จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2555

จัดระเบียบรถโดยสารในสนามบิน หลังได้รับการร้องเรียน



เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2555 ที่บริเวณท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายประเทือง ศรขำ ผู้อำนวยการท่าอากาศภูเก็ต พร้อมด้วยนายวันทา ภุมรารสสุคนธ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอถลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันออกรณรงค์เรียกตรวจและตักเตือนรถแท็กซี่ป้ายดำที่เข้ามารับส่งผู้โดยสารซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติภายในท่าอากาศยานภูเก็ต เนื่องจากการกระทำดังกล่าวมีความผิดตามมาตรา 21 ของพระราชบัญญัติจราจรทางบก นอกจากนี้ยังได้มีการติดแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์ให้มีการใช้รถยนต์ให้ถูกประเภท เพื่อให้รับทราบถึงมาตรการดำเนินการกับรถผิดประเภทภายในท่าอากาศยานภูเก็ต และการจัดระเบียบรถขนส่งภายในท่าอากาศยานฯ
นายประเทือง ศรขำ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า เนื่องจากที่ผ่านมาท่าอากาศยานภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยว เกี่ยวกับปัญหาการถูกหลอกลวงจากการใช้บริการรถผิดประเภท ซึ่งเข้ามารับผู้โดยสารภายในท่าอากาศยานภูเก็ต ประกอบกับได้มีข้อสั่งการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการจัดระเบียบการให้บริการรถโดยสารสาธารณะภายในท่าอากาศยานภูเก็ต รวมถึงการดำเนินการจับกุมรถให้บริการผิดประเภท เพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยว เนื่องจากสนามบินถือเป็นด่านแรกในการต้อนรับนักท่องเที่ยวก่อนที่จะเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งใน จ.ภูเก็ต พังงาและกระบี่
“การดำเนินการในครั้งนี้กระทรวงคมนาคมโดยท่าอากาศยานภูเก็ต ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของสำนักงานขนส่งฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครอง อ.ถลาง ในการร่วมจับกุมและจัดระเบียบการให้บริการรถโดยสารภายในท่าอากาศยานภูเก็ต ซึ่งในระยะแรกประมาณ 2 สัปดาห์จะเป็นการประชาสัมพันธ์ชี้แจงมาตรการและแนวทางต่างๆ ให้กับผู้ที่ให้บริการรถโดยสารได้รับทราบ เมื่อครบกำหนดแล้วก็จะมีการตั้งด่านและจับกุมทันที เชื่อว่าหากมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้การนำรถมาให้บริการผิดประเภทจะลดจำนวนลง จากปัจจุบันที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์เก๋ง และเชื่อว่าหลังจากนี้จะเข้าสู่ระบบมากขึ้น ”
นายประเทือง กล่าวด้วยว่า รูปแบบของการหลอกลวงนักท่องเที่ยวนั้นจะมีหลากหลาย ทั้งการหลอกว่าโรงแรมที่นักท่องเที่ยวจองไว้นั้นปิดปรับปรุงและให้ไปพักโรงแรมใหม่ การหลอกให้ซื้อโปรแกรมท่องเที่ยว การไม่รับผิดชอบต่อทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว การทำร้ายนักท่องเที่ยว หรือปัญหาเกี่ยวกับทรัพย์ ซึ่งล้วนแต่เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
ขณะที่นายวันทา ภุมรารสสุคนธ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จะมีการดำเนินการกับรถให้บริการผิดประเภท หรือรถแท็กซี่ป้ายดำทั้งจังหวัด รวมถึงรถโรงแรมต่างๆ ที่ยังไม่ดำเนินการให้ถูกต้องด้วย ทั้งนี้เพื่อให้รถทั้งหมดเข้าสู่ระบบ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการรถผิดประเภท และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่บริเวณท่าอากาศยานภูเก็ตนับเป็นจุดที่มีปัญหาค่อนข้างมาก ซึ่งก็จะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้รถเหล่านั้นเข้าระบบให้ถูกต้อง โดยโทษของการใช้รถผิดประเภทจะปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่ในระยะแรกก็จะมีการประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจก่อน
ทางด้าน พ.ต.ท.ฐาปกรณ์ หนูมาศ สารวัตรป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย กล่าวว่า เพื่อป้องกันการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการรถแท็กซี่ป้ายดำ ขณะนี้ก็ได้มีการติดตามหาข่าวความเคลื่อนไหวในเชิงลึก รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ ซึ่งการดำเนินการก็จะว่ากันจากเบาไปหาหนัก สุดท้ายก็คือการบังคับใช้กฎหมาย 

ปรามคนจะปล้นแผ่นดินหยุดการกระทำ




นายสิทธิชัย พรหมชาติ เจ้าพนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว กรณีเลขาธิการสำนักงานคณะกรรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กระทรวงยุติธรรม หรือสำนักงาน ป.ป.ท. และปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงมาตรวจสอบพื้นที่ป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขากมลา อ.กะทู้ และมีการระบุว่าอาจจะมีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบจำนวนหลายแปลง ว่า ในส่วนของสำนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต ได้รับการประสานมาจากสำนักงาน ป.ป.ท. ขอให้ส่งระวางแนวเขตที่ดินไปให้ตรวจสอบจำนวนหลายแปลง โดยเฉพาะที่ดินบริเวณในเขต ต.กมลา อ.กะทู้ นอกจากนี้ในส่วนของตนก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฯ ได้ไปตรวจสอบแปลงที่ดินซึ่งมีการระบุว่ามีปัญหาแล้ว ซึ่งคงต้องรอผลการตรวจสอบอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร

“เนื่องจากเพิ่งย้ายมารับตำแหน่งที่ จ.ภูเก็ต ได้ไม่นาน จึงยังไม่ทราบว่าเอกสารสิทธิ์ที่ดินใดบ้างที่มีปัญหา ขณะนี้อยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ดังนั้นคงต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าเป็นเช่นไร และพร้อมที่จะร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ท.ในการตรวจสอบที่ดินที่มีการใช้ ส.ค.1 มาประกอบในการขอออกเอกสารสิทธิ โดยเฉพาะหากมีการระบุพื้นที่ที่ชัดเจนก็จะทำให้สามารถตรวจสอบได้เร็วยิ่งขึ้น”
นายสิทธิชัย กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวมองว่าการที่สำนักงาน ป.ป.ท.ลงมาตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิดังกล่าวนั้น จะเป็นผลดีในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่เป็นเจ้าของเอกสารสิทธิ และยังจะเป็นการช่วยหยุดยั้งหรือปรามผู้ที่คิดจะนำหลักฐานที่ไม่ถูกต้องมาขอออกเอกสารสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของเอกสารบินหรือเอกสารบวม เพราะการทำเช่นนั้นเปรียบเหมือนกับการปล้นแผ่นดินหรือสมบัติของชาติ โดยควรจะมีมาตรการการสร้างค่านิยมให้พอใจกับจำนวนหรือสิทธิที่มีอยู่ไม่ต้องไปขยายเพิ่มเติม และคิดว่านอกจากการเพิกถอนสิทธิ ควรจะมีผลย้อนหลังกับผู้มีส่วนร่วมด้วย 
เพราะจริงๆ แล้ว ตัว ส.ค.1 นั้นไม่ได้ก่อปัญหาหากมีการครอบครองทำประโยชน์ก่อนที่จะมีการประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน แต่ต้องไม่ใช่การไปขยายหรือเคลื่อนย้ายตำแหน่งซึ่งเป็นการสร้างเอกสารเท็จ ทั้งนี้พบว่าที่เป็นปัญหาค่อนข้างมากในปัจจุบัน คือ พื้นที่ตำบลกมลา อ.กะทู้ และจากปัญหาที่เกิดขึ้นก็ได้มีการเพิ่มความเข้มในการตรวจสอบมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีการตรวจสอบอย่างละเอียดอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามนายสิทธิชัย ยังยอมรับด้วยว่า ขณะนี้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต มีการนำ ส.ค.1มาขอออกเป็นโฉนดจำนวนมาก โดยในระหว่างปี 2552 จนถึงปัจจุบัน 2555 มีจำนวนทั้งสิ้น 4,337 แปลง ในจำนวนดังกล่าวมีการยื่นขอที่สำนักงานที่ดิน จ.ภูเก็ต จำนวน 1,007 แปลง และออกโฉนดไปแล้ว 526 แปลง ส่วนที่เหลือเป็นการยื่นที่ สำนักงานที่ดินสาขากะทู้และสาขาถลาง 
 

วางพวงมาลาท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร



เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2555 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร อ. ถลาง จ. ภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาบวงสรวงท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ในงานวัฒนธรรมท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ประจำปี 2555 โดยมี นายมานพ ลีลาสุธานนท์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต มูลนิธิท้าวเทพกระษัตรีฯ หน่วยงานราชการทุกภาคส่วน ภาคเอกชนและประชาชนเข้าร่วม
นายมานพกล่าวว่า จังหวัดภูเก็ต เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม ประกอบกับเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์นับแต่อดีตกาลอันยาวนาน ซึ่งบรรพบุรุษได้รักษาไว้ด้วยเลือดเนื้ออย่างกล้าหาญ สมควรที่ลูกหลานของภูเก็ตจะได้ระลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่นี้ ดังนั้น เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมและเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ของสองวีรสตรีท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต จัดงานสดุดีท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร เพื่อเป็นการเทิดทูนวีรกรรมอันหาญกล้าของสองวีรสตรี ความสามัคคีของชาวถลางในการปกปักษ์รักษาเมืองถลางไว้ให้อนุชนรุ่นหลังตราบจน ทุกวันนี้


บวงสรวงปู่ย่า ตายาย บรรพชนผู้กล้าเมืองถลาง



เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2555 ที่วัดม่วงโกมารภัจจ์ บ้านเหรียง ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง ภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีบวงสรวงปู่ย่า ตายาย บรรพชนผู้กล้าเมืองถลาง เนื่องในงานสดุดีท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ประจำปี 2555 โดยมีนางนลินี อัครเดชา นายกเหล่ากาชาด จ.ภูเก็ต นางสาวสมหมาย ปรีชาศิลปะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่มูลนิธิท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน ลูก หลานบรรพชนผู้กล้าเมืองถลาง เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก
โดยกิจกรรมการทำบุญบวงสรวงปู่ย่า ตายาย ชาวจังหวัดภูเก็ตร่วมกันจัดขึ้นเพื่ออุทิศบุญกุศลแก่บรรพชนเมืองถลาง ที่ได้ต่อสู้กับกองทัพทหารพม่า ในศึกถลาง เมื่อปี พ.ศ.2328 โดยการต่อสู้ในครั้งนั้นมีท่านผู้หญิงจันและคุณมุก หรือ ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร เป็นผู้นำทัพ จนกระทั่งในวันที่ 13 มีนาคม 2328 เหล่าบรรพชนผู้กล้าเมืองถลางสามารถเอาชนะทัพทหารพม่าได้ในที่สุด ซึ่งบริเวณวัดม่วงโกมารภัจจ์ ที่ใช้จัดพิธีในครั้งนี้เคยเป็นสถานที่ฝึกไพร่พลทหารในการรบครั้งนั้น

ป้องกันไข้หวัดนก-ไข้หวัดใหญ่ ปี 55



เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2555 ที่ห้องประชุมมะฮอกกานี โรงพยาบาลกรุงวชิระภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ได้จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การเตรียมความพร้อมป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่ ปี 2555 จ.ภูเก็ต” ขึ้น เพื่อเร่งรัดหน่วยงานสาธารณสุขและบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมและดูแลผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความมั่นใจต่อระบบงานสาธารณสุขให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต โดยมีบุคลากรจากโรงพยาบาลภาครัฐ เอกชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมประมาณ 100 คน
นายแพทย์วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดนก ว่า แม้ประเทศไทยจะไม่พบโรคไข้หวัดนกในคนมากว่า 5 ปี และไม่พบเชื้อไข้หวัดนกในสัตว์ปีก มากว่า 3 ปี แต่เนื่องจากยังคงมีการเลี้ยงสัตว์ปีกในประเทศเป็นจำนวนมาก และยังมีการตรวจพบไข้หวัดนกระบาดในสัตว์ปีกในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นทุกประเทศจึงยังคงมีความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดในสัตว์ปีก และอาจส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อ เจ็บป่วย และเสียชีวิตได้ ด้วยเหตุที่เชื้อไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุ์กรรมอยู่เสมอ จึงมีโอกาสกลายพันธุ์จนติดต่อระหว่างคนได้ง่าย ซึ่งอาจทำให้เกิดการระบาดใหญ่ไปทั่ว มีผู้ป่วยและเสียชีวิตจำนวนมาก ส่งผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างมหาศาล
“ที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ต โดยหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคไข้หวัดนก และไข้หวัดใหญ่มาโดยตลอด เพราะหากดำเนินการเพียงหน่วยงานใดหน่วยงานเดียวคงไม่สามารถจัดการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จได้ ดังนั้นการระดมความมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนจะช่วยเพิ่มกำลังความเข้มแข็งได้อย่างแท้จริง และจะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายที่ร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งจะนำพาจังหวัดภูเก็ตฝ่าวิกฤติและคงระดับความสำเร็จในการดำเนินงานต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน แม้ว่าจะยังไม่มีรายงานสถานการณ์ดังกล่าว”
นายแพทย์วิวัฒน์ กล่าวด้วยว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตได้เห็นความสำคัญและความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องรักษาความเข้มแข็งของการเฝ้าระวังและป้องกันโรคทั้งในสัตว์ปีกและในคน และการเตรียมความพร้อมในการควบคุมโรคที่อาจเกิดขึ้น โดยเน้นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 6 ข้อ คือ 1. เร่งรัด อสม.ช่วยเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนก 2.ร่วมมือเฝ้าระวังและควบคุมโรคไข้หวัดนก 3.แจ้งเตือนประชาชนระวังภัยไข้หวัดนก 4.เพิ่มการตรวจจับการระบาดทางห้องปฏิบัติการ,5.รีบสอบสวนโรค โดยทีม SRRT และ 6.ดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่ได้มาตรฐาน หากทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจดำเนินตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่กำหนด ด้วยความใส่ใจในคุณภาพของงาน จังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยจะมีความพร้อมและปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกและไข้หวัดใหญ่




บูรณาการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล



เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2555 ที่ห้องรายา โรงแรมรอยัลภูเก็ต ซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต พลเรือโท ธราธร ขจิตสุวรรณ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต 3 (ศรชล.เขต 3) เป็นประธานการประชุมศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต 3 ครั้งที่ 1 ประจำปี 2555 โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 6 จ.ทะเลอันดามัน ประกอบด้วย ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรังและสตูล เข้าร่วม อาทิ ผู้แทนกองบังคับการตำรวจน้ำ ผู้แทนกรมศุลกากร ผู้แทนสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 ผู้แทนกรมประมง ผู้แทนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนตัว ผู้แทนเครือข่ายภาคประชาชน เป็นต้น
พลเรือโทธราธร กล่าวว่า การประชุมดังกล่าว เพื่อบูรณาการร่วมระหว่างหน่วยงานหลักใน ศรชล.เขต 3 ได้แก่ กองทัพเรือโดยทัพเรือภาคที่ 3 กองกำกับการตำรวจน้ำ กรมศุลกากร กรมประมง กรมเจ้าท่า และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต 3 เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ปัญหาการทำประมง ปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ตลอดจนนโยบายและแนวทางการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2555
“ในการดำเนินการนั้นจะมีการจัดตั้งเครือข่ายเพื่อประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในศรชล.เขต 3 กำหนดแนวทางฝึกปฏิบัติการร่วมโดยการสนธิกำลังทั้งหน่วยงานหลักในศรชล.เขต 3 หน่วยงานรัฐอื่นที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน องค์กรส่วนท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ จัดตั้งและกำหนดบทบาทผู้ประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานต่างๆ ใน ศรชล.3 ทั้งระดับผู้บริหารและผู้ปฎิบัติ ( POC: Point Of Contract) กำหนดแนวทางในการประชาสัมพันธ์การปฏิบัติงานของ ศรชล.เขต 3 ผ่านเครือข่ายต่างๆ ในพื้นที่เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนได้รับทราบบทบาทของศรชล.เขต 3 ขยายผลการดำเนินโครงการจัดระเบียบเรือในช่วงที่ผ่านมา โดยจะทำโครงการนำร่องการจัดระเบียบเรือประมงนอกน่านน้ำในพื้นที่ จ.ระนอง และจัดตั้งโครงข่ายการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในศรชล เขต 3”
พลเรือโทธราธร กล่าวด้วยว่า สำหรับแผนปฏิบัติงานประจำปี 2555 ในส่วนของ ศรชล.เขต 3 ที่จะไปเสริมการปฏิบัติงานในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในพื้นที่อันดามัน ประกอบด้วยการจัดประชุม ศรชล.เขต 3 จัดการฝึก ได้แก่ การฝึกปัญหาที่บังคับการ (Command Post Exercise : CPX) การฝึกปฏิบัติการร่วมในทะเล (Field Training Exercise : FTX) ในการปฏิบัติงานของ ศรชล.เขต 3 จะมุ่งเน้นในการรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเป็นหลัก
อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้มีการรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ ศรชล.เขต 3 ด้วยว่า ผลกระทบที่เกิดกับความมั่นคงทางทะเลนั้นมีอยู่ 2 ด้าน คือ ผลกระทบภายนอก ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมานั้น มีทั้งปัญหาเขตแดนทางทะเล โดยเฉพาะเขตแดนไทยกับพม่าซึ่งยังไม่สามารถตกลงกันได้ ปัญหายาเสพติด ปัญหาต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ในระยะนี้จะเป็นกลุ่มโรฮิงญ่า ปัญหาการทำประมง ปัญหาการลักลอบขนสินค้า ปัญหาการก่อการร้าย และปัญหาชาวต่างชาติที่เข้ามาแล้วไปหลบอยู่ตามเกาะแก่งต่างๆ กับปัญหาผลกระทบภายในประเทศ ได้แก่ ปัญหาแรงงานต่างด้าว ปัญหายาเสพติด ซึ่งจะมีหลากหลายรูปแบบและถือเป็นภัยที่สำคัญ โดยเฉพาะยาบ้า แต่หากเป็นแหล่งท่องเที่ยวจะเป็นยาไอซ์หรือกัญชา ปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาการลักลอบทำประมงในเขตหวงห้าม ซึ่งมีการประสานกับหน่วยงานต่างๆ และมีการจัดหมู่เรือในการลดตระเวน ปัญหามลพิษทางน้ำ ซึ่งเกิดจากการขนถ่ายของเสียลงทะเล โดยเฉพาะจากเรือสินค้า และปัญหาภัยพิบัติ/ธรรมชาติ ทั้งแผ่นดินไหว โคลนถล่มและสึนามิ

วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555

รวบ 2 ผัวเมียออกตระเวนลักทรัพย์ตามหมู่บ้าน



เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2555 ที่ห้องประชุมสภ.ฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต พ.ต.อ.ศิริศักดิ์ วาสะศิริ ผกก.สภ.ฉลอง และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ร่วมแถลงข่าวการจับกุม นายธวัชชัย ทิพย์โยธิน อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84/1 ถนนวิชิตสงคราม ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นางสาวเจนจิรา อาจหาญ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/2 ถนนพพัฒนา ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต เลขที่ จ.122-123/2555 ลงวันที่ 11 มี.ค.นี้ พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนสั้นแบบลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 8 นัด พร้อมซองเก็บลูกกระสุนสีดำ 1 ซอง พระเครื่องกว่า 50 องค์ เสื้อ-กางเกง-หมวก รองเท้า มีดสปาร์ต้า 1 เล่ม นาฬิกาประมาณ 20 เรือน ไขควง ถุงมือ 3 คู่ วิก ผมปลอม 2 อัน และสิ่งของอื่นๆ อีกจำนวนมาก ในข้อหาร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติการตามหน้าที่, ร่วมกันชิงทรัพย์ผู้อื่นในเวลากลางคืน โดยมีและใช้อาวุธปืน เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ พ.ต.อ.ศิริศักดิ์ ได้กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2555 ส.ต.ท.เอกชัย คำประโคน และส.ต.ท.เชาร์วัชร รอดขวัญ เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.ฉลอง ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ได้มาพบกับ 2 สามีภรรยาขับรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า ป้ายแดง จึงได้เรียกเพื่อตรวจค้น เมื่อจยย.จอด ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้เดินเข้าเพื่อทำการตรวจค้น ปรากฏว่าผู้หญิงที่นั่งซ้อนท้าย ก็ได้ชักอาวุธปืนที่เตรียมมา จ่อที่เอว ส.ต.ท.เอกชัย คำประโคน เพื่อไม่ให้ตรวจค้นและไม่ให้จับกุม ก่อนที่คนร้ายทั้ง 2 จะได้วิ่งหลบหนีไป ตามถนนปฎัก เมื่อถึงหน้าร้านพิชซ่า 2000 ต.กะรน ก็ได้โบกรถ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า หมายเลขทะเบียน สวข-371 กรุงเทพมหานคร ที่ขับมาจากวงเวียนห้าแยกฉลอง มุ่งหน้าสู่วงเวียนกะรน โดยมีนายนบพระ พิรภาดา อายุ 26 ปี เป็นผู้ขับ จากนั้นคนร้ายทั้ง 2 ก็ได้ใช้อาวุธปืนจี้ แล้วชิงรถจยย.คันดังกล่าวไป
เมื่อขับมาถึงบริเวณหน้าวัดสุวรรณ คีรีเขต (วัดกะรน) ต.กะรน รถจยย.เกิดหลักล้มลง ทำให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนจยย.ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถขับรถไปได้อีก คนร้ายก็ได้เรียกรถจยย.ที่กำลังจะขับผ่าน แล้วครันร้ายก็ได้ใช้อาวุธปืนจี้นางสาวสุวรรณี ทิพย์หนู อายุ 52 ปี ที่ขับรถจยย.ผ่านมา แล้วหลบหนีไปทางหาดป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ และในระหว่างนั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ขับมาไล่ทัน ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้เรียกให้คนร้ายหยุดรถ แต่คนร้ายก็ได้พยายามขับรถหนีต่อไป ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ใช้อาวุธปืนประจำตัวยิงเข้าที่ขาของคนร้าย 1 นัด จนได้รับบาดเจ็บ แต่คนร้ายก็ไม่ได้หยุดแต่อย่างไร กลับขับรถหลบหนีเข้าไปยังพื้นที่ป่าตอง ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้วิทยุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ป่าตองช่วยกันสกัดคนร้าย แต่ก็ไม่พบตัวคนร้าย นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังได้ประสานไปยังรพ.ป่าตอง และรพ.อื่น เพื่อให้ช่วยตรวจสอบผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวแต่ก็ไม่พบ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนก็ได้ติดออกทำการสืบสวน จนกระทั่งทราบว่า คนร้ายทั้ง 2 ได้เช่าอพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่งในพื้นที่ป่าตอง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ไปขอหมายศาลและสามารถเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว
จากการสอบสวนนายธวัชชัย ทิพย์โยธิน อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาทราบว่า ทั้ง 2 ได้อยู่กินมานานจนกระทั่งมีลูกด้วยกัน 3 คน ก่อนก่อเหตุก็ได้ขับรถจยย.ตระเวรตามหมู่บ้านต่างๆ ทั่วเกาะภูเก็ตเมื่อเห็นว่าบ้านหลังไหนไม่มีเจ้าของบ้านก็จะงัดเข้าไปขโมยทรัพย์สินในบ้าน หรือบ้านบางหลังที่เปิดประตูหน้าบ้านไว้ แต่ไม่มีคนอยู่ในบ้าน ซึ่งได้ก่อเหตุในพื้นที่ความรับผิดชอบของ สภ.ฉลองกว่า 10 ครั้ง และก่อเหตุในพื้นที่ สภ.กะทู้ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ สภ.ถลาง สภ.เชิงทะเล และสภ.ท่าฉัตรไชย อ.ถลาง รวมกว่า 20 ครั้ง
และครั้งสุดท้ายก่อนที่จะถูกจับกุม ได้ออกไปตระเวนในพื้นที่ฉลอง แต่มาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจึงได้หลบหนี ก็ได้ถูกเจ้าหน้าที่ยิงเข้าที่ขา แต่ก็ไม่ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล เพราะกลัวเจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุม แต่ก็ไม่วายโดนเจ้าหน้าที่ออกหมายจับเข้าจับกุมภายในที่พัก ส่วนทรัพย์สินที่ได้มา ก็จะนำไปขายเพื่อแล้วเอาเงินไปซื้อยาเสพติดชนิดเฮโรฮีน มาเสพ ส่วนภรรยาก็จะซื้อยาไอซ์ มาเสพ จนติดมอมแมม ซึ่งทำแบบนี้มาอย่างต่อเนื่องหลายครั้งจนเจ้าหน้าที่สามารถเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว



Big cleaning day รับครม.สัญจร



เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2555 ที่บริเวณสามแยกทางเข้ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต อ.กะทู้ ภูเก็ต นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดกิจกรรม Big cleaning day โดยมีนายอรรถพงษ์ จันทรัตนวงศ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองกะทู้ ฝ่ายการศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต เทศบาลเมืองกะทู้ เทศบาลเมืองป่าตอง องค์การบริหารส่วนตำบลกมลา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคป่าตอง ประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนเข้าร่วม
สำหรับการจัด Big cleaning day ในครั้งนี้ ซึ่งทางอำเภอกะทู้ได้กำหนดจัดขึ้น เพื่อต้องการรณรงค์รักษาความสะอาด จัดระเบียบภูมิทัศน์ให้เกิดความเรียบร้อย ในชุมชนใกล้เคียงกับสถานที่จัดการประชุม ครม.สัญจร ซึ่งจะใช้ สถานที่ภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต เป็นที่ประชุมหลักในวันที่ 19 – 20มีนาคม 2555 อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมช่วยกัน เป็นหูเป็นตา รักษาความสะอาด สร้างวินัยและประชาสัมพันธ์ ความพร้อมในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับการประชุม ครม.สัญจรในครั้งนี้ด้วย





งานแสดงเรือนานาชาติภูเก็ต “PIMEX 2012”



นายแอนดี้ ดาวเดน ผู้อำนวยการ งานแสดงเรือนานาชาติภูเก็ต ครั้งที่ 9 ประจำปี 2555 หรือ Phuket International Boat Show 2012 (PIMEX2012) เปิดเผยว่า สำหรับงาน PIMEX 2012 จัดโดยอินฟอร์มา ยอชท์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นธุรกิจหนึ่งของบริษัท อินฟอร์มา (มหาชน) จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการจัดมารีนอีเว้นท์และการล่องเรือ โดยกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 29 มีนาคม -1 เมษายน 2555 นี้ ที่รอยัล ภูเก็ต มารีน่า ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของจังหวัดภูเก็ตในการรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา ตลอดจนเพื่อกระตุ้นตลาดเรือสำราญกีฬาหรือเรือยอช์ทต่างๆ ซึ่งนำมาจัดแสดงทั้งในน้ำและบนบก สินค้าใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้านเรือและไลฟ์สไตล์เรือ รวมถึงโครงการที่พักฮอลิเดย์โฮมใน จ.ภูเก็ตด้วย
“ในปีนี้ผู้ที่เข้ามาชมงานและผู้ที่ต้องการซื้อเรือจะได้สัมผัสกับเรือแบรนด์ชั้นนำและมีคุณภาพสูงที่เคยจัดแสดงในงานแสดงเรือระดับโลกอย่าง โมนาโค (Monaco), คานส์ (Cannes) และฟอร์ท ลอเดอร์เดล (Fort Lauderdale) โดยมีตั้งแต่เรือขนาด 20 ฟุต ถึงเรือหรูขนาด 92 ฟุต ทั้งเรือยอช์ท เรือใบหลากหลายขนาดและราคานอกจากนี้ยังมีสินค้าและบริการทุกอย่างที่เกี่ยวกับการแล่นเรือ รวมทั้งผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์เรือมากมาย”
นายแอนดี้ ดาวเดน กล่าวด้วยว่า ไฮไลท์งานของงานในปีนี้ค่อนข้างหลากหลาย โดยเฉพาะการเข้ามาจัดแสดงเรือของบริษัทที่มีชื่อเสียงจากหลายประเทศ อาทิ จีน ออสเตรเลีย อิตาลี ฝรั่งเศส เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นบริษัท เฟอร์เรททิ กรุ๊ปและบริษัท ลี มารีน นำเรือเพอร์ชิง 92 (Pershing 92) ซึ่งเป็นเรือหรูขนาดใหญ่, บริษัท เดอรานี ยอชท์ นำเรือ แฟร์ไลน์ สแควร์ดอน 78 คัสตอม (Fairline Squadron 78 Custom) มาโชว์เป็นครั้งแรกในเอเชีย, ซันซีกเกอร์ จัดแสดงเรือยอช์ท สุดหรูสามรุ่นใหม่ล่าสุด แมนฮัตตัน 73, 63 และ 53 (Manhattan 73, 63 and 53), ปริ้นเซส ยังได้นำเรือไฮไลท์อย่าง เอเชีย พรีเมียร์ วี 52 (Asia Premieres V52), พี60 (P60) หรือเรือยอช์ทสุดหรูอย่าง 72 เอ็มวาย (72MY) ส่วนเรือขนาดกลางจะมีทั้งเฌอโน 57(Jeanneau 57), เพรสติช 440เอส (Prestige 440S) ทาร์ทัน 4000 (Tartan 4000) ซึ่งเพิ่งได้รับรางวัลสุดยอดเรือแห่งปีระดับโลก มาร่วมโชว์ครั้งแรกในเอเชีย นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวทางเลือกการเป็นเจ้าของเรือแบบ Fractional Boat Ownership หรือกรรมสิทธิ์ร่วมโดย แอ๊บโซลูท เวิลด์ กรุ๊ป ด้วย
อย่างไรก็ตามนายแอนดี้ ดาวเดน ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ในปีที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมงานจากกว่า 15 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะเป็นประเทศนอกทวีปเอเชีย อาทิ รัสเซียเป็นตลาดใหญ่และคาดว่าจะเป็นตลาดที่เติบโตมากที่สุดในปีนี้ด้วย นอกจากการวางกลยุทธ์และเน้นกลุ่มเป้าหมายชาวรัสเซียแล้ว ยังพุ่งเป้าการเพิ่มผู้เข้าชมงานจากสิงคโปร์ ฮ่องกง ตลอดจนชาวต่างชาติที่อาศัยและทำงานอยู่ในภูมิภาคนี้







ภูเก็ตพร้อมรับประชุม ครม.สัญจร



เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2555 ที่อาคารสำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าความพร้อมด้านต่างๆ ของคณะกรรมการ 4 ชุด ที่ทางจังหวัดได้แต่งตั้งเพื่อการเตรียมความพร้อมรองรับ การประชุมคณะรัฐมนตรี นอกสถานที่ ที่จังหวัดภูเก็ต วันที่ 19 – 20 มีนาคมนี้ โดยมีนางสาวสมหมาย ปรีชาศิลป์ นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีรองศาสตราจารย์ ภูวดล บุตรรัตน์ รักษาราชการแทนรองอธิการบดีวิทยาเขตภูเก็ต ได้กล่าวถึงการจัดเตรียมสถานที่ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
ทั้งนี้นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้เน้นย้ำให้แต่ละหน่วยงานที่อยู่ภายใต้คณะกรรมการทั้ง 4 ชุด ดำเนินการตามแผนเพื่อให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนโครงการแผนงานต่าง ๆ ที่จังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดได้เตรียมนำเสนอ จะมีความชัดเจนภายหลังคณะกรรมการที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ สังคม หรือสภาพัฒน์ กลั่นกรองเรียบร้อยแล้ว
ขณะที่คณะกรรมการชุดอำนวยความสะกวด ที่มีนายสมเกียรติ สังข์ขาว สุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน ได้เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางมาล่วงหน้าของรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ รวมไปถึงคณะที่ตามมาภายหลัง มีการตั้งศูนย์ประสานงานอำนวยความสะดวกที่ท่าอากาศยานภูเก็ต นอกจากนี้ได้รายงานความคืบหน้า การเตรียมการจัดงานโอทอป 4 ภาค ที่สะพานหิน ซึ่งในเย็นวันที่ 19 มีนาคมนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานเปิดงาน การประสานกับแต่ละกระทรวงเพื่อจัดทำเสื้อบาติก 150 ตัว มอบแด่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี การจัดทำของที่ระลึกมอบแก่คณะรัฐมนตรีรวมถึงผู้ติดตามโดยเป็นหลวงพ่อแช่ม วัดฉลองที่จัดสร้างในโอกาส จัดหาเงินสมทบทุนเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาเยาวชนภูเก็ตเกมส์ การเตรียมความพร้อมจัดงานเลี้ยงคณะรัฐมนตรีในค่ำวันที่ 19 มีนาคมที่โรงแรม ฮิลตัน ภูเก็ต อาคาเดีย รีสอร์ท แอนนด์สปา รวมไปถึงเตรียมความพร้อมด้านการแสดงด้วย
ภายหลังการประชุม นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ตรวจสถานที่จัดประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ตึกอธิการบดี ฯ โดยที่ชั้น 5 ซึ่งเป็นโถงใหญ่ มีการตกแต่งสำหรับเป็นห้องประชุม ห้องรับรองนายกรัฐมนตรี และห้องรับประทานอาหาร ส่วนชั้นที่ 4 เป็นห้องสำหรับรองรับบุคคลสำคัญที่จะเข้าร่วมชี้แจง ชั้นที่ 3 จัดไว้สำหรับสื่อมวลชน และการรักษาความปลอดภัย พร้อมทั้งเน้นย้ำการเตรียมระบบสื่อสาร และระบบไฟฟ้าสำรองไว้ให้พร้อม