จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

มหัศจรรย์ไข่มุกมงคล เหนือผืนทรายใต้ผืน

 

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554 ที่บริเวณสนามชัย ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายวิชัย ศรีขวัญ ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงานตรุษจีนภูเก็ต ประจำปี 2554 “มหัศจรรย์ไข่มุกมงคล เหนือผืนทรายใต้ผืน” ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) จัดขึ้น โดยมีนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัด นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกอบจ.ภูเก็ต คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ ข้าราชการ พนักงานอบจ.ภูเก็ต และประชาชนชาวภูเก็ตจำนวนมากเข้าร่วม

นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกอบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ทาง อบจ.ภูเก็ต ได้ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต และชาวไทยเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ต จัดงานตรุษจีนจังหวัดภูเก็ตขึ้น เพื่อร่วมใจกันเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา ส่งเสริมประเพณี และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดภูเก็ต สร้างการหมุนเวียนและกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง พร้อมสร้างความสุข ความสามัคคีให้เกิดขึ้นในคนไทยทุกเชื้อสาย และเป็นของขวัญขึ้นปีใหม่แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด มหัศจรรย์ไข่มุกมงคล เหนือผืนทรายใต้ผืนฟ้า ถือเป็นการส่งมอบขุมทรัพย์แห่งความสุขจากเรือสำเภาทองที่มาจากโพ้นทะเล เพราะหากจะกล่าวถึงเมืองอันถือเป็นสรวงสวรรค์แห่งหนึ่งบนผืนแผ่นดินไทย มนต์เสน่ห์แห่งความงดงามอันได้ชื่อว่าเป็นไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้นั้น คือนามที่ได้รับการกล่าวขานถึงเมืองภูเก็ต

สำหรับกิจกรรมภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายอาหารและสินค้ามงคลที่หลากหลาย ทั้งที่เป็นร้านชื่อดังในภูเก็ตรวมถึงจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งการตกแต่งบรรยากาศภายในงานด้วยโคมแดง และกิจกรรมการแสดงต่างๆมากมาย การเล่นเกมส์ลุ้นรับของรางวัล สำหรับผู้ร่วมงานที่แต่งกายในชุดจีน นอกจากนั้นยังตื่นตาตื่นใจกับการแสดงกายกรรมเหนือมนุษย์แห่งเมืองภูหยาง ประเทศจีน ตลอดจนการแสดงพิเศษมากมาย อาทิ การแสดงสิงโตประทานพร การแสดงโชว์ชุดกวนอิมพันมือ เป็นต้น รวมทั้งยังได้มีการจุดพลุเฉลิมฉลอง 3 ชุดใหญ่ในชื่อชุดว่ามังกรทะยานฟ้า, หงส์คู่มังกรและเหล่ามังกรฉลองหล้าขอจงทรงพระเจริญ ปิดท้ายด้วยการแสดงคอนเสริต์จากศิลปินนักร้องค่ายดังทั้ง รุจ เดอะสตาร์, เป๊ก ผลิตโชค และวง จีทเวนตี้


วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ทน.ภูเก็ตรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนในสังกัดประจำปี 2554


นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ได้กล่าวถึงการเปิดรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนที่โรงเรียนใรสังกัดเทศบาลนครภูเก็ต ว่า ด้วยเทศบาลนครภูเก็ตเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการศึกษาให้กับเด็กในท้องถิ่น ดังนั้นเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เทศบาลนครภูเก็ตจึงขอประกาศให้ผู้ปกครองที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ตำบลตลาดใหญ่และตำบลตลาดเหนือ ถึงการรับสมัครเด็กเข้าเรียนประจำปีการศึกษา 2554 ดังนี้

