จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กรมอุทกศาสตร์ขอสะพานเกาะตะเภาน้อย


ร.ท.สุชิน รักชาติ นายประภาคารเกาะตะเภาน้อย กรมอุทกศาสตร์ ทหารเรือ ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า เกาะตะเภาน้อย เป็นที่ตั้งของสถานีวัดระดับน้ำทะเลของภาคใต้ มีประภาคารเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกิส สร้างมาตั้งแต่ปี 2442 โดยตัวอาคารได้จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ รวบรวมเรื่องราวและอุปกรณ์เครื่องใช้เกี่ยวกับการรายงานอุทกศาสตร์ เครื่องหมายเดินเรือ สถานีวัดระดับน้ำ สถานีวัดอากาศมาจัดแสดงไว้ นอกจากนี้ยังมีป้อมปืนโบราณ มีชายหาดยาวประมาณ 300 – 400 เมตร มีหาดทรายขาวสะอาด สามารถลงเล่นน้ำได้ จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่าง คือ เป็นที่อยู่ของนกเงือกปัจจุบันมีจำนวนประมาณ 50 คู่ รวมทั้งในส่วนของเกาะตะเภาใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กันด้วย เนื่องจากความสมบูรณ์ของป่าของทั้งสองเกาะ โดยในปี 2551 ทางกรมอุทกศาสตร์ ทหารเรือ ได้เปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
“เนื่องจากขณะนี้สะพานท่าเทียบเรือเดิมซึ่งเป็นสะพานไม้ยาวประมาณ 80 เมตร อยู่ในสภาพทรุดโทรมประกอบกับเมื่อถึงช่วงมรสุมจะมีปัญหาการจอดเรือของเจ้าหน้าที่ซึ่งขึ้นไปปฏิบัติงาน จึงได้เสนอโครงการจัดทำสะพานท่าเทียบเรือใหม่มีความยาวประมาณ 93 เมตร กว้างประมาณ 2.50 เมตร คาดว่าจะใช้งบก่อสร้างประมาณ 7.5 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง หากไม่มีปัญหาคาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างได้ในเร็วๆ นี้ เพราะนอกจากจะใช้สำหรับเจ้าหน้าที่ของประภาคารในการขึ้นลงและตรวจวัดระดับน้ำทะเลแล้ว ยังอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปชมทัศนียภาพบนเกาะด้วย”
ร.ท.สุชิน กล่าวด้วยว่า นอกจากจะเป็นสถานีวัดระดับการขึ้นลงของน้ำทะเล เป็นประภาคารซึ่งเป็นเครื่องหมายการเดินเรือในช่วงเวลากลางคืน ตลอดจนเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกเงือกจำนวน 50 คู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของป่าบนเกาะ และเนื่องจากเป็นที่ตั้งของหน่วยราชการทำให้การควบคุมดูแลทำได้ง่าย โดยกลุ่มที่มาเที่ยวชมก็จะเป็นกลุ่มที่มีความสนใจเฉพาะด้าน ปัจจุบันในแต่ละวันจะมีผู้สนใจขึ้นไปเยี่ยมชมจำนวนไม่มากนัก แต่หากมีการเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการก็จะต้องมีการจำกัดจำนวนผู้ที่จะขึ้นไปบนเกาะ เพื่อจะได้ไม่รบกวนธรรมชาติ นอกจากนี้บริเวณรอบเกาะยังสามารถที่จะดำน้ำชมปะการังและกุ้งมังกร 7 สี ได้อีกด้วย

“อุ่นไอสายใยครอบครัว”


เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ในทอนบุรี บีชรีสอร์ท โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ร่วมกับ เทศบาลเมืองป่าตอง ได้จัดกิจกรรม “อุ่นไอสายใยครอบครัว” เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่คุณแม่ตั้งครรภ์ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พยาบาลและเจ้าหน้าที่จากทางโรงพยาบาล ร่วมให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติในหัวข้อต่างๆ อาทิ การออกกำลังกายขณะตั้งครรภ์ และหลังตั้งครรภ์ การอาบน้ำทารก การเตรียมเต้านม อุปกรณ์ที่ควรเตรียมหลังคลอด และอาการบ่งชี้คลอดปกติ หรือผ่าคลอด เป็นต้น กิจกรรมดีๆ ที่รพ.กรุงเทพภูเก็ตให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในชุมชน เพื่อปรารถนาให้ทุกคนมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2554

