จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ภูเก็ตดึงงบอปท.จัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ


เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมเพื่อเตรียมการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 28 (พ.ศ.2555) “ภูเก็ตเกมส์” โดยมีนายวิรัช พาที ผอ.การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ต นายบัวยัญ สุวรรณมณี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต นายสาธิต กลิ่นภักดี ท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต นายวีระพงษ์ ไวทยวงศ์สกุล ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต นายก คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่อปท.ต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้นายตรี ได้กล่าวว่า จากการที่ทางจังหวัดภูเก็ต ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 28 (พ.ศ.2555) หรือ “ภูเก็ตเกมส์” ซึ่งทางจังหวัดภูเก็ตและคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ได้กำหนดให้มีขึ้นในระหว่างวันที่ 18 – 28 มีนาคม 2555 โดยมีการแข่งขันกีฬาจำนวน 28 ชนิด ประกอบด้วยกีฬาบังคับ 2 ชนิดกีฬาสากล จำนวน 24 ชนิดและกีฬาสาธิต 2 ชนิด นอกจากนี้ยังได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ทั้ง 19 ฝ่าย

ส่วนความคืบหน้าของมาสคอตและตราสัญลักษณ์ในการจัดการแข่งขันนั้น ขณะนี้ตราสัญลักษณ์ ได้มีการออกแบบเป็นที่เรียบร้อย ส่วนตัวมาสคอตยังมีปัญหาในการใช้ตัวแบบไหน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเสนอมาแล้ว 2 ชนิด แต่ทางคณะกรรมการยังไม่ได้สรุปว่าจะใช้ตัวแบบไหนดี ซึ่งให้คณะกรรมการเร่งดำเนินการให้เสร็จก่อนที่จะเดินทางไปรับธงในวันที่ 31 มีนาคม นี้

ในด้านของงบประมาณที่จะใช้ในการจัดแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 28 “ภูเก็ตเกมส์” นั้นจะต้องใช้งบประมาณจำนวน 130 ล้านบาท โดยงบประมาณในบางส่วนได้รับงบประมาณจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งได้กระจายให้กับในส่วนต่างๆ ซึ่งทางจังหวัดภูเก็ตยังขาดงบประมาณในการจัดการแข่งขัน จึงต้องได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจะมีปัญหาในการโอนงบประมาณ

ด้านนายสาธิต กลิ่นภักดี ท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวกับที่ประชุมว่า ในการโอนงบประมาณจากท้องถิ่นให้กับส่วนราชการนั้น ทางท้องถิ่นสามารถที่จะให้การอุดหนุนได้ โดยใช้หลักเกณฑ์เข้าอนุกรรมการ เพื่อให้เข้าหลักเกณฑ์ในการอุดหนุนราชการทั่วไป หรือใช้การโอนงบประมาณ ซึ่งจะดูว่าอยู่ในอำนาจของนายก หรืออำนาจของสภา

ส่วนนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้เสนอในที่ประชุมว่า เพื่อป้องกันความผิดที่จะเกิดขึ้น ให้คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ได้โอนการทำงานในแต่ละส่วนให้ไปอยู่ในความรับผิดชอบอปท.ต่างๆ เช่น สนามกีฬา หรือการจัดสถานที่ เป็นต้น

นอกจากนี้ในที่ประชุมได้กำหนดการเดินทางไปศึกษาดูงานการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 27 อุตรดิตถ์เกมส์ และเข้าร่วมการแถลงข่าวถึงความพร้อมจัดการแข่งขันและรับธงการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 28 ภูเก็ตเกมส์ ปี 2555 ต่อไป

จี้อบต.สาคู เร่งเก็บขยะ หวั่นขยะล้นเมือง


เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ห้องประชุม 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (อาคารใหม่) ผู้ประกอบการร้านค้าบริเวณหาดในยาง ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จำนวนประมาณ 100 ราย นำโดยนายสุรินทร์ โยธารักษ์ ได้ร่วมประชุมหารือกับนายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายนฤนาถ สุภัทรประทีป นายอำเภอถลาง นายประพันธ์ ขันท์พระแสง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากกรณีที่อบต.สาคู ไม่จัดเก็บขยะมาเป็นเวลาร่วม 2 เดือน ส่งผลให้มีขยะตกค้างและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนการประกอบการและนักท่องเที่ยว

