จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

มหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ครั้งที่ 27


เมื่อวันที่ 17 ก.ค.53ที่โรงแรมเมโทรโพล อ.เมือง จ.ภูเก็ต นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภูเก็ต นายศักดา วารีพร ประธานชมรมผู้จัดการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม อันดามัน นายเมธี ตันมานะตระกูล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ นายนรา สุทธิชานนท์ ประธานชมรมพ่อครัวใหญ่ภูเก็ต นายวุฒิ ชูบาล ประธานชมรมผู้บริหารงานแม่บ้าน ภูเก็ต พังงา กระบี่ และนางสาววิไลพร ปิติมานะอารี ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต ร่วมแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ประจำปี 2553 ณ ลานอเนกประสงค์ศูนย์โฮมเวิร์ค ภูเก็ต(ตรงข้ามศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสวัล ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 30 ก.ค.-1 ส.ค.53

นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ประจำปี 2553 นับเป็นครั้งที่ 27 เป็นกิจกรรมที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีในด้านการพัฒนาระบบการบริการด้านอาหารและเครื่องดื่มสู่มาตรฐานสากลสำหรับนักท่องเที่ยว นอกจากเป็นกิจกรรมที่จะส่งเสริมและแลกเปลี่ยนทักษะเพิ่มพูนความรู้ความสามารถให้กับกลุ่มสมาชิกผู้สนใจงานอาชีพฝ่ายอาหารและเครื่องดื่มของโรงแรมแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และให้ความเพลิดเพลินแก่นักท่องเที่ยวและก่อให้เกิดการใช้จ่ายได้

ด้านนายศักดา วารีพร ประธานชมรมผู้จัดการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม อันดามัน กล่าวถึงกิจกรรมงานในปีนี้ว่ามีการแข่งขันด้านอาหารและเครื่องดื่มมากมายหลายประเภท เริ่มจากการแข่งขันผสมเครื่องดื่มชิงแชมป์ภาคใต้ ประเภทมืออาชีพและมือสมัครเล่น การแข่งขันปรุงอาหารจากทะเล Andaman Seafood การแข่งขันแกะสลักผัก ผลไม้ผสมผสานกับงานใบตอง การแข่งขันพับผ้าขนหนูแฟนซี การแข่งขันการแกะสลักน้ำแข็ง การประกวดการตกแต่งไอศกรีม การประกวดจัดอาหารว่าง ประเภท Canape การแข่งขันอาหารประเภทของหวานสไตล์ยุโรป การแข่งขันการทำแฟเฟรปเป้ การแข่งขันการจัดค๊อกเทล รวมทั้งมีการออกร้านแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการบริการในธุรกิจของโรงแรมอีกมากมาย

พรรคมาตุภูมิเดินสายให้ความรู้ที่ภูเก็ต


เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2553 ที่ห้องจามจุรี โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต พล.อ.สนธิ บุณยกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ กล่าวในโอกาสเดินทางมาบรรยายพิเศษ เรื่อง ทิศทางการเมืองไทยกับสภาวะปัจจุบัน ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมเป็นจำนวน ว่า เป็นหน้าที่ของทุกพรรคการเมืองในการที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยที่ถูกต้องกับประชาชน เพราะไม่มั่นใจว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไร หากเลือกตั้งเร็วความพร้อมก็จะน้อยลง ขณะนี้ก็มีการเตรียมไปค่อนข้างมากแล้ว ส่วนการส่ง ส.ส.ลงสมัครนั้นก็จะพิจารณาในพื้นที่ที่มีความพร้อม แต่คงไม่ส่งทุกจังหวัด

“ในการเปิดสาขาของพรรคมาตุภูมินั้นได้ดำเนินการไปตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ครบทุกภูมิภาค ส่วนพื้นที่ของจังหวัดอันดามันขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาจุดที่เป็นศูนย์กลาง คาดว่าคงต้องใช้เวลาไม่นานนัก โดยเฉพาะจำนวนของสมาชิกที่เข้าร่วมว่ามีมากน้อยเพียงใด เพื่อมาร่วมกันกำหนดทิศทางความสำคัญในการจัดทำนโยบายที่มีความเร่งด่วน ซึ่งสำหรับภูเก็ตนั้นมีสมาชิกอยู่แล้วจำนวนหนึ่ง”

พล.อ.สนธิ กล่าวด้วยว่า เนื่องจากเป็นพรรคการเมืองน้องใหม่ จึงต้องมีการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ว่ามีปัญหาอะไรเพื่อนำมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์ของพรรค เนื่องจากขณะนี้มีความแตกแยกเกิดขึ้นเป็นอย่างมากมายในประเทศ แม้แต่ในพื้นที่ภาคใต้ก็มีจำนวนมาก ซึ่งเกิดจากปัญหาความยากจน ความเสื่อมล้ำของสังคม ประการสำคัญกรณีที่มีหลายฝ่าย ทำให้อย่างไรที่จะให้คนไทยรักและสามัคคีกัน

อย่างไรก็ตาม พล.อ.สนธิ กล่าวด้วยว่า การจัดตั้งคณะกรรมการปรองดองซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้ประสบการณ์ ซึ่งน่าจะทำให้การดำเนินการเป็นไปในทิศทางที่ดี และก่อให้เกิดประโยชน์ ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายจะต้องลดฐิติทั้งฝ่ายรัฐบาลซึ่งเป็นผู้ปกครอง และประชาชนผู้ใต้ปกครอง ส่วนของการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นคิดว่าหากมองในแง่ของประโยชน์น่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า และจะมีส่วนช่วยให้สังคมดีขึ้น แต่ในจุดใดที่ทำให้เป็นเงื่อนไขทำให้สถานะความมั่นคงหลายๆ ด้านเสียไปก็ต้องไปพิจารณา โดยเฉพาะกรณีของเมืองท่องเที่ยวว่าควรจะคงไว้หรือไม่อย่างไร


เรือหลวงบางปะกงพบทุ่นสึนามิแล้ว


พล.ร.ท.ชุมนุม อาจวงษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เปิดเผยว่า จากการที่ทางทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับการประสานข้อมูลจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารว่า ทุ่นลอยตรวจวัดคลื่นยักษ์สึนามิที่ไทยได้วางที่มหาสมุทรอินเดียเมื่อเดือนธันวาคม 2549 โดยห่างจากประเทศไทยไปประมาณ 600 ไมล์ทะเล บริเวณหมู่เกาะอันดามัน นิโคบาร์ ประเทศอินเดีย ได้หลุดออกจากฐานเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้ทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศฯ ไม่สามารถตรวจวัดข้อมูลการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิจากทุ่นดังกล่าวได้

และจากรายงานเบื้องต้นว่า ทุ่นดังกล่าว ได้ลอยเข้ามาในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทย ห่างจากจังหวัดภูเก็ต ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 200 ไมล์ทะเล จึงได้สั่งการให้เรือหลวงบางปะกง ออกจากฐานทัพเรือพังงา เมื่อบ่ายวันที่ 16 กรกฎาคม 2553 เพื่อไปเก็บกู้ทุ่นลอยตรวจวัดคลื่นสึนามิดังกล่าว

พล.ร.ท.ชุมนุม ยังกล่าวอีกว่า จนกระทั่งเมื่อเวลา 06.30 น.ของวันที่ 17 กรกฎาคม 53 เรือหลวงบางประกง ก็ได้พบกับทุ่นสึนามิดังกล่าว กำลังลอยอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทย อยู่ไปทางทิศตะวันตกห่างจากฐานทัพเรือพังงา ประมาณ 160 ไมล์ทะเล จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็จะใช้ชุดปฏิบัติการพิเศษดำน้ำลงไปตรวจสอบพื้นที่ใต้น้ำของตัวทุ่น หลังตรวจสอบ ทางเจ้าหน้าที่ประจำเรือก็ได้ทำการเก็บกู้ขึ้นบนเรือ ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำทุ่นกลับถึงฐานทัพเรือพังงาในเช้าของวันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคมนี้


 

วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เทศบาลตำบลรัษฎาอบรมอปพร.


เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 53 ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลรัษฎา อ.เมือง ภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการอบรมให้ความรู้ อปพร./ลูกเสือชาวบ้าน รุ่นที่ 1 ประจำปี พ.ศ.2553 โดยมีนายเชาวเลิศ จิตต์จำนงค์ รองนายกเทศมนตรี คณะผู้บริหาร ประธานสภา, สมาชิกสภา, หัวหน้าส่วนราชการและแขกผู้มีเกียรติ ร่วมในพิธีเปิด

ทั้งนี้นายเชาวเลิศ จิตต์จำนง รองนายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา ได้กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันแนวโน้มการเกิดภัยพิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติหรือภัยที่เกิดจากการกระทำของบุคคลได้เกิดมากขึ้น โดยสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งต่อหน่วยงานของรัฐ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปกครอง สำนักปลัดเทศบาลตำบลรัษฎา ได้เล็งเห็นความสำคัญถึงเรื่องดังกล่าว จึงได้จัดให้มีโครงการฝึกอบรมให้ความรู้ อปพร./ลูกเสือชาวบ้าน รุ่นที่ 1 ประจำปี พ.ศ.2553 ขึ้น เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสาธารณภัยรูปแบบต่างๆ และสามารถช่วยเหลือในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม นอกจากนี้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้เข้าใจบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พร้อมทั้งให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้มีการเสียสละเพื่อช่วยเหลือสังคมส่วนรวม ประกอบกับนโยบายของกระทรวงมหาดไทยกำหนดให้มีการเพิ่มจำนวนสมาชิก อปพร. /ลูกเสือชาวบ้าน ให้ได้ร้อยละ 2 ของจำนวนประชากร และให้อัตรากำลังอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) อย่างเพียงพอในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยใช้ระยะเวลาในการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 16 – 18 กรกฎาคม 2553

ภูเก็ตแคร์ในพื้นที่ตำบลป่าคลอก


เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายสวัสดิ์ มัจฉาเวช สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต อำเภอถลาง เขต 3 นายจิรศักดิ์ ท่อทิพย์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต คณะพยาบาล คณะอาสาสมัครสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง ได้ออกเยี่ยมผู้ป่วยเรื้อรังและผู้พิการที่บ้าน ประจำปี 2553 ในเขตตำบลป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

ภารกิจการดำเนินการในครั้งนี้ เป็นการดำเนินงานตามนโยบายด้านการดูแลสวัสดิภาพ และคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทุกเพศทุกวัยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข และมีมาตรฐานทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และที่ผ่านมาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตได้มีการออกพื้นที่เพื่อเยี่ยมผู้ป่วยในพื้นที่ต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น ตำบลตลาดใหญ่ ตลาดเหนือ ตำบลราไวย์ รวมถึงตำบลป่าคลอก อันจะสานรับกับการทำบ้านให้เป็นโรงพยาบาล 10,000 เตียง ที่ผู้ป่วยสามารถรอรับการรักษาพยาบาลได้อย่างสะดวก และปลอดภัย

นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า “การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อเยี่ยมผู้ป่วยที่อยู่ในโครงการภูเก็ตแคร์ ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ดำเนินการโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อเข้ามาดูพี่น้องประชาชนในจังหวัดภูเก็ตที่เป็นผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้โดยจะมีทีมแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขเข้ามาดูแล ซึ่งโครงการนี้จะทำให้ได้เห็นถึงความสำคัญของการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน มีการติดตามความคืบหน้าอาการและให้กำลังใจแก่พี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ป่วยรวมทั้งผู้ที่ดูแลอีกด้วย การออกพื้นที่ในครั้งนี้นอกจากการออกเยี่ยมผู้ป่วยเรื้อรังและผู้พิการที่บ้านแล้ว ยังได้จัดเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยแพทย์ พยาบาล และอุปกรณ์ พร้อมของเยี่ยม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นไปมอบให้แก่ผู้ป่วยอีกด้วย” นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าว

อบต.ศรีสุนทรจ่ายเบี้ยยังชีพในพื้นที่


เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 53 ที่บริเวณหน้าสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสุนทร อ.ถลาง ภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายธำรง ตันติวิรัชกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสุนทร ได้ร่วมกันมอบเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพ สำหรับคนชราคนพิการฯ ในพื้นที่ตำบลศรีสุนทร ซึ่งจัดโดยองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสุนทร โดยมีผู้สูงอายุ และผู้พิการเข้ารับเงินในวันนี้จำนวน 89 ราย

สำหรับการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพสำหรับผู้สูงอายุฯ เป็นโครงการที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตได้จัดตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ป่วยเอดส์ในจังหวัดภูเก็ต โดยทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้จัดสรรให้กับประชาชนในพื้นที่ต่างๆในจังหวัดภูเก็ต จะมีการกระจายไปตามพื้นต่างๆ โดยให้แต่ละพื้นที่ทำการสำรวจรายชื่อของประชาชนในพื้นที่ต่างๆ เพื่อรับเงินเป็นรายเดือน เดือนละ 500 บาท สำหรับการจ่ายเบี้ยยังชีพในครั้งนี้ เป็นเงินประจำเดือนเมษายน – มิถุนายน 2553 (4 เดือน) โดยจะได้รับเงินรายละ 2,000 บาท


แม้ไม่มีทุ่นยังสามารถที่จะแจ้งเตือนภัยได้

ความคืบหน้า กรณีทุ่นลอยตรวจวัดคลื่นยักษ์สึนามิที่ไทยได้วางที่มหาสมุทรอินเดียเมื่อเดือนธันวาคม 2549 โดยห่างจากประเทศไทยไปประมาณ 600 ไมล์ทะเล บริเวณหมู่เกาะอันดามัน นิโคบาร์ ประเทศอินเดีย ได้หลุดออกจากฐานเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และทางทัพเรือภาคที่ 3 จะทำการส่งเรือหลวงบางปะกงออกไปเก็บกู้แล้ว

ด้านนายวิระยะ มงคลวีระพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทุ่นตรวจวัดสึนามิตัวนี้ เป็นตัวที่นำไปวางแทนทุ่นตัวแรกที่ได้วางเมื่อปลายปี 2549 ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้ว่าที่ขาดเพราะสาเหตุใด อาจจะกระตุกเพราะคลื่นมรสุมลมแรง หรือเรือหาปลาไปกระแทกให้ขาด ซึ่งต้องรอการเก็บกู้กลับมาก่อนแล้วนำมาพิสูจน์ โดยในส่วนของการตรวจตำแหน่งตัวทุ่นขณะนี้มีระบบ GPS ในการตรวจสอบอยู่แล้ว และเนื่องจากในระยะนี้เป็นหน้ามรสุม ทำให้ทุ่นถูกพัดเข้าหาฝั่งประเทศไทย จึงได้ประสานกับทัพเรือภาคที่ 3 เข้าไปเก็บกู้ ส่วนช่วงเวลาของการจะนำกลับไปวางในทะเลอันดามันอีกครั้งนั้น จะต้องดูสภาพคลื่นลมที่เหมาะสม แต่จะดำเนินการโดยเร็วที่สุด

ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ยืนยันว่า ในส่วนของการตรวจสอบแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิในมหาสุมทรอินเดียนั้น ยังสามารถตรวจสอบได้ตามปกติ โดยการเชื่อมโยงกับระบบตรวจวัดสึนามิของต่างประเทศ และมีจุดตรวจวัดระดับน้ำตามเกาะต่างๆ ในฝั่งอันดามัน ดังนั้นระหว่างการตรวจสอบแก้ไขทุ่นที่ขาด จึงสามารถให้ความมั่นใจประชาชนในการเตือนภัยสึนามิล่วงหน้าได้เหมือนเดิม


นทท.ออสเตรเลียยังเชื่อมั่นภูเก็ต


เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2553 นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวหลังจากการเข้าพบของนายพอล กริกสัน เอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย เข้าพบที่ห้องทำงานชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ว่า การเข้าพบของเอกอัครราชทูตฯ นั้นเพื่อมาอำลาเนื่องในโอกาสได้รับการแต่งตั้งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศอื่น และขอบคุณที่ทางจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว ซึ่งได้รับการร้องเรียนมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องออสซี่ผับ ปัญหาเจ็ทสกี หรือปัญหาอื่นๆ ซึ่งเขาทราบว่าเรามีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหา และก็ดีใจมากที่ทางจังหวัดได้วางระบบการทำประกันภัยเจ็ทสกี เพื่อแก้ปัญหาการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวร้องเรียนไปยังกงสุลน้อยลง

นอกจากนี้ทางเอกอัครราชทูตออสเตรเลียบอกด้วยว่าในช่วงเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้จะมีนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียเดินทางเข้ามาประมาณ 50,000 คน และในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ได้มีการทำเรื่องขอวีซ่าเพื่อเดินทางมายังประเทศไทยอีกประมาณ 70,000 คน ซึ่งก็จะนำรายได้มาสู่ภูเก็ตอย่างมาก หลังจากเหตุการณ์ที่กรุงเทพฯ เงียบลง ทำให้มีการยกเลิกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาประเทศไทยทั้งหมด

นายวิชัย กล่าวด้วยว่า จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีเพิ่มมากขึ้น ทำให้เที่ยวบินบินเข้ามาภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีอยู่สัปดาห์ละประมาณ 3 เที่ยวบิน ซึ่งคงต้องขอบคุณชาวภูเก็ตที่ได้ร่วมกันดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามทางเอกอัครราชทูตออสเตรเลียยังได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องของการป้องกันภัยทางทะเล ซึ่งก็ได้ยืนยันถึงความพร้อมทั้งในส่วนของหอเตือนภัยที่ได้มีการติดตั้งรอบเกาะจำนวน 19 หอ ขณะเดียวกันก็มีการซ้อมแผนอพยพประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องด้วย


ทัพเรือภาค 3 ส่งเรือกู้ทุ่นสึนามิ


พล.ร.ท.ชุมนุม อาจวงษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เปิดเผยว่า ทางทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับการประสานข้อมูลจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารว่า ทุ่นลอยตรวจวัดคลื่นยักษ์สึนามิที่ไทยได้วางที่มหาสมุทรอินเดียเมื่อเดือนธันวาคม 2549 โดยห่างจากประเทศไทยไปประมาณ 600 ไมล์ทะเล บริเวณหมู่เกาะอันดามัน นิโคบาร์ ประเทศอินเดีย ได้หลุดออกจากฐานเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้ทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศฯ ไม่สามารถตรวจวัดข้อมูลการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิจากทุ่นดังกล่าวได้

ทางทัพเรือภาคที่ 3 ก็ได้ประสานงานกับน.อ.บัญชา บัวรอด ผู้ช่วยทูตทหารเรือประจำกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เพื่อประสานกองทัพเรืออินเดียช่วยค้นหาและติดตามทุ่นดังกล่าว ซึ่งกองกำลังอันดามันและนิโคบาร์ของ กองทัพเรืออินเดียได้ตรวจพบเมื่อ 29 มิถุนายน 53 และรายงานการเคลื่อนที่และตำบลที่ทุ่นดังกล่าวให้กับศูนย์เตือนภัยพิบัติและ ทรภ.3 มาอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้ทุ่นดังกล่าวได้ลอยเคลื่อนมาทางตะวันออกเข้าหาประเทศไทยด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พล.ร.ท.ชุมนุม ยังกล่าวอีกว่า หลังจากที่ทุ่นดังกล่าวได้ลอยเข้ามาสู่เขตของประเทศไทย จึงได้สั่งการให้เรือหลวงบางปะกง ออกจากฐานทัพเรือพังงา ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2553 เพื่อไปเก็บกู้ทุ่นลอยตรวจวัดคลื่นสึนามิดังกล่าว เนื่องจากมีรายงานว่าได้ลอยเข้ามาในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทย ห่างจากจังหวัดภูเก็ต ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 200 ไมล์ทะเล และในวันที่ 17 กรกฎาคม 2553 ก็จะส่งเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล ออกไปชี้ตำแหน่งเพื่อให้เรือหลวงบางปะกง เข้าไปเก็บกู้ได้

สำหรับปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นตรวจวัดสึนามิที่ขาดหลุดออกจากฐานใต้น้ำครั้งนี้ เมื่อเรือหลวงบางปะกงพบทุ่นก็จะใช้ชุดปฏิบัติการพิเศษดำน้ำลงไปตรวจสอบพื้นที่ใต้น้ำของตัวทุ่น จากนั้นจะทำการเก็บกู้ขึ้นบนเรือ โดยจะมีการประสานข้อมูลกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศฯ อย่างใกล้ชิด ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำทุ่นกลับถึงฐานทัพเรือพังงาในเช้าของวันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคมนี้ พล.ร.ท.ชุมนุมกล่าว


วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

“Business Matching” ที่ภูเก็ต


เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2553 ที่โรงแรมภูเก็ตออร์คิด รีสอร์ท แอนด์ สปา หาดกะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายธีรยุทธ เอี่ยมตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมเจรจาธุรกิจการค้า “Business Matching” ตามโครงการส่งเสริมตลาดสินค้าและบริการเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวภายใต้แผนพัฒนาจังหวัดภูเก็ต ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ตจัดขึ้น โดยมีผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดต่างๆ รวม 35 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 132 ราย ผลิตสินค้า 375 รายการเข้าร่วมพบปะเจรจาธุรกิจการค้าซึ่งเป็นผู้ซื้อจำนวน 27 ราย ประกอบด้วย ศูนย์จำหน่ายของฝากที่ระลึกจากต่างจังหวัด ตัวแทนค้าปลีกจากกรุงเทพ ตัวแทนค้าปลีกขนาดใหญ่ และตัวแทนจำหน่ายในภูเก็ต

นายสมพงศ์ อ่อนประเสริฐ พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดประชุมเจรจาธุรกิจการค้าในครั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ อำนวยความสะดวกแก่ตัวแทนการค้าและผู้ประกอบการในภูมิภาคในการพบปะซื้อขายสินค้า เพื่อสร้างเครือข่ายการตลาด ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการในภูมิภาค อันจะนำมาซึ่งการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยภาพรวมของประเทศตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตอีกทางหนึ่งด้วย

“มั่นใจว่าการพบปะกันในครั้งนี้จะมีการตกลงส่งสินค้าระหว่างกันได้เป็นจำนวนมาก เพราะสินค้าที่นำมานำเสนอเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของแต่ละจังหวัด และได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาด เพราะตัวแทนการค้าแต่ละจังหวัดได้เลือกสินค้าซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดไปจำหน่ายต่อ”

นายสมพงศ์ กล่าวด้วยว่า การจัด Business Matching นอกจากจะทำให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสในเจรจาธุรกิจการค้าและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าแล้ว ยังจะเป็นการช่วยส่งเสริมให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองธุรกิจท่องเที่ยว บริการและการค้าที่มีมาตรฐานระดับนานาชาติด้วย ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ทางด้านการค้าของจังหวัด ที่จะต้องมีการกำหนดมาตรฐานสินค้าและบริการ รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าและบริการ เพิ่มช่องทางการตลาด รวมทั้งการจัดกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดขึ้นภายในจังหวัด เพื่อดึงดูดความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวด้วย