จนท.นำตัวผู้ต้องหาชาวสวีเดนทำแผนฆ่ารัสเซีย


จากกรณีนายแมค ซิม ซาน อายุ 25 ปีชาวรัสเซียถูกนายทอมมี่ วิคเตอร์ อายุ 26 ปีและนายโจฮาน เซบาสเตียน อายุ 26 ปีชาวสวีเดนร่วมกันใช้มีดแทงคอที่หน้าบ้านเลขที่ 20/27 หมู่บ้าน The Lantern ถ.เทพกระษัตรี ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต จากนั้นนายแมคได้วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากยามหน้าหมู่บ้านห่างจากจุดเกิดเหตุราว 70 เมตร แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตคาข้างป้อมยาม เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นนายทอมมี่และนายโจฮานได้กระโดดข้ามรั้วและชิงรถ จยย.ของชาวบ้านแล้วหลบหนีไป จนกระทั่งถูกชุดสืบสวน ภ.จ.ภูเก็ตจับกุมได้ที่โรงแรมสุรินทร์ สวีทโฮเต็ล ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การรับสารภาพว่าโกธรแค้นที่นายแมคแจ้งตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยาจับกุมในข้อหาฉ้อโกงประชาชนหรือคอนเซ็นเตอร์ หลังจากพ้นโทษออกมาช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ออกติดตามนายแมค จนพบที่อยู่ในเฟสบุคส์ จึงตามมาที่ จ.ภูเก็ต จากนั้นได้เช่าบ้านเลขที่ 20/21 หมู่บ้านเดียวกันตรงข้ามกับบ้านพักของนายแมค เพื่อรอสบโอกาสลงมือล้างแค้น จนกระทั่งถูกตำรวจจับกุมได้ในที่สุด
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 3 ส.ค.พ.ต.อ.โกมล วัตรากรณ์ รอง.ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต พ.ต.ท.จำรูญ พลายด้วง รอง.ผกก.สส.สภ.เมืองภูเก็ตนำกำลัง นปพ.ภ.จ.ภูเก็ตอาวุธครบมือกว่า 20 นายนำตัวนายทอมมี่ วิคเตอร์และนายโจฮาน เซบาสเตียน 2 ผู้ต้องหาชาวสวีเดนฆ่านายแมค ซิม ซานไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่หน้าบ้านเลขที่ 20/27 และ 20/21 หมู่บ้าน The Lantern ถ.เทพกระษัตรี ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่ทราบข่าวต่างมารอดูโฉมหน้าต่างชาติที่ฆ่าชาวต่างชาติด้วยกันนับสิบ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาตให้เข้ามาภายในหมู่บ้านเกรงว่าจะเกิดรุมประชาทัน โดยใช้เวลาในการทำแผนราว 30 นาที จากนั้นได้นำตัวไปโรงแรมสุรินทร์ สวีทโฮเต็ล ต.เชิงทะเล อ.ถลาง ซึ่งเป็นสถานที่พักหลังก่อเหตุ จนกระทั่งถูกจับกุมตัวในที่สุด โดยในวันที่ 4 ส.ค.จะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ส่งฟ้องฝากขังที่ศาล จ.ภูเก็ตต่อไป

รพ.กรุงเทพภูเก็ต เปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย”


เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2554 ที่ บริเวณสวนหย่อม ชั้น 1 รพ.กรุงเทพภูเก็ต อ.เมือง ภูเก็ต นพ.ประยุทธ สมประกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต และประธานคณะผู้บริหารเครือโรงพยาบาลกรุงเทพภาคตะวันออกและภาคใต้ เป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย” โดยมีคณะบริหาร เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และสื่อมวลชนเข้าร่วม
ทั้งนี้ นพ.ประยุทธ สมประกิจ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ว่า โครงการไทยช่วยไทย เกิดขึ้นจากความมุ่งหวังที่จะสนับสนุน ส่งเสริม อำนวยความสะดวก ลดความกังวล และลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแล รักษาพยาบาล ตลอดปี 2554 ให้แก่กลุ่มข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และคนในครอบครัว ได้แก่ พ่อ แม่ สามี ภรรยา และลูก อีกทั้งยังได้มอบความห่วงใยในการรักษาพยาบาลนี้ ครอบคลุมไปจนถึงกลุ่มพระภิกษุ สามเณร และแม่ชี อีกด้วย ในขณะเดียวกันขั้นตอนการรับสิทธิ ก็สามารถทำได้ง่าย เพียงแสดงบัตรข้าราชการ หรือบัตรพนักงาน ทุกครั้งเมื่อเข้ารับบริการที่โรงพยาบาล สำหรับสมาชิกในครอบครัวนั้น ให้แสดงบัตรประชาชนของตนเอง ควบคู่ไปกับบัตรหรือสำเนาบัตรข้าราชการของคนในครอบครัว เพียงเท่านี้ท่านและคนในครอบครัวก็จะสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลได้ทั้งแผนกผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ภายใต้มาตรฐานคุณภาพการให้บริการทางแพทย์และพยาบาลที่ผ่านการรับรองจากองค์กรต่างๆ และเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและระดับสากล”
ในขณะนี้ทางโรงพยาบาลฯ ได้แจ้งรายละเอียดของโครงการไทยช่วยไทยให้กับหน่วยงานราชการในพื้นที่ จ.ภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ และระนอง ตลอดจนบริษัทรัฐวิสาหกิจในเขตพื้นที่ภาคใต้ ไปแล้วกว่า 500 หน่วยงาน โดยผู้ป่วยที่ได้รับสิทธิจากโครงการนี้ ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ สมาชิกในครอบครัว ภิกษุ สามเณร และแม่ชี จะได้รับประโยชน์จากการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2554
“รพ.กรุงเทพภูเก็ต ได้ดำเนินแนวทางในการส่งเสริมการดูแลสุขภาพของประชาชนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น การจัดทีมแพทย์ไปบรรยายให้ความรู้แก่หน่วยงาน ชุมชนต่างๆ ในท้องถิ่น เพราะการป้องกันโรค ถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะช่วยประชาชนลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาพยาบาลเมื่อไม่สบายได้ ในเดือนสิงหาคมนี้ รพ.กรุงเทพภูเก็ต ได้ร่วมมือกับสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย จ.ภูเก็ต จัดทำชุดตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องดิจิตอล แมมโมแกรม และมะเร็งปากมดลูก เพื่อร่วมดูแลสุขภาพของคุณผู้หญิง ให้ห่างไกลจากภัยคุกคามของโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยสุด และยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญในผู้หญิงไทย ทั้งๆ ที่โรคดังกล่าวสามารถรักษาให้หายได้ หากตรวจพบตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก ผู้ที่สนใจสามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมได้ที่ศูนย์สุขภาพสตรี ในราคา 3,000 บาท ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ “ นพ.ประยุทธกล่าวเสริม
ปัจจุบันรพ.กรุงเทพภูเก็ต เป็นรพ.เอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแถบอันดามัน มีห้องพักที่สามารถรองรับผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล รวมกว่า 200 เตียง และมีแผนขยายเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อรองรับจำนวนประชากร และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีทีมแพทย์เฉพาะทางออกตรวจตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มศักยภาพ และสร้างความอุ่นใจในการดูแลสุขภาพให้แก่คนในชุมชน อาทิ แพทย์โรคหัวใจ ซึ่งโรคหัวใจถือเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ส่งผลให้คนไข้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ลดความรุนแรงของโรค และลดโอกาสการสูญเสีย อีกทั้งยังได้เปิด “ศูนย์พิทักษ์สิทธิ” เพื่อช่วยดูแล ตรวจสอบ และรักษาสิทธิที่มีของผู้ป่วยทุกรายที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล อันจะทำให้ผู้ป่วย ได้รับประโยชน์มากที่สุดในการดูแลสุขภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
รพ.กรุงเทพภูเก็ต ตั้งอยู่บริเวณชุมชนสามกอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เป็นโรงพยาบาลในเครือข่ายรพ.กรุงเทพ ซ. ศูนย์วิจัย กรุงเทพมหานครฯ ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดให้บริการตั้งแต่การให้ความรู้ด้านสุขภาพ การรักษาพยาบาล ไปจนถึงการรักษาโรคซับซ้อนแก่ประชาชน อาทิ โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบประสาทและสมอง การผ่าตัดผ่านกล้อง แผลเล็ก เจ็บน้อย การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาเพื่อรักษาโรคต้อกระจกอย่างถาวร เป็นต้น โดยทีมแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ผสานเข้ากับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ควบคู่ไปกับการให้บริการที่ดี รวมทั้งส่งเสริมกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาลและบริการ จนได้รับการรับรองมาตรฐาน HA-Thailand เมื่อปี 2547 และมาตรฐาน JCI สหรัฐอเมริกา (Joint Commission International, USA) เมื่อปี 2552 ซึ่งถือเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกและแห่งเดียวในภาคใต้ สอบถามรายละเอียดและสิทธิประโยชน์ของโครงการไทยช่วยไทย เพิ่มเติมได้ที่ โทร.1719 ตลอด 24 ชั่วโมง

"แม่...ในมุมมองของคุณ"


View Photo Magazine ร่วมกับ AirAsia และ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จัดประกวดภาพถ่ายภายใต้หัวข้อ "แม่...ในมุมมองของคุณ" ผู้เข้าร่วมประกวดต้องระบุชื่อภาพและบรรยายรายละเอียดภาพที่ส่งเข้าประกวดว่ามีมุมมองเกี่ยวกับแม่อย่างไร

สามารถโพสภาพและโหวต ได้ที่ www.facebook.com/viewphotomag ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 54 เวลา 12.00 น. และสิ้นสุดในวันที่ 11 ส.ค. 2554 เวลา 18.00 น. และจะประกาศผล วันที่ 15 ส.ค. 2554 เวลา 13.00 น.
รางวัลจะแบ่งเป็น 2 ประเภทดังนี้

ภาพถ่ายยอดเยี่ยม 3 รางวัล
รางวัลที่ 1 ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต 2 ที่นั่ง จาก AirAsia (เดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.- 31 ต.ค. 54) และได้ลงในคอลัมน์ของ View Photo Magazine ในฉบับถัดไป
รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล Flash Drive 4G หรือ บัตรรถไฟฟ้า BTS มูลค่า 500 บาท + บัตรชมภาพยนตร์ เครือเมเจอร์ 2 ใบ มูลค่า รวม 780 บาท เกณฑ์การตัดสิน ตัดสินจาก องค์ประกอบของภาพและการบรรยายเกี่ยวกับภาพ โดยทีมงาน View Photo Magazine

ภาพถ่าย ขวัญใจมวลชน 5 รางวัล
รางวัลที่ 1 - 2 Flash Drive 4G หรือ บัตรรถไฟฟ้า BTS มูลค่า 500 บาท + บัตรชมภาพยนตร์ เครือเมเจอร์ 2 ใบ มูลค่า รวม 780 บาท
รางวัลที่ 3 - 5 บัตรชมภาพยนตร์ เครือเมเจอร์ 2 ใบ มูลค่า 280 บาท

เกณฑ์การตัดสิน ตัดสินจาก จำนวนผู้ Comment ในภาพ โดยผู้ที่เข้ามา Comment ต้องพิมพ์ ว่า "โหวตให้ภาพนี้ครับ/ค่ะ"

