จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2554

อบจ.ภูเก็ต ร่วมพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว


เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2554 ที่ห้องจามจุรี 2 โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต หลักสูตร “ความปลอดภัยในการทำงาน อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน” รุ่นที่ 2 โดยมีนายมานพ ลีลาสุธานนท์ ปลัด อบจ.ภูเก็ต นายไกรวุฒิ คุ้มบ้าน สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต นายแพทย์หยี ยิฏฐะสิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต ชมรมบริหารงานบุคคลจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยผู้บริหาร หัวหน้างาน จากสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 70 ท่าน เข้าร่วม
นายประเสริฐ มนต์ประสิทธิ์ ประธานชมรมบริหารงานบุคคลจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ด้วย อบจ.ภูเก็ต โดยนายก อบจ.ภูเก็ต มีนโยบายในการนำรายได้ของ อบจ.ภูเก็ต ที่ได้รับมาจากการนำส่งค่าธรรมเนียมบำรุง อบจ.ภูเก็ต จากเข้าผู้พักในโรงแรมกลับสู่ผู้ที่มีส่วนในการจ่ายค่าธรรมเนียมให้ อบจ.ภูเก็ต จึงได้มีการจัดงบประมาณในการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ บทบาทหน้าที่ในการบริหาร การจัดการของคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน(คปอ.) แนวทางในการป้องกันการประสบอันตรายจากการทำงาน การกำหนดนโยบาย แผนการดำเนินงาน การติดตามผลและการประเมินผล ประกอบกับกฎหมายความปลอดภัยฉบับใหม่ พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2554 นี้เป็นต้นไป ได้กำหนดให้ทุกสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง ตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป จะต้องจัดตั้งคณะกรรมการ คปอ. ในสถานประกอบการ และกรรมการจะต้องผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตร “ความปลอดภัยในการทำงาน อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน” จากสถาบันฝึกอบรม หรือหน่วยฝึกอบรมที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน อันจะส่งผลให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้ความเข้าใจและทักษะต่างๆ ไปประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับการรับรองตามกฎหมาย
ทางด้าน นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า การจัดอบรมดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้เข้ารับการอบรมนำความรู้ความเข้าใจและทักษะต่างๆ ไปประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับการรับรองตามที่กฎหมาย และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนด ซึ่งภูเก็ตนอกจากจะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีแล้ว การบริการที่ดีก็เป็นจุดขายที่มีความสำคัญและมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในตลาดท่องเที่ยวโลก เพื่อสร้างความประทับใจและเกิดแรงจูงใจในเดินทางกลับมาท่องเที่ยวยังจังหวัดภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น โดยบุคลากรทางด้านการท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญในการให้บริการและสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว แต่การให้บริการที่มีประสิทธิภาพนั้น นอกจากการบริหารจัดการที่ดีจะมีความสำคัญในการบริการแล้ว การสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมของสถานประกอบการในภาคธุรกิจท่องเที่ยวก็มีความสำคัญมากเช่นกัน