ศูนย์เด็กเล็กเทศบาลนครภูเก็ต ทั้ง 4 แห่ง รับสมัครตั้งแต่วันที่ 9 – 10 กุมภาพันธ์ 2554 ซึ่งเด็กต้องเกิดปี พ.ศ.2550 คือเกิดระหว่าง 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2550 มีภูมิลำเนาในเขตเทศบาลไม่น้อยกว่า 1 ปี (นับถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554) และผู้ปกครองจะต้องนำเด็กมาด้วยในวันสมัคร

เด็กเข้าเกณฑ์ในชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนสังกัดเทศบาล รับสมัครวันที่ 14 – 15 กุมภาพันธ์ 2554 รับเด็กที่เกิดปี พ.ศ.2549 (คือเกิดระหว่าง 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 3549) เด็กและผู้ปกครอง จะต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเทศบาลไม่น้อยกว่า 1 ปี (นับถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554) ยกเว้นโรงเรียนเทศบาลพิบูลสวัสดี

เด็กเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสังกัดเทศบาล รับสมัคร 14 – 15 กุมภาพันธ์ 2554รับเด็กที่มีอายุย่างเข้าปีที่ 7 ตามเกณ์การศึกษาภาคบังคับตามกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการนับอายุเด็กเข้าเรียนการศึกษาภาคบังคับ 2545 สำหรับปีการศึกษา 2554 คือเด็กที่เกิดใน พ.ศ.2547 (1 มกราคม – 30 ธันวาคม 2547 เด็กและผู้ปกครอง จะต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเทศบาลไม่น้อยกว่า 1 ปี (นับถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554)

เด็กเข้าเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครภูเก็ต ตามโครงการขยายการศึกษา รับสมัครวันที่ 15 – 16 มีนาคม 2554 ณ โรงเรียนในสังกัดเทศบาล ประกอบด้วย
๑.โรงเรียนเทศบาลวัดขจรรังสรรค์ เปิดสอน 2 ห้องเรียน รวม 80 คน
๒.โรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว เปิดสอน 3 ห้องเรียน รวม 120 คน
๓.โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ฯ เปิดสอน 5 ห้องเรียน รวม 200 คน
๔.โรงเรียนเทศบาลบ้านสามกอง เปิดสอน 3 ห้องเรียน รวม 120 คน
๕.โรงเรียนเทศบาลเมืองภูเก็ต เปิดสอน 4 ห้องเรียน รวม 160 คน
เป็นนักเรียนที่จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนในสังกัดเทศบาล มีชื่อในทะเบียนบ้านเขตเทศบาลนครภูเก็ตไม่น้อยกว่า 1 ปี ต้องเป็นนักเรียนในโรงเรียนสังกัดเทศบาลมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี (ป.4 – ป.6) ยกเว้นโรงเรียนเทศบาลพิบูลสวัสดี

เด็กเข้าเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ฯ รับสมัครนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนในสังกัดเทศบาล มีชื่อในทะเบียนบ้านเขตเทศบาลนครภูเก็ตไม่น้อยกว่า 1 ปี รับสมัคร วันที่ 7 – 9 มีนาคม 2554 ณ โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์

อบจ.ภูเก็ต – พังงา ผุดโครงการสานสัมพันธ์ระหว่างกัน


นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการหารือร่วมกับนายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ นายก อบจ.พังงา นายสราวุธ สีสาคูคาม นายก อบต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายพิชิต จินดาพล นายก อบต.โคกกลอย จ.พังงา และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดทำโครงการสืบสานประเพณีสานสัมพันธ์ภูเก็ต-พังงา เพื่อร่วมสืบสานประเพณีและเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ร่วมทั้งยังเพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงทางด้านการท่องเที่ยวระหว่างกันด้วย

“ภูเก็ตกับพังงาเชื่อมกันด้วยสะพานสารสินและสะพานท้าวเทพกระษัตรี โดยพื้นที่ที่ใกล้กันมากที่สุดคือ ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กับ ต.โคกกลอย จ.พังงา ซึ่งในอดีตเคยมีการจัดกิจกรรมร่วมกันโยประชาชนในสองพื้นที่ ด้วยการจัดให้มีประเพณีการแข่งขันเรือยาว แต่ระยะหลังๆ กิจกรรมดังกล่าวเริ่มหายไป จึงได้มีความคิดร่วมกันว่าควรที่จะกลับมารื้อฟื้นประเพณีและวัฒนธรรมที่เชื่อมความสัมพันธ์ของคนทั้งสองฝั่งทะเล สร้างความสามัคคีของคนท้องถิ่น รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วย”

