จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2553

“จุฬาราชมนตรี” เปิดงาน “ภูเก็ตอันดามันฮาลาล”

เมื่อคืนวันที่ 18 มิถุนายน 2553 ที่เวทีกลางสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายอาศีส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี เป็นประธานเปิดงาน "ภูเก็ตอันดามันฮาลาล" ประจำปี 2553 ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 18-20 มิถุนายนนี้ โดยมีนางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย สว.ภูเก็ต นางเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ ส.ส.ภูเก็ต นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายบำรุง สำเภารัตน์ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต นางไทศิกา ไพรสงบ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ตนายปมุข อัจฉริยะฉาย กุงศุลกิตติมศักดิ์ฟิลแลนด์ ประจำจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต ฝ่ายบริหาร สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต ข้าราชการ พนักงาน อบจ.ภูเก็ต ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก


นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ด้วย อบจ.ภูเก็ต ได้พิจารณาเห็นว่าการดำรงชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมของชาวไทยมุสลิมใน จ.ภูเก็ต ถือได้ว่าเป็นจุดหนึ่งที่สามารถจะดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศในแถบตะวันออกกลาง ได้เข้ามาเยือนและศึกษาวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวมุสลิม ซึ่งจะเป็นจุดขายที่สามารถทำรายได้ให้กับจังหวัดภูเก็ต ดังนั้นจึงได้ร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้องจัดงานดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ต โดยนำวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวมุสลิมเป็นสื่อในการนำเสนอ และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น อีกทั้งชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมได้ร่วมกันสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น อันเป็นการแสดงถึงความสมัครสมานสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนไทย ซึ่งสามารถดำรงชีวิตและอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด

สำหรับการจัดงานครั้งนี้มี 2 ส่วน คือ การประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล อุตสาหกรรมและธุรกิจ ณ โรงแรมเจดับบลิว มาริออท รีสอร์ทแอนด์สปา และการจัดงานภูเก็ตอันดามันฮาลาล ที่บริเวณเวทีกลางสะพานหิน ซึ่งกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การแสดงของนักเรียนจากโรงเรียนมุสลิมวิทยา โรงเรียนอนุบาลมุสลิมภูเก็ต และศูนย์อบรมศาสนาและจริยธรรมประจำมัสยิดต่างๆ การแสดงดนตรี โดยวงดนตรีรายฮาน จากประเทศมาเลเซีย การแสดงเกี่ยวกับประเพณีและวัฒนธรรมของชาวมุสลิม เช่น สาธิตการทำอาหารสำหรับในพิธีกรรม ประเพณีขึ้นเปล จำลองพิธีการแต่งงาน (นิกะฮ์) การแต่งกายตามแบบชาวไทยมุสลิม การละศีลอด การกวนขนมอาซูรอ และการสอนอ่านอัลกุรอาน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการออกร้านอาหารฮาลาล และจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ OTOP และวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดภูเก็ต เพื่อส่งเสริมรายได้ให้กับคนภูเก็ตด้วย

ขณะที่นายอาศีล พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี กล่าวว่า นับเป็นแนวคิดที่ดีในการสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารงานที่ดี ด้วยการดึงประชาชนในทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วน โดยการส่งเสริมเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวด้วยการนำวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวไทยมุสลิมมาเป็นสื่อในการนำเสนอ และเชื่อว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบตะวันออกกลางเข้ามาท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ตมากขึ้น ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น อันถือว่าสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตามหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะอำนวยประโยชน์แก่ราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยวเพราะจะได้ร่วมกันกระทำกิจกรรมซึ่งถือเป็นประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น และฝากข้อคิดด้วยว่าชาวไทยทุกคนไม่ว่าจะเป็นชาวไทยพุทธหรือชาวไทยมุสลิม ล้วนแล้วแต่เป็นคนไทยที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยด้วยกัน ขอให้มีความรักใคร่ สามัคคี ปรองดองกัน ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา ก็จะทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข จุฬาราชมนตรีกล่าว

วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เพิ่มความรู้การแก้ไขปัญหายาเสพติด

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 53 ที่ห้องประชุมชั้นล่าง ศาลาประชาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการอบรมเยาวชนด้านการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด ในโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดประจำปี 2553 โดยมีนายประดิษฐ์ แสงจันทร์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และหัวหน้าส่วนราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วม

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีการให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนในเรื่องของยาเสพติดมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การบรรยายให้ความรู้เบื้องต้นเรื่อง “ยาเสพติด” เรื่อง “ผลกระทบของการติดสารยาเสพติด” เรื่องพิษภัยบุหรี่ จากนายธนชิต โสดสิงห์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต การบรรยายเรื่อง “ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) วัคซีนใจวัยรุ่น” และโรคสมองติดยา โดยนางเจ๊ะฮาลือเมาะ พันทรกิจ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กิจกรรมการพัฒนาทักษะชีวิต โดยการแบ่งกลุ่มจัดกิจกรรม ซึ่งประกอบด้วย กิจกรรมล้มลุก กิจกรรมเปลี่ยน กิจกรรมแลกน้ำ กิจกรรม Condom education mobile กิจกรรมจินตนาการรัก กิจกรรมทักษะการปฎิเสธ และกิจกรรมต้นกับอ้อ โดยนางกอบกุล เกิดโชค พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลถลาง และนายทัสสยุ เตชะโชติ นักงิชการสาธารณสุขชำนาญการสำนักงานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต

ทั้งนี้นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการดำเนินการในเรื่องนี้ว่า การสร้างสังคมปลอดยาเสพติด โดยสร้างจิตสำนึก และการรู้จักป้องกันตนเองจากปัญหายาเสพติดให้แก่เด็ก และเยาวชนเป็นเรื่องสำคัญที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตได้ ประสานส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อมาดำเนินการอยู่ตลอดเวลา จึงจะเห็นว่าที่ผ่านมามีโครงการมากมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ในการที่จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ให้เป็นไปอย่างยั่งยืน นอกจากหน่วยงานภาครัฐ หรือภาคเอกชนแล้ว ครอบครัวนับว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการจัดการกับปัญหานี้ได้ ซึ่งในนามขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต จึงขอความร่วมมือกับพ่อแม่ผู้ปกครองทุกท่านในการดำเนินการเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

ทต.รัษฎาเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน

ในระหว่างวันที่ 11 – 13 มิถุนายน 53 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมพีซ ลากูน่า รีสอร์ทแอนด์สปา ตำบลอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ นายสุรทิน เลี่ยนอุดม นายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา อ.เมือง ภูเก็ต ได้เป็นประธาน เปิดโครงการศึกษาดูงานและฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเทศบาลตำบลรัษฎา โดยมีคณะผู้บริหารผู้บริหารสมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล ลูกจ้างและพนักงานจ้าง รวมทั้งสิ้นประมาณ 125 คน เข้าร่วมในโครงการครั้งนี้

ทั้งนี้นายสุรทิน ได้กล่าวว่า ด้วยทางเทศบาลตำบลรัษฎา โดยคณะผู้บริหารได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรเนื่องจาก ประกอบกับเทศบาลเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทใกล้ชิดกับประชาชน มีหน้าที่ต้องให้บริการประชาชนตั้งแต่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย รวมทั้งบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชน เจ้าหน้าที่จึงต้องปฏิบัติงานให้ตรงตามเป้าหมายและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อท้องถิ่น ดังวิสัยทัศน์การพัฒนาของเทศบาลที่ว่า “สังคมอยุ่เย็นเป็นสุข คุณภาพชีวิตดี มีคุณธรรม ท้องถิ่นมีเอกลักษณ์วัฒนธรรม นำท้องถิ่นพัฒนา”

ดังนั้นทางเทศบาลตำบลรัษฎา จึงได้จัดโครงการศึกษาดูงานและฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเทศบาลตำบลรัษฎา ขึ้น เพื่ออบรมให้ความรู้และพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ มีศักยภาพมากขึ้น มีการพัฒนาการทำงานเป็นทีมเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กร การทำงานร่วมกันเป็นทีม การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีคุณค่าต่องาน ครอบครัวและสังคม ตามบริบทของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการให้บริการประชาชน โดยมีทีมคณะวิทยากรจากมหาวิทยาลัยมหิดล ดร.อาดัม นีละไพจิตร และอาจารย์วริทธิ์ตา จารุจินดา บรรยายเรื่องการทำงานเป็นทีม ทำกิจกรรม Walk Rally เพื่อสร้างการทำงานเป็นทีม ละลายพฤติกรรมกลุ่ม สร้างทีมงานในการทำงานเป็นทีม โดยกิจกรรมในการศึกษาดูงานและฝึกอบรมจำนวน 3 วัน โดยแบ่งกิจกรรมเป็น 3 ช่วง คือ ศึกษาดูงานองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง, บรรยายเกี่ยวกับ การพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงาน โดยดร.อาดัม นีละไพจิตร และกิจกรรมกลุ่มเสริมสร้างความสามัคคีและการทำงานเป็นทีมโดย ดร.อาดัม นีละไพจิตร และอ.วริทธิ์ตา จารุจินดา



อนุ กก.ปราบปรามจับกุมแรงงานต่างด้าว


เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2553 ที่ห้องประชุมชั้น 4 สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต พล.ต.อ.วุฒิ พัสเวส ที่ปรึกษา (มก2) ประธานคณะอนุกรรมการปราบปรามจับกุมดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปราบปรามจับกุมดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 ทั้งในระดับภาค ระดับจังหวัด และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจสันติบาล เป็นต้น เพื่อเร่งรัดการจับกุมดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานสัญชาติพม่า ลาวและกัมพูชา รวมทั้งการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง โดยการใช้แรงงานต่างด้าวโดยถูกกฎหมาย

ทั้งนี้ในส่วนของอนุกรรมการฯ มีนโยบายและเป้าหมาย เพื่อป้องกันปราบปราม จับกุมดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย รวมถึงนายจ้าง ผู้นำพาและผู้ให้ที่พักพิงคนต่างด้าวผิดกฎหมาย เพื่อเสริมการดำเนินงานตามนโยบายและยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวทั้งระบบของคณะอนุกรรมการฯ จับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว กัมพูชา และอื่นๆ ที่หลบหนีเข้าเมือง หรือลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมายจำนวน 300,000 คนต่อปี จับกุมดำเนินคดีนายจ้างที่รับแรงงานต่างด้าวทำงานโดยผิดกฎหมาย จำนวน 2,000 คนต่อปี จับกุมดำเนินคดีผู้นำแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองหรือลักลอบทำงาน จำนวน 2,000 คนต่อปี รวมทั้งจับกุมดำเนินคดีผู้ให้ที่พักพิงแก่แรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองหรือลักลอบทำงาน จำนวน 2,000 คนต่อปี

พล.ต.อ.วุฒิ พัสเวส ที่ปรึกษา (มก2) ประธานคณะอนุกรรมการปราบปรามจับกุมดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงาน กล่าวว่า การประชุมร่วมกับภาคส่วนต่างๆของตำรวจภูธรภาค 8 นั้น เพื่อให้เร่งรัดดำเนินการปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองและทำงานของแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่ พม่า ลาวและกัมพูชา รวมถึงรับทราบปัญหาและอุปสรรคการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้ให้คำแนะนำและหาแนวทางในการแก้ปัญหาให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่วางไว้


