จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2554

“ผู้สูงวัยมีคุณค่า ช่วยพัฒนาสังคม”


เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2554 ที่บริเวณชั้น 3 ตึกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต นายแพทย์เจษฎา จงไพบูลย์พัฒนะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เป็นประธานเปิดงานแสดงมุทิตาจิตผู้สูงอายุ ปี 2554 โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ภายใต้โครงการ “ผู้สูงวัยมีคุณค่า ช่วยพัฒนาสังคม” ซึ่งภายในงานมีการสรงน้ำพระพุทธสิงหิงส์ รดน้ำขอพรจากผู้สูงอายุของโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการแสดงต่างๆ จากบุคลากรของโรงพยาบาล เพื่อมอบความบันเทิงใจแก่ผู้สูงอายุด้วย โดยมีนายแพทย์กฤษณ์ สกุลแพทย์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม ประธานชมรมผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุ ตลอดจนคณะกรรมการดำเนินงานวันผู้สูงอายุและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายแพทย์เจษฎา กล่าวว่า เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 13 เมษายน ของทุกปี ทางโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จึงได้จัดโครงการแสดงมุทิตาจิตผู้สูงอายุ ภายใต้โครงการ “ผู้สูงวัยมีคุณค่า ช่วยพัฒนาสังคม”ขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ตระหนักและให้ความสำคัญต่อผู้สูงอายุ ยกย่องเชิดชูคุณค่าของผู้สูงอายุ และให้บริการตามนโยบายของโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และเพื่อให้ผู้สูงอายุได้รู้สึกถึงความสำคัญของตน รู้หลักในการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า และมีความสุขต่อชีวิตตนเอง

สำหรับโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เป็นโรงพยาบาลต้นแบบในการให้บริการสุขภาพแก่ผู้สูงอายุแบบองค์รวม ทั้ง 4 มิติ สู่ชุมชน และโรงพยาบาลได้เล็งเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ซึ่งกิจกรรมมุทิตาจิตผู้สูงอายุก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหลายปี เพื่อสืบสานวัฒนธรรมที่ดีงาม แสดงออกถึงความกตัญญูต่อผู้สูงอายุ ด้วยการทำพิธีรดน้ำดำหัว และเพื่อขยายการพัฒนาระบบบริการสุขภาพในผู้สูงอายุที่มารับบริการ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตด้วย

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554

เรือนจำภูเก็ต จัดฝึกอบรมลูกเสือ-เนตรนารี


เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2554 ที่เรือนจำจังหวัดภูเก็ต นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมลูกเสือ-เนตรนารี วิสามัญสำหรับผู้ต้องขัง ซึ่งทางเรือนจำจังหวัดภูเก็ตจัดขึ้น โดยมีนายระพินทร์ นิชานนท์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดภูเก็ต คณะกรรมการดำเนินงาน คณะวิทยากร เจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ทั้งนี้มีผู้ต้องขังเข้าร่วมการฝึกอบรมจำนวน 80 คน

นายระพินทร์ กล่าวว่า ด้วยกรมราชทัณฑ์มีภารกิจในการควบคุม บำบัด ฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เพื่อคืนคนดีมีคุณค่าสู่สังคม จึงได้จัดแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2552-2554 ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาพฤตินิสัย เพื่อคืนคนดีสู่สังคม ลดภาระภาครัฐ โดยกำหนดกลยุทธ์ว่าผู้ต้องขังได้รับการแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัย ผู้ต้องขังติดยาเสพติดได้รับการบำบัดฟื้นฟู

“ทางเรือนจำจังหวัดภูเก็ต ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญ และประโยชน์ของกิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารีวิสามัญเป็นอย่างยิ่ง จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อให้ผู้ต้องขังมีสิ่งยึดเหนียวทางด้านจิตใจ ได้ยึดมั่นในกฎ คำปฏิญาณของลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญ และสามารถนำไปใช้ปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น รวมถึงปลูกฝังกล่อมเกลาให้ผู้ต้องขัง มีจิตใจเมตตาเสียสละ และมีสัมพันธภาพอันดีกับเพื่อนมนุษย์ทั่วไป ตลอดจนเปิดโอกาสให้หน่วยงานภายนอก ได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง”

สำหรับเนื้อหาการฝึกอบรมเป็นความรู้ด้านภูมิหลังลูกเสือไทยและลูกเสือโลก วินัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสัญญาณ กฎและคำปฏิญาณของลูกเสือ ทักษะของลูกเสือ กิจกรรมผูกแน่น กิจกรรมรอบกองไฟ ลูกเสือกับชุมชน ลูกเสือกับคุณธรรม รวมทั้งความรู้ด้านการป้องกันชีวิตและสุขภาพ ตลอดทั้งความรู้ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

ขณะที่นายวีระวัฒน์ กล่าวว่า ภารกิจลูกเสือเนตรนารี มิได้มีแต่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ได้มีการดำเนินกิจการของลูกเสือเนตรนารี ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ดังนั้นการได้เพิ่มพูนความรู้ ความชำนาญ สามารถที่จะนำไปใช้ประโยชน์ ตลอดจนเผยแพร่ความรู้ให้ผู้อื่นได้ทราบ รวมถึงร่วมกิจกรรมของคณะลูกเสือแห่งชาติ ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องต่อไป

บวงสรวงศาลพระพรหมและศาลตายาย


บวงสรวงศาลพระพรหมและศาลตายาย

นพ.ประยุทธ สมประกิจ ผู้อำนวยการ รพ.กรุงเทพภูเก็ต และประธานคณะผู้บริหารเครือโรงพยาบาลกรุงเทพภาคตะวันออกและภาคใต้ นำทีมแพทย์ พยาบาล และพนักงานโรงพยาบาลเข้าร่วมพิธีบวงสรวงศาลพระพรหมและศาลตายาย ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้บุคลากรของโรงพยาบาล

อุบัติเหตุสงกรานต์ภูเก็ต ตาย 7 ราย


นายสันติ์ จันทรวงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กล่าวสรุปสถิติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2554 จังหวัดภูเก็ตระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2554 ว่า มีอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้น รวม 43 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตจำนวน 7 ราย ในพื้นที่ อ.เมืองภูเก็ต 6 ราย และ อ.ถลาง 1 ราย มีผู้บาดเจ็บ (Admit) จำนวน 52 คน เป็นชาย 35 คน และเป็นหญิง 17 คน แบ่งเป็นช่วงอายุ 1-14 ปี จำนวน 2 คน อายุ15-19 ปี จำนวน 6 คน อายุ 20-24 ปี จำนวน 9 คน อายุ 25-29 ปี จำนวน 8 คน อายุ 30-39 ปี จำนวน 16 คน อายุ 40-49 ปี จำนวน 6 คน และ อายุ 50 ปีขึ้นไป จำนวน 5 คน โดยเหตุเกิดในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต จำนวน 31 คน อำเภอกะทู้ จำนวน 11 คน อำเภอถลาง จำนวน 10 คน สาเหตุมาจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ เมาสุรา และขับรถเร็วเกินกำหนดประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ได้แก่ ถนนกรมทางหลวงและถนนในเมือง /ถนนทางตรงและทางโค้ง

“อย่างไรก็ตามในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ภูเก็ตได้วางเป้าหมายที่จะให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นไม่เกิน 57 ครั้ง ปรากฏว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเพียง 43 ครั้ง ลดลงจากปีที่ผ่านมาซึ่งเกิด 60 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บไม่เกิน 60 คน ปรากฏว่ามีผู้บาดเจ็บ 52 คน ลดลงจากปีที่ผ่านมาซึ่งมีผู้บาดเจ็บ 64 คน และเสียชีวิตไม่เกิน 2 คน แต่ปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิต 7 คน เพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งมีผู้เสียชีวิต 2 คน”

จากการตั้งด่านตรวจจำนวน 11 ด่าน เพื่อบังคับใช้มาตรการตามกฎหมาย ประกอบด้วย หมวกนิรภัย เรียกตรวจ 4,865 ราย ดำเนินคดี 1,219 ราย มอเตอร์ไซด์ไม่ปลอดภัย เรียกตรวจ 5,807 ราย ดำเนินคดี 56 ราย, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เรียกตรวจ 8,618 ราย ดำเนินคดี 208 ราย, เมาไม่ขับ เรียกตรวจ 10,215 ราย ดำเนินคดี 45 ราย, ใบขับขี่ เรียกตรวจ 19,344 ราย ดำเนินคดี 2,597 ราย, ความเร็วเกินกำหนด เรียกตรวจ 2,173 ราย ดำเนินคดี 13 ราย, ฝ่าฝืนไฟจราจร เรียกตรวจ 2,026 ราย ดำเนินคดี 30 ราย, ขับรถย้อนศร เรียกตรวจ 1,784 ราย ดำเนินคดี 13 ราย, แซงที่คับขัน เรียกตรวจ 1,605 ราย ดำเนินคดี 7 ราย และใช้มือถือขณะขับรถ เรียกตรวจ 3,563 ราย ดำเนินคดี 19 ราย รวมเรียกตรวจทั้งสิ้น 60,000 ราย ดำเนินคดี 4,207 ราย

สำหรับรายชื่อของผู้เสียชีวิต ประกอบด้วย 1.นายนรภัทร สุธารักษ์ อายุ 49 ปี สัญชาติ ไทย ที่อยู่ 150/22 หมู่9 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เหตุเกิด ตรงข้ามวิทยาลัยเทคนิคถลาง ถนนเมืองใหม่-สนามบิน รถตู้ชนรถสามล้อพ่วงผู้ซ้อนท้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2.นายทองแดง ผิวจันทร์ อายุ 41 ปี สัญชาติไทย 3.นายปี อายุ 25 ปี สัญชาติ พม่า 4.นางนอ อายุ 25 ปี สัญชาติ พม่า 5.นางสาวเย็น อายุ 25 ปี สัญชาติ พม่า เด็กหญิงชิด อายุ 13 ปี สัญชาติ พม่า และ 7.เด็กหญิงนันจา อายุ 4 ปี สัญชาติ พม่า เหตุเกิดบริเวณโค้งหักศอกทางขึ้นเขาพระใหญ่นาคเกิด ซอยยอดเสน่ห์ ม.8 ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต รถยนต์กระบะเสียหลักเทกระจาดบริเวณโค้งหักศอกทางลงจากเขานาคเกิด

อดีตประธานสภาชนะอดีตรองนายกเป็นนายก

นายสมนึก วิจิตสรัตน์ ปลัดเทศบาลตำบลเทพกระษัตรีได้กล่าวถึง การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลเทศกระษัตรี ว่า หลังจากที่คณะผู้บริหารเทศบาลตำบลเทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และสมาชิกสภาเทศบาลตำบลเทพกระษัตรีได้หมดวาระลงเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ตได้กำหนดเลือกตั้งในวันที่ 17 เมษายน 2554 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 15.00 น.โดยตั้งแต่เช้าหลังเปิดให้มีการลงคะแนน ประชาชนได้ทยอยเดินทางมาลงคะแนน จนกระทั่งปิดหีบ ปรากฏว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งนายกทั้งสิ้น 3,298 คน จากผู้มีสิทธิ์จำนวน 4,607 คน คิดเป็นร้อยละ 71.80 และมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 จำนวน 1,568 คน และเขต 2 จำนวน 1,730 คน โดยคิดเป็นร้อยละ 71.59

และจากการนับคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลเทพกระษัตรี ปรากฏว่า หมายเลข 1 นายบุญส่ง เชื้อนาคา จากกลุ่มรวมใจพัฒนา ได้คะแนน 150 คะแนน หมายเลข 2 นายปิยวัฒน์ จิรจามร จากกลุ่มรวมพลังใหม่ อดีตประธานสภาเทศบาลตำบลเทพกระษัตรี ได้คะแนน 1,640 คะแนน หมายเลข 3 นายมาโนช โชติวรานานนท์ จากกลุ่มรักบ้านเรา อดีตรองนายกเทศมนตรีเทพกระษัตรี ได้คะแนน 1,316 คะแนน หมายเลข 4 นายอดิเรก เอ่งฉ้วน อิสระ ได้คะแนน 22 คะแนน

