จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวประสบอุบัติเหตุ



เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2554 ที่ ห้องประชุมคิง คาร์ล กุสตาฟ โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต นพ.บดินทร์ ละเอียด รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตร “การช่วยฟื้นคืนชีพและการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวกรณีประสบอุบัติเหตุ” ให้แก่คณะนักเรียนตำรวจ จากประเทศเกาหลี จำนวน 30 คน ที่เดินทางมาศึกษาดูงานและทำกิจกรรม ที่จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จริงในการรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว
ซึ่งทางสถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ได้ให้ความไว้วางใจกับทางโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โดยการอบรมในครั้งนี้มีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตามมาตรฐานการช่วยชีวิตของสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีทีมพยาบาลวิชาชีพผู้เชี่ยวชาญการช่วยชีวิตขั้นสูงของโรงพยาบาล คอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการฝึกอบรม เพื่อช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเที่ยว ตลอดจนศักยภาพและความพร้อมด้านการรักษาพยาบาลให้แก่ประเทศไทย 

ตร.ท่าฉัตรไชยกวาดล้างก่อนปีใหม่



เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2554 ที่ห้องประชุม สภ.ท่าฉตรไชย ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พ.ต.อ.ชำนาญ แป้นนาบอน รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ ผกก.สภ.ท่าฉัตรไชย พ.ต.ท.ธเนศร์ พวงมณี รอง ผกก.สส. สภ.ท่าฉัตรไชย พ.ต.ท.ภานุพันธ์ โชติพินทุ สว.สส.สภ.ท่าฉัตรไชย และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมร่วมแถลงข่าวผลการระดมกำลังกวาดล้างในช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่ สามารถจับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลางเป็นยาเสพติดและมีอาวุธปืนนานาชนิด
พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ ผกก. สภ.ท่าฉัตรไชย กล่าวว่า จากการที่ผู้บังคับบัญชาหน่วยเหนือได้ให้ระดมกำลังกวาดล้างยาเสพติดและอาชญากรรมในพื้นที่ในช่วงเทศกาลก่อนปีใหม่นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและชุดสืบสวนได้ออกสืบสวนหาเป้าหมายเพื่อทำการตรวจค้นกวาดล้าง และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (20 ธ.ค.54) ก็ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดภูเก็ตนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 3 จุด จากการสืบทราบว่าเป็นแหล่งมั่วสุมและจำหน่ายยาเสพติดให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ ได้ของกลางเป็นยาไอซ์ ยาบ้าและพืชใบกระท่อม ตลอดจนอาวุธปืนและกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง
โดยจุดที่ 1 ตรวจค้น บ้านเลขที่ 142/5 ม.1 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง สามารถจับกุมผู้ต้องหา คือ นายชายชาญ เก้าเอี้ยน อายุ 38 ปี พร้อมของกลางยาบ้าซุกซ่อนในฝาเครื่องซักผ้าจำนวน 60 เม็ด และจากการสอบถามก็รับว่าของกลางเป็นของตนเองมีไว้เพื่อจำหน่ายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ใกล้เคียง และภายในบ้านยังพบ น.ส.สำรวจ หรือแหวว จันทร์สีดา อายุ 35 ปี และนายโอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี อยู่ในบ้านดังกล่าวด้วย เมื่อนำมาตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะพบว่ามีผลเป็นบวก สอบถามรับว่า ได้เสพยาบ้ากันจริง
จุดที่ 2 ตรวจค้น บ้านเลขที่ 161/4 ม.1 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง พบนายพรเทพ หรือตุ้ง สมบูรณ์ อายุ 22 ปี พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนหลายรายการซุกซ่อนในบริเวณต่างๆ ของบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ ประกอบด้วย 1.อาวุธปืนยาว แบบออโตเมติก ยี่ห้อทอมสัน ชับแมชชีน (หรือปืนอู่ซี่ ) เป็นอาวุธปืนสงครามที่ใช้กระสุนขนาด .45 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน ขนาด .45 จำนวน 47 นัด และแมกกาซีนขนาดบรรจุ 30 นัด 1 อัน 2. อาวุธปืนลูกซองยาว ไม่มีหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก 3. อาวุธปืนยาวอัดลม ยี่ห้อสตีเฟ่น แอร์ ไรเฟิล จำนวน 1 กระบอก 4.อาวุธปืนพกสั้น แบบลูกโล่ ยี่ห้อสมิทธฺ แอนด์เวสสัน รุ่น สเปเชียล จี จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 48 นัด และปลอกกระสุนที่ยิงแล้วคาในรังเพลิงอีกสองนัดและ 5.ยาไอซ์ บรรจุในถุงพลาสติก จำนวน 1 ถุง หนัก 0.156 กรัม จากการสอบถามนายพรเทพฯให้การว่า ยาเสพติดและอาวุธปืนยาวอัดลมเป็นของตน ส่วนอาวุธปืนพกสั้นเป็นของพี่ชายที่ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำ และอาวุธปืนสงครามหรือปืนอูซี่ มีผู้นำมาจำนำไว้ในราคา 30,000 บาท
และจุดที่ 3 บ้านเลขที่ 74/28 ม. 5 ต.สาคู อ.ถลาง พบอุปกรณ์การเสพยาไอซ์ สอบถามนายชาตรี ชายดำอายุ 35 ปี เจ้าบ้านรับว่าเป็นของตน เมื่อนำมาตรวจหาสารเสพติดให้ผลเป็นบวก จึงควบคุมตัวส่ง พงส. ดำเนินคดี ส่วนภายในบ้านยังพบใบพืชกระท่อม จำนวน 40 ใบ สอบถามนายประเสริฐ มะกาเซ็ง อายุ 28 ปี นายประสิทธิ์ มะกาเซ็ง อายุ 28 ปี และนายอับดุลเลาะ อุเซ็ง อายุ 23 ปี รับว่าเป็นของพวกตนเอง มีเพื่อเอาไว้ต้มน้ำไว้เสพ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพงส.ดำเนินคดีอีกราย



“ถนนสีขาว เส้นทางห้าแยกฉลอง-ราไวย์”



เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2554 ที่ห้องประชุมสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต นายศุภชัย โพชนุกูล นายอำเภอเมืองภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการถนนสีขาวจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 4/2554 เพื่อติดตามความคืบหน้าของการดำเนินโครงการ โดยมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วม อาทิ ขนส่งจังหวัดภูเก็ต ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต ตัวแทนแขวงการทางจังหวัดภูเก็ต ตัวแทนสถานีตำรวจภูธรฉลอง ตัวแทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ตัวแทนเทศบาลตำบลราไวย์ เป็นต้น
ในการประชุมครั้งที่ผ่านมาได้คัดเลือกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4024 ตอนห้าแยกฉลอง - ราไวย์ เป็นถนนสีขาวถนนต้นแบบแห่งความปลอดภัยทางถนน โดยให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยทางถนน การปรับปรุงยกระดับความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้น การให้มีการแนะนำการใช้เส้นทางเพื่อให้เกิดความสะดวกในการเดินทาง จัดระเบียบการจอดรถข้างทาง จุดจอดรถ หาบเร่ แผงลอย ตลอดจนการใช้เขตทางให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ทางหลวง, ให้ความรู้ รณรงค์ และประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ใช้ตระหนักถึงความปลอดภัย ร่วมกันสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมป้องกันอุบัติเหตุทางถนนของประชาชนในชุมชนต่างๆ ตั้งด่านในเขตพื้นที่ถนนสีขาวเพื่อบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง,จัดประชุม แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ ตลอดจนจัดหาหรือสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการโครงการ
ทั้งนี้ได้มอบหมายแขวงการทาง จ.ภูเก็ต จัดทำแบบแปลนในการปรับปรุงถนนสายต่างๆ เบื้องต้น กำหนดให้มีการจัดสร้างเกาะกลางถนนพร้อมไฟฟ้าแสงสว่าง และกำหนดจุดกลับรถ เพื่อการจัดการจราจรรถจากบริเวณวงเวียน 5 แยกฉลอง ระบายรถในช่วงเทศกาลต่างๆ และการจัดการกรณีเกิดอุบัติเหตุใหญ่ จำนวน 5 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 บริเวณสามแยกซอยสุขสันต์ 1 (ใกล้ๆ กับโรงเรียน อบจ.เมืองภูเก็ต) จุดที่ 2 หน้ามัสยิดบางคณฑี จุดที่ 3 บริเวณสามแยกไสยวน จุดที่ 4 บริเวณ ซ.อารีรอบ 1-ซ.ไสยวน 1 และ จุดที่ 5 หน้าร้านมุกซีเชลล์ ซึ่งแต่ละจุดจะห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร คาดว่าหารออกแบบจะแล้วเสร็จสมบูรณ์และส่งมอบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประมาณปลายเดือนธันวาคมนี้ ส่วนงบประมาณในการดำเนินการได้ขอรับการสนับสนุนจาก อบจ.ภูเก็ต จำนวน 4 ล้านบาท 

วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

อบจ.ภูเก็ต เยี่ยมผู้ป่วย ต.ตลาดใหญ่



เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2554 นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายประดิษฐ์ แสงจันทร์ ประธานสภา อบจ.ภูเก็ต นายบุญอุ้ม เอื้อจิตตระกูล สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต นายสาโรจน์ อังคณาพิลาส สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต คณะแพทย์ พยาบาล จากโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ได้ลงพื้นที่ออกเยี่ยมผู้ป่วยเรื้อรังและผู้พิการที่บ้านโครงการภูเก็ตแคร์ ประจำเดือนธันวาคม 2554 ในเขตตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตได้มอบชุดของเยี่ยม อาทิ ผ้าอ้อม แป้ง สบู่ ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ ให้แก่ผู้ป่วย จำนวน 7 ราย ได้แก่ นางสุรีย์ แซ่โก๊ย อายุ 54 ปี นางโป้เซี้ยว มณีวงศ์วิโรจน์ อายุ 83 ปี นายอิทธิพร แซ่ตัน อายุ 42 ปี นายพิทยา เอกอำพน อายุ 75 ปี นางเลี่ยนสิ้ม ตันติพูลวินัย อายุ 74 ปี นางไอหงอ แซ่ขอ อายุ 79 ปี และนายตั้น บุญศรี อายุ 88 ปี
สำหรับโครงการภูเก็ตแคร์ เป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้พิการในจังหวัดภูเก็ต ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขใกล้บ้านให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยเรื้อรังและผู้พิการในชุมชน ช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถดูแลตัวเองได้ ซึ่งการเยี่ยมผู้ป่วยโครงการภูเก็ตแคร์ เขตพื้นที่ตำบลตลาดใหญ่ ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เห็นถึงการดูแล และการแบ่งปันความรักของคนในครอบครัวของผู้ป่วยที่คอยดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจในการต่อสู้ที่ทำให้ตนเองมีอาการดีขึ้นและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เพื่อสร้างจิตสำนึกให้มีความเอื้ออาทรกับชุมชน และสร้างคุณธรรมให้เกิดขึ้นภายในชุมชน