นายสุรินทร์ โยธารักษ์ ตัวแทนผู้ประกอบการร้านค้าหาดในยาง กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ผู้ประกอบการร้านค้าบริเวณหาดในยาง ซึ่งมีทั้งร้านค้าจำหน่ายอาหาร บาร์เบียร์ สินค้าที่ระลึกและอื่นๆ รวมจำนวนประมาณ 100 ราย ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาขยะมูลฝอย เฉลี่ยมีขยะเกิดขึ้นวันละประมาณ 500 กิโลกรัม และนับวันจะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากขยะดังกล่าวไม่ได้รับการจัดเก็บจากองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู ซึ่งหากยังปล่อยทิ้งไว้ก็จะส่งผลกระทบต่อการประกอบการและภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวบริเวณชายหาดในยาง

“ที่ผ่านมาผู้ประกอบการได้มีการจ่ายค่าเก็บขยะให้กับทางอบต.เป็นรายปี แต่มาในช่วงประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ทางอบต.ไม่ได้เข้ามาจัดเก็บขยะ จึงอยากให้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวประสานกับทางท้องถิ่นในการให้เข้าไปทำการเก็บขยะ และให้เพิ่มถังขยะให้เพียงพอกับปริมาณขยะด้วย”

รวมกลุ่ม-เชื่อมโยงอุตฯบาติกภูเก็ต


เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ห้องแววราไวย์ โรงแรมเมโทรโพล ภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเปิดตัว โครงการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงอุตสาหกรรมผ้าบาติกจังหวัดภูเก็ต และการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติงานปี 2554-2558 ซึ่งศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มอบหมายให้บริษัท เอ็น.พี.ชินดังคอนซัลแท็นซ์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ โดยมีนายสุราษฎร์ ฉิมพลีศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10, นายอภิชัย อมรพิสุทธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต นายวีระพงศ์ ไวทยวงศ์สกุล ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมผ้าบาติกตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำจนถึงปลายน้ำ จำนวน 20 ราย โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 9 เดือนระหว่างเดือนธันวาคม 2553-สิงหาคม 2554

นายสุราษฎร์ ฉิมพลีศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 10 ได้เล็งเห็นว่าอุตสาหกรรมผ้าบาติกเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้และยึดเป็นอาชีพหลัก รวมทั้งยังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจ โดยรวมของประเทศไทย ทั้งนี้ยังคงขาดแนวทางในการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการส่งเสริม สนับสนุน จากหน่วยงานภาครัฐ ดังนั้นการรวมกลุ่มในลักษณะของคลัสเตอร์จึงเป็นแนวทางและเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมผ้าบาติกให้สามารถรับมือกับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นและสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป

สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการผ้าบาติก รวมทั้งผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนาคลัสเตอร์ เกิดความตระหนักถึงความสำคัญและเข้าใจถึงกระบวนการของการรวมกลุ่มเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อพัฒนาให้เกิดการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมผ้าบาติก และการดำเนินการของคลัสเตอร์ มีการกำหนดทิศทาง เป้าหมายและกลยุทธ์ รวมทั้งแผนปฏิบัติการ ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของวิสาหกิจที่ชัดเจน เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรม โดยการหาแนวทางร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้และประสบการณ์ รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ด้านการเพิ่มผลิตภัณฑ์และเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดจนเพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้วิสาหกิจสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน นายสุราษฎร์กล่าว

สผ.ชี้แนวทางทำ EIA หวั่นกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเมโทรโพล ภูเก็ต นางนิศากร โฆษิตรัตน์ เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการประชุม ชี้แจง เรื่อง ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวข้องกับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ให้กับหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้อง มีผู้เข้าร่วมจากจังหวัดภาคใต้ ประมาณ 400 คน
สำหรับการจัดสัมมนาในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมทั้งจากส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และประกาศสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวข้องกับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงฯ ทั้ง 5 ฉบับ

นางนิศากร โฆษิตรัตน์ เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 67 วรรคสอง กำหนดว่าการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน ทั้งยังได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติ หรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว

ดังนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ศึกษาเพื่อกำหนดประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน ทั้งทางคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติและแนวทางในการจัดทำรายการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ฯ และได้ออกเป็นประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 5 ฉบับ

วันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ภูเก็ตสานสัมพันธ์ตัวแทนต่างชาติ


เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ห้องประชุม 1 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (อาคารใหม่) นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกงสุลอาชีพและกงสุลกิตติมศักดิ์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตกับหน่วยงานภาครัฐ/ภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 1/2554 เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว และแนวทางการแก้ปัญหา ตลอดจนนโยบายของทางจังหวัดภูเก็ต โดยมีกงสุลอาชีพและกงสุลกิตติมศักดิ์ในจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ทั้งนี้นายตรีได้กล่าวในที่ประชุมว่า ได้มีพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. กับทางจังหวัดภูเก็ต เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา การเดินทางโรดโชว์เพื่อทำการตลาดการส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการนานาชาติ ณ เมืองโตเกียวและเมืองฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ในระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2554 ภายใต้โครงการ Thailand MICE Road Show Japan 2011, การเดินทางไปศึกษาพุทธประวัติตามรอยพระบาทพระศาสดานมัสการสังเวชนียสถาน ในระหว่างวันที่ 9-17 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ประเทศเนปาล และการนำผู้ประกอบการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตเดินทางไปร่วมงานส่งเสริมการขายในงาน ITB 2011 ระหว่างวันที่ 9-13 มีนาคม 2554 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศสาธารณรัฐเยอรมันนี้

นอกจากนี้ยังได้มีการติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาค่าโดยสารรถแท็กซี่/รถตุ๊กตุ๊ก ซึ่งได้มีการจัดตั้งคณะทำงานกำหนดค่าโดยสารรถรับจ้าง เขตพื้นที่ป่าตอง โดยมีประกาศจังหวัดภูเก็ตกำหนดอัตราค่าโดยสารรถรับจ้างในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองป่าตองครั้งละไม่เกิน 200 บาทสำหรับผู้โดยสาร 4 คน แต่หากเพิ่มมากกว่านั้นให้คิดเพิ่มคนละ 50 บาท ส่วนการโดยสารจากพื้นที่ป่าตองไปยังแหล่งอื่นๆ ให้ใช้อัตราตามบัญชีแนบท้าย ส่วนของการจัดการจราจรเพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนพระบารมีตั้งแต่วัดสุวรรณคีรีวงค์ให้จัดระบบการจอดรถแบบวันคู่วันคี่ ทั้งนี้จะใช้เวลาในการทดลองและประเมินผลเป็นเวลา 3 เดือน

อย่างไรก็ตามยังได้มีการติดตามผลการจับกุมคดีอาญา การเสียชีวิตและอุบัติเหตุต่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในปี 2553 และในปี 2554 รวมทั้งยังได้มีการพิจารณาการให้บริการเจ็ทสกีแก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และการขอบัตรผ่านจากทางการท่าอากาศยานภูเก็ตด้วย

ตร.เมืองภูเก็ตรวบแกงค์ลักทรัพย์และยาบ้า 12 ราย


เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 ที่บริเวณด้านหน้า สภ.เมือง ภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วยนายศุภชัย โพชนุกุล นายอำเภอเมือง ภูเก็ต, พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต และชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม ด.ช.ดำ อายุ 13 ปี, ด.ช.แดง อายุ 15 ปี, ด.ช.มุติ อายุ 17 ปี และนายฐาปนา จิตต์สำเริง อายุ 18 ปี พร้อมด้วยของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กลจ -512 ภูเก็ต จำนวน 1 คัน, รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า มิโอ สีบรอนด์ หมายเลขทะเบียน ขตน-338 ภูเก็ต (หมายเลขทะเบียนเดิม กพย-930 หนองคาย) จำนวน 1 คัน, รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีน้ำเงิน-ขาว หมายเลขทะเบียน ขทร-570 ภูเก็ต จำนวน 1 คัน, รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า แอเบส สีขาว-แดง หมายเลขเครื่อง ACE-0032910 ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน, รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า ดรีม สีชมพู หมายเลขเครื่อง NE-0124238 ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน, รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า นูโว สีเขียว หมายเลขทะเบียน กษจ-984 ภูเก็ต จำนวน 1 คัน, รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า มิโอ สีดำ หมายเลขเครื่อง 5WUR -796333 ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร

พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ได้กล่าวว่า ก่อนการจับกุมในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งพลเมืองดีว่า มีวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน อยู่ภายในหมู่บ้านอราวดี โดยขับขี่วนเวียนอยู่หลายรอบเป็นที่ผิดสังเกตเหตุ หลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เข้าไปทำการตรวจสอบ พบรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวตามที่ได้รับแจ้ง ซึ่งมีด.ช.ดำ เป็นผู้ขับขี่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจสอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์ แต่ก็ไม่พบหลักฐานเกี่ยวกับรถจยย.แต่อย่างใด นอกจากนี้ด.ช.ดำ ยังได้อ้างกับเจ้าหน้าที่ว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไม่ใช่ของตน จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้นำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมทั้งให้ผู้ปกครองนำหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทำการสอบสวน ด.ช.ดำ ก็ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า รถจักรยานยนต์ที่เจ้าหน้าที่พบเห็นนั้น เป็นเพียงสวนหนึ่งที่ได้ร่วมกับเพื่อนขโมยมา โดยได้ร่วมกับเพื่อนได้ตระเวนลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ในพื้นที่ อ.กะทู้ และ อ.เมือง จ.ภูเก็ต จำนวนหลายครั้ง จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ควบคุมตัวด.ช.ดำ เพื่อนำไปจับกุมเพื่อนร่วมอีกจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย ด.ช.แดง ด.ช.มุติ และนายฐาปนา จิตต์สำเริง พร้อมด้วยของกลาง เป็นรถจักรยานยนต์อีก 6 คัน จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวพร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ทางตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ตยังได้สนธิกำลังร่วมกับชุดเฉพาะกิจของอำเมืองภูเก็ต ออกระดมกวาดล้างตรวจค้นตามเป้าหมายสามารถจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางหลายรายการ ประกอบด้วย
นายสมชาย ถิรวิริยาภรณ์ อาย 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 ถ.อนุภาษภูเก็ตการ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมตรวจยึดลูกระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 1 ลูก ในข้อหา มีเครื่องวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาติให้ได้
นายทวีศักดิ์ เพชรรัตน์ อาย 23 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 50 เม็ด ยาไอซ์ 1 ถุง
นายมนตรี หนูเดช อายุ 28 ปี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 3 เม็ด
นายประวิทย์ จารึก อายุ 24 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 1 เม็ด
นายประพันธ์ มีชัย อายุ 32 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 5 เม็ด

นายวรากร บุญมี พร้อมของกลางยาบ้า 7 เม็ด โดยกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
ส่วนนายธีรยุทธ ต้นปัก พร้อมของกลางยาบ้า 800 เม็ด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สอบสวนให้การว่า รับยาบ้ามาจากนายมานพ ซึ่งอยู่ภายในเรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ทางเจ้าหน้าที่ก็จะได้ขยายผลต่อไป โดยกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังจับกุมตัวนายประสิทธิ์ ชื่นชุมทรัพย์ และ นายธีระพงศ์ บุญเอียด ในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมายต่อไป

ทม.ป่าตองมอบเงินสภ.กะทู้ สร้างกำแพงกันน้ำ


เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 54 ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลเมืองป่าตอง ได้ร่วมกันมอบเงิน มอบเงินจำนวน 1 ล้านบาทให้กับพ.ต.อ.อารยะพันธ์ พุกบัวขาว ผกก.สภ.กะทู้ พร้อมด้วยคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กะทู้ เพื่อสนับสนุนการจัดทำกำแพงกั้นดินที่บริเวณสถานีตำรวจกะทู้

ทั้งนี้พ.ต.อ.อารยะพันธ์ พุกบัวขาว ผกก.สภ.กะทู้ ได้กล่าวว่า ด้วยบริเวณด้านหน้าของที่ตั้งสภ.กะทู้ เป็นคลอง เมื่อฝนตกลงมา น้ำในคลองไม่ไหล ทำให้นำในคลองได้ทะลักเข้ามาบริเวณด้านหน้า และบริเวณบ้านพักของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับความเสียหาย ทางสภ.กะทู้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการก่อสร้างกำแพงกั้นดิน เพื่อป้องกันปัญหาน้ำไหลเข้ามา โดยกำแพงดินดังกล่าว สูง 2.60 เมตร ยาว 50 เมตร ซึงใช้เงินงบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 1.6 ล้านบาท และได้ให้บริษัทได้เข้าทำการก่อสร้างไปแล้ว แต่ยังไม่มีเงินค่าใช้จ่าย จึงได้เข้ามาการอนุเคราะห์จากท่างเทศบาลเมืองป่าตอง ซึ่งทางเทศบาลก็ได้ตอบตกลง พร้อมทั้งได้มีการส่งมอบเงินจำนวน 1 ล้านบาทในวันนี้ ส่วนเงินที่เหลือ อีก 6 แสนบาทนั้น ก็จะได้รับการบริจาคจากภาคเอกชนรายอื่นต่อไป

ด้านนายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง สำหรับเงินจำนวน 1 ล้านบาทนี้ ทางเทศบาลได้จัดงานเนื่องในวันแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวต่างประเทศได้ให้ความสำคัญในงานวันดังกล่าว ได้ออกมาท่องเที่ยว พร้อมทั้งให้การช่วยเหลือในการบริจาคเงินมาได้เงินจำนวนดังกล่าว จึงได้ทำการส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ นับว่าเป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก

อบจ.ภูเก็ตส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว


เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ห้องแววราไวย์ โรงแรมเมโทรโพลภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต หลักสูตร การพัฒนาภาวะผู้นำด้วย “นพลักษณ์” ศาสตร์แห่งการพัฒนาตนเองและการวิเคราะห์ “คน” ซึ่งทางชมรมบริหารงานบุคคลจังหวัดภูเก็ต ภายใต้การสนับสนุนของ อบจ.ภูเก็ตจัดขึ้น โดยมีนายมานพ ลีลาสุธานนท์ ปลัด อบจ.ภูเก็ต นายสมชาย ดวงแข ที่ปรึกษานายก อบจ.ภูเก็ต ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต ตลอดจนชมรมบริหารงานบุคคลจังหวัดภูเก็ต แขกผู้มีเกียรติ และผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 70 ท่าน

นายประเสริฐ มนต์ประสิทธิ์ ประธานชมรมบริหารงานบุคคลจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การพัฒนาภาวะผู้นำด้วยนพลักษณ์ศาสตร์แห่งการพัฒนาตนเองและการวิเคราะห์คน เป็นการดำเนินการตามโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายบางส่วนจาก อบจ.ภูเก็ต ตามนโยบายของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตที่ประสงค์ให้รายได้ของ อบจ.ภูเก็ตที่ได้รับจากการนำส่งค่าธรรมเนียมบำรุง อบจ.ภูเก็ตจากผู้เข้าพักในโรงแรมนั้นกลับไปสู่ผู้ที่มีส่วนในการนำส่งค่าธรรมเนียมให้กับทาง อบจ.ภูเก็ต

“การอบรมในครั้งนี้เพื่อพัฒนาภาวะผู้นำ เพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการและวิธีการจัดการงานบุคคลอยู่เสมอ โดยการใช้หลักนพลักษณ์ ซึ่งเป็นศาสตร์แห่งการวิเคราะห์คนอย่างละเอียดลึกซึ้ง ร่วมกับจิตวิทยาสมัยใหม่อันจะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ ทำความเข้าใจบุคลิกลักษณะและอุปนิสัยของคน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในเรื่องของการคัดเลือกบุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและการพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพในการบริการที่ดีอยู่เสมอ ซึ่งจะส่งผลให้บรรลุตามเป้าหมายแห่งการให้บริการที่ดีที่สุด และสามารถแข่งขันกับประเทศที่เป็นคู่แข่งทางการท่องเที่ยวและยืนอยู่ในตลาดการท่องเที่ยวโลกได้”นายประเสริฐกล่าว

ขณะที่นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ด้วยภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และการบริการที่ดีงาม เป็นจุดขายที่มีชื่อเสียงในตลาดท่องเที่ยวโลก จำเป็นอย่างยิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องได้รับการบริการที่ดีจากบุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว และเพื่อสร้างแรงจูงใจในตลาดท่องเที่ยวทั้งใหม่และเก่าหันกลับมาท่องเที่ยวยังจังหวัดภูเก็ตมากขึ้น โดยบุคลาการทางด้านการท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญในการให้บริการและสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว แต่การให้บริการที่มีประสิทธิภาพนั้นก็ขึ้นอยู่การคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพและการบริหารจัดการที่ดีของผู้ประกอบการท่องเที่ยวด้วย

คนภูเก็ตยังสนใจซื้อน้ำมันปาล์มฝาสีฟ้า


เมื่อเวลา 08.30 น.ของวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 54 ที่บริเวณด้านหน้าของสำนักงานการค้าภายในจังหวัดภูเก็ต ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานการค้าภายใน ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพานิชจังหวัดภูเก็ต ได้นำน้ำมันปาล์ม ฝาสีฟ้า ที่ทางกระทรวงพาณิชย์ได้มีการจัดสรรโควตาให้สำนักงานการค้าภายในแต่ละจังหวัดดำเนินการมาจัดจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาขวดละ 47 บาท และให้ซื้อได้คนละไม่เกิน 2 ขวด

ปรากฏว่ายังคงได้รับความสนใจจากประชาชนมาซื้อหาเป็นจำนวนมาก และจากการสังเกตของผู้สื่อข่าวพบว่ามีผู้เวียนเทียนเข้าแถวเพื่อให้ได้จำนวนน้ำมันมากขึ้นเพราะเพียง 2 ขวดไม่เพียงพอในการนำไปใช้ ทั้งนี้น้ำมันปาล์มที่นำมาจำหน่ายมีจำนวน 260 ลัง โดยเป็นน้ำมันบรรจุขวดจำนวน 200 ลัง ลังละ 12 ขวด ขวดละ 1 ลิตร และแบบบรรจุถุงถุงละ 1 ลิตร จำนวน 60 ลัง

นางสาวศุภัชชา บุญผลิต รักษาการหัวหน้าสำนักงานการค้าภายในจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เท่าที่ตรวจสอบพบว่าประชาชนยังคงมีการเข้าซื้อน้ำมันอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนค่อนข้างมากจะเป็นกลุ่มของพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหาร เนื่องจากต้องการน้ำมันปริมาณมาก ส่วนของประชาชนทั่วไปมีปัญหาค่อนข้างน้อย เพราะยังมีทางเลือกในการใช้น้ำมันประเภทอื่นๆ

อย่างไรก็ตามในสัปดาห์นี้สำนักงานการค้าภายในจังหวัดภูเก็ตมีโควตาน้ำมันฝาสีฟ้าอีกจำนวนหนึ่ง เมื่อได้รับแล้วก็จะจะกระจายออกไปยังพื้นที่นอกตัวเมืองทั้ง อ.ถลางและกระทู้ นอกจากนี้ยังได้แบ่งบางส่วนให้กับทางห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น ได้แก่ห้างซุปเปอร์ชิป ห้างโกรเซอร์รี่ และร้านภิญโญการค้าซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนที่มีประชาชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก อันจะทำให้เกิดการกระจายสินค้าได้ทั่วถึงมากขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เมืองกะทู้ภูเก็ตชนะวอลเลย์บอลอาชีพ


เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 54 ที่โรงยิมเนเซี่ยม 1 สะพานหินภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการแข่งขันวอลเลย์บอลอาชีพ ไทยแลนด์ลีก ครั้งที่ 6 ประจำปี 2554 โดยมีนายชัยอนันท์ สุทธิกุล นายกเทศมนตรีเมืองกะทู้ นายเชญฐวิทย์ ตันติพันธุ์วดี นายกสมาคมกีฬาภูเก็ต นายวิรัช พาที ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทย จ.ภูเก็ต นายประดิษฐ์ แสงจันทร์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายชัยยะ สุทธิกุล รองนายกเทศมนตรีเมืองกะทู้ ผู้บริหารเทศบาลและนักกีฬาเข้าร่วม

ทั้งนี้นายชัยอนันท์ ได้กล่าวว่า ด้วยสมาคมกีฬาจังหวัดภูเก็ต ได้มอบหมายให้เทศบาลเมืองกะทู้ ภูเก็ต เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลอาชีพ ไทยแลนด์ลีก พร้อมทั้งได้ส่งทีมเมืองกะทู้ภูเก็ต เข้าร่วมแข่งขันประเภททีมหญิง จำนวน 1 ทีม ซึ่งรายการนี้ถือเป็นวอลเลย์บอลอาชีพที่สำคัญที่สุดของประเทศรายการหนึ่ง โดยมีทีมเข้าร่วมแข่งขัน ประเภททีมชาย 8 ทีม ทีมหญิง 8 ทีม

