จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

อบจ.ภูเก็ตร่วมเอกชนขายสินค้าต่ำกว่าทุน



เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 54 ที่ศาลาประชาคมจังหวัดภูเก็ต องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) ร่วมกับ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือสหพัฒน์ฯ จัดจำหน่าย สินค้าราคาถูก ในโครงการ “ปลูกรักเพื่อประชา ปันสินค้าดีราคาถูกเพื่อปวงชน” เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสินค้าราคาแพงอันเป็นผลพวงจากสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนมาหาซื้อสินค้าต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยงานดังกล่าวจะจัดไปจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้
นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน อันเป็นผลมาจากการเกิดอุกทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศไทย สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่และโรงงานที่ผลิตสินค้าเพื่ออุปโภคและบริโภค ทำให้ต้องมีการปรับขึ้นราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตหลายรายการ ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของประชาชนผู้บริโภค และคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้มีรายได้น้อย ดังนั้นเพื่อเป็นการลดภาระของประชาชนในเรื่องดังกล่าว ทางอบจ.ภูเก็ต จึงได้ร่วมกับภาคเอกชนจัดให้มีการจำหน่ายสินค้าราคาต่ำกว่าท้องตลาด เพื่อช่วยแบ่งเบา และลดภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวให้แก่ประชาชนในจังหวัดภูเก็ต
สำหรับสินค้าที่นำมาจำหน่าย เช่น อาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง ไก่จ้อ ไส้กรอกซีพี น้ำดื่ม บะหมี่สำเร็จรูป น้ำยาปรับผ้านุ่ม เสื้อผ้า ชุดชั้นใน รองเท้า ยี่ห้อต่าง ๆ นอกจากนี้ภายในงาน มีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การบรรยาย โดยอาจารย์ ปริญญา ตันสกุล ประธานเครือข่ายชมรมผู้ประพฤติธรรมแห่งประเทศไทย, การเสวนาธรรม โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรทั้ง 3 ศาสนา พิธีปฏิบัติการสมาธิหมู่กู้ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นต้น

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ชมรมรามคำแหงภูเก็ต จัดงาน 40 ปี



 
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2554 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต ในฐานะประธานจัดงานสายสัมพันธ์ 40 ปี พี่น้องรามคำแหงภูเก็ต เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานสายสัมพันธ์ 40 ปี พี่น้องรามคำแหงภูเก็ต โดยมีนายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต ว่าที่ร้อยตรีวิกรม จากที่ จ่าจังหวัดภูเก็ต นายไชยยศ ปัญญาไวย์ ประธานสภาทนายความจังหวัดภูเก็ต นายโสภณ เคี่ยมการ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต และศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เข้าร่วม
นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า ในการจัดงานสายสัมพันธ์ 40 ปี พี่น้องรามคำแหงภูเก็ต โดยทางชมรมรามคำแหงภูเก็ต ร่วมกับศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน จัดขึ้น ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 เป็นประจำทุกปี เพื่อพบปะพี่น้องชาวรามคำแหงทุกคนที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ตทั้งที่เป็นศิษย์ เก่าและปัจจุบันทุกคน เพื่อทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์และเพื่อประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งนำรายได้จากการจัดงานในครั้งนี้ ไปช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยที่ได้รับความเดือดร้อนในทุกภูมิภาคของประเทศไทย
สำหรับกิจกรรมภายในงานจะแบ่งเป็น 2 ช่วง โดยในช่วงเช้า เวลา 10.00 น. จะมีการทำบุญตักบาตร ณ วัดวิชิตสังฆาราม (วัดควน) และเลี้ยงอาหารเด็กมูลนิธิบ้านตะวันฉาย ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ขณะที่ช่วงเย็น ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป มีการจัดงานภาคบันเทิง และชิงรางวัลอีกมากมาย ที่อุทยานอาหารไทนาน อ.เมือง จ.ภูเก็ต

ครัวภูเก็ตขาดคน – ของ ผลิตข้าวช่วยผู้ประสบภัย



เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 54 ที่ห้องประชุมหลังใหม่ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต อ.เมือง ภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกองค์กร ผู้บริหารสถานศึกษา สมาคม องค์กร และมูลนิธิต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นการทำอาหารบรรจุกล่อง/ถุง และการขนส่งข้าวกล่อง/ถุง ของศูนย์อำนวยการและประสานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ครัวรัฐบาล(ชาวภูเก็ต) เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว เป็นรูปธรรม ตอบสนองต่อความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่รับผิดชอบ คือเขตคลองสามวา และซอยวัชรพล กรุงเทพมหานคร

นายสมเกียรติ กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่พำนักในเขตกรุงเทพมหานาครจำนวนมหาศาล และกระทรวงมหาดไทยได้ขอความร่วมมือจังหวัดต่างๆ ที่ไม่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยในการจัดตั้งโรงครัวขึ้นมาเพื่อประกอบอาหารแล้วจัดส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเขตต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร โดยในส่วนของจังหวัดภูเก็ตรับผิดชอบการดำเนินงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ และครัวรัฐบาล ครัวมหาดไทย ซอยวัชรพล เขตบางเขน/เขตสายไหม
ทั้งนี้จากการจัดตั้งครัวรัฐบาลโดยชาวภูเก็ตขึ้น ณ โรงอาหารวิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา จนถึงเวลานี้ กำลังประสบปัญญาเรื่องกำลังคน ทั้งแม่ครัว ผู้ช่วยแม่ครัว คนบรรจุอาหารกล่อง/ถุง รวมแล้วแต่ละห้วงเวลา คือ 06.00 – 11.00 น. และห้วงเวลา 21.00-04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น ต้องการกำลังคนอย่างน้อย 200 – 250 คน เพื่อให้สามารถบรรจุอาหารให้ได้วันละ 15,000 กล่อง/ถุง
และเพื่อให้การดำเนินการจัดเตรียมเครื่องอุปโภค บริโภคไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในวันนี้ทางจังหวัดจึงเรียกประชุมหารือร่วมทุกภาคส่วน ในการบูรณาการสรรพกำลัง และหน่วยงานเกี่ยวข้องรับผิดชอบการดำเนินงานการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ทั้งในเรื่องของกำลังคนและวัตถุดิบในการผลิตข้าวกล่อง รวมถึงการจัดรถบรรทุก และการลำเลียงอาหารปรุงสำเร็จจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ตไปยังท่าอากาศยานภูเก็ต
นายสมเกียรติ กล่าวเพิ่มเติม ในส่วนของวัตถุดิบในการผลิตข้าวกล่อง ด้วยว่า ขณะนี้ทางโรงครัวฯ ต้องการรับบริจาควัตถุดิบในการผลิตข้าวกล่องเพิ่ม เนื่องจากวัตถุที่มีอยู่ตอนนี้ไม่เพียงพอ และคิดว่าอีกไม่กี่วันก็หมด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ประเภท ปลา ไก่ ไข่ไก่ และรวมถึงน้ำมันพืชด้วยที่ทางโรงครัวมีความต้องการเป็นอย่างมาก เพราะตอนนี้เราได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอาหารจากแกงไก่ กระเพราไก่ ฯลฯ มาเป็นประเภททอด เช่น ปลาทอด ไก่ทอด เนื้อทอด เป็นต้น เพื่อให้อาหารสามารถอยู่ได้นาน ไม่เสียหรือบูดก่อนถึงมือผู้ประสบภัย

มอบ“เรือร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม”



เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2554 ที่บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายโสภณ เพชรสว่าง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีส่งมอบและปล่อยคาราวาน “เรือร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม” จำนวน 200 ลำ ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสถานีวิทยุกระจายเสียงเสียงสามยอดภูเก็ต บริษัทภูเก็ตไฟเบอร์กล๊าส จำกัด ชมรมชาวเหนือภูเก็ต-อันดามัน บริษัท วีเลิฟป่าตอง มีเดีย จำกัด บริษัทภูเก็ตไฟเบอร์กล๊าส จำกัด และภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต
โดยมีนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายขันตี ศิลปะ นายอำเภอกะทู้ น.ส.สมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายการันย์ ผาณิตพิเชฐวงศ์ เจ้าของบริษัทภูเก็ตไฟเบอร์กล๊าส จำกัด ผู้อำนวยการโครงการ นางณัฐพร ผาณิตพิเชฐวงศ์ ประธานชมรมชาวเหนือภูเก็ต-อันดามัน นางสาวสันทรี สังข์วรรณะ นักจัดรายการ รักษาการผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงเสียงสามยอดภูเก็ต ตัวแทนบริษัท วีเลิฟป่าตองมีเดีย จำกัด สถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษาภูเก็ตและภาคใต้ ตลอดจนภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วม ทั้งนี้ยานพาหนะที่ใช้ในการบรรทุกเรือไปส่งมอบให้กับทางกระทรวงศึกษาธิการนั้น ได้รับการสนับสนุนจากสถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษาภาคใต้
นายการันย์ ผาณิตพิเชฐวงศ์ เจ้าของบริษัทภูเก็ตไฟเบอร์กล๊าส จำกัด ในฐานะผู้อำนวยการโครงการ เรือร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เนื่องจากได้เกิดเหตุมหาอุทกภัยในหลายภูมิภาคตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2554 เป็นต้นมา ทำให้พี่น้องประชาชนในภาคต่างๆ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้รับความเสียหายและเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก จึงได้เกิดแนวคิดในการจัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และประชาชนชาวภูเก็ต ร่วมบริจาคกำลังทรัพย์ในการจัดสร้างเรือท้องแบนไฟเบอร์กล๊าส จำนวน 200 ลำ พร้อมอุปกรณ์และกล่องยังชีพ เพื่อนำไปช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัย โดยจัดมอบให้รัฐบาลผ่านกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแจกจ่ายให้แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากมหาอุทกภัยดังกล่าวต่อไป
สำหรับเรือดังกล่าวมีมูลค่าลำละ 5,000 บาท แต่ละลำจะมีขนาดความยาว 2.7 เมตร กว้าง 1 เมตร พร้อมด้วยชูชีพ 2 ตัว ไม้พาย 2 อัน กล่องโฟมยังชีพซึ่งมีของใช้เบื้องต้น เช่น ไฟฉาย ถ่านไฟฉาย ยากันยุง ผ้าอนามัย สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน น้ำพริกกุ้งเสียบ เสื้อผ้า ข้าวสาร อาหารแห้ง เป็นต้น ทั้งนี้ทางโครงการฯ ยังเปิดรับบริจาคไปจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน นี้ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ 081-8913498,081-6935509, 086-6830772 และ 081-7192979

ผู้ว่ากำลังใจผู้ปฏิบัติงานโรงครัวรัฐบาล



เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2554 ที่โรงอาหารวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งทางจังหวัดภูเก็ตได้ใช้เป็นที่ตั้งโรงครัวรัฐบาล (ชาวภูเก็ต) เพื่อผลิตข้าวกล่องพร้อมรับประทานส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต อาจารย์และนักศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต ตลอดจนประชาชนชาวภูเก็ต ร่วมกันตักอาหารบรรจุลงถุงเพื่อนำไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย ในพื้นที่คลองสามวา กรุงเทพมหานคร โดยได้รับการสนับสนุนจัดส่งไปทางเครื่องบินของบริษัทการบินไทย จำนวน 1,500 ชุด โดยเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2554 จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2554
นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ด้วยรัฐบาลมีนโยบายในการจับคู่จังหวัดที่ประสบภัยพิบัยน้ำท่วมกับจังหวัดที่ไม่ประสบภัย โดยในส่วนของจังหวัดภูเก็ตจับคู่กับพื้นที่เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร จากเดิมที่จะต้องนำส่งอาหารกล่องวันละ 10,000 ชุด แต่ในวันนี้ (7 พ.ย.54) ได้เพิ่มเป็นวันละ 15,000 ชุด แบ่งเป็นช่วยเหลือผู้ประสบภัยเขตคลองสามวา จำนวน 10,000 ชุด และบริเวณพื้นที่ซอยวัชรพล อีก5,000 ชุด
อย่างไรก็ตามสำหรับโรงครัวรัฐบาล (ชาวภูเก็ต) ที่หอประชุมวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต จะดำเนินการปรุงอาหารและตักในถุงลำเลียงส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยวันละ 3 รอบ ซึ่งขณะนี้ยังต้องการอาสาสมัครเพื่อมาช่วยในการบรรจุอาหารใส่ถุง โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ต้องปรุงอาหารตั้งแต่เช้ามือ แต่ยังขาดแคลนกำลังคน ท่านใดมีเวลาว่างสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้


ทต.วิชิต มอบถุงผ้าภูเก็ตปลอดถุงพลาสติก


ทต.วิชิต มอบถุงผ้าภูเก็ตปลอดถุงพลาสติก
นายกรีฑา แซ่ตัน นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต มอบถุงผ้าเพื่อสนับสนุนโครงการ ภูเก็ตปลอดถุงพลาสติก จำนวน 1,000 ใบ แก่ นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2554 เวลา 09.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อใช้ในกิจกรรมของโครงการต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

นักตบสาวจีนคว้าแชมป์ เวิลด์ ทัวร์ ภูเก็ต



เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2554 ที่สนามเซ็นเตอร์คอร์ท หาดกะรน อ.เมือง ภูเก็ต เป็นการการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดหญิงอาชีพ เวิลด์ทัวร์ รายการ ภูเก็ต ไทยแลนด์ โอเพ่น พาวเวอร์บาย พีทีที 2011 ในรอบชิงชนะเลิศ หลังจากที่ได้มีการแข่งขันมาตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
โดยการแข่งขันในนัดชิงชนะเลิศ เป็นการพบกันระหว่าง นักตบสาวจากจีน เซ็นซือ กับ ซาง ซี มือหนึ่งจากทวีปเอเชีย มืออันดับ 3 ของโลก กับ นักตบจากสหรัฐอเมริกา โดยผลการแข่งขันเป็นไปตามความคาดหมาย เมื่อสองนักตบสาวจากจีน เซ็นซือ กับ ซาง ซี เอาชนะนักตบจากสหรัฐอเมริกาไปได้ 2 เซทรวด ด้วยสกอร์ 21 ต่อ 16 และ 21 ต่อ 14 คว้าเงินรางวัลจำนวน 30 เหรียญ พร้อมถ้วยเกียรติยศ ไปครองได้สำเร็จ ส่งผลให้สหรัฐอเมริกาได้เพียงอันดับที่ 2 รับเงินรางวัลจำนวน 2 หมื่นเหรียญ
ส่วนรองแชมป์ในรายการนี้เมื่อปีที่แล้ว จากประเทศอิตาลี ซิโคลาลี่ และมาร์เน่เก็ทติ ปีนี้ทำได้เพียงอันดับที่ 3 หลังลงสนามเอาชนะออสเตรเลียไปได้ 2 เซทรวด ด้วยสกอร์ 21 ต่อ 19 และ 21 ต่อ 15 รับเงินรางวัลจำนวน 1 หมื่นเหรียญ พร้อมเหรียญรางวัลไปครอง



พุทธบริษัททอดกฐินวัดควนเป็นจำนวนมาก



เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 54 ที่ ศาลาวิชิตธรรมสภา วัดวิชิตสังฆาราม (วัดควน) ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง ภูเก็ต นางอัญชลี วานิช เทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต และพุทธบริษัท ประชาชนชาวภูเก็ตจำนวนมาก ได้ร่วมในพิธีทอดกฐินสามัคคีประจำปี 2554 เพื่อสมทบทุนพัฒนาวัดวิชิตสังฆาราม (วัดควน) เพื่อพัฒนาวัดให้เจริญก้าวหน้าสืบไป
โดยการทอดกฐินนับว่าเป็นพิธีกรรมทางพุทธศาสนาที่สำคัญยิ่ง ซึ่งมีช่วงเวลาจำกัดเพียงปีละหนึ่งเดือน ระหว่างแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 เท่านั้น จึงถือว่าการทอดกฐินนั้นได้บุญมาก ได้อานิสงส์มาก เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีที่สำคัญของพระพุทธศาสนา ทางคณะกรรมการวัดจึงได้ร่วมกับพุทธศาสนิกชนได้ดำเนินการทอดกฐินสามัคคีประจำปี 2554 ขึ้น โดยในวันที่ 5 พฤศจิกายน 54 ได้จัดให้มีพิธีสมโภชองค์กฐิน ศาลาวิชิตธรรมสภา จากนั้นในช่วงเช้าของวันที่ 6 พฤศจิกายน 54 ได้มีพิธีทอดผ้าพระกฐิน
สำหรับวัดวิชิตสังฆาราม เดิมชื่อวัดอนุชิตสังฆาราม สร้างเมื่อพ.ศ. 2501 โดยพระยาภูเก็จโลหเกษตรารักษ์ (ทัด รัตนดิลก ณ ภูเก็ต) หรือพระยาวิชิตสงคราม เจ้าเมืองภูเก็ต ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) นับได้ว่าเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดภูเก็ตมาเป็นระยะเวลายาวนานถึง 153 ปี ปัจจุบันมีพระครูปริยัตยานุยุต (แนบ จิตตกาโร) เป็นเจ้าอาวาส


ยกย่องครูสอนดีเพื่อพัฒนาการศึกษา



เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 ที่ห้องประชุมสภา อบจ.ภูเก็ต นายบัณฑูร ทองตัน เป็นประธาน ประชุมโครงการคัดเลือกครูสอนดีและลดการเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระดับจังหวัด โดยมีนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายอวยพร สกุลตัน ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบจ.ภูเก็ต ข้าราชการ อบจ.ภูเก็ต ตลอดจนภาคส่วนราชการในจังหวัดภูเก็ตที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
สำหรับโครงการคัดเลือกครูสอนดีและลดการเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระดับจังหวัด มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการปฏิรูปค่านิยมที่สังคมมีต่อครู ด้วยการร่วมกันเชิดชูมอบรางวัลให้แก่ครูสอนดีเพื่อเป็นต้นแบบให้แก่ครูทั้งประเทศและเป็นกำลังใจให้ครูผู้ที่กำลังทำหน้าที่ครูทั้ง “ครูในเครื่องแบบ” และ “ครูนอกเครื่องแบบ” ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจและสติปัญญาให้ลูกศิษย์ ซึ่งจากการคัดเลือกครูสอนดีในขั้นตอนแรก โดยคณะกรรมการระดับท้องถิ่นพิจารณาครูที่ได้รับการเสนอชื่อจากสถานศึกษา ซึ่งมีกระบวนการคัดเลือกไว้จำนวนไม่เกินร้อยละ 4 ของจำนวนครูทั้งหมด เมื่อคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว จึงส่งรายชื่อครูผู้ที่ได้รับการคัดเลือก พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาไปยังคณะกรรมการระดับจังหวัด
หลังจากนั้นจะมีการพิจารณาคัดเลือกผู้สมควรได้รับการยกย่องเป็นครูสอนดี จากรายชื่อครูที่ได้รับการคัดเลือกระดับท้องถิ่น แล้วส่งรายชื่อครูสอนดีจังหวัดภูเก็ต จำนวน 109 คน ไปยังคณะกรรมการ ซึ่งแต่งตั้ง โดย สสค. และได้ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกขั้นตอนแรกเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย เขตพื้นที่เทศบาลนครภูเก็ต 42 คน เทศบาลเมืองป่าตอง 1 คน เทศบาลเมืองกะทู้ 11 คน เทศบาลตำบลวิชิต 15 คน เทศบาลตำบลรัษฎา 3 คน เทศบาลตำบลราไวย์ 4 คน เทศบาลตำบลเทพกระษัตรี 3 คน เทศบาลตำบลเชิงทะเล 3 คน เทศบาลตำบลกะรน 1 คน อบต.กมลา 2 คน อบต.เทพกระษัตรี 7 คน อบต.ศรีสุนทร 2 คน อบต.ป่าคลอก 5 คน อบต.เชิงทะเล 2 คน อบต.ไม้ขาว 3 คน อบต.ฉลอง 1 คน อบต.เกาะแก้ว 3 คน และ อบต.สาคู 1 คน โดยจัดให้มีการบันทึกข้อมูลครูที่ได้รับการคัดเลือกผ่านระบบเชื่อมต่อ (online system) และในขั้นตอนที่ 2 เป็นขั้นตอนของการรับฟังข้อทักท้วง โดยผู้ที่ทักท้วงต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่เท่านั้น พร้อมกับแสดงข้อเท็จจริงให้เห็นชัดว่าประสงค์จะทักท้วงผู้ได้รับการคัดเลือก พร้อมทั้งบอกเหตุผล หากมีเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับข้อทักท้วง ให้ส่งไปประกอบการพิจารณา แต่ถ้าเป็นบัตรสนเท่ห์ หนังสือทักท้วงที่ไม่ได้ลงลายมือชื่อหรือแอบอ้างชื่อผู้อื่น คณะกรรมการระดับท้องถิ่นจะไม่รับพิจารณา
นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ขอขอบคุณคณะกรรมการทุกท่าน ที่ได้จัดสรรข้อมูลเพื่อคัดเลือกครูสอนดี ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าว อยากให้แต่ละพื้นที่ ทั้งเทศบาลหรืออบต.ได้มีการขึ้นป้ายแสดงความยินดีต่อครูสอนดีในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเป็นการยกย่องให้เกียรติแก่ครูสอนดี และเพื่อเสริมสร้างการศึกษาให้ดีขึ้นในระยะยาว ทั้งนี้ จึงอยากให้ทุกภาคส่วน ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ และภาคเอกชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมและรวบรวมพลังสร้างครูสอนดี พร้อมทั้งอยากให้มีการนำเสนอเรื่องครูดีไปปรากฏอยู่ในสื่อให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งในส่วนของ อบจ.ภูเก็ต จะดำเนินการประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ต่อไป และในการนี้ อยากให้คณะกรรมการได้ร่วมกันระดมความคิดเห็นในการนำเสนอตัวอย่างแห่งความสำเร็จ เพื่อเป็นการยกย่องคุณครูดังกล่าวด้วย