จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2555

ประชุมคณะทำงานจัดทำเสื้อบาติกรับ ครม.สัญจร



เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2555 ที่ห้องประชุมสึนามิ (POC) ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำเสื้อบาติกสำหรับงานเลี้ยงรับรองคณะรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ระหว่างวันที่ 19 – 21 มี.ค. 2555 โดยมีส่วนราชการเกี่ยวข้องและผู้ประกอบการผ้าบาติกเข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมกันกำหนดรูปแบบเสื้อ ลายเสื้อบาติก จำนวนของเสื้อผู้เข้าร่วมประชุม วางแผนและดำเนินการจัดทำเสื้อให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 18 มี.ค.รวมทั้งประสานงานกับผู้แทนคณะรัฐมนตรีในการส่งมอบเสื้อบาติกให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ตามที่จังหวัดภูเก็ตได้แต่งตั้งคณะทำงานเตรียมความพร้อมรองรับการประชุมคณะรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ จังหวัดภูเก็ต โดยมีหน้าที่สำคัญในการอำนวยความสะดวกและให้การต้อนรับคณะรัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมประชุมชี้แจงตามที่ชี้แจงตามที่รัฐมนตรีและภารกิจ ผู้เข้าร่วมประชุม และอื่นๆ ในระหว่างวันที่ 19 – 21 มี.ค.2555 เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมและเพียงพอ โดยได้มีการประชุมกำหนดแนวทางการเตรียมการต้อนรับและได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา และที่ประชุมมีมติมอบหมายให้จัดทำเสื้อบาติกสำหรับงานเลี้ยงรับรองคณะรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 400 ตัวนั้น เพื่อให้การเตรียมการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานและมีการประชุมร่วมกันดังกล่าว
โดยในเบื้องต้นที่ประชุมเสนอจัดทำ เสื้อบาติกจากเดิม 400 ตัวเพิ่มเป็น 700 ตัว แขนสั้น ลายชิโนโปตุกีส แบ่งเป็นเสื้อของผู้ใหญ่ระดับ วีไอพี 500 ตัว สีเสื้อเขียวทองเข้ม ระดับเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนส่วนกลาง 200 ตัว สีน้ำทะเลอ่อน อย่างไรก็ตามจำนวนเสื้อและสีเสื้อดังกล่าว ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน จะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งต่อไป 