สำหรับทีมเมืองกะทู้ภูเก็ต จัดทีมเข้าร่วมแข่งขันเพื่อส่งเสริมนักกีฬาในท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักกีฬาของจังหวัดภูเก็ต มีความสนใจเล่นวอลเลย์บอลเป็นอย่างมาก แต่เพียงไม่มีโอกาส ซึ่งการที่เทศบาลเมืองกะทู้ ส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันระดับลีก เพื่อจะเพิ่มโอกาสให้กับเยาวชนและเป็นตัวอย่างที่ดีในการส่งเสริมกีฬาให้กับองค์กรอื่นๆ ด้วย

ทั้งนี้ทีมเมืองกะทู้ภูเก็ต ก็เป็นทีมนำอันดับหนึ่งของตาราง ประเภททีมหญิงในเลกแรก อย่างไรก็ตามหลังจากจบแม็ตนี้ ทางเทศบาลจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างให้ทีมเข้มแข็งมากขึ้น โดยจะทำเป็นระบบแบบมืออาชีพให้ได้ เพื่อรองรับเด็ก และเยาวชน ของจ.ภูเก็ต ก้าวสู่การเล่นระดับอาชีพต่อไป

ภายหลังจากพิธีเปิดในจังหวัดภูเก็ต ได้มีการแข่งขันจำนวน 2 คู่ คือประเภททีมชาย เป็นการพบกันระหว่างทีมเชียงราย VC 7 ที่ส่งเฉพาะทีมชาย จึงได้จับคู่กับทีมเมืองกะทู้ภูเก็ต ในประเภททีมหญิง จึงเป็นที่เหย้า แข่งกับทีมกรุงเก่า – นมไทยเดนมาร์ค ทีมเยือน โดยการแข่งขันเป็นไปด้วยความสนุกสนาน ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ ต้องทำการแข่งขัน 5 เซ็ท โดยใช้เซ็ทที่ 5 เป็นเซ็ทตัดสิน ผลการแข่งขั้นปรากฏว่า ทีมเชียงรายเอาชนะทีมกรุงเก่า 3:2 เซ็ท ด้วยสกอร์ 25:16, 21:25, 25:27, 25:17, 15:9

ส่วนประเภททีมหญิง ทีมเมืองกะทู้ภูเก็ต เจ้าบ้านตอนรับการมาเยือนของทีมกรุงเก่า – แม็กเท็ค – ท.พ.อ. โดยการแข่งขันเป็นไปด้วยความสนุกสนานไปแพ้ทีมชาย ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ คนละเซ็ท ต้องตัดสินด้วยเซ็ทที่ 5 เช่นกัน ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมเมืองกะทู้ภูเก็ต สามารถเอาชนะทีมกรุงเก่า – แม็กแท็ค – ท.พ.อ. ไปได้อย่างสวยงาม 3 – 2 เซ็ท ด้วยสกอร์ 25:22, 23:25, 25:20, 15:25, 15:11 จากการแข่งขันในนัดนี้ทำให้ทีมเมืองกะทู้ภูเก็ต ยังคงมีคะแนนเป็นอันดับ 1 อีกต่อไป แข่ง 7 ครั้ง ชนะทั้ง 7 ครั้ง

ด้านอลิสา เส้งเสน หัวหน้าทีมเมืองกะทู้ภูเก็ต กล่าวว่า ทีมของเรามีความพร้อมพอสมควร ขาดเพียงตัวหลัก 2 คน คือ นุสรา กับอรอุมา ที่เดินทางไปเล่นลีกอาชีพ แต่ที่ผ่านมาถึงแม้ขาดตัวหลัก น้องๆ ยังสู้ได้ดี อย่างไรก็ตามหลังจบเลกแรก จะหยุด 1 อาทิตย์ และแข่งขันต่อในวันที่ 5 มี.ค. จะพบกับทีมขอนแก่น ซึ่งเป็นทีมอันดับที่ 2 ก็ประมาทไม่ได้ แต่หากมีการเตรียมพร้อมที่ดี การสนับสนุนที่ดีก็สามารถสู้ได้ทุกทีม