จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

จับซีดีเถื่อน 13 จุด ได้จำนวนกว่าแสนแผ่น


เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2554 พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วยผบ.ตร. (ปป11) รองผอ.ศปลป.ตร (ศูนย์ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.อารยะพันธุ์ พุกบัวขาว ผกก.สภ.กะทู้ นายยุทธนา บรรเทิงจิตต์ ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ลงพื้นที่ป่าตองประกอบด้วยร้านค้าตามแนวถนนสาย 2 หรือถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี และร้านค้าตามแนวถนนหน้าหาดป่าตองหรือถนนทวีวงศ์ จำนวน 13 จุด เพื่อทำการตรวจค้นเป้าหมายการจำหน่ายแผ่นซีดี และดีวีดีละเมิดลิขสิทธิ์ ตามหมายค้นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

จากการตรวจค้นทั้ง 13 จุด เจ้าหน้าที่พบว่าในแต่ละจุดหน้าร้านได้ขายสินค้าทั่วไป หรือร้านตัดเสื้อผ้าตามปกติ โดยที่ห้องลองเสื้อผ้าได้ทำประตูลับ ซึ่งการเปิดปิดในแต่ละครั้งจะใช้รีโมทในการเปิดปิด หรือบางร้านได้ทำเป็นลักษณะเป็นตู้โชว์และมีประตูเปิดปิด ซึ่งในแต่ละแห่งเมื่อเจ้าหน้าที่เปิดเข้าไป จะพบเป็นห้องขนาดต่างๆ โดยภายในห้องจะทำเป็นชั้นวางแผ่นซีดีซึ่งเป็นทั้งหนังต่างประเทศ หรือสารคดีต่างประเทศต่างๆ วางเรียงรายอยู่เต็มชั้น โดยมีผู้ที่ดูแลภายในห้องเป็นแรงงานต่างด้าว

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ให้ตัวแทนของบริษัท สหมงคลฟิล์มฯ เข้าทำการตรวจสอบ พบว่าเป็นแผ่นซีดีที่ได้ทำการละเมิดลิขสิทธิ์จริง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึด พร้อมทั้งควบคุมตัวผู้ดูแลห้องมาทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.กะทู้

ด้าน พล.ต.ต.พิกัด กล่าวว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นการตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยได้ขอใช้กำลังชุดเฉพาะกิจศูนย์ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตและตำรวจภูธรกะทู้ในการดำเนินการ ซึ่งเหตุที่ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากนอกพื้นที่ร่วมด้วย เนื่องจากหากใช้กำลังตำรวจในพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นที่รู้จักของผู้ประกอบการ และที่ผ่านมาก็ได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้กระทำผิดจะใช้วิธีการที่สลับซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น

ซึ่งจากการตรวจยึดในครั้งนี้รวมจำนวนประมาณ 100,000 แผ่น หากคิดราคาขายแผ่นกอปปี้ราคาประมาณแผ่นละ 50 บาท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5 ล้าน แต่หากคิดราคาขายแผ่นลิขลิทธิ์จะจำหน่ายราคาแผ่นละ 200 บาท ดังนั้นหากคิดมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจะตกประมาณ 20 ล้านบาท

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

มหกรรม “ธงฟ้าราคาประหยัด”


ในระหว่างวันที่ 4 – 6 พฤษภาคม 54 ที่บริเวณเวทีกลางสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต สำนักงานการค้าภายในจังหวัดภูเก็ตได้ร่วมกับบริษัทและห้างร้านต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จัดงานมหกรรมธงฟ้าราคาประหยัด โดยเปิดบูธจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน เพื่อแก้ไขปัญหาการปรับขึ้นราคาสินค้าดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และบรรเทาปัญหาค่าครองชีพให้กับประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต

โดยมีร้านค้าต่างๆ มาร่วมออกบูธจำหน่ายสินค้ากว่า 90 บูธ สินค้าที่นำมาจำหน่าย ได้แก่ ข้าวสาร น้ำมัน ไข่ไก่ เสื้อผ้า ผักผลไม้ และอื่นๆ อีกจำนวนมาก ปรากฏว่าการจัดงานในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากประชาชนที่ร่วมซื้อสินค้ากันอย่างคึกคัก ทั้งนี้งานจะจัดระหว่างเวลา 10.00 น. -21.00 น.ไปจนถึงวันที่ 6 พฤษภาคมนี้

