จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

“Advanced Cardiac Life Support and AEDs”


โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ร่วมกับ สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “Advanced Cardiac Life Support and AEDs” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยชีวิตขั้นสูงในผู้ป่วยที่มีภาวะวิกฤติ ที่ถูกต้องตรงตามมาตรฐานระดับสากล ให้กับคณะแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล กิจกรรมดีๆ ที่รพ.กรุงเทพภูเก็ตได้จัดอบรมทีมแพทย์และบุคลากรของโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรารถนาให้ทุกคนมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน


วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554

“จักรยาน 7 แผ่นดิน เฉลิมพระเกียรติฯ”

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 54 บริเวณหน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล (อบต.เชิงทะเล) อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายสาธิต กลิ่นภักดี ท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายมาโนช พันธุ์ฉลาด นายก อบต.เชิงทะเล และคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงาน อบต.เชิงทะเล ร่วมให้การต้อนรับคณะนักปั่นรถจักรยาน โครงการจักรยาน 7 แผ่นดิน เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 จำนวนประมาณ 40 คนจากทั่วประเทศไทย
ทั้งนี้นักปั่นรถจักรยานดังกล่าว มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เริ่มทำการปั่นรถจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ มาตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมา – วันที่ 17 สิงหาคม 2554 ซึ่งเป็นช่วงที่ 1 เส้นทางจากหาดใหญ่ จ.สงขลา -ปีนัง ประเทศมาเลเซีย - จ.สตูล และในช่วงที่ 2 วันที่ 18 สิงหาคม – วันที่ 3 กันยายน 2554 เส้นทาง สตูล-ตรัง-กระบี่-พังงา -ภูเก็ต -ระนอง -ชุมพร-ประจวบฯ, เพชรบุรี- ราชบุรี- นครปฐม โดยในขบวนจักรยาน มีการประดับธงตราสัญลักษณ์เฉลิมฉลองพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา,จัดทำสมุดลงนามถวายพระพรจากนักปั่นรถจักรยานและประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ และนำหนังสือ “เดินตามรอยพ่ออยู่อย่างพอเพียง” แจกจ่ายสู่ประชาชนทุกภูมิภาค เพื่อขยายแนวความคิดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วย
อย่างไรก็ตามการปั่นรถจักรยาน โครงการจักรยาน 7 แผ่นดิน เฉลิมพระเกียรติฯ กำหนดเส้นทางและโครงการออกเป็น 12 ช่วง ทำการปั่นรถจักรยานผ่าน 7 ประเทศ ประกอบด้วยไทย มาเลเซีย พม่า จีน เวียดนาม ลาว และเขมร เริ่มโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม จนถึงวัน 5 ธันวาคม รวมระยะเวลา 116 วัน ระยะทางทั้งสิ้น 7,500 กิโลเมตร และจะสิ้นสุดการที่สนามหลวง กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554
อนึ่งโครงการจักรยาน 7 แผ่นดิน เฉลิมพระเกียรติฯ ทางคณะกรรมการดำเนินงานโครงการจักรยานเสือภูเขาลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย กลุ่มชมรมจักรยาน และนักปั่นจักรยานจากทุกภาค ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเป็นกิจกรรมเฉลิมฉลองและน้อมถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ ของประเทศในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และกลุ่มอาเซียน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยววัฒนธรรม และกีฬากับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อปลูกฝังแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้กระจายสู่ชุมชนในระดับรากแก้วอย่างทั่วถึงและกว้างขวาง เพื่อรณรงค์และส่งเสริมให้เยาวชน และประชาชนทั่วไปรักการปั่นจักรยาน ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ และการอนุรักษ์พลังงาน

สำหรับในวันพรุ่งนี้ 23 ส.ค. 54 ขบวนนักปั่นจะทำการปั่นรถจักรยานเฉลิมพระเกียรติฯ จะทำการปั่นจักรยานจากที่พัก ใช้เส้นทางถนนเจ้าฟ้าตะวันออก (สี่แยกดาวรุ่ง)มุ่งตรงไปยังห้าแยกฉลอง แวะพักดื่มน้ำที่ท่าเทียบเรือฉลอง เดินทางต่อไปยังหาดราไวย์ แวะรับประทานอาหารกลางวันที่แหลมพรหมเทพ ปั่นต่อไปยังหาดกะตะ ผ่านจุดชมวิวกะรน ไปยังป่าตองแวะพักดื่มน้ำที่สวนสาธารณะโลมาขึ้นเขาป่าตอง มายังสี่แยกกะทู้ ผ่านบ้านเก็ตโฮ่ สี่แยกไทนาน แวะพักที่สนามสุระกุล และปั่นกลับไปยังที่พัก ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สะพานหิน และในวันที่ 24 สิงหาคม เวลา 07.30 น.คณะนักปั่นจะประกอบพิธีถวายพระพร ที่เวทีกลางสะพานและจากนั้นจะทำการปั่นรถจักรยานออกจากสะพานหินเพื่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดพังงาต่อไป 

ตรวจสอบการปรับหน้าดินบนภูเขาในทอน


เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 54 ที่บริเวณบ้านในทอน ม.4 ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจสอบการขุดตักหน้าดินและการทำลายป่า ซึ่งลักษณะบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นภูเขาสูง สามารถมองเห็นวิวทะเลของหาดในทอนได้อย่างชัดเจน และในบริเวณใกล้เคียงพบว่ามีการขุดตักหน้าดินภูเขา เพื่อปรับแต่งสร้างถนนความยาวประมาณ 1,000 เมตร นอกจากนั้นยังพบว่ายังมีการตัดทำลายต้นไม้ขนาดใหญ่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการบันทึกภาพไว้เพื่อรอการตรวจสอบต่อไป
นายสมเกียรติ กล่าวว่า การเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว สืบเนื่องจากทางกระทรวงมหาดไทย ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตว่า ที่บริเวณดังกล่าวมีการขุดทำลายภูเขา ส่งผลทำให้ป่าไม้เสื่อมสภาพ ซึ่งจากการตรวจสอบพื้นที่ พบว่ามีการเปิดหน้าดิน และถมลำราง ความยาวประมาณ 1,000 เมตร ซึ่งเบื้องต้นเท่าที่ได้ตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว มีความสูงเกินที่กฎหมายกำหนด และการกระทำดังกล่าวมีการผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าที่มีการขุดทำถนนได้มีการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วหรือไม่อย่างไร ทราบเบื้องต้นว่ามีบริษัทเอกชนรายหนึ่งนำโฉนดไปยื่นขอก่อสร้างถนนคสล.กับ อบต.สาคู เพียงหน่วยงานเดียว ซึ่งจะได้ทำบันทึกเพื่อหาผู้กระทำความผิดมาสอบสวนต่อไป

ทูตเนเธอร์แลนด์พบผู้ว่าฯ ภูเก็ต


เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 54 ที่ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้การต้อนรับนายโยอัน บัวร์ เอกอัคราชทูตประเทศเนเธอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และหารือเรื่องการท่องเที่ยวระหว่างกัน
จากนั้นนายโยอัน ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ในแต่ละปีนักท่องเที่ยวชาวเนเธอร์แลนด์ จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมานั้นมีจำนวนมากถึง 100,000 คน และส่วนใหญ่จะมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากภูเก็ตเป็นเกาะที่มีความสวยงาม มีชายหาดที่ขาวสะอาด และมีกิจกรรมการท่องเที่ยวให้เลือกทำมากมาย รวมถึงอาหารที่มีรสชาติอร่อย
นอกจากนี้นายโยอัน บัวร์ ยังได้กล่าวชื่นชมทางจังหวัดภูเก็ตด้วยว่า มีการดูแลนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ทางจังหวัดภูเก็ตจัดให้มีการประชุมกงสุลเป็นประจำทุกๆ 3 เดือน ถือเป็นสิ่งที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและรับทราบปัญหาตลอดจนแนวทางการแก้ไขที่ถูกต้องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย
ขณะที่นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทางจังหวัดภูเก็ตนั้นไม่ได้ดำเนินการเฉพาะกับนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่รวมถึงประชาชนทั่วไปด้วย และในส่วนของการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งได้มีการร่วมมือกันทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนและเอกชน ซึ่งได้มีการจัดทำปฎิทินกิจกรรมการท่องเที่ยวในแต่ละปีให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบ นอกจากนี้เรายังมีการจัดการทางด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ เพื่อให้เกิดความสมดุลให้เหมาะสมกับเป็นเมืองท่องเที่ยวที่รักษาสภาพแวดล้อม รวมทั้งทางจังหวัดมีความยินดีที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยว และนักลงทุนที่จะเข้ามาประกอบธุรกิจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของจังหวัดจะดูแลทุกคนที่เข้ามาเป็นอย่างดี

ชุดฉก.ถลางจับยาบ้ากว่า 6 พันเม็ด


เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2554 ที่ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอถลาง ภูเก็ต นายวีรวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายนฤนาท สุภัทรประทีป นายอำเภอถลาง นายวิโรจน์ สุวรรณวงศ์ ป้องกันจังหวัด นายศิริพงษ์ หลีประสิทธิ์ ปลัดอำเภอถลาง และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายพงษ์ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้าจำนวน 4 เม็ด, นายสมบูรณ์ พินิจ อายุ 45 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า 5,800 เม็ด อาวุธปืนยาว ลูกกรด จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนจำนวน 25 นัด เงินสด 3,510 บาท นายพงศธร ฆังคะ อายุ 40 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน 350 เม็ด ยาไอซ์ 0.7 กรัม เงินสด 6,500 บาท และ นายชาญชัย ภิรมย์ อายุ 28 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 3 เม็ด ก่อนที่จะนำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่งพ.ต.ท.สมคิด ขาวสังค์ สารวัตรเวร สภ.ถลาง เพื่อดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้นายวีรวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้กล่าวว่า ด้วยนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่ได้ให้หน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต ได้เร่งปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งทางอำเภอถลางก็ได้จัดชุดเฉพาะกิจโดยมี นายนฤนาท สุภัทรประทีป นายอำเภอถลาง เป็นผู้บังคับบัญชา นายศิริพงษ์ หลีประสิทธิ์ ปลัดอำเภอถลาง เป็นหัวหน้าชุดเฉพาะกิจ พร้อมทั้งประสานร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.ถลาง ได้ออกกวาดล้าง จึงกระทั่งจับกุมตัวนายพงษ์ (นามสมมุติ) ได้ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ม.9 ต.เทพกระษัตรี ได้ยาบ้าจำนวน 4 เม็ด จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้นำตัวไปสอบสวน และขยายผลจนกระทั่งทราบว่า ยาบ้าทั้งหมดซื้อมาจากนายสมบูรณ์ อยู่ที่หมู่ที่ 2 ตำบลเทพกระษัตรี
จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้รวบรวมข้อมูลพร้อมทั้งเข้าทำการจับกุมนายสมบูรณ์ พินิจ ที่บ้านเลขที่ 3/10 ม.2 บ้านแขนน ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง ภูเก็ต ได้ของกลางยาบ้าจำนวน 5,800 เม็ด พร้อมด้วยอาวุธปืนยาว ลูกกรด 1 กระบอก พร้อมด้วยกระสุน 25 นัด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจนกระทั่งทราบว่า ยาบ้าทั้งหมดมาจากนายพงศธร
ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ติดตามจนกระทั่งทราบว่านายพงศธร พักอยู่ที่หมู่บ้านสวนเนรมิต 3 ม.5 ต.ศรีสุนทร เจ้าหน้าที่จึงได้ไปดักรอที่บริเวณใกล็บ้านดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าเจอตัวนายพงศธร ก็ได้เข้าทำการตรวจค้น พบยาบ้าจำนวน 50 เม็ด ซุกซอนออยู่ในกระเป๋ากางเกง จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ขยายผลเข้าตรวจค้นภายในบ้าน พบยาบ้าจำนวน 300 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 0.7 กรัม
นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมตัวนายชาญชัย ภิรมย์ พร้อมด้วยยาบ้า จำนวน 3 เม็ด ในขณะที่กำลังขับรถจักรยานยนต์อยู่บนถนนสานนาใน – ป่าคลองชีพ ม.9 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง ภูเก็ต ซึ่งทั้งหมดทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวนสภ.ถลาง เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ทม.กะทู้ ติดอาวุธทางปัญญา ให้อปพร.


เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2554 ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองกะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมสมาชิกอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ศูนย์ อปพร.เทศบาลเมืองกะทู้ ประจำปี 2554 ซึ่งทางเทศบาลเมืองกะทู้ ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้น โดยมีนายขันตี ศิลปะ นายอำเภอกะทู้ นายชัยอนันท์ สุทธิกุล นายกเทศมนตรีเมืองกะทู้ สมาชิกสภาฯ พนักงาน ข้าราชการ ตลอดจนสมาชิก อปพร.เมืองกะทู้ เข้าร่วมจำนวนประมาณ 30 คน ทั้งนี้จะใช้เวลาในการฝึกอบรมระหว่างวันที่ 22 – 26 สิงหาคมนี้
นายชัยอนันท์ กล่าวว่า ศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนเทศบาลเมืองกะทู้ ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวนรวม 353 คน แต่เข้ารับการอบรมในครั้งนี้จำนวน 30 คน เพื่อให้สมาชิกอาสาสมัครฯ ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นกำลังเสริมสนับสนุนช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน และเพื่อเสริมสร้างให้กลุ่มพลังประชาชนในท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารพัฒนาท้องถิ่น และเพื่อปลุกฝังจิตสำนึกที่ดีให้มีความเสียสละเพื่อช่วยเหลือสังคมส่วนรวม
ขณะที่นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า จากสถานการณ์สาธารณภัยในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ามีแนวโน้มทวีความรุนแรงและมีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งสาธารณภัยบางประเภทเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดทั้งๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อชีวิต ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนและทางราชการ แม้ว่าเราไม่สามารถที่จะห้ามไม่ให้เกิดสาธารณภัยต่างๆ ขึ้นได้ แต่เราสามารถป้องกัน แก้ไข ควบคุมและบรรเทาภัยให้ลดความรุนแรง รวมทั้งความสูญเสียต่างๆ ให้น้อยลงได้ โยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ เอกชน มูลนิธิอาสาสมัครกลุ่มต่างๆ รวมถึงภาคประชาชน และหนึ่งในหน่วยงานหรือองค์กรที่มีความสำคัญยิ่งในการจัดการสาธารณภัย คือ อปพร.
“ด้วยผลงานซึ่งเป็นที่ประจักษ์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีเกิดภัยสึนามิเมื่อเดือนธันวาคม 2547 อปพร.นับเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยที่มีหลากหลายเชื้อชาติด้วยใจจริง และมีประสิทธิภาพ ประกอบกับนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ที่กำหนดให้มีการเพิ่มจำนวนสมาชิก อปพร.ให้ได้ร้อยละ 2 ของจำนวนประชากรในพื้นที่ แต่ขณะนี้จังหวัดภูเก็ตมีจำนวนสมาชิก อปพร.น้อยกว่าเป้าหมายดังกล่าว จึงต้องมีการเร่งรัดและฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มจำนวน อปพร.ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้”
นายวีระวัฒน์ กล่าวด้วยว่า อีกประการที่มีความสำคัญไม่น้อยกว่าการเพิ่มจำนวนสมาชิก อปพร. คือ การพัฒนาศักยภาพสมาชิก อปพร.ให้มีคุณภาพ มีระเบียบวินัยและปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของระเบียบข้อบังคับ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหน่วยอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ.2547 โดยเฉพาะเรื่องของสิทธิและระเบียบต่างๆ เช่น การแต่งกาย การแสดงบัตรประจำตัวเมื่อออกไปปฏิบัติหน้าที่ซึ่งจะต้องมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา กรณีการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายซึ่งต้องมีเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาควบคุมดูแลร่วมกับเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ อปพร. การใช้วิทยุสื่อสาร การใช้อาวุธปืน เป็นต้น ซึ่งสมาชิกอปพร.จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันข้อร้องเรียนหรือการถูกฟ้องร้องจากประชาชนทั่วไป

ประชุมสภาอบจ.ภูเก็ตสมัยสามัญ สมัยที่ 2 ครั้งที่ 2


เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2554 ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) นายประดิษฐ์ แสงจันทร์ ประธานสภา อบจ.ภูเก็ต ได้เป็นประธานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต สมัยสามัญ ประจำปี 2554 สมัยที่ 2 ครั้งที่ 2 โดยมีนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยคณะบริหาร สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต และหัวหน้าส่วนราชการอบจ.ภูเก็ต ได้เข้าร่วมประชุม
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ที่ประชุมได้นำญัตติร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 ซึ่งคณะกรรมการแปรญัตติข้อบัญญัติ ได้พิจารณาข้อบัญญัตินี้ เรียกว่า ข้อบัญญัติงบประมาณร่ายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2555 โดยให้ใช้บังคับข้อบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 เป็นต้นไป ซึ่งงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2555 ได้ตั้งจ่ายเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 970,000,000 บาท โดยแยกรายละเอียดตามแผนงานได้ ดังนี้ คือ งบประมาณรายจ่ายทั่วไป แผนงานบริหารงานทั่วไป ยอดรวม 141,920,630 บาท แผนงานการรักษาความสงบภายใน ยอดรวม 2,500,000 บาท ด้านบริการชุมชนและสังคม แผนงานการศึกษา ยอดรวม 193,154,340 บาท แผนงานสาธารณสุข ยอดรวม 199,844,810 บาท แผนงานสังคมสงเคราะห์ ยอดรวม 14,678,800 บาท แผนงานเคหะและชุมชน ยอดรวม 103,456,100 บาท แผนงานสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ยอดรวม 18,690,000 บาท แผนงานการศาสนา วัฒนธรรมและนันทนาการ ยอดรวม 215,230,000 บาท ด้านเศรษฐกิจ แผนงานการเกษตร ยอดรวม 22,000,000 บาท ด้านการดำเนินงานอื่น แผนงานงบกลาง ยอดรวม 58,525,320 บาท นอกจากนี้ ทางสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้มีการแสดงความคิดเห็นและสอบถามเรื่องอื่นๆ ตามอำนาจหน้าที่ เช่น โครงการปรับปรุงสวนสาธารณะเขาโต๊ะแซะ โครงการปรับปรุงรั้วและป้ายหน้าโรงเรียนบ้านนาบอน โครงการศาลาที่พักผู้โดยสาร อบจ.ภูเก็ต การเตรียมความพร้อมเพื่อการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ปี 2555 เป็นต้น
ทั้งนี้นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า “ถึงแม้ว่างบประมาณของ อบจ.ภูเก็ต อาจจะไม่ได้มากนัก หากเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่น ซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ๆ แต่ก็สามารถใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่า โดยที่ผ่านมา อบจ.ภูเก็ต ได้รับรางวัลมาแล้วจำนวน 4 รางวัล และล่าสุดในวันที่ 25 สิงหาคม 2554 จะรับรางวัลชิ้นที่ 5 คือ รางวัล Prime Minister Road Safety Award ด้านการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจร ซึ่งสามารถลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในจังหวัดภูเก็ตได้ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ภายในระยะเวลา 3 ปี โดย อบจ.ภูเก็ต ได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกันกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ดังนั้น จึงขอให้รางวัลนี้ เป็นรางวัลของชาวภูเก็ต ซึ่งเป็นตัวอย่างความสำเร็จในระดับประเทศ”

วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2554

แข่งขันฟุตบอลเด็กเล็ก ภาคใต้

นายประวิช จรรยาสิทธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ได้กล่าวถึงการจัดการแข่งขันฟุตบอลสนามเล็กระดับชั้นอนุบาล ครั้งที่ 4 หรือ (Jungceylon Junior Soccer 2011) ว่า จากการที่ทางศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ได้จัดการแข่งขันฟุตบอลสนามเล็กระดับชั้นอนุบาลมาแล้ว 3 ครั้ง ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ได้รับการตอบรับจากโรงเรียนต่างๆ ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก ทางศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง จึงได้จัดการแข่งขันฟุตบอลสนามเล็กระดับชั้นอนุบาล ครั้งที่ 4 หรือ (Jungceylon Junior Soccer 2011) ขึ้นในระหว่างวันที่ 26 – 28 สิงหาคม 2554 ตั้งแต่เวลา 11.00 – 18.00 น. ณ โซนเดอะพอร์ท ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนด้านการกีฬา และการออกกำลังกาย ตลอดจนการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งยังมุ่งปลูกฝังให้เยาวชนมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย โดยการการแข่งขันในครั้งนี้จะชิงถ้วยรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทุนการศึกษารวมกว่า 60,000 บาท นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ให้น้องๆ ได้ร่วมสนุกกันมากมาย อาทิ การแข่งขันเชียร์ลีดเดอร์ระดับอนุบาล, การประกวดภาพวาดระบายสี, เกมชิงรางวัล, การเพ้นท์หน้าลายธงชาติต่างๆ, แข่งขันเตะฟุตบอลชิงดาวซัลโว เป็นต้น ศูนย์การค้าจังซีลอน ขอเชิญชวนผู้ปกครอง คุณหนูๆ และครอบครัว ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม และเป็นกำลังใจให้กับนักเตะรุ่นจิ๋วได้ ในการแข่งขันฟุตบอลสนามเล็กระดับชั้นอนุบาล ครั้งที่ 4 (Jungceylon Junior Soccer 2011) น. ณ โซนเดอะพอร์ท ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต

ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตลาดมุสลิม

ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตลาดมุสลิม
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2554 ที่หมู่บ้านคอเอน อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นายสรธรรม จินดา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมโครงการ “ตลาดมุสลิม หมู่บ้านมุสลิม” (Muslim Market Muslim Village) ของโครงการ “พัฒนาและจัดการท่องเที่ยวชุมชน กรณีศึกษา 6 พื้นที่ชุมชนในจังหวัดภูเก็ต” โดยมี นายณรงค์ สิงห์ฆาฬะ รองประธานสภา อบจ.ภูเก็ต พร้อมด้วย ตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนผู้นำชุมชน และประชาชน เข้าร่วม
สำหรับกิจกรรมในโครงการ “ตลาดมุสลิม หมู่บ้านมุสลิม” ของหมู่บ้านคอเอน จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 17 – 23 สิงหาคม 2554 โดยความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย การออกร้านขายของที่ระลึก อาหารพื้นเมือง และอาหารสดจากทะเลภายในหมู่บ้านคอเอน อีกทั้งยังมีกิจกรรมการแสดงลิเกฮูลู ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นบ้านแถบจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับความนิยมมากของชาวไทยมุสลิม การแสดงไหว้ครูจากตัวแทนกลุ่มมวยไทยของหมู่บ้านคอเอน และการสาธิตการทำผ้าบาติกจากกลุ่มผ้าติกของหมู่บ้านคอเอน โดยมีรูปแบบของกิจกรรมในลักษณะคล้ายคลึงกับถนนคนเดินและจัดให้มีระบบ Park and Walk
นายสรธรรม จินดา รองนายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า “องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จัดโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตชุมชน ในการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดภูเก็ต โดยนำจุดแข็งของแต่ละชุมชนซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์มาพัฒนาประยุกต์ทางการท่องเที่ยว เช่น ชุมชนบ้านแขนน ชุมชนบ้านบางโรง ชุมชนบ้านคอเอน สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ของชุมชนบ้านคอเอน ถือเป็นโครงการที่ดี ที่ริเริ่มให้บุคคลทั่วไปได้รู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนมุสลิม รวมถึงการจับจ่ายใช้สอย อันสอดรับกับเดือนรอมฎอนอีกด้วย”

หนังสือพิมพ์ ภูเก็ตโพสต์ ฉบับที่ 155

หนังสือพิมพ์ ภูเก็ตโพสต์
ฉบับที่ 155 ประจำวันที่ 16 - 31 สิงหาคม 2554
ติดตามได้ตามแผงหนังสือพิมพ์ทั่วไป