จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

พบศพติดค้างโขดหินแห้งเหลือแต่กระดูก


เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 54 ร.ต.อ.อรรถวัฒน์ สุวรรณรัตน์ ร้อยเวรสภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวสบ้าน พบศพผู้เสียชีวิตอยู่บนโขดหินใกล้หาดกะตะน้อย ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งก็ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยนายวินัย ชิดเชี่ยว กํานันตำบลกะรน นายเมต์ต ชูลักษณ์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.กะรน ด.ต.สมาน พรหมหอม ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ฉลอง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย

ที่เกิดเหตุเป็นชายหาดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวไม่สามารถเดินผ่านชายหาดไปยังจุดที่เกิดเหตุได้เนื่องบริเวณที่เกิดเหตุอยู่ปลายแหลมของเกาะดังกล่าว เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าผ่านสวนยางพาราและป่าละเมาะใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 1 ชั่วโมง จึงถึงที่เกิดเหตุ เห็นที่ซอกโขดหินมีศพชายไม่ทราบชื่อ สภาพศพผิวดำแห้ง อยู่ในสภาพนั่งยองศีรษะตะแคงไปทางด้านซ้ายมือของผู้ตาย แขนด้านซ้ายวางอยู่บนขาด้านซ้ายของผู้ตาย สวมเสื้อผ้าแต่ไม่ทราบสี เนื้ออวัยวะบางส่วนถูกสัตว์ร้ายกัดแทะจนเหลือแต่กระดูก ตรวจสอบไม่พบเอกสารหลักฐานใดๆ เจ้าหน้าที่คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 22 วัน จึงนำศพชันสูตรที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตต่อไป

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุได้มีแรงงานชาวพม่า เข้าไปถางป่าบริเวณดังกล่าว ก็มองไปเห็นที่โขดหินมีลักษณะคล้ายศพติดอยู่บนโขนหิน จึงเดินทางไปตรวจสอบ แน่ใจแล้วว่าเป็นศพคนตายแน่นอน จึงเกิดความกลัวรีบวิ่งกลับขึ้นมาแล้วโทรศัพท์แจ้งให้นายจ้างทราบ ก่อนที่นายจ้างจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปตรวจสอบต่อไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นแรงงานต่างด้าวออกไปถางป่าในละแวกดังกล่าวแล้วเกิดพลัดตกลงไปบนโขนหินจนทำให้เสียชีวิต หรือเป็นชาวประมงที่ออกตกปลาเกิดเป็นลมหน้ามืด จนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นเส้นทางเปลี่ยวกว่าที่คนจะมาพบก็ศพแห้งจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนต่อไปว่าผู้ตายเป็นใคร เพื่อที่จะให้ญาติมารับศพเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

“เพื่อไทย” เปิดตัวผู้สมัครเขต 1 ภูเก็ต


เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2554 ที่อาคารเลขที่ 23 – 23/1 ถนนหลวงพ่อ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายโอฬาร ไชยประวัติ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ร่วมกับนายพิเชษฐ สถิรชวาล ประธานผู้อำนวยการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ฝั่งอันดามัน ประกอบด้วย ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และระนอง ร่วมเป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย จังหวัดภูเก็ต เขต 1 พร้อมเปิดตัวนายวิสิษฐ์ ใจอาจ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคเพื่อไทย จังหวัดภูเก็ต เขต 1 โดยมีผู้บริหารและแกนนำพรรคเพื่อไทย เช่น นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตส.ส.แพร่ นางสาวฐิติมา ฉายแสง อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา นายกอแก้ว พิกุล เป็นต้น ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทยในเขตภาคใต้ เช่น พังงา สุราษฎ์ธานี สงขลา เป็นต้น ตลอดจนประชาชนที่ให้การสนับสนุนร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตส.ส.แพร่ ในฐานะทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในส่วนของพรรคมองว่าภูเก็ตเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญจังหวัดหนึ่งของภาคใต้ และไม่ได้มีความสำคัญระดับประเทศเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญระดับโลก และมีความภูมิใจในการนำเสนอนายวิสิษฐ์ ใจอาจ ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงและมีวิสัยทัศน์ในการมองปัญหาหาและแนวทางการแก้ไข ซึ่งทางพรรคพร้อมที่จะนำปัญหาที่ได้รับการเสนอไปจัดทำเป็นนโยบายเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวภูเก็ตต่อไป