รวบ 2 คนร้ายลักของร้านสะดวกซื้อ ขยายผลได้จยย. 3 คัน



เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2555 ที่บริเวณด้านหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.ต.พรศักดิ์ นวนหนู รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.เอกวุฒิ เสน่ห์พร ผกก.กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ ผกก.สภ.ท่าฉัตรไชย ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย นายตะวัน เดชจิระโชติ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77 ม.12 ต.โผนทอง อ.นาทม จ.นครพนม กับ นางดาวเรือง บุดดา อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77 ม.12 ต.นาคม อ.นาทม จ.นครพนม โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันลักทรัพย์ เหตุเกิดที่หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขา สนามบิน 3 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมาพร้อมของกลางโลชั่นกันแดดยี่ห้อนีเวีย จำนวน 5 ขวด และกระเป๋าสะพายผู้หญิงจำนงวน 1 ใบ และนายศุภชัย หรือฟ้า วารีศรี อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/2 ม.5 ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา โดยกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและรับของโจร พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 2 ถุง น้ำหนักประมาณ 2.2 กรัม (ได้จากการล่อซื้อ) เงิดสดรัฐบาลไทยฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 7 ฉบับ รวม 7,000 บาท (เงินที่ใช้ล่อซื้อและอยู่ในความครอบครองของนายศุภชัย ขณะจับกุม) พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ฮ้อนด้า จำนวน 4 คัน
สำหรับการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 รายดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมาได้รับแจ้งเหตุจากพนักงานของร้านเซเว่นอีเล ฟเว่น สาขาสนามบิน 3 ว่ามีคนร้ายจำนวน 2 คนเข้าไปขโมยสิ่งของในร้าน และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือนายตะวัน เดชจิระโชติ กับนางดาวเรือง บุดดา และจากการสอบสวนขยายผลผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น KT 110 Dc สีม่วงขาว ทะเบียน ขธจ-869 ภูเก็ต ซึ่งเป็นพาหนะที่นำมาใช้ในการหลบหนี เป็นรถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาจากบริเวณแยกสนามบิน พื้นที่ สภ.ท่าฉัตรไชย และยังให้การต่อไปด้วยว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการขโมยรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ จ.ภูเก็ตอีกหลายคัน และเมื่อได้มาแล้วก็จะนำไปขายหรือแลกกับยาเสพติดในพื้นที่ สภ.เมืองภูเก็ต
เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นลักษณะของการประทำผิดต่อเนื่องกันหลายท้องที่ ทางเจ้าหน้าที่ สภ.ท่าฉัตรไชย จึงได้ประสานมายัง กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต เพื่อทำการขยายผลการจับกุมกระบวนการดังกล่าวจนสามารถจับกุมตัวนายศุภชัย หรือฟ้า วารีศรี ได้ที่หมู่บ้านศรีสุชาติแกรนด์วิว ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต พร้อมของกลางยาไอซ์ และธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้อ รวมทั้งรถจักรยานยนต์ จำนวน 4 คัน ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นคลิก สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน คตษ-470 พังงา ซึ่งนายศุภชัยให้การว่าเป็นของ ตนเองโดยใช้ชื่อนายอนุชา โบบทองเป็นผู้ซื้อ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นคลิก สีดำ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นสกูปี้ไอ สีชมพู-ขาว ซึ่งนายตะวันรับว่าขโมยมาจากพื้นที่ สภ.กะทู้และนำมาแลกกับยาเสพติด และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นสกูปี้ไอ สีแดง ซึ่งนายตะวันรับว่าขโมยมาจากพื้นที่ สภ.ฉลอง นำมาแลกยาเสพติดเช่นกัน
นอกจากนี้ในส่วนของนายตะวัน ยังได้ให้การรับสารภาพด้วยว่า นอกจากรถจักรยานยนต์ที่นำไปแลกกับยาเสพติดจำนวน 3 คัน แล้ว ยังมีรถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาอีก 3 คัน และได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปตรวจยึดคืนมาได้ ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาว ขโมยมาจากพื้นที่ สภ.ถลาง รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น คลิก สีดำ ขโมยมาจากพื้นที่ สภ.ถลาง และรถจักรยานยนต์ซูซูกิ รุ่นสเต็บ สีฟ้า ขโมยมาจากพื้นที่ สภ.เมืองภูเก็ต โดยนายตะวันกล่าวว่า รถที่ขโมยมานั้นจะเป็นรถที่เสียบกุญแจไว้ เมื่อต้นขับรถไปเห็นและได้จังหวะก็จะจอดรถตัวเองไว้ในบริเวณใกล้เคียง จากนั้นก็ขึ้นขับรถขันที่จอดเสียบกุญแจทิ้งไว้ออกๆไป ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในเส้นทางพื้นที่บ้านกู้กู ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ไปจนถึงพื้นที่ อ.ถลาง โดยได้เริ่มปฏิบัติการมาตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจนกระทั่งถูกจับกุม ซึ่งมูลเหตุของการกระทำผิดนั้นเนื่องจากต้องการเงินมาใช้จ่ายและซื้อยา โดยรถ 1 คันจะแลกเป็นยาไอซ์ได้ประมาณ 1 จี หรือประมาณ 3,000 – 4,000 บาท
ขณะที่ พล.ต.ต.ชนศิษฎ์ ได้กล่าวฝากไปยังผู้เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ว่า ให้ช่วยเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อจอดรถก็ไม่ควรที่จะเสียบกุญแจทิ้งไว้ ซึ่งจะเป็นสิ่งล่อใจให้กับมิจฉาชีพได้ ส่วนของรถจักรยานยนต์ของกลางที่ตรวจยึดมาได้นั้น ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ผู้เป็นเจ้าของนำหลักฐานมาแสดงเพื่อขอรับรถคืนต่อไป



ผู้สมัครนายก ทต.ฉลอง ยื่นร้องต่อ กกต.ภูเก็ต



เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2555 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดภูเก็ต นายสำราญ จินดาพล ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต หมายเลข 2 พร้อมผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลตำบลฉลองเขตเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งที่ 2 ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกิตติพงศ์ เที่ยงคุณากฤต ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต
ทั้งนี้นายสำราญ จินดาพล ได้กล่าวว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีตำบลฉลอง เขตเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งที่ 2 เป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เนื่องจากมีการกระทำฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง วิธีการหรือลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2551 พร้อมกันนี้ยังได้มีการนำภาพถ่ายแผ่นป้ายโฆษณาหาเสียง จำนวน 4 ชุด ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง วิธีการหรือลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น จำนวน 1 ชุดและสำเนาบัตรประจำประชาชนพยานบุคคลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 3 ชุดประกอบการร้องเรียนด้วย
โดยหนังสือร้องเรียนฉบับดังกล่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2555 นายฐานะพงศ์ กออุดม ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีตำบลฉลอง หมายเลข 1 เขตเลือกตั้ง ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต และสมาชิกกลุ่มรักพัฒนาฉลอง หมายเลข 2,3,4,5,6,7 ทั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งที่ 2 ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ได้หาเสียงเลือกตั้งด้วยวิธีการปิดป้ายโฆษณาหาเสียงที่มีขนาดไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าที่กำหนดไว้ เป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์และเที่ยงธรรม ไม่มีความเท่าเทียมกันในการปิดป้ายโฆษณาหาเสียง และความไม่เท่าเทียมดังกล่าวนี้เป็นเหตุให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต หากได้เห็นแต่ป้ายโฆษณาหาเสียงที่มีขนาดใหญ่กว่าของนายฐานะพงศ์ กออุดม และสมาชิกกลุ่มรักพัฒนาฉลอง จะเป็นเหตุทำให้เป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งตำบลฉลองมีคะแนนนิยมในตัวนายฐานะพงศ์ กออุดม และสมาชิกกลุ่มรักพัฒนาฉลอง จึงถือได้ว่านายฐานะพงศ์ กออุดมและสมาชิกกลุ่มรักพัฒนาฉลองได้กระทำผิดต่อประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง วิธีการหรือลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2551 ข้อ 5 (4)
ด้านนายกิตติพงศ์ เที่ยงคุณากฤต ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังรับหนังสือร้องเรียนว่า จะส่งเรื่องดังกล่าวให้คณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนของ กกต.ไปดำเนินการพิจารณาตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลการร้องเรียนตามระเบียบกฎหมายต่อไป ซึ่งขณะนี้ถือว่าการร้องเรียนดังกล่าวเป็นเรื่องแรกของการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลฉลอง ซึ่งในส่วนของป้ายโฆษณาหาเสียงในระเบียบของ กกต.มี 2 ลักษณะ คือ โปสเตอร์ ซึ่งจะมีขนาดประมาณกระดาษ A 3 กับป้ายคัทเอาท์ ซึ่งจะมีขนาดเท่ากับ 1 ไม้กระดานอัด ส่วนที่เคยมีการวินิจฉัยในกรณีการติดแผ่นป้ายในเวทีหาเสียงซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่าแผ่นไม้กระดานอัดนั้นก็จะมีการพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป




การพัฒนารูปแบบการบริหารเมืองป่าตอง



เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2555 ที่ห้องประชุมออร์คิด โรงแรมเกรชแลนด์ รีสอร์ท แอนด์สปา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ภูเก็ต นายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง เป็นประธานเปิดการเสวนาเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารเมืองป่าตอง ซึ่งจัดโดย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์กรมหาชน) ร่วมกับสภาองค์กรชุมชนเทศบาลเมืองป่าตอง และเทศบาลเมืองป่าตอง ได้จัดขึ้น
ทั้งนี้นายปรีชาวุฒิ กี่สิ้น ประธานสภาองค์กรชุมชนเทศบาล ได้กล่าวว่า สภาองค์กรชุมชนเทศบาลเมืองป่าตอง เปิดจากการรวมตัวของกลุ่มองค์กรภาคประชาชนที่ดำเนินกิจกรรมการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาของตัวเองขึ้น โดยได้รวมตัวกันจดแจ้ง จัดตั้ง สภาองค์กรชุมชนขึ้น ในปี 2554 โดยอาศัย พรบ.การส่งเสริมจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล ปี 2551 ซึ่งได้รับการส่งเสริมจัดตั้งโดยเจ้าหน้าที่จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.และแกนนำขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดภูเก็ต โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนหลักในการกำหนดทิศทางการพัฒนาร่วมกับหน่วยงานภาคีภาครัฐ และเอกชน
โดยมีกลุ่มองค์กรชุมชนในพื้นที่ได้รับการจดแจ้งจำนวน 15 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ชมรมคนโรงแรมหาดป่าตอง ชมรมเคาน์เตอร์ทัวร์หาดป่าตอง ชมรมแท๊กซี่ป่าตอง ชมรมช่างศิลป์หาดป่าตอง สมาคมพ่อครัวป่าตอง สหกรณ์จักรยานรับจ้างป่าตองจำกัดชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง สหพันธ์รถบริการป่าตองสัมพันธ์ ชมรมร่มเตียงหาดป่าตองชมรมนวดแผนไทยหาดป่าตอง เครือข่ายอาสาสมัครแรงงานตำบลป่าตอง ชมรมจักรยานเสือภูเขาป่าตอง ชมรมผู้ประกอบการค้าปลีกหาดป่าตอง ชมรมผู้ประกอบการวิทยุท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายให้สภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีประชุมเพื่อหาทางออกและคลี่คลายปัญหาของชุมชน รวมถึงการรวบรวมข้อเสนอจากกลุ่มองค์กรต่างๆ เพื่อเสนอสู่ระดับนโยบาย ที่ผ่านมาสภาองค์กรชุมชนฯ ได้ผลักดันให้เกิด “สหพันธ์รถบริการป่าตอง” ประกอบด้วย เคาน์เตอร์ทัวร์ รถบริการต่างๆ โดยมีข้อตกลงร่วมกันในเรื่องความซื่อสัตย์ด้านราคา ความปลอดภัยของลูกค้า ทำให้เกิดการบริการด้านการท่องเที่ยวในมาตรฐานเดียวกัน และการสนับสนุนให้ ชมรมนวดแผนไทยเกิดการจัดระเบียบมารยาท การแต่งกาย และการบริการนวดเพื่อสุขภาพ ด้วยราคาที่เที่ยงธรรมตรงกัน
นายปรีชาวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้สภาองค์กรชุมชนเทศบาลเมืองป่าตอง และที่ประชุมระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนจังหวัดภูเก็ต มีความเห็นว่า “ป่าตอง” เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงมีความจำเป็นที่ต้องมีระบบการบริหารที่คล่องตัว และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ จึงได้จัดสัมนา “การปกครองพื้นที่รูปแบบพิเศษ ป่าตองจัดการตนเอง” ในวันนี้ขึ้น เพื่อรับฟังความคิดเห็น จากผู้ที่เกี่ยวข้องในการศึกษารูปแบบ และผลักดันแนวคิด เพื่อนำไปสู่ การพัฒนาที่ยั่งยืนของป่าตอง โดยผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย สมาชิกกลุ่มองค์กรชุมชน สมาชิกสภาองค์กรชุมชน ผู้ประกอบการร้านค้าธุรกิจโรงแรม หน่วยงานภาคี และประชาชน ผู้สนใจประมาณ 400 คน
ด้านนายเปี่ยน กี่สิ้น นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง ได้กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า ป่าตอง เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก น้อยคนนักที่เคยทราบว่าเมืองแห่งนี้เคยเป็นเมืองปิดที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาและท้องทะเลอันดามัน ยากแก่การเดินทางไปมาหาสู่กับโลกภายนอก แต่ทว่าเมื่อความเจริญหลั่งไหลเข้ามาพร้อมกับถนนสายแรก ป่าตองจึงค่อยๆ ปรากฏโฉมออกสู่สายตาชาวโลก ต่อจากนั้นการพัฒนาต่างๆ ก็ตามมา แต่อย่างไรก็ตามด้วยลักษณะภูมิศาสตร์ของเมืองป่าตอง ที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สวยงาม คือ หาดป่าตอง ซึ่งเป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้เข้ามาท่องเที่ยวในเมืองป่าตอง จึงทำให้เมืองป่าตองมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จากเหตุผลดังกล่าวนี้เองจึงทำให้ สภาพบ้านเมืองเกิดการขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยว กระทรวงมหาดไทยเห็นถึงสภาพความเป็นไปของบ้านเมืองที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มขึ้น จึงสมควรเปลี่ยนแปลงเป็นเทศบาลเมืองป่าตองในปี 2545
มาบัดนี้ ปี 2555 สถานการณ์กำลังเปลี่ยนไปอีกแล้ว เรามาวันนี้เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ถ้าป่าตองจะจัดการตนเอง ยกระดับเป็นพื้นที่ปกครองพิเศษ แบบเดียวกับกรุงเทพมหานคร หรือ พัทยา ก็นับว่า น่าสนใจ และอีกไม่นาน เราคงได้เห็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเพิ่มขึ้นตามเหตุผลและความจำเป็นของท้องถิ่นที่มีอยู่ จึงเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาท้องถิ่นนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดีกว่าองค์กรปกครองท้องถิ่นแบบเดิม 

นทท.รัสเซียถูกไฟฟ้าข้างสระน้ำช๊อตเสียชีวิต



เมื่อคืนของวันที่ 7 มีนาคม 2555 พ.ต.ท.บุญเลิศ อ่อนกลาง สารวัตรเวรสภ.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งว่ามีเหตุนักท่องเที่ยวถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดที่บริเวณสระว่ายน้ำของโรงแรมเดวา รีสอร์ท แอนด์สปา กะรน เลขที่ 16/1 ซอยปฎัก 24 ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งก็ได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.พาชัย มัธยันต์ สวป. ร.ต.อ.ทวี เรืองโรจน์ รองสวป.เจ้าหน้าที่แพทย์เวรโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลกะรน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย
ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว มีจำนวน 49 ห้องพัก เปิดให้บริการเมื่อปลายเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา เป็นอาคาร 2 ชั้น มีสระว่ายน้ำโดยรอบอาคารโรงแรม เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงพื้นที่ภายในโรงแรมค่อนข้างมืด เนื่องจากทางโรงแรมได้ทำการตัดระบบไฟฟ้า จากนั้นพนักงานโรงแรมก็ได้นำเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าไปยังบริเวณขอบสระว่ายน้ำ เจ้าหน้าที่พบชาวต่างชาติ นอนหงายสวมเพียงกางเกงว่ายน้ำเพียงตัวเดียว จากการตรวจสอบทราบชื่อคือ นายเฟเด แซมโซน๊อฟ (FEDOR SAMSONOV) อายุ 45 ปี สัญชาติรัสเซีย นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงกันภายในสระว่ายน้ำเจ้าหน้าที่ของโรงแรมได้ให้การช่วยเหลือนายสุรศักดิ์ เพชรสุทธิ์ อายุ 33 ปี ผู้จัดการห้องอาหารของโรงแรมดังกล่าว แต่เนื่องจากอาการสาหัส จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลฯ นอกจากนั้นทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย และได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลป่าตอง อ.กะทู้ ไปก่อนหน้านี้แล้ว เบื้องต้นทราบว่าอาการปลอดภัยและเดินทางกลับที่พักแล้ว
และจากการสอบสวนทราบว่า นายนายเฟเด แซมโซน๊อฟ ได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ตพร้อมกับครอบครัวจำนวน 4 คน และได้เข้าพักที่โรงแรมดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมีกำหนดเดินทางกลับในวันที่ 13 มีนาคมที่จะถึงนี้ ก่อนเกิดเหตุนายเฟเด แซมโซน๊อฟ พร้อมครอบครัว ได้ลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำของโรงแรม ในระหว่างนั้นก็ได้ยินสียงร้องของบุตรสาวซึ่งว่ายน้ำอยู่ฝั่งตรงข้าม จึงรีบขึ้นมาจากสระและได้เดินไปที่บริเวณลูกสาว เมื่อถึงก็ได้ใช้มือจับราวสะพานข้ามสระน้ำแบบอลูมิเนียม เพื่อจะไปดูอาการของบุตรสาว แต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อร่างของผู้ตายล้มทั้งยืน ลักษณะคล้ายถูกไฟช็อต
ขณะนั้นนายสุรศักดิ์ เพชรสุทธิ์ ผู้จัดการห้องอาหารเห็นเหตุการณ์ ก็ได้พยามยามวิ่งเข้าไปช่วยเหลือ แต่มือของเขาไปโดนราวสะพานข้ามสระน้ำดังกล่าวด้วย จึงทำให้ถูกไฟฟ้าช๊อตและร่างหล่นลงไปในกลางสระน้ำ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่โรงแรมได้ตัดระบบไฟฟ้าของโรงแรมทั้งระบบ และนำร่างของนายสุรศักดิ์ขึ้นมาจากกลางสระน้ำทำการปฐมพยาบาลก่อนที่จะส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตเนื่องจากอาการสาหัสมาก แต่ทราบว่าอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังไม่สามารถให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ เนื่องจากยังอยู่ในอาการสะลึมสะลือเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะเกิดมาจากกระแสไฟฟ้าที่บริเวณสระน้ำรั่ว เมื่อผู้ตายใช้มือจับราวสะพานในสภาพร่างกายเปียกปอน จึงทำให้ถูกไฟฟ้าช๊อตจนทำให้หมดสติและเสียชีวิตดังกล่าว โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เรียกตัวผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป




มหกรรมคอนเสิร์ตเพลงรัก 2555



การกลับมาอีกครั้งของคอนเสิร์ตเพลงรักครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดบนเกาะภูเก็ต "Central Festival Phuket Love Song Festival 2012" ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 - 25 มีนาคม 2555 ลานลม (Lanlom) โดยในปีนี้ได้มีการขนศิลปินคุณภาพ อาทิ อ๊อฟ ปองศักดิ์, แคลอรี่ บลา บลา, ซีซั่น ไฟว์ และวงฟรายเดย์ เพื่อร่วมสร้างบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักทุกรูปแบบ ผ่านบทเพลงรักสุดซึ้งของพวกเขา
คุณวิไลพร ปิติมานะอารี ผู้อำนวยการศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต ในฐานะของผู้ที่ริเริ่มให้มีการจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นมา ได้กล่าวว่า "วัตถุประสงค์หลักในการจัดงาน ก็เพื่อต้องการคืนกำไรให้แก่ลูกค้าผู้มีอุปการะคุณ ซึ่งให้การสนับสนุนศูนย์การค้าของเราอย่างดีเสมอมา อีกทั้งเป็นการแสดงความขอบคุณจากใจ ผ่านกิจกรรมคอนเสิร์ตที่มีศิลปินนักร้องชั้นนำของประเทศไทย มาร่วมสร้างความบันเทิงและความสุขให้กับทุกๆ คน ซึ่งการจัดกิจกรรมในรูปแบบนี้มีเพียงแห่งเดียวในจังหวัดภูเก็ต ที่กล้าลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาลกว่า 20 ล้านบาทต่อปี เพื่อจัด International Concerts ที่นำหลากหลายศิลปินนักร้องชื่อดังของไทย และนานาชาติมาจัดแสดงที่เซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เราได้วางกลยุทธ์ในการจัดกิจกรรมความบันเทิง ณ ศูนย์การค้าของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ศูนย์การค้าแห่งนี้ ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางของการจัดคอนเสิร์ตระดับนานาชาติ ที่ดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น และเป็นการตอกย้ำถึงการพัฒนาแบบไม่หยุดนิ่งของเซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต"
สำหรับวันที่ 24 มีนาคม จะพบกับคอนเสิร์ตจากวง Brass Wave, Season Five และ Friday ส่วนในวันที่
25 มีนาคม พบกับคอนเสิร์ตจากวง Brass Wave, Aof Pongsak และ Calories Blah Blah โดยลูกค้าเมื่อซื้อสินค้าครบ 1,500 บาท จากร้านค้าภายในศูนย์การค้า และโฮมเวิร์ค รับทันทีบัตรที่นั่งชมคอนเสิร์ตแบบใกล้ชิด 1 ใบ (2 ที่นั่ง) ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 25 มีนาคม 55 เท่านั้น



ลุ้นขอใช้พื้นที่สวนป่าบางขนุนสร้างมัสยิดกลาง



เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2555 ที่บริเวณสวนป่าบางขนุน ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ ลงตรวจพื้นที่ฝังศพหรือกุโบร์ของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ซึ่งอยู่ในพื้นที่สวนป่าบางขุน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และพื้นที่ซึ่งคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ตขออนุญาตใช้สำหรับการก่อสร้างศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษาและมัสยิดกลางเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 84 พรรษา โดยมีนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ จ.ส.ต.โกมล ดุมลักษณ์ ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดภูเก็ตและกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย นายไชยผดุง พรหมสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต และผู้ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับพร้อมนำตรวจพื้นที่
จ.ส.ต.โกมล ดุมลักษณ์ ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดภูเก็ตและกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ว่า จากการที่ทางคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต ได้มีการประสานงานร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต ในการขอใช้พื้นที่สวนป่าบางขนุนจัดทำที่ฝังศพ(กุโบร์) ซึ่งปัจจุบันดำเนินการอยู่แล้วและการขออนุญาตใช้พื้นที่สำหรับก่อสร้างมัสยิดกลางจังหวัดภูเก็ต โดยได้รับการตอบรับจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและทางป่าไม้ จึงได้มีการลงมาสำรวจพื้นที่เพื่อนำข้อมูลไปเสนอขอรับความเห็นชอบจากทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกครั้ง
สำหรับการก่อสร้างมัสยิดกลางนั้นใช้ชื่อโครงการว่าศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษาและมัสยิดกลางเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 84 พรรษา เนื้อที่ประมาณ 19 ไร่เศษ เพื่อรองรับการปฏิบัติศาสนกิจและบริการพี่น้องชาวไทยมุสลิมทั้งในส่วนของจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะในช่วงที่จะต้องเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ แทนการใช้อาคารของท่าอากาศยานภูเก็ตซึ่งค่อนข้างคับแคบและแออัด ตลอดจนรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558 โดยขณะนี้ได้ออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรกในส่วนของอาคารมัสยิดกลางใช้งบประมาณ 150 ล้านบาท ส่วนระยะที่ 2 จะเป็นอาคารบริการซึ่งจะใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท รวม 250 ล้านบาท ซึ่งเมื่อได้รับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่แล้วก็สามารถที่จะดำเนินการก่อสร้างได้ภายในปีนี้ จ.ส.ต.โกมลกล่าว 

วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2555

ภูเก็ตสามัคคี ร่วมใจภักดี รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์



เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2555 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมการจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการดำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ จังหวัดภูเก็ต เพื่อพิจารณาและกำหนดแนวทางการดำเนินงานตามแผนดังกล่าว โดยมี น.ส.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต ว่าที่ ร.ต.วิกรม จากที่ จ่าจังหวัดภูเก็ต นายศุภชัย โพชนุกุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ เข้าร่วม
นายตรี กล่าวว่า ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแผนงานส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติในระดับพื้นที่ ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ซึ่งแผนงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการให้ประชาชนเกิดความตระหนัก เกิดแรงบันดาลใจ จิตสำนึกและร่วมกันในการธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ และเกิดความเข้าใจในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างถูกต้อง เพื่อสร้างสังคมแห่งความสงบสุข ปรองดองและสมัครสมานสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังนั้นเพื่อให้การขับเคลื่อนแผนฯ ดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จังหวัดจึงได้ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการดำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติในระดับพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต ภายใต้ชื่อ ภูเก็ตสามัคคี ร่วมใจภักดี รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์
“แนวทางในการดำเนินโครงการดังกล่าวนั้น เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจต่อสถานการณ์ความเป็นจริงในจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขบนพื้นฐานของความเข้าใจในสังคมที่มีความเห็นแตกต่าง และน้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิต จัดให้มีช่องทางการเข้าถึงและสื่อสารกับประชาชน โดยใช้ช่องทางจากสื่อสาธารระในการสนับสนุนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการเสริมสร้าง และดำเนินการแสดงความสามัคคี และความจงรักภักดีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของจังหวัดภูเก็ต เสริมสร้างความเท่าเทียมกันของประชาชนในจังหวัดภูเก็ตให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ จารีตประเพณี วิถีชีวิต แนวคิดทัศนคติ และความเป็นความคนไทย ร่วมกันเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยร่วมกันยกย่องพระกรณียกิจนานัปการ ซึ่งความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ ความเป็นไทย อันเป็นแบบอย่างที่ดีงาม ตลอดจนนำคุณธรรมมาเป็นทุนในการกระทำทางกาย วาจา ใจ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ถูกต้อง เหมาะสม ดีงาม ภายใต้วิสัยทัศน์ พอเพียง เพียงพอ ผาสุก ร่มเย็น ด้วยพระบารมี”
นายตรี กล่าวด้วยว่า สำหรับแผนงานดำเนินการ ประกอบด้วย การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนในหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ลบความรู้และความเข้าใจในสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้กับประชาชนในพื้นที่ ส่งเสริมการเรียนรู้และการรับทราบข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง และการกล่อมเกลาทางสังคม สร้างกิจกรรมเสริมสร้างความตระหนักและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ ส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสกัดกั้นการเผยแพร่ความคิดและทัศนคติที่ไม่เหมาะสมในพื้นที่ รวมทั้งการลดเงื่อนไขทางสังคม 

เจ๊หมวยยังคงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิกุศลธรรม



เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2555 ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ซอยพูลผล อ.เมือง ภูเก็ต นางนลินี อัครเดชา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีรับมอบตำแหน่งประธานคณะกรรมการและคณะกรรมการบริหารมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต โดยมีนางเบญจวรรณ ตัมพานุวัตร ประธานคณะกรรมการมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต พร้อมทั้งคณะกรรมการบริหาร สมาชิกเหล่ากาชาด และแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความยินดี
ทั้งนี้นางเบญจวรรณ ตัมพานุวัตร ประธานคณะกรรมการมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตได้กล่าวว่า ด้วยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ ที่ให้การช่วยเหลือทั้งภาครัฐและเอกชน จนเป็นที่ยอมรับของสังคม รวมทั้งได้รับการยกย่อง ชมเชยจากทางราชการ และภาคเอกชน จาการบริหารงานในสมัยที่ 18 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความร่วมมือในการบริหารจากคณะกรรมการ และมีการส่งมอบงานในสมัยที่ 19 ในวันนี้ ร่วมทั้งเป็นการแสดงความขอบคุณคณะกรรมการสมัยที่ 18 นอกจากนี้ยังเป็นการเผยแพร่กิจกรรมต่างๆของมูลนิธิในรอบปีที่ผ่านมา ที่ประสบความสำเร็จจนได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากหน่วยงานต่างๆ
นางเบญจวรรณ ยังกล่าวอีกว่า จากคำบัญชาขององค์เทพ ฮ้อเอี้ยฮุ้นฮุคโจ้ว เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2555 ได้คัดเลือกให้นางเบญจวรรณ ตัมพานุวัตร เป็นประธานคณะกรรมการมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ในสมัยที่ 19 ซึ่งจะเป็นการประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน ได้รับทราบการเข้ารับตำแหน่งอีกสมัย โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ จำนวน 25 ตำแหน่ง นอกจากนี้ยังมีที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และสตรีอุปถัมภ์ อีก 27 ตำแหน่ง
ด้านนางนิลินี อัครเดชา นายกเหล่ากาชาดได้กล่าวว่า ก่อนอื่นในฐานะนายกเหล่ากาชาด ซึ่งเป็นองค์กรที่คล้ายกัน คือให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งอุบัติเหตุ อุทกภัย วาตภัย ซึ่งจะเป็นหน่วยงานแรกที่เข้าให้การช่วยเหลือ ต้องขอบคุณเป็นอย่างมาก และขอแสดงความยินดีกับการเข้ามารับตำแหน่งต่ออีกสมัย และคงได้รับความร่วมมือต่อไป
จากนั้นนายแพทย์สมนึก ผลเจริญ ได้อัญเชิญตราตั้งมอบให้กับนางเบญจวรรณ ตัมพานุวัตร ประธานคณะกรรมการมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต และหน่วยงานต่างๆ ได้มอบกระเช้าดอกไม้ร่วมแสดงความยินดีกับนางเบญจวรรณ ตัมพานุวัตร ประธานคณะกรรมการมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต

วันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2555

ตรวจพบหาดในยางภูเก็ตถูกคลื่นกัดเซาะปีละ 2-5 เมตร



เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2555 ที่บริเวณอุทยานแห่งชาติสิรินาถหาดในยาง ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายวุฒิพงษ์ ฉายแสง ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ) พร้อมด้วย นพ.บุญ วนาสิน ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถหาดในยาง เพื่อติดตามปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งหาดในยาง โดยมีนายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต นายวิชาติ พันธุ์คง เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญการ อุทยานแห่งชาติ และหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูล
นายวุฒิพงศ์ กล่าวภายหลังการรับฟังสภาพปัญหาและตรวจสอบพื้นที่ ว่า จากการรายงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำให้ทราบว่า นับตั้งปี 2524 จนถึงปัจจุบัน รวมเวลาประมาณ 31 ปี ชายหาดในยางถูกกัดเซาะหายไปประมาณ 900 กว่าเมตร หรือประมาณปีละ 2-5 เมตร ขึ้นอยู่กับสภาพคลื่นลมว่าจะมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด และถือเป็นปัญหาที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วงสำหรับชายหาดแห่งนี้ เนื่องจากสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นชายหาด และเมื่อถูกคลื่นซัดเอาทรายลงไปในทะเลก็จะทำให้มีการกัดเซาะชายหาดเข้าหาพื้นดินเรื่อยๆ ซึ่งแนว ทางในการแก้ปัญหาคงต้องประสานกับผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศเพื่อขอรับคำแนะนำและมาปรับใช้เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เพราะหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปชายหาดก็จะถูกกัดเซาะหายไปหมด
“สาเหตุของการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณดังกล่าว เนื่องจากคลื่นลมที่มีความแรงกว่าปกติอันเป็นผลมาจากปัญหาโลกร้อน โดยมักจะเกิดในช่วงลมมรสุม ซึ่งในช่วงดังกล่าวคลื่นลมที่พัดเข้าหาฝั่งจะค่อนข้างแรงและดึงเอาทรายลงไปในทะเล แนวทางในการแก้ปัญหาก็จะต้องเชิญนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาหาสาเหตุและแนวทางการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ก่อนที่ปัญหาจะรุนแรงไปมากกว่านี้ เพราะที่ผ่านมาไม่ได้รับการเหลียวแลเท่าที่ควร จึงเป็นอีกปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการโดยเร็วมิเช่นนั้นชายหาดก็จะถูกกัดเซาะไปเรื่อยๆ” นายวุฒิพงศ์ กล่าว