ผบช.ภ.8 ตามคดีปล้นทอง 261 บาทที่ภูเก็ต


เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2554 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.กิตติสัณห์ เดชสุนทรวัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายเป็นชาย 1 คน ใช้อาวุธปืนปลอมปล้นร้านทองธเนศ 2 ตั้งอยู่เลขที่ 28 ถนนเจ้าฟ้าตะวันออก อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้ทองรูปพรรณ และทองคำแท่ง น้ำหนักรวมประมาณ 261 บาท มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท โดยมีพล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.โกมล วัตรากรณ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.โชติ ชิตไชย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงรายละเอียดความคืบหน้าของคดี
พ.ต.อ.โชติ ชิตไชย ผกก.สภ.เมือง ภูเก็ต ได้กล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวทางตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตร่วมกับตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ตั้งชุดออกติดตามคนร้าย 2 ชุดหลัก คือ ชุดสืบสวนของกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ทำการสืบสวนพยานหลักฐานต่างๆ ในส่วนของที่พัก กับชุดสืบสวนของตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ทำการสืบสวนบริเวณจุดเกิดเหตุและที่มีการทิ้งรถไว้ จากการสืบสวนพบว่า รถที่คนร้ายใช้นั้นอยู่ในพื้นที่ป่าตอง ได้ไปสอบถามผู้ให้ยืมรถทราบว่าคนร้ายชื่อ เอก แต่ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง มาจาก จ.สุราษฎร์ธานี โดยก่อนที่จะเกิดเหตุได้เคยเข้ามาพักที่เกสเฮาส์แล้ว 2 ครั้งๆ ละ ประมาณ 3 – 4 วัน ในครั้งนี้มาพักได้เพียง 1 วันแล้วก่อเหตุ นอกจากนี้ยังมีการติดตามความเคลื่อนไหวของคนร้ายจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้าน พบว่าก่อนเกิดเหตุนั้นได้ขับรถจักรยายนต์มาวนดูก่อนแล้วประมาณ 10 ครั้ง และได้มีการตรวจสอบเส้นทางการใช้รถของคนร้ายจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมด้วย โดยขณะนี้ได้มีการส่งลายนิ้วมือแฝงไปทำการตรวจสอบที่กองพิสูจน์หลักฐาน อยู่ระหว่างรอผล ขณะเดียวกันก็ได้มีการออกหมายจับไปเรียบร้อยแล้ว
ด้านพล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า ในส่วนของตำรวจภูธรภาค 8 ไม่ได้ละเลยกับคดีที่เกิดขึ้น โดยได้มีการประชุมร่วมกับทางตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตผ่านทางวีดีโอคอนเฟอร์เร้นมาตั้งแต่วันเกิดเหตุ พร้อมกับจัดชุดเจ้าหน้าที่สืบสวนภาค 8 ร่วมติดตามสืบหาตัวคนร้ายตามที่มีการระบุแหล่งที่พักอาศัยไม่ว่าจะเป็นที่ จ.สุราษฎร์ธานี หรือ จ.ชุมพร
อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ทราบเพียงแต่ชื่อเล่น ดังนั้นคงต้องอาศัยการชี้เบาะแสจากพี่น้องประชาชน โดยทางเจ้าของร้านได้ประกาศให้รางวัลหากสามารถจับกุมคนร้ายได้เป็นเงินจำนวน 200,000 บาท และหากได้ทองรูปพรรณกลับมาด้วยก็จะมีการให้เปอร์เซ็นต์อีกส่วนหนึ่งด้วย ซึ่งหากผู้ใดพบเห็นคนร้ายที่มีตำหนิตามที่ได้เผยแพร่ตามสื่อต่างๆ สามารถแจ้งได้ที่ พ.ต.อ. โชติ ชิดไชย ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต หมายเลขโทรศัพท์ 081-9702523 หรือ พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต หมายเลขโทรศัพท์ 081-6773671 หรือหมายเลขโทรศัพท์ของตน 081-9780099 พล.ต.ท.ก่อเกียรติกล่าว และยืนยันว่าตำรวจภาค 8 ไม่ได้ละเลยในเรื่องนี้มีการติดต่อประสานกับทางตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตอย่างใกล้ชิด

พบศพชาวต่างชาติใส่ชุดว่ายน้ำลอยเกยตื่นเกาะมะลิ


เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 54 ร.ต.ท.เอกชัย ศิริ ร้อยเวร สภ.เมืองภูเก็ตได้รับแจ้งจากชาวประมงว่า ได้มีศพลอยอยู่ในทะเลน่าจะลอยไปเกยตื้นที่ที่เกาะมะลิ ห่างจากท่าเรือบ้านแหลมหิน ต.กาะแก้ว อ.เมือง ภูเก็ตไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 5 ไมล์ทะเล ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งก็ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.พ.ต.ท.จำรูญ พลายด้วง รอง.ผกก.สส.พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ รอง.ผกก.ป.พ.ต.ท.วิจักษณ์ ตารมย์ สว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สายตรวจเกาะแก้ว ตำรวจวิทยาการ ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตลงเรือหางยาวจากท่าเรือแหลมหินไปตรวจสอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก็ได้รับแจ้งจากชาวประมงว่า ศพดังกล่าว ได้ถูกคลื่นซัดไปเกยตื้นที่บริเวณชายหาดของเกาะมะลิแล้ว สำหรับเกาะมะลิ เป็นเกาะที่ไม่มีผู้ใดอาศัยและไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึง ก็พบว่าศพผู้หญิงชาวต่างชาติ แต่ไม่ทราบสัญชาติ อายุระหว่าง 40 – 45 ปี ผมสีทองสั้น สูงราว 165 ซม.สวมชุดว่ายน้ำแบบเต็มตัวสีเขียวลายดอกไม้ลอยเกยชายหาด โดยท่อนบนชุดว่ายน้ำลงมากองที่หน้าท้อง จากการตรวจสอบบริเวณหน้าผากมีรอยเขียวช้ำและบริเวณคิ้วซ้ายมีแผลแตกคล้ายถูกของแข็งตีหรือกระแทกกับของแข็ง ตามร่างกายทั่วไปไม่พบบาดแผล ส่วนบริเวณอวัยวะเพศไม่พบร่องรอยการข่มขืนหรือน้ำอสุจิ ไม่มีหลักฐานว่าผู้ตายเป็นใคร สัญชาติใดและมาจากที่ใด สภาพศพเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชม.

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองวิทยาการ ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตได้เก็บหลักฐานตามร่างกายผู้ตายกลับไปตรวจพิสูจน์ จากนั้นได้มอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้นำศพกลับขึ้นฝั่งที่ท่าเรือบ้านแหลมหงา ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ตเพื่อให้แพทย์ รพ.วชิระภูเก็ตชันสูตรอย่างละเอียด พร้อมทั้งหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้ง พร้อมกับประสานไปยัง สภ.ต่างๆ เพื่อตรวจสอบคนหายต่อไป

ดึงพลเมืองอาสาร่วมเฝ้าระวังการเลือกตั้ง ส.ส.


เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2554 ที่ห้องประชุมโรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายตรีอัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการอบรมโครงการพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตย ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดภูเก็ต จัดขึ้น เพื่อพัฒนาพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตยให้มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำหน้าที่เป็นแกนนำในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์และช่วยเหลือการปฏิบัติงานของสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดภูเก็ต และสามารถสร้างเครือข่ายพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตยในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ในอัตรา 1:10 โดยมีพลเมืองอาสาสมัครพัฒนาประชาธิปไตยในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วม
นายตรี กล่าวว่า แนวคิดเรื่องพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตยเกิดขึ้นเพื่อต้องการพัฒนาจิตสำนึกในความเป็นสมาชิกของรัฐ โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้และกระบวนการการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ตลอดจนช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับทางเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบการซื้อสิทธิขายเสียงซึ่งขณะนี้มีกระแสข่าวค่อนข้างหนาหู ทั้งการออกหวยผู้แทนและการเก็บบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งหากพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตยพบสิ่งผิดปกติก็สามารถแจ้งมายังกกต.ได้ทันที โดยในส่วนของ กกต.นั้นได้มีการจัดชุดเคลื่อนที่เร็วและชุดป้องปรามพร้อมที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบทันทีเมื่อมีการแจ้งเบาะแสเข้ามา
“นอกจากการแจ้งเบาแสะการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งเป็นอีกหน้าที่ของพลเมืองอาสาพัฒนาประชาธิปไตยที่จะต้องดำเนินการร่วมกับ กกต.เพื่อให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้ได้มากที่สุด และเลือกตั้ง ส.ส.ของภูเก็ตครั้งนี้ได้ตั้งเป้าหมายการใช้สิทธิ์ไม่น้อยกว่า 70 % โดยการเลือกตั้ง ส.ส. และส.ว.ที่ผ่านมามีผู้ใช้สิทธิมากกว่า 70%” นายตรี กล่าว

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2554

“ผลไม้ไทย ผลไม้ดีมีที่ตะวันออก สู่ภูเก็ต”


นายวินัย ขวัญแก้ว เกษตรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ด้วยจังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับจังหวัดจันทบุรี ดำเนินงานโครงการป้องกันแก้ไขปัญหาผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2554 เพื่อประชาสัมพันธ์ให้คนไทย ชาวต่างชาติ สนใจผลไม้ไทยและส่งเสริมการขายให้กับเกษตรกร เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตในภาพรวมด้วย จึงได้กำหนดจัดงาน “ผลไม้ไทย ผลไม้ดีมีที่ตะวันออก สู่ภูเก็ต” ในระหว่างวันที่ 17-19 มิถุนายนนี้ ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ปลายแหลมสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยจะมีการนำผลไม้ชนิดต่างๆ จากจังหวัดภาคตะวันออกมาจำหน่าย เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง เป็นต้น รวมวันละประมาณ 10 ตัน นอกจากนี้ยังมีสินค้าจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจังหวัดภูเก็ต สินค้าเกษตรปลอดภัย และอาหารพื้นเมือง รวมทั้งการประกวด/แข่งขัน และการแสดงต่างๆ ตลอดงาน คาดว่าจะมีผู้มาร่วมงานทั้งคนไทยและต่างชาติไม่ต่ำกว่า 1,500 คน

