จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เตรียมย้ายถี่ก่งตั๋วหลังเก่า และสร้างใหม่ทดแทน



เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 54 ที่ศาลเจ้าถี่ก่งตั๋ว บ้านแหลมชั่น หมู่ที่ 2 ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต นายสัก กอแสงเรือง นายกสมาคมฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย น.ส.จิตรา ก่อนันทเกียรติ ผู้บุกเบิกเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องจีนในยุคสมัยต่างๆ ทั้งในแง่ศิลปวัฒนธรรม ธรรมเนียมจีน ปรัชญาชีวิต เทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธ์ ภูมิปัญญา ประวัติชีวิตของผู้คนชาวจีนในรุ่นบรรพบุรุษ ฯลฯ นายธัชพล เทพบุตร รองประธานศาลเจ้าถี่ก่งตั๋ว นางเบญจมาศ โกยศิริพงศ์ ประธานจัดสร้างศาลเจ้าฯ นายห้าย เอกวานิช นายกสมาคมฮกเกี้ยนจังหวัดภูเก็ต และภาคเอกชนผู้ดำเนินการยก ปรับระดับ ปรับปรุงศาลเจ้า ได้ร่วมกันแถลงข่าวการเลื่อน ยก ปรับระดับและปรับปรุงศาลเจ้าถี่ก่งตั๋ว และการก่อสร้างศาลเจ้าถี่ก่งตั๋วหลังใหม่
ทั้งนี้นายธัชพล ได้กล่าวว่า ศาลเจ้าถี่ก่งตั๋ว ตั้งอยู่ที่บ้านแหลมชั่น ม. 2 ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต เป็นศาลเจ้าเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง เป็นสถานที่คนไทยเชื้อสายจีนประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อที่สืบทอดกันมา และเป็นศาลเจ้าที่สร้างด้วยกรรมวิธีแบบโบราณ ลักษณะภูมิประเทศที่ตั้งของศาลเจ้าเป็นที่ลุ่ม มีความชื้นสูง ทำให้โครงสร้างผนังและอาคารเกิดการเสื่อมสภาพจากความชื้นและปลวกกัดกิน ประกอบกับการขยายตัวของชุมชนที่มีการจราจรหนาแน่น เกิดการสั่นสะเทือนของชั้นดิน คณะกรรมการศาลเจ้าฯ จึงได้มีการบูรณะปรับปรุงเพิ่มเติมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจากการเสื่อมสภาพดังกล่าว ทางองค์พระได้กำหนดให้มีการทุบทำลาย
เมื่อคุณจิตรา ก่อนันทเกียรติ ทราบเรื่องเข้า จึงได้ทำการร้องขอมายังกรรมการศาลเจ้า ขออย่าทุบทำลายอาคารดังกล่าว พร้อมทั้งได้ติดต่อประสานงานกับสมาคมฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย เพื่อทำการเลื่อน ยก ปรับระดับ โดยการดำเนินงานดังกล่าว ต้องใช้งบประมาณกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งทางสมาคมฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย จะดำเนินการจัดหามาให้ โดยให้ทางกรรมการมาทำการร้องขอจากองค์พระ เพื่อทำการเลื่อนอาคารศาลเจ้าหลังเก่า ออกไปจากจุดเดิมไปประมาณ 40 เมตร ซึ่งทางองค์พระก็ได้อนุญาตให้ดำเนินการดังกล่าวได้
ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงของการเสริมฐานคอนกรีตตัวศาลเจ้าให้แข็งแรงมากขึ้น จากนั้นจะทำการเลื่อนด้วยระบบ ไฮโดรลิกให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2555 ส่วนโครงการก่อสร้างศาลเจ้าหลังใหม่ ใช้งบประมาณสร้างประมาณ 40 ล้านบาท เป็นลักษณะ 2 ชั้น รูปแบบศาลเจ้าจีนเชื้อสายฮกเกี้ยน ขณะนี้ได้รับบริจาคแล้วจำนวน 2 – 3 ล้านบาท พร้อมเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทบการก่อสร้างได้ที่กรรมการศาลเจ้าหลังใหม่ โดยการบริจาคทรัพย์และวัสดุในการก่อสร้างศาลเจ้า เพื่อเป็นสิริมงคลต่อชีวิตครอบครัวและกิจการงานสืบต่อไป โดยสามารถบริจาคผ่านธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี สมทบทุนสร้างศาลเจ้าถี่ก่งตั๋ว สาขาโลตัสเจ้าฟ้า บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 574-2-05599-1หรือติดต่อที่ นายสุเทพ อเนกธรรมพินิจ 081-5697791นายอาศิส เทพบุตร 081-9793533



สธ.เพิ่มศักยภาพทีม DMATภูเก็ตและเครือข่าย



เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2554 ที่ห้องใบเรือ โรงแรม โบ๊ทลากูน รีสอร์ท แอนด์สปา อ.เมือง จ.ภูเก็ต นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข 1 เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม โครงการพัฒนาบุคลากร DMAT หลักสูตร Advanced DMAT (Disaster Medical Assistant Team) ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต จัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และอุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัย จากองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือไจก้า (JICA) เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพ ต่อยอดทีม DMAT และเครือข่ายให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
โดยมีนายศุภชัย โพชนุกูล นายอำเภอเมืองภูเก็ต นพ.ศักดิ์แท่นชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต นพ.วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต นาย Kazuhiro Yoneda ตัวแทนจากไจก้า นายชาติชาติ ไทยกล้า ที่ปรึกษาคณะกรรมการเตรียมความพร้อมแห่งชาติ ตัวแทนโรงพยาบาลทั้งภาครับและเอกชนในจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนผู้เข้ารับการอบรมซึ่งเป็นทีมเครือข่ายจากจังหวัดต่างๆ ได้แก่ จ.เชียงราย อุดรธานี ขอนแก่น นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงาและภูเก็ต จำนวน 40 คน และผู้สังเกตการณ์จากจังหวัดในเขต 7 และโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนใน จ.ภูเก็ต จำนวน 40 คน
ซึ่งการอบรมดังกล่าวจะมีไปจนถึงวันที่ 22 ธันวาคมนี้ และในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ก็จะมีการแข่งขัน International Medical Rally เพื่อทบทวนความรู้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยแบ่งเป็นฐานการเรียนรู้ต่าง ๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่บริเวณหาดในยาง อ.ถลาง ด้วย โอกาสเดียวกันนี้ทางตัวแทนจากไจก้าได้มอบอุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัย มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาทเศษด้วย
นพ.วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สืบเนื่องจากการเกิดภัยพิบัติใหญ่ๆ หลายครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดมหาอุทกภัยในประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมากในหลายๆ จังหวัด ทั้งในด้านชีวิตและทรัพย์สิน ในการดำเนินการช่วยเหลือได้มีการระดมทรัพยากร ด้านสาธารณสุขจากหลายจังหวัดที่ไม่ประสบภัยไปให้การช่วยเหลือจังหวัดที่ประสบภัย ซึ่งในส่วนของจังหวัดภูเก็ตมีทีม DMAT ซึ่งผ่านการอบรมหลักสูตร DMAT มาตั้งแต่ปี 2551 ได้จัดทีมออกไปให้การช่วยเหลือในหลายพื้นที่ที่ประสบภัย และจากการปฏิบัติงานของทีม DMAT ในหลายพื้นที่ ทำให้กระทรวงสาธารณสุขได้รับคำชมเชยที่สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็วและทันเหตุการณ์ ซึ่งการจัดอบรมหลักสูตร Advanced DMAT จึงเป็นการพัฒนาศักยภาพ ต่อยอดทีม DMAT ให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข 1 กล่าวว่า จากเหตุการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหลายๆ ครั้ง รวมถึงเหตุการณ์มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทย รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และแนวโน้มของภัยพิบัติต่างๆ ยังคงจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและจะมีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และสาธารณสุขเป็นเรื่องเร่งด่วนที่เราต้องช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ เพราะแต่ละครั้งจะมีผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมากที่รอคอยความช่วยเหลือ จากการปฏิบัติงานการช่วยเหลือด้านสาธารณสุขในเหตุการณ์ที่ผ่านมา พบว่าทีม DMAT เป็นเครือข่ายหนึ่งที่มีศักยภาพและความพร้อมสูง จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาให้มีความเข้มแข็งและขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขพร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ 

วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2554

"แดดร่ม ลมเย็น เดินเล่นชมเมืองเก่าภูเก็ต ครั้งที่ 2"



เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 17 ธันวาคม 54 ที่บริเวณย่านเมืองเก่าถนนถลาง ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง ภูเก็ต คุณปารียา จุลพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ได้นำคณะผู้สนใจแต่งกายด้วยชุดย่าหยาและชุดพื้นเมืองของชาวภูเก็ต จำนวน 15 คน เข้าร่วมกิจกรรม "แดดร่ม ลมเย็น เดินเล่นชมเมืองเก่าภูเก็ต ครั้งที่ 2 
สำหรับยกิจกรรมเริ่มที่สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สาขาจังหวัดภูเก็ต โดยอาจารย์ฤดี ภูมิภูถาวร ที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการสมาคมเพอรานากัน (The Thai Peranakan Association) ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวภูเก็ต
จากนั้นก็ได้นำคณะเดินชมวิถีชีวิตย่านชุมชนเมืองเก่าบริเวณถนนถลาง พร้อมทั้งร่วมรับประทานอาหารพื้นเมือง ชมบ้านชินประชาและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกับ คุณจูรญรัตน์ ตัณฑวณิช (ป้าแดง) เจ้าของบ้าน ซึ่งให้การต้อนรับคณะผู้เข้าชมอย่างอบอุ่น
อนึ่งโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตยังคงมุ่งมั่นสานต่อกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องให้แก่คนในชุมชน และเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีในการอนุรักษ์และร่วมกันสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้แก่ลูกหลานชาวภูเก็ตต่อไป


“วอนโดนเตะ”



“วอนโดนเตะ” ครั้งแรก...ที่โลกต้องจับตา เมื่อ หม่ำ และ จีจร้า ผนึกความซ่าส์กับนักบู๊แดนโสม ภาพยนตร์แอ็คชั่น K-POP จากปรัชญา ปิ่นแก้ว เข้าฉายในวันที่ 22 ธันวาคม 2554 ในโรงภาพยนตร์ โคลีเซียม พาราไดส์ มัลติเพล็กซ์ ภูเก็ต

“เชอร์ล็อค โอล์มส์ เกมพยายมเงามรณะ”


“เชอร์ล็อค โอล์มส์ เกมพยายมเงามรณะ” การกับมาครั้งยิ่งใหญ่ของ 2 คู่หู นักสืบเอกของโลก “เชอร์ล๊อคโฮล์มส์” (โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) กับ “หมอวัตสัน” (จู๊ด ลอว์) เข้าฉายในวันที่ 22 ธันวาคม 2554 ที่ โรงภาพยนตร์ โคลีเซียม พาราไดส์ มัลติเพล็กซ์ ภูเก็ต

“มิชชั่น : อิมพอสซิเบิ้ล ปฏิบัติการไร้เงา”


“มิชชั่น : อิมพอสซิเบิ้ล ปฏิบัติการไร้เงา” MISSION IMPOSSIBLE” มหึมาภาพยนตร์แอ็คชั่นสุดมันส์ ที่คนทั้งโลกรอคอย การกลับมาของสุดยอดจารชน พบปฏิบัติการเสี่ยงตายที่ระห่ำกว่าครั้งไหนๆ ไม่มีแผน ไม่มีทางเลือก และไม่มีคำว่า “เป็นไปไม่ได้” ทอม ครูซกับฉากแอ็กชั่นเสียงตายระห่ำสุดขั่วบนยอดตึกที่สูงที่สุดในโลก และเจเจ อับรามส์ เป็นผู้อำนวยการสร้าง เข้าฉายในวันที่ 19 ธันวาคม 2554 ในโรงภาพยนตร์ โคลีเซียม พาราไดส์ มัลติเพล็กซ์ ภูเก็ต


เห็นพ้องอสังหาฯ หลังน้ำลดจะดีขึ้น



เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 54 ที่โรงแรมรอยัล ภูเก็ตซิตี้ อ.เมือง ภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการสัมมนา เรื่อง ทิศทางอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต หลังมหาอุทกภัย 2554 ซึ่งสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต จัดขึ้น นำโดยนายธนันท์ ตัณฑ์ไพบูลย์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคม โดยมีสมาชิกสมาคม ผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ พร้อมทั้งผู้สนใจเข้าร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ในการสัมมนา เรื่องทิศทางอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต หลังมหาอุทกภัย 2554 โดยทางสมาคมได้เชิญวิทยากรประกอบด้วย รศ.มานพ พงศทัต อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานภูเก็ต นายธีรศักดิ์ เศวตศิลา ผู้อำนวยการ ฝ่ายประส่านงานขายและบริการ บริษัท SCG Network Management จำกัด นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข ผู้จัดการฝ่ายการเงินการธนาคาร ศูนย์วิจัยกสิกรไทย โดยมีนายธนันท์ ตัณฑ์ไพบูลย์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต เป็นผู้ดำเนินรายการ
โดยรศ.มานพ พงศทัต อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวว่า จากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครฯ และอีกหลายๆ จังหวัด ได้ส่งผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบให้กับจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ โดยเฉพาะความเข้าใจผิดของนักท่องเที่ยวว่าเมืองไทยประสบปัญหาน้ำท่วมทั้งหมด ดังนั้นจำเป็นที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะต้องเร่งสร้างความเข้าใจว่าจังหวัดท่องเที่ยวหลายๆ แห่งรวมทั้งจังหวัดภูเก็ต ไม่ได้เกิดปัญหาน้ำท่วมและยังสามารถที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้
“ปรากฏการณ์ในด้านอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นหลังจากเกิดอุทกภัยพบว่า คนมีเงินจำนวนมากหาซื้อบ้านหลังที่สองในต่างจังหวัด เช่น หัวหิน ชะอำ พัทยา ปากช่อง และภูเก็ตซึ่งแม้จะอยู่ค่อนข้างจากการกรุงเทพแต่ด้วยการเดินทางที่สะดวกและยังเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญจึงเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจ โดยอาจจะยังไม่เห็นผลที่ชัดเจนในระยะใกล้ แต่เชื่อว่าในอีก 3-6 เดือนข้างหน้าจะมีความชัดเจนมากขึ้น” รศ.มานพกล่าว
ทางด้านนางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า สำหรับจังหวัดภูเก็ตได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในกรุงเทพมหานครฯ ช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนที่ผ่านมาน้อยมาก เห็นได้จากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านทาอากาศยานภูเก็ต ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 20-30% เนื่องจากภูเก็ตมีเที่ยวบินตรงเข้ามาจากต่างประเทศทั้งจากยุโรปและเอเชียโดยไม่ต้องผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ
ส่วนของนายธีรศักดิ์ เศวตศิลา ผู้อำนวยการ ฝ่ายประส่านงานขายและบริการ บริษัท SCG Network Management จำกัด กล่าวว่า แม้ว่าในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตลาดการก่อสร้างของไทยจะชะลอตัวอันเป็นผลมาจากน้ำท่วม แต่คิดว่าในปีหน้าจะดีขึ้น ประมาณการณ์ไม่ต่ำกว่า 908,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 10.8% จากปีนี้ โดยเฉพาะการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล เช่น โครงการรถไฟฟ้าทั้ง 5 สาย การซ่อมแซมถนน สะพาน และสาธารณูปโภคต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เป็นต้น
ขณะที่นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข ผู้จัดการฝ่ายการเงินการธนาคาร ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ด้วยภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก จึงทำให้เป็นเมืองที่มีศักยภาพด้าน การลงทุนสูง และปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ส่งผลกระทบกับภูเก็ตมากนัก ในแง่ของผู้ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในอนาคตจะมีการนำประเด็นเรื่องของภัยธรรมชาติมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจด้วย ซึ่งในส่วนของผู้ ประกอบการจะต้องสร้างความเชื่อมั่นในส่วนนี้ อย่างไรก็ตามหลังจากน้ำลดเชื่อว่าในปีหน้าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ ระบบเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการฟื้นฟูทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน แต่นักเศรษฐศาสตร์กลับมองว่าเศรษฐกิจน่าจะเป็นไปในทิศทางที่แย่เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรป โดยเฉพาะประเทศกรีซ ดังนั้นสำหรับจังหวัดภูเก็ตในแง่การลงทุนผู้ประกอบการจะต้องนำภาวะเศรษฐกิจโลกมาพิจารณาด้วย เนื่องจากเศรษฐกิจ ของภูเก็ตต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยเฉพาะตลาดยุโรป แม้จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาแต่จะมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น








เวเบอร์ ตราตุ๊กแก เอาใจชาวใต้



เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 54 ที่อุทยานอาหารไทนาน ตงวิชิต อ.เมือง ภูเก็ต นางพิมพ์ใจ อุตะเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซง-โกแบ็ง เวเบอร์ จำกัด เป็นประธานเปิดงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้า ภายใต้ชื่องานว่า “Weber Forever เพื่อนกันตลอดไป” โดยมีลูกค้า ทั้งตัวแทนจำหน่ายในภาคใต้ที่สนับสนุนผลิตภัณฑ์ เวเบอร์ ตราตุ๊กแก ด้วยดีตลอดมา ซึ่งถือเป็นภาคที่มียอดขายสูงสุดเมือเทียบกับภาคอื่นๆ ของประเทศไทย รวมทั้งผู้รับเหมา เข้าร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก
โดยก่อนเข้างานทางบริษัทได้จัดให้มีการสาธิตการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของเวเบอร์ ตราตุ๊กแก รวมทั้งการตอบคำถามรับของราวัล พร้อมทั้งการเล่นเกมส์ ภายในงานมีการแสดงมากมาย การจับรางวัลให้กับผู้โชคดี นอกจากนี้ภายในงานยังจัดให้มีมินิคอนเสิร์ตของ บิว กัลยานี ศิลปินลูกทุ่งยอดนิยมของชาวใต้ด้วย
นางพิมพ์ใจ อุตะเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซง-โกแบ็ง เวเบอร์ จำกัด ได้กล่าวว่า ทาง บริษัท แซง-โกแบ็ง เวเบอร์ จำกัด ผู้ผลิตกาวซีเมนต์และกาวยาแนวกระเบื้อง ที่ขายดีอันดับ 1 ในไทยและทั่วโลก ภายใต้สัญลักษณ์ตราตุ๊กแก และเป็นผู้นำทางด้านธุรกิจกาวซีเมนต์กาวยาแนวกระเบื้อง และมอร์ต้าสำหรับงานก่อสร้าง ต้องขอบคุณ ตัวแทนจำหน่าย ที่ให้การสนับสนุน ผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทด้วยดีตลอดมา
นอกจากนี้ทางบริษัทยังมีข่าวดีที่จะแจ้งผู้ตัวแทนจำหน่ายได้ทราบว่า ทางบริษัทได้มาเปิดโรงงานแห่งใหม่ที่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในพื้นที่กว่า 13,527 ตารางเมตรหรือ 8.45 ไร่ เนื่องด้วยบริษัทเห็นความสำคัญของภาคใต้ จึงได้สร้างโรงงานแห่งใหม่ขึ้น ถือเป็นโรงงานที่มีเทคโนโลยีในการผลิตที่ทันสมัยและมีกำลังในการผลิตเพื่อรองรับความต้องการสินค้าของภาคใต้ ให้เพียงพอต่อความต้องการ และความรวดเร็วในการส่งสินค้าให้กับร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของบริษัทในภาคใต้ แต่ยังอำนวยประโยชน์ที่สำคัญ 3 ประการที่พร้อมจะให้บริการแก่ลูกค้าของเวเบอร์ประเทศไทย ดังนี้ 1. รับประกันในกำลังการผลิตที่เพียงพอ และให้บริการในการจัดส่งที่ดีที่สุดด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ เพื่อผลิตภัณฑ์คุณภาพ 2. รับประกันในความสม่ำเสมอของคุณภาพผลิตภัณฑ์ด้วยระบบการควบคุมคุณภาพสินค้า 3. รับประกันในการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง
นอกเหนือจากการเปิดโรงงานเวเบอร์ที่ทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมแล้ว ทางเวเบอร์ ตราตุ๊กแก ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำทางด้านธุรกิจกาวซีเมนต์ กาวยาแนวกระเบื้อง และมอร์ต้าสำหรับงานก่อสร้าง โดยเป็นรายแรกที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “เวเบอร์. โนสเตน” “Weber No Stain” กาวซีเมนต์ และกาวยาแนวกระเบื้อง ป้องกันคราบขาวคุณภาพสูง โดยมีคุณสมบัติ ป้องกันคราบขาว บนกระเบื้องทั้งภายในและภายนอกอาคาร หรือบริเวณที่มีความชื้นสูง แรงยึดเกาะสูง เหมาะกับกระเบื้องทุกชนิด ทุกขนาด โดยภายใน 1 กล่องผลิตภัณฑ์ เวเบอร์.โน สเตนขนาดบรรจุ 21 กก.ประกอบด้วย กาวซีเมนต์ปูกระเบื้อง เวเบอร์.ไทล์ โน สเตน 20 กก. ฟรีกาวยาแนว เวเบอร์.คัลเลอร์ โน สเตน 1 กก. (สีขาว)ซึ่งต้องใช้คู่กันเท่านั้น เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น


อบจ.ภูเก็ตจัดอบรมครูเพื่อรับการประเมิน



เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2554 ที่ห้องจามจุรี 2 โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา โครงการเตรียมความพร้อมของสถานศึกษา เพื่อรับการประเมินคุณภาพภายนอก รอบ 3 โดยมี นายชวลิต ณ นคร รองนายก อบจ.ภูเก็ต นายสมชาย ดวงแข ที่ปรึกษานายก อบจ.ภูเก็ต นายมานพ ลีลาสุธานนท์ ปลัด อบจ.ภูเก็ต นายสาโรจน์ อังคณาพิลาส สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต นายอวยพร สกุลตัน ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบจ.ภูเก็ต พร้อมด้วย ผู้บริหาร ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัด อบจ.ภูเก็ต เข้าร่วมอบรมจำนวนทั้งสิ้น 200 คน
นายมานพ ลีลาสุธานนท์ ปลัด อบจ.ภูเก็ต ได้กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 หมวด 6 ได้บัญญัติเกี่ยวกับมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษาไว้ในมาตรา 47-51 โดยสรุปได้ว่า ให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ประกอบด้วย ระบบการประกันคุณภาพภายใน และระบบการประกันคุณภาพภายนอก ให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และได้ให้มีสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา มีหน้าที่พัฒนาเกณฑ์ วิธีการประเมินคุณภาพภายนอก และทำการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาทุกแห่งอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกห้าปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย และเสนอผลการประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน
ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกับสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จัดประชุมสัมมนา โครงการเตรียมความพร้อมของสถานศึกษา เพื่อรับการประเมินคุณภาพภายนอก รอบ 3 ขึ้น ในระหว่างวันที่ 17-18 ธันวาคม 2554 เพื่อให้ผู้บริหาร ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจ เรื่องระบบการประกันคุณภาพภายใน และการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม สามารถดำเนินการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาให้มีความพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามได้ รวมถึงได้ตระหนัก และเห็นความสำคัญในการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา ให้มีความพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เกษร ทองแสน และ อาจารย์โกมินทร์ สังคะนอง มาเป็นวิทยากร
ทางด้าน นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ที่ผ่านมามีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย เนื่องจากการประเมินอย่างผิด ประเมินโดยไม่มีการพูดคุยกัน และแข่งขันกันเองระหว่างองค์กร แทนที่จะใช้การประเมินนั้นพัฒนาคุณภาพของคุณครู จึงคิดว่าการที่ได้มาร่วมอบรมสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน รอบที่สาม ถือว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสิ่งที่เราจะต้องทำในปัจจุบัน คือ การพัฒนา ซึ่งเราต้องรวมพลังกัน พูดคุยกันอย่างใกล้ชิดระหว่างโรงเรียน คุณครู และผู้ปกครอง อยากให้คุณครูทุกโรงเรียนได้สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน และพร้อมเดินไปสู่แนวทางพัฒนาการศึกษา พัฒนาคุณภาพของคุณครู ซึ่งอนาคตของคุณครูจะต้องสดใสอย่างแน่นอน สำหรับในปีงบประมาณหน้า อบจ.ภูเก็ต จะมีการอบรมคุณครูเยอะขึ้น ทั้งนี้ ผมได้ตั้งปณิธานไว้ว่า จะพัฒนาการศึกษาทุกรูปแบบเพื่ออนาคตของจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากอนาคตของบ้านเราขึ้นอยู่กับเยาวชน ส่วนอนาคตของเยาวชนก็ขึ้นอยู่กับคุณครูในวันนี้ ในการนี้ ต้องขอขอบคุณ คุณครูทุกท่านที่เสียสละเวลามาอบรม และมั่นใจว่าท่านจะได้รับประโยชน์มากมายในการอบรมครั้งนี้อย่างแน่นอน