จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

มหกรรมสินค้าโอท๊อป ครั้งที่ 6


เมื่อคืนวันที่16 พฤษภาคม 54 ที่เวทีกลางสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานพิธีเปิดมหกรรมสินค้าโอทอปภูเก็ต ครั้งที่ 6 โดยมีนาย สมศักดิ์ สงนุ้ย พัฒนาการจังหวัดภูเก็ต นายรุ่งโรจน์ ศงสนันทน์ สหกรณ์จังหวัดภูเก็ต และเครือข่ายโอทอปจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ทั้งนี้นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมสินค้าโอทอปภูเก็ต ครั้งที่ 6 ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับสหกรณ์จังหวัดภูเก็ต และเครือข่ายโอทอปภูเก็ต เพื่อส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าโอทอป เพิ่มรายได้ให้กับผู้ผลิตสินค้าโอทอป และเพื่อเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาผลิตภัณฑ์โอทอป และการบริหารจัดการสินค้าโอทอป รวมทั้งต้องการประชาสัมพันธ์ให้ผลิตภัณฑ์โอทอปเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยงานจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13 – 22 พฤษภาคม 54

โดยการจัดงานในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในช่วงที่นาย ตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตขายไข่ไก่กันในราคาฟองละ 6 สลึง ปรากฏว่ามีประชาชนมารอคิวเพื่อซื้อกันเป็นจำนวนมากส่วนร้านค้าอื่นที่มาร่วมออกบูธจำหน่ายสินค้าในครั้งนี้ต่างก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีโดยมีร้านค้ามาร่วมออกบูธจำหน่ายสินค้าโอทอปกว่า 200 ร้าน

สำหรับปีนี้ได้ตั้งเป้าการจำหน่ายสินค้าโอทอปในจังหวัดภูเก็ตไว้ที่ 900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่จำหน่ายสินค้าโอทอปได้กว่า 700 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะจัดจำหน่ายตามแหล่งผลิตและร้านค้าในจังหวัดภูเก็ตแล้วทางสำนักงานพัฒนาชุมชนยังได้ร่วมกับหลายภาคส่วนในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายโดยได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 2 ล้านบาท ในการนำสินค้าโอทอปของภูเก็ตไปแสดงและจัดจำหน่ายในต่างจังหวัด 2 ครั้ง และในพื้นที่ภูเก็ต 1 ครั้ง เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้













วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

“หลวงปู่สุภา” ทำบุญจังหวัดขจัดสิ่งชั่วร้าย


เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2554 ที่ศาลาประชาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) พระมงคลวิสุทธิ์ หรือหลวงปู่สุภา กันตสีโล วัดสิริสีลสุภาราม พระเกจิชื่อดังของจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน การประกอบพิธีทำบุญจังหวัดเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย และความเป็นสิริมงคลของจังหวัด เนื่องในการจัดกิจกรรมสัปดาห์วิสาขบูชา ประจำปี 2554 ซึ่งทาง อบจ.ภูเก็ต ร่วมกับเครือข่ายพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ตจัดขึ้น นอกจากนี้ยังมีพระสงฆ์ทั่วทั้งจังหวัดภูเก็ตร่วมสวดเจริญพุทธมนต์ และมีนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายชวลิต ณ นคร รองนายก อบจ.ภูเก็ต ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วม

สำหรับการประกอบพิธีทำบุญจังหวัดในครั้งนี้ ประกอบด้วย พระสงฆ์จำนวน 9 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ จำนวน 4 รูป สวดประจำทิศทั้ง 4 ทิศ และมีพระร่วมสวดอีก จำนวน 30 รูป พร้อมกันนี้ยังได้มีการทำบุญสะเดาะห์เคราะห์ ด้วยการนำเครื่องเซ่นไหว้ อาหารคาวหวานใส่ในกระทง เพื่อนำไปวางทั้งสี่ทิศ รอบเกาะภูเก็ต ทิศเหนือ บริเวณท่าฉัตรไชย ต.ไม้ขาว อ.ถลาง ทิศใต้หาดในหาน ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต ทิศตะวันออกหาดแหลมพันวา สถาบันชีววิทยาทางทะเล ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต และทิศตะวันตกบริเวณหาดป่าตอง ต.กะทู้ อ.กะทู้ รวมทั้งยังมีการนำกระทงซึ่งภายในมีเครื่องเซ่นไหว้ และอาหารคาวหวาน นำไปลอยในทะเลด้วย

นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดทำบุญจังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก หลวงปู่สุภา กันตสีโล ซึ่งเป็นพระเกจิชื่อดังและมีผู้คนให้ความเคารพนับถือเป็นจำนวนมากได้นิมิตเห็นหมอกควันสีดำลอยปกคลุมทั่วทั้งจังหวัดภูเก็ต จึงได้แจ้งให้ตนทราบและขอให้มีการประกอบพิธีทำบุญให้กับจังหวัดภูเก็ต เพื่อความเป็นสิริมงคล และป้องกันไม่ให้สิ่งชั่วร้ายเข้ามาทำลายจังหวัดภูเก็ต

ขณะที่หลวงปู่สภา กันตสีโล กล่าวตอนหนึ่งของการประกอบพิธี ว่า การประกอบพิธีทำบุญจังหวัดเพื่อความเป็นสิริมงคล และป้องกันมิให้มีสิ่งชั่วร้ายต่างๆ เข้ามาทำกล่ำกรายทำร้ายประชาชนและจังหวัดภูเก็ต หายจากทุกข์โศกเรื่องเศร้าหมองทั้งหลาย ซึ่งจะต้องจัดให้ถูกต้องตามหลักพิธีการ เพื่อที่จะให้เทพที่ปกปักรักษาจังหวัดภูเก็ตได้กลับไปทำหน้าที่ตามมุมเมืองต่างๆทั้ง 4 ทิศ รวมทั้งต่อจากนี้ขอทางจังหวัดได้มีการประกอบพิธีทำบุญจังหวัดเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่

โชว์ผลงานล่าเรือหางยาวที่ถูกขโมย


เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2554 บริเวณหาดหน้าหาดกะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสุวัตน์ บุบพะโพธิ์ ปลัดอำเภอเมืองภูเก็ต และนายวินัย ชิดเชี่ยว กำนันตำบลกะรน ได้ทำการส่งมอบเรือหางยาวคืนให้กับนายวิชาญ อุปปั้น อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 128/3 หมู่ที่ 3 ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต เนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น.วันที่ 21 เมษายน 2554 ที่ผ่านมา เรือหางยาวลำดังกล่าวซึ่งจอดลอยลำอยู่ภายในคลองปากบางได้หายไป จึงได้เข้าทำการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรฉลอง แต่ไม่มีความคืบหน้าจึงได้ประสานกับนายวินัย ชิดเชี่ยว กำนันตำบลกะรน ให้ช่วยติดตามและได้เรือคืนกลับมาในที่สุด

นายวินัย กล่าวถึงการติดตามเรือลำดังกล่าวกลับมาคืนเจ้าของ ว่า ในฐานะผู้ปกครองพื้นที่หลังจากที่ได้รับแจ้งจากทางเจ้าของเรือ ก็ได้ประสานไปยังฝ่ายปกครองอำเภอเมืองภูเก็ต และพล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กระทั่งสืบทราบว่าเรือหางยาวลำดังกล่าวถูกขโมยและนำไปอยู่ที่บ้านบาบาล่า อ.ละงู จ.สตูล จึงได้ประสานกับผู้เกี่ยวข้องและสามารถนำเรือลำดังกล่าวกลับคืนมาได้

อย่างไรก็ตามนายวินัย กล่าวด้วย เท่าที่มีข้อมูลทราบว่า ขณะนี้คำสั่งซื้อเรือมาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยนำไปพักไว้ที่ จ.สตูล ก่อนที่จะส่งออก เนื่องจากการต่อเรือหางยาวลำใหม่จะต้องใช้ต้นทุนสูง ซึ่งที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.ภูเก็ตมีเรือที่ถูกขโมยไปแล้ว 4 ลำ แต่สามารถติดตามกลับมาได้เพียงลำเดียว ทั้งนี้อยากฝากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยลงมาตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย

นายวิชาญ อุปปั้น เจ้าของเรือ กล่าวว่า เรือหางยาวลำนี้ได้ซื้อมาหลังจากเกิดสึนามิเมื่อปี 2547 และใช้ในการประกอบอาชีพทำการประมง เมื่อได้เรือกลับมาจึงรู้สึกดีใจมาก เพราะไม่เช่นนั้นก็จะลำบากต่อการประกอบอาชีพ ก็ต้องขอบคุณทางกำนันและทีมงานที่ได้ช่วยติดตามจนได้เรือกลับคืนมา

อบจ.ภูเก็ตจัด สัปดาห์วิสาขบูชา


เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2554 ที่ศาลาประชาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดกิจกรรมสัปดาห์วิสาขบูชา ตามโครงการส่งเสริมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับเครือข่ายองค์กรทางพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ตจัดขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนและประชาชนโดยทั่วไป ได้ศึกษาความรู้ด้านพระพุทธศาสนา ร่วมปฏิบัติธรรม รักษาศีล เพื่อนำหลักธรรมคำสอนไปใช้ในการดำเน้นชีวิตได้อย่างถูกต้อง โดยมีนายชวลิต ณ นคร รองนายก อบจ.ภูเก็ต คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา และข้าราชการ อบจ.ภูเก็ต เครือข่ายองค์กรพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วม โดยกิจกรรมต่างๆ จะจัดไปจนถึงวันที่ 21 พฤษภาคมนี้

นายตรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมสัปดาห์วิสาขบูชา จะช่วยให้พุทธศาสนิกชนเกิดความเข้าใจและความศรัทธาในพระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น อันจะส่งผลให้เกิดการปฏิบัติธรรมตามคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไป เห็นได้จากวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม ซึ่งล้วนแต่เป็นการส่งเสริมสนับสนุนและขับเคลื่อนกิจกรรมทางด้านคุณธรรม จริยธรรมทั้งในกลุ่มเยาวชน และประชาชน ให้ได้ศึกษาความรู้ด้านพระพุทธศาสนา ปฏิบัติธรรม และขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์ ตลอดจนการเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี

ทั้งนี้กิจกรรมสำคัญต่างๆ ในช่วงการจัดกิจกรรม อาทิ พิธีเจริญพุทธมนต์ใหญ่ โดยนิมนต์พระสงฆ์ทั้งจังหวัด เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ, พิธีทำบุญจังหวัดภูเก็ต โดย หลวงปู่สุภา กันตสีโล เกจิชื่อดังของจังหวัดภูเก็ต, พิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง,เวียนเทียนรอบพระบรมสารีริกธาตุ, การแข่งขันทักษะทางวิชาการด้านพระพุทธศาสนา, บรรยายธรรม โดย พระวิสุทธิธรรมคณี เจ้าอาวาสวัดท่าเรือ (เจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต), กิจกรรมทอดผ้าป่าสร้างพระธาตุบรรจุอัฐิหลวงตามหาบัว วัดหลังศาล, พิธีไถ่ชีวิตสรรพสัตว์กว่าล้านชีวิต นิทรรศการทางพระพุทธศาสนาตลอดทั้งสัปดาห์ เป็นต้น


ไฟไหม้เรือยอร์ทที่ทอดสมออยู่กลางทะเล

  
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 54 พ.ต.ท.บุญเลิศ อ่อนกลาง สารวัตรเวรสภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงโหมไหม้เรือยอร์ช ที่ทอดสมองห่างจากสะพานท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง ประมาณ 1 กิโลเมตร ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งก็ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย ร.ต.ต.ประเสริฐ ศรีต้า รองสวป.เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงท่าเทียบเรือ พบว่าเรือกำลังลุกไหม้ อยู่ห่างจากท่าเทียบเรือ ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวลมแรง ไฟจึงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้นำเรือเร็วของศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวออกไปตรวจสอบ ซึ่งเรือที่ถูกไฟไหม้เป็นเรือยอร์ทชั้นเดียว ชื่อเรือ “การ์ดี้” เพลิงได้ลุกไหม้ประมาณ 30 นาที เรือลำดังกล่าวก็ได้จมดิ่งลงสู่ก้นทะเล

จากสอบถามคนที่อยู่ประจำเรือข้างเคียง ก็ทราบว่าเรือลำดังกล่าวไม่น่าจะมีคนประจำเรือ และกว่าจะทราบว่าเรือไฟไหม้ ก็ไฟได้ลุกท่วมตัวเรือแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถดับเพลิงได้ทัน ทำให้ไฟลุกไหม้ทั้งลำ และจมลงทะเลในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบในเบื้องต้นนั้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่าเรือลำดังกล่าวเป็นของใคร ซึ่งจะได้สอบถามว่ามีคนประจำเรือหรือไม่อย่างไร ต้องรอเจ้าของมาแสดงตัวก่อน และหากยังไม่มีใครมาแสดงตัวทางเจ้าหน้าที่ก็จะได้ติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 เพื่อตรวจสอบหาเจ้าของเรือที่มาจดทะเบียนเรือลำดังกล่าวต่อไป

วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

พบศพนิรนามขึ้นอืดอยู่กลางป่าตรงข้ามหมู่บ้านหรู


เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 54 ร.ต.ท.นิติกรณ์ ระวัง ร้อยเวรสภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งว่ามีคนพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ในป่าละเมาะใกล้หมู่บ้านหยี่เต้ง ถนนใสยวน ซอยสามัคคี ม.7 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งก็ได้รายงงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยพ.ต.ท.สุธรรม รัตนสว่างวงศ์ สวป.สภ.ฉลอง เจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลตำบลราไวย์และเจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย

ที่เกิดเหตุเป็นป่าละเมาะอยู่เยื้องกับหมู่บ้านหยี่เต้ง ซึ่งเป็นหมู่บ้านหรูราคาหลังละกว่า 10 ล้านบาท พบศพชายไม่ทราบชื่อ สูงประมาณ 165 เซนติเมตร รูปร่างอ้วน สวมเสื้อเชิ้ต สวมกางเกงขายาว ที่ข้อมือด้านซ้ายมีนาฬิกา 1 เรือน ตาทั้ง 2 ข้าง ถลนออกมาด้านนอก ใบหน้าเละ ตามร่างกายมีหนอนไต่ยั๊วเยี๊ยะ ส่งกลิ่นเหม็นทั่วบริเวณ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 10 วัน นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบห่างจากศพประมาณ 10 เมตร พบธูปจำนวน 8 ดอก รองเท้า 1 ข้าง บริเวณกระเป๋ากางเกงพบบุหรี่ยี่ห้อกรองทิพย์จำนวน 8 ตัว แต่ไม่พบหลักฐานว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานก่อนนำศพตรวจสอบที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตต่อไป

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุได้มีชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุได้กลิ่นเหม็นคล้ายศพผู้เสียชีวิต จึงเดินทางตรวจสอบพบศพดังกล่าวนอนเสียชีวิตอยู่ในสภาพที่มีหนอนไต่ทั่วร่าง จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถฟันธงว่าผู้ตายเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ เนื่องจากสภาพศพเน่ายุ่ย จนไม่เหลือเค้าโครงเดิม ซึ่งหลังจากนี้จะออกประชาสัมพันธ์ไปตามสถานีตำรวจต่างๆ ทั่วจังหวัดว่ามีพื้นที่ใดแจ้งคนหายไว้บ้างและหากผู้ใดที่เคยแจ้งคนหายให้มาดูหลักฐานได้ที่สภ.ฉลอง เพื่อจะได้สอบสวนและดำเนินการต่อไป

นทท.ต่างชาติฝืนธงแดงลงเล่นน้ำทะเลคลื่นซัดตาย


เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 54 ร.ต.ท.นิติกรณ์ ระวัง ร้อยเวรสภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล (บีชการ์ด) บริเวณหาดกะรน ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ว่ามีนักท่องเที่ยวจมน้ำ เหตุเกิดบริเวณชายหาดตรงข้ามสนามกีฬาเทศบาลตำบลกะรน ต.กะรน หลังรับแจ้งก็ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นชายหาดที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นรองมาจากชายหาดป่าตอง เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึง ก็พบว่าเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ออกไปทำการค้นหาอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก็สามารถช่วยเหลือกลับขึ้นฝั่งได้ แต่นักท่องเที่ยวอาการสาหัส เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งทีมแพทย์ได้ช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ แต่ไม่สามารถช่วยได้ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนทราบชื่อคือนาย เวียง ฟู ตัง (Wei Fuo Thang) สัญชาติจีน อายุ 32 ปี ได้เดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ต โดยได้เข้าพักที่โรงแรมเมอเวนพิค ต.กะรน ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้เดินจากโรงแรม เพื่อไปเล่นน้ำทะเล ซึ่งบริเวณหาดกะรน ในขณะนี้มีธงแดงปักอยู่ตลอดแนวชายหาด ซึ่งเป็นการเตือนห้ามลงเล่นน้ำเด็ดขาดเพราะคลื่นลมแรง ขณะที่ผู้ตายเล่นได้สักประมาณ 10 นาที ก็ถูกคลื่นลูกใหญ่ซัดออกไปกลางทะเล เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล (บีชการ์ด) ก็ได้เข้าไปช่วยเหลือ แต่ผู้ตายมีอาการหมดสติ จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลและแต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็จะได้แจ้งเจ้าหน้าที่สถานทูตเพื่อแจ้งให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลศพต่อไป

ปิดการฝึก SEXEX THAMAL ครั้งที่ 51/2011



เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ที่บริเวณด้านหน้ากองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต พลเรือตรี รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 3 พร้อมด้วย FADM.Muhammad Abdul Basar Bin Taji ตัวแทนจากกองทัพเรือมาเลเซีย ร่วมกันเป็นประธานในพิธีการปิดการฝึกผสม SEXEX THAMAL ครั้งที่ 51/2001 โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารเรือ เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำของประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ทหารเรือ และเจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศมาเลเซียเข้าร่วมในพิธี

ทั้งนี้พลเรือตรี รังสฤษดิ์ ได้กล่าวว่า ตามที่กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการฝึกผสมของหมู่เรือระหว่างประเทศ ในส่วนของกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือมาเลเซีย ภายใต้ชื่อการฝึก SEXEX THAMAL ครั้งที่ 51/2011 ด้านสตูล – เปอร์ลิส นั้นทางกองทัพเรือเรือไทย และกองทัพมาเลเซีย ได้ดำเนินการฝึกผสม SEXEX THAMAL ระหว่างวันที่ 9 – 14 พฤษภาคม 2554 โดยมีวัตถุประสงค์ของการฝึก SEXEX THAMAL เพื่อการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทหารเรือและตำรวจน้ำของทั้ง 2 ประเทศ เหมือนกับทุกๆ ปีที่ผ่านมา โดยพิธีเปิดดังกล่าว จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา ณ เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย

จากนั้นก็ได้มีการฝึกซ้อมมาจากประเทศมาเลเซีย โดยการฝึกซ้อมในครั้งนี้จะเน้นการฝึกซ่อมในด้านการสื่อสาร การแปรสัญญาณการสื่อสาร และยุทธวิธีการทางทะเล และการฝึกซ้อมก็จะมาสิ้นสุดที่ประเทศไทย ก่อนที่จะมีพิธีปิดการฝึกซ้อมในครั้งนี้

วางศิลาฤกษ์ โรงเรียนหัวเฉียวภูเก็ตไทย


เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 54 ที่บริเวณก่อสร้างโรงเรียนหัวเฉียวภูเก็ตไทยหัวอินเตอร์ ถนนวิรัชหงษ์หยก อ.เมือง ภูเก็ต พระครูปลัดพิศาล ปุรินทโก หรือ (พระอาจารย์ชัย) จากวัดบางโทง จ.พังงา ได้เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายสมบัติ อธิเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิกุศลสงเคราะห์จังหวัดภูเก็ต นายลีจีมิน รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยหัวเฉียวแห่งประเทศจีน ได้ร่วมกันประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เพื่อเตรียมก่อสร้างโรงเรียนหัวเฉียวภูเก็ตไทยหัวอินเตอร์ โดยมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมในพิธี

นายสมบัติ อธิเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิกุศลสงเคราะห์จังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวว่า สำหรับการก่อสร้างโรงเรียนหัวเฉียวภูเก็ตไทยหัวอินเตอร์ เกิดจากความร่วมมือของ มูลนิธิกุศลสงเคราะห์ภูเก็ต มหาวิทยาลัยหัวเฉียวแห่งประเทศจีนและโรงเรียนภูเก็ตไทยหัว เพื่อจัดการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มุ่งเน้นการศึกษาภาษาจีน ให้นักเรียนที่จบออกไปสามารถเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในประเทศจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำภาษาที่ได้มาใช้ประโยชน์ต่อจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเปิดโรงเรียนได้ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2556

นายสมบัติ ยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันภาษาจีนถือว่ามีความสำคัญอีกภาษาหนึ่ง ประกอบกับจังหวัดภูเก็ต เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศทั่วโลก นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยนักท่อเที่ยวชาวจีนก็นิยมมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต และมีแนวโน้มที่เดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับทางโรงเรียนหัวเฉียวภูเก็ตไทยหัวอินเตอร์ ได้เน้นการเรียนการสอนภาษาจีนเป็นหลัก เพื่อรองรับการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทย

ส่วนการบริหารการเรียนการสอนนั้นทางมูลนิธิกุศลสงเคราะห์จังหวัดภูเก็ตและมหาวิทยาลัยหัวเฉียว จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทั้งสองฝ่ายเพื่อบริหารจัดการร่วมกัน โดยมหาวิทยาลัยหัวเฉียวได้ทำการวางแผนและออกแบบการก่อสร้างโรงเรียน จัดสร้างหลักสูตรการสอน จัดหาครูผู้สอน ส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาจากรัฐบาลจีนให้ อาทิ ช่วยเหลือการศึกษาต่อในประเทศจีน จัดหาทุนแก่นักเรียนที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยม ส่วนทางโรงเรียนภูเก็ตไทยหัว ได้จัดหาที่ดินและเงินทุนในการก่อสร้างโรงเรียน โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดภูเก็ต

ภูเก็ตพร้อมเลือกตั้ง 3 กรกฎาคมนี้


นายตรี อัครเดชา ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดภูเก็ต ที่ห้องประชุมสำนักงานการเลือกตั้งจังหวัดภูเก็ต ว่า จากการที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร และกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ซึ่งขณะนี้สำหรับจังหวัดภูเก็ต ได้มีการเตรียมความพร้อมในส่วนของเขตเลือกตั้ง ซึ่งแบ่งเป็น 2 เขต ได้แก่เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองภูเก็ต ยกเว้น ตำบลรัษฎากับตำบลเกาะแก้ว ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 2 ได้แก่ อ.กะทู้ อ.ถลาง และตำบลรัษฎากับตำบลเกาะแก้ว โดยมีหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 337 หน่วย แบ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่ 1 จำนวน 151 หน่วย และเขตเลือกตั้งที่ 2 จำนวน 186 หน่วย โดยตั้งเป้าหมายของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งไว้ 70 % เพิ่มจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิ 60 %
ส่วนของสถานที่รับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ภูเก็ต ทั้งเขตเลือกตั้งที่ 1และเขตเลือกตั้งที่ 2 กำหนดไว้ที่ศาลาประชาคมจังหวัดภูเก็ต ในระหว่างวันที่ 24-29 พฤษภาคม 2554 นี้ ระหว่างวันที่เวลา 08.30-16.30 น. พร้อมทั้งได้กำหนดสถานที่ในลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในเขตและนอกเขตเลือกตั้งในวันที่ 26 มิถุนายน 2554โดยเขตเลือกตั้งที่ 1 เบื้องต้นกำหนดไว้ที่เป็นหอประชุมเทศบาลนครภูเก็ต และเขตเลือกตั้งที่ 2 กำหนดไว้ที่โรงเรียนถลางพระนางสร้าง โดยผู้ที่ต้องการจะลงคะแนนเสียงตั้งล่วงหน้าจะต้องไปลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า ส่วนและวันเวลาจะมีการกำหนดจาก กกต.กลางอีกครั้ง
นายตรี กล่าวเพิ่มว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านอื่นๆ ทั้งการจัดทำรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งได้มีการประสานไปยังฝ่ายทะเบียนราษฎรอำเภอ และสำนักงานทะเบียนแต่ละท้องถิ่นให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งพร้อมทั้งประกาศตามที่กฎหมายกำหนด และได้มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการพร้อมคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตามคาดว่าการใช้สิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้ จะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งมากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากประชาชนมีความตื่นตัว และพรรคการเมืองต่างๆ มีการเคลื่อนไหวส่งผู้ลงสมัครเป็นจำนวนมาก ไม่ต่ำกว่าเขตละ 2 พรรคการเมือง และทาง กกต.เองได้เตรียมที่จะประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ์ทุกรูปแบบนายตรีกล่าว