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ด้วยเหตุผลดังกล่าวทาง อบจ.ภูเก็ต อบจ.พังงา อบต.ไม้ขาวและ อบต.โคกกลอย จึงได้บูรณาการแผนงาน โครงการและงบประมาณร่วมกัน จัดทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จัดทำโครงการสืบสานประเพณีสานสัมพันธ์ภูเก็ต-พังงา โดยกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2554 ที่บริเวณสะพานสารสิน ฝั่งท่านุ่น จังหวัดพังงา และฝั่งท่าฉัตรไชย จังหวัดภูเก็ต หรือที่เรียกว่าช่องปากพระ โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น การแสดงแสง สี เสียง ม่านน้ำพุดิจิตอล นิทรรศการบริเวณเชิงสะพานทั้งสองฝั่ง การทำถนนคนเดินบนสะพานสารสิน ลานวัฒนธรรม การแข่งขันกีฬาทางน้ำและกีฬาพื้นบ้านต่างๆ อาทิ การแข่งขันเรือยาว การแข่งขันเรือพาย การแข่งขันเรือแจว การแข่งขันตกปลา การแข่งขันชกมวยทะเล เป็นต้น


“อันดามันปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุทางน้ำ”


นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ หัวหน้าเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงคมนาคมได้ประกาศให้ปี 2554 เป็นปีคมนาคมปลอดภัย ในส่วนของกรมเจ้าท่าโดยนายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า ได้มีดำริให้มีโครงการอันดามันปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุทางน้ำ ขึ้นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตรัง กระบี่ ระนอง พังงา และสตูล โดยจะเปิดโครงการอย่างเป็นทางการประมาณเดือนมีนาคม 2554 เป็นต้นไป เพื่อน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระราชหฤทัยแน่วแน่ที่ทรงเห็นประชาชนของพระองค์ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย และมีพระประสงค์ให้ทุกคนทุกฝ่ายร่วมมือกันปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด ด้วยความไม่ประมาท และด้วยความมีสติรู้ตัวอยู่เสมอ เพื่อความมั่นคงและเพื่อประโยชน์สุขอันยั่งยืนของชาติ ตลอดจนเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 โดยบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วนอย่างเต็มความสามารถ ได้แก่ กรมเจ้าท่า ผู้ประกอบกิจการให้บริการทางน้ำ ประชาชนผู้สัญจรทางน้ำ และวัตถุประสงค์ที่สำคัญอีกประการของการดำเนินการ

โครงการอันดามันปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุทางน้ำ จะดำเนินการภายใต้มาตรการ 4 ด้าน ประกอบด้วย มาตรการความปลอดภัยของตัวเรือ โดยการประชาสัมพันธ์ให้เรือต่างๆ ในพื้นที่อันดามันทราบถึงมาตรการที่ต้องทำว่ามีอะไรบ้างเพื่อให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยของเรือ เช่น อุปกรณ์ช่วยชีวิต เสื้อชูชีพ พวงชูชีพ อุปกรณ์ดับเพลิงครบจำนวนตามที่กรมเจ้าท่ากำหนด ใบอนุญาตใช้เรือไม่สิ้นอายุ เป็นต้น โดยใช้สื่อต่างๆ ที่มีในพื้นที่อย่างแพร่หลายและครอบคลุมเป้าหมายที่แท้จริง, มาตรการความปลอดภัยของท่าเทียบเรือโดยสาร โดยแต่ละสาขา ดำเนินการสำรวจท่าเรือโดยสารทั้งหมดของฝั่งทะเลอันดามันว่ามีท่าเรืออะไรบ้าง ที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยของกรมเจ้าท่า และท่าเรือใดบ้างที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยของกรมเจ้าท่า ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสภาพท่าเทียบเรือโดยสารทั้งหมด และแจ้งให้เจ้าของท่าเรือโดยสารที่ไม่ได้มาตรฐานตามที่กรมเจ้าท่ากำหนดแก้ไขภายในกำหนด 1 เดือน และสั่งปิดท่าเทียบเรือโดยสารที่มีสภาพไม่ปลอดภัย และออกใบรับรองให้กับท่าเทียบเรือโดยสารที่ผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยของกรมเจ้าท่า

มาตรการด้านคนประจำเรือ จะต้องดำเนินการจัดอบรมคนประจำเรือทุกระดับชั้นให้ได้ 100% โดยกำหนดให้การตรวจเรือด้านคนประจำเรือในอนาคต ซึ่งคนประจำเรือนอจากจะต้องมีประกาศนียบัตรตามที่กรมเจ้าท่ากำหนดแล้วต้องมีใบรับรองว่าได้ผ่านการอบรมจากกรมเจ้าท่าในระดับใดด้วย และมาตรการสุดท้าย ด้านความปลอดภัยของผู้โดยสารและการประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้ในแต่ละจังหวัดที่ดำเนินโครงการจะต้องมีการจัดสัมมนา บรรยายให้ความรู้ด้านความปลอดภัยทางน้ำแก่กลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสเดินทางทางน้ำรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง จัดพิมพ์แผ่นพับ มาตรการด้านความปลอดภัยทางน้ำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แจกจ่ายให้ผู้โดยสารทางเรือให้เพียงพอและต่อเนื่อง จัดทำแผ่นป้ายรณรงค์ให้ผู้โดยสารทางน้ำทุกคนต้องสวมใส่เสื้อชูชีพตามท่าเทียบเรือโดยสารต่างๆ ที่มีนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารผ่านจำนวนมาก เช่น บริเวณท่าอากาศยาน บริเวณท่าเทียบเรือ เป็นต้น นายภูริพัฒน์กล่าว

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ซื้อขายอาหารสด ผักผลไม้ ช่วงตรุษจีนภูเก็ตคึกคัก


บรรยากาศการจับจ่ายซื้อของใช้ในวันจ่ายของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนของจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะที่ตลาดสด 1 ถนนระนอง เทศบาลนครภูเก็ต มีพ่อค้าแม่ค้านำอาหารสด เช่น หัวหมู เป็ด เป็นต้น ผักผลไม้ และขนมไหว้เจ้า มาจัดวางจำหน่ายกันเป็นจำนวนมาก แม้ว่าสินค้าแต่ละประเภทจะมีต้นทุนปรับราคาสูงขึ้นบ้างแต่ก็ไม่มากนักเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และพ่อค้าแม่ค้ายังคงราคาไว้เท่ากับปีที่ผ่านมา เนื่องจากเพื่อรักษาลูกค้าไว้

น.ส.ออย (ไม่ประสงค์บอกชื่อจริงและนามสกุล) กล่าวว่า ได้นำหัวหมูและเป็ดที่ใช้ในการไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนมาจำหน่าย ซึ่งปีนี้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น เช่น หัวหมูราคาเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วหัวละประมาณ 50 บาท เป็ดเพิ่มขึ้นประมาณ 30-40 บาท เป็นต้น แต่ในการจำหน่ายนั้นยังคงราคาไว้เท่ากับปีที่แล้ว โดยหัวหมูจำหน่ายอยู่ที่หัวละ 450 บาท เป็ดราคาตัวละ 350 บาท เหตุที่ไม่เพิ่มราคา เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำจึงต้องรักษาลูกค้าไว้

อย่างไรก็ตามจากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้าผักและผลไม้ ยอมรับว่าต้นทุนที่รับมาจำหน่ายปีนี้ค่อนข้างจะเพิ่มสูงจากปีที่ผ่านมา ทำให้ราคาพักและผลไม้เพิ่มสูงขึ้น แต่บางชนิดก็ยังคงจำหน่ายราคาเท่ากับปีที่ผ่านมา เนื่องจากกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเดิมจำเป็นที่จะต้องรักษาลูกค้าไว้ ในส่วนของการซื้อขายนั้นก็เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะในช่วงเย็นๆ จะมีประชาชนออกมาหาซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก

กกต.ภูเก็ตคัดเลือกเป็นกรรมการสรรหา กกต.ภูเก็ต


เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 54 ที่ห้องประชุมศาลาประชาคม ชั้น 2 องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายกิติพงษ์ เที่ยงคุณากฤต ผอ.กกต.ประจำจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการคัดเลือกกันเองเป็นกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ในส่วนของประธานหอการค้าจังหวัด นายกสมาคมหรือประธานมูลนิธิที่มีอยู่ในจังหวัด ซึ่งเลือกกันเองให้เหลือหนึ่งคน โดยมีประธานมูลนิธิ และนายกสมาคมในจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วม

นายกิติพงษ์ เที่ยงคุณากฤต ผอ.กกต.ประจำจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวว่า ด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ตชุดปัจจุบัน จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 9 กรกฎาคม 2554 จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ตให้เป็นปัจจุบัน เพื่อดำเนินการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ตแทนชุดปัจจุบัน ซึ่งระเบียบคณะกรรมการเลือกตั้งว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด พ.ศ. 2552 กำหนดให้ในแต่ละจังหวัดมีคณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด จะประกอบไปด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต อัยการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจ ผู้อำนวยการสำนักงานประจำศาล อธิการบดีสถาบันอุดมศึกษา ผู้อำนวยการสำนักการเขตพื้นที่การศึกษา ผู้แทนทนายความ ประธานหอการค้า นายกสมาคมหรือประธานมูลนิธิ ผู้แทนสื่อสารมวลชน และผู้อำนวยการการเลือกตั้ง

ซึ่งในส่วนวันนี้เป็นในส่วนของ ประธานหอการค้าจังหวัด นายกสมาคมหรือประธานมูลนิธิ ที่มีอยู่ในจังหวัดซึ่งเลือกกันเองเหลือหนึ่งคน สำหรับผลการสรรหาในครั้งนี้ มีประธานมูลนิธิ และนายกสมาคมเข้าร่วมประชุมจำนวน 22หน่วยงาน โดยในที่ประชุมได้เสนอนายสุเมธี ทองเสมอ และนายวิชิต ตันติวิท เป็นคณะกรรมการคัดสรร ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 1 คน จึงต้องมีการโหวดเลือก และผลจาการคัดเลือกปรากฏว่า นายสุเมธี ทองเสมอ ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต

รอง ผบ.ตร.มอบนโยบายตำรวจภูเก็ต


เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต (ภ.จว.ภูเก็ต) พล.ต.อ.วุฒิ พัวเวส รองผบ.ตร.(มค.1) พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรต่างๆ ในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมกันนี้ยังได้มอบเงินบำรุงขวัญให้กับข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสังกัด ภ.จว.ภูเก็ต จำนวน 5 นายด้วย โดยมี พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรต่างๆ ในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วม

ทั้งนี้พล.ต.อ.วุฒิ กล่าวว่า ในเรื่องการเยี่ยวยาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่นั้นนอกจากการได้รับเงินช่วยเหลือในส่วนของทางราชการตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้วในส่วนของทางตำรวจก็จะต้องช่วยเหลือกันเองด้วย ซึ่งได้มีการจัดทำกองทุนด้วยรักและห่วงใยข้าราชการตำรวจและครอบครัว ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่เมื่อปี 2550 โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้มีการมอบทุนการศึกษาให้แก่ทายาทของข้าราชการตำรวจ ได้มีการเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ และผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบอื่นๆ ทั้งยังได้มอบเงินสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่ และการทำสาธารณะประโยชน์อื่นๆด้วย

อย่างไรก็ตามนอกจากการให้ความสำคัญในเรื่องการเยียวยาข้าราชการตำรวจและครอบครับที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่แล้ว อยากเน้นย้ำในเรื่องของการจัดกิจกรรมเพื่อปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ เพื่อลดปัญหาความแตกแยกที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งในส่วนของต่างจังหวัดนั้นจะมีทางตำรวจสันติบาลเป็นหน่วยงานดำเนินการ สิ่งเน้นย้ำในการจัดกิจกรรมต่างๆ นั้นจะต้องจัดหาวิทยากรที่มีความน่าเชื่อถือ มีความรู้ความสามารถในการนำเสนอ และมีปฎิภาณไหวพริบเพื่อให้เกิดจิตสำนึกในการปกป้องสถานบันอย่างแท้จริง


สสจ.ภูเก็ตร่วมทน.ภูเก็ตสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า


เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 54 ที่บริเวณภายในตลาดสดเทศบาลนครภูเก็ต นพ.ศักดิ์ แท่นชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต และคณะกรรมการตลาดสดเทศบาล 1 ได้ออกตรวจพร้อมทั้งเก็บตัวอย่างผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ เพื่อนำมาให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเก็บตรวจวิเคราะห์หาสารปนเปื้อน 6 ชนิด พร้อมกันนี้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ยังได้มอบป้ายตลาดสดหน้าซื้อ ให้กับเทศบาลนครภูเก็ต เพื่อนำไปมอบให้กับคณะกรรมการตลาดสดต่อไป

ทั้งนี้นายแพทย์ ศักดิ์ แท่นชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวว่า ด้วยในช่วงนี้ใกล้เทศกาลตรุษจีน ได้มีพี่น้องชาวจีนเชื้อสายไทย ได้ออกมาจับจ่ายซื้อผัก ผลไม้ พร้อมทั้งเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ ไปประกอบพิธีในช่วงตรุษจีน ประกอบกับนโยบายของทางรัฐบาลที่กำหนดเป้าหมายว่า อาหารที่ผลิตต้องมีความปลอดภัยตั้งแต่การผลิตในฟาร์ม การขนส่ง การขายหรือการกระจาย รวมทั้งการปรุงจำหน่าย และสุดท้ายผู้บริโภคจะต้องได้รับอาหารที่ปลอดภัย ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต จึงได้ร่วมกับเทศบาลนครภูเก็ต ออกสุ่มตัวอย่าง ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพ่อค้า แม่ค้า แผงต่างๆ ในการนำผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเก็บตรวจวิเคราะห์หาสารปนเปื้อน 6 ชนิด ประกอบด้วย บอแรกซ์ ฟอร์มาลีน สารกันรา สารฟอกขาว สารเร่งเนื้อแดง และยาฆ่าแมลง

นายแพทย์ศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาทางสสจ.ภูเก็ต ได้มีการเฝ้าระวังในด้านอาหารปลอดภัยของอาหารสด ซึ่งในจังหวัดภูเก็ตมีตลาดสดประมาณ 10 แห่ง และได้ผลักดันให้ผ่านเกณฑ์ตลาดสดน่าซื้อทั้งหมด โดยผ่านในระดับดีจำนวน 7 แห่ง และระดับดีมากจำนวน 3 แห่ง นอกจากนี้จากการสุ่มตัวอย่างอาหารจากตลาดประเภทต่างๆ และจากร้านค้าในชุมชนรวมจำนวนทั้งสิ้น 1,287 ตัวอย่าง พบสารปนเปื้อนเพียง 27 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 3.91 และสารปนเปื้อนที่พบเกือบทั้งหมดจะเป็นยาฆ่าแมลงในผักที่ผลิตจากภายนอกจังหวัด ซึ่งก็ได้ดำเนินการแจ้งผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเจ้าของตลาดสด เจ้าของแผง เพื่อไปดำเนินการแจ้งต่อเจ้าของไร่ เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขต่อไป

ด้านนางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ได้กล่าวว่า สำหรับตลาดสดเทศบาล 1 หลังจากที่ได้มีการก่อสร้าง และเปิดให้พ่อค้า แม่ค้า เข้ามาขายเมื่อปลายปี 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งทางคณะกรรมการตลาดสด ก็ได้จัดระเบียบในการเข้าจำหน่าย พร้อมทั้งมีการตรวจหาสารปนเปื้อน ซึ่งทางเทศบาลนครภูเก็ตเองก็มีรถโมบายในการตรวจหาสารปนเปื้อน ออกมาตรวจสอบอยู่เป็นประจำ และทางเจ้าหน้าที่ก็จะแจ้งให้กับคณะกรรมการตลาดสด ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงในการบริโภคให้น้อยลง จึงขอแนะนำให้ผู้บริโภคล้างผักให้ถูกวิธี ก่อนปรุงหรือก่อนรับประทานสดๆ

ตร.ฉลองรวบชาวโรฮิงญา 33 คน หลังออกจากพม่า 1 เดือน


เมื่อเช้าของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 54 ที่บริเวณด้านหน้า สภ.ฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต พ.ต.อ.วิชิต อินทรศร ผกก.สภ.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยทาง ร.ต.ท.ชัชวาล ภูนฤมิตร รองสวป.สภ.ฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต (หัวหน้าสายตรวจทางทะเล) ได้ควบคุมตัวชนกลุ่มน้อยโรฮิงญา จำนวน 33 รายที่ได้ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายเพื่อนำไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ร.ต.ท.ชัชวาล ภูนฤมิตร ได้กล่าวว่าเมื่อช่วงเวลา 03.00 – 04.00 น.ของเมื่อคืนที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ ต.ราไวย์ ว่า มีคนแปลกหน้าเดินไปมาเป็นจำนวนมาก อยู่ในบริเวณซอยแหลมกาใหญ่ หมู่ที่ 2 และบริเวณถนนวิเศษ หมู่ที่ 4 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบ หลังรับแจ้งก็ได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สายตรวจ และจากการตรวจสอบพบว่า เป็นชนกลุ่มน้อยโรฮิงญา จำนวน 33 คน จึงได้ทำการควบคุมตัวมาทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่สภ.ฉลอง

ทั้งนี้จากการสอบสวนในเบื้องต้นโดยผ่านล่าม ทราบว่าทั้งหมดนั่งเรือออกมาจากชายฝั่งของประเทศพม่าเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา เพื่อจะเดินทางไปประเทศมาเลเซีย แต่เมื่อถึงทางตอนเหนือของทะเลอันดามันเรือเกิดมีปัญหา ประกอบกับในช่วงดังกล่าวได้เห็นว่ามีชาย จึงได้กระโดดลงจากเรือว่ายน้ำเข้ามาโดยไม่ทราบว่าเป็นที่ใด โดยขึ้นฝั่งได้เมื่อช่วงกลางคืน และได้ทำการหลบซ้อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ เพราะกลัวคนเห็น จากนั้นในช่วงดึก เกิดความหิวขึ้นมา ก็ได้ออกจากพุ่มไม้เพื่อออกมาหาอาหาร เมื่อชาวบ้านพบเห็นก็ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าทำการตรวจสอบ และควบคุมตัวมาได้ทั้งหมด 33 คน เพื่อดำเนินคดีในข้อหาลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย

ด้านพ.ต.อ.วิชิต กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ได้รายงานให้กับทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมกันนี้ก็ได้ประสานกับทางทัพเรือภาคที่ 3 ตรวจคนเข้าเมืองและสันติบาล เพื่อทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริง และทำการผลักดันกลับต่อไป

ขณะที่พล.ต.ต.พิกัด ตันติงพงษ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า ได้รับรายงานจากทาง ผกก.สภ.ฉลองแล้ว ซึ่งก็จะได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ว่าคนกลุ่มนี้มีเป้าหมายอะไรอย่างไร รวมถึงจะได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

ภูเก็ตเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องตามมติ ครม.เศรษฐกิจ


เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2554 ที่ห้องประชุม 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต(หลังใหม่) นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.จังหวัดภูเก็ต) ครั้งที่ 1/2554 เพื่อพิจารณาขอความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ.2554 เพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจข้างต้น และเพื่อให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่ประสบอุทกภัยสามารถแก้ไขปัญหาให้ความช่วยเหลือ และฟื้นฟูผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงแผนการปฏิบัติงาน และแผนการใช้จ่ายงบประมาณ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้แทนภาคประชาสังคม เข้าร่วม

สำหรับแผนพัฒนาจังหวัดและแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2554 จังหวัดภูเก็ต กำหนดวิสัยทัศน์ เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีเอกลักษณ์วัฒนธรรมและมีการพัฒนาที่ยั่งยืน มีประเด็นยุทธศาสตร์ศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก คุณภาพชีวิตที่ดี มีเอกลักษณ์วัฒนธรรม การพัฒนาที่ยั่งยืน และการพัฒนาระบบบริหารให้มีความเป็นเลิศ โดยมีเป้าประสงค์ ให้มีรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคงในชีวิต บริหารจัดการและใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวลด้อมสู่ความสมดุลและยั่งยืน ส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก องค์กรมีการบริหารจัดการที่ดี และประชาชนมีความพึงพอใจต่อการดำเนินงานของภาครัฐ

อย่างไรก็ตามในที่ประชุมได้มีการพิจารณาเห็นชอบโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ.2554 ประกอบด้วย โครงการพัฒนาโครงการพัฒนาโครงข่ายเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมของแหล่งท่องเที่ยว งบประมาณจำนวน 26 ล้านบาท ปรับเปลี่ยนเป็น โครงการศึกษาออกแบบรายละเอียดและจัดทำรายการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม งบประมาณ 11 ล้านบาท ของสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง กับโครงการภูเก็ตเมืองปลอดภัย งบประมาณ 15 ล้านบาท ของสำนักงานจังหวัดภูเก็ต โดยจะดำเนินการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังด้านความปลอดภัย เช่น เพิ่มประสิทธิภาพโครงการตาสับปะรด โครางการพัฒนา อปพร. การซ่อมแซมโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัยของจังหวัดภูเก็ต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว เป็นต้นโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านไม้เรียบ งบประมาณ 15 ล้านบาท ปรับเปลี่ยนเป็นโครงการก่อสร้างเขื่อนหินริมคลองบ้านนาคา หมู่ 6 ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมและป้องกันการบุกรุก งบประมาณ 15 ล้านบาท ดำเนินการโดยสำนักงานจังหวัดภูเก็ต และโครงการสำรวจประชากรในจังหวัดภูเก็ต งบประมาณ 500,000 บาท เปลี่ยนเป็นโครงการแก้ไขปัญหาประชากรแฝงในจังหวัดภูเก็ต งบประมาณ 400,000 บาท โดยที่ทำการปกครองจังหวัดภูเก็ตจะประสานงานกับทางสำนักงานประกันสังคมจังหวัดภูเก็ต เพื่อกำหนดสถานประกอบการที่มีการจ้างแรงงานเป็นจำนวนมาก 50 อันดับแรก เพื่อออกหน่วยปฏิบัติการไปยังสถานประกอบการนั้นๆ ในการดำเนินการย้ายสำมะโนประชากรมายังจังหวัดภูเก็ต โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-31 ส.ค.2554 เพื่อให้เป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตและขอรับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล กับโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการทดสอบสารเสพติดเบื้องต้น งบประมาณ 100,000 บาท ดำเนินการโดย (ศตส.จ.ภก.)