จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

รพ.กรุงเทพภูเก็ตเปิดศูนย์ไตเทียม



เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 ที่บริเวณ ชั้น 2 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต นายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิด “ศูนย์ไตเทียมกรุงเทพภูเก็ต” (Phuket Holiday Dialysis Center) ที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตได้ทำการปรับปรุงสถานที่ใหม่ พร้อมนำเข้าเครื่องมือฟอกไตรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังที่มีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังกลายเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศทั่วโลก พร้อมแสดงความชื่นชมการให้บริการทางการแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาล ที่คำนึงถึงคุณภาพการรักษาและความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก จนผ่านการรับรองคุณภาพโรงพยาบาลจากสถาบันต่างๆ จำนวนมากมาย ทั้งภายในประเทศและในระดับสากล โดยมีนายทศพร เทพบุตร กงสุลกิตติมศักดิ์ประเทศเกาหลี ประจำจังหวัดภูเก็ต นพ.ประยุทธ สมประกิจ ประธานคณะผู้บริหารเครือโรงพยาบาลกรุงเทพภาคตะวันออกและภาคใต้ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต นายแพทย์อานนท์ แก้วบำรุง ผอ.โรงพยาบาลถลาง และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานจำนวนมาก
ทั้งนี้นพ.ประยุทธ สมประกิจ ประธานคณะผู้บริหารเครือโรงพยาบาลกรุงเทพภาคตะวันออกและภาคใต้ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ได้กล่าวว่า จากสถิติของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ปี 2552 พบว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย จำนวนกว่า 35,000 ราย ที่ต้องเข้ารับการบำบัดทดแทนไต ไม่ว่าจะเป็นการฟอกเลือด การล้างไตทางช่องท้อง หรือการปลูกถ่ายไต เป็นต้น โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตเล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้เปิดศูนย์ไตเทียมกรุงเทพภูเก็ตขึ้น เพื่อรองรับและเพิ่มทางเลือกในการรักษาให้แก่ผู้ป่วยที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเทคโนโลยีล่าสุดที่ทางโรงพยาบาลได้นำเข้ามานั้น ถือเป็นวิธีที่ได้รับการรับรองว่ามีประสิทธิภาพสูงสุด ศูนย์ไตเทียมกรุงเทพภูเก็ต ถือเป็นศูนย์บริการเพียงแห่งแรกและแห่งเดียวในภาคใต้ฝั่งอันดามัน ที่สามารถทำการฟอกไตด้วยวิธีดังกล่าวได้ ภายใต้มาตรฐานการรักษาพยาบาลที่เทียบเท่าระดับสากล ด้วยทีมอายุรแพทย์โรคไตและพยาบาลวิชาชีพ ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้านพญ.ลลิตา กองสีหา อายุรแพทย์โรคไต ประจำศูนย์ไตเทียมกรุงเทพภูเก็ต ได้กล่าวถึงข้อดีของเทคโนโลยีการฟอกไตด้วยระบบน้ำ (On-line Hemodiafiltration) ว่า “การฟอกไตด้วยระบบน้ำ เป็นกระบวนการฟอกไตที่มีประสิทธิภาพสูงมากในปัจจุบัน และได้รับความนิยมมากในประเทศแถบยุโรป เพราะนอกจากสามารถขจัดของเสียโมเลกุลขนาดเล็กได้แล้ว ยังสามารถขจัดของเสียโมเลกุลขนาดใหญ่ในร่างกาย ซึ่งการฟอกไตแบบเดิมไม่สามารถทำได้ อีกทั้งระบบการทำน้ำที่ใช้ ยังต้องมีความบริสุทธิ์สูงสุด จึงทำให้ผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกไตด้วยวิธีนี้ มีคุณภาพชีวิตโดยรวมที่ดีขึ้น การอักเสบภายในร่างกายที่เกิดจากกระบวนการฟอกไตตามปกติลดลง ลดอัตราการเกิดภาวะแทรกช้อน อัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด และมีผิวพรรณสดใสหลังได้รับการรักษา เป็นต้น”
“ผู้ป่วยที่เคยเข้ารับการฟอกไตด้วยวิธีแบบดั้งเดิม และต้องการเปลี่ยนเป็นการฟอกไตด้วยระบบน้ำ สามารถเข้ามาปรึกษาหมอ เพื่อร่วมวางแผนการรักษา สำหรับค่าบริการในการฟอกไตที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตแบบใหม่และแบบเดิมนั้นจะต่างกันเล็กน้อย คือ การฟอกไตด้วยระบบน้ำ ค่าบริการ 3,000 บาท ในขณะที่การฟอกไตแบบเดิม ราคา 2,200 บาท (รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว) กรณีผู้ป่วยโรคไตที่เป็นข้าราชการ ผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม และผู้มีสิทธิตามสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช.นั้น สามารถเบิกได้ตามสิทธิที่ตนเองมีอยู่ จึงนับเป็นโอกาสอันดีของผู้ป่วยโรคไต ที่จะมีทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น” พ.ญ.ลลิตา กล่าวเสริม
ศูนย์ไตเทียมกรุงเทพภูเก็ต (Phuket Holiday Dialysis Center) เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 21.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “ศูนย์ไตเทียมกรุงเทพภูเก็ต” (Phuket Holiday Dialysis Center) โทร.1719 ตลอด 24 ชั่วโมง


“ภูเก็ต ไทยแลนด์ โอเพ่น” ปีที่ 6




เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 54 ที่ห้องประชุมกานดา โรงแรมกะตะบีช ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายสกล วรรณพงษ์ รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ การกีฬาแห่งประเทศไทย นายสราวุธ เชื้ออินต๊ะ ผู้จัดการส่วนคลังน้ำมันภูเก็ต บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต นายสมศักดิ์ รัตนา ผู้จัดการจังหวัดภูเก็ต บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด นายทวี ทองแช่ม นายกเทศมนตรีตำบลกะรน นายเอี่ยม ถาวรว่องวงศ์ ผู้อำนวยการโรงแรมกะตะบีช รีสอร์ท นายเจฟฟรีย์ โรว์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน และนายยู เชา ผู้แทนสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ร่วมแถลงข่าวการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดหญิงอาชีพเวิลด์ทัวร์ “ภูเก็ต ไทยแลนด์ โอเพ่น พาวเวอร์บาย พีทีที 2011”
โดยการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดหญิงอาชีพเวิลด์ทัวร์ “ภูเก็ต ไทยแลนด์ โอเพ่น พาวเวอร์บาย พีทีที 2011” จะจัดการแข่งขันที่หาดกะรน จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 2-16 พฤศจิกายน 2554 ชิงเงินรางวัล 190,000 เหรียญสหรัฐ โดยการแข่งขันใน 4 ปีที่ผ่านมา เป็นทีมจากสหรัฐอเมริกา ที่ได้ยืนชูเหรียญทองบนแท่นมอบรางวัลมาตลอด แต่ในปีนี้ทีมจากชาติอื่นๆ มีโอกาสทองที่จะแย่งชิงความเป็นมหาอำนาจ บนชายหาดกะรน จ.ภูเก็ต
ทางด้านผู้ท้าชิงที่น่าจับตามอง ได้แก่คู่มืออันดับ 1 ของทวีปเอเชีย ซึ่งรั้งตำแหน่งคู่มืออันดับที่ 3 ของโลกจากประเทศจีน อย่าง เซ็น ซือ กับ ซาง ซี รวมถึงเจ้าของรองแชมป์ครั้งล่าสุดจากประเทศอิตาลี ซิโคลาลี่ คู่กับ มาร์เน่เก็ทติ และตัวเต็งอีกหนึ่งทีมคือคู่ที่คว้าอันดับ 3 จากการแข่งขันปีที่ผ่านมา มาเรียคลาล่า และคาโรล จากแดนแซมบ้า ประเทศบราซิล ในศึกลูกยางชายหาดเวิลด์ทัวร์ “ภูเก็ต ไทยแลนด์โอเพ่น พาวเวอร์บาย พีทีที 2011” ยังมีอีกหลายทีมจากหลายประเทศ อาทิ สาธารณรัฐเช็ก เยอรมันนี สเปน เบลเยี่ยม และออสเตรเลีย ที่ต่างมุ่งหวังที่จะคว้าแชมป์ในครั้งนี้ให้ได้ ถือเป็นงานหนักของ เคซี่ และรอส แชมป์สองสมัยในปี 2008 และ 2009 ในการต่อยอดความสำเร็จของทีมจากสหรัฐอเมริกาในการแข่งขันบนเกาะที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นไข่มุกแห่งอันดามัน
โดยประเทศไทยได้สิทธิ์ลงเล่นในรอบเมนดรอว์ในฐานะของเจ้าภาพจัดการแข่งขัน 2 ทีมได้แก่คู่ของกมลทิพย์ กุลนา และวราภัทรสร รดารงค์ จารุณี สารนอก และอุษา เต็นปักษี และสิทธิ์ไวลด์การ์ดจากฝ่ายจัดการแข่งขันฯ อีก 1 ทีมคือคู่ของ ธนะรัศมิ์ฐา อุดมฉวี และรำไพพฤทธิ์ นุ่มวงศ์
การแข่งขัน “ภูเก็ตไทยแลนด์โอเพ่น พาวเวอร์บาย พีทีที 2011” จะทำการแข่งขัน 5 วันด้วยกัน ระหว่างวันที่ 2-6 พฤศจิกายน 2554 โดยการแข่งขันคู่แรกจะเริ่มในเวลา 09.00 น. ของทุกวัน ยกเว้น รอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน 2554 จะเริ่มทำการแข่งขันในเวลา 15.00 น. ส่วนการแข่งขันในรอบ 4 ทีมสุดท้าย จะแข่งขันในวันที่ 5 พฤศจิกายน และรอบชิงชนะเลิศ ,ชิงอันดับ 3 และ 4 แข่งขันในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2554 และถ่ายทอดสดไปทั่วโลกให้ผู้ชมรายการมากกว่า 700,000,000 ครัวเรือน
นอกจากนี้ภายในบริเวณงานยังมีกิจกรรมจากผู้สนับสนุนอีกมากมาย เพื่อต้อนรับแฟนกีฬาลูกยางชายหาดทั้งไทยและต่างชาติที่จะหลั่งไหลสู่หาดกะรน จ.ภูเก็ต โดยประกอบไปด้วยพีทีที บีช วอลเลย์บอล คลินิก และพีทีที สกูล คัพ นอกจากนั้นยังมีโซนกิจกรรมของผู้สนับสนุน เบียร์การ์เด้น และเกมส์สำหรับแฟนกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม
ทั้งนี้นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า จัดการแข่งขันดังกล่าวประสบความสำเร็จต่อเนื่องตลอดมา และเป็นการแข่งขันที่สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวของภูเก็ตได้เป็นอย่างดี เป็นโอกาสดีในการที่จะประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของภูเก็ตไปทั่วโลก และการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 6 จะทำให้การท่องเที่ยวต้นฤดูกาลของภูเก็ตมีความคึกคักมากยิ่งขึ้น
ขณะที่นายทวี ทองแช่ม นายกเทศมนตรีตำบลกะรน กล่าวว่า ขณะนี้สถานที่จัดการแข่งขันทางเทศบาลตำบลกะรนได้จัดเตรียมไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่นักกีฬาและผู้ที่เข้าร่วมชมการแข่งขัน ก็ได้มีการเตรียม กำลังเจ้าหน้าที่อปพร.และเจ้หน้าที่ตำรวจไว้พร้อมแล้วเช่นเดียวกัน




เตรียม EM Ball 20,000 ลูก อย่างต่อเนื่อง



เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 54 ที่หมู่บ้านซิตี้โฮม ม.3 ต.รัษฎา อ.เมือง ภูเก็ต คุณปารียา จุลพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต และคุณนนทลี มรรคาวาณิช ประธานมูลนิธิมรรคาวาณิช ยังคงนำทีมบุคลากรภายในโรงพยาบาลฯ และอาสาสมัครชาวภูเก็ต กว่า 100 คน ร่วมกันปั้น EM Ball 20,000 ลูก เพื่อนำไปบำบัดน้ำท่วมขังที่เน่าเสียในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยเมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา
โดยในวันนี้คุณจิรสุตา ประทีป ณ ถลาง กรรมการผู้จัดการบริษัทภูทัวร์ ได้เดินทางเข้ามาพร้อมทั้งได้มอบเงินสมทบทุนเพื่อจัดซื้อวัตถุดิบในการปั้น EM Ball ให้แก่คุณปารียา จุลพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต และคุณนนทลี มรรคาวาณิช ประธานมูลนิธิมรรคาวาณิช โดยเหล่าอาสาสมัครจะร่วมใจปั้น EM Ball ต่อเนื่องอีก 1 สัปดาห์ คือวันที่ 1 - 4 พ.ย. 54 ตั้งแต่เวลา 13.00 – 18.00 และ 5 – 6 พ.ย. 09.00 – 16.00 และทีมเจ้าหน้าที่แผนกกิจสาธารณะจะเดินทางไปโยน EM Ball ในวันที่ 10 พ.ย.นี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 1719 ต่อ 1284,1613 หรือ 084-3095115


วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ม.อ. ภูเก็ต จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต



เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2554 ณ ห้อง 6104 อาคารเรียนรวมและปฏิบัติกลาง (อาคาร 6) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต โดยมีหน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิต สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต มาให้บริการในการบริจาคโลหิตครั้งนี้ ซึ่งมีอาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาให้ความสนใจเข้าร่วมบริจาคโลหิตเป็นจำนวนมาก

 

ขับเคลื่อนพัฒนาเพื่อเด็กไทยมีโภชนาการสมวัย



เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2554 ที่ห้องประชุมใบเรือ โรงแรมโบ๊ทลากูน รีสอร์ท อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ โครงการพัฒนาระบบและกลไก เพื่อเด็กไทยมีโภชนาการสมวัยจังหวัดภูเก็ตสู่การปฏิบัติปีที่ 3 (พ.ศ.2554-2555) ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ต และภาคีเครือข่ายจัดทำขึ้น โดยมีนายสง่า ดามาพงษ์ ผู้จัดการโครงการพัฒนาระบบและกลไก เพื่อเด็กไทยมีโภชนาการสมวัย, รศ.พญ.ลัดดา เหมาะสุวรรณ ผู้จัดการโครงการในภาคใต้ฯ ตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเป็น 1 ใน 9 จังหวัดนำร่องของประเทศไทยที่ดำเนินงานตามโครงการพัฒนาระบบและกลไกเพื่อเด็กไทยมีโภชนาการสมวัยโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อสร้างระบบและกลไกให้ท้องถิ่นและชุมชนมีศักยภาพในการขับเคลื่อนงานโภชนาการในกลุ่มเด็กแรกเกิดถึง 14 ปี มีการเจริญเติบโตและสมวัย เนื่องจากต้องยอมรับว่าปัจจุบันเด็กไทยยังไม่ได้รับการคุ้มครองสิทธิด้านอาหารและโภชนาการเท่าที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะการเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัย และการได้รับการพัฒนาพฤติกรรมโภชนาการที่พึงประสงค์ ซึ่งมีผลทำให้เด็กไทยมีภาวะทุพโภชนาการทั้งภาวะขาดสารอาหารและภาวะโภชนาการเกินอยู่ในขณะนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเด็กไทยยังไม่มีความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ โดยดำเนินการนำร่อง 3 อำเภอ คือ เมืองภูเก็ต กะทู้และถลาง จำนวน 18 อปท. 21 โรงเรียนและ 18 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าปัจจุบันเด็กแรกเกิดจนถึง 14 ปี ในจังหวัดภูเก็ต จำนวนหนึ่งกำลังประสบปัญหาโภชนาการ ผอม เตี้ย อ้วน อันจะนำไปสู่การพัฒนาสติปัญญาต่ำ สาเหตุเกิดจากแม่ขาดความรู้ในการเลี้ยงดูและการให้อาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการและเด็กมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารและโภชนาการไม่พึงประสงค์อยู่จำนวนมาก ดังนั้นการพัฒนานวัตกรรมโภชนาการสมวัย ถือเป็นการสร้างมิติใหม่ให้กับวงการส่งเสริมโภชนาการในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่จะทำให้เด็กได้เข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพและพอเพียง ตลอดจนเป็นเครื่องมือและสื่อที่จะพัฒนาพฤติกรรมโภชนาการให้พึงประสงค์ได้ นายไชยวัฒน์กล่าว
ขณะที่นายสง่า ดามาพงษ์ ผู้จัดการโครงการพัฒนาระบบและกลไก เพื่อเด็กไทยมีโภชนาการสมวัย กล่าวเสริมว่าโครงการโภชนาการสมวัยได้ค้นพบนวัตกรรมโภชนาการสมวัย 5 ชุดที่นำมาดำเนินการใช้ในพื้นที่นำร่องทั้งชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนระดับประถมศึกษา ได้แก่ ชุดที่ 1 ชุดเรียนรู้กลางเพื่อเด็กไทยมีโภชนาการสมวัย ใช้เป็นคู่มือครูในการเรียนการสอนโภชนาการแบบมีส่วนร่วม จำนวน 4 เรื่อง คือ ธงโภชนาการ, ผักผลไม้, ลดหวาน มันเค็มและโรคอ้วน โดยบูรณาการทั้ง 4 เรื่องไว้ใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้, ชุด 2 คู่มือปฏิบัติการมาตรฐานอาหารในโรงเรียนระดับประถมศึกษา ใช้เป็นแนวปฏิบัติการกำหนดและการให้บริการอาหารกลางวัน อาหารว่าง และเครื่องดื่มในโรงเรียนให้ได้มาตรฐานโภชนาการ,
ชุด 3 โปรแกรมสำเร็จรูปอาหารกลางวันและการเฝ้าระวังการเจริญเติบโตเพื่อให้โรงเรียนได้นำไปกำหนดชนิดและปริมาณอาหารที่จะนำมาปรุงประกอบอาหารกลางวันให้ได้กินครบคุณค่าทางโภชนาการ ตลอดจนบอกภาวะโภชนาการเด็กและแนวทางส่งเสริมป้องกันในโปรแกรมสำเร็จรูป, ชุด 4 คู่มือประเมินตนเองของโรงเรียนโภชนาการสมวัยใช้สำหรับโรงเรียนประเมินตนเองเพื่อหาจุดแข็ง จุดอ่อนของโรงเรียนในการส่งเสริมโภชนาการในโรงเรียน และชุด 5 โปรแกรมประเมินคนเองด้านอาหารและโภชนาการ นำเอาข้อมูลจากการประเมินตนเองป้อนเข้าโปรแกรมก็จะทำให้โรงเรียนได้รู้สถานการณ์โภชนาการของตนเอง โดยจะดำเนินการระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2554- มีนาคม 2555 ทั้งนี้จะมีการควบคุมกำกับและประเมินผลไปพรอมกันทั้ง 9 จังหวัด คาดว่าจะได้รูปแบบการขับเคลื่อนงานโภชนาการในชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียน นำเสนอรัฐบาลให้เป็นนโยบายต่อไป


การบินไทยเปิดบินตรง ภูเก็ต-เชียงใหม่


เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 54 ที่บริเวณช่องทางออกขึ้นเครื่องที่ 10 ท่าอากาศยานภูเก็ต นายประเสริฐ ตันหรรษ์ ผู้จัดการสำนักงานขาย จังหวัดภูเก็ต บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่การบินไทย และท่าอากาศยานภูเก็ต ร่วมกันเปิดเส้นทางบินภายในประเทศ เที่ยวบินปฐมฤกษ์ภูเก็ต – เชียงใหม่ โดยเที่ยวบินที่ TG 214 ออกเดินทางจากภูเก็ต เวลา 16.25 น. พร้อมทั้งแจกของที่ระลึกให้แก่ผู้โดยสารด้วย ซึ่งมีผู้โดยสารในเที่ยวบินแรกนี้จำนวน 122 คน
นายประเสริฐ กล่าวภายหลังเปิดเที่ยวบินดังกล่าวว่า การเปิดให้บริการในเส้นทางบินดังกล่าว จะทำการบินทุกวันๆ ละ 1 เที่ยวบิน ด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส 300 – 600 ขนาด 247 ที่นั่ง โดยจะเริ่มบินตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. เป็นต้นไป มีตารางการบิน เที่ยวบินที่ TG 214 ออกเดินทางจากภูเก็ต เวลา 16.25 น.ถึงเชียงใหม่ เวลา 18.20 น.
นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า เส้นทางดังกล่าว ในอดีตบินเฉพาะจากเชียงใหม่มาภูเก็ต แต่เนื่องจากว่าภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยว ทางการบินไทยจึงได้ให้ความสำคัญว่าควรจะมีการเพิ่มการปฏิบัติการบินให้ครบวงจร เพื่อจะเชื่อม 2 หัวเมืองท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักของชาวโลก ซึ่งจะเห็นความแตกต่างระหว่าง 2 เมืองนี้ ไม่ว่าจะเป็นทางเชียงใหม่ ซึ่งมีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี อาหาร ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ที่มีความแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับภูเก็ต ซึ่งเป็นเกาะ การบินไทยอยากจะเชื่อมระหว่างวัฒนธรรม 2 รูปแบบที่จะแตกต่างกันให้เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยการใช้การบินไทยเป็นสื่อในการบินตรง โดยไม่ต้องเสียเวลาหรือว่าไปเปลี่ยนเครื่องที่กรุงเทพมหานคร
อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากเส้นทางบินภายในประเทศดังกล่าวแล้ว ยังมีในส่วนของเส้นทางบินต่างประเทศ ที่ทางการบินไทยจะทำการบินในเร็วๆ นี้ คือเส้นทางบินภูเก็ต-กรุงโซล-ภูเก็ต สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน คือวันอังคาร, พฤหัสบดีและเสาร์ ส่วนขากลับในวันพุธ, ศุกร์และอาทิตย์ ด้วยเครื่องบินแบบ แอร์บัส 330 – 300 ขนาด 305 ที่นั่ง โดยจะเริ่มทำการบินได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 เป็นต้นไป มีตารางการบิน เที่ยวบินที่ TG 654 ออกเดินทางจากภูเก็ต เวลา 22.25 น.ถึงโซล เวลา 06.25 น.เที่ยวบินที่ TG655 ออกเดินทางจากกรุงโซล เวลา 08.15 น.ถึงภูเก็ต เวลา 13.05 น.
เหตุผลที่เปิดบินตรงในเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากว่าภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางของโลก มีหาดทรายที่สวย มีการต่อโยงเชื่อมไปถึงกระบี่ ตรัง สตูล ซึ่งเป็นจุดขายของประเทศไทย และคนเกาหลีเองก็จะชอบทะเลมาก ชอบซีฟู้ด และจากตัวเลข จะเห็นว่าเส้นทางนี้มีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีเดินทางเข้ามามาก
ส่วนอีกเส้นทางบินต่างประเทศ โคเปนเฮเกน – ภูเก็ต สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ออกจากยุโรป เริ่มวันพุธ,วันศุกร์และอาทิตย์ ถึงเมืองไทยนับถัดไปอีกวัน เที่ยวบินที่ PG 953 ใช้เครื่องบินประเภท โบอิ้ง 747 แบ่งเป็นชั้นธุรกิจ ชั้นฟรีเมี่ยมแอคโคโนมี่ และชั้นแอคโคโนมี่ จะเริ่มทำการบินออกจากโคเปนเฮเกนเป็นเที่ยวบินแรก วันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 มาถึงที่จังหวัดภูเก็ต วันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 เวลาประมาณ 13.20 น.
โดยเที่ยวบินแรกนี้จะมีผู้โดยสาร ประมาณ 336 คน ในการนี้การบินไทยได้ร่วมมือกับทางจังหวัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมต่างๆ ในการให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาเที่ยวบินปฐมฤกษ์ รวมถึงผู้สื่อข่าวองค์กรต่างๆ ซึ่งจะมาผลักดันภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักในทุกมุมมองของชาวยุโรป 




เตรียม EM Ball 20,000 ลูก ไปโยนที่อยุธยา




เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 54 ที่หมู่บ้านซิตี้โฮม ม.3 ต.รัษฎา อ.เมือง ภูเก็ต คุณปารียา จุลพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต และคุณนนทลี มรรคาวาณิช ประธานมูลนิธิมรรคาวาณิช ได้นำทีมบุคลากรภายในโรงพยาบาลฯ และอาสาสมัครชาวภูเก็ต กว่า 100 คน ร่วมกันปั้น EM Ball 20,000 ลูก เพื่อนำไปบำบัดน้ำท่วมขังที่เน่าเสียในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยเมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา โดยเหล่าอาสาสมัครจะร่วมใจปั้น EM Ball ต่อเนื่องอีก 1 สัปดาห์ คือวันที่ 31 ต.ค. - 4 พ.ย. 54 ตั้งแต่เวลา 13.00 – 18.00 และ 5 – 6 พ.ย. 09.00 – 16.00 และทีมเจ้าหน้าที่แผนกกิจสาธารณะจะเดินทางไปโยน EM Ball ในวันที่ 10 พ.ย.นี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 1719 ต่อ 1284,1613 หรือ 084-3095115



วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แสดงภาพถ่ายหาทุนการศึกษาพยาบาล



คุณปารียา จุลพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกับ อัญชลี วานิช เทพบุตร สมาชิสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต ณ สำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ ในโอกาสให้การสนับสนุน โครงการจำหน่ายภาพวาดการกุศล ซึ่งทางโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตได้จัดขึ้น โดยอุดหนุนภาพวาดสีน้ำ ราคา 20,000 บาท ฝีมืออาจารย์ธนกร ไชยจินดา ศิลปินชาวล้านนา ซึ่งได้มอบภาพทิวทัศน์ในจังหวัดภูเก็ตให้ทางโรงพยาบาลฯ จัดแสดงและจำหน่ายหลายภาพ พร้อมกับมอบรายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนในโครงการฯ เพื่อมอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่พยาบาลในสังกัดของโรงพยาบาลรัฐบาล 4 ทุน ได้แก่ โรงพยาบาลพังงา 1 ทุน โรงพยาบาลตะกั่วป่า 1 ทุน และโรงพยาบาลกระบี่ 2 ทุน เพื่อเข้ารับการฝึกอบรมความรู้ความสามารถในการดูแลผู้ป่วยโรคไต ในปีการศึกษา 2555 โดยมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มปริมาณและคุณภาพของพยาบาลไตเทียมให้สามารถดูแลผู้ป่วยที่รับการรักษาด้วยการฟอกเลือดกับเครื่องไตเทียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของผู้ป่วยโรคไตที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นต่อไป


คนร้ายประกบยิงรปภ.หมู่บ้านหรู



เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 54 ร.ต.อ.สมชาย หนูบุญ ร้อยเวรสภ.เมือง ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนร่วมพัฒนา ม.3 ต.รัษฎา อ.เมือง ภูเก็ต ขอให้ประสานรถกู้ชีพช่วยผู้บาดเจ็บด้วย หลังรับแจ้งก็ได้ประสานไปยังรถพยาบาลเทศบาลตำบลรัษฎา พร้อมทั้งแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.สภ.เมือง ภูเก็ต เจ้าหน้าที่สายตรวจ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน
ที่เกิดเหตุเป็นถนนสายด้านหลังศาลากลาง ที่จะไปออกถนนสายกู้กู ซึ่งเป็นเลี่ยงเมืองอีกเส้นหนึ่ง บริเวณที่เกิดเหตุเป็นถนนระหว่างเขา เมื่อเดินทางถึงพบผู้ถูกยิงเป็นชาย สภาพนอนหงายอยู่โดยที่เท้าด้านขวาถูกรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 สีแดง หมายเลขทะเบียน ขฉง 17 สุราษฎร์ธานีทับอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ประจำรถกู้ชีพต้องยกรถจยย.เพื่อดึงร่างของผู้ถูกยิงออกมา จากการตรวจสอบทราบชื่อนายสมคิด บุญรักษ์ อายุ 51 ปี อาชีพเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหมู่บ้านหรู ใกล้กับที่เกิดเหตุ บ้านเดิมอยู่ที่ 142 ม.9 ต.เขาพังไกร อ.หัวไทร นครศรีธรรมราช ถูกยิงด้วยอาวุธลูกซอง เข้าที่เอวด้านขวา กระสุนตุงที่บริเวณท้อง แต่เนื่องจากเลือดไหลออกมามาก ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งรพ.วชิระภูเก็ต และจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบหัวกระสุน หมอนรองกระสุน และกล่องใส่ทอง ซึ่งตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
ทั้งนี้จากการสอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่กำลังเข้าเวรอยู่ก็ทราบว่า นายสมคิดจะต้องเดินทางมารับเวรต่อในเวลา 19.00 น. โดยนายสมคิดได้ขับรถจยย.ออกจากบ้านที่หมู่บ้านการเคหะ โดยได้ขับมาตามถนนสายดังกล่าว และเมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นที่เปลี่ยว ก็ได้มีคนร้ายขับรถจยย.ตามมา เมื่อสบโอกาสก็ได้ ขับรถเข้าประกบแล้วชักปืนออกมายิง 1 นัดเข้าที่เอว ทำนายสมคิดล้มลงพร้อมกับรถจยย. ก่อนที่คนร้ายจะขับรถหลบหนีไปในความมืด จนกระทั่งมาชาวบ้านขับรถผ่านมาพบเข้าจึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว ส่วนสาเหตุทางเจ้าหน้าจะได้ทำการสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง เนื่องนายสมคิดต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ เพื่อทำการผ่าตัดเอากระสุนออกจากท้อง


เตรียมพบแหล่งช้อปปิ้ง“เบ็นซี่ มอลล์”




นายวิภาส ภัทรภูมิถาวร ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท เบ็นซี่ มอลล์ จำกัด ผู้บริหารโครงการ Benzy mall ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหลังสวนหลวง ร.9 ถนนวิรัชหงษ์หยก อ.เมืองภูเก็ต หรือย่านการค้านาคา เปิดเผยถึงแนวคิดในการจัดทำโครงการ Benzy mall ว่า ด้วยศักยภาพของทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นย่านการค้าการลงทุนใหม่ ประกอบกับประสบการณ์ในด้านการตลาดเชิงสร้างสรรค์ จึงเกิดแนวคิดในการพัฒนาที่ดินเปล่าเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ ให้เป็นแหล่งรวมสินค้านานาชนิด และลานสวนน้ำพุ เพื่อให้เด็กๆ ที่มาพร้อมกับครอบครัวได้สนุกกับการเดินเล่นน้ำและเพลิดเพลินกับน้ำพุหลายสไตล์หลายสีสัน โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท เน้นกลุ่มลูกค้าทั่วไป และกลุ่มครอบครัว ซึ่งนอกจากมาหาซื้อสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ แล้ว ยังสามารถที่จะให้บุตรหลานในเล่นสนุกกับสวนน้ำและเพลิดเพลินกับน้ำพุหลายสไตล์หลายสีสัน ส่วนทางลูกค้าก็ได้สนุกกับช้อปปิ้งสินค้าและยังได้เซอร์ไพร์กับของขวัญจากเราที่จะมอบให้ จะเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิต
ภายในโครงการนอกจากจะมีร้านค้าหรือบูธให้เช่าสำหรับจำหน่ายสินค้านานาชนิดจำนวนประมาณ 250 บูธ ซึ่งจะแบ่งเป็นประเภทต่างๆ เช่น ไอที เสื้อผ้า ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ต เป็นต้น แล้ว ยังมีสวนน้ำที่ทันสมัยและลานกิจกรรมสำหรับเด็กๆ ได้มาใช้เวลาว่างในช่วงวันหยุด ซึ่งคาดว่าว่าทั้งหมดจะเปิดให้บริการได้ในปีหน้า นายวิภาสกล่าว และว่า สำหรับร้านค้าหรือบูธที่เปิดให้เช่านั้นก็ราคาไม่แพงเพียงเดือนละ 3,000 บาท และหากเช่าระยะยาวก็มีโปรโมชั่นพิเศษจะได้สิทธิในการจำหน่ายหรือแสดงสินค้าเปิดท้ายหรือรวมกิจกรรมที่ทางบริษัทฯ จัดขึ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนของร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าพื้นเมืองก็มีโปรโมชั่นพิเศษเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีร้านค้าที่เป็นแบรนด์ดังๆ ดังติดต่อที่จะเข้ามาร่วมในโครงการแล้วหลายรายซึ่งอยู่ในระหว่างการตกลงในรายละเอียด จึงขอเชิญนักลงทุนที่มีจินตนาการและวิสัยทัศน์ดี ได้มาร่วมงานในโครงการ Benzymall ซึ่งเป็นก้าวแรกของเราแต่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ในด้านการตลาดเชิงสร้างสรรค์ ตรงย่านทำเลและการคมนาคมที่สะดวกที่สุดบนถนนวิรัชหงษ์หยก เมืองภูเก็ต ในส่วนของลูกค้าที่มาช้อปปิ้งซื้อสินค้าก็อาจจะได้รับรางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย