จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ทุกภาคส่วน ศึกษาจุดเสี่ยงหวังลดอุบัติเหตุ




นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า หลังจากที่รัฐบาลได้มีนโยบาย และมติ ครม.ให้ทุกพื้นที่จัดทำแผนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรทางถนน ตามที่ประเทศไทยได้เข้าสู่ทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน ปี 2553-2563 พร้อมกับนานาประเทศทั่วโลก ซึ่งกำหนดให้ทุกประเทศต้องลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุลงครึ่งหนึ่ง และได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดภูเก็ตขึ้น โดยเป็นการดำเนินการร่วมกันของภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ตำรวจ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด แขวงการทางจังหวัด ขนส่งจังหวัด และภาคีเครือข่าย คณะทำงานสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในจังหวัดนำร่อง (สอจร.) เพื่อศึกษาจุดเสี่ยงทั้งจังหวัดมาใช้กำหนดงบประมาณแก้ไขแบบบูรณาการร่วมกัน ทั้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้องของจังหวัดและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมขอความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลให้เข้ามาร่วมแก้ไขตั้งแต่ต้นทาง
“จากการสำรวจจุดเสี่ยงทั้งจังหวัดของทางตำรวจ ปรากฏว่ามีประมาณ 50 จุด มีทั้งจุดที่สามารถแก้ไขได้เอง และต้องอาศัยความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ เข้าร่วมแก้ไขโดยอาศัยข้อมูลจากการสำรวจมาพิจารณาร่วมกันว่า ท้องถิ่นสามารถนำงบประมาณมาใช้แก้ไขได้มากน้อยเพียงใด และจะต้องมีการของบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตพร้อมที่จะตั้งงบประมาณมาดำเนินการในกรณีที่ท้องถิ่นนั้นมีงบประมาณไม่เพียงพอ แต่ต้องให้ท้องถิ่นต่างๆ เร่งสำรวจพื้นที่และงบประมาณที่ต้องนำมาใช้ เพื่อจะได้ไปจัดสรรงบประมาณให้ทันในปีงบประมาณ 2554 และปีถัดไป เนื่องจากเป็นความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง”
นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอุบัติเหตุจราจรในจังหวัดภูเก็ต และภาคีเครือข่ายได้ช่วยกันจัดกิจกรรมรณรงค์ในปีที่ผ่านมาหลายครั้ง เช่น การรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100% ของจังหวัด ติดตั้งกล้องวงจาปิด หรือ CCTV เป็นต้น และทราบว่าในอนาคตทาง อบจ.ลงทุนงบประมาณติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็ว (speed camera) ด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน เพราะสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุของภูเก็ตอยู่ในระดับรุนแรง มีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ประมาณ 100-120 คนต่อปี มีผู้บาดเจ็บสาหัสกับบาดเจ็บเล็กน้อยอีกจำนวนนับหมื่นคน โดยจากการจัดกิจกรรมรณรงค์ไปยังกลุ่มเป้าหมายต่างๆ และในช่วงเทศกาลสำคัญ พบว่าสถิติผู้เสียชีวิตลดลง โดยปี 2553 มีผู้เสียชีวิต 86 ราย ปี 2554 เหลือเพียง 67 ราย เช่นเดียวกับจำนวนสถิติอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ปี 2554 ลดลง 22% และช่วงเทศกาลสงกรานต์ลดลง 28.33%

ภว.จัดฉลองครบรอบ 2 ปี ห้องเรียนขงจื่อ


 เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 54 ที่โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย อ.เมือง จ.ภูเก็ต นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เป็นประธานเปิดงาน เฉลิมฉลองครบรอบ 2 ปี ห้องเรียนขงจื่อโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย โดยมีแขกผู้มีเกียรติ คณะครู นักเรียน และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ทั้งนี้นางสาวสดศรี ตันสุธัญลักษณ์ ผอ.โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย ได้กล่าวว่า โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย ได้เปิดทำการสอนวิชาภาษาจีน ตั้งแต่ปี 2544 นับเป็นเวลา 10 ปี ในระยะแรกเปิดเป็นวิชาเลือกเสรี ให้นักเรียนที่มีความสนใจ โดยมอบหมายให้คุณครูไทย ที่มีความรู้พื้นฐานภาษาจีน เข้ารับการอบรมพัฒนาความรู้เพิ่มเติม และทำการสอน ในเวลาต่อมา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาธิการของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยการสนับสนุนของสำนักงานส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีน สาธารณรัฐประชาชนจีน ส่งครูอาสาสมัครจีน มาร่วมสอน ทำให้โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย สามารถขยายการสอนภาษาจีน เป็นแนวการเรียนภาษาจีน ให้แก่นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งนักเรียนที่จบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต่างประสบความสำเร็จ สามารถศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัยภายในประเทศ และสามารถสอบชิงทุนการศึกษาของรัฐบาลจีน ไปศึกษา ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน จนถึงระดับปริญญาโทหลายต่อหลายคน
จากศักยภาพความมุ่งมั่น ความตั้งใจ ของครูผู้สอน นักเรียน และความพร้อมของโรงเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้คัดเลือกโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย เป็นศูนย์เครือข่ายส่งเสริมการสอนภาษาจีนเพื่อให้การช่วยเหลือด้านการจัดการเรียนการสอนแก่โรงเรียนต่างๆ ที่เปิดสอนภาษาจีนในเขตภาคใต้ฝั่งตะวันตก และจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัยได้รับความไว้วางใจจากสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ HANBAN คัดเลือกให้โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย เป็นห้องเรียนขงจื่อ 1 ใน 5 โรงเรียนของสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ภาษาจีน และจัดกิจกรรมเผยแพร่เกี่ยวกับภาษา และวัฒนธรรมจีน เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านกิจกรรมการเรียน การสอน แก่โรงเรียนเครือข่าย และเพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้สนใจภาษาจีน ได้รับความรู้เกี่ยวกับภาษา และวัฒนธรรมจีน ซึ่งโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย ได้เปิดห้องเรียนขงจื่ออย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 ก.ค.2552 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ห้องเรียนขงจื่อ โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัยได้รับการดูแลสนับสนุน ด้านสื่อ วัสดุ ครุภัณฑ์ จาก HANBAN และผู้อุปการคุณในจังหวัดภูเก็ต จนเป็นแหล่งสืบค้นด้านภาษาจีน และวัฒนธรรมจีน ที่มีความสมบูรณ์มากระดับหนึ่ง พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือการออกแบบทดสอบวัดระดับมาตรฐานความรู้ภาษาจีนของนักเรียนกลุ่มโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครภูเก็ต อาทิ โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา เทศบาลวัดขจรรังสรรค์ เทศบาลเมืองภูเก็ต และเทศบาลบ้านสามกอง
นางสาวสดศรี กล่าวอีกว่า ปัจจุบันห้องเรียนขงจื่อ โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย ได้ดำเนินงานมาครบ 2 ปี จึงได้จัดงานเฉลิมฉลองขึ้นดังกล่าว โดยจัดรูปแบบกิจกรรมออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก ภาคเช้าเป็นการประกวดแข่งขันการอ่านคำประพันธ์จีน และขับร้องเพลงจีน ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่วนที่ 2 ภาคบ่ายถึงค่ำ เป็นงานเฉลิมฉลองครบ 2 ปี ห้องเรียนขงจื่อ และมอบเกียรติบัตรให้กับอุปการคุณ และศิษย์เก่าที่ให้การสนับสนุนห้องเรียนขงจื่อ

