีน ได้มีพี่น้องชาวจีนเชื้อสายไทย ได้ออกมาจับจ่ายซื้อผัก ผลไม้ พร้อมทั้งเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ ไปประกอบพิธีในช่วงตรุษจีน ประกอบกับนโยบายของทางรัฐบาลที่กำหนดเป้าหมายว่า อาหารที่ผลิตต้องมีความปลอดภัยตั้งแต่การผลิตในฟาร์ม การขนส่ง การขายหรือการกระจาย รวมทั้งการปรุงจำหน่าย และสุดท้ายผู้บริโภคจะต้องได้รับอาหารที่ปลอดภัย ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต จึงได้ร่วมกับเทศบาลนครภูเก็ต ออกสุ่มตัวอย่าง ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพ่อค้า แม่ค้า แผงต่างๆ ในการนำผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเก็บตรวจวิเคราะห์หาสารปนเปื้อน 6 ชนิด ประกอบด้วย บอแรกซ์ ฟอร์มาลีน สารกันรา สารฟอกขาว สารเร่งเนื้อแดง และยาฆ่าแมลง

นายแพทย์ศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาทางสสจ.ภูเก็ต ได้มีการเฝ้าระวังในด้านอาหารปลอดภัยของอาหารสด ซึ่งในจังหวัดภูเก็ตมีตลาดสดประมาณ 10 แห่ง และได้ผลักดันให้ผ่านเกณฑ์ตลาดสดน่าซื้อทั้งหมด โดยผ่านในระดับดีจำนวน 7 แห่ง และระดับดีมากจำนวน 3 แห่ง นอกจากนี้จากการสุ่มตัวอย่างอาหารจากตลาดประเภทต่างๆ และจากร้านค้าในชุมชนรวมจำนวนทั้งสิ้น 1,287 ตัวอย่าง พบสารปนเปื้อนเพียง 27 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 3.91 และสารปนเปื้อนที่พบเกือบทั้งหมดจะเป็นยาฆ่าแมลงในผักที่ผลิตจากภายนอกจังหวัด ซึ่งก็ได้ดำเนินการแจ้งผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเจ้าของตลาดสด เจ้าของแผง เพื่อไปดำเนินการแจ้งต่อเจ้าของไร่ เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขต่อไป

ด้านนางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ได้กล่าวว่า สำหรับตลาดสดเทศบาล 1 หลังจากที่ได้มีการก่อสร้าง และเปิดให้พ่อค้า แม่ค้า เข้ามาขายเมื่อปลายปี 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งทางคณะกรรมการตลาดสด ก็ได้จัดระเบียบในการเข้าจำหน่าย พร้อมทั้งมีการตรวจหาสารปนเปื้อน ซึ่งทางเทศบาลนครภูเก็ตเองก็มีรถโมบายในการตรวจหาสารปนเปื้อน ออกมาตรวจสอบอยู่เป็นประจำ และทางเจ้าหน้าที่ก็จะแจ้งให้กับคณะกรรมการตลาดสด ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงในการบริโภคให้น้อยลง จึงขอแนะนำให้ผู้บริโภคล้างผักให้ถูกวิธี ก่อนปรุงหรือก่อนรับประทานสดๆ

ตร.ฉลองรวบชาวโรฮิงญา 33 คน หลังออกจากพม่า 1 เดือน


เมื่อเช้าของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 54 ที่บริเวณด้านหน้า สภ.ฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต พ.ต.อ.วิชิต อินทรศร ผกก.สภ.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยทาง ร.ต.ท.ชัชวาล ภูนฤมิตร รองสวป.สภ.ฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต (หัวหน้าสายตรวจทางทะเล) ได้ควบคุมตัวชนกลุ่มน้อยโรฮิงญา จำนวน 33 รายที่ได้ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายเพื่อนำไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ร.ต.ท.ชัชวาล ภูนฤมิตร ได้กล่าวว่าเมื่อช่วงเวลา 03.00 – 04.00 น.ของเมื่อคืนที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ ต.ราไวย์ ว่า มีคนแปลกหน้าเดินไปมาเป็นจำนวนมาก อยู่ในบริเวณซอยแหลมกาใหญ่ หมู่ที่ 2 และบริเวณถนนวิเศษ หมู่ที่ 4 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบ หลังรับแจ้งก็ได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สายตรวจ และจากการตรวจสอบพบว่า เป็นชนกลุ่มน้อยโรฮิงญา จำนวน 33 คน จึงได้ทำการควบคุมตัวมาทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่สภ.ฉลอง

ทั้งนี้จากการสอบสวนในเบื้องต้นโดยผ่านล่าม ทราบว่าทั้งหมดนั่งเรือออกมาจากชายฝั่งของประเทศพม่าเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา เพื่อจะเดินทางไปประเทศมาเลเซีย แต่เมื่อถึงทางตอนเหนือของทะเลอันดามันเรือเกิดมีปัญหา ประกอบกับในช่วงดังกล่าวได้เห็นว่ามีชาย จึงได้กระโดดลงจากเรือว่ายน้ำเข้ามาโดยไม่ทราบว่าเป็นที่ใด โดยขึ้นฝั่งได้เมื่อช่วงกลางคืน และได้ทำการหลบซ้อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ เพราะกลัวคนเห็น จากนั้นในช่วงดึก เกิดความหิวขึ้นมา ก็ได้ออกจากพุ่มไม้เพื่อออกมาหาอาหาร เมื่อชาวบ้านพบเห็นก็ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าทำการตรวจสอบ และควบคุมตัวมาได้ทั้งหมด 33 คน เพื่อดำเนินคดีในข้อหาลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย

ด้านพ.ต.อ.วิชิต กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ได้รายงานให้กับทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมกันนี้ก็ได้ประสานกับทางทัพเรือภาคที่ 3 ตรวจคนเข้าเมืองและสันติบาล เพื่อทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริง และทำการผลักดันกลับต่อไป

ขณะที่พล.ต.ต.พิกัด ตันติงพงษ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า ได้รับรายงานจากทาง ผกก.สภ.ฉลองแล้ว ซึ่งก็จะได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ว่าคนกลุ่มนี้มีเป้าหมายอะไรอย่างไร รวมถึงจะได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

ภูเก็ตเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องตามมติ ครม.เศรษฐกิจ


เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2554 ที่ห้องประชุม 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต(หลังใหม่) นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.จังหวัดภูเก็ต) ครั้งที่ 1/2554 เพื่อพิจารณาขอความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ.2554 เพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจข้างต้น และเพื่อให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่ประสบอุทกภัยสามารถแก้ไขปัญหาให้ความช่วยเหลือ และฟื้นฟูผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงแผนการปฏิบัติงาน และแผนการใช้จ่ายงบประมาณ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้แทนภาคประชาสังคม เข้าร่วม

สำหรับแผนพัฒนาจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2554 จังหวัดภูเก็ต กำหนดวิสัยทัศน์ เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีเอกลักษณ์วัฒนธรรมและมีการพัฒนาที่ยั่งยืน มีประเด็นยุทธศาสตร์ศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก คุณภาพชีวิตที่ดี มีเอกลักษณ์วัฒนธรรม การพัฒนาที่ยั่งยืน และการพัฒนาระบบบริหารให้มีความเป็นเลิศ โดยมีเป้าประสงค์ ให้มีรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคงในชีวิต บริหารจัดการและใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวลด้อมสู่ความสมดุลและยั่งยืน ส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก องค์กรมีการบริหารจัดการที่ดี และประชาชนมีความพึงพอใจต่อการดำเนินงานของภาครัฐ

อย่างไรก็ตามในที่ประชุมได้มีการพิจารณาเห็นชอบโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ.2554 ประกอบด้วย โครงการพัฒนาโครงการพัฒนาโครงข่ายเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมของแหล่งท่องเที่ยว งบประมาณจำนวน 26 ล้านบาท ปรับเปลี่ยนเป็น โครงการศึกษาออกแบบรายละเอียดและจัดทำรายการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม งบประมาณ 11 ล้านบาท ของสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง กับโครงการภูเก็ตเมืองปลอดภัย งบประมาณ 15 ล้านบาท ของสำนักงานจังหวัดภูเก็ต โดยจะดำเนินการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังด้านความปลอดภัย เช่น เพิ่มประสิทธิภาพโครงการตาสับปะรด โครางการพัฒนา อปพร. การซ่อมแซมโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัยของจังหวัดภูเก็ต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว เป็นต้นโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านไม้เรียบ งบประมาณ 15 ล้านบาท ปรับเปลี่ยนเป็นโครงการก่อสร้างเขื่อนหินริมคลองบ้านนาคา หมู่ 6 ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมและป้องกันการบุกรุก งบประมาณ 15 ล้านบาท ดำเนินการโดยสำนักงานจังหวัดภูเก็ต และโครงการสำรวจประชากรในจังหวัดภูเก็ต งบประมาณ 500,000 บาท เปลี่ยนเป็นโครงการแก้ไขปัญหาประชากรแฝงในจังหวัดภูเก็ต งบประมาณ 400,000 บาท โดยที่ทำการปกครองจังหวัดภูเก็ตจะประสานงานกับทางสำนักงานประกันสังคมจังหวัดภูเก็ต เพื่อกำหนดสถานประกอบการที่มีการจ้างแรงงานเป็นจำนวนมาก 50 อันดับแรก เพื่อออกหน่วยปฏิบัติการไปยังสถานประกอบการนั้นๆ ในการดำเนินการย้ายสำมะโนประชากรมายังจังหวัดภูเก็ต โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-31 ส.ค.2554 เพื่อให้เป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตและขอรับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล กับโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการทดสอบสารเสพติดเบื้องต้น งบประมาณ 100,000 บาท ดำเนินการโดย (ศตส.จ.ภก.)

ฝึกอบรมเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ


เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2554 ที่ห้องประชุมชั้น 3 เทศบาลตำบลวิชิต อ.เมือง ภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ (ทสม.น้อย) รุ่นที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2554 โดยมี นายประดิษฐ์ แสงจันทร์ ประธานสภา นายธีระ เจี่ยสกุล เลขานุการสภา นายกรีฑา แซ่ตัน นายกเทศมนตรีวิชิต นางพรพิมล โพธิสุวรรณรัตน์ ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม/หมู่บ้านจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลวิชิต และประชาชนที่เป็นแกนนำเครือข่าย ทสม.น้อย จำนวน 75 คน เข้าร่วมในการอบรม

สำหรับกิจกรรมการฝึกอบรมในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากการที่เครือข่าย ทสม. ได้ขยายเครือข่ายและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการคัดแยกขยะจากแหล่งกำเนิด โดยเฉพาะขยะอินทรีย์และขยะรีไซเคิลออกจากขยะทั่วไปในหลายตำบลของพื้นที่จังหวัดภูเก็ต แต่ยังไม่ครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัดภูเก็ต โดยในปีงบประมาณ 2554 นี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณให้ขยายเครือขาย ทสม. เพิ่มอีก 6 ตำบล จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ซึ่งการจัดอบรมในครั้งนี้ เป็นการอบรมในรุ่นที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้แกนนำในชุมชน และเยาวชน แกนนำที่จะเป็นเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น โดยสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและในโรงเรียนได้ ซึ่งแกนนำ ชุมชน และเยาวชนแกนนำ เข้าใจบทบาทหน้าที่ของ ทสม.

นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตได้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะด้านอสังหาริมทรัพย์และด้านธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้มีการโยกย้ายถิ่นฐานของประชากรในประเทศของจังหวัดต่างๆ เข้ามาอยู่อาศัยในจังหวัดภูเก็ตเป็นจำนวนมาก จากการสำรวจอย่างไม่เป็นทางการพบว่ามีประมาณไม่ต่ำกว่า 600,000 คน ในขณะที่ผู้มีรายชื่อตามทะเบียนราษฎร์ของทางราชการมีเพียงประมาณ 320,000 คน ยังไม่รวมถึงต่างชาติและแรงงานที่หลบหนีเข้าเมืองอีกประมาณ 100,000 คน โดยรวมแล้วมีคนอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ตประมาณ 1,000,000 คน ซึ่งจะเห็นว่าที่ใดที่มีคนอาศัยอยู่มากๆ ก็จะมีขยะมากตามไปด้วย เนื่องจากทุกคนต้องมีการจับจ่ายใช้สอยซื้อหาอาหารเมื่อเหลือจากการใช้ประโยชน์ส่วนหนึ่งก็จะกลายเป็นขยะ ดังนั้นหากทุกคนทิ้งขยะ หรือสิ่งของที่ตนคิดว่าไม่มีประโยชน์สำหรับตนแล้ว คนละ 1 ชิ้น จำนวน 1,000,000 คน จะเห็นว่ามีขยะมากมาย หากสะสมทุกวันขยะก็จะล้นเกาะภูเก็ตในอีกไม่นาน และในขณะนี้หากทุกท่านเดินทางไปไหนในจังหวัดภูเก็ตก็เริ่มจะเห็นว่ามีขยะตกค้างอยู่สองข้างถนนในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าทุกคนคงไม่อยากเห็นสภาพเช่นนี้และปัญหานี้แก้ได้ไม่ยาก หากทุกคน ทุกภาคส่วน ร่วมมือกันโดยการคัดแยกขยะก่อนที่จะทิ้งลงถัง เพราะจากการวิเคราะห์องค์ประกอบของขยะในจังหวัดภูเก็ต พบว่า 60% เป็นขยะอินทรีย์ 34% เป็นขยะรีไซเคิล ส่วนที่เหลือเป็นขยะทั่วไปและขยะอันตราย ดังนั้นหากได้มีการคัดแยกขยะอย่างจริงจังจากแหล่งกำเนิด ก็จะเหลือขยะที่ต้องทิ้งลงถังไม่ถึง 10% ของปริมาณขยะทั้งหมด สำหรับขยะที่ได้คัดแยกไว้ เช่น ขยะรีไซเคิลสามารถนำไปแปรสภาพเป็นปุ๋ยหรือน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ประโยชน์ได้ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้จังหวัดภูเก็ตมีความสะอาด น่าอยู่ มากยิ่งขึ้น แต่การจะทำเช่นนี้ได้จำเป็นต้องมีเครือข่ายทั้งภาคประชาชนและเยาวชนเป็นแกนนำในการถ่ายทอดความรู้ไปยังชุมชนและสถานศึกษาให้ครอบคลุมมากที่สุด

การจัดการฝึกอบรมครั้งนี้ ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จึงขอให้ผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมได้มีความตั้งใจและให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดความรู้ของวิทยากร เนื่องจากทุกท่านล้วนมีประสบการณ์ในการปฏิบัติจริงที่สะสมมายาวนาน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมสามารถที่จะบริหารจัดการขยะในชุมชนและสามารถ่ายทอดไปยังบุคคลอื่นได้


รถกระบะหักหลบจยย.ชนรถคันอื่นแล้วพุ่งไปชนบ้าน


เมื่อวันที่ 31 มกราคม 54 พ.ต.ท.เศียร แก้วทอง สารวัตรเวรสภ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักชนรถยนต์ตู้ – กระบะ จักรยานยนต์ แล้วพุ่งชนร้านขายเสื้อผ้า จนร้านพังเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณถนนกระ อ.เมือง ภูเก็ต ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย ร.ต.ท.อุดม เพชรรัตน์ รองสว.จร.สภ.เมืองภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เจ้าหน้าที่อปพร.เทศบาลนครภูเก็ต และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต

ที่เกิดเหตุอยู่ตรงข้ามโรงแรม 999 ใกล้กับสะพานกอจ้าน พบรถติดยาวเหยียด ที่บริเวณร้านกำแพงด้านข้างของร้านซุปเปอร์แฟชั่น เลขที่ 71 ถนนกระ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นจำหน่ายเสื้อผ้าวัยรุ่น ถูกรถยนต์กระบะหมายยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กฉ 1011 ภูเก็ต พุ่งชนเข้าไปภายในร้านทำให้เสื้อผ้าและทรัพย์สินอื่นๆ หลายรายการได้รับความเสียหาย ที่บริเวณล้อด้านหลังข้างซ้ายยังหยียบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮ้อนด้า รุ่นคลิ๊ก หมายเลขทะเบียนป้ายแดง 2-698 ของบริษัทซินฮ่องซุ่ย จนได้รับความเสียหายทั้งคัน ห่างกันประมาณ 10 เมตรพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบร์อนซ หมายเลขทะเบียน กฉ-5760 ภูเก็ต ซึ่งมีนายชั่ว ประพันธ์ อายุ 39 ปี ถูกชนจนประตูด้านข้างคนขับได้รับความเสียหาย ใกล้กันยังพบรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตชูบิชิ หมายเลขทะเบียน บข-7820 ถูกชนเข้าที่กระบะหลังเสียหาย ห่างกันประมาณ 5 เมตรยังพบรถยนต์ตู้สีขาว ถูกเฉี่ยวชนที่บริเวณด้านหน้าฝั่งข้างคนขับเสียหายเช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่จราจรต้องอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเนื่องจากประชาชนที่สัญจรไปมาบนเส้นทางดังกล่าวเป็นจำนวนมาก จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้จัดทำบันทึกสถานที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะแยกรถออกจากที่เกิดเหตุ เพื่อเร่งระบายการจราจร

ทั้งนี้จากการสอบสวนนายธวิท สิริติกาล อายุ 40 ปี เจ้าของรถยนต์กระบะที่พุ่งชนเข้าในร้านดังกล่าวทราบว่า เป็นเจ้าของร่มเตียงผ้าใบอยู่ที่ริมชายหาดป่าตอง อ.กะทู้ ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถออกมากับภรรยาเพื่อส่งลูกที่โรงเรียนขจรเกียรติศึกษา จากนั้นก็ได้ขับรถมุ่งหน้าเข้าเมือง เพื่อไปซื้อกับข้าวที่ตลาดเกษตร แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณสะพานก้อจ้าน ก็ได้มีรถจักรยานยนต์ขับตัดหน้าอย่ากะทันหัน ทำให้ต้องหักหลบ เพื่อไม่ให้พุ่งชนรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว จนทำให้รถเสียหลักพุ่งชนรถยนต์ตู้ และชนท้ายรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บข-7820 ภูเก็ต ก่อนที่จะเฉี่ยวชนรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน กฉ-5760 ภูเก็ต จนได้รับความเสียหาย แล้วรถไถลไปเหยียบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮ้ดนด้า รุ่นคลิ๊ก ป้ายแดง หมายเลขทะเบียน 2-698 แล้วลากรถคันดังกล่าวพุ่งชนเข้ากำแพงร้านเสื้อผ้าได้รับความเสียหาย