พัฒนาสันเขื่อนเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่



เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2554 ที่ห้องจามจุรี 2 โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 โครงการออกแบบวางแผนแม่บทพัฒนาหัวงานเขื่อนบางวาดและอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ ซึ่งทาง อบจ.ภูเก็ต ได้มอบหมายให้บริษัท พิสุทธิ์ เทคโนโลยี จำกัด เป็นผู้ดำเนินการออกแบบและวางแผนแม่บทพัฒนา เพื่อเพิ่มทางเลือกในการท่องเที่ยว และเป็นการสร้างโครงข่ายการท่องเที่ยวเชื่อมโยงพื้นที่ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ต ภายใต้กรอบการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแบบบูรณาการ โดยมีหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่ร่วมแสดงความคิดเห็น
นายไพบูลย์ กล่าวว่า ด้วยพื้นที่เขื่อนบางวาด อ.กะทู้ และอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ อ.ถลาง เป็นพื้นที่เก็บกักน้ำที่สำคัญของ จ.ภูเก็ต ซึ่งใช้ประโยชน์ด้านเกษตรกรรมและการผลิตน้ำประปาให้บริการแก่ชุมชน ประกอบกับสภาพแวดล้อมโดยรอบอ่างเก็บน้ำมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ต่อเนื่องกับผืนป่า และแนวเขาตอนกลางของเกาะภูเก็ตจึงทำให้มีทิวทัศน์ที่สวยงาม รวมทั้งทำเลที่ตั้งซึ่งไม่ไกลจากชุมชน สามารถเข้าถึงได้ด้วยถนนสายหลัก จึงควรส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่บริเวณโดยรอบของอ่างเก็บน้ำทั้งสองเพื่อรองรับกิจกรรมนันทนาการ การออกกำลังกายและกิจกรรมกลางแจ้ง จึงได้มีการศึกษาออกแบบวางแผนแม่บทในการพัฒนาหัวงานเขื่อนบางวาดและอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ ขึ้น ซึ่งจากการศึกษาได้ประมาณการงบในการพัฒนาของทั้งสองอ่างเก็บน้ำในเบื้องต้นรวมประมาณ 356.17 ล้านบาท
สำหรับแผนแม่บทในการพัฒนาเขื่อนบางวาดนั้น จะส่งเสริมการพัฒนาเป็นศูนย์นันทนาการและพักผ่อนหย่อนใจควบคู่กับแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ และพรรณไม้พื้นถิ่นภาคใต้ แบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ประกอบด้วย การก่อสร้างส่วนบริการชุมชน การก่อสร้างจุดพักรอและชมทิวทัศน์ การก่อสร้างลานกีฬาชุมชนและเรือนเพาชำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคโดยรอบ ใช้งบ 57.85 ล้านบาท ระยะที่ 2 ประกอบด้วย การก่อสร้างส่วนแสดงพรรณไม้พื้นถิ่น และการก่อสร้างส่วนผจญภัยและสันทนาการเชิงสุขภาพ ใช้งบ 44.35 ล้านบาท และระยะที่ 3 ประกอบด้วย ก่อสร้างหอประภาคารบริเวณส่วนกิจกรรมผจญภัยและสันทนาการเชิงสุขภาพ และการก่อสร้างส่วนประชุมสัมมนา ใช้งบ 65.16 ล้านบาท
ส่วนแผนแม่บทการพัฒนาอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ นั้นจะส่งเสริมการพัฒนาเป็นศูนย์กีฬาและนันทนาการระดับอำเภอ แบ่งการพัฒนาเป็น 3 ระยะเช่นได้ ได้แก่ ระยะที่ 1 ประกอบด้วย การก่อสร้างส่วนกีฬาและนันทนาการ และส่วนพักผ่อนหย่อนใจ ใช้งบ 77.46 ล้านบาท ระยะที่ 2 ประกอบด้วย การก่อสร้างส่วนกีฬาและนันทนาการ การก่อสร้างจุดพักรอและชมทิวทัศน์ 3 แห่ง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค ใช้งบ 89.43 ล้านบาท และระยะที่ 3 ประกอบด้วย การก่อสร้างส่วนอเนกประสงค์ของชุมชนและลานแค้มป์ปิ้ง ใช้งบ 21.92 ล้านบาท


อบรม CPR & First AID พนักงาน



โรงพยาบาลสิริโรจน์ (Phuket International Hospital) ได้รับความไว้วางใจจาก โรงแรมบ้านลายไม้ ให้ทีมพยาบาลวิชาชีพ เป็นผู้ให้การฝึกอบรมทักษะในการช่วยฟื้นคืนชีพสำหรับเด็ก การปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมถึงการฝึกปฏิบัติ เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีเกิดสถานการณ์จริงโดยทางโรงพยาบาลสิริโรจน์มุ่งหวัง ให้ผู้ที่เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ได้รับความรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง และสามารถให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเบื้องต้น ลดจำนวนการสูญเสีย อีกทั้งเพื่อส่งเสริม การมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เจ้าหน้าที่ และพนักงานของโรงแรม ฯ 


แข่งขันฟุตบอลสี่เส้าฟุตบอลอาวุโส



เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2554 ที่สนามกีฬาสุระกุล จังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้เป็นประธานมอบถ้วยรางวัลการแข่งขันฟุตบอลสี่เส้า (อาวุโส 50 ปีขึ้นไป ครั้งที่ 2) โดยมีนายเชาวลิต จิตจำนง อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา โดยการแข่งขันในครั้งนี้ ทางชมรมฟุตบอลอาวุโสจังหวัดภูเก็ต ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น โดยมีทีมฟุตบอลอาวุโสจากจังหวัดกระบี่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดตรัง เข้าร่วมแข่งขัน
สำหรับการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาวงการกีฬาฟุตบอลอาวุโสของแต่ละจังหวัด อีกทั้งเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน และประชาชนทั่วไป ให้หันมาเล่นกีฬาและออกกำลังกายให้มากขึ้น ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักกีฬาด้วยกัน โดยผลการแข่งขันในครั้งนี้ ทีมชนะเลิศ ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ จังหวัดกระบี่ และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต


“โบ๊ทพัฒนา” เปิดตัว “โบ๊ทพลาซ่า”




นายบุญ ยงสกุล กรรมการ บริษัท โบ๊ทพัฒนา จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ชื่อ โครงการ สามกองทาวน์และสามกองปาร์ค ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนประชาสามัคคี ประกอบวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่มีความตั้งใจจะสร้างชุมชนที่มีคุณภาพ และเพื่อตอบแทนสังคมที่เราประกอบธุรกิจอยู่ จึงได้ทำการพัฒนาที่ดินส่วนที่เหลือภายใต้ชื่อโครงการ โบ๊ทพลาซ่า เพื่อให้เป็นจุดเชื่อมของชุมชนในบริเวณดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่พัฒนาของบริษัทเอง หรือโครงการที่อยู่ใกล้เคียง
รูปแบบของโบ๊ทพลซ่า นั้นจะเป็นอาคารให้เช่าในการประกอบธุรกิจ ระยะแรก จำนวน 21 ยูนิต โดยกำหนดเป็นรูปแบบไลฟ์สไตล์เอาท์ดอร์พลาซ่า ซึ่งมีสิ่งรองรับความต้องการที่ครบครัน เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟริมน้ำ ร้านค้า ออฟฟิศสำนักงาน ร้านเสริมสวย ตลาดดอกไม้ สปา โยคะ เป็นต้น เพื่อเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของเพื่อนและคนในครอบครัว ซึ่งขณะนี้บางส่วนได้เปิดให้บริการแล้ว และบางส่วนอยู่ระหว่างการก่อสร้าง นอกจากนี้ยังได้วางแผนในการเพิ่มในเรื่องของกีฬา สันทนาการ รวมถึงแหล่งเรียนรู้นอกหลักสูตร เช่น ศิลปะ ดนตรี เป็นต้น ตลอดจนการตัดถนนใหม่ๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและเพิ่มศักยภาพให้กับพื้นที่ นายบุญกล่าว
ขณะที่นายภาณุพงศ์ กริชจนรัช กรรมการผู้จัดการบริษัท โบ๊ท พัฒนา จำกัด กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาโบ๊ท พลาซ่า ได้แบ่งการพัฒนาออกเป็นเฟสๆ ประกอบด้วย เฟสที่ 1 การตัดถนนผ่านพื้นที่โครงการเพื่อเชื่อมถนนสาธารณะ 2 สาย คือ ถนนประชาสามัคคี กับถนนประชาอุทิศ เพื่อเป็นการเปิดพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้นำระบบสาธารณูปโภคเข้าโครงการทั้งประปาและไฟฟ้า และเปิดพื้นที่บางส่วนเพื่อทำคาร์แคร์ เฟสที่ 2 ทำลู่วิ่งรอบขุมน้ำและเริ่มสร้างออฟฟิศริมน้ำ พร้อมทั้งเปิดพื้นที่เช่าร้านอาหารริมน้ำ และพื้นที่สำหรับทำตลาดต้นไม้ ซึ่งขณะนี้พื้นที่เช่าในเฟสที่ 1 และ 2 มีผู้เช่าแล้ว 100 % โดยอยู่ระหว่างการก่อสร้างและตกแต่งไปแล้วกว่า 80% คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการทั้งหมดได้ไตรมาสแรกของปี 2555
จากการตอบรับที่ดี ได้มีการวางแผนและเตรียมงบประมาณเพื่อดำเนินการในเฟสที่ 3 ซึ่งจะมีการตัดถนน พร้อมระบบน้ำและไฟฟ้า เพื่ออ้อมขุมน้ำฝั่งตะวันตกไปเชื่อมกับถนนลักกงษีอีกเส้นหนึ่ง เพื่อเปิดพื้นที่ให้เช่าเพิ่ม โดยวางแผนจะให้เป็นพื้นที่เพื่อการกีฬา สุขภาพและแหล่งเรียนรู้เป็นหลัก ซึ่งขณะรี้ทางบริษัท ได้เซ็นสัญญาให้เช่าพื้นที่กับบริษัทแกรนด์อารีน่า จำกัด เพื่อก่อสร้างสนามฟุตซอลและสนามกีฬาอเนกประสงค์รวมถึง 7 สนาม ถือว่าเป็นสปอร์ตคอมเพล็กซ์ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของภูเก็ต นอกจากนี้ยังมีแผนก่อสร้างออฟฟิศสองชั้น ริมน้ำขึ้นมาอีก 1 ตึก และมีศูนย์ซาวน์น่าและอบสมุนไพรไอน้ำ ขนาด 1 ไร่ เพื่อรองรับชุมชนรอบๆ โบ๊ทพลาซ่า คาดว่าการก่อสร้างเฟสนี้จะแล้วเสร็จพร้อมเปิดบริการภายในต้นไตรมาส 2 ของปี 2555
ส่วนของเฟสที่ 4 จะเริ่มการพัฒนาพื้นที่บางส่วนของโครงการ เพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อกับโครงการที่อยู่อาศัยโดยรอบ ขณะที่เฟสต่อๆ ไปนั้น จะมีการเปิดตัวอีกครั้งในช่วงประมาณเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม 2555 


วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เปิดตัว “Teens Go Green” หนุนเยาวชนรักษ์สวล.



เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2554 ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และประธานโครงการ 9 ล้านกล้า 80 พรรษามหามงคล ให้เกียรติเป็นประธานเปิดตัวกิจกรรม “Teens Go Green” ภายใต้โครงการ “9 ล้านกล้า 80 พรรษามหามงคล” โดยมี พลตรีพิสิทธ์ สิทธิสาร ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ นายนิรวัชช์ ปุณณกันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ มร.ปีเตอร์ วาร์มูซา ประธานกรรมการบริหารฝ่ายพาณิชย์สินค้าบริโภคเทสโก้ โลตัส นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย ผู้จัดการอาวุโส กิจการบรรษัท – กิจการสาธารณะ เทสโก้ โลตัส และนักศึกษา จาก 10 มหาวิทยาลัย เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ พร้อมกันนี้ ได้มีพิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่นักศึกษาจำนวน 20 คน จาก 10 มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมกิจกรรม
ทั้งนี้นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย ผู้จัดการอาวุโส กิจการบรรษัท – กิจการสาธารณะ เทสโก้ โลตัส ได้กล่าวว่า นับตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นมาที่เทสโก้ โลตัส ได้เปิดโครงการ “9 ล้านกล้า 80 พรรษามหามงคล” เป็นปีที่ 5 โดยร่วมมือกับมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกองทัพบก พร้อมจัดกิจกรรม “ปลูกต้นไม้ สร้างฝาย ขยายคูคลอง สนองพระมหากรุณาธิคุณ” ในการร่วมฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมในเขตพื้นที่ราชพัสดุ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี จำนวน 250 ไร่ เป็นจำนวน 5,000 ต้น ซึ่งเกิดจากการถูกบุกรุกของชาวบ้าน
นายชาคริต ยังกล่าวอีกว่า “เทสโก้ โลตัส เป็นองค์กรเอกชนที่มีความแน่วแน่ในการเป็นผู้นำทางด้านการประหยัดพลังงานและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เราไม่เพียงมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการประกอบธุรกิจของบริษัทเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในประเทศไทย เรายังมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและสร้างความตระหนักในการร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่องภายใต้  โครงการ “9 ล้านกล้า 80 พรรษามหามงคล” ซึ่งรวมถึงกลุ่มเยาวชน ลูกค้า คู่ค้า ชุมชน และประชาชนทั่วประเทศ”
“ในครั้งนี้ เทสโก้ โลตัสได้จัดกิจกรรม “Teens Go Green” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมภายใต้โครงการ “9 ล้านกล้า 80 พรรษามหามงคล” ที่จะช่วยตอกย้ำและแสดงให้ถึงพันธะสัญญาในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของเรา โดยเน้นการให้ความรู้และสร้างความตระหนักให้กับเยาวชนไทยรุ่นใหม่ในการอนุรักษ์ธรรมชาติและใส่ใจสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ การปลูกหญ้าแฝก สร้างฝายชะลอน้ำ กิจกรรมดูช้างป่าและกระทิง เป็นต้น และกระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเยาวชนกลุ่มนี้จะกลายเป็นผู้นำเยาวชนไทยรุ่นใหม่ที่จะสามารถเผยแพร่และเป็นกระบอกเสียงในการสร้างจิตสำนึกที่ดีและผู้นำในการถ่ายทอดความรู้เรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับสังคมไทยได้ต่อไป

ประชุมสตรีสร้างสรรค์การเมืองและสังคมไทย



เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2554 ที่ห้องประชุมชั้น 3 เทศบาลนครภูเก็ต นางอัญชลี วานิช เทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต (ส.ส.) ในฐานะนายกสมาคมสตรีสร้างสรรค์การเมืองและสังคมไทย จังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมสมาคมสตรีสร้างสรรค์การเมืองและสังคมไทย ภูเก็ต เพื่อติดตามผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาและการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสตรีและกิจกรรมในปี 2555 โดยมีคณะกรรมการและสมาชิกเข้าร่วมนำเสนอปัญหาอุปสรรค ตลอดจนแนวทางในการดำเนินงานปีต่อไป
ทั้งนี้นางอัญชลี กล่าวว่า การทำงานของเครือข่ายในปีที่ผ่านมา ทางสมาคมฯ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการการพัฒนาบทบาทสตรีในหลายๆ ด้าน โดยเน้นเรื่องของครอบครัวเป็นหลัก และปัญหาสังคมที่มีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้นอันเป็นผลมาจากการอพยพเคลื่อนย้ายแรงงานทั้งในส่วนของแรงงานคนไทยและแรงงานต่างด้าว รวมทั้งการเตรียมความพร้อมเพื่อรับการเปิดประชาคมอาเซียในปี 2558 ในการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อรับมือกับสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา
ส่วนในปี 2555 นั้น เนื่องจากมีข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาด้านเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเรื่องของแรงงาน ดังนั้นยุทธศาสตร์และแผนงานที่จะดำเนินการก็จะเน้นในเรื่องของเศรษฐกิจและสังคมเป็นหลัก เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรและเครือข่ายกลุ่มสตรี โดยเฉพาะการสร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดขึ้นในครอบครัวซึ่งได้รับผลกระทบจากสังคม และลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงการพัฒนาอาชีพให้กับสมาชิกฯ ทั้งในเรื่องของผลิตภัณฑ์และการหาช่องทางในการจัดจำหน่าย โดยใช้งบประมาณของสมาคมฯ ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมหารายได้เป็นหลัก และขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พัฒนาชุมชน เป็นต้น นางอัญชลี กล่าว
และในที่ประชุมในวันนี้ ได้มีการนำเสนอชื่อบุคคลต่างๆ เข้ามาเป็นสมาชิกกิตติมาศักดิ์ อาทิ นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดภูเก็ต นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายแพทย์โกศล แตงอุทัย นายกสมาคมเพอรานากันจังหวัดภูเก็ต นายกวี ตันสุคตานนท์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต และประธานมูลนิธิเมืองเก่าจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น ทั้งนี้ทางสมาคมสตรีสร้างสรรค์การเมืองและสังคมไทย จังหวัดภูเก็ต จะได้ทำหนังสือเชิญ เพื่อให้บุคคลที่ได้รับการเชิญตอบกลับมา จึงจะได้มีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง