จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น

โรงพยาบาลสิริโรจน์ (Phuket International Hospital) ได้รับความไว้วางใจจากบริษัท สยามการ์ดเดียน เซอร์วิสเซส จำกัด ให้ส่งทีมพยาบาลวิชาชีพจัดอบรมให้ความรู้ในหัวข้อการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น (CPR) ให้แก่บุคลากร เพื่อเพิ่มทักษะ รวมถึงสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

ต้อนรับตัวแทนประกัน

นายอนุรักษ์ ธารสิริโรจน์ กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลสิริโรจน์ (Phuket International Hospital) ให้การต้อนรับตัวแทนประกันชีวิต จากบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงพยาบาล และร่วมพูดคุยแนวทางในการให้บริการร่วมกัน

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เคล็ดลับภาษาอังกฤษ



ทีมพยาบาลและเจ้าหน้าที่การตลาด โรงพยาบาลสิริโรจน์ (Phuket International Hospital) ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ คุณแอนดรูว์ บิ๊กส์ ในโอกาสร่วมเปิดบูธให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้นให้กับน้อง ๆ และผู้ปกครองที่เข้าร่วมกิจกรรมทอล์คโชว์ในหัวข้อ “เคล็ดลับสอนลูกให้พูดภาษาอังกฤษได้ สไตล์แอนดรูว์บิ๊กส์” ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัทไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ณ ห้องบอลรูม โรงแรมเพิร์ล ภูเก็ต

ร่วมปลูกป่าชายเลน

โรงพยาบาลสิริโรจน์ (Phuket International Hospital) เล็งเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและป่าชายเลน จึงส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าร่วม “โครงการปลูกป่าชายเลน รักษ์ภูเก็ต รักษ์โลก Save Phuket … Save Our Planet” ซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล ณ บ้านชุมเพาะ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง ภูเก็ต

วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

หนุ่มซิ่ง จยย.เสยท้ายรถพ่วงสมองกระจายดับ


เมื่อเวลา 22.05 น.ของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 53 ร.ต.อ.ธาดา โสดารักษ์ ร้อยเวร สภ.เมืองภูเก็ตได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อจอดข้างทางหน้าบริษัทนำแสงค้าข้าว ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ต.รัษฎา อ.เมืองมีผู้เสียชีวิตคา จึงพร้อมด้วยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนขาออกนอกเมือง พบส่วนพ่วงของรถบรรทุก ทะเบียน 70-5081 เพชรบุรีถอดทิ้งไว้ข้างทาง โดยบนกระบะมีข้าวสารเต็มคัน บริเวณท้ายรถพบรถ จยย.ฮอนด้าเวฟสีน้ำเงิน ทะเบียน กพบ 983 นครพนมสภาพพังยับ ใกล้ๆกันพบร่างนายอุเทน เทพล อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 15 ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนมนอนจมกองเลือด สภาพศพกะโหลกแตก มันสมองกระจายเกลื่อนพื้น จึงมอบศพให้มูลนิธิฯนำส่ง รพ.วชิระภูเก็ตให้แพทย์ชันสูตร จากการถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่านายอุเทนได้ขี่รถ จยย.คันดังกล่าวมาตามถนนด้วยความเร็ว เมื่อขี่มาถึงที่เกิดเหตุนายอุเทนไม่เห็นส่วนพ่วงของรถบบรรทุก 18 ล้อที่จอดอยู่ข้างทาง ทำให้พุ่งชนเข้ากับท้ายรถพ่วงเข้าอย่างจังเสียชีวิต โดยร้อยเวรจะได้เรียกตัวคนขับรถบรรทุกที่นำส่วนพ่วงมาจอดไว้ข้างทางมาสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

เสื้อผ้าลดโลกร้อนครั้งที่ 3

เมื่อวันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยทางโรงพยาบาลฯ ได้เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมเสื้อผ้าและสิ่งของบริจาคจากคณะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ตลอดจนชาวภูเก็ตและผู้ที่เข้ามาใช้บริการในโรงพยาบาลฯ ตั้งแต่ปลายปี 2552 และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆ ทำให้ได้รับเสื้อผ้าและสิ่งของบริจาคจำนวนมาก
ปารียา จุลพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจสาธารณะโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต นำทีมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครเดินทางไปมอบเสื้อผ้าและสิ่งของบริจาคให้แก่ พระครูสุวัตถิธรรมรัต เจ้าอาวาสวัดสามัคคีธรรม(ป่าส้าน) อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งให้ความช่วยเหลือชาวไทยและชาวมอแกน 74 ครอบครัว ที่อพยพจากเกาะพระทองหลังประสบภัยพิบัติสึนามิเมื่อปี 2547 โดยพระครูสุวัตถิธรรมรัตได้แบ่งชาวบ้านเป็น 2 หมู่บ้าน คือ หมู่บ้านเทพรัตน์ และหมู่บ้านเทพประทาน พร้อมกับเลือกผู้นำหมู่บ้านให้คอยดูแลจัดการและให้ความช่วยเหลือชาวบ้านทั้งหมดอย่างเป็นระบบ ทำให้เสื้อผ้าและสิ่งของบริจาคจำนวนมากที่ทางโรงพยาบาลฯ ได้เป็นตัวแทนรวบรวมน้ำใจจากชาวภูเก็ตส่งไปถึงทางวัดนั้น ได้รับการบริหารจัดการเป็นอย่างดี
โดยพระครูสุวัตถิธรรมรัตได้มอบหมายให้ผู้นำหมู่บ้านเป็นผู้คัดเลือกเสื้อผ้าและสิ่งของต่างๆ แจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านที่ขาดแคลนได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึง ซึ่งมีชาวไทยและชาวมอแกนเดินทางมารอรับเสื้อผ้าและสิ่งของบริจาคจำนวนมาก สำหรับหนังสือนิทาน หนังสือความรู้ทั่วไป แบบเรียน และของเล่น ที่ได้รับบริจาคมาในครั้งนี้ จะนำไปไว้ในห้องสมุดของทางวัด ซึ่งเตรียมจัดกิจกรรมทอดผ้าป่าเพื่อขอรับบริจาคเพิ่มเติมปลายเดือนมีนาคมนี้
โดยหวังให้ห้องสมุดดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และเป็นศูนย์รวมจิตใจของเยาวชนจากทั้ง 2 หมู่บ้าน รวมถึงเยาวชนจากพื้นที่ใกล้เคียงได้ใช้เวลาว่างในวันหยุดให้เป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจ และสังคมต่อไป อนึ่ง โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตได้จัดโครงการเสื้อผ้าลดโลกร้อน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ที่ขาดแคลนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะปลูกฝังให้คนในสังคมเห็นคุณค่าของสิ่งของเหลือใช้ที่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกและจะเป็นประโยชน์อย่างมากกับผู้ที่กำลังขาดแคลน

ไฟไหม้เรือประมง ป.พิชัย เสียหาย 2 ล้าน

เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 ร.ต.อ.กิติภูมิ ถิ่นถลาง ร้อยเวรสภ.เมือง ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากพนักงานของแพป.พิชัย ว่า ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือที่จอดเทียบท่าอยู่ ขอให้ประสานเจ้าหน้าทีดับเพลิงด้วย หลังรับแจ้งก็ได้ประสานไปยังหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลรัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต และหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครภูเก็ต จากนั้นก็ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สายตรวจตำบลรัษฎา เจ้าหน้าทีดับเพลิง พร้อมกับรถดับเพลิงจำนวน 6 คัน นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำก็ได้นำเรือ รน.63 คอยอำนวยความสะดวก ที่เกิดเหตุเป็นสะพานปลาของเอกชน ชื่อ แพป.พิชัย ตั้งอยู่ภายในซอยแพชัยทวีกิจ ม.7 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงก็พบว่า เพลิงกำลังลุกไหม้ในห้องเครื่องของเรือพิชัยถาวร 6 ยาวประมาณ 15 เมตร กว้าง 4 เมตร เป็นเรืออวนลาก โดยที่ลูกเรือต่างช่วยกันเอาน้ำจากท่าเทียบเรือฉีดไปยังเรือที่มีไฟกำลังลุกไหม้ นอกจากนี้ทางลูกเรือยังได้นำเรือลำดังกล่าวออกไปจากท่า เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามไปยังเรือลำอื่นที่จอดเทียบท่าอยู่ แต่ทางเจ้าหน้าทีก็ได้ฉีดน้ำไปยังเรือดังกล่าว แต่เพลิงได้ลุกไหม้เรือลำดังกล่าวจนเสียหายเกือบหมดทั้งลำ โชคดีที่ในเรือลำดังกล่าวไม่มีผู้อาศัยอยู่ และได้มีการขนย้ายถังแก๊สออกมาจากในเรือหมดแล้ว โดยในเบื้องต้นได้ประเมินค่าเสียหายไว้ที่ประมาณ 2 ล้านบาท
ทั้งนี้จากการสอบถามนายอังกูร บูรพาคุณากร ผู้จัดการฝ่ายซ่อมเรือ บริษัท ป.พิชัยนาวา จำกัด ก็ทราบว่า เรือลำดังกล่าวเป็นของบริษัท ป.พิชัยนาวา จำกัด ปกติจะนำออกไปทำประมงบริเวณรอบเกาะภูเก็ต ก่อนเกิดเหตุเครื่องยนต์ขัดข้องจึงจอดลอยลำเพื่อซ่อมแซมมาได้ประมาณ 7 วัน เหตุที่เกิดนั้นได้รับแจ้งจากลูกน้องที่ทำงานอยู่ในเรือว่าระหว่างที่ช่างทำการเชื่อมท่อไอเสียปรากฏว่าได้มีสะเก็ดไฟหล่นลงไปในห้องเครื่องซึ่งมีเชื้อที่ก่อให้เกิดเพลิงไหม้ เบื้องต้นก็ได้พยายามช่วยกันดับเพลิงแต่ไม่สามารถที่จะสกัดเพลิงได้ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาทำการช่วยเหลือ สำหรับช่างที่ซ่อมเรือนั้นได้มีการอพยพขึ้นมาแล้วทั้งหมด รวมถึงถังแก๊สต่างๆ ด้วย แต่ยังคงมีถังบรรจุน้ำมันอยู่ภายในเรือจำนวนประมาณ 700-800 ลิตร ส่วนของความเสียหายนั้นยังไม่สามารถที่จะประเมินได้ นายอังกูรกล่าว

อย่างไรก็ตามทาง ร.ต.อ.กิติภูมิ ถิ่นถลาง ร้อยเวร สภ.เมืองภูเก็ต ซึ่งได้เดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุด้วย และได้มีการจัดทำบันทึกรายละเอียดหลักฐานต่างๆ ยืนยันว่าเหตุการณ์ครั้งเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งจะได้ตรวจสอบพร้อมทั้งได้นำตัวช่างที่เป็นบุคคลที่อยู่ในที่เกิดเหตุในขณะเกิดเหตุไปสอบถามเพิ่มรายละเอียดที่ชัดเจนอีกครั้ง

รวบพ่อค้ายาไอซ์รายใหญ่

เมื่อเวลา 11.00 น.ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 53 พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมือง ภูเก็ต ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายประเสริฐ แก้วสุวรรณ อายุ 30 ปี ที่อยู่ 13/1 หมู่ 7 ต.หนองโพ อ.โพธาราม ราชบุรี น.ส.กิ่งกาญจน์ สังฆา อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/1 หมู่ 6 ต.หนองโพ อ.โพธาราม ราชบุรี นายสิทธิ์พงษ์ ประดับ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 3 ต.ทรัพย์ทวี อ.บ้านนาเดิม สุราษฎร์ธานี นายสุรินทร์ สุวรรณโณ ที่อยู่ 28/8 หมู่ 12 ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ นครศรีธรรมราช พร้อมของกลาง ยาไอซ์ชนิดเกร็ดใส บรรจุในถุงพลาสติกใส น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 20.69 กรัม ธนบัตรรัฐบาลไทย จำนวน 15,000 บาท พร้อมทั้งตรวจยึดรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสัน รุ่นซิฟิโร สีเทา หมายเลขทะเบียน ฎช 1714 กทม. โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย นำตัวพร้อมของกลาง ส่ง พงส.สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป จับกุมได้ที่หน้าโรงแรม ทวิน อินท์ ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต

ทั้งนี้พ.ต.อ.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต ได้กล่าวว่า สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่โดยการจับกุมครั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้เสพยาไอซ์ ประกอบด้วย นายรังสันต์ บุญเกลี้ยง อายุ 32 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์จำนวน 0.65 กรัม 1 ถุง และนายอาทิตย์ พิมพ์สมุทร อายุ 30 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 0.75 กรัม 1 ถุง จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้นำตัวมาสอบสวน จนกระทั่งทราบว่า ยาไอซ์ ได้ซื้อจากนายเล็ก จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 ล่อซื้อจากนายเล็ก ในราคาถุงละ 3,000 บาทจำนวน 5 ถุง โดยมีการนัดส่งของที่หน้าโรงแรมดังกล่าว เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายเล็กก็ได้นำของที่ขอซื้อมาให้กับสาย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมก็ได้เข้าไปทำการจับกุมตัวนายเล็ก จากการตรวจสอบทราบชื่อคือนายประเสริฐ แก้วสุวรรณ เจ้าหน้าที่ก็ได้นำตัวนายประเสริฐ เข้าไปตรวจสอบที่ห้องพักหมายเลย 402 ซึ่งนายประเสริฐได้เปิดเอาไว้ เจ้าหน้าที่พบน.ส.กิ่งกาญจน์ สังฆา อยู่ภายในห้อง เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นพบยาไอซ์ ที่บรรจุอยู่ในซองซุกซ่อนอยู่ภายในห้อง และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้นอยู่ในห้อง นายสิทธิ์พงษ์ ประดับ และนายสุรินทร์ สุวรรณโณ ก็ได้เดินทางเข้าเคาะประตูห้อง ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้เปิดประตู พร้อมทั้งควบคุมตัวเอาไว้ พร้อมทั้งนำตัวมาสอบสวน ทราบว่าได้กลับมาจากไปส่งของให้กับลูกค้ากลับมา จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ตรวจยึดของกลาง พร้อมทั้งนำตัวไปส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย นำตัวพร้อมของกลาง ส่ง พงส.สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ประชุมชมรมผู้ปกครองปลูกปัญญาฯ


เมื่อเวลา 13.30 น.ของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 ที่โรงแรมเมโทรโพล ภูเก็ต นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2553 ของชมรมผู้ปกครองโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ฯ โดยมีนายธีรพนธ์ ลิ่มชูเชื้อ ประธานชมรมฯ เป็นประธานการประชุม

ทั้งนี้นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีเทศบาลนครภูเก็ต ได้กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารชมรมผู้ปกครองฯ ได้ดำเนินการในหลากหลายวิธีที่จะให้ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการปรับปรุง และพัฒนาโรงเรียน ตลอดจนการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนในทุกๆ ด้าน ด้วยความตั้งใจที่มุ่งมั่น จึงมีผลงานปรากฏเป็นรูปธรรมมากมาย การประสานความร่วมมือที่ดีเยี่ยมระหว่างโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ฯ ได้รับรางวัลมากมาย อันเป็นผลของการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา และร่วมภาคภูมิใจ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่จะส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของเทศบาลนครภูเก็ต ในความเป็นจริงโรงเรียนก็คือส่วนหนึ่งของชุมชน เพราะฉะนั้นหนึ่งในหลักการบริหารโรงเรียนก็คือ การบริหารความสัมพันธ์กับชุมชนโดยการระดมสรรพกำลังในชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วม

ด้านนายพีรศักดิ์ ลิ่มชูเชื้อ ประธานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ฯ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีเต็ม ที่โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ได้มีการรวมกลุ่มของผู้ปกครองนักเรียน จัดตั้งเป็นชมรมผู้ปกครองขึ้นมา และได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชมรมขึ้นมาคณะหนึ่ง เพื่อเป็นสื่อกลางระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง เป็นศูนย์รวมความผูกพัน ความสามัคคี การช่วยเหลือเกื้อกูลในมวลสมาชิกด้วยกัน ทางโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาเจริญรุ่งเรือง มีชื่อเสียง ได้รับรางวัลดีเด่นระดับประเทศมากมาย จนมีผู้บริหารสถาบันการศึกษาต่างๆ มาทัศนศึกษาดูงานจำนวนมาก

ซึ่งในการจัดการประชุมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้ปกครองเป็นจำนวนมาก สร้างความสำเร็จและชื่อเสียงเป็นอย่างดี ย่อมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ โรงเรียนประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงได้นั้น นอกเหนือจากผู้บริหาร บุคลากรของโรงเรียน เทศบาล จังหวัด และกรมการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเป็นต้นสังกัดต้องรับผิดชอบดำเนินการแล้ว พลังแห่งการมีส่วนร่วมหรือเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน เป็นพลังอันสำคัญยิ่ง

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ความสำคัญแห่งสังคมการเรียนรู้

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้องประชุมกิจ หลีกภัย ชั้น 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ศูนย์ให้การศึกษาจังหวัดตรัง ตำบลนาบินหลา อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง นักศึกษาโปรแกรมวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ได้จัดให้มีการ สัมมนา เรื่อง “การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาตนและงาน” โดยมีนายชะเอม ดำจุติ กำนันตำบลนาบินหลาและประธานกำนันจังหวัดตรัง เป็นประธาน โดยมีนายธนวัฒน์ ตรีรัตนวิกรานต์ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการและนักศึกษา เข้าร่วม
ทั้งนี้นายอดุลย์ ผ่องแผ้ว ประธานโครงการฯ ได้กล่าวว่า “นักศึกษาโปรแกรมวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ศูนย์ให้การศึกษาจังหวัดตรัง ได้ดำเนินโครงการ“การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาตนและงาน" เพื่อให้บุคลากรทราบถึงศักยภาพของตนเองและเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งทราบแนวทางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงาน ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายในหน่วยงานอย่างมีความสุข เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคลากรและหน่วยงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรขององค์กรให้มีความพร้อมในการแข่งขันในตลาดแรงงาน ซึ่งความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ทั้งในเรื่องความรู้ความสามารถ ทักษะในการปฏิบัติงาน การสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ล้วนส่งผลต่อการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพทั้งสิ้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสร้างความรู้แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา ซึ่งอยู่ในวัยทำงานจะได้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานและการดำเนินชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”