ขณะที่นายวิสิษฐ์ ใจอาจ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดภูเก็ต เขต 1 กล่าวว่า แนวทางการทำงานคงเน้นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และจะไม่แก้แค้นใคร ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ตประสบกับปัญหาในด้านต่างๆ เช่น การจราจร การขาดแคลนสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ เป็นต้น ดังนั้นหากได้รับการเลือกตั้งเข้าไปก็จะเร่งดำเนินการแก้ปัญหาต่างๆ ดังกล่าว รวมทั้งจะทำงานร่วมกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนในทุกกลุ่มอาชีพ โดยจะมีการรับฟังความคิดเห็นและจัดลำดับความสำคัญของการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้เห็นเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตามนายวิสิษฐ์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการแข่งขันคงไม่นำเรื่องของความขัดแย้งเข้ามาเกี่ยวข้องแต่จะเน้นการนำเสนอนโยบาย เพราะภูเก็ตเปรียบเสมือนหัวแหวนที่จะต้องมีฐานรองรับที่ดี เพื่อให้เกิดความมั่นคงแข็งแรง ดังนั้นหากตนได้รับเลือกแต่พรรคเพื่อไทยไม่ได้รับเลือกภูเก็ตก็ได้ประโยชน์ หากพรรคเพื่อไทยได้รับเลือกแต่ตนไม่ได้รับเลือกภูเก็ตก็ได้ประโยชน์ หากตนและพรรคเพื่อไทยได้รับเลือกก็ยิ่งได้ประโยชน์

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ตร.ภูเก็ตรวบคนเดินยาของกลางยาบ้า,ยาไอซ์

  
เมื่อของวันที่ 18 พฤษภาคม 54 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ.เมือง ภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วยพ.ต.อ.ชำนาญ แป้นนาบอน รอง.ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต, พ.ต.ท.จำรูญ พลายด้วง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำรอง ผกก.ป.ป.สภ.เมืองภูเก็ต , และชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายทศพล มณีปกรณ์ อายุ 21ปี อยู่บ้านเลขที่ 69/1 ม.6 ต.เกาะแก้ว อ.เมือง ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 1,500 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนัก 0.66 กรัม รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่น NSR สีแดง หมายเลขทะเบียน กยล 348 ภูเก็ต 1 คัน โทรศัพท์มือถือโนเกียร์ 1 เครื่อง เงินสด 6,050 บาท โดยจับกุมได้ที่บริเวณจุดตรวจค้น ถนนรัษฎานุสรณ์ บ้านกู้กู ม.3 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า, ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

ทั้งนี้พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ได้กล่าวว่า ด้วยทางสภ.เมือง ภูเก็ตโดยพ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต ได้ดำเนินการปราบปรามยาเสพติดให้โทษในพื้นที่ พร้อมทั้งให้วางแผนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ที่เป็นเส้นทางเป็นจุดเสี่ยงในการก่ออาชญากรรมในพื้นที่ จนกระทั่งเมื่อเวลา 23.30 น.ของวันที่ 17 พฤษภาคม 54 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดยร.ต.ท.อัครเดช พงศ์พรหม รองสวป.สภ.เมืองภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เมืองภูเก็ต ตั้งจุดตรวจค้น พบบุคคลท่าทางมีพิรุธ น่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมาย ได้ตรวจค้นรถจยย.พบยาเสพติดชนิด ยาบ้าจำนวน 8 ถุง จำนวน 1,500 เม็ดและยาไอซ์ จำนวน 1 ถุงเล็ก น้ำหนัก 0.66 กรัม อยู่ในกระเป๋าสะพาย สีน้ำตาล ทราบชื่อคือนายทศพล มณีปกรณ์ อายุ 21 ปี จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก้ได้ควบคุมตัวพร้อมด้วยของกลางไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่สภ.เมือง ภูเก็ต

จากการสอบสวนนายทศพล ในเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า รับจ้างส่งยาบ้า โดยมีนายบัง ไม่ทราบชื่อจริง เป็นผู้ว่าจ้างเพื่อนำยาเสพติดไปส่งลูกค้า โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 10,000 บาท ซึ่งได้มีการว่างจ้างลักษณะนี้มาแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง โดยครั้งนี้จะนำยาบ้าไปวางไว้ที่บริเวณเนินเขากู้กู ใกล้โรงแรมแห่งหนึ่ง แต่เจอด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนพยายามขับรถหลบหนี แต่ถูกจับกุมในที่สุด

ทุนเกาหลีร่วมสหรัฐฯ เสนอตัวสร้างรถไฟฟ้าภูเก็ต


เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2554 ที่ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายกวางซิก ชุน (KWANGSIK CHUN) ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จุง ยาง พัฒนา จำกัด (JUNG YONG DEVELOPMENT CORP) ซึ่งเป็นนักลงทุนจากประเทศเกาหลี พร้อมคณะ เข้าพบนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อเสนอตัวและยืนยันความพร้อมในการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าของจังหวัดภูเก็ต พร้อมเชิญชวนทางจังหวัดภูเก็ตไปดูความมั่นคงและความพร้อมของบริษัท ตลอดจนศึกษาดูงานเทคโนโลยีด้านการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่ประเทศเกาหลี

ทั้งนี้นายตรี กล่าวว่า ทางนายกวางซิก ชุน ได้ส่งเอกสารแจ้งความจำนงในการที่จะลงทุนรถไฟฟ้าของจังหวัดภูเก็ต และเพื่อสร้างความมั่นใจว่ามีความพร้อมอย่างแน่นอน โดยจะมีการจดทะเบียนบริษัทที่ประเทศไทย พร้อมกันนี้ก็จะได้เชิญทางจังหวัดเดินทางไปประเทศเกาหลีเพื่อดูความมั่นคงของบริษัทฯ รวมถึงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าของประเทศเกาหลี หลังจากนั้นก็จะได้มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับการศึกษาความเป็นไปได้ของการก่อสร้าง ซึ่งได้เสนอเส้นทางสนามบินภูเก็ต – ห้าแยกฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ที่ทางจังหวัดได้มีการศึกษาไว้แล้ว พร้อมให้ศึกษาเพิ่มเติมในส่วนของเส้นทางสนามบินภูเก็ต – ศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติ ไม้ขาว ท่าฉัตรไชย อ.ถลาง ด้วย

นายกวางซิก ชุน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จุง ยาง พัฒนา จำกัด กล่าวถึงการสนใจลงทุนโครงการรถไฟฟ้าของจังหวัดภูเก็ต ว่า ในส่วนของการลงทุนรถไฟฟ้ารางเบาของทางบริษัทฯ นั้น จะเป็นการร่วมทุนกับบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งขณะนี้มีเงินที่อยู่ในกองทุนและพร้อมที่จะนำมาใช้ในการลงทุนประมาณ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา แม้ว่าที่ผ่านมาทางบริษัทจะยังไม่เคยมีการลงทุนเกี่ยวกับรถไฟฟ้ามาก่อน แต่ก็มีความพร้อมทั้งในเรื่องเทคโนโลยีซึ่งจะใช้ของประเทศเกาหลี และเม็ดเงินในการลงทุนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทร่วมทุนในประเทศสหรัฐอเมริกา