รองผู้ว่ากกท. ตรวจ สนามสุระกุล


เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 54 ที่สนามกีฬาสุระกุล อ.เมือง ภูเก็ต นายแพทย์จตุพร ณ นคร รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายส่งเสริมกีฬา พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางมาตรวจรับงาน โครงการก่อสร้าง ปรับปรุงสนามฟุตบอล ลู่ – ลานกรีฑาวัสดุยางสังเคราะห์ ภายในสนามสุระกุล จังหวัดภูเก็ต โดยมีนายวิรัช พาที ผอ.กกท.ภูเก็ต และ นายอาซิ่น อร่ามเมธาพงศา ที่ปรึกษานายก อบจ.ภูเก็ต ให้การต้อนรับและร่วมตรวจด้วย ซึ่งทาง การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ว่าจ้างให้ บริษัท ที.เอ็น.จี.(ไทนัน) จำกัด เป็นผู้รับจ้างจัดการก่อสร้างและปรับปรุงสนาม เพื่อใช้เป็น สนามแข่งขันและพิธีเปิด – ปิด การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 28 พ.ศ. 2555 “ภูเก็ตเกมส์” ด้วยงบประมาณ 18,895,000 บาท โดยครั้งนี้เป็นงวดสุดท้าย ก่อนการส่งมอบให้กับ อบจ.ภูเก็ต เพื่อดำเนินการในกิจกรรมต่างๆ ต่อไป
ทั้งนี้นายแพทย์จตุพร กล่าวภายหลังจากตรวจรับงาน จากบริษัทผู้รับจ้างแล้วว่า ทาง กกท.เราก็ต้องมาตรวจการก่อสร้าง เพราะเราต้องใช้สนามลู่ยางแห่งนี้ ในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 28 ในช่วง เดือนมีนาคม 2555 อย่างน้อยที่สุดคือ สนามต้องได้มาตรฐานของสหพันธ์กรีฑานานาชาติ ซึ่งได้จัดสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซมขึ้น หลังจากที่จัดสร้าง ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งการใช้ยางแดงทั้งหมด คุณภาพจะดีกว่า มีการผสมยางดำ กับยางแดง อย่างไรก็ตาม ในต่อไปภายภาคหน้าเราจะต้องควบคุมมาตรฐานการก่อสร้าง การใช้ยางที่มีคุณภาพ เพราะว่าทางจังหวัดภาคใต้นั้น จะมีฝนตกชุกมากกว่า จังหวัดทางภาคอื่น ปีหนึ่งจะตกอยู่นานมาก เพราะฉะนั้นการเทพื้นสนามยางจะต้องไม่มีน้ำขัง ไม่เป็นคราบ หรือมีหลุมบ่อ จะต้องเป็นพื้นเรียบพร้อมที่จะใช้งานได้ตลอด อีกประเด็นหนึ่งที่มีปัญหา ที่ผ่านมา ขอบของลู่ยางด้านในของตัวฝาท่อน้ำทิ้งสมัยก่อนมีปัญหามาก แต่เดี๋ยวนี้ มีการออกแบบใหม่ โดยผู้รับจ้างได้ออกมาโดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นการระบายน้ำในลู่ยางก็จะดีกว่าเดิมซึ่งจากการตรวจงานดูแล้ว ยืนยันว่า ไม่มีจุดบกพร่อง ทางผู้รับเหมา เขาทำได้ดีทีเดียว อย่างไรก็ตามก็คงจะต้องรอการทดสอบการใช้งาน ในเดือนธันวาคมปลายปีนี้ เนื่องจากจะมีการแข่งขันคัดภาพ 4 และ ในส่วนของ อบจ.ภูเก็ต ที่จะใช้งานกิจกรรมกีฬาอื่นๆ อีก
นายแพทย์จตุพร ยังกล่าวต่อว่า งบประมาณ ที่จัดมาลงให้ครั้งนี้ มีจำนวน เกือบ 19 ล้านบาท เนื่องจากสนามภูเก็ตนั้น มีลู่วิ่งอยู่ก่อนแล้ว ไม่ใช่สร้างใหม่ เพียงแต่เรารื้อลู่เก่าออก และมีการปรับพื้นให้เรียบ ดังนั้นค่าก่อสร้างจริงๆ จึงไม่ถึง 26 ล้าน แต่ถ้าหากว่า เป็นลู่วิ่ง ที่ยังไม่เคยทำมาก่อน มันก็จะต้องใช้งบประมาณ กว่า 26 ล้านแน่นอน แต่ที่ภูเก็ตเอง ทำให้ กกท.ประหยัดงบไปหลายล้านบาทเลยทีเดียว ส่วนอุปกรณ์สนามบางอย่าง เป็นที่น่าเสียดายที่เราได้ใช้อุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศและยังไม่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์กรีฑานานาชาติ ซึ่งคงจะมาจากที่เราโดนตัดงบประมาณ เราจึงต้องใช้ วุสดุอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ก็สามารถใช้แข่งขันได้ เพียงแต่ในประเทศเท่านั้น ไม่สามารถแข่งระดับนานาชาติได้ ซึ่ง ทาง การกีฬาแห่งประเทศไทย ก็หาทางแก้ไข คงจะต้องไปคุยกับสำนักงบประมาณใหม่ว่า อย่าตัดงบของ กกท.เพราะว่าจะได้ นำงบมาใช้จัดซื้อ อุปกรณ์ กีฬาต่างๆที่สามารถรองรับ ระดับนานาชาติได้ ซึ่งอุปกรณ์ที่ เห็นอยู่ และใช้ระดับนานาชาติได้ ก็มีการผลิตจาก อินเดีย และ ประเทศจีน
ผู้สื่อข่าว ได้สอบถาม เกี่ยวกับกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ที่ภูเก็ตจะเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขัน ในปี 55 นายแพทย์จตุพร ได้กล่าวว่า ก็เป็นธรรมดาที่ทาง กกท.จะต้องจัดงบประมาณมาสนับสนุน แต่อย่างไรก็ตามก็จะต้องให้คนในท้องถิ่น มีส่วนร่วมด้วย เราสนับสนุนเพียงบางส่วน ที่เหลืออยู่ก็เป็นเรื่องของจังหวัดเจ้าภาพที่จะต้องหามาสมทบ ซึ่งทราบมาว่า คณะกรรมการจัดการแข่งขันของจังหวัดภูเก็ตได้ระดมเงินจาก ส่วนท้องถิ่น เช่น อบจ. เทศบาล อบต. และผู้ว่าราชการจังหวัด ก็มีส่วนช่วยระดมทุนมาจากท้องถิ่นมาสนับสนุน ส่วนทางด้าน กกท.เอง ก็ให้สนับสนุนเช่นเดียวกัน ในส่วนของการสนับสนุนการปรับปรุงสนามต่างๆ ที่มีการจัดการแข่งขันตามชนิดกีฬา ไม่ใช่สนามกรีฑาอย่างเดียว และสนับสนุนในการเตรียมนักกีฬาในการจัดการแข่งขันกีฬา เป็นการจ่ายค่านักกีฬาในระหว่างการแข่งขันอีกส่วนหนึ่ง แต่เชื่อว่า ในส่วนนี้มันไม่ได้พอเพียงในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งผู้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันต้องหางบประมาณเองส่วนหนึ่ง ซึ่งตนมองเห็นว่า ไม่เกินความสามารถของจังหวัดภูเก็ตอยู่แล้ว เพราะว่า ในอดีตกีฬาเยาวชนแห่งชาติ และกีฬาแห่งชาติ ภูเก็ตก็เคยจัดมาแล้ว และคราวนี้ ก็คงจะไม่เหลือบ่ากว่าแรงของจังหวัดภูเก็ต เช่นเดียวกัน รอง ผู้ว่าการฯกกท.กล่าวทิ้งท้าย

รวบมือฆ่าชาวต่างชาติ หักหลังธุรกิจ Call center

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 54 ที่ห้องประชุมสภ.เมืองภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.โกมล วัตราภรณ์ รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต และชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายทอมมี่ วิคเตอร์ (TOMMY VIKTOR) อายุ 26 ปี สัญชาติสวีเดน นายโจฮาน เซบาสเตียน (JOHAN SEBASTIAN ) อายุ 26 ปี สัญชาติสวีเดน พร้อมด้วยของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ หมายเลขทะเบียน ขตจ-729 ภูเก็ต รถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน-ชษ 1890 กรุงเทพมหานคร 1 คัน เสื้อผ้าเปื้อนเลือดที่ผู้ต้องหาใส่ขณะกระทำความผิด 3 ชิ้น โดยจับกุมได้ที่บริเวณโรงแรมสุรินทร์สวีทโฮเต็ล บ้านบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จึงควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยไตรตรองไว้ก่อนและร่วมกันชิงทรัพย์ต่อไป
ทั้งนี้พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ได้กล่าวว่า ในการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 1 ที่ผ่านมา คนร้ายทั้ง 2 คน ได้ร่วมกันใช้อาวุธมีดแทงนาย แม็กซิม สช้าน (MAKSIM SCHANTZ ) อายุ 26 ปี สัญชาติสวีเดน เสียชีวิตที่บริเวณบ้านพักโครงการ เดอะแลนด์ เทิร์น ม.5 ต.เกาะแก้ว เสียชีวิต หลังจากเกิดเหตุก็ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ภ.จว.ภูเก็ต นำโดยพ.ต.อ.เอกวุฒิ เสน่ห์พรห์ ผกก.กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต ร่วมกับ พ.ต.ท.จำรูญ พลายด้วง รองผกก.สส.และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.เมืองภูเก็ต ออกสืบสวนติดตามคนร้าย
จนกระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาที่ก่อเหตุครั้งนี้คือนายนายทอมมี่ วิคเตอร์ (TOMMY VIKTOR) อายุ 26 ปี สัญชาติสวีเดน นายโจฮาน เซบาสเตียน (JOHAN SEBASTIAN ) อายุ 26 ปี สัญชาติสวีเดน ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตาย หลังก่อเหตุผู้ต้องหาทั้ง 2 คน จี้ชิงทรัพย์ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ของนายพิษณุ นุ้ยทง หลบหนีไป โดยหลบหนีไปยังห้องพักที่เช่าเอาไว้ที่ อันดามันเพลส อ.ถลาง และจอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ ก่อนที่จะหลบหนีไป แล้วเปลี่ยนที่พักไปพักที่โรงแรมสุรินทร์สวีทโฮเต็ล หาดสุรินทร์ ต.เชิงทะเล อ.ถลางภูเก็ต จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้และเบื้องต้นให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวมาทำการสอบสวนเพิ่มเติมก็ทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนที่ไม่พอใจและโกรธผู้ตาย เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ตายได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา จับกุมตัวผู้ต้องพร้อมพวก ในการข้อหากระทำการฉ้อโกงประชาชน ด้วยการตั้งแก็งค์ Call center ในจังหวัดชลบุรี โดยการหลอกลวงประชาชนในประเทศสวีเดนโอนเงินผ่านระบบธนาคาร จากนั้นผู้ต้องทั้ง 2 ได้ประกันตัวออกมาสู้คดี ซึ่งในระหว่างที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 ถูกจับกุมนั้น ผู้ตายได้แฮ็กข้อมูล โดยเข้าไปเอารายชื่อลูกค้าแล้วโทรไปหลอกลวงประชาชนโดยเฉพาะชาวสวีเดน ทำให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไม่พอใจ ก็ตามหาผู้ตาย โดยเข้าไปสืบค้นข้อมูลในเฟสบุ๊ค
จนกระทั่งทราบว่าผู้ตายมาอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ก็ได้ตามมาหาผู้ตาย จนทราบว่าผู้ตายพักอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าว แล้วผู้ต้องหาทั้ง 2 ก็ได้ทำทีมาเช่าบ้าน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านที่ผู้ตายพักอยู่ และได้ติดตามดูพฤติกรรมความเคลื่อนไหวของผู้ตายอย่างใกล้ชิด โดยได้เตรียมอาวุธ คือมีดและอาวุธปืน และอุปกรณ์สำหรับพันธนาการผู้ตาย คือ เคเบิ้ลไทล์ สำหรับรัดข้อมือ จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้ตายได้ขับรถกลับมาจากทำธุระ ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนซุ่มดูอยู่ ก็ได้เข้าไปพูดคุยเจรจาแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ และมีการต่อสู้กันทำให้นายโจฮาน เซบาสเตียน แทงเข้าไปที่ต้นคอตัดผู้ตาย 1 ครั้ง จากนั้นผู้ตายวิ่งขอความช่วยเหลือพนักงานรักษาความปลอดภัย แต่เสียชีวิตในที่สุด

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2554

น้ำทะเลหนุนสูงซัดบ้านพังเสียหาย


เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 54 ได้เกิดเหตุน้ำทะเลหนุนสูงและมีคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าใส่บ้านเรือนของชาวไทยใหม่บ้านแหลมตุ๊กแก หมู่ที่ 4 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต จำนวนหนึ่งและบริเวณบ้านเรือนของประชาชนบริเวณชุมชนซอยหาดแสนสุข หมู่ที่ 7 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต จำนวน 6 หลัง ซึ่งสร้างอยู่ติดริมทะเลได้รับความเสียหาย นอกจากนี้เขื่อนกันคลื่นก็ได้รับความเสียหายหลายจุดด้วย โดยเฉพาะบริเวณบ้านแหลมตุ๊กแก สาเหตุเนื่องจากในระยะนี้ฝั่งทะเลอันดามันเป็นช่วงมรสุมโดยมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้ามาทำให้มีคลื่นลมในทะเลแรง และบางครั้งก็มีฝนตกด้วย
นายประยูร บางหรง ชาวบ้านไทยใหม่บ้านแหลมตุ๊กแก กล่าวว่า น้ำทะเลที่หนุนสูงทำให้พื้นซิเมนต์หลังบ้านแตกหักเสียหาย เกรงว่าจะร้าวมาจนถึงตัวบ้านจึงต้องอพยพออกมาก่อน ซึ่งเหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา ขณะนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่บ้านอยู่ริมทะเลต่างก็ตื่นกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะคลื่นสูงและมีความแรงมาก
ขณะที่นางมีนะ ศรีนวล อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่บ้านเดียวกัน กล่าวว่า คลื่นขนาดใหญ่ดังกล่าวได้ซัดเข้าใส่บ้านมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ในช่วงที่น้ำทะเลขึ้น โดยเกิดวันละ 2 รอบ แต่วันนี้มีคลื่นใหญ่กว่าเมื่อวาน และคาดว่าพรุ่งนี้น่าจะรุนแรงกว่านี้ ก็ไม่กล้าที่จะอาศัยอยู่ที่บ้านเนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย และอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือโดยเฉพาะการสร้างเขื่อนกันคลื่น และควรจะสร้างให้ห่างไปจากหมู่บ้านเล็กน้อยไม่ใช่สร้างติดกับหมู่บ้าน เนื่องจากเมื่อคลื่นซัดเข้ามาก็ทำให้น้ำกระแทกกับบ้านเรือนของประชาชนได้
ส่วนของชาวบ้านรายหนึ่งบริเวณชุมชนซอยหาดแสนสุข ซึ่งได้รับความเสียหายจากคลื่นที่ซัดเข้าฝั่ง บอกว่า ลักษณะคลื่นลมแรงที่พัดเข้าฝั่งอย่างหนักเป็นมาประมาณ 2-3 วันแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะสูงขาดทะลุหลังคาบ้านขึ้นไป โดยบ้านเรือนในชุนที่ได้รับความเสียหายมีจำนวน 6 หลัง เช่น หลังคา พื้นบ้าน ผนังบ้านพัง เป็นต้นก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาด้วย

รับสมัครกกต.ประจำอบต.และเทศบาล


เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2554 ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำ จ.ภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ.ภูเก็ต ครั้งที่ 2/2554 เพื่อรับทราบถึงอำนาจหน้าที่ ขั้นตอนและวิธีการสรรหาคณะกรรมการประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำหนดวันรับสมัคร สถานที่รับสมัคร แต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อช่วยเหลือในการรับสมัคร กกต.ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำหนดวันประชุมเพื่อพิจารณาคัดเลือกบุคคลเพื่อเป็น กกต.ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีคณะกรรมการสรรหา กกต.ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการแต่งตั้งจาก กกต.ภูเก็ต เข้าร่วม
ทั้งนี้ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2554 ข้อ 32 และข้อ 35 กำหนดให้ กกต.ประจำจังหวัด แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา กกต.ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดละ 1 คณะ ทำหน้าที่สรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็น กกต.ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อมีกรณีต้องมีการเลือกตั้งอันเนื่องมาจากการครบวาระหรือยุบสภาหรือยกฐานะหรือเปลี่ยนแปลงฐานะ
ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะครบวาระในวันที่ 6 ตุลาคม 2554 นี้จำนวน 8 แห่ง ประกอบด้วย อบต.ฉลอง, อบต.เกาะแก้ว, อบต.กมลา, อบต.ไม้ขาว, อบต.ศรีสุนทร, อบต.เชิงทะเล, อบต.เทพกระษัตรีและอบต.สาคู ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องมี กกต.ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งเพื่อทำหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยกำหนดให้มีการรับสมัครผู้สนใจที่จะทำหน้าที่เป็น กกต.ประจำท้องถิ่นทั้ง 8 แห่ง ในระหว่างวันที่ 15-19 สิงหาคมนี้ ณ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ และจะมีการประชุมเพื่อตรวจสอบหลักฐานของผู้สมัคร แล้วจัดทำบัญชีรายชื่อของผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดให้เหลือ 8 คน โดยวิธีการลงคะแนนลับ ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ที่สำนักงาน กกต.ภูเก็ต ทั้งนี้กรณีที่มีผู้สมัครไม่ครบตามจำนวนก็จะต้องมีการทาบทามผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายกำหนดและจะต้องได้รับความยินยอมด้วยให้ครบตามจำนวนที่กำหนด
อย่างไรก็ตามนอกจากที่กล่าวมาแล้วที่ประชุมยังได้พิจารณาการเปิดรับสมัคร กกต.ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกรณีของเทศบาลตำบลซึ่งจะครบวาระวันที่ 6 พฤศจิกายน 2554 จำนวน 3 ท้องถิ่น ประกอบด้วย เทศบาลตำบลราไวย์ เทศบาลตำบลวิชิต และเทศบาลตำบลรัษฎา โดยกำหนดให้มีการรับสมัครบุคคลเพื่อทำหน้าที่เป็น กกต.ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระหว่างวันที่ 19-23 กันยายน ศกนี้ และจะมีการพิจารณาคุณสมบัติคัดเลือกให้เหลือ 8 คน ในวันที่ 4 ตุลาคม ศกนี้

ภูเก็ตระดมสมองทบทวนแผน 4 ปี


 
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2554 ที่ห้องประชุมจามจุรี 2 โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการทบทวนแผนพัฒนาจังหวัดภูเก็ต 4 ปี พ.ศ.2553-2556 และการเตรียมการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 เพื่อเป็นการระดมความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะ และการมีส่วนร่วมในการทบทวนแผนพัฒนาจังหวัดภูเก็ต พ.ศ.2553-2556 จากทุกภาคส่วน เพื่อให้แผนพัฒนาจังหวัดมีความสมบูรณ์ชัดเจน สอดคล้องกับศักยภาพและทิศทางการพัฒนาในอนาคตและปัญหาความต้องการในพื้นที่ และสร้างความเข้าใจในกระบวนการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชนและแกนนำที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายชัยพร พัฒนรักษ์ หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด สำนักงานจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ.2551 ได้กำหนดการสนับสนุนระบบการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการของผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดการจัดทำงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด เพื่อให้สามารถวางยุทธศาสตร์การพัฒนาและทิศทางการพัฒนาพื้นที่ในอนาคตที่สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาล เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ศักยภาพของพื้นที่และความต้องการของประชาชน และคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2554 เห็นชอบแนวทางและหลักเกณฑ์การทบทวนแผนพัฒนาจังหวัด ซึ่งกำหนดให้จังหวัดทบทวนแผนพัฒนาจังหวัดก่อนที่จะเริ่มต้นจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 เพื่อปรับปรุงแผนพัฒนาจังหวัดให้มีความสมบูรณ์ ซึ่งตามกรอบปฎิทินการดำเนินงานได้กำหนดแล้วเสร็จ และนำเสนอแผนพัฒนาจังหวัดต่อคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) ภายในวันที่ 19 สิงหาคม 2554 และแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 ภายในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2554
แผนพัฒนาจังหวัดได้มุ่งเน้นการพัฒนาแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทุกมิติอย่างบูรณาการ ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและความมั่นคง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างโอกาสและอาชีพซึ่งตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในจังหวัด โดยผ่านกระบวนการเห็นชอบร่วมกันของทุกฝ่าย สอดคล้องเชื่อมโยงกันตั้งแต่แผนชาติ แผนพัฒนาภาค และแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด
โดยในปีงบประมาณที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ต ได้รับการจัดสรรงบประมาณ โครงการตามแผนพัฒนาจังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วย ปีงบประมาณ พ.ศ.2552 ได้รับการจัดสรร จำนวน 27 โครงการ งบประมาณ 174,398,200 บาท ปีงบประมาณ พ.ศ.2553 ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จำนวน 28 โครงการ งบประมาณ 150,050,598 บาท งบประมาณ พ.ศ.2554 ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จำนวน 22 โครงการ งบประมาณ 126,180,300 บาท และปีงบประมาณ พ.ศ.2555 ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จำนวน 16 โครงการ งบประมาณ 119,720,400 บาท ซึ่งจะเห็นว่าในภาพรวมงบประมาณที่จังหวัดภูเก็ตได้รับการจัดสรรมีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้อันเนื่องมาจากการเสนอโครงการของส่วนราชการที่ไม่สอดคล้องและสอดรับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด รวมทั้งกรอบและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.น.จ.กำหนดส่งผลให้แผนพัฒนาจังหวัดและแผนปฏิบัติการราชการประจำปีของจังหวัดขาดคุณภาพ งบประมาณถูกปรับลดลง นายชัยพรกล่าว