ด้านนางสาวจิรนา ไหมแก้ว อายุ 30 ปี ผู้ดูแลร้านซุปเปอร์แฟชั่น กล่าวว่า ร้านดังกล่าวเป็นร้านจำหน่ายเสื้อผ้าวัยรุ่น เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.30 – 20.30 น. ซึ่งในช่วงเกิดเหตุ ไม่มีใครอยู่ภายในร้าน ขณะที่กำลังเดินทางมาเปิดร้านก็พบว่า ประชาชนมุงดูหน้าร้านจำนวนมาก ซึ่งสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่ารถยนต์กระบะพุ่งชนเข้าไปในร้าน จึงรีบเปิดประตูเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินภายในร้านพบว่าเสื้อผ้า หุ่น อุปกรณ์ต่างๆ กำแพงร้าน กระจก ระบบไฟ พังเสียหาย ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถประเมินความเสียหายได้

รถรับส่ง นทท.พลิกคว่ำพุ่งชนรถติดไฟแดงผู้บาดเจ็บ 15 ราย


เมื่อวันที่ 30 มกราคม 54 ร.ต.ท ธีรวัฒน์ อำนาจเจริญยิ่ง ร้อยเวรสภ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์รับส่งนักท่องเที่ยวชาวจีนเกิดอุบัติเหตุเสียหลักแหกโค้งพลิกคว่ำก่อนพุ่งชนรถยนต์ที่จอดติดไฟจราจรบริเวณสี่แยกห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขาภูเก็ต ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งก็ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสิริโรจน์ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต

บริเวณที่เกิดเหตุอยู่บริเวณสี่แยกหน้าห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขาภูเก็ต มีรถติดเป็นทางยาวหลายกิโลเมตร พบรถยนต์เก๋งยี่ห้ออ้อนด้า ซีวิค สีบอร์นซ์ หมายเลขทะเบียน กธ-9798 ภูเก็ต สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ซึ่งมีนางสาวทินรัตน์ ปราบประชา รองผู้จัดการแผนกหัวใจโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต เป็นผู้ขับขี่และเป็นเจ้าของสภาพได้รับบาดเจ็บถูกเศษกระจกกระเด็นเข้าตา ต้องรีบนำเข้าส่งรักษาเป็นการด่วน ห่างออกไปเล็กน้อย พบรถทัวร์ขนาด 24 ที่นั่ง ชั้นเดียว สีขาว หมายเลขทะเบียนป้ายเหลือง 30-0856 นนทบุรี พลิกคว่ำอยู่กลางถนน มีน้ำมันไหลนองพื้น สภาพกระจกด้านหน้าแตกกระจายทั่วบริเวณกระเป๋าสัมภาระของนักท่องเที่ยวกระเด็นออกมานอกตัวรถ นอกจากนั้นยังพบนักท่องเที่ยวทั้งหญิงและชายนอน เจ้าหน้าที่ต้องระดมรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลต่างๆ มารับผู้บาดเจ็บไปทำการรักษา นอกจากนี้ห่างจากรถทัวร์ออกไปยังพบรถยนต์กระบะสีขาว ยี่ห้อนิสสัน หมายเลขทะเบียน กธ 8723 ภูเก็ต อัดก๊อปปี้อยู่กับเสาไฟฟ้าสภาพกระบะด้านหลังรถพังยับเยิน ทราบว่ามีนายวิชัย ลีลาศวัฒนกุล เป็นคนขับและเป็นเจ้าของสภาพศีรษะแตก ซึ่งเจ้าหน้าที่พยาบาลและเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ต่างก็ได้ลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรพ.ต่างๆ เป็นการด่วน ส่วนคนขับรถทัวร์ ได้อาศัยจังหวะชุลมุน ได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางมาถึง

จากการสอบสวนทราบว่ารถทัวร์คันดังกล่าวเป็นรถเสริม ซึ่งเป็นของบริษัท วิชต้า ฮอลลิเดย์ จำกัด ได้ว่าจ้างจากนนทบุรีมารับ – ส่งนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีฉันท์ โดยรถคันดังกล่าวได้เดินทางไปนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนกว่า 10 คน กลับจากไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวของ จ.พังงา เพื่อกลับที่พัก เมื่อขับมาตามถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (บายพาส) จนกระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุเป็นสี่แยก พนักงานขับรถก็ได้หักรถเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าถนนเยาวราช (สามกอง) ซึ่งเป็นเลี้ยวซ้ายเมื่อปลอดภัย แต่รถเกิดเสียหลักไม่เข้าโค้งแต่กลับพลิกคว่ำ แล้วไถลเข้าไปพุ่งชนรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค หมายเลขทะเบียน กธ-9798 ภูเก็ต และพุ่งชนรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน หมายเลขทะเบียน กธ-8723 ภูเก็ต ซึ่งจอดติดไฟแดงฝั่งตรงข้าม ทำให้ผู้โดยสารซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนที่อยู่ภายในรถได้รับบาดเจ็บ และถูกหามส่งโรงพยาบาลบริเวณใกล้เคียง เบื้องต้นทราบว่ามีผู้บาดเจ็บ 15 คน เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน 13 คน และคนไทย 2 คน ซึ่งทั้งหมดอาการปลอดภัยเนื่องจากบาดเจ็บไม่มาก

ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่ารถทัวร์รับส่งนักท่องเที่ยวคันดังกล่าว น่าจะเบรกแตก ประกอบในจังหวะเดียวกันเป็นช่วงเลี้ยว ทำให้รถพลิกคว่ำแล้วไปพุ่งชนรถยนต์เก๋ง – กระบะ ซึ่งจอดติดไฟแดง ส่วนสาเหตุที่แท้จริงจะได้เรียกตัวคนขับรถทัวร์คันดังกล่าวมาสอบสวนเพื่อหารายละเอียดต่อไป

งาน “ดารุลเอี๊ยะซานสัมพันธ์ ครั้งที่ 10” บ้านบางเทา


เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2554 ที่บ้านบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายสรธรรม จินดา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ร่วมเป็นเกียรติในงาน “ดารุลเอี๊ยะซานสัมพันธ์” วันแห่งครอบครัวคุรุสัมพันธ์ ครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 28 – 29 มกราคม 2554

สำหรับงาน “ดารุลเอี๊ยะซานสัมพันธ์” วันแห่งครอบครัวคุรุสัมพันธ์ ครั้งที่ 10 จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้สมทบทุนสนับสนุนการศึกษาของชมรมศาสนาและจริยธรรม ประจำมัสยิดดารุลเอี๊ยะซาน บ้านบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต โดยมีการจัดแข่งขันการกล่าวสุนทรพจน์และกล่าวคัมภีร์อัลกุรอานแบบมูรอตตัน ชิงชนะเลิศ เขตการศึกษา 7 ของสมาคมคุรุสัมพันธ์ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนได้มาร่วมกันทำความดี และสร้างความสามัคคี ซึ่งการสร้างครอบครัวและสังคมที่อบอุ่น จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ปกครองจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกหลาน ขอขอบคุณคณะกรรมการในการจัดงานที่ได้นำศาสนามาเป็นเครื่องนำสังคม ให้เกิดเป็นสังคมแห่งคุณธรรม และขอให้องค์อัลเลาะห์ดลบันดาลให้ทุกท่านที่มาร่วมงานได้รับพรโดยทั่วถึงกัน

วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

เปิดศูนย์การเรียนรู้ ต.ป่าคลอก และศูนย์อบรมศาสนาอิสลาม ต.ราไวย์


เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2554 อาคารศูนย์การเรียนรู้ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารศูนย์การเรียนรู้ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ก็ได้เปิดศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรม ตำบลราไวย์ ณ มัสยิดนุรุ้ลอีบาดะห์ บ้านไสยวน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยมี คณะผู้บริหาร อบจ.ภูเก็ต สมาชิกสภา ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต ตลอดจนผู้นำชุมชน โต๊ะอิหม่าม และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วม