“ภาคตะวันออก เป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญของประเทศไทย ผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญ คือ ทุเรียน เงาะ มังคุดและลองกอง โดยจังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ จันทบุรี ตราดและระยอง มีการจำหน่ายทั้งภายในประเทศและส่งออก นำรายได้สู่ประเทศไทยมากกว่าหมื่นล้านบาทต่อปี โดยผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงสิงหาคมของแต่ละปี ซึ่งจะมีช่วงเวลาที่ผลผลิตออกพร้อมกันหรือช่วงผลไม้กระจุกตัว ประมาณ 20-30 วัน ทำให้ผลผลิตมีมากเกินความต้องการของผู้บริโภค และเกินกำลังของกลไกตลาดปกติที่จะรองรับได้ ทำให้เกิดปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำเกือบทุกปี ซึ่งในปี 2554 คาดว่าจะมีผลผลิต ผลไม้ทั้ง 4 ชนิด รวมทั้งสิ้น 758,857 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งมีผลผลิตรวม 732,715 ตัน ร้อยละ 3.44 แบ่งเป็น ทุเรียน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ 6.40 มังคุด ลดลงจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ 11.56 เงาะ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ 8.08 และลองกอง เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ 3.40”

นายวินัย กล่าวว่า แนวโน้มผลผลิตในปี 2554 เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาเล็กน้อย และผลไม้หลายชนิดออกสู่ตลาดมากในช่วงเวลาเดียวกัน ประกอบปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น ค่าครองชีพสูง เศรษฐกิจโลกตกต่ำอาจส่งผลกระทบต่อการตลาดและราคาผลไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ผลไม้ออกพร้อมๆ กัน หรือช่วงผลไม้กระจุกตัว อาจเกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการผลผลิตผลไม้ให้กระจายสู่ตลาดต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างเหมาะสมและรวดเร็ว ซึ่งการจัดงาน “ผลไม้ไทย ผลไม้ดีมีที่ตะวันออก สู่ภูเก็ต” เป็นแนวทางหนึ่งในการที่จะกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตในช่วงผลผลิตกระจุกตัวแล้ว ยังจะเป็นการเพิ่มตลาดในการจำหน่ายผลผลิตให้กับเกษตรกร เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตได้อีกทางหนึ่งด้วย

กกต. ดึงเด็ก และเยาวชน สู่การเลือกตั้งสส.


เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2554 ที่ห้องประชุมศาลาประชาคมจังหวัดภูเก็ต นายอุทัย ศรีวิลัย กรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการการมีส่วนร่วมภาคเด็ก และเยาวชนสู่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 โดยมีสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดภูเก็ตจำนวน 40 คน เข้าร่วม
นายอุทัย กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต ได้กำหนดจัดทำโครงการการมีส่วนร่วมภาคเด็ก และเยาวชนสู่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชน กล้าคิด กล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์ ได้ส่วนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมกันวางแผน และร่วมกันรับผิดชอบต่อการพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และนำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้บุคคลใกล้ชิดหรือประชาชนทั่วไปให้มีความเข้าใจ และให้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม 2554 ที่จะถึงนี้