นายกวางซิก ชุน กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทางบริษัทฯ มีข้อมูลเบื้องต้นของทางจังหวัดภูเก็ตที่ได้มีการศึกษาไว้ตั้งแต่ปี 2549 แต่ก็จะต้องมีการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และข้อเท็จจริงในปัจจุบัน รวมถึงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเส้นทางสนามบินภูเก็ต-ศูนย์ประชุมฯ ซึ่งทางบริษัทฯ จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ทำบุญตักบาตร เนื่องในวันวิสาขบูชา

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2554 ที่บริเวณถนนนริศร ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ติดกับศาลาประชาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) นายชวลิต ณ นคร รองนายก อบจ.ภูเก็ต พร้อมด้วยนายสมชาย ดวงแข ที่ปรึกษานายก อบจ.ภูเก็ต สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในจังหวัดภูเก็ตจำนวนมาก ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2554 ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นอกจากนี้ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงหายจากพระอาการพระชวรโดยเร็ว

ส่วนบรรยากาศภายในวัดต่างๆ ของจังหวัดภูเก็ตก็เต็มไปด้วยพุทธศาสนิกชนที่ต่างอุ้มลุกจูงหลานไปทำบุญเนื่องในวันวิสาขบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว นอกจากนี้ในช่วงเย็นเวลาประมาณ 16.00 น. ที่ศาลาประชาคม อบจ.ภูเก็ต ได้จัดให้มีการแสดงธรรมเทศนา และเวียนเทียนรอบองค์พระบรมสารีริกธาตุซึ่งได้มีการอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ให้ประชาชนได้สักการะ เนื่องในการจัดกิจกรรมสัปดาห์วิสาขบูชา ซึ่งทาง อบจ.ภูเก็ต ร่วมกับเครือข่ายพุทธศาสนาในจังหวัดภูเก็ตจัดขึ้น ส่วนภายในวัดต่างๆ ก็จะจัดมีการเวียนเทียนในช่วงค่ำเชื่อว่าจะมีพุทธศาสนิกชนไปร่วมในแต่ละวัดเป็นจำนวนมาก

สำหรับวันวิสาขบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี และในปีนี้ตรงกับวันที่ 17 พฤษภาคม 2554 เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่เกี่ยวกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 3 ประการ คือ ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน

วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

มหกรรมสินค้าโอท๊อป ครั้งที่ 6


เมื่อคืนวันที่16 พฤษภาคม 54 ที่เวทีกลางสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานพิธีเปิดมหกรรมสินค้าโอทอปภูเก็ต ครั้งที่ 6 โดยมีนาย สมศักดิ์ สงนุ้ย พัฒนาการจังหวัดภูเก็ต นายรุ่งโรจน์ ศงสนันทน์ สหกรณ์จังหวัดภูเก็ต และเครือข่ายโอทอปจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ทั้งนี้นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมสินค้าโอทอปภูเก็ต ครั้งที่ 6 ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับสหกรณ์จังหวัดภูเก็ต และเครือข่ายโอทอปภูเก็ต เพื่อส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าโอทอป เพิ่มรายได้ให้กับผู้ผลิตสินค้าโอทอป และเพื่อเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์โอทอป และการบริหารจัดการสินค้าโอทอป รวมทั้งต้องการประชาสัมพันธ์ให้ผลิตภัณฑ์โอทอปเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยงานจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13 – 22 พฤษภาคม 54

โดยการจัดงานในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในช่วงที่นาย ตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตขายไข่ไก่กันในราคาฟองละ 6 สลึง ปรากฏว่ามีประชาชนมารอคิวเพื่อซื้อกันเป็นจำนวนมากส่วนร้านค้าอื่นที่มาร่วมออกบูธจำหน่ายสินค้าในครั้งนี้ต่างก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีโดยมีร้านค้ามาร่วมออกบูธจำหน่ายสินค้าโอทอปกว่า 200 ร้าน

