จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันอังคารที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2554

อบรมแปรรูปผลิตภัณฑ์จากน้ำยางพารา


เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2554 ที่ทำการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทำสวนป่าคลอก นายสุทธิพงศ์ สายสาคเรศ แรงงานจังหวัดภูเก็ต ได้เป็นประธานเปิดการอบรมโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือแก่ผู้ประกอบอาชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน หลักสูตรแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์จากน้ำยางพารา

ทั้งนี้นายสุทธิพงศ์ สายสาคเรศ ได้กล่าวว่า โครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือแก่ผู้ประกอบอาชีพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพ หลักสูตรแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์จากน้ำยางพารา มีผู้ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากอาชีพเข้ารับการอบรม จำนวน 30 คน โดยจะฝึกอบรมตั้งแต่วันที่ 24 – 29 มกราคม 2554 สำหรับการฝึกในครั้งนี้เป็นการฝึกอบรมแบบให้เปล่า และจ่ายเบี้ยเลี้ยงเป็นตอบแทนให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนชั่วคราว วันละ 120 บาท

ซึ่งโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือแก่ผู้ประกอบอาชีพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพ ซึ่งในปีงบประมาณ 2554 กระทรวงแรงงานได้จัดสรรงบประมาณให้แก่จังหวัดภูเก็ตจำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการระดับจังหวัดได้อนุมัติให้หน่วยงานต่างๆ ไปดำเนินการต่อไปแล้ว รวม 7 โครงการ

วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554

รพ.อบจ.ภูเก็ตพร้อมให้บริการพฤษภาคมนี้


เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 24 มกราคม 2554 ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) นายประดิษฐ์ แสงจันทร์ ประธานสภา อบจ.ภูเก็ต เป็นประธานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต สมัยวิสามัญ ประจำปี 2554 สมัยที่ 1 โดยมีสมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต คณะผู้บริหาร อบจ.ภูเก็ตนำโดยนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ. และส่วนราชการ อบจ.ภูเก็ต ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ได้มีการรับรองรายงานการประชุมสมัยสามัญ ประจำปี 2553 สมัยที่สอง (ครั้งที่ 2) เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2553, การประชุมสมัยสามัญ ประจำปี 2553 สมัยที่สอง (ครั้งที่ 3) เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2553, การประชุมวิสามัญ ประจำปี 2553 สมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2553, สมัยวิสามัญ ประจำ 2553 สมัยที่ 2 (ครั้งที่ 2) เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2553 และการประชุมวิสามัญ ประจำปี 2553 สมัยที่ 2 (ครั้งที่ 3) เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2553 นอกจากนี้ยังได้มีการเสนอรายงานผลการดำเนินงานโครงการของ อบจ.ภูเก็ตในรอบปีงบประมาณ พ.ศ.2553 การยื่นญัตติขออนุมัติจ่ายขาดเงินสะสมสำหรับเงินช่วยเหลือค่าศึกษาบุตรและเงินสมทบ และชดเชยกองทุนบำเหน็จบำนาญของข้าราชการครู เพื่อส่งคืนให้สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต และญัตติขออนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553

อย่างไรก็ตามในวาระอื่นๆ ได้มีสมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต สอบถามความคืบหน้าของการเปิดให้บริการโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต ซึ่งนายไพบูลย์ อุบัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก ในส่วนของการปรับปรุงและพัฒนา โดยเฟสแรกจะเปิดให้บริการประมาณเดือนพฤษภาคม จำนวน 129 เตียง และได้มีการคัดเลือกทีมแพทย์ที่จะเข้ามาบริหารได้แก่ บริษัท เอ็มเอ็มพี จำกัด โดยมีผู้บริหารประกอบด้วย ศ.เกียรติคุณ นพ.ธีรชัย ฉันทโรจน์ศรี ประธานที่ปรึกษาบริษัทฯ นพ.ชัยวัฒน์ เตชะไพฑูรย์ กรรมการผู้อำนวยการบริษัทฯ เป็นกรรมการอำนวยการโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต นพ.กำธร ศิริพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัทฯ เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต และนายสุทธิชัย เตชนะรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัทฯ เป็นผู้จัดการฝ่ายบริหารทั่วไปโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต

นอกจากนี้ยังมีสมาชิกสภาฯ ยังได้สอบถามเกี่ยวกับการปรับปรังสนามชัย การปรับปรุงอาคารบริเวณหนองในหน ราไวย์ การเสนอให้ อบจ.ภูเก็ต จัดทำโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษา และการจัดกิจรรมส่งเสริมด้านคุณธรรมและจริยธรรม โดยเฉพาะการจัดให้มีสถานที่สำหรับการปฏิบัติธรรมในหมู่บ้านต่างๆ รวมถึงการดูแลเกาะกลางถนนเส้นทางเข้า-ออกตัวเมืองภูเก็ต

ทน.ภูเก็ตรณรงค์รักษาความสะอาด จัด “กวาดบ้านต้อนรับตรุษจีน”


เมื่อวันที่ 24 มกราคม 54 ที่ บริเวณเลในเมือง สวนสาธารณะสะพานหิน อ.เมือง ภูเก็ตนางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์รักษาความสะอาด “กวาดบ้านต้อนรับตรุษจีน” โดยมีคณะผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการกอง หัวหน้าส่วน พนักงานเทศบาล ครู นักเรียนและประชาชนทั่วไป ร่วมในพิธี

ทั้งนี้นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า ประชาชนในท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ตส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน และเทศกาลตรุษจีนหรือวันขึ้นปีใหม่จีน ปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554 เทศบาลนครภูเก็ตให้ความสำคัญกับประเพณี และวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน จึงได้จัดกิจกรรมสัปดาห์กวาดบ้านต้อนรับตรุษจีนขึ้น ระหว่าง วันที่ 24 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2554 โดยขอให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมในการรักษาความสะอาดเก็บกวาดสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วในบ้านเรือนของตนนำออกมากองไว้หน้าบ้าน เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่เทศบาลมาดำเนินการจัดเก็บและเพื่อเป็นการรักษาความสะอาดบ้านเรือนต้อนรับเทศกาลตรุษจีน จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตเทศบาลเข้าร่วมกิจกรรม โดยการทำความสะอาดบ้านเรือนของตน และนำสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วมากองไว้ หน้าบ้าน ซึ่งเทศบาลฯจะจัดรถให้บริการเก็บขนฟรีตั้งแต่ เวลา 13.00 – 17.00 น. โดยในวันนี้เริ่มวันแรกของการเก็บกวาด ซึ่งจะมีรถไปเก็บขยะของพี่น้องประชาชน โดยเริ่มจาก เริ่มที่ซ.พะเนียง ถ.หงษ์หยกอุทิศ  ซ.ทิวสน ซ.ยี่โถ ซ.ดอกรัก ซ.ชงโค ซ.พวงชมพู ซ.พวงทอง ซ.เฟื่องฟ้า   ซ.หางนกยูง ซ.ราชพฤกษ์ ซ.เอสเบค ซ.รุ่งระวีแมนชั่น ซ.ประยูร 1 ซ.ประยูร 2 ซ.ประยูร 2/1 ซ.ประยูร 2/1  ซ.ประยูร 2/2  ซ.ประยูร 2/3 ซ.ประยูร 2/4 ซ.ประยูร  ซ.ประยูร 3/1 ซึ่งประชาชนท่านใดมีข้อสงสัยสามารถโทรฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานประชาสัมพันธ์เทศบาลนครภูเก็ต 076 – 212196 หรือกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม 076 – 211570

นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นการสร้างจิตสำนึกและกระบวนการมีส่วนร่วมในการรักษาความสะอาด เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง และเพื่อสุขอนามัยที่ดีของผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ยังได้ประกอบคุณงามความดี ในเทศกาลต้อนรับตรุษจีนอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างมงคลให้กับชีวิต เพื่อเตรียมรับสิ่งดีๆ ในวันตรุษจีนต่อไป

อบจ.ภูเก็ตเตรียมจัดงานตรุษจีนยิ่งใหญ่


เมื่อวันที่ 22 มกราคม 54 ที่ โรงแรมเซ็นทรัล โซฟิเทล ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกันแถลงข่าว การจัดงานประเพณีตรุษจีนประจำปี 2554 หรือ งานตรุษจีนภูเก็ต 54 ภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์ไข่มุกมงคล เหนือผืนทรายใต้ผืนฟ้า” จัดโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวว่า ด้วยตัวเองในฐานะตัวแทนชาวจังหวัดภูเก็ต รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้จัดงานประเพณีตรุษจีนประจำปี 2554 หรืองานตรุษจีนภูเก็ต 54 ภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์ไข่มุกมงคล เหนือผืนทรายใต้ผืนฟ้า” ขึ้นในครั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่สำหรับชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวไทยทุกคนในภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง ทั้งยังมีส่วนช่วยส่งเสริมและดำรงไว้ซึ่งความเป็นวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายจีนให้คงอยู่ ผมภูมิใจที่มีกิจกรรมที่ดีอย่างนี้ เพื่อส่งคืนความสุขให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ ปีนี้ถือเป็นปีมหามงคลเนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนม์มายุครบรอบ 84 พรรษา พวกเราชาวจังหวัดภูเก็ตจึงขอถือโอกาสนี้ จัดงานตรุษจีนยิ่งใหญ่ที่สุด อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระเจ้าอยู่หัวของเรา และเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่มาเที่ยวชมงานด้วย

ด้านนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวว่า งานประเพณีตรุษจีน ภูเก็ต 2554 จัดขึ้นในคอนเส็ปท์ “มหัศจรรย์ไข่มุกมงคล เหนือผืนทรายใต้ผืนฟ้า” ถือเป็นการส่งมอบขุมทรัพย์แห่งความสุขจากเรือสำเภาทองที่มาจากโพ้นทะเล เพราะหากจะกล่าวถึงเมืองอันถือเป็นสรวงสวรรค์แห่งหนึ่งบนผืนแผ่นดินไทย มนต์เสน่ห์แห่งความงดงามอันได้ชื่อว่าเป็นไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้นั้น คือ นามที่ได้รับการกล่าวขานถึง เมืองภูเก็ต

โดยงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งจะมีการออกร้านจำหน่ายอาหารและสินค้ามงคลที่หลากหลาย จากร้านชื่อดังในภูเก็ตรวมถึงจังหวัดใกล้เคียง เพลิดเพลินบนถนนโคมแดงที่ยาวสุดลูกหูลูกตา และกิจกรรมการแสดงมากมายพร้อมสนุกสนานกับการเล่นเกมส์ลุ้นรับของรางวัล สำหรับผู้ร่วมงานที่แต่งกายในชุดจีนหรือใช้คอนเซ็บส์ การแต่งกายสไตส์จีน นอกนั้นยังมีการแสดงกายกรรมเหนือมนุษย์แห่งเมือง ภูหยาง ประเทศจีน ที่บินตรงมาแสดงที่ภูเก็ตในงานนี้ที่เดียวเท่านั้น พร้อมการแสดงพิเศษมากมายซึ่งเป็นที่นิยมชื่นชอบของคนจีน ตื่นเต้นกับการแสดง สิงโตคลอดลูก ร่วมชื่นชมในบารมี ของเจ้าแม่กวนอิมในโชว์ชุด กวนอิมพันมือ ที่สวยงามตระการตา ชมพลุเฉลิมฉลอง 3 ชุดใหญ่ในชื่อชุดว่า มังกรทะยานฟ้า, หงส์คู่มังกร และเหล่ามังกรฉลองหล้าขอจงทรงพระเจริญ ปิดท้ายด้วยการแสดงคอนเสริ์ตจากศิลปินนักร้องค่ายดัง ในงานนี้ด้วย มีทั้ง รุจ เดอะสตาร์, เป๊ก ผลิตโชค และวง จีทเวนตี้

ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นเพียงวันเดียว คืนเดียวเท่านั้น รับรองว่าทุกท่านที่เข้าร่วมงานจะไม่มีวันลืม งานตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “มหัศจรรย์ไข่มุกมงคล เหนือผืนทราย ใต้ผืนฟ้า” วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554
ณ สนามชัย อ.เมือง จ.ภูเก็ต ชมฟรีตลอดงาน เริ่ม 4 โมงเย็นเป็นต้นไป

วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2554

“สุเทพ” รณรงค์สวมหมวกนิรภัยจังหวัดภูเก็ต

“สุ
เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2554 ที่บริเวณสนามชัย ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์สวมนิรภัยในจังหวัดภูเก็ต 100% โดยได้มีการปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์จำนวน 10,000 คัน ซึ่งผู้ขับขี่และซ้อนท้ายสวมใส่หมวกนิรภัย ไปรอบตัวเมืองภูเก็ต เพื่อรณรงค์และกระตุ้นจิตสำนึกให้ผู้ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัย โดยมีนางอัญชลี วานิช เทพบุตร เลขาธิการนายกรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 8 ตลอดจนคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วม เป็นจำนวนมาก

นายสุเทพ กล่าวว่า โครงการรณรงค์สวมหมวกนิรภัยในจังหวัดภูเก็ต 100 % เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนและเป็นตัวอย่างที่จะให้จังหวัดอื่นๆ นำไปปฏิบัติต่อไป ซึ่งการลดอุบัติเหตุเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง รวมถึงจะต้องอาศัยความเข้มแข็งของทุกฝ่ายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้น เนื่องจากเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ ประกอบกับในช่วงปี 2011 - 2020 องค์การอนามัยโลกกำหนดให้เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัย เช่นเดียวกับรัฐบาลไทยก็ได้กำหนดให้ปี 2554 – 2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนด้วยเช่นกัน โดยมีเป้าหมายลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้ได้ 50 % ในปี 2563

“ในการดำเนินการแก้ไขปัญหานั้น จะต้องแก้ไขปัจจัยเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูง ได้แก่ พฤติกรรมของผู้ขับขี่ซึ่งจะต้องมีการปรับเปลี่ยน เช่น ไม่มีใบขับขี่ ขับรถเร็วเกินกำหนด เมาแล้วขับ เป็นต้น ปัญหาด้านโครงสร้างวิศวกรรมจราจร การวางผังเมือง จุดเสี่ยง จุดตัด ทางแยกต่างๆ โดยจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข รวมถึงการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง นอกจากนี้จะต้องเพิ่มมาตรการในการตรวจสอบในส่วนของรถให้บริการสาธารณะเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาจะพบว่าเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างบ่อย เช่น รถตู้ รถรับส่งนักเรียน เป็นต้น ทั้งนี้จะต้องสร้างกระแสและกระตุ้นให้ผู้ขับขี่รับรู้รับทราบผลกระทบของอุบัติที่เกิดขึ้น” นายสุเทพกล่าว

ขณะที่นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุย้อนหลัง 5 ปี จังหวัดภูเก็ตมีประชาชนต้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ปีละกว่า 200 ราย บาดเจ็บสาหัส 5,699 ราย บาดเจ็บธรรมดา 61,141 ราย มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมประมาณปีละ 7,290 ล้านบาท หรือเดือนละ 280 ล้านบาท ซึ่งอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดจากรถจักรยานยนต์ 80% และส่วนใหญ่ไม่สวมหมวกนิรภัย จากความสูญเสียและความเสียหายดังกล่าว ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์ให้ประชาชนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และผู้นั่งซ้อนท้าย 100% ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2553 เป็นต้นมา และกำหนดให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 ปรากฏว่าได้รับความสนใจและความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี สร้างความพึงพอใจให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เห็นความสำคัญ จึงได้ส่งคณะทำงานมาศึกษารูปแบบ เก็บข้อมูล วิเคราะห์ เพื่อนำไปเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่นๆ ดำเนินการต่อไป

นอกจากนี้ทางตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตได้มีการขยายโครงการรณรงค์ทั้งจังหวัดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 เป็นต้นมา และกำหนดบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป และจากสถิติอุบัติเหตุที่เกิดจากรถจักรยานยนต์ ก่อนที่จะมีการรณรงค์จังหวัดภูเก็ตมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยเดือนละ 16 ราย เมื่อเริ่มโครงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิตลดลง 50% ด้วยสาเหตุดังกล่าวจึงทำให้พี่น้องประชาชนเห็นความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัย จึงได้ให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง นับเป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดภูเก็ตที่ได้ดำเนินการโครงการนี้จนประสบความสำเร็จเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทย นายตรี กล่าว

เอฟซี ภูเก็ต เฉือน กระบี่ เอฟซี ใน "ศึกสี่เส้า อันดามัน"


เมื่อวันที่ 21 มกราคม 54 ที่ สนามกีฬาสุระกุล จังหวัดภูเก็ต อบจ.ภูเก็ต ได้จัดการแข่งขันฟุตบอล " ศึกสี่เส้า อันดามัน" โดยมีทีม สโมสร "กิเลนทะเลใต้" เอฟซี ภูเก็ต เป็นเจ้าบ้าน ต้อนรับการมาเยือน ของ "เรือขุดมหากาฬ" พังงา เอฟซี, "อินทรีย์อันดามัน" กระบี่ เอฟซี และ "เดอะ รูสเตอร์" สุราษฎร์ธานี เอฟซี เพื่อเป็นการอุ่นเครื่อง ก่อนที่จะ เปิดฤดูกาลแข่งขัน ลีกทั้ง ดิวิชั่น 1 ของเอฟซี ภูเก็ต และ ดิวิชั่น 2 ของ พังงา เอฟซี, กระบี่ เอฟซีและสุราษฎร์ธานี เอฟซี ของโซนภาคใต้ โดยมี นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต นาย เอี่ยม ถาวรว่องวงค์ ผู้อำนวยการโรงแรมในเครือกะตะกรุ๊ป ผู้ร่วมสนับสนุน นายเชษฐวิทย์ ตันติพันธุ์วดี นายกสมาคมกีฬาจังหวัดภูเก็ต นายประสาน ยอดต่อ รองนายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง นายชัยรัตน์ สุขบาล รองนายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง แขกผู้มีเกียรติ และแฟนคลับ กองเชียร์ของแต่ละทีม มาร่วมชมจำนวนประมาณ 1,000 คน

โดยการแข่งขันคู่แรกเป็นการพบกันระหว่าง พังงา เอฟซี กับ สุราษฎร์ธานี เอฟซี โดยในครึ่งแรก พังงา เอฟซี นำไป 1 – 0 ครึ่งหลังเริ่มได้ไม่นาน พังงาก็ได้ประตูอีก นำไปเป็น 2 – 0 จากนั้นเกมส์เริ่มจะดุเดือดมากขึ้น จนผู้ตัดสินต้องทำงานหนักมากขึ้น พร้อมทั้งมีการแจกใบเหลือง แจกใบแดง แต่ก็ไม่สามารถทำประตูกันได้ จบเกมส์พังงา เอฟซี ชนะ สุราษฎร์ธานี เอฟซี ไป 2 – 0

ส่วนคู่ที่ 2 เป็นการแข่งขันกันระหว่าง "กิเลนทะเลใต้" เอฟซี ภูเก็ต เจ้าบ้าน ที่มีการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่น มีการคัดตัวกันในรอบอาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะลงทำการแข่งขันในครั้งนี้ เริ่มเกมส์กระบี่พยายามบุกเจ้าถิ่น และไม่เกรงศักดิ์ศรีแชมป์ดิวิชั่น2 ภาคใต้แต่อย่างใด โดยเอฟซีภูเก็ตโต้กลับเป็นครั้งๆ และประสบความสำเร็จในนาทีที่ 17 เอฟซี ภูเก็ต จากการยิงของ เปาโล เรเนโต หมายเลข 77 นักเตะชาวบราซิล ซึ่งเป็นผู้เล่นตัวใหม่ ให้เอฟซีภูเก็ตนำไปก่อน 1 – 0 เมื่อถูกนำไปก่อน "อินทรีย์อันดามัน" กระบี่ เอฟซี ก็บุกหนักมากขึ้น จนนาที 26 ก็สำเร็จ เมื่อ COSMAS ผู้เล่นหมายเลข 16 ยิงประตูตีเสมอให้ กระบี่ เอฟซี 1 – 1 และในนาที 45 ช่วงทดเวลา 2 นาที หมายเลข 5 วิราชโรจน์ จันทร์เต็ง ตัวใหม่ของเอฟซี ภูเก็ต ที่ย้ายมาจาก สโมสรพัทยายูไนเต็ด ก็ชัดบอลเข้าประตู ของกระบี่ เอฟซี ไปอย่างสวยงาม หมดครึ่งแรก เอฟซี ภูเก็ต นำไปก่อน 2 – 1

ครึ่งหลัง ยังมีการบุกกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งทาง กระบี่ เอฟซี ได้ลูกโทษหลายครั้ง แต่ก็แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จนในนาที ที่ 83 เปาโล เรเนโต ก็ได้ลูกโทษใกล้เขตโทษ และเปาโลก็ไม่ทำให้กองเชียร์ผิดหวัง ลุกขึ้นมาซัดเข้าไปตุงตาข่าย ทำให้ เอฟซี ภูเก็ต นำไป 3 – 1 จากนั้นทั้ง 2 ทีมก็ทำไรกันไม่ได้ หมดเวลา ทีมเอฟซี ภูเก็ต เฉือนชนะ 3 – 1 ซึ่งในวันที่ 23 ม.ค. นี้ จะมีการชิงที่ 3 และ ชิงที่ 1 กันที่สนามกีฬา สุระกุล จังหวัดภูเก็ต อีกครั้งหนึ่ง

วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554

ยื่นหนังสือค้านการขุดเจาะอุโมงค์


เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2554 ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการขุดเจาะอุโมงค์กะทู้-ป่าตอง นำโดยนายวิชาญ สวัสดิรักษ์ อดีตกำนันตำบลป่าตอง และนายบุญเลิศ วัญญัตติกุล ได้ยื่นหนังสือถึงนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผ่านทางนายประพันธ์ ขันธ์พระแสง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต เพื่อคัดค้านการจัดทำโครงการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วิศวกรรมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางหลวงสายใหม่กะทู้ – ป่าตอง (อุโมงค์ป่าตอง)

นายวิชาญ กล่าวว่า ผลสรุปจากการศึกษาโครงการขุดเจาะอุโมงค์ป่าตอง ซึ่งทางเทศบาลเมืองป่าตองได้ว่าจ้างศูนย์วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บริษัท แอพซีลอน จำกัด และบริษัท แพลนโปร จำกัด ทำการศึกษาความเหมาะสมการขุดเจาะอุโมงค์ป่าตอง เสนอทางเลือกทั้งหมด 4 แนวทาง แต่ที่เหมาะสมที่สุด คือทางเลือกที่ 2 โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณกม.0+850 ทางหลวงหมายเลข 4029 บริเวณสนามแข่งรถ Go-Kart Speed Way ซ้อนทับถนนสายเดิมยาวประมาณ 500 เมตร แล้วจะเบี่ยงช้ายขึ้นไปลอดเขานาคเกิด ซึ่งเป็นอุโมงค์ยาวประมาณ 1,165 เมตร ตัดผ่านถนนพิสิฐกรณีย์ ยาว 204 เมตร แล้วมาบรรจบกับถนนผังเมืองสาย ก. ซึ่งเป็นทางยกระดับมีความยาวประมาณ 2.95 กิโลเมตร ซึ่งจะส่งผลกระทบกับชุมชนบ้านมอญ และก่อนหน้านี้ก็เคยมีการคัดค้านด้วยเช่นกัน

“เนื่องจากปากทางออกอุโมงค์ฝั่งป่าตองได้ตัดผ่านหมู่บ้านมอญ ทำให้ชาวบ้านประมาณ 58 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน เพราะพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพของชาวบ้าน ซึ่งนอกจากการยื่นหนังสือคัดค้านผ่านทางจังหวัดภูเก็ตแล้ว ก็ได้มีการยื่นหนังสือคัดค้านผ่านทางเทศบาลเมืองป่าตองและอำเภอกะทู้ ด้วย”

นายวิชาญ กล่าวด้วยว่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะมีการเจาะอุโมงค์ ควรจะหาวิธีการอื่นๆในการแก้ปัญหาเรื่องของจราจร เพราะจะเกิดผลกระทบกับชาวบ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่ตั้งบ้านเรือนและประกอบอาชีพอยู่บริเวณใกล้กับทางออกของอุโมงค์ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ ส่วนที่จะมีการจ่ายค่าเวนคืนนั้นก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะจ่ายจำนวนมากน้อยเพียงใด และหากชาวบ้านยอมรับค่าเวนคืนก็ไม่สามารถที่จะหาซื้อที่ดินได้ใหม่ เนื่องจากราคาที่ดินในป่าตองสูงมาก


บาร์เบียร์ขอยืดหยุ่นเวลาปิดให้บริการ


เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2554 ที่ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายนิวัตร ชนะจิตร ประธานกลุ่มผู้ประกอบการสถานบันเทิงในพื้นที่ฉลอง กะตะและกะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยนายธนบดี โชคสกุลพันธ์ ทนายความที่ปรึกษากลุ่มฯ และตัวแทนอีกจำนวนหนึ่ง ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอให้ยืดหยุ่นการเปิด-ปิดสถานบันเทิงและบาร์เบียร์ ให้เหมือนกับพื้นที่ป่าตอง เนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างหนักหลังเจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มในการตรวจสถานบันเทิง

โดยนายนิวัตร ชนะจิตร ประธานกลุ่มผู้ประกอบการสถานบันเทิงในพื้นที่ฉลอง กะตะและกะรน กล่าวว่า ขณะนี้ทางผู้ประกอบการได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เนื่องจากนโยบายให้สถานบันเทิง/บาร์เบียร์ปิดให้บริการในเวลา 1 นาฬิกา โดยไม่มีข้อยืดหยุ่น ทำให้ผู้ประกอบการสูญเสียรายได้ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างมาก ประกอบกับในการประกอบการก็จะต้องมีการเช่าพื้นที่ซึ่งมีทั้งรายปีและรายเดือน นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานต่างๆ มาขอรับเงินบริจาคเป็นประจำ ส่งผลให้มีความเดือดร้อนหนัก และจากการประชุมร่วมกันของผู้ประกอบการมีความเห็นว่าขอปิดให้บริการเช่นเดียวกับสถานบันเทิง/บาร์เบียร์ในพื้นที่ป่าตอง

เหตุที่ต้องมีการขอขยายเวลาให้บริการ เนื่องจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการสถานบันเทิงหรือบาร์เบียร์นั้นจะเป็นช่วงประมาณเกือบเที่ยงคืน ดังนั้นหากปิดเวลา 1 นาฬิกา ก็ทำให้มีช่วงระยะเวลาในการให้บริการที่สั้น และในปัจจุบันการท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจทำให้มีนักท่องเที่ยวลดน้อยลง และจากการปิดสถานบันเทิงเร็วก็จะเป็นจุดอ่อนที่ประเทศคู่แข่งทางด้านการท่องเที่ยวนำไปใช้ประโยชน์สำหรับดึงนักท่องเที่ยวได้ นายนิวัตร กล่าว และกล่าวด้วยว่า เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ก็อยากให้มองผลกระทบกับผู้ประกอบการด้วย หากเป็นไปได้ก็อยากให้เลื่อนเวลาในการปิดให้บริการไปเป็นเวลา 5-6 นาฬิกา

ขณะที่นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังรับหนังสือร้องเรียน ว่า เหตุที่จะต้องมีความเข้มงวด เนื่องจากขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยได้เลือกพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ตนำร่องในการดำเนินการสถานบันเทิงสีขาว โดยจะต้องปลอดจากยาเสพติด เด็กอายุต่ำกว่า 20 บริการ ไม่ให้มีการแสดงโชว์ลามกอนาจาร ตลอดจนการพกพาอาวุธ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น ส่วนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่นั้นยืนยันว่าไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติ สำหรับปัญหาที่ผู้ประกอบการยื่นหนังสือมานั้นก็จะได้นำข้อร้องเรียนดังกล่าวเสนอไปยังหน่วยเหนือพิจารณาต่อไป


หาข้อสรุปเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์


เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2554 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมการระดมความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด โครงการเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อระดมความคิดเห็นว่าเมือง/ชุมชนใดในจังหวัด ควรจะได้รับการเสนอเพื่อคัดเลือกเป็นเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และตัวแทนชุมชน เข้าร่วม

โครงการดังกล่าวดำเนินการโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากรัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการเร่งดำเนินการการแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศ และที่มีผลกระทบจากต่างประเทศ โดยกำหนดให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการจัดทำแผนงานโครงการเพื่อขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและท่องเที่ยวอย่างบูรณาการ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นแก่ภาคประชาชนและเอกชนในการบริโภคและการลงทุน โดยพัฒนาจังหวัดที่มีศักยภาพเป็นเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั่วประเทศ และคัดเลือกเป็นเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากจังหวัดที่มีความโดดเด่นทางภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรม ที่สามารถนำไปพัฒนาสร้างจุดเด่นให้แก่สินค้าหรืบริการของจังหวัด และสร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่นประเทศชาติได้ ประมาณ 10 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

วัตถุประสงค์ของการจัดทำโครงการนั้น เพื่อให้เกิดเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ขึ้นทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เป็นตัวอย่างการดำเนินงานให้กับประชาชนในภูมิภาคและท้องถิ่นต่างๆ ใช้เป็นแนวทางในการสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ภายในพื้นที่ โดยการนำภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาเชื่อมโยงเป็นเรื่องราวกับสินค้าและบริการของเมืองเกิดเป็นเอกลักษณ์ของเมืองที่จะสร้างงาน สร้างรายได้แก่คนในท้องถิ่นและประเทศชาติได้ สร้างความตื่นตัว แรงกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมและให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตลอดจนสร้างโอกาสทางสังคมและเศรษฐกิจให้แก่คนในชุมชนและจังหวัด สามารถพัฒนาเป็นเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการนำเสนอข้อคิดอย่างกว้างขวางแล้ว นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการนำเสนอว่าจะเสนอเมืองหรือชุมชนเพื่อดำเนินการให้เป็นเมืองต้นแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ก็มอบหมายให้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต ไปดำเนินการจัดทำรายละเอียดของพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการนำเสนอ และนำมาขอรับความเห็นชอบจากที่ประชุมอีกครั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้


อบจ.ภูเก็ตประชุมเครือข่ายพัฒนาท้องถิ่น


เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2554 ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมศูนย์เครือข่ายเพื่อแก้ไขปัญหาและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นของจังหวัดภูเก็ต (Phuket Clinic Center)โดยมีคณะผู้บริหาร อบจ.ภูเก็ต สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนราชการอบจ.ภูเก็ต ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ได้มีการแจ้งผลการประชุมคณะอนุกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับ จังหวัดภูเก็ต กรณีการตั้งงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนเกินอัตราที่กำหนด ประจำปีงบประมาณ 2554 และชี้แจงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต อีกทั้งหารือการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในภาพรวมของจังหวัดภูเก็ต รวมถึงโครงการศึกษาดูงานในต่างประเทศ เกี่ยวกับการบริหารท้องถิ่นและการจัดการจังหวัดภูเก็ตให้เป็นเมืองท่องเที่ยวปลอดมลพิษ