เปิดแหล่งเรียนรู้ด้านการออกแบบสู่ภูมิภาค


เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2554 ที่อาคารบรรณราชนครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต รศ.สมชาย สกุลทัพ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เป็นประธานเปิด โครงการกระจายโอกาส สร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการออกแบบสู่ภูมิภาค (Mini TCDC) ภายใต้ความร่วมมือของศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC และมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต โดยมีนายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC น.ส.อมรรัตน์ นาคะโร ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ น.ส.อุษณี ศิริสุนทรไพบูลย์ อาจารย์ประจำโปรแกรมวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และคณะผู้บริหารสำนักวิทยบริการฯ ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตเข้าร่วม
รศ.สมชาย สกุลทัพ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต กล่าวว่า โครงการกระจายโอกาส สร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการออกแบบสู่ภูมิภาค หรือ Mini TCDC นับเป็นโอกาสอันดีที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบTCDC และมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เป็นการเปิดโอกาสให้อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา รวมไปถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจด้านการออกแบบ ทั้งในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง ได้เข้ามาค้นคว้าหาข้อมูลใน Mini TCDC แห่งนี้ เพื่อพัฒนาศักยภาพ ความรู้ ความสามารถในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการออกแบบ และความคิดสร้างสรรค์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การสร้างพื้นฐานทางการศึกษาของประเทศที่มั่นคง ซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญที่ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ต้องร่วมมือกัน เพื่ออนาคตของประเทศชาติต่อไป
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC กล่าวว่า โครงการ Mini TCDC จัดตั้งขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการเผยแพร่ความรู้ด้านการออกแบบสู่อาจารย์ นักเรียน นิสิตนักศึกษา และผู้ประกอบการในภูมิภาคต่างๆ ให้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมุ่งเน้นด้านการส่งเสริมให้ใช้ทรัพยากรสารสนเทศที่มีอยู่รอบๆ ตัวให้คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดในวงการการศึกษาและวิชาชีพงานออกแบบ และเป็นการสร้างเครือข่าย ด้านการออกแบบระหว่างศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC กับสถาบันการศึกษา สถาบันวิชาชีพ และผู้ประกอบการในท้องถิ่น ในการจัดกิจกรรมที่จะส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพผลงานด้านการออกแบบของประเทศไทยในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เตือนภัยมิจฉาชีพตุ๋นเงินผ่านอินเตอร์เน็ต


นางมนทิรา เชิดชู นายด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ต เปิดเผยว่า ปัจจุบันด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ต ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายหลายรายว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพใช้วิธีการติดต่อสื่อสารจากต่างประเทศผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต และมีการพูดคุยกับหญิงไทย โดยการ แชท (Chat) ในลักษณะคบกันฉันท์เพื่อน เมื่อติดต่อกันได้สักระยะหนึ่งกลุ่มมิจฉาชีพทำทีว่าจะจัดส่งของกำนัลที่มีมูลค่าสูงมาให้ หลังจากนั้นผู้เสียหายก็ได้รับการติดต่อทาง E-mail หรือทางโทรศัพท์จากกลุ่มมิจฉาชีพว่าให้โอนเงินเข้าบัญชี เพื่อเป็นค่าภาษีอากร สำหรับการออกของที่ด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ต
นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาแอบอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ตกักตัวไว้ เนื่องจากนำเงินดอลล่าห์เข้ามาเกินกว่ากำหนด จึงขอให้โอนเงินเข้าบัญชีเพื่อเป็นค่าประกันตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดแล้วไม่มีตัวตนของบุคคลหรือเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งในส่วนของผู้เสียหายนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ไปแจ้งความไว้ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
นางมนทิรา กล่าวว่า พฤติกรรมต่างๆ ดังกล่าวถือเป็นการหลอกลวงของมิจฉาชีพ เนื่องจากการเสียภาษี หรือค่าปรับต่างๆ จะต้องมาดำเนินการที่ศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ตเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บหรือเรียกผ่านโดยให้โอนเงินเข้าบัญชี ดังนั้นหากผู้ใดพบเห็นผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวหรือเข้าข่ายสงสัยว่าจะเป็นการหลอกลวง โปรดอย่าหลงเชื่อ และให้ตรวจสอบข้อมูลจากท่าอากาศยานภูเก็ต ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 076-327435

วันอังคารที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ทูตเกาหลีนำเมือง geojae เป็นเมืองพี่เมืองน้อง


เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2554 ที่ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต Mr.Chung Hae-moon เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ เข้าพบนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อพบปะหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันใหม่มากขึ้นทั้งเรื่องการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ตลอดจนเรื่องอื่นๆ
Mr.Chung Hae-moon กล่าวว่า ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศ เนื่องจากความสวยงามของธรรมชาติหาดทรายชายทะเล และอัธยาศัยน้ำใจอันดีงาม โดยในส่วนของนักท่องเที่ยวเกาหลีที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแต่ละปีจะมีเป็นจำนวนมาก และมีชาวเกาหลีจำนวนหนึ่งที่พักอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ตด้วย เห็นได้จากจำนวนเที่ยวบินที่เข้ามาภูเก็ตก็มีเป็นจำนวนมากเช่นกัน และที่ผ่านมาคนเกาหลีที่เข้ามาภูเก็ตก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี จนไม่มีอะไรร้ายแรง โดยเฉพาะการประสานงานผ่านทางคุณทศพร เทพบุตร กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารรัฐเกาหลี ประจำจังหวัดภูเก็ต ประกอบกับประเทศสาธารณรัฐเกาหลีและประเทศไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันมาเป็นเวลานาน และเชื่อว่าความสัมพันธ์ต่างๆ จะดีขึ้นตามลำดับ
อย่างไรก็ตามสาธารณรัฐเกาหลีมีเมืองที่มีลักษณะคล้ายกับภูเก็ต คือ geojae เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ นอกจากความเป็นเกาะแล้วยังเป็นเมืองท่าสำคัญที่มีชื่อเสียงด้านการต่อเรือ และเป็นเมืองด้านวิศวกรรมการผลิต เช่น ซัมซุง แดวู เป็นต้น และน่าจะสามารถพัฒนาเป็นเมืองพี่เมืองน้องได้ในอนาคต Mr.Chung Hae-moon กล่าว และกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ได้มีการหารือกับทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาของไทย ในการที่จะจัดส่งครูสอนภาษาเกาหลีจำนวน 54 คน มาประจำโรงเรียนที่มีการสอนภาษาเกาหลีในประเทศไทยซึ่งมีอยู่ประมาณ 59 แห่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการคัดเลือกว่าจะเป็นที่ใดบ้าง
ขณะที่นายตรี กล่าวว่า ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตมีความยินดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศอยู่แล้ว และสำหรับนักท่องเที่ยวเกาหลีที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตนับว่ามีจำนวนมากเป็นลำดับต้นๆ และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันให้ดียิ่งๆ ขึ้น

กาชาดให้ความรู้รับบริจาคโลหิต – อวัยวะ


เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2554 ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลาประชาคม อ.เมือง จ.ภูเก็ต นางนลินี อัครเดชา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต ประธานเปิดการฝึกอบรม โครงการ “อิ่มบุญผู้ใหญ่ สุขใจผู้รับ” นพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ประธานชมรมโลหิตหมู่พิเศษ จ.ภูเก็ต, นายแพทย์นพพล ธาดากุล, แพทย์หญิงเขมวรรณ เวทยไวกูรณ์, นายบัณฑิต สันติกุล, นายชัยรัตน์ เจียสกุล คณะกรรมการ และสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต และสมาชิกอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จ.ภูเก็ต กว่า 100 คน เข้าร่วม
นางวิภาพรรณ คูสุวรรณ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สืบเนื่องจากภารกิจหลักของเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต นอกเหนือจากงานด้านบรรเทาทุกข์และสังคมสงเคราะห์ คือ งานด้านการรับบริจาคโลหิต รับบริจาคดวงตาและอวัยวะ เพื่อการช่วยเหลือผู้ป่วย ซึ่งจะต้องขอรับบริจาคจากผู้มีจิตกุศล โดยที่ผ่านมาเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต ได้ออกหน่วยเคลื่อนที่รับบริจาค ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวมีความจำเป็นที่จะต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เรื่องการรับบริจาคโลหิต ดวงตาและอวัยวะ
ดังนั้นเหล่ากาชาดจึงได้จัดอบรมโครงการ อิ่มบุญผู้ให้ สุขใจผู้รับ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับงานรับบริจาคโลหิต ดวงตา และอวัยวะ ให้แก่กรรมการ สมาชิกเหล่ากาชาด อาสาสมัครสภากาชาดไทย และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่บุคลากรในหน่วยงานและพร้อมที่จะประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปเห็นความสำคัญของการบริจาคโลหิต ดวงตาและอวัยวะ เพื่อให้การดำเนินงานของเหล่ากาชาด เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และเพื่อจัดกิจกรรมเนื่องในวันผู้บริจาคโลหิตโลก นางวิภาพรรณ กล่าวในที่สุด