ทั้งนี้นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้ทราบถึงความจำเป็นที่ประชาชนชาวไทยมุสลิมตำบลป่าคลอก และตำบลราไวย์ ซึ่งเคร่งครัดและยึดมั่นในศาสนา แต่ขาดสถานที่สำหรับเป็นศูนย์รวมเยาวชนและประชาชนเพื่อประกอบกิจกรรมและอบรมด้านคุณธรรมจริยธรรม เพื่อให้ความรู้ในหลักศาสนา ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตในฐานะที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีขนาดใหญ่และมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจ หน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองในการสังคมสงเคราะห์และการพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมทั้งการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดภูเก็ต โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตได้จัดทำโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้ตำบลป่าคลอกดังกล่าว ด้วยงบประมาณ 2,938,300 บาท และศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรม ตำบลราไวย์ จำนวน 3,043,000 บาท ซึ่งดำเนินการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมเปิดให้พี่น้องประชาชนชาวไทยมุสลิมในพื้นที่และใกล้เคียงได้ใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนาและใช้ประโยชน์ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับการก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้ ตำบลป่าคลอก จำนวน 2,938,300 บาท เป็นการก่อสร้างอาคารเดี่ยว 2 ชั้น ขนาดกว้าง 8.00 เมตร ยาว 24.00 เมตร จำนวน 1 หลัง ส่วนศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรม ตำบลราไวย์ จำนวน 3,043,000 บาท เป็นการก่อสร้างอาคารเดี่ยว 2 ชั้น ขนาดกว้าง 9.00 เมตร ยาว 20.00 เมตร จำนวน 1 หลัง

ตร.ฉลองจับ 5 ผู้ต้องหา พร้อมยาบ้าและยาไอซ์


เมื่อวันที่ 30 มกราคม 54 ที่ห้องประชุมสภ.ฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต พ.ต.ท.จรัล บางประเสริฐ สว.สส.สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต พร้อมด้วยชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดให้โทษ ประกอบด้วยนางธานัง แบทติก อายุ 45 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 9 ถุง น้ำหนักรวม 11.7 กรัม เงินสด 40,000 บาท และยาบ้า198 เม็ด โดยจับกุมได้ที่ถนนวิเศษข้างศาลาที่พักริมทาง ม.4 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต, นายยุทธนา กำจัดภัย อายุ 43 ปีกับนางบุษกร พูกันแก้ว อายุ 39 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 2 ถุง น้ำหนักรวม 1.48 กรัม โดยจับกุมได้ที่บ้านไม่มีเลขที่ ม.4 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต, นายบี (นามสมมติ) อายุ18 ปี นางสาวสินใจ หรือส้ม โคตรสมบัติ อายุ 23 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 175 เม็ด โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 7 ซอยสุขสันต์ 1 ม.4 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต

สำหรับการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดดังกล่าว สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมดังกล่าวได้รับแจ้งจากสายลับว่านางธานัง แบทติก มีพฤติกรรมค้ายาเสพติด จึงได้ล่อซื้อยาไอซ์จำนวน 5 ถุง ในราคา 40,000 บาท โดยนัดส่งของกันที่ศาลาพักริมทางถนนวิเศษ ต.ราไวย์ เมื่อมาถึงจุดนักพบเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวจับกุม พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 5 ถุง และเงินสดจากการล่อซื้อ 40,000 บาท จากนั้นได้นำตัวไปค้นที่พักพบของกลางยาไอซ์อีก 4 ถุงและยาบ้าอีก 198 เม็ด ต่อจากนั้นก็ได้มีการขยายผลจับกุมผู้ต้องหารายอื่นๆ ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งยาบ้าและยาไอซ์นั้น ดังกล่าวซื้อมาจากกรุงเทพมหานคร มีการขนส่งผ่านรถโดยสารประจำทาง