ด้านผลการนับคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลเทพกระษัตรี เขตเลือกตั้งที่ 1 ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง จำนวน 6 คน ปรากฏว่า อันดับที่ 1 นายพยุง ชนะศึก หมายเลข 5 ได้คะแนน 778 คะแนน อันดับที่ 2 นางกฤษณา เฉิดโฉม หมายเลข 9 ได้คะแนน 680 คะแนน อันดับที่ 3 นางสุพาภรณ์ อุทัชกุล หมายเลข 8 ได้คะแนน 653 คะแนน อันดับที่ 4 นายดำรงค์ฤทธิ์ หมายเลข 11 ได้คะแนน 645 คะแนน อันดับที่ 5 นายสาธร ไชยพงศ์ หมายเลข 10 ได้คะแนน 639 คะแนน และอันดับที่ 6 นายวัชระ สมบัติ หมายเลข 15 ได้คะแนน 596 คะแนน

ส่วนผลการนับคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลเทพกระษัตรี เขตเลือกตั้งที่ 2 ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้ง จำนวน 6 คน ปรากฏว่า อันดับที่ 1 นางสาวศิริรัตน์ ไตรรัตน์ หมายเลข 7 ได้คะแนน 778 คะแนน อันดับที่ 2 นายวศิน ดับโศก หมายเลข 12 ได้คะแนน 763 คะแนน อันดับที่ 3 นายปิยเดช เชื้อฉลาด หมายเลข 14 ได้คะแนน 697 คะแนน อันดับที่ 4 นายยุทธยา ขันมา หมายเลข 9 ได้คะแนน 608 คะแนน อันดับที่ 5 นายเอกพล จันทรวงศ์ หมายเลข 10 ได้คะแนน 600 คะแนน และอันดับที่ 6 นายสมชาติ ลิ่มทอง หมายเลข 13 ได้คะแนน 577 คะแนน

โดยมีบัตรเสียจากการเลือกนายกจำนวน 107 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.23 และเขตเลือกตั้งจำนวน 191 คิดเป็นร้อยละ 5.79 ส่วนบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนนายกจำนวน 73 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.21 และเขตเลือกตั้งจำนวน 101 คิดเป็นร้อยละ 2.19

เอฟซีภูเก็ต ถล่ม เชียงใหม่เอฟซี 4-0


ขอบคุณ YouTube
เอฟซีภูเก็ต ถล่ม เชียงใหม่เอฟซี 4-0

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 54 ที่สนามกีฬาสุระกุล อ.เมือง ภูเก็ต ได้มีการแข่งขันฟุตบอล ไทยลีกดิวิชั่น 1 โดย “กิเลนทะเลใต้” เอฟซีภูเก็ต ทีมอันดับ 8 ของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมโซนท้ายตาราง "พยัคฆ์ล้านนา" เชียงใหม่ เอฟซี อันดับ 16 “พยัคฆ์ล้านนา” เชียงใหม่เอฟซี โดยมีบรรดากองเชียร์ และแฟนคลับ เอฟซีภูเก็ต ที่ขนกันมาเชียร์ให้กำลังใจ “กิเลนทะเลใต้” กว่า 5 พันคน

เปิดฉากขึ้นก็เห็นได้ทันทีว่านักเตะ เอฟซี ภูเก็ต เจ้าบ้าน เล่นด้วยความมุ่งมั่นกับชัยชนะในนัดนี้อย่างมาก เป็นฝ่ายเดินเกมรุกเข้าใส่ เชียงใหม่ อย่างหนัก เพียง น.7 เจ้าบ้าน ก็ได้เฮอย่างใจชื้นเมื่อ เอฟซี ภูเก็ต ขึ้นนำ 1 – 0 อย่างรวดเร็ว จังหวะที่ ระพีพันธ์ พูลสวัสดิ์ ทุ่มบอลทางริมเส้นขวาเข้ามาในเขตโทษให้ สารัช อยู่เย็น พาบอลเข้าไปก่อนแตะบอลเข้าเท้าขวา ข้างถนัดซัดมุมแคบเต็มข้อแสกหน้า พรรษา มีสัตย์ธรรม ประตูทีมเยือนเสียบเสาไกล เข้าไปอย่างสวยงาม

จากนั้นในนาทีที่ 41 เอฟซีภูเก็ต ก็มาได้ประตูหนีเป็น 2 – 0 จากการพาบอลมาทางริมเส้นขวาของ นิรันดร์ แล้วยกมาให้ในแดนกลาง โดยมี เนเนบี้ ของทีมเอฟซีภูเก็ต โหม่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ซึ่งยังความดีใจให้ กับแฟนบอลที่มาเป็นกำลังใจให้ เรียกเสียงเฮ และเสียงปรบมือดังก้องทั้งสนาม จบครึ่งแรก เอฟซีภูเก็ต นำไป 2-0

เริ่มครึ่งหลังทีมเจ้าบ้านยังคงบุกทีมเยือนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งนาที 77 แฟนเจ้าบ้านได้เฮ อีกครั้งจากจังหวะสวนกลับเร็วขอ ถวิล บุตรสมบัติ พาบอลมาทางขวาก่อนปาดเข้ากลางให้ นิธิโรจน์ โสขุมา จับบอลกระดอนพื้นหนึ่งจังหวะก่อนฮาร์พวอลเล่ย์ ด้วยขวาบอลพุ่งผ่านมือ พรรษ เสียบมุมแคบเข้าไป

ถัดมาในนาทีที่ 86 ทีมเจ้าบ้านก้ได้ตอกย้ำประตูชัยจาก จังหวะเปิดเตะมุมทางขวาของ นิรันดร์ พันทอง ปั่นให้ วัชรพงษ์ จันทร์งาม โหม่งฝัง ให้ เอฟซี ภูเก็ต เปิดบ้านถล่ม เชียงหม่ เอฟซี 4 – 0 เก็บสามแต้มขึ้นไปอยู่อันดับ 5 มีลูกได้เสียที่ดีกว่า ชัยนาท เอฟซี

และหลังจากนี้ในวันที่ 24 เมษายน 54 ทีมเอฟซี ภูเก็ตจะเดินทางไปเยือน กางกอก เอฟซี ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ์ บางมด


วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2554

ออกไปเลื่อนเรือกลายเป็นศพเกยชายหาด


เมื่อวันที่ 17 เมษายน 54 ร.ต.อ.อรรถวัฒน์ สุวรรณรัตน์ ร้อยเวรสภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ได้พบศพลอยอยู่ที่หน้าหาดบางคณฑี ม.5 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังจากได้รับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.พาชัย มัธยันต์ สวป.นายธีรพงศ์ เถาว์แดง รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย

ที่เกิดเหตุเป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดภูเก็ต พบชาวบ้านที่ทราบข่าว ก็ได้เดินทางมาดูศพดังกล่าว ที่ชายหาดเจ้าหน้าที่พบศพนายมะเส็น บางจาก อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67/2 ม.4 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต สภาพศพไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้จัดทำบันทึกสถานที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะมอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิ นำส่งศพส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อให้แพทย์เวรได้ทำการชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้ง

ทั้งนี้จากการสอบถามชาวบ้านในละแวกก็ทราบว่า ผู้ตายมีอาชีพทำประมง ก่อนเกิดเหตุเวลาดังกล่าวน้ำทะเลกำลังขึ้น ผู้ตายจึงต้องออกไปเลื่อนที่จอดเรือ จากในทะเลให้เข้ามาหน้าหาดดังกล่าว แล้วก็ได้กลายเป็นศพลอยมาเกยที่หน้าหาด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายน่าจะเป็นลมหน้ามืด จึงทำให้ตกมาจากเรือจมทะเล และเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนต่อไป

ส่งท้ายสงกรานต์รถบรรทุกพม่าพลิกคว่ำตาย 5


เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2554 ร.ต.ท.อรรถวัฒน์ สุวรรณรัตน์ ร้อยเวร สภ.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งว่ามีรถยนต์กระบะเสียหลักพลิกคว่ำเทกระจาดและไปกระแทกกับรถ 6 ล้อ ของบริษัทสยามซาฟารี เน็ทเชอร์ทัวร์ จำกัด บริเวณโค้งปางช้าง ทางขึ้นเขานาคเกิด หมู่ที่ 10 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ขอให้ประสานหน่วยกู้ชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้การช่วยเหลือด่วน

หลังรับแจ้งก็ได้ประสานไปยังมูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต และศูนย์นเรนทรภูเก็ต จากนั้นก็ได้รายงานผู้บังคับบัญขาทราบ ก่อนที่จะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย นายศุภชัย โพชนุกูล นายอำเภอเมืองภูเก็ต พ.ต.ท.ชวลิต เพชรศรีเปีย รองผกก.สส.พ.ต.ท.สุธรรม รัตนสว่างวงศ์ สวป. พ.ต.ท.พาชัย มัธยันต์ สวป. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต และศูนย์นเรนทรภูเก็ต

ที่เกิดเหตุเป็นทางขึ้นจุดชมวิวพระใหญ่ ซึ่งเป็นทางโค้งหักศอกและลาดชัน บริเวณหน้าปางช้างไม่มีชื่อ พบรถยนต์กระบะสีน้ำเงินยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บท-9447 ภูเก็ต พลิกคว่ำอยู่กลางถนนมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดคารถและบางรายกระเด็นออกมาจากตัวรถนอนร้องครวญครางจำนวนกว่า 20 คน และบริเวณใกล้ๆ กันพบรถบรรทุก 6 ล้อ ของบริษัทสยามซาฟารี เน็ทเชอร์ทัวร์ จำกัด หมายเลขทะเบียน 30-5989 จอดอยู่สภาพด้านหน้ารถฝั่งคนขับถูกชนจนได้รับความเสียหาย

เจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องตัดถ่างมาตัดเพื่อนำผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 คน ที่ติดคาซากรถยนต์กระบะออกมา และลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จำนวนรวม 25 คน ในจำนวนดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 5 คน ทราบชื่อ คือนายปี, นางนอ, นางสาวเย็น,นางชิดและ ด.ญ.นันจา ซึ่งเป็นชาวพม่าทั้งหมด นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 3 คน บาดเจ็บปานกลางจำนวน 2 คน และเจ็บเล็กน้อยจำนวน 15 คน

ทั้งนี้จาการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุชาวพม่าทั้งหมดเป็นแรงานต่างด้าวที่ทำงานอยู่ที่แคมป์คนงานแห่งหนึ่งในตำบลวิชิต ด้วยวันนี้เป็นวันหยุด จึงได้เดินทางมาสักการะพระใหญ่บนเทือกเขานาคเกิด หลังจากไหว้พระเสร็จแล้ว ก็ได้เดินทางกลับ โดยในช่วงขาลงเป็นทางลงเขา โดยทางเป็นทางลาดชัน นอกจากนี้ยังเป็นโค้งอีก และที่เกิดเหตุเป็นโค้งหักศอกรถยนต์ที่บรรทุกคนงานพม่าเกิดเสียหลักพลิกคว่ำไปกระแทกกับรถบรรทุก6 ล้อ ของบริษัทสยามซาฟารี เน็ทเชอร์ทัวร์ จำกัด ซึ่งมีนายประชา อินนรี อายุ 32 ปี เป็นคนขับ ที่จะนำนักท่องเที่ยวรวม 12 คน ขึ้นสักการะพระใหญ่ ส่งผลให้ชาวพม่าที่นั่งมากับรถยนต์กระบะเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ส่วนของนักท่องเที่ยวที่นั่งมาในรถ 6 ล้อได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็จะได้เรียกผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2554

ประชาชนทุกหมู่เหล่าตักบาตรวันสงกรานต์


เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 13 เมษายน 2554 ที่บริเวณสวน 72 พรรษามหาราชินี อ.เมือง จ.ภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยเทศบาลนครภูเก็ต ได้จัดให้มีพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี 2554 โดยมีพระวิสุทธิ์ธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นอกจากนี้ยังมีนายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ในการนี้มีพระสงฆ์ สามเณร จำนวน 199 รูป จากวัดต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ตออกบิณฑบาตร รับข้าวสารอาหารแห้ง ในโอกาสเดียวกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมคณะได้ร่วมกันปล่อยนกพิราบจำนวนกว่า 20 ตัว และร่วมสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ เพื่อความเป็นสิริมงคล แก่ตนเองและครอบครัวด้วย

นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สมัยก่อนคนไทยถือเอาวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งปกติวันสงกรานต์ มี 3 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 13 ถึงวันที่ 15 เมษายน เป็นวันต้น คือ วันมหาสงกรานต์ วันที่ 14 เป็นวันกลางหรือวันเนา และวันที่ 15 เป็นวันสุดท้ายหรือเรียกว่าวันเถลิงศก ถึงแม้ว่าเราจะถือเอาวันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามหลักสากลแล้ว แต่ธรรมเนียมไทยก็ยังให้ความสำคัญกับวันสงกรานต์อยู่ โดยยังถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามแบบไทยนั่นเอง

นอกจากนี้แล้วยังกำหนดให้วันที่ 13 เมษายนของทุกปี เป็นวันผู้สูงอายุ ซึ่งอยู่ระหว่างเทศกาลสงกรานต์ คาบเกี่ยวกับวันครอบครัว คือวันที่ 14 เมษายน จึงนับเป็นโอกาสดีที่ลูกหลานได้กลับไปใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัว ทำบุญ ไหว้พระ เยี่ยมญาติ ขอพรผู้ใหญ่ เป็นการเติมเต็มความรัก ความสุข ความอบอุ่นให้กับครอบครัว คลายความเหงา ความวิตกกังวลได้บ้าง นับเป็นโอกาสอันดี ที่จะได้แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ ซึ่งเป็นการแสดงออกที่ดีของคนไทย อีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้อาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก และบารมีหลวงพ่อแช่มวัดฉลอง จงดลบัลดาลประทานพรให้ พี่น้องประชาชนและครอบครัว แต่สิ่งดีงามในชีวิต มีความสุขความเจริญ มีสุขภาพที่สมบูรณ์ แข็งแรง และมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด เพื่อเป็นพลังสำคัญร่วมกันพัฒนาประเทศชาติ ให้เจริญก้าวหน้า และสำหรับผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในวันแห่งครอบครัว ก็ขอให้ท่านทั้งหลายเดินทางโดยสวัสดิภาพถ้วนหน้า

“วันรวมพลคนรักสุขภาพ”


เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2554 ที่เวทีกลางสะพานหิน องเมือง ภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายสาโรจน์ อังคณาพิลาส สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต ร่วมเป็นขวัญกำลังใจแก่อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) จังหวัดภูเก็ต ในงาน “วันรวมพลคนรักสุขภาพ” (วันรวมพลคน อสม.สู่ตลาดนัดสุขภาพ ครั้งที่ 1 จังหวัดภูเก็ต) โดยมี นายสุเมธี ทองเสมอ นายกสมาคมอาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต และอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้านจากทุกตำบลในจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ในช่วงแห่งเทศกาลสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย เป็นช่วงที่ได้ร่วมกันทำบุญรดน้ำดำหัวขอพรจากผู้ใหญ่ เป็นช่วงพลังแห่งการสร้างบุญ โดยพี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)จังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกันทำความดี รวมตัวกันทำงานเพื่อสังคม ขอขอบคุณ พี่น้อง อสม.ทุกท่าน ที่ทำงานเพื่อส่วนรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพอนามัย โดยไม่คำนึงถึงความทุกข์ ความลำบากของตน ซึ่งทุกคนที่มีจิตอาสา ทำงานช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด ถือว่าเป็นการสร้างบุญอันยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ต้องขอชื่นชมพี่น้อง อสม.ที่ร่วมกันออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของตนเอง ขอให้ อสม. และคณะผู้จัดงานทุกท่าน จงมีแต่ความมั่งมีศรีสุข สุขภาพแข็งแรง และขอเป็นกำลังใจแก่พี่น้อง อสม. ทำความดีต่อไป เพื่อให้คนในสังคมปลอดโรค ปลอดภัย

สำหรับงานวันรวมพลคน อสม.สู่ตลาดนัดสุขภาพ ครั้งที่ 1 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 4-13 เมษายน 2554 ณ เวทีกลางสะพานหิน โดยมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย การแข่งขันฮูลาฮุป การแข่งขันแอโรบิค การแข่งขันโมเดิร์นด๊านซ์ ซึ่งวันที่ 12 เมษายน เป็นวัน “รวมพลคนรักสุขภาพ” มีประชาชนในทุกตำบลมาร่วมกันออกกำลังกาย ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป นอกจากนี้ ยังมีการแสดงของ อสม.ทุกวันจากทุกตำบลทั่วทั้งจังหวัดภูเก็ต มีนิทรรศการและออกร้านโอทอปอย่างหลากหลาย โดยการผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพจัดงานเป็นรายวัน ซึ่งเป็นความร่วมมือร่วมใหญ่และเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ของ อสม.