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

คนงานวางท่อระบายซวยถูกดินสไลด์ทับตาย


เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 54 ร.ต.อ.สมชาย หนูบุญ ร้อยเวรสภ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งว่ามีเหตุคนงานก่อสร้างถูกดินถล่มเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดภายในศูนย์กสิกรรมธรรมชาติภูเก็ต ซอยเทพอนุสรณ์ ม.2 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังจากได้รับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยสายตรวจตำบลวิชิต เจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย
ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนสายหลักประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นศูนย์เรียนรู้ทางการเกษตรของตำบลวิชิต ภายในศูนย์พบประชาชนกำลังช่วยเหลือแรงงานที่ถูกดินถล่มทับประมาณครึ่งตัว ซึ่งการช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ต้องนำรถแบ็คโฮขนาดใหญ่มาลากร่างของแรงงานคนดังกล่าวขึ้นกลับมาได้อย่างปลอดภัย ทราบชื่อภายหลังคือนาย เฉิน อายุ 45 ปี สัญชาติพม่า นอกจากนั้นยังทราบว่ายังมีแรงงานอีก 1 คน ถูกดินถล่มทับจมอยู่ใต้ดินลึกประมาณ 3 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องให้รถแบ็คโฮ ตักดินออกจากท่อระบาดน้ำเสียลึก 3 เมตร ก็พบร่างนาย MIN HLA THEIN LANA อายุ 44 ปี สัญชาติพม่า ถูกดินทับจนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่นำศพขึ้นมาชันสูตรพบคอหัก ซี่โครงด้านซ้ายหัก กรามหัก จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้จัดทำบันทึกสถานที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งรพ.วชิระภูเก็ต เพื่อให้แพทย์เวรได้ทำการชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้ง
ทั้งนี้จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ก็ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายพร้อมด้วยคนงานมาวางท่อระบายน้ำเสียของหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ศูนย์ฯดังกล่าว โดยผู้ตายได้ลงไปเกลี่ยดินที่อยู่ในคูระบายน้ำเสีย ลึกประมาณ 3 เมตร เพื่อวางท่อปูนซิเมนต์ในคูระบายน้ำดังกล่าว โดยมีนายเฉิน เพื่อนของผู้ตายอยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว เมื่อผู้ตายเกลี่ยดินไปได้ประมาณ 10 นาที ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อกองดินที่อยู่ด้านบนสูงประมาณ 2 เมตร สไลด์ลงไปในคูระบายน้ำจนถมร่างของผู้ตายมิดชิด ส่วนนายเฉิน เพื่อนของผู้ตายก็ถูกดินถล่มทับครึ่งร่าง จากนั้นเพื่อนๆที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุก็ตะโกนของความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ จนกระทั่งรถแบ็คโฮได้มาช่วยเหลือจนนายเฉิน รอดชีวิต ส่วนผู้ตาย ถูกดินทับนานกว่า 1 ชั่วโมง จนทำให้ขาดอากาศหายใจเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่คาดว่าดินที่รถแบ็คโฮขุดมากองไว้ที่บริเวณที่เกิดเหตุอิ่มน้ำ เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกหนัก เมื่อผู้ตายลงไปในคูระบายน้ำเสีย ดินเกิดทรุดตัว จนทำให้ทับร่างจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนต่อไป

ฉก.ผวจ.ภูเก็ตรวบนักค่ายาบ้า 17,300 เม็ด


เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 54 ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รอง ผวจ.ภูเก็ต พ.ต.อ.โกมล วัตรากรณ์ รอง.ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต นายวิโรจน์ สุวรรณวงศ์ ป้องกันจังหวัดภูเก็ต-หน.ฉก.ผวจ. ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายประพันธ์ น้ำมะลิ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65/35 ถ.กระ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ตพร้อมของกลางยาบ้า 17,300 เม็ด มูลค่ากว่า 4.3 ล้านบาท ยาไอซ์น้ำหนัก 15 กรัม โดยกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์) ไว้ในครอบเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง ภูเก็ต
ทั้งนี้นายวิโรจน์ สุวรรณวงศ์ ได้กล่าวว่า จากการสืบทราบของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ว่านายประพันธ์ หรือ เอ๋ มีพฤติกรรมลักลอบขนยาบ้าและยาไอซ์ส่งเอเย่นต์ใหญ่ในพื้นที่ ชุด ฉก.ผวจ.ภูเก็ตจึงร่วมกับ ตชด.425 ตะกั่วป่า จึงได้วางแผนนำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุม ในขณะที่นายประพันธ์ยืนอยู่ริมถนนภายในหมู่บ้านสะพานหิน ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นนำตัวเข้าตรวจค้นบ้านพักไม่มีเลขที่ภายในหมู่บ้านดังกล่าว พบยาบ้าทั้งสิ้น 17,300 เม็ด ยาไอซ์ 100 กรัม 1 ถุงและยาไอซ์บรรจุถุงพลาสติกปิดเปิดอีก 50 ถุง รวม 150 กรัมซุกซ่อนอยู่ในห้องพัก จากนั้นก็ได้นำตัวมาสอบส่วนเพิ่มเติม
จากการสอบสวนยนายประพันธ์ให้การรับสารภาพว่าเคยทำงานเป็นเวรเปลอยู่ที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต แต่ไม่ได้รับการบรรจุ เลยตกงาน จึงผันตัวมารับจ้างส่งยาบ้า-ยาไอซ์แทนเพื่อนที่ถูกตำรวจจับกุมไปเมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมาพร้อมยาบ้า 30,000 เม็ด โดยยาเสพติดทั้งหมดตนเองได้ไปรับที่หน้า ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาเทพกระษัตรี โดยมีนายบาส ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริงเป็นผู้นำมาจากกรุงเทพฯมาส่งให้ ซึ่งครั้งนี้รับจ้างขนเป็นครั้งที่ 3 โดยรับยาบ้ามาทั้งหมด 30,000 เม็ด ยาไอซ์ 1 กก.และได้จัดส่งให้เอเย่นต์ในพื้นที่ไปแล้วบางส่วน โดยยาเสพติดทั้งหมดนายเอ ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริงผู้ต้องขังในเรือนจำบางขวาง กรุงเทพฯเป็นคนสั่งการผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งนายเอเป็นนักโทษที่ถูกตำรวจ สภ.กะทู้จับกุมในข้อหาจำหน่ายยาบ้าจำนวน 4,000 เม็ดเมื่อปี 48 ที่ผ่านมา

รวบนศ.ปี 4 มหาลัย ส่งยาเข้าเรือนจำภูเก็ต


 
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 54 ที่ห้องประประชุมเรือนจำจังหวัดภูเก็ต นายรพินทร์ นิชานนท์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกันแถลงข่าวการควบคุมตัวนางสาวสาธิยา จินดาแก้ว อายุ 21 ปี นักศึกษาปี 4 ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยถุงอาหารเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง ซึ่งภายในบรรจุยาไอซ์ จำนวน 3 หลอด น้ำหนัก 0.99 กรัม ยาบ้าจำนวน 10 เม็ด ที่ได้ซุกซ้อนอยู่ในไก่ทอดที่จะนำไปฝากผู้ต้องขัง จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมือง ภูเก็ต
สำหรับการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 11.45 น.ของวันดังกล่าว นายเชาวลิต เจริญรักษ์ นักวิชาการอบรมและฝึกอาชีพชำนาญการ พร้อมด้วยคณะ ได้ทำการตรวจค้นสิ่งของและอาหาร ที่ทางญาติของผู้ต้องขังนำมาฝากเข้าไปภายในเรือนจำ เพื่อนำไปให้ผู้ต้องขัง จนกระทั่งถึงถุงไก่ ทางนางสาวสาธิยา จินดาแก้ว นำมาฝากให้น.ช.ธีระวุฒิ แข่งขัน ซึ่งถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำภูเก็ตคดียาเสพติด เจ้าหน้าที่พบยาบ้า 10 เม็ด ยาไอซ์ 3 หลอด น้ำหนัก 0.99 กรัม บรรจุอยู่ในหลอดดูดน้ำปิดหัวปิดท้ายซุกซ่อนอยู่ในเนื้อไก่ทอดที่นำมาฝากให้ผู้ต้องขัง
จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ควบคุมตัวมาทำการสอบสวน โดยในเบื้องต้นนางสาวสาธิยา ได้อ้างว่าสิ่งของดังกล่าว มีคนฝากมาเยี่ยมผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นเพื่อนกับน้องชายของตนเองโดยไม่ทราบว่าข้างในมียาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวพร้อมของกลางส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้นายรพินทร์ ได้กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีความพยายามที่จะส่งยาเสพติดรวมทั้งโทรศัพท์เข้ามาให้ผู้ต้องขังในเรือนจำอย่างต่อเนื่อง และด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งโยนข้ามกำแพง การนำใส่เข้ามาในของเยี่ยม ทางเรือนจำภูเก็ตจึงได้เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบเพื่อป้องกันการลักลอบนำยาเสพติดและโทรศัพท์เข้ามาในเรือนจำ จนสามารถจับกุมได้อย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นจึงอยากเตือนไปยังญาติและเพื่อนของผู้ต้องขัง อย่าพยายามลังลอบส่งยาเสพติดหรือโทรศัพท์ข้ามาในเรือนจำ เพราะไม่ถึงมือของผู้ต้องขังแน่นอน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบมากยิ่งขึ้น

ชุดสืบภ.จว.ภูเก็ตจับค้ายาได้ 3 ราย ปืน 1


เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 54 ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.โกมล วัตรากรณ์ พ.ต.อ.ชลิต แก้วยะรัตน์ รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต และ พ.ต.อ.เอกวุฒิ เสน่ห์พร ผกก.กก.สส.ภ.จ.ภูเก็ต ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายเอกชัย แซ่ขอ อายุ 28 ปี ได้ที่บริเวณหมู่บ้านสะพานหิน ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 1,500 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 90 กรัม อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 28 นัด โดยกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์) ไว้ในครอบเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต
และจากการสอบสวนขยายผล ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายเอกชัย นามคัณที อายุ 25 ปี และนางสาวอรองน์ หลีสกุล อายุ 21 ปี ได้ที่บริเวณหมู่บ้านวิลล่า 1 (สามกอง) พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 3,500 เม็ด อาไอซ์ 500 กรัม อาวุธปืนลูกซองสั้น จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด .38 .45 .357 และ 9 มม. รวม 190 นัด โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์) ไว้ในครอบเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต
นอกจากนี้ทางชุดจับกุมยังได้จับกุมตัวนายโยธิน อินทร์นิพัฒน์ อายุ 32 ปี ได้ทีหมู่บ้านสะพานหิน ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืนพกสั้นชนิดรีวอลโว่ ขนาด .38 1 กระบอก กระสุนปืน.38 จำนวน 12 นัด กล่าวหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต นำส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองภูเก็ตดำเนินคดี
พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังในการจับกุมประมาณ 1-2 วัน จึงสามารถจับกุมและขยายผล จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 คน พร้อมด้วยยาบ้า 5,000 เม็ด ยาไอซ์ 590 กรัม อาวุธปืน 5 กระบอก และกระสุนจำนวน 230 นัด ซึ่งถือว่าเป็นการจับกุมยาไอซ์ครั้งใหญ่ของจังหวัดภูเก็ต ที่ได้เกือบ 600 กรัม หากนำไปขายจะสามารถขายได้ 100 กรัม ต่อ 270,000 บาท ซึ่งมูลค่าของกลางที่จับกุมได้ในครั้งนี้เกือบ 3 ล้านบาท
นอกจากนี้พล.ต.ต.พิกัด ยังกล่าวถึงการแพร่ระบาดของยาเสพติดในจังหวัดภูเก็ตนั้น ยังมีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะระดมกำลังในการกวาดล้างมาโดยตลอด โดยเมื่อเดือนที่แล้วสามารถจับกุมผู้ค้ายาเสพติดได้กว่า 250 คดี ซึ่งการที่จะทำให้ยาเสพติดหมดไปจากภูเก็ตนั้นจะต้องหยุดยั้งการแพร่ระบาด โดยการทำให้ตำบล หมู่บ้าน และชุมชน ปลอดจากยาเสพติด โดยการดึงแกนนำของแต่ละชุมชนเข้ามาทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจและจังหวัดภูเก็ตได้มีการสกรีนรายชื่อทั้งผู้เสพและผู้ค้าอยู่

อสส.ยังยืนยันไม่มีการอายัดเครื่องบินลำที่ 2


นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด (อสส.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนา “โครงการสัมมนา ตรวจติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน และนิเทศงาน สคช.จังหวัด และสคช.สาขาในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 8 และภาค 9 ประจำปี 2554 ที่ จ.ภูเก็ต กรณีที่มีกระแสข่าวว่านายแวร์เนอร์ ชไนเดอร์ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทวอลเตอร์ บาว เตรียมพิจารณาขั้นตอน ในการดำเนินการอายัดเครื่องบินของไทยลำที่ 2 ที่จอดคู่กับเครื่องบินพระที่นั่งที่ได้อายัดไว้ก่อนหน้านี้ ว่า เป็นเรื่องของคนที่มืออยู่ไม่สุข ทำให้เกิดเรื่องที่ไม่เป็นสิริมงคล และขอยืนยันอีกครั้งว่าจากการตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่ประเทศเยอรมัน ยังไม่มีการอายัดเครื่องบินลำที่ 2 ตามที่มีกระแสข่าวลือแต่อย่างใด และได้มีการประสานไปกับทนายความให้ชี้แจงไปยังหน่วยงานบังคับคดีของเยอรมันแล้วว่าเครื่องบินลำดังกล่าวเป็นเครื่องบินส่วนพระองค์ ซึ่งมีหลักฐานการซื้อขายชัดเจน
ส่วนของเครื่องบินส่วนพระองค์โบอิ้ง 737 ลำแรกที่มีการอายัดไว้นั้น ถือว่าการพิจารณายังไม่สิ้นสุด โดย ศาลเยอรมันมีคำสั่งเบื้องต้น เชื่อว่าเครื่องบินสัญชาติไทยที่ถูกอายัดนั้น เป็นเครื่องบินที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลไทย ซึ่งจะมีการพิจารณาคดีเพื่อให้ได้มาซึ่งคำพิพากษาขั้นสุดท้ายอีกครั้งในช่วงประมาณเดือนสิงหาคมนี้ และในส่วนของไทยยืนยันว่ามีหลักฐานทุกอย่างชัดเจน นายจุลสิงห์กล่าวและว่า กรณีที่ศาลให้มีการวางเงินประกัน จำนวน 20 ล้านยูโรนั้น สมเด็จพระบรมโอรสธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า เนื่องจากเครื่องบินลำดังกล่าวเป็นของพระองค์ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องวางเงินประกัน และให้เข้าไปทำการบำรุงรักษาได้ตามปกติ

สคช.จัดสัมมนาอัยการภาค 8 ภาค 9


เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2554 ที่ห้องประชุมโรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนา “โครงการสัมมนาตรวจติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน และนิเทศงาน สคช.จังหวัด และสคช.สาขา ในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 8 และภาค 9 ประจำปี 2554 โดยมีอธิบดีอัยการภาค 8 และภาค 9 อัยการ และนิติกร สคช.ในภาค 8 และภาค 9 เข้าร่วมประมาณ 85 คน เพื่อรับทราบนโยบายและรูปแบบนโยบายเชิงรุก ตลอดจนปัญหาอุปสรรคและแนวทางในการปรับปรุงการบริหารงาน ในการนำไปปฏิบัติให้บรรลุอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามก่อนหน้าการประชุมได้จัดให้มีพิธีทำบุญตักบาตรอาหารแห้งพระสงฆ์ 84 รูป ในวโรกาสปีมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระ ชนมายุครบ 84 พรรษาเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมายุครบ 7 รอบ 84 พรรษา 5 ธันวา มหาราช
นายสมพงษ์ ภูชฎาภิรมย์ อธิบดีอัยการภาค 8 กล่าวว่า ด้วยสำนักงานอัยการสูงสุดได้อนุมัติให้สำนักคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎมายแก่ประชาชน (สคช.) ได้จัดโครงการสัมมนาตรวจติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานและนิเทศงาน สคช. จังหวัดและ สคช.สาขา ประจำปีงบประมาณ 2554 ในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 8 และภาค 9 เพื่อตรวจติดตาม ประเมินผล เร่งรัด การดำเนินงานตามโครงการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามเป้าหมายตลอดจนเพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรคและแนวทางปรับปรุงการบริหาร แผนงาน/โครงการ พร้อมทั้งมอบหมายนโยบายและกำหนดรูปแบบการดำเนินนโยบายเชิงรุกที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่
ขณะที่นายจุลสิงห์ กล่าวว่า สำนักงานอัยการสูงสุด นอกจากจะมีบทบาทอำนาจหน้าที่ในการอำนวยความยุติธรรม และรักษาผลประโยชน์ของรัฐแล้ว การดำเนินการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายก็เป็นภาระหน้าที่สำคัญในอันที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทั่วถึง และตรงตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง เพราะปัจจุบันมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ทราบถึงสิทธิหน้าที่ของตนที่มีอยู่ ตามบทบัญญัติของกฎหมายจึงมักจะถูกละเมิดสิทธิและก็มีประชาชนจำนวนไม่น้อยได้กระทำผิดกฎหมายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงเป็นภารกิจสำคัญที่สำนักอัยการสูงสุดจะต้องเข้าไปแก้ไข ลดปัญหาและช่องว่างดังกล่าวด้วยการคุ้มครองสิทธิและให้ความช่วยทางกฎหมายแก่ประชาชน

วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Quiksilver เปิดเซิร์ฟเฮ้า ที่จังซีลอน


นายสุรเชษฐ มุ้งทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท คิวเอส รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนจำหน่ายสปอร์ต แวร์แบรนด์ Quiksilver & Roxy กล่าวว่า ในระหว่างวันที่ 21 – 24 กันยายน 2554 ที่จะถึงนี้ จะมีการจัดการแข่งขันกระดานโต้คลื่นนานาชาติ “Quiksilver Thailand Surf Competition 2011” ที่บริเวณชายหาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งทางบริษัทฯ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต เทศบาลเมืองป่าตอง และหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครับและเอกชนจัดขึ้น เพื่อเป็นการแนะนำการเล่นกระดานโต้คลื่นให้แพร่หลายมากขึ้น รวมไปถึงส่งเสริมนักโต้คลื่นในประเทศไทยให้มีโอกาสได้พัฒนาฝีมือจากการแข่งขันระดับนานาชาติ และประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วไปได้ทราบว่า สามารถเล่นกระดานโต้คลื่นในประเทศไทยได้ ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคมของทุกปี ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ ซีซั่นอีกด้วย
“เพื่อเป็นการรองรับการแข่งขันดังกล่าว จึงได้มีการเปิดศูนย์ให้ข้อมูล หรือ เซิร์ฟเฮ้า เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการการเล่นกระดานโต้คลื่น วิธีการเล่น และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องขึ้นที่บริเวณลานเดอะพอร์ทของห้างจังซีลอน ป่าตอง รวมทั้งยังเปิดสอนการเล่นให้กับผู้สนใจโดยนักกีฬากระดานโต้คลื่นของ Quiksilver ที่บริเวณชายหาดป่าตองด้วย นอกจากนี้ยังได้ให้ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และการดูแลทรัพยากรทางทะเล โดยร่วมกับทางศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 5 (จ.ภูเก็ต) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย”
นายสุรเชษฐ กล่าวดด้วยว่า ในที่ผ่านมาการแข่งขันดังกล่าวครั้งที่ผ่านมาการแข่งขันในรายการดังกล่าวจัดขึ้นที่หาดกะตะกะรน แต่ครั้งนี้เปลี่ยนมาเป็นหาดป่าตอง เนื่องจากต้องการแสดงให้เห็นว่าบริเวณชายหาดฝั่งตะวันตกของ จ.ภูเก็ต สามารถที่จะเล่นกระดานโต้คลื่นได้ทั้งหมด ซึ่งขณะนี้มีนักกีฬาโต้คลื่นตอบรับมาแล้วประมาณ 100 คน แต่เราได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 300 คน มาจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย เป็นต้น และเป็นครั้งแรกที่ใช้การแข่งขันรายงานนี้นับคะแนนการแข่งขันกระดานโต้คลื่นของเอเชีย
อย่างไรก็ตามนายสุรเชษฐ กล่าวด้วยว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เราตั้งใจจะให้เป็นกิจกรรมที่มีความสุดยอดในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นสุดยอดนักเซิร์ฟ สุดยอดแฟชั่น สุดยอดดนตรีและคอนเสิร์ตจากนักดนตรีที่มีชื่อเสียง เพื่อให้เกิดภาพสุดประทับใจของบรรดานักเซิร์ฟต่างเชื้อชาติ ต่างภาษา ตลอดจนแนะนำสุดยอดสถานที่เล่นเซิร์ฟในจ.ภูเก็ต รวมไปถึงกิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
ขณะที่นายไพทูล แพนชัยภูมิ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 5 (จ.ภูเก็ต) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การแข่งขันเมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อให้เห็นว่าการเล่นกีฬาทางทะเลสามารถที่จะไปกันได้กับการดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะการทำความสะอาดบริเวณชายหาด หรือการทำความสะอาดแนวปะการังเท่านั้น แต่ใน จ.ภูเก็ต ยังมีแหล่งหญ้าทะเลขนาดใหญ่ที่บริเวณอ่าวป่าคลอก ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและเพาะพันธุ์สัตว์น้ำที่สำคัญ จึงอยากให้ช่วยกันดูแลและอนุรักษ์แหล่งหญ้าทะเลด้วย


“Short Film…แทคทีมเด็กไทยถ่ายหนังสั้น”


เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2554 ที่ ห้องประชุมหลวงอนุภาษภูเก็ตการ อาคาร 3มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต นายอาซิ่น อร่ามเมธาพงศา ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในงานประกาศผลรางวัลหนังสั้น “Short Film…แทคทีมเด็กไทยถ่ายหนังสั้น” ปี 4 ตอน Save Phuket โดยมีนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ตร่วมแสดงผลงาน ได้แก่ โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา โรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว โรงเรียนวิชิตสงคราม โรงเรียนเทศบาลบ้านสามกอง โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ โรงเรียนกะทู้วิทยา โรงเรียนเมืองถลาง และโรงเรียนวัดศรีสุนทร
นายอาซิ่น ได้กล่าวว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มางานในวันนี้ ซึ่งสมาคมพิทักษ์เด็กภูเก็ต ร่วมกับโรงแรมดิเอวาซอน แอนด์ บอน ไอส์แลนด์ สโมสรไลออนส์ภูเก็ตเพิร์ล สถานีวิทยุ 91 เรดิโอโมดิฟาย และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต จัดขึ้น เพื่อให้เด็กและเยาวชนในสถานศึกษา ได้มีโอกาสถ่ายทำภาพยนตร์สั้นเพื่อสิ่งแวดล้อม ได้ทราบว่าจังหวัดภูเก็ต มีนักเรียนในสถานศึกษาต่างๆ ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมถ่ายหนังสั้น เพื่อสิ่งแวดล้อม และมีโรงเรียนที่ผ่านรอบคัดเลือกมีโอกาสเข้าอบรมถ่ายทำหนังสั้น และถ่ายทำหนังสั้นสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม ที่ปรากฏให้ทุกท่านได้ชื่นชมผลงานของพวกเขาในครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นกิจกรรมดีๆ ที่สร้างสรรค์สังคมเมืองภูเก็ตให้น่าอยู่ จึงอยากให้มีกิจกรรมดีๆ อย่างนี้อีกในครั้งต่อไป และขอแสดงความยินดีกับเด็กนักเรียนกลุ่มที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในครั้งนี้