อย่างไรก็ตามได้เน้นย้ำให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดโดยนำกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับมาบังคับใช้กับแรงงานต่างด้าวที่ทำผิดกฎหมาย และมีลักษณะของการกระทำที่ก่อให้เกิดปัญหาหรือสร้างความเสื่อมเสียให้กับสังคม รวมไปถึงในส่วนของผู้ที่จัดหาลักลอบนำเข้าแรงงานในลักษณะเข้าข่ายของการข่มขู่ ทำร้ายและค้ามนุษย์ ตลอดจนบรรดานายจ้างหรือผู้ให้ที่พักพิงกับบรรดาแรงงานที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ในการปฏิบัตินั้นจะต้องคำนึงถึงศีลธรรม มนุษยธรรมและยุติธรรมกับแรงงานที่เข้ามาอย่างถูกต้อง และมาเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ พล.ต.อ.วุฒิ กล่าว



อบจ.ภูเก็ตหนุนงบวิทยากรอิสลามศึกษา


นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) กล่าวว่า เนื่องจากในปีงบประมาณ 2553 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ต ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อเป็นค่าตอบแทนวิทยากรอิสลามศึกษาให้โรงเรียนในสังกัดที่เปิดสอนอิสลามศึกษาในระดับประถมศึกษาและดับมัธยมศึกษา สำหรับภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 และภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 848,000 บาท และได้ดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 ไปแล้วส่วนหนึ่ง ยังคงเหลืองบประมาณอีกส่วนที่จะจัดสรรสำหรับภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 312,000บาท
เนื่องจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ตได้รับจัดสรรงบประมาณไม่เต็มวงเงินที่เสนอขอตั้ง จึงได้เสนอโครงการเพื่อขอรับเงินอุดหนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตในส่วนที่ยังขาดอยู่เพื่อจัดสรรในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 ให้กับโรงเรียนที่เปิดสอนอิสลามศึกษาใน19 โรงเรียน จำนวน 67 ห้องเรียน โดยมีจัดการสอนห้องเรียนละ 40 คาบ ใช้งบประมาณ 536,000 บาท เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษาในโรงเรียนให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น

นายไพบูลย์ กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าว และด้วยการสนับสนุนด้านการศึกษาเป็นภารกิจหนึ่งของ อบจ.ภูเก็ต และในช่วงที่ผ่านมา อบจ.ได้มีการสนับสนุนด้านการศึกษาให้กับสถานศึกษาต่างๆ ของจังหวัดภูเก็ตมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ทางการศึกษา การพัฒนาความพร้อมของสถานที่เรียน การอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรครู เพื่อสร้างครูที่มีคุณภาพ รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรให้ได้มาตรฐาน เช่นเดียวกับการอุดหนุนงบประมาณให้กับสถานศึกษาที่เปิดการเรียนการสอนอิสลามศึกษา เพื่อเป็นค่าตอบแทนวิทยากรอิสลามศึกษา ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ผู้เรียนจะได้รับความรู้อย่างเต็มที่ เพื่อจะได้นำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาภูเก็ตต่อไปในอนาคต

วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553

พบผู้ป่วยไข้เลือดออกภูเก็ตแล้วกว่า 200 ราย

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2553 ที่ห้องจามจุรี โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุม “รวมพลังอาสาสมัครสาธารณสุขภูเก็ต ปกป้องชุมชน ครอบครัว คนที่รัก จากยุงลาย และไข้เลือดออก” ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต จัดขึ้น เพื่อเป็นการณรงค์ให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายภายในบ้าน ชุมชน โรงเรียน สถานที่ทำงาน ศาสนสถาน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องทุกสัปดาห์ รวมทั้งเพื่อเร่งรัดการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ทุกพื้นที่ให้มีจำนวนลดลง ไม่ให้เป็นปัญหาและเกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในจังหวัดภูเก็ต โดยมีสมาชิกอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)ในพื้นที่ อ.เมืองภูเก็ต อ.ถลาง และอ.กะทู้ เข้าร่วม


นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – วันที่ 12 มิถุนายน 2553 พบว่าแนวโน้มมีการระบาดเพิ่มมากขึ้น โดยมีจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มสูงขึ้นหลายพื้นที่ มีรายงานผู้ป่วยไข้เลือดออกแล้วจำนวน 213 ราย สูงเป็นอันดับ 1 ของจังหวัดแถบชายฝั่งอันดามัน เป็นอันดับ 7 ของภาคใต้ และอันดับ 13 ของประเทศ ซึ่งเป้าหมายทั้งปีของจังหวัดภูเก็ตที่กำหนดไว้ไม่เกิน 170 ราย และไม่ให้มีผู้ป่วยตายด้วยไข้เลือดออก ขณะนี้ทุกพื้นที่ของจังหวัดภูเก็ตเสี่ยงต่อการเป็นโรคไข้เลือดออก โดยเฉพาะอำเภอถลางมีอัตราป่วยสูงสุด รองลงมาอำเภอเมืองภูเก็ต และอำเภอกะทู้ แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนระดับตำบลมีผู้ป่วยสูงสุด 6 อันดับ ได้แก่ ตำบลรัษฎา ตลาดใหญ่ วิชิต ศรีสุนทร ป่าคลอกและเทพกระษัตรี


จากผลการสุ่มประเมินความชุกชุมของลูกน้ำยุงลายจังหวัดภูเก็ตเดือนมีนาคม 2553 พบลูกน้ำยุงลายสูงเกินเกณฑ์ทุกพื้นที่ ประกอบกับขณะนี้เข้าสู่ฤดูฝน ก่อให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะเดือนมิถุนายน-สิงหาคมของทุกปี เป็นช่วงที่ไข้เลือดออกจะระบาดสูงที่สุด ทำให้มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในจังหวัดภูเก็ต นพ.นรินทร์รัชต์ กล่าว



ตร.เมือง ภูเก็ตรวบชิงทรัพย์และโทรมหญิง

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 53 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ.เมือง ภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วยพ.ต.อ.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผกก.สภ.เมือง ภูเก็ต ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายนพพล เกิดผล อายุ 21 ปี นายชัยวุฒิ เปล่งศรี อายุ 20 ปี และนายวิทวัส แซ่นาย อายุ 23 ปี พร้อมด้วยของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน วธบ – 51 กทม. จำนวน 1 คัน เครื่องช๊อตไฟฟ้า ขนาด 1,800 Kv. จำนวน 1 อัน กระเป๋าถือสตรีจำนวน 8 ใบ โทรศัพท์มือถือจำนวน 3 เครื่อง ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 ซิม ตั๋วจำนำโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 ใบ และเอกสารประจำตัวของผู้เสียหายๆ จำนวนมาก โดยกล่าวหาว่านายนพพล เกิดผล และนายชัยวุฒิ เปล่งศรี ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ, ร่วมกันโทรมหญิง ส่วนนายวิทวัส แซ่นาย รับของโจร

ทั้งนี้พล.ต.ต.พิกัด ได้กล่าวว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 16 มิถุนายน 53 ที่ผ่านมา ทางศูนย์วิทยุสภ.เมือง ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายได้ถูกคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ ได้ก่อเหตุพยายามชิงทรัพย์ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ตั้งด่านเพื่อสกัดจับคนร้าย จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมตัวคนร้ายทั้ง 2 ได้ จากนั้นก็ได้นำตัวไปขยายผล โดยคนร้ายได้ให้การยอมรับว่าได้ก่อเหตุร่วมกันชิงทรัพย์, ร่วมกันทำอนาจาร และร่วมกันโทรมหญิง ในเขตพื้นที่เมืองจำนวนหลายครั้ง ซึ่งมีพฤติการณ์โดยคนร้ายทั้ง 2 จะขับขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนหาเหยื่อซึ่งเป็นหญิงสาว เมื่อพบเหยื่อ คนร้ายจะขับรถจยย.ปาดหน้า จากนั้นก็จะใช้มีด และเครื่องช๊อตไฟฟ้าข่มขู่ให้ส่งมอบทรัพย์สิน จากนั้นก็จะทำอนาจารเหยื่อโดยการจับหน้าอก หรือหอมแก้ม หรือบังคับไปข่มขืนสำหรับเหยื่อบางราย ที่ผ่านมาได้มีการลงมือมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ติดตามผู้เสียหายมาตรวจสอบทรัพย์สินที่ถูกคนร้ายวิ่งราวทรัพย์ โดยมีผู้เสียหายยืนยันจำนวน 6 รายแล้ว