สำหรับปีนี้ได้ตั้งเป้าการจำหน่ายสินค้าโอทอปในจังหวัดภูเก็ตไว้ที่ 900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่จำหน่ายสินค้าโอทอปได้กว่า 700 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะจัดจำหน่ายตามแหล่งผลิตและร้านค้าในจังหวัดภูเก็ตแล้วทางสำนักงานพัฒนาชุมชนยังได้ร่วมกับหลายภาคส่วนในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายโดยได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 2 ล้านบาท ในการนำสินค้าโอทอปของภูเก็ตไปแสดงและจัดจำหน่ายในต่างจังหวัด 2 ครั้ง และในพื้นที่ภูเก็ต 1 ครั้ง เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้













วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

“หลวงปู่สุภา” ทำบุญจังหวัดขจัดสิ่งชั่วร้าย


เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2554 ที่ศาลาประชาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) พระมงคลวิสุทธิ์ หรือหลวงปู่สุภา กันตสีโล วัดสิริสีลสุภาราม พระเกจิชื่อดังของจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน การประกอบพิธีทำบุญจังหวัดเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย และความเป็นสิริมงคลของจังหวัด เนื่องในการจัดกิจกรรมสัปดาห์วิสาขบูชา ประจำปี 2554 ซึ่งทาง อบจ.ภูเก็ต ร่วมกับเครือข่ายพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ตจัดขึ้น นอกจากนี้ยังมีพระสงฆ์ทั่วทั้งจังหวัดภูเก็ตร่วมสวดเจริญพุทธมนต์ และมีนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายชวลิต ณ นคร รองนายก อบจ.ภูเก็ต ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วม

สำหรับการประกอบพิธีทำบุญจังหวัดในครั้งนี้ ประกอบด้วย พระสงฆ์จำนวน 9 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ จำนวน 4 รูป สวดประจำทิศทั้ง 4 ทิศ และมีพระร่วมสวดอีก จำนวน 30 รูป พร้อมกันนี้ยังได้มีการทำบุญสะเดาะห์เคราะห์ ด้วยการนำเครื่องเซ่นไหว้ อาหารคาวหวานใส่ในกระทง เพื่อนำไปวางทั้งสี่ทิศ รอบเกาะภูเก็ต ทิศเหนือ บริเวณท่าฉัตรไชย ต.ไม้ขาว อ.ถลาง ทิศใต้หาดในหาน ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต ทิศตะวันออกหาดแหลมพันวา สถาบันชีววิทยาทางทะเล ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต และทิศตะวันตกบริเวณหาดป่าตอง ต.กะทู้ อ.กะทู้ รวมทั้งยังมีการนำกระทงซึ่งภายในมีเครื่องเซ่นไหว้ และอาหารคาวหวาน นำไปลอยในทะเลด้วย

นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดทำบุญจังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก หลวงปู่สุภา กันตสีโล ซึ่งเป็นพระเกจิชื่อดังและมีผู้คนให้ความเคารพนับถือเป็นจำนวนมากได้นิมิตเห็นหมอกควันสีดำลอยปกคลุมทั่วทั้งจังหวัดภูเก็ต จึงได้แจ้งให้ตนทราบและขอให้มีการประกอบพิธีทำบุญให้กับจังหวัดภูเก็ต เพื่อความเป็นสิริมงคล และป้องกันไม่ให้สิ่งชั่วร้ายเข้ามาทำลายจังหวัดภูเก็ต

ขณะที่หลวงปู่สภา กันตสีโล กล่าวตอนหนึ่งของการประกอบพิธี ว่า การประกอบพิธีทำบุญจังหวัดเพื่อความเป็นสิริมงคล และป้องกันมิให้มีสิ่งชั่วร้ายต่างๆ เข้ามาทำกล่ำกรายทำร้ายประชาชนและจังหวัดภูเก็ต หายจากทุกข์โศกเรื่องเศร้าหมองทั้งหลาย ซึ่งจะต้องจัดให้ถูกต้องตามหลักพิธีการ เพื่อที่จะให้เทพที่ปกปักรักษาจังหวัดภูเก็ตได้กลับไปทำหน้าที่ตามมุมเมืองต่างๆทั้ง 4 ทิศ รวมทั้งต่อจากนี้ขอทางจังหวัดได้มีการประกอบพิธีทำบุญจังหวัดเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่