นางสาวศุภัชชา บุญผลิต รักษาการหัวหน้าสำนักงานการค้าภายในจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ทางสำนักงานฯได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ จัดจำหน่ายสินค้าในราคาประหยัดให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน และจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าราคาในท้องตลาดประมาณ 20 – 30 %

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ตรวจรับผลศึกษาเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว



เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2554 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (อาคารใหม่) นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการประชุมตรวจรับงานจ้างที่ปรึกษา โครงการศึกษาเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวและการค้าทางทะเลกลุ่มอันดามัน ซึ่ง นำเสนอโดย บริษัท สแปน คอนซัลแตนท์ จำกัด โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 5 จังหวัดอันดามัน ประกอบด้วย ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรังและระนอง เข้าร่วม

สำหรับการจัดทำโครงการศึกษาเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวและการค้าทางทะเลสู่อันดามันนั้น ทางสำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้ว่าจ้างบริษัท สแปนฯ ทำการศึกษาในวงเงิน 25 ล้านบาท เพื่อจัดทำเป็นแผนแม่บทการพัฒนาระบบคมนาคมและขนส่งที่เหมาะสมในฝั่งอันดามัน โดยเชื่อมโยงการคมนาคมทุกรูปแบบที่รองรับแหล่งท่องเที่ยว และศึกษาขีดความสามารถในการรองรับการท่องเที่ยวของกลุ่มอันดามันในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งกำหนดกลไกลการพัฒนาการท่องเที่ยวในอันดามัน เพื่อจัดทำแผนแม่บท แผนระยะเร่งด่วน (1 – 5 ปี) แผนระยะปานกลาง (5 – 10 ปี) และแผนระยะยาว (มากกว่า 10ปี) เน้นการศึกษาใน 3 เรื่องหลัก คือ การศึกษาด้านการท่องเที่ยว การศึกษาด้านเศรษฐกิจและการค้า และการศึกษาระบบคมนาคมขนส่ง และโลจิสติกส์ โดยจะต้องแล้วเสร็จภายในต้นปี 2555

จากการศึกษาด้านการท่องเที่ยวในเบื้องต้น พบว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดอันดามันมีความหลากหลาย และมีลักษณะเป็น mass มากขึ้น เช่น นักท่องเที่ยวจากจีนและเอเชียเข้ามาเป็นกรุ๊ปมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็มีนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวเข้ามาเช่นกัน จึงจะต้องบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดตำแหน่งของแต่ละจังหวัดในการพัฒนาการท่องเที่ยว คือ ระนอง เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เน้นเรื่องสุขภาพ เพราะมีน้ำแร่ที่มีชื่อเสียง, พังงา เป็น Long Stay, ภูเก็ต เป็น ICT City พัฒนาสู่ฐานอุตสาหกรรมความรู้ด้านการแพทย์ การเป็น MICE และ Marina, กระบี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพสูง และตรัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นต้น

ด้านระบบการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ พบว่ามีการใช้คมนาคมครบทุกด้านทั้งทางอากาศ ทางบกและทางน้ำ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะเดินทางเข้ามาทางเครื่องบิน จากนั้นจะใช้รถยนต์ในการเดินทางเข้าสู่ที่พักและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ส่วนการเดินทางเชื่อมระหว่างจังหวัดยังคงใช้ทางถนนเป็นเส้นทางหลัง

นอกจากนี้บริษัทที่ปรึกษาได้สรุปผลการศึกษาในเบื้องต้น ว่า กลุ่มจังหวัดอันดามันมีเศรษฐกิจหลักขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยวและการเกษตร เมื่อการท่องเที่ยวเจริญเติบโต ทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดนั้นๆ เติบโตตามไปด้วยแต่ในบางจังหวัดแม้ท่องเที่ยวจะทรุด แต่เศรษฐกิจไม่ได้ทรุดตามไปทั้งหมด เนื่องจากยังมีผลผลิตด้านการเกษตรมารองรับ ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องเพิ่มขีดความสามารถด้านการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งภายในจังหวัดและเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในกลุ่มอันดามัน ตลอดจะต้องมีการขยายฐานการลงทุนด้านอุตสาหกรรม ด้วยการพัฒนาการคมนาคมขนส่งทางรางและทางน้ำมารองรับ เพื่อให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

เคเบิลทีวีภูเก็ตยื่นหนังสือถึง กฟภ.ภูเก็ต


เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2554 ที่บริเวณสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จังหวัดภูเก็ต นายกัมปนาถ ตันติวิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเอ บิสสิเนส ภูเก็ต จำกัด ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีในพื้นที่ป่าตอง ในฐานะคณะกรรมการสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ภาค 8 พร้อมด้วยนายอัษฎากร สีดอกบวบ ผู้ประกอบการ เคพีพี เคเบิลทีวี เป็นตัวแทนผู้ประกอบการเคเบิลทีวีในจังหวัดภูเก็ต ยื่นหนังสือกับนายสมชาย เครือแพทย์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดภูเก็ต เพื่อขอให้ตรวจสอบการพาดสายบนเสาของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลได้เข้ามาดำเนินการพาดสายบนเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าฯ และได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่การให้บริการเคเบิลทีวีของผู้ประกอบการเคเบิลทีวีในจังหวัดภูเก็ต

สำหรับข้อความในหนังสือฉบับดังกล่าวเนื้อหาสรุปว่า ตามที่ได้มีกลุ่มบุคคลได้เข้ามาดำเนินการพาดสายบนเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดภูเก็ต โดยเป็นการพาดสายใยแก้วนำแสง และสายโคเอ็กเชี่ยนขนาดครึ่งนิ้ว ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว ได้ก่อความเสียหายให้แก่การให้บริการเคเบิลทีวีของผู้ประกอบการเคเบิลทีวีในจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากได้มีการปลดสายเคเบิลทีวีลง ตัดสายใยแก้วนำแสงในระบบส่งสัญญาณเคเบิลทีวีจนขาดเสียหายไม่สามารถส่งสัญญาณได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวได้สร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับผู้ประกอบการเคเบิลทีวีในจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างมาก

ดังนั้นจึงขอให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดภูเก็ต ได้ทำการตรวจสอบการพาดสายเคเบิลบนเสาของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคของกลุ่มบุคคลดังกล่าว ว่าดำเนินการโดยได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามระเบียบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือไม่อย่างไร หากการตรวจสอบพบว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามระเบียบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขอให้ระงับการดำเนินการดังกล่าวทั้งหมดทันที และดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต่อไป แต่หากพบว่ามีการดำเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้อง ขอให้แจ้งผลการตรวจสอบ และหลักฐานการอนุญาตให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีจังหวัดภูเก็ตทราบ และขอให้แจ้งตักเตือนผู้ที่ได้รับอนุญาตพาดสายดำเนินการโดยไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน เสียหายต่อการให้บริการเคเบิลทีวีแก่ประชาชนในจังหวัดภูเก็ตของผู้ประกอบการเคเบิลทีวีในจังหวัดภูเก็ต ประกอบการการดำเนินการพาดสายดังกล่าวไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบส่งสัญญาณและทรัพย์สินของผู้ประกอบการเคเบิลทีวีเท่านั้น แต่อาจจะกระทบต่อธุรกิจเคเบิลทีวีที่มีมูลค่าหลายล้านบาทได้ในอนาคตด้วย

นายสมชาย เครือแพทย์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดภูเก็ต กล่าวหลังรับหนังสือว่า ปกติในการพาดสายบนเสาของการไฟฟ้าฯ มีระเบียบปฏิบัติอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นจะได้มีการตรวจสอบ และแจ้งผลการดำเนินการให้ทางผู้ประกอบการทราบหลังจากตรวจสอบแล้วเสร็จ

ตั้งคณะทำงานสาธารณูปโภคศูนย์ประชุม



นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากการที่กรมธนารักษ์และจังหวัดภูเก็ต จะดำเนินโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต บนที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ภก.153 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เนื้อที่ประมาณ 141-2-64 ไร่ ซึ่งได้รับการอนุมัติงบประมาณ เงินกู้ 2,600 ล้านบาท ในการก่อสร้าง ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2556

ทางจังหวัดภูเก็ตจึงได้แต่งตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด เพื่อพิจารณาและดำเนินการจัดทำแผนรองรับการดำเนินการด้านการคมนาคม ระบบสาธารณูปโภค และด้านอื่นๆ บริเวณที่จะก่อสร้าง รวมทั้งบริเวณที่เชื่อมโยงการใช้ประโยชน์ของศูนย์ประชุมฯ เพื่อให้มีความพร้อมในการใช้ประโยชน์และอำนวยความสะดวกทั้งในระหว่างการก่อสร้างและเมื่อศูนย์ประชุมฯ ก่อสร้างเสร็จแล้ว

“เนื่องจากในการก่อสร้างดังกล่าวจะมีเฉพาะงบประมาณในส่วนของตัวศูนย์ประชุมฯ เท่านั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดทำแผนงานโครงการรองรับในส่วนที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงอื่นๆ ในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างเช่น ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ เป็นต้น เพื่อจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการให้ครอบคลุม และพร้อมที่จะรองรับเพื่อศูนย์ประชุมฯ แล้วเสร็จ”

นายสมเกียรติ กล่าวด้วยว่า จากการประชุมคณะทำงานฯ ได้ข้อสรุปว่า ขณะนี้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการเตรียมความพร้อมไว้แล้วในเบื้องต้น แต่จะต้องนำมาสเตอร์แพลนของศูนย์ประชุมฯ ซึ่งทางบริษัทที่ปรึกษาได้ดำเนินการไว้แล้วมาประกอบการพิจารณาในการวางแผนออกแบบไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทางเข้าออก ระบบขนส่งมวลชน การจัดทำระบบประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ และอื่นๆ เพื่อจะได้จัดทำรายละเอียดแผนงานโครงการและงบประมาณได้ถูกต้องเหมาะสมในปีงบประมาณต่อไป ซึ่งแต่ละหน่วยงานได้มีการเตรียมความพร้อมในเบื้องต้นไว้แล้ว คาดว่าน่าจะเป็นปีงบประมาณปี 2555

วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

หนังสือพิมพ์ ภูเก็ตโพสต์ ฉบับที่ 148



หนังสือพิมพ์ "ภูเก็ตโพสต์"
ฉบับที่ 148 ประจำวันที่ 1 - 15 พฤษภาคม 2554
พบได้ทุกแผงหนังสือ ใกล้บ้านท่าน

เพียงครูเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตนักเรียนเปลี่ยน




เพียงครูเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตนักเรียนเปลี่ยน

นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา เปิดโครงการอบรมพัฒนาครูและบุคลากรโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย "เพียงครูเปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตนักเรียนเปลี่ยน" โดยมีอาจารย์สดศรี ตันสุธัญลักษณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย คณะครู บุคลากร เข้าร่วมกว่า 180 คน ที่ โรงแรมกะตะบีชรีสอร์ทแอนด์สปา

ชาวศรีสุนทรบุก อบต.เรียกร้องย้ายปลัดฯ


เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2554 ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายทวีศักดิ์ โสตรักษา อดีตนายก อบต.ศรีสุนทร พร้อมด้วยชาวบ้านจำนวนกว่า 50 คน ได้เดินทางเรียกร้องให้ย้ายนางสมใจ ทองสมบัติ ปลัด อบต.ฯ ออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน และเรียกร้องอย่าสร้างสองมาตรฐาน ในการจัดเก็บภาษีรายได้ พร้อมกันนี้ยังได้มีการเขียนป้ายโจมตี เช่น นายกฯ กล้วยทอด ไก่ทอด เลี้ยงชีพริมถนนยังจะเก็บภาษี, ปลัดต้องทำหน้าที่ทุกอย่าง ไม่ใช่เอื้อประโยชน์นักการเมือง, ชาวตำบลศรีสุนทร ไม่ต้องการปลัดอบต.2 มาตรฐาน ที่ทำงานปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง เป็นต้น

นายทวีศักดิ์ โสตรักษา แกนนำ กล่าวว่า การเดินทางมาเรียกร้องครั้งนี้สืบเนื่องจากอบต.ศรีสุนทร สร้าง ความเป็นสองมาตรฐานในการจัดเก็บภาษี (รายได้) ในพื้นตำบลศรีสุนทร หากใครเป็นญาติปลัดอบต.หรือนายกอบต.จะถูกยกเว้นภาษีหรือเก็บภาษีตามความเป็นจริง แต่ในทางกลับกันหากใครเป็นฝ่ายตรงข้ามหรือไม่รู้จัก ก็จะเก็บภาษีที่โหดมาก ผู้ประกอบการบางรายโดนเก็บภาษีเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ ชาวบ้านจึงมองว่าไม่เกิดความเป็นธรรมอย่างมาก

ดังนั้นจึงต้องการให้นางสมใจ ทองสมบัติ ปลัดอบต.ศรีสุนทร ซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติของนายกอบต.ศรีสุนทร ออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน เพราะชาวบ้านเห็นว่า อบต.ศรีสุนทรใกล้หมดวาระแล้ว หากปลัดยังอยู่ อาจจะมีความไม่เป็นกลางทางการเมือง เนื่องจากหลังหมดวาระ ปลัดฯ จะต้องรักษาการนายกอบต.โดยตำแหน่ง ซึ่งอาจจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายกอบต.ได้ เพราะทราบข่าวว่าสมัยหน้ายังจะลงแข่งขัน และกกต.ในการเลือกตั้ง ปลัดอบต.ก็มีตำแหน่ง กกต.ประจำศูนย์เลือกตั้งโดยตำแหน่ง หากยังอยู่ในตำแหน่งจะไม่มีความเป็นกลางทางการเมือง และหากเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอหรือจังหวัดไม่มารับข้อเรียกร้อง ก็จะเรียกร้องจนกว่าจะมีผู้มารับข้อเรียกร้อง รวมทั้งการไม่ตรวจสอบเรื่องการทุจริตค่าจัดเก็บรายได้ในพื้นที่จำนวน 170,000 บาท ซึ่งสงสัยว่าอาจจะมีใครในอบต.รู้เป็นใจ

ด้านนายธำรง ตันติวิรัชกุล นายกอบต.ศรีสุนทร กล่าวว่า ได้ลงมาพบปะกับกลุ่มแกนนำผู้เรียกร้องด้วยตนเองและทราบว่ามีข้อเสนอให้ย้ายปลัดอบต.ศรีสุนทร ออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน ซึ่งไม่สามารถทำตามข้อเรียกร้องใดๆ ได้ หากจะย้ายก็ต้องดำเนินการตามระเบียบราชการ ไม่ใช่เอากำลังมากดดันเช่นนี้ หากกลุ่มผู้ร้องเรียนเห็นว่าไม่เป็นกลางในการเลือกตั้งก็ควรทำหนังสือถึง กกต.หรือจังหวัด และให้ทางจังหวัดสั่งการมาเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนเรื่องการจัดเก็บภาษีหากเห็นว่าไม่เป็นธรรมหรือสองมาตรฐาน ก็ให้มาร้องต่อคณะกรรมการจัดเก็บภาษีของอบต.ได้ ซึ่งมีขั้นตอนตามระเบียบอยู่แล้ว และเรื่องการทุจริงเงินจำนวน 170,000 บาท ก็ได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถลางแล้ว

ขณะที่นางสมใจ ทองสมบัติ ปลัดอบต.ศรีสุนทร กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีนั้น นำมาพัฒนาต.ศรีสุนทร ไม่ได้เก็บผลประโยชน์เข้ากระเป๋าของตัวเอง และได้มีการสอบถามผู้ประกอบการแล้ว ซึ่งไม่ได้ยกเว้นว่าเป็นของญาติใคร เพราะทุกคนที่เกิดเป็นคนไทยมีหน้าที่ต้องเสียภาษี ซึ่งการจัดเก็บก็ประเมินตามรายได้ของผู้ประกอบการ ยืนยันว่าไม่ได้มีการกลั่นแกล้งใคร ส่วนจะย้ายตนออกจากพื้นที่ก็อยากบอกว่าตนไม่ได้ทำความผิด แต่หากทาง กกต.แจ้งมาเป็นทางการเพื่อให้ย้ายออกไปในช่วงที่มีการจัดการเลือกตั้งเพื่อความเป็นกลางก็ยินดีที่จะย้ายออกไป

ต้อนรับนางงามเบลเยียมปี 2010


ต้อนรับนางงามเบลเยียมปี 2010

นายจรูญ จตุรบูรณ์ ผู้จัดการฝ่ายต้อนรับ โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต ให้การต้อนรับ นางสาวซิลูว์ แอนนีย์ มิส เบลเยียมปี 2010 หลังรับตำแหน่ง ก็ได้เดินทางเข้าพักผ่อน ที่โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ตหลังจากที่ได้เคยมาเก็บตัวที่โรงแรมเคป พันวา ในฐานะผู้เข้ารอบสุดท้ายของการประกวดมิสเบลเยียมเมื่อปลายปี 2009 ที่ผ่านมา

กิเลนทะเลใต้ ขย้ำปีก พญาอินทรี 6-1


เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 54 ที่สนามกีฬาสุระกุล อ.เมือง ภูเก็ต "กิเลนทะเลใต้" เอฟซีภูเก็ต เปิดรังต้อนรับการมาเยือนของ "พญาอินทรี" ไทยฮอนด้า เอฟซี โดยมีนายประดิษฐ์ แสงจันทร์ รองประธานสโมสรเอฟซี ภูเก็ต, นายจิรายุส ทรงยศ ผู้จัดการทีมเอฟซีภูเก็ต พร้อมทั้งแฟนคลับและกองเชียร์ ของ เอฟซีภูเก็ต กว่า 3,000 คน

เปิดเกมครึ่งแรก เพียงแค่ 3 นาที ทาง กิเลนทะเลใต้ เอฟซีภูเก็ต ก็ได้ประตูไปก่อน โดย เนเนบี้ ผู้เล่นหมายเลข 31 โหม่งบอล ผ่านผู้เล่น ของ ไทย ฮอนด้า เข้าประตู ไปอย่างสวยงาม นำไปก่อน 1 – 0 จากนั้น ทาง ไทย ฮอนด้า ก็พยายามที่จะทำประตูได้หลายครั้ง แต่ก็ไม่พ้นมีอ ลือชา จันทวงษ์ นายประตูของ เอฟซี ภูเก็ต ไปได้ และก่อนหมดเกมส์ครึ่งแรก อยู่ในช่วงทดเวลา ถวิล บุตรสมบัติ หมายเลข 10 ของเอฟซี ภูเก็ต ซัดเข้าไปตุงตาข่าย นำไป 2 – 0 แต่ โขคร้ายของ ถวิล ที่ ตัวเองต้องลงกองกับพื้นสนาม เมื่อถูกผู้เล่น ของ ไทย ฮอนด้า เสียบเข้าเต็มๆ ที่หน้าแข้งซ้าย จนต้องหามออกจาก สนามเพื่อให้แพทย์ทำการตรวจ เบื้องต้น แต่แพทย์เห็นว่าไม่ไหว จึงส่งตัวเข้าโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต เพื่อทำการ เอ็กซเรย์ ให้แน่ใจถึงการบาดเจ็บครั้งนี้ จบเกมส์ครึ่งแรก เอฟซีภูเก็ต นำ ไทยฮอนด้าเอฟซี อยู่ 2 – 0

เริ่มครึ่งหลัง ทาง พญาอินทรี ไทยฮอนด้า ก็พยายามที่จะตีไข่ให้แตก แต่ก็ยังไม่ได้ผล จากนั้นในนาทีที่ 52 อับดุล หมายเลข 15 ของ เอฟซี ภูเก็ต ก็โหม่งเข้าประตู ไทย ฮอนด้า ไปอีกเม็ด ทำให้ เอฟซี ภูเก็ต นำห่างไป 3 – 0 และนาทีที่ 62 นักเตะจาก โสมขาว เกาหลี CHOI JAEWON หมายเลข 21 ของเอฟซีภูเก็ต ก็ทำประตูได้อีกลูก ทำให้ เอฟซี ภูเก็ต นำห่างออกไป 4 – 0 จากนั้นทางไทยฮอนด้า ก็พยายามที่จะโต้กลับและตีไข่แตกให้ได้ และในนาทีที่ 69 ความพยายามก็สำเร็จ เมื่อ ASAMOAH หมายเลข 21 ซัดเบาๆ ที่ขอบประตู เอฟซีภูเก็ต ทำให้ไทยฮอนด้าตามมาเป็น 4 – 1 แต่ในนาทีที่ 78 โคเน่ หมายเลข 39 ของเอฟซีภูเก็ต ก็โหม่งเข้าประตู ไปอีก ทำให้เอฟซีภูเก็ตนำห่างออกไปอีกเป็น 5 – 1 และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 4 นาที โคเน่ เจ้าเก่า ก็หวดลูกเต็มๆ บอลเข้าไปตุงตาข่ายของไทยฮอนด้า ทำให้จบการแข่งขัน เอฟซีภูเก็ต เอาชนะ ไทยฮอนด้าเอฟซีไป 6 – 1

หลังจากจบการแข่งขัน ทางผุ้บริหาร ก็ได้เดินทางไปดูอาการบาดเจ็บของ ถวิล บุตรสมบัติ ซึ่งทางแพทย์ได้ทำการเอ็กซเรย์ ปรากฏว่า บริเวณหน้าแข้ง ที่โดนเสียบไปนั้น หัก และจะต้องพักรักษาตัวนานแค่ไหน ยังไม่ทราบได้ ซึ่งทางแพทยืก็จะได้ทำการรักษาอาการให้หายโดยเร็ว