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการขยายผลถึงผู้ที่ดำเนินการในการนำทรัพย์สินไปขายต่อ จนกระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาได้นำไปฝากกับนายวิทวัส แซ่นาย ซึ่งจะเป็นผู้ที่นำทรัพย์สินไปจำนำหรือจำหน่าย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ติดตามตัวนายวิทวัส จนสามารถติดตามตัวและจับกุมตัวได้ และจากการตรวจสอบและทำการค้นตัว พบโทรศัพท์และซิมการ์ดของผู้เสียหายหลายรายการ จึงได้ควบคุมตัว พร้อมทรัพย์สินมาให้เหยื่อมาตรวจสอบทรัพย์ ก่อนที่จะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป


แบงค์กรุงไทยขยายสาขาห้าแยก


เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2553 นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดที่ทำการธนาคารกรุงไทย สาขาห้าแยกฉลอง ซึ่งเป็นลำดับที่ 915 ของธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ โดยมีนายเรวัต อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ นายรังสรรค์ บำบัดสรรพโรค ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารกลุ่ม กลุ่มเครือข่ายภาคใต้ 1 กล่าวที่ จ.ภูเก็ต นายวิเชียร อาทิตยพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารสำนักงานเขตภูเก็ต ตลอดจนลูกค้าและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม

นายวิเชียร อาทิตยพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารสำนักงานเขตภูเก็ต กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทย เป็นธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของประเทศ ประกอบธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2509 มีนโยบายหลัก คือ การเพิ่มศักยภาพเพื่อให้บริการตามความต้องการของลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน โดยดำเนินการปรับปรุงระบบงาน การพัฒนาพนักงานให้มีคุณภาพ การปรับปรุงสำนักงานสาขา การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ธนาคารกรุงไทยมีนโยบายที่จะขยายเครือข่าย และช่องทางการให้บริการลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกสบาย สมกับการเป็นธนาคารแสนสะดวก The Convenience Bank

ทางด้านนายธีระยุทธ เอี่ยมตระกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากวัตถุประสงค์ของการเปิดที่ทำการสาขาแห่งใหม่ แสดงให้เห็นว่าธนาคารกรุงไทย เป็นธนาคารที่มีการพัฒนาและปรับปรุงงานด้านต่างๆอยู่เสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวการณ์ เปลี่ยนแปลงของระบบการเงินในปัจจุบัน ทำให้การดำเนินธุรกิจของธนาคารก้าวหน้าขึ้นมาเป็นลำดับ และจากการที่ธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารพาณิชย์ที่รัฐบาลถือหุ้นใหญ่ ประกอบกับธนาคารได้ให้ความมั่นใจว่าจะดำเนินธุรกิจให้เจริญก้าวหน้าสมกับเป็นธนาคารที่ประชาชนไว้ใจ

อย่างไรตามนอกจากการเปิดสาขาห้าแยกฉลองแล้ว ในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ จะมีการเปิดสาขาเชิงทะเล อ.ถลาง อีกสาขา พร้อมกันนี้ในส่วนของ บริษัทเคทีบี ลีสซิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ได้จัดแคมเปญพิเศษ เช่น ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 36 เดือน เป็นต้น ในโอกาสเปิดสาขาใหม่ภายใต้แคมเปญ “ไปช๊อป ไปแบงค์” สำหรับลูกค้าของธนาคารภายใต้สโลแกน “ซื้อถูก..ซื้อง่าย..ผ่อนสบายกว่า”


มอ.ปัตตานีระดมสมองภาษาเกาหลี


เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 53 ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต รศ.ดร.ปรารถนา กาลเนาวกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นประธานเป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเกาหลีศึกษา เพื่อผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาของประเทศไทย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมกับมูลนิธิเกาหลี จัดขึ้น เพื่อระดมความคิดการจัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในระดับมัธยมศึกษาและสร้างเครือข่ายความร่วมมือการจัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในประเทศไทย โดยมีผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนจากสถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทย และผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาของประเทศไทย เข้าร่วม มีประเด็นการเจรจาหาความร่วมมือทางวิชาการ เช่น การจัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในระดับโรงเรียนมัธยมศึกษาในประเทศไทย วิธีการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลี การผลิตคู่มือเรียนหนังสือ เงื่อนไขการกำหนดภาษาเกาหลีให้เป็นวิชาที่ใช้สอบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย เป็นต้น

รศ.อาหวัง ล่านุ้ย คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมามีการขยายตัวของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลีเพิ่มมากขึ้นในทุกด้านทั้งเศรษฐกิจ การเมือง การท่องเที่ยว การแพทย์ สื่อสารมวลชน และศิลปวัฒนธรรม ส่งผลให้สาธารณรัฐเกาหลีเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางของสังคมไทย ขณะเดียวกันส่งผลต่อความต้องการศึกษาภาษาเกาหลีและเกาหลีศึกษาในประเทศไทยให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย คณะมนุษยศาสตร์ฯ ตระหนักถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลี จึงได้เปิดการเรียนการสอนภาษาเกาหลีขึ้นเป็นสถาบันแรกในระดับอุดมศึกษาของไทย เพื่อเป็นแหล่งถ่ายทอดและสร้างสรรค์องค์ความรู้ รวมไปถึงแหล่งรวบรวมทรัพยากรทางเกาหลีศึกษาที่สำคัญ



“เคทีบี ลีสซิ่ง” จัดงาน “ไปช๊อป ไปแบงค์”


นายภิญญาวัฒน์ จันทรกานตานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคทีบี ลีสซิ่ง จำกัด บริษัทในเครือ บมจ.ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้วางแผนในการเปิดเกมรุกตลาดในภูมิภาคทุกรูปแบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเปิดตลาดใหม่ๆ ในหัวเมืองใหญ่ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าได้รับทราบ ซึ่งในโอกาสที่ธนาคารกรุงไทยเปิดสาขาใหม่ที่ จ.ภูเก็ต ทางเคทีบีลีสซิ่ง ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ บมจ.ธนาคารกรุงไทยจึงได้มีการนำบริการด้านต่างๆ ของบริษัท ประกอบด้วย เช่าซื้อรถยนต์ เช่าซื้อรถยนต์แบบดำเนินการ ลีสซิ่งเครื่องจักร แลเช่าซื้อสินค้าอุปโภค มาจัดแสดง พร้อมเสนอแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าภายใต้สโลแกน ซื้อถูก..ซื้อง่าย..ผ่อนสบายกว่า


สำหรับแคมเปญพิเศษดังกล่าวจัดขึ้นในวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่สาขาห้าแยกฉลอง และในระหว่างวันที่ 18-20 มิถุนายนนี้ ที่สาขาเชิงทะเล โดยได้มีการเตรียมสินค้ามาจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ ที่มีเงินเดือนผ่านธนาคารกรุงไทย เช่น ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 36 เดือน เป็นต้น ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ เช่น โตโยต้า, ฮอนด้า, ซูซูกิ, แอลจี, Elvira, BIG CAMERA, I-MOBILLE, IT CITY เป็นต้น หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTB Call Center 02-299-3888