จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ชาวภูเก็ตบริจาคสิ่งของและเงินสดช่วยน้ำท่วม


เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 ที่โรงแรมภูเก็ต เมอร์ลิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนางนลินี อัครเดชา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต นางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง นายทศพร เทพบุตร และนายเรวัต อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จัดงาน “ชาวภูเก็ตร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม” เพื่อรับบริจาคสิ่งของและเงินสดส่งไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ร่วมกันรับมอบสิ่งของและเงินสด โดยมีประชาชนชาวภูเก็ตจำนวนมากทยอยเดินทางมามอบสิ่งของ ทั้งสิ่งของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันที่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม เช่น น้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค เป็นต้น รวมทั้งเงินสด

ขณะเดียวกันทางจังหวัดภูเก็ตยังได้มอบเงินจำนวน 1 ล้านบาท ให้กับทางรัฐบาล เพื่อนำไปช่วยเหลือให้กับผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วมทั้งประเทศ โดยมอบผ่านทางนางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง นายทศพร เทพบุตร และนายเรวัต อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนที่เหลือก็จะนำไปกระจายมอบให้กับจังหวัดต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่รับบริจาคแล้ว ทางจังหวัดได้นำสิ่งของทั้งหมดมาจัดเป็นถุงพร้อมที่จะส่งมอบให้กับผู้ประสบภัย พร้อมทั้งได้ขนส่งไปมอบให้กับผุ้ประสบภัยยังพื้นที่ต่างๆ ที่มีน้ำท่วมขัง เช่น สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง สตูล เป็นต้น

แจ้งความร้องทุกข์ขอตำรวจช่วยไกล่เกลี่ย


เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 ที่ สภ.เมืองภูเก็ต นายณภัทร นิมุ และน.ส.นงลักษณ์ ยิกุสังข์ อยู่บ้านเลขที่ 22/97 ถนนหลวงพ่อ อ.เมือง จ.ภูเก็ต บิดาและมารดาของ ด.ช.นรากร นิมุ (ยังไม่ได้ดำเนินการขอใบแจ้งเกิด) หรือน้องภูผา อายุ 7 วัน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.ธรรมศักดิ์ พลเดช ร้อยเวร สภ.เมืองภูเก็ต ว่า แพทย์และผู้ร่วมทำคลอดบุตรชายของโรงพยาบาลเอกชน แห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต กระทำการโดยประมาททำให้บุตรชายได้รับบาดเจ็บ มีภาวะช็อค มีเลือดออกในชั้นศรีษะ กระดูกไหปลาร้าขวาหัก อาการตัวเหลือง โดยขอให้มีการบันทึกเป็นหลักฐาน และขอให้พนักงานสอบสวนทำการไกล่เกลี่ยก่อน

ทั้งนี้นายณภัทร กล่าวถึงการแจ้งความร้องทุกข์ในครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมาแพทย์ได้ทำการนัดภรรยา (น.ส.นงลักษณ์ ยิกุสังข์) มาทำคลอดที่โรงพยาบาล โดยมารอตั้งแต่เวลาประมาณ 07.00 น. และเข้าห้องคลอดเวลาประมาณ 16.00 น. จากนั้นไม่นานก็คลอดบุตรชาย โดยภรรยาไม่ทราบว่าแพทย์ใช้เครื่องดูดสูญญากาศดูดเด็กออกมา แต่มาทราบภายหลังเมื่อทำคลอดเสร็จแล้ว จากนั้นประมาณ 2 ชั่วโมง ทางโรงพยาบาลพบความผิดปกติของเด็ก คือ ตัวซีดและมีอาการช็อก เนื่องจากมีเลือดไหลมาคลั่งบริเวณใต้หนังศรีษะ ต่อมาแพทย์เฉพาะทางเด็กที่มีหน้าที่ดูแลเด็กแรกคลอดของทางโรงพยาบาล ได้เข้ามาดูอาการและช่วยเหลือเบื้องต้น และแจ้งว่าเด็กมีอาการช็อคและโคม่า แต่ด้วยทางโรงพยาบาลไม่มีแพทย์และเครื่องมือที่จะรักษาได้ จึงส่งต่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ในเวลาประมาณ 20.00 น.วันเดียวกัน

เมื่อไปถึงโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตแพทย์เฉพาะทางได้ทำการตรวจพบว่าเด็กมีภาวะช็อค มีเลือดออกในชั้นใต้หนังศรีษะ กระดูกไหปลาร้าขวาหัก อาการตัวเหลือง ซึ่งได้ระบุไว้ในใบรับรองแพทย์ของทางโรงพยาบาลกรุงเทพฯ และยังระบุด้วยว่าเกิดจากการทำคลอดโดยวิธีใช้เครื่องสูญญากาศ และมีค่ารักษาพยาบาลเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลกรุงเทพฯ จำนวน 83,287 บาท โดยลดลงมาจากยอดจริงประมาณ 20% ทั้งนี้ในส่วนของค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลแห่งแรกนั้น มีใบแจ้งค่ารักษา 2 ฉบับ ฉบับแรกลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2553 เป็นรายการค่ารักษารวมของภรรยา จำนวน 12,728 บาท และอีกฉบับเป็นของบุตรชาย ลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2553 เป็นค่ารักษาพยาบาลจำนวน 12,827 บาท นายณภัทรกล่าว

นายณภัทร กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการติดต่อทางผู้บริหารของโรงพยาบาลเพื่อถามหาความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว มีการพูดคุยกันมาถึง 3 ครั้ง แต่ได้รับคำตอบว่าสามารถรับผิดชอบได้ในส่วนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลเท่านั้น โดยจะทำการลดค่ารักษาพยาบาลให้ ทั้งๆ ที่ค่ารักษาพยาบาลในส่วนของแม่ใช้ประกันสังคม จึงไม่มีผลแต่อย่างใด และเป็นที่น่าสังเกตว่าค่ารักษาในส่วนของลูกเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 3 – 4 ชั่วโมงเท่านั้น

สิ่งที่อยากเรียกร้องคือ ขอความเป็นธรรมและอยากให้ทางผู้บริหารรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย เพราะที่ผ่านมาในการก็ได้ดำเนินการทุกอย่างตามที่แพทย์นัดหมาย ส่วนการเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลกรุงเทพฯ ก็เป็นไปตามคำสั่งของแพทย์ผู้ดูแลเด็ก แต่ทางผู้บริหารโรงพยาบาลฯ กลับปฎิเสธความรับผิดชอบ จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยไกล่เกลี่ยก่อนว่าเป็นอย่างไรก่อนที่จะดำเนินการในขั้นต่อๆ ไป แม้ว่าในส่วนของบุตรชายขณะนี้ปลอดภัยแล้ว แต่ก็ยังต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด นายณภัทรกล่าว


เกิดเหตุไฟไหม้ห้องเก็บของรีไชเคิล


เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 ร.ต.ท.ธรรมศักดิ์ พลเดช ร้อยเวรสภ.เมือง ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารภายในโรงเรียนทุ่งคาพะเนียงแตก ม.5 ต.รัษฎา อ.เมือง ภูเก็ต ขอให้ประสานรถดับเพลิงด้วย หลังรับแจ้งก็ได้ประสานไปยังเทศบาลตำบลรัษฎา พร้อมทั้งรายงายให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.จำรูญ พลายด้วง รองผกก.ส.สภ.เมือง ภูเก็ต นายสุรทิน เลี่ยนอุดม นายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา เจ้าหน้าที่สายตรวจเจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัยพร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลตำบลรัษฎา และรถดับเพลิงจำนวน 3 คัน

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารคสล.ชั้นเดียว โดยภายในอาคารได้แบ่งเป็นห้องเก็บพัสดุ ห้องสมุด โดยที่ด้านหลังอาคารยังได้ต่อเติมเป็นห้องรีไซเคิล อยู่ภายในบริเวณโรงรัยนทุ่งคาพะเนียงแตกดังดล่าว โดยเพลิงกำลังลุกไหม้ภายในห้องรีไซเคิล และลุกลามเข้าไปยังห้องเก็บพัสดุ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง ก็พบว่าได้มีนักเรียน ชาวบ้าน ครู อาจารย์ ได้ระดมกันขนย้ายสิ่งของต่างๆ เช่น ทีวี เครื่องทำน้ำเย็น เอกสารสำคัญต่างๆ ที่อยู่ภายในห้องเก็บพัสดุออกมาไว้นอกห้อง เพื่อไม่ให้ไฟไหม้ ด้านเจ้าหน้าที่ก็ได้ระดุมฉีดน้ำ เพื่อดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้ ไม่ให้ลุกลามต่อไปยังห้องข้างเคียง เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็สามารถสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามไปต่อไป

หลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่ก็ได้เข้าไปทำการตรวจภายในห้องต้นเพลิงซึ่งเป็นห้องรีไซเคิล โครงหลังคาซึ่งเป็นไม้ ถูกไฟไหม้หมด ทำให้กระเบื้องมุงหลังหล่นลงมากองกับพื้น และไฟได้ลามลงมาไหม้กระดาษที่วางกองอยู่กับพื้น ในเบื้องต้นก็ทราบว่า ภายในห้องดังกล่าว ได้จัดเป็นห้องรีไซเคิล โดยจะเก็บเอกสารที่ไม่ใช้แล้ว นอกจากนี้ยังพัสดุที่กำลังรอการแทงจำหน่ายอีกหลายรายการ เช่น เครื่องทำความเย็นตู้เย็น คอมพิวเตอร์ กระดาษเอกสารต่างๆ จักรยานในโครงการยืมเรียนจำนวน 9 คัน ได้รับความเสียหายหมด นอกจากนี้ไฟยังได้ไหม้ลามเข้าไปภายในห้องเก็บพัสดุได้รับความเสียหายด้วย นอกจากนี้ยังมีสิ่งของที่อยู่ภายในห้องเก็บพัสดุ ถูกน้ำที่ทางเจ้าหน้าที่ฉีดน้ำเข้าไปโดนได้รับความเสียหายอีกจำนวนหนึ่ง

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ได้เล่าให้ฟังว่า เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด ได้มีคุณครูบางท่านได้มาทำงาน และมีบางส่วนได้นัดเด็กนักรัยนมาเรียนเสริม ซึ่งอยู่ในอาคารอยู่ห่างจากอาคารที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร และอาคารห่างประมาณ 50 เมตร โดยไม่ช่วงเกิดแหตุไม่มีใครอยู่ในห้องสมุด และห้องเก็บพัสดุเลย กว่าจะรู้ก็ได้มีเปลวเพลิงลุกขึ้นมาแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ส่วนภายในห้องไม่มีสายไฟฟ้าแต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องรอเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาการ เขต 44 เข้ามาตรวจโดยละเอียดอีกครั้ง ส่วนความเสียหายเบื้องต้นคาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 5 แสนบาท



วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ตลาดท่องเที่ยวภูเก็ตทรงตัว ไฮซีซั่นนี้ดีต่อเนื่อง

ตลาดท่องเที่ยวภูเก็ตทรงตัว ไฮซีซั่นนี้ดีต่อเนื่อง

นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกด้านการตลาด สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวของภูเก็ตขณะนี้อยู่ในสภาวะทรงตัว เนื่องจากอยู่ในช่วงระหว่างการเปลี่ยนฤดูท่องเที่ยวจากกรีนซีซั่นเป็นไฮซีซั่น และนักท่องเที่ยวก็รอดูราคาแพคเก็จที่จะออกมาใหม่ ในขณะที่ราคาห้องพักต่างๆ ก็เริ่มที่จะปรับตัวสูงขึ้นตามลำดับแต่ยังไม่มากนัก แต่หลังจากผ่านสองสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมกราคม ซึ่งถือเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาสูงสุดของการท่องเที่ยวอัตราค่าห้องพักและอัตราการเข้าพักก็จะเพิ่มสูงขึ้นหลังจากนั้นก็ลดลงมา โดยอัตราเข้าพักจะเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งตรงกับเทศกาลตรุษจีน ทั้งนี้ในช่วงไฮซีซั่นอัตราเข้าพักเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 70 – 75% แต่ช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาสูงสุดอัตราการเข้าพักจะอยู่ที่ประมาณ 90 – 98% ทั้งนี้ภาพรวมในปีหน้าคาดว่าจะดีไปจนถึงปลายเดือนเมษายน

เหตุที่มีความมั่นใจว่าตลาดท่องเที่ยวหลังจากเดือนพฤศจิกายนไปแล้วจะดีขึ้นตามลำดับ เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีช่องทางในการเดินทางเข้ามามากขึ้น เพราะการเปิดเที่ยวบินตรงของสายการบินต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น กาต้าร์แอร์เวย์บินมาจากเมืองโดฮา ซึ่งเป็นศูนย์กลางในฝั่งตะวันออกลาง อิหร่าน ยุโรปทางใต้ ซึ่งจากที่ได้เปิดบินมาระยะหนึ่งปรากฏว่าอัตราการจองที่นั่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เฉลี่ยประมาณ 90% ของจำนวนที่นั่งแต่ละเที่ยวบิน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอีกหลายตลาดที่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ออสเตรเลีย เกาหลี และอื่นๆ นายภูริตกล่าวและว่า ในช่วงที่เกิดปัญหาภัยธรรมชาตินั้นก็ไม่ได้มีผลกระทบกับจำนวนนักท่องเที่ยวมากนัก โดยส่วนใหญ่จะไม่ได้ยกเลิกการเดินทาง แต่จะเลื่อนระยะเวลาการเดินทางออกไป ส่งผลให้อัตราการเข้าพักดีอยู่ โดยในระยะเดือนกันยายน – ตุลาคม อยู่ที่ประมาณ 60 – 65 % เดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ประมาณ 50% เนื่องจากมีการเปลี่ยนถ่ายฤดูกาลท่องเที่ยวจากกรีนซีซั่นเป็นไฮซีซั่น


ทน.ภูเก็ตเชิญร่วมบริจาคสิ่งของ

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 ที่สำนักงานเทศบาลนครภูเก็ต นายชัยพฤกษ์ พันธ์พฤกษ์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายธวัชชัย ทองมั่ง ปลัดเทศบาลนครภูเก็ต ร่วมรับมอบสิ่งของบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ จากนายกรีฑา แซ่ตัน นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต ซึ่งประกอบด้วยเครื่องอุโภคบริโภค อาหารกระป๋อง อาหารแห้ง ยารักษาโรค น้ำดื่ม เสื้อผ้าและเงินจำนวน 10,000 บาท ซึ่งทางเทศบาลนครภูเก็ตเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ให้ความช่วยเหลือและประสานงานกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และประชาชนทั่วไป โดยจัดตั้งเป็นศูนย์รับริจาคสิ่งของ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

นายชัยพฤกษ์กล่าวว่า ตั้งแต่เทศบาลนครภูเก็ตจัดตั้งศูนย์รับบริจาคสิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง เสื้อผ้า ยารักษาโรค และสิ่งจำเป็นสำหรับการปรุงอาหาร เพื่อนำไปช่วยพี่น้องชาวใต้ที่ประสบภัยอุทกภัย โดยได้ตั้งเต้นและดิตป้ายประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชน ร่วมบริจาคสิ่งของช่วยผู้ประสบภัย ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือดีจากหน่างงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน บริษัท ห้างร้าน และประชาชนทั่วไป ซึ่งหลังจากนั้นเทศบาลนครภูเก็ตจะรวบรวมสิ่งของส่งไปช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ รอบแรกในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ ทั้งนี้เทศบาลนครภูเก็ตก็ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมบริจาคสิ่งของช่วยผู้ประสบภัยได้ที่สำนักงานเทศบาลนครภูเก็ต ในวันเวลาราชการ


ภูเก็ตประสบความสำเร็จ เยือนไหหนาน


นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงผลการเข้าร่วมการประชุม The14 th Inter – Island Tourism Policy Forum (ITOP) ที่เมืองซันยา มณฑลไหหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน วันที่ 1 - 4 พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมา ว่าารไปประชุมที่เมืองไหหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดพี่ จังหวัดน้องกับมณฑลไหหนาน และได้มีการร่วมลงนาม ด้วยกันทั้ง14 ประเทศ อาทิเช่น เกาะบาหลี อินโดนีเซีย เกาะเจชู ประเทศเกาหลีใต้ รวมทั้งประเทศฟิลิปปินส์ แคนาดา ญี่ปุ่น ศรีลังกา เป็นต้น

สำหรับการเดินทางไปประชุมครั้งนี้ได้รับการเชิญจากจังหวัดไหหนานที่เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม จังหวัดภูเก็ตในฐานะตัวแทนของประเทศไทยไปกล่าวสุนทรพจน์ ในเรื่องของแก๊สเรือนกระจก ว่าจะประหยัดพลังงานกันอย่างไร มีแนวทางในส่วนนี้มากน้อยแค่ไหน โดยในส่วนของจังหวัดภูเก็ตได้พูดถึงการลดพลังงาน โดยการลดใช้ถุงพลาสติก มาใช้ถุงผ้าแทน ความจริงก็ทำหลายอย่าง แต่ข้อมูลที่นำไปนั้นไม่เพียงเฉพาะภูเก็ตอย่างเดียวแต่ได้พูดถึงภาพรวมของประเทศไทยด้วย อะไรที่ประหยัดพลังงานได้เราก็จะทำการลดพลังงาน ให้พี่น้องประชาชนมีความรู้สึกว่าปลอดภัย แม้แต่เรื่องปัญหาขยะก็ได้มีการนำไปพูด และพูดถึงการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตด้วย

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวต่ออีกว่า จังหวัดที่ไปนั้นส่วนใหญ่เป็นจังหวัดหมู่เกาะทั้งสิ้น และเน้นหนักในเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งทางไหหนานก็ประทับใจในจังหวัดภูเก็ตเพราะถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สวยงาม ทำรายได้ปีละ 1 แสนล้านบาทให้กับประเทศไทย ส่วนเรื่องอื่นๆไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมของไทยมีเอกลักษณ์ที่คล้ายกัน อย่างไรก็ตามทางจังหวัดภูเก็ตก็ได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวจากฟิลิปปินส์ ศรีลังกา อินโดนีเซีย จีน ให้มาเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีการรับปากว่าจะเชิญชวนประชาชนของ 14 แห่งที่เข้าร่วมประชุม ให้เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้การประชุมถือว่าได้ประโยชน์อย่างมาก นอกจากนี้ทางไหหนานได้เปิดโอกาสให้กล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมด้วย ซึ่งมีเพียง 4 จังหวัดเท่านั้นที่ได้ขึ้นเวทีดังกล่าว และยังได้รับคำชมเชยจากผู้ที่เข้าร่วมการประชุม ที่สำคัญทางผู้ว่าราชการจังหวัดไหหนาน ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและก็ได้ชื่นชมภูเก็ตพร้อมรับปากว่าจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเมืองไหหนานมเที่ยวภูเก็ตให้มากยิ่งขึ้น


คนกมลา-ในยางอพยพ หลังเสียงสัญญาณสึนามิดัง


ในช่วงเช้าของวันที่ 5 พฤศจิกายน 53 ประชาชนที่อาศัยและประกอบอาชีพอยู่บริเวณหาดในยาง อ.ถลาง และหาดกมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ต่างแตกตื่นตกใจและมีการอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย เนื่องจากมีเสียงสัญญาณเตือนภัยสึนามิดังขึ้นจากหอเตือนภัยที่อยู่บริเวณชายหาด


ทั้งนี้นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า จากการที่ได้ตรวจสอบไปยังศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติได้รับการประสานว่า ไม่ได้มีการกดสัญญาณเตือนภัยแต่อย่างใด และในส่วนของทางจังหวัดโดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่ได้รับแจ้งว่าจะเกิดสึนามิ ทั้งนี้การตรวจสอบล่าสุดก็ยังคงยืนยันว่าเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังขึ้นนั้น เกิดจากความขัดข้องของศูนย์เตือนภัยฯ และทางจังหวัดก็ได้แจ้งไปยังศูนย์เตือนภัยฯ ให้จัดส่งเจ้าหน้าที่ลงมาแก้ไขโดยเร่งด่วน เพราะหากปล่อยไว้ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนเกิดอาการขวัญผวาและตื่นตระหนกตกใจไม่มีกำลังใจในการประกอบอาชีพ และครั้งนี้ถือว่ายังโชคดีที่เป็นเวลากลางวัน อย่างไรก็ตามแจ้งยืนยันให้พี่น้องประชาชนทราบว่าเสียงสัญญาณที่ดังขึ้นนั้นเกิดจากความผิดพลาดของศูนย์เตือนภัยฯ ซึ่งจะได้มีการจัดส่งเจ้าหน้าลงมาทำการแก้ไขในเร็วๆ นี้

ขณะที่นายสันติ์ จันทรวงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ได้ประสานข้อมูลไปยังศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อยืนยันการตรวจสอบการแจ้งเตือนของหอเตือนภัย ปรากฏว่าในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาไม่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่อาจจะส่งผลกระทบหรือเกิดภัยสึนามิต่อจังหวัดชายฝั่งอันดามันแต่อย่างใด และไม่มีการกดสัญญาณเตือนภัยในพื้นที่ดังกล่าว แต่อาจเกิดจากความขัดข้องของระบบ ทั้งนี้ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติจะได้ตรวจสอบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป นายสันติ์กล่าว




ช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้


ช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสิริโรจน์ (Phuket International Hospital) ร่วมกันรับบริจาคเงิน เพื่อนำไปสมทบทุนมอบให้กับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.สงขลา เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดภาคใต้


วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ทร.ภาค 3 นำถุงยังชีพพระราชทานแก่ประชาชน


ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีความห่วงใยในพสกนิกรของพระองค์ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในทุกพื้นที่ และในครั้งนี้ได้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ฯ ให้กองทัพเรือ จัดถุงยังชีพพระราชทาน ให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้เป็นการเร่งด่วน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ที่มีแก่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า

ในการนี้กองทัพเรือ มอบหมายให้ ทัพเรือภาคที่ 3 จัดตั้ง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 3 (ศบภ.ทรภ.3) ดำเนินการตามพระราชประสงค์อย่างเร่งด่วน โดยมี พลเรือโท ชุมนุม อาจวงษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 / ผู้อำนวยการ

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 3 จัดนำถุงยังชีพพระราชทานจำนวน 600 ชุด มอบให้ผู้ประสบอุทกภัยที่ได้รับความเดือนร้อน ใน วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน 53 ณ โรงเรียนบ้านทุ่งสภากาชาดอุปถัมภ์ ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล

หน่วยบรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 3 จัดหน่วยบรรเทาสาธารณภัยฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 ร่วมกับ หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหน่วยปฎิบัติการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ 452 ให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน พร้อมได้จัดชุดให้การช่วยเหลือ จำนวน 4 ชุด เข้าทำการช่วยเหลือผู้ประสบอุทักภัยในพื้นที่ อำเภอละงู จังหวัดสตูล และเมื่อภัยพิบัติยุติลง ให้หน่วยต่าง ๆ สนับสนุนฝ่ายพลเรือนในการฟื้นฟูบูรณะตามที่ได้รับการร้องขอ หรือตามความจำเป็นอย่างเร่งด่วน ตามขีดความสามารถของหน่วยในพื้นที่ เพื่อให้พื้นที่ประสบภัยกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว


ชาวภูเก็ตร่วมจุดเทียนส่งใจให้กามาร่า


เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2553 ที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ในฐานะประธานสโมสรเอฟซีภูเก็ต พร้อมด้วยนายเอี่ยม ถาวรว่องวงศ์ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ นายฮัสซัน ฮาเหม็ด พี่ชายของกามาร่า นักเตะทีมเอฟซีภูเก็ต และแฟนคลับ ได้ร่วมกันจุดเทียนเพื่อส่งใจให้กับ กามาร่า ฮาเหม็ด นักเตะของทีมเอฟซีภูเก็ต เพื่อให้หายป่วยโดยเร็ว หลังจากที่เกิดอาการหัวใจวายช็อกหมดสติกลางสนามสุระกุลระหว่างการแข่งขันกับทีมชัยนาท เอฟซี เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ทั้งนี้นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจกามาร่า และมั่นใจว่าทีมเอฟซีภูเก็ต จะสามารถเป็นแชมป์ขึ้นไปสู่ทีมดิวิชั่นชั้น 1 ได้อย่างแน่นอน จึงต้องขอเป็นกำลังใจให้นักเตะทีมเอฟซีภูเก็ตทุกคน สำหรับเอฟซีภูเก็ตไม่ได้เป็นทีมของคนภูเก็ตเท่านั้น แต่เป็นทีมของภาคใต้ทุกจังหวัด ก็ขอให้ได้รับชัยชนะ เพื่อเป็นของขวัญให้กับกามาร่าและขอให้กามาร่าหายป่วยโดยเร็ว

ด้านฮัสซัน ฮาเหม็ด พี่ชายของกามาร่า กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้รายงานทุกสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ ซึ่งมีชาวภูเก็ตยืนอยู่เคียงข้างกามาร่าตลอดเวลาให้ครอบครัวได้รับทราบแล้ว ก็ขอบคุณชาวภูเก็ตทุกคนที่ให้ความสำคัญกับน้องชาย และขอบคุณนักเตะทีมเอฟซีภูเก็ตที่รู้สึกเป็นครอบครัวเดียวกันกับกามาร่า ถึงแม้ว่าวันนี้กามาร่าจะไม่อยู่ ไม่ได้ลงเตะ แต่ว่าเขาอยู่ในใจของทุกคน สำหรับตนไม่อยากได้อะไรจากชาวภูเก็ต เพราะที่ได้รับเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ขอให้ทุกคนสามัคคีกัน และสวดมนต์ให้กามาร่าอยู่ต่อไป ต้องสู้เพื่อเลื่อนชั้นขึ้นดิวิชั่น 1 ตามความหวังขอกามาร่า หากวันหนึ่งกามาร่าตื่นขึ้นมาแล้วทีมได้รับชัยชนะ เขาคงมีความสุขมาก และเราจะได้บอกกับลูกของกามาร่าที่มีอายุ 2 เดือนเศษในขณะนี้ได้ว่า พ่อของเขาเป็นนักสู้