โชว์ผลงานล่าเรือหางยาวที่ถูกขโมย


เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2554 บริเวณหาดหน้าหาดกะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสุวัตน์ บุบพะโพธิ์ ปลัดอำเภอเมืองภูเก็ต และนายวินัย ชิดเชี่ยว กำนันตำบลกะรน ได้ทำการส่งมอบเรือหางยาวคืนให้กับนายวิชาญ อุปปั้น อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 128/3 หมู่ที่ 3 ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต เนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น.วันที่ 21 เมษายน 2554 ที่ผ่านมา เรือหางยาวลำดังกล่าวซึ่งจอดลอยลำอยู่ภายในคลองปากบางได้หายไป จึงได้เข้าทำการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรฉลอง แต่ไม่มีความคืบหน้าจึงได้ประสานกับนายวินัย ชิดเชี่ยว กำนันตำบลกะรน ให้ช่วยติดตามและได้เรือคืนกลับมาในที่สุด

นายวินัย กล่าวถึงการติดตามเรือลำดังกล่าวกลับมาคืนเจ้าของ ว่า ในฐานะผู้ปกครองพื้นที่หลังจากที่ได้รับแจ้งจากทางเจ้าของเรือ ก็ได้ประสานไปยังฝ่ายปกครองอำเภอเมืองภูเก็ต และพล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กระทั่งสืบทราบว่าเรือหางยาวลำดังกล่าวถูกขโมยและนำไปอยู่ที่บ้านบาบาล่า อ.ละงู จ.สตูล จึงได้ประสานกับผู้เกี่ยวข้องและสามารถนำเรือลำดังกล่าวกลับคืนมาได้

อย่างไรก็ตามนายวินัย กล่าวด้วย เท่าที่มีข้อมูลทราบว่า ขณะนี้คำสั่งซื้อเรือมาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยนำไปพักไว้ที่ จ.สตูล ก่อนที่จะส่งออก เนื่องจากการต่อเรือหางยาวลำใหม่จะต้องใช้ต้นทุนสูง ซึ่งที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.ภูเก็ตมีเรือที่ถูกขโมยไปแล้ว 4 ลำ แต่สามารถติดตามกลับมาได้เพียงลำเดียว ทั้งนี้อยากฝากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยลงมาตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย

นายวิชาญ อุปปั้น เจ้าของเรือ กล่าวว่า เรือหางยาวลำนี้ได้ซื้อมาหลังจากเกิดสึนามิเมื่อปี 2547 และใช้ในการประกอบอาชีพทำการประมง เมื่อได้เรือกลับมาจึงรู้สึกดีใจมาก เพราะไม่เช่นนั้นก็จะลำบากต่อการประกอบอาชีพ ก็ต้องขอบคุณทางกำนันและทีมงานที่ได้ช่วยติดตามจนได้เรือกลับคืนมา

อบจ.ภูเก็ตจัด สัปดาห์วิสาขบูชา


เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2554 ที่ศาลาประชาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดกิจกรรมสัปดาห์วิสาขบูชา ตามโครงการส่งเสริมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับเครือข่ายองค์กรทางพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ตจัดขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนและประชาชนโดยทั่วไป ได้ศึกษาความรู้ด้านพระพุทธศาสนา ร่วมปฏิบัติธรรม รักษาศีล เพื่อนำหลักธรรมคำสอนไปใช้ในการดำเน้นชีวิตได้อย่างถูกต้อง โดยมีนายชวลิต ณ นคร รองนายก อบจ.ภูเก็ต คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา และข้าราชการ อบจ.ภูเก็ต เครือข่ายองค์กรพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วม โดยกิจกรรมต่างๆ จะจัดไปจนถึงวันที่ 21 พฤษภาคมนี้

นายตรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมสัปดาห์วิสาขบูชา จะช่วยให้พุทธศาสนิกชนเกิดความเข้าใจและความศรัทธาในพระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น อันจะส่งผลให้เกิดการปฏิบัติธรรมตามคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไป เห็นได้จากวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม ซึ่งล้วนแต่เป็นการส่งเสริมสนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมทางด้านคุณธรรม จริยธรรมทั้งในกลุ่มเยาวชน และประชาชน ให้ได้ศึกษาความรู้ด้านพระพุทธศาสนา ปฏิบัติธรรม และขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์ ตลอดจนการเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี

ทั้งนี้กิจกรรมสำคัญต่างๆ ในช่วงการจัดกิจกรรม อาทิ พิธีเจริญพุทธมนต์ใหญ่ โดยนิมนต์พระสงฆ์ทั้งจังหวัด เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ, พิธีทำบุญจังหวัดภูเก็ต โดย หลวงปู่สุภา กันตสีโล เกจิชื่อดังของจังหวัดภูเก็ต, พิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง,เวียนเทียนรอบพระบรมสารีริกธาตุ, การแข่งขันทักษะทางวิชาการด้านพระพุทธศาสนา, บรรยายธรรม โดย พระวิสุทธิธรรมคณี เจ้าอาวาสวัดท่าเรือ (เจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต), กิจกรรมทอดผ้าป่าสร้างพระธาตุบรรจุอัฐิหลวงตามหาบัว วัดหลังศาล, พิธีไถ่ชีวิตสรรพสัตว์กว่าล้านชีวิต นิทรรศการทางพระพุทธศาสนาตลอดทั้งสัปดาห์ เป็นต้น


ไฟไหม้เรือยอร์ทที่ทอดสมออยู่กลางทะเล

  
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 54 พ.ต.ท.บุญเลิศ อ่อนกลาง สารวัตรเวรสภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงโหมไหม้เรือยอร์ช ที่ทอดสมองห่างจากสะพานท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง ประมาณ 1 กิโลเมตร ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งก็ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย ร.ต.ต.ประเสริฐ ศรีต้า รองสวป.เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงท่าเทียบเรือ พบว่าเรือกำลังลุกไหม้ อยู่ห่างจากท่าเทียบเรือ ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวลมแรง ไฟจึงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้นำเรือเร็วของศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวออกไปตรวจสอบ ซึ่งเรือที่ถูกไฟไหม้เป็นเรือยอร์ทชั้นเดียว ชื่อเรือ “การ์ดี้” เพลิงได้ลุกไหม้ประมาณ 30 นาที เรือลำดังกล่าวก็ได้จมดิ่งลงสู่ก้นทะเล

จากสอบถามคนที่อยู่ประจำเรือข้างเคียง ก็ทราบว่าเรือลำดังกล่าวไม่น่าจะมีคนประจำเรือ และกว่าจะทราบว่าเรือไฟไหม้ ก็ไฟได้ลุกท่วมตัวเรือแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถดับเพลิงได้ทัน ทำให้ไฟลุกไหม้ทั้งลำ และจมลงทะเลในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบในเบื้องต้นนั้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่าเรือลำดังกล่าวเป็นของใคร ซึ่งจะได้สอบถามว่ามีคนประจำเรือหรือไม่อย่างไร ต้องรอเจ้าของมาแสดงตัวก่อน และหากยังไม่มีใครมาแสดงตัวทางเจ้าหน้าที่ก็จะได้ติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 เพื่อตรวจสอบหาเจ้าของเรือที่มาจดทะเบียนเรือลำดังกล่าวต่อไป