จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ประกวดเขียนเรียงความ/กลอนสุภาพ


เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 54 ที่ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประธานพิธีมอบรางวัลการประกวดการเขียนเรียงความ/การเขียนกลอนสุภาพ และการเขียนโคลงสี่สุภาพ ในหัวข้อ "เด็กไทย รักษ์ภาษาไทย" ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต โดยมีนักเรียนจากสถาบันต่างๆ ที่ชนะการประกวดเข้ารับรางวัล
ทั้งนี้นายประยูร หนูสุก วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตามที่จังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต ได้จัดโครงการส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต (กิจกรรมการอนุรักษ์ภาษาไทย) เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงมีพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ ในปี 2554 และเพื่อเป็นการสืบสารภาษาไทยให้คงอยู่สู่อนุชนรุ่นหลัง กระตุ้นและปลุกจิตสำนึกให้คนไทยได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของภาษาไทย ตลอดจนร่วมมือกันทำนุบำรุง ส่งเสริม และอนุรักษ์ ภาษาไทยให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป โดยจัดให้มีการจัดส่งเสริมผลงานการเขียนภาษาไทย ในหัวข้อ "เด็กไทย รักษ์ภาษาไทย" เข้าร่วมประกวดในรูปแบบต่างๆ โดยแบ่งเป็นการเขียนเรียงความระดับประถมศึกษา การเขียนกลอนสุภาพระดับมัธยมศึกษาตอนต้น การเขียนโคลงสี่สุภาพระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่านั้น
ทั้งนี้จากการพิจารณาผลงานการเขียนภาษาไทยของนักเรียนแต่ละระดับ ของคณะกรรมการตัดสินผลการประกวดแต่ละประเภท ปรากฎว่าการประกวดการเขียนเรียงความ สำหรับเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา ชนะเลิศ ได้แก่ ด.ญ.อารียา ดาทอง โรงเรียนพุทธมงคลนิมิตร รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ด.ญ.วรรณพร อนุกูล โรงเรียนพุทธมงคลนิมิต รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ด.ญ.ธัญวรรณ วงษ์ขจร โรงเรียนบ้านท่าเรือ
ขณะที่ผลการประกวดการเขียนกลอนสุภาพ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ชนะเลิศได้แก่ ด.ญ.เสาวลักษณ์ สุโขวัฒนกิจ โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ด.ญ.อุรชา ธนโชติกุลธร โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย และรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ด.ช.สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย
การประกวดการเขียนโคลงสี่สุภาพ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ น.ส.กนกพรรณ เวชกัณ โรงเรียนกะทู้วิทยา รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ นายวัชระ หนูแดง โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย และรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ น.ส.กัญจน์อมล ถิ่นเกาะยาว โรงเรียนมุสลิมวิทยาภูเก็ต นายประยูร กล่าวในที่สุด

ใช้งบ CEO ติดตั้ง CCTV ในเรือนจำ


เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 54 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังใหม่) นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวในการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 8/2554 ว่า ขณะนี้ทางจังหวัดภูเก็ตได้อนุมัติงบประมาณให้กับเรือนจำจังหวัดภูเก็ตเพื่อนำไปใช้ในการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) จำนวน 12 จุด ทั้งบริเวณกำแพงเรือนจำ และบริเวณที่ควบคุมผู้ต้องขังยาเสพติดรายสำคัญและคดีอุจฉกรรจ์ เพื่อช่วยในการป้องกันและแก้ปัญหาการลักลอบนำเข้ายาเสพติดในเรือนจำ เพราะที่ผ่านมามีข่าวการลักลอบโยนสิ่งของเข้าไปในเรือนจำให้กับผู้ต้องหามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหวังว่าจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ นอกจากนี้เป็นที่น่ายินดีว่าขณะนี้ในส่วนของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 14 (ภูเก็ต) ได้รับการอนุมัติให้จัดตั้งเป็นห้องปฏิบัติการตรวจพิสูจน์ยืนยันสารเสพติดแล้ว ซึ่งก็จะทำให้การตรวจสารเสพติดสามารถทำได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ขณะที่นายระพินทร์ นิชานนท์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ในช่วงประมาณ 5-6 เดือนที่ผ่านมาในส่วนของเรือนจำจังหวัดภูเก็ตสามารถรวบรวมโทรศัพท์ซึ่งมีการโยนเข้ามาจากภายนอกกำแพงเรือนจำได้เป็นจำนวนมากเฉลี่ยครั้งละ 3-10 เครื่อง แต่หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้เข้มงวดก็มีจำนวนลดน้อยลงเหลือเพียงครั้ง 1-2 เครื่อง เพราะได้มีมาตรการในการตรวจสอบบริเวณโดยรอบกำแพงเรือนจำก่อนที่ให้ผู้ต้องขังออกมาจากเรือนนอนทำให้ผู้ต้องขังไม่สามารถที่จะรับของที่มีการโยนเข้ามา ส่วนใหญ่หากไม่สามารถจับได้ผู้ต้องขังก็จะนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง เพราะปกติทางเรือนจำก็มีโทรศัพท์ให้บริการแก่ผู้ต้องขังอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามสำหรับงบประมาณที่ทางจังหวัดภูเก็ตอนุมัติให้นั้นจำนวนประมาณ 96,000 บาทเพื่อนำไปใช้ติดตั้ง CCTV จำนวน 12 จุด เบื้องต้นกำหนดไว้ที่บริเวณกำแพงด้านในและนอกเรือน บริเวณเรือนนอนหรือที่กุมขังผู้ต้องหาคดียาเสพติดและคดีอุจฉกรรจ์ ซึ่งเชื่อว่าก็จะช่วยลดปัญหาการนำสิ่งของที่ไม่ถูกต้องเข้าไปในเรือนจำได้ระดับหนึ่ง เนื่องจากยังมีวิธีการอื่นๆ ที่ทางผู้ต้องหาใช้ดำเนินการประกอบด้วย นายระพินทร์กล่าวและกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันเรือนจำจังหวัดภูเก็ตมีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดประมาณ 82.43 % จากจำนวนผู้ต้องขังซึ่งจะมีจำนวนประมาณ 1,500 คน ซึ่งเพิ่มจากอดีตซึ่งมีผู้ต้องขังในคดียาเสพติดอยู่ที่ประมาณ 70%


พบศพตายคาห้องพัก คาดเป็นโรคประจำตัว


เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 54 ร.ต.อ.เชียรชัย ดวงสุวรรณ ร้อยเวรสภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีเหตุคนเสียชีวิตบริเวณห้องเช่าไม่มีเลขที่ ซอยบางลา ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังจากได้รับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.ณรงค์ ลักษณะวิมล รองผกก.ป.และเจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย
ที่เกิดเหตุเป็นห้องเช่าเล็กๆ ที่บริเวณชั้น 2 ห้องหมายเลข 4 พบศพนายพิภพ มนูพจน์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 171 ถนนนาใน ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต สภาพศพนอนคว่ำหน้า สวมกางเกงในสีชมพูเพียงตัวเดียว บริเวณพื้นมีเลือดกองอยู่นองพื้น และพบกระโถนเลือดวางอยู่ 1 กระป๋อง ส่งกลิ่นเหม็นคละฟุ้งทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5 วัน จึงได้จัดทำบันทึกสถานที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิ เพื่อนำส่งรพ.วชิระภูเก็ต เพื่อให้แพทย์เวรได้ทำการชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้ง
สำหรับการเสียชีวิตในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายน่าจะมีโรคประจำตัว เมื่อเกิดอาการป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เนื่องจากอยู่เพียงลำพัง และช๊อคเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนต่อไป

