เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2554 ที่ห้องประชุมเล็ก องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้ให้โอวาทแก่นักกีฬาฟุตบอล รุ่นอายุ 12 ปี (ทีม อบจ.ภูเก็ต) เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาฟุตบอลและประชาชน ประจำปี 2554 (7th THAILAND Prime Minister CUP 2011) รอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 17-18 กันยายน 2554 ณ สนามกีฬาศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ
วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554
ทหารค่ายรัตนรังสรรค์ลงพื้นที่กมลา
เมื่อวันที่ 31สิงหาคม 54 ที่บริเวณหลังบ้านของบ้านเลขที่ 11/4 ม.6 ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ว่าที่ ร้อยตรี กิติ์ไกรสีห์ เขียวหวาน ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา พร้อมด้วยนายจรูญ กอบโกย ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาดินสไลด์ลงมาทับ