กาชาดภูเก็ตมอบทุนให้นักเรียน 172 ทุน


เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2554 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังใหม่) ในการประชุมกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือนสิงหาคม 2554 ซึ่งนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าการราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน โอกาสเดียวกันนี้ได้มีการมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษาของสำนักงานกาชาดจังหวัดภูเก็ต โดยมีนายนิวิทย์ อรุณรัตน์ และนายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมเป็นเกียรติ
นางนลินี อัครเดชา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตามที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต องค์กรภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงานเทศกาลของดีภูเก็ตและงานกาชาดประจำปี 2554 ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2553 ถึงวันที่ 9 มกราคม 2554 โดยในการจัดกิจกรรมได้มีการจำหน่ายรางวัลสลากการกุศลช่วยกาชาด และรางวัลมัจฉากาชาด เพื่อหารายได้มาเป็นกองทุนสนับสนุนงานของสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต และกิจกรรมการกุศลอื่นๆ นั้น
สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต ได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาของการศึกษาของเด็กและเยาวชน เนื่องจากปัจจุบันเด็กและเยาวชนหลายรายในพื้นที่เป็นเด็กที่มีความประพฤติเรียบร้อย เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการส่งเสียให้ได้เล่าเรียนหรืออยู่ในครอบครัวที่ผู้ปกครองประสบปัญหาทางสถานะทางการเงิน ประกอบกับในภาวะปัจจุบันปัญหาค่าครองชีพในจังหวัดภูเก็ตที่มีค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต จึงได้จัดทำโครงการมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษา เพื่อเป็นการช่วยเหลือบางเบาภาระ และส่งเสริมขวัญกำลังใจแก่นักเรียนที่เรียนดีให้มีความมุ่งมั่นตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเพื่อเป็นรากฐานของชีวิต ครอบครัว สังคมและประเทศชาติต่อไป โดยนำรายได้ที่ได้จากการจัดงานกาชาดประจำปีมาจัดสรรเป็นทุนการศึกษามอบให้กับเด็กนักเรียนและนักศึกษาในพื้นที่
สำหรับการมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนนั้นได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาได้มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาเป็นจำนวน 200,000 บาท ซึ่งได้มอบไปเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2553 ในงานเทศกาลของดีภูเก็ต และงานกาชาดประจำปี 2554 ที่เวทีกลางสะพานหิน นางนิลินีกล่าว และกล่าวว่า สำหรับการมอบทุนในครั้งนี้ ได้จัดสรรการมอบทุนการศึกษาประเภทต่างๆ ประกอบด้วย ระดับอนุบาล-ประถมศึกษา ทุนละ 2,000 บาท จำนวน 70 ทุน เป็นเงิน 140,000 บาท ระดับมัธยมศึกษา-อนุปริญญา ทุนละ 3,000 บาท จำนวน 83 ทุน เป็นเงิน 249,000 บาท และระดับปริญญาตรี ทุนละ 8,000 บาท จำนวน 19 ทุน เป็นเงิน 152,000 บาท โดยจัดสรรให้กับนักเรียนและนักศึกษาที่ศึกษาในสถาบันของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 70 สถาบัน รวม 172 ทุน เป็นเงินทั้งสิ้น 541,000 บาท

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

จัดระเบียบรถยนต์สาธารณะกะตะ-กะรน


เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2554 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลกะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะทำงานตรวจสอบรถผิดกฎหมายในเขตพื้นที่กะตะ – กะรน ครั้งที่ 3/2554 เพื่อติดการดำเนินการในการจัดระเบียบรถยนต์สาธารณะในพื้นที่ กะตะ – กะรน อ.เมืองภูเก็ต โดยมีพล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต นายธีรยุทธ์ ประเสริฐผล ผอ.สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต นายทวี ทองแช่ม นายกเทศมนตรีตำบลกะรน พ.ต.ท.ณรงค์ ลักษณะวิมล รองผกก.สภ.ฉลอง นายพรเทพ ชามขาว ประธานกลุ่มรถตุ๊กตุ๊กและแท็กซี่กะตะ – กะรน ตลอดจนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและตัวแทนผู้ขับรถบริการสาธารณะในเขตพื้นที่กะตะ – กะรน เข้าร่วม
นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ด้วยที่ผ่านมาทางจังหวัดภูเก็ตได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวที่ได้รับความเดือดร้อนกรณีใช้บริการรถสาธารณะในเรื่องของมาตรฐานการให้บริการ อัตราค่าโดยสาร รถผิดกฎหมาย การแสดงกิริยาและใช้วาจาไม่สุภาพในพื้นที่กะตะกะรน ทางจังหวัดภูเก็ตจึงได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาและตรวจสอบข้อเท็จจริง ตลอดจนเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว รวมทั้งสนับสนุนส่งเสริมมาตรฐานการท่องเที่ยวให้มีความยั่งยืนตลอดไป
ขณะที่นายธีรยุทธ์ ประเสริฐผล ผอ.สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เบื้องต้นที่ได้มีการสำรวจจุดจอดรถในเขตกะตะ – กะรน มีจำนวนประมาณ 41 จุด มีรถประมาณ 541 คัน นอกจากนี้ยังพบว่ามีรถที่ไม่มีสังกัดหรือจุดจอดที่ชัดเจนอีกประมาณ 59 คัน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นรถที่นำมาใช้ผิดประเภทจำนวนมากกว่า 50% แนวทางในการแก้ปัญหาก็จะให้รถบริการซึ่งใช้ผิดประเภทอยู่นั้นมาขอจัดทะเบียนให้ถูกต้อง เพื่อจะได้เข้าสู่กระบวนการของการรับรองมาตรฐานต่อไป ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ คือ จะต้องมีสภาพรถที่ดีพร้อมให้บริการ คนขับดี มีเครื่องแบบชัดเจน พูดจาสุภาพเรียบร้อย และมีการกำหนดอัตราค่าบริการที่ชัดเจนเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะมีการตั้งคณะทำงานย่อย ประกอบด้วย ขนส่งจังหวัด เทศบาลตำบลกะรน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตัวแทนของกลุ่มรถบริการสาธารณะ ขึ้นมาตรวจสอบรายละเอียดก่อนที่จะมีการรับรองมาตรฐาน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนเป็นต้นไป
ขณะที่นายพรเทพ ชามขาว ประธานกลุ่มรถตุ๊กตุ๊กและแท็กซี่กะตะกะรน กล่าวว่า เห็นด้วยกับการจัดระเบียบดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาในส่วนของกลุ่มฯ มีระเบียบการปฏิบัติที่ชัดเจนและมีการควบคุมดูแลกันเองในระดับหนึ่ง แต่ยอมรับว่าด้วยจำนวนสมาชิกที่มีจำนวนมากทำให้บางครั้งก็อาจจะดูแลไม่ทั่วถึง แต่เมื่อทุกฝ่ายหันมาร่วมมือกันอย่างจริงจังก็เชื่อว่าจะทำให้การแก้ปัญหาเป็นไปด้วยดี ซึ่งในส่วนของกลุ่มฯ ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมแล้วระดับหนึ่ง เพราะผู้ขับรถให้บริการส่วนใหญ่ 95 % เป็นคนในท้องถิ่น โดยปัจจุบันจำนวนจุดจอดมีจำนวน 41 จุด มีรถให้บริการรวม 541 คัน และขณะนี้ก็ได้มีการกำหนดอัตราค่าโดยสารการเดินทางไปในแต่ละจุดเรียบร้อยแล้ว เช่น กะรน – สนามบินภูเก็ต ไม่เกิน 4 คน ราคา 800 – 1,000 บาท, กะรน – ฉลอง ราคา 400 บาท กะรน – ป่าตอง ราคา 400 บาท เป็นต้น

ภูเก็ตห่วงดินสไลด์ หลังฝนตกต่อเนื่อง

ภูเก็ตห่วงดินสไลด์ หลังฝนตกต่อเนื่อง

นายสันติ์ จันทรวงษ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เนื่องจากในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของน้ำท่วมขังเนื่องจากน้ำระบายไม่ทัน ซึ่งครอบคลุมทั้งอำเภอเมืองภูเก็ต อำเภอถลางและอำเภอกะทู้ จากการสำรวจพบว่ามีบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมขังจำนวน 1,591 ครัวเรือน และมีพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย 25 ไร่ ประกอบด้วย พื้นที่ ต.รัษฎา อ.เมือง มีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วม 4 หมู่บ้าน ได้รับความเดือดร้อน 250 หลังคาเรือน ต.ฉลอง อ.เมือง มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 350 ครัวเรือน มีพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย 15 ไร่ ต.ป่าตอง

อ.กะทู้ น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน ร้านค้าได้รับความเสียหาย 10 ชุมชุม 500 หลังคาเรือน ต.กมลา อ.กะทู้ น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน 3 หมู่บ้าน 80 หลังคาเรือน สวนยางพารา สวนกล้วยได้รับความเสียหาย 10 ไร่

อ.ถลาง พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายประกอบด้วย ต.เทพกระษัตรี มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 5 ชุมชน 2 หมู่บ้าน 300 หลังคาเรือน ต.ศรีสุนทร มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 2 หมู่บ้าน 10 หลังคาเรือน และ ต.ป่าคลอกมีบ้านเรือนประชาชน ได้รับความเสียหาย 1 หมู่บ้าน บ้านของประชาชนได้รับความเสียหายจากเหตุดินถล่มเสียหายทั้งหลัง 1 หลัง

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงขณะนี้ คือ ปัญหาดินถล่ม ดินสไลด์ เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน อาจจะทำให้ดินบนภูเขาอุ้มน้ำไม่ไหว ประกอบกับมีการเปิดหน้าดินและมีการก่อสร้างบนภูเขาจำนวนมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเฝ้าระวังเหตุดินถล่มในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าตอง กมลา กะทู้ ราไวย์ เทพกระษัตรีและพื้นที่ที่มีการเปิดหน้าดินเพื่อก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ซึ่งอาจจะเกิดเหตุดินถล่มลงมาได้ นอกจากนั้นยังต้องเฝ้าระวังเหตุน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ด้วย เพราะมีการก่อสร้างหลาย ๆ โครงการที่มีการก่อสร้างขวางทางน้ำทั้งของผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป” นายสันติ์กล่าว

ภูเก็ตเตือนห้ามเล่นน้ำทะเล


เจ้าหน้าที่บีชการ์ด องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กำลังนำป้ายเตือน พร้อมด้วยธงปักบริเวณชายหาดกะตะ ต.กะรน อ.เมือง ภูเก็ต เพื่อเตือนให้นักท่องเที่ยวให้ระมัดระวัง ในการลงเล่นน้ำทะเล หลังจากที่จังหวัดภูเก็ตได้เกิดฝนตกมาเป็นเวลากว่า 4 วัน พร้อมทั้งมีประกาศของทางกรมอุตุนิยมวิทยา ถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันภาคใต้ มีกำลังปานกลาง ทำให้ฝนตกชุกต่อเนื่อง และขอให้ระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนัก คลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

รพ.ป่าตองยังไม่เปิดให้บริการประชาชนได้

รพ.ป่าตองยังไม่เปิดให้บริการประชาชนได้
จากสถานการณ์ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องกันตลอดทั้งคืนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของป่าตอง โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ภูเก็ต จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดรับผู้ป่วยในได้
ล่าสุดนายแพทย์ภูมินทร์ ศิลาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลป่าตอง ได้กล่าวว่า จนถึงขณะนี้โรงพยาบาลยังไม่สามารถเปิดให้บริการประชาชนได้ตามปกติ เนื่องจากห้องควบคุมกระแสไฟฟ้าซึ่งจมอยู่ใต้น้ำยังไม่สามารถใช้งานได้ แม้ว่าระดับน้ำจะลดลงทั้งหมดแล้วก็ตาม ทางโรงพยาบาลจึงเปิดรับได้เฉพาะผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยฉุกเฉิน ส่วนผู้ป่วยใน รวมถึงผู้ป่วยด้านทันตกรรม เอ็กซเรย์ ตรวจเลือดยังคงต้องปิดรับรับบริการต่อไปจนถึงวันอังคารนี้ ทั้งนี้คาดว่าอย่างเร็วที่สุด โรงพยาบาลจะสามารถเปิดให้บริการประชาชนได้ตามปกติได้ภายในพุธนี้ หากไม่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำอีก
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลป่าตอง ยังกล่าวด้วยว่า เหตุน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นับเป็นครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี ทั้งนี้เป็นผลมาจากที่ตั้งของโรงพยาบาลซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำแต่เดิม กอรปกับสภาพพื้นที่โดยรวมของเมืองป่าตองที่ปัจจุบันมีสิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำส่งผลให้น้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง ทั้งนี้โรงพยาบาลเคยมีแผนปรับปรุงห้องคุมกำเนิดไฟฟ้าใหม่เพื่อให้พ้นจากระดับน้ำแต่ที่ผ่านมายังติดขัดด้านงบประมาณ


วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

การอบรม First AID


โรงพยาบาลสิริโรจน์ (Phuket International Hospital) นำโดยคุณศิริพร ไทรกุล ผู้อำนวยการสายการพยาบาล พร้อมทีมพยาบาลวิชาชีพ ได้ให้การอบรม First AID หรือการช่วยฟื้นคืนชีพ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่ และคณะครู ของ Headstart International School เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีที่เกิดสถานการณ์จริง โดยทางโรงพยาบาลฯ มีความมุ่งหวังอย่างยิ่ง ที่จะให้ผู้เข้ารับการอบรมทุกท่าน ได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และสามารถให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเบื้องต้น เพื่อลดการบาดเจ็บ และการสูญเสียได้จริง

ประกวดภาพถ่าย “สะพายกล้อง ท่องวิชิต”


นายกรีฑา แซ่ตัน นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต อ.เมือง ภูเก็ต ได้กล่าวถึงผลการคัดเลือกภาพถ่ายตามโครงการสะพายกล้อง ท่องวิชิต ว่า ตามที่เทศบาลตำบลวิชิตได้กำหนดจัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายตามโครงการ สะพายกล้อง ท่องวิชิต เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเกิดความสนใจที่จะเดินทางท่องเที่ยวในตำบลวิชิตมากขึ้น รวมถึงเพื่อนำภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดมาใช้ในการจัดทำสื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ของเทศบาลตำบลวิชิต และปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวในตำบลวิชิต นั้น
ทั้งนี้จากการตัดสินการประกวดภาพถ่ายโดยคณะกรรมการจากภาครัฐและเอกชน ตลอดจนชมรมถ่ายภาพภูเก็ต ภายใต้หลักเกณฑ์ การจัดองค์ประกอบของภาพถ่าย ความคมชัดและความสวยงามของภาพถ่าย การสื่อความหมายของภาพถ่ายสอดคล้องกับหัวข้อที่กำหนด และความคิดสร้างสรรค์และการถ่ายทอดในเชิงศิลปะ ผลการตัดสินของคณะกรรมการดังนี้
ประเภทแหล่งท่องเที่ยว ชนะเลิศ ภาพกระชังยามน้ำลด โดย นายเอกรัฐ พงค์ธนาพาณิช รับเงินรางวัล 7,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 ภาพเริ่มต้น โดยนายผดุงศักดิ์ สุพร รับเงินรางวัล 3,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 ภาพสีสันแห่งพันวา โดยนายผดุงศักดิ์ สุพร รับเงินรางวัล 2,000 บาท โดยรับโล่รางวัล และใบประกาศทุกรางวัล ส่วนรางวัลชมเชย 3 รางวัล ได้แก่ ภาพความสุขที่ได้มาเยือนโดย นายเอกชัย ชนะกุล, ภาพต่างแสงต่างอารมณ์ โดยนายนพวิชญ์ นาคเพ่งพิศ และภาพพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ 3 โดยนายอนุชา ดีวิเศษ รับใบประกาศ พร้อมเงินรางวัล 1,000 บาท
ประเภทวิถีชีวิต ชนะเลิศ ภาพวิถีรอมฎอน โดยนายพรสิทธิ์ ธรรมานุภาพ รับเงินรางวัล 7,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 ภาพ ลุ้น โดยนายผดุงศักดิ์ สุพร รับเงินรางวัล 3,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 ภาพสามเกลอ โดยนายผดุงศักดิ์ สุพร รับเงินรางวัล 2,000บาท พร้อมรับโล่รางวัล และใบประกาศทุกรางวัล รางวัลชมเชย 3 รางวัล ประกอบด้วย ภาพประภาคาร ณ แหลมพันวา โดยนายเอกรัฐ พงค์ธนาพาณิช, ภาพเหงื่อทุกหยดเพื่ออนาคตของลูก โดยนายเอกชัย ชนะกุล และภาพหลากชีวิตยามอาทิตย์อัสดง โดยนายนายเอกรัฐ พงค์ธนาพาณิช รับใบประกาศ พร้อมเงินรางวัล 1,000 บาท
นายกรีฑา ยังกล่าวอีกว่า หลังจากนี้ทางเทศบาลตำบลวิชิต จะนำภาพทั้งหมดไปจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายฯ พร้อมทั้งจะมีพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก ในวันศุกร์ที่ 2 กันยายน 2554 เวลา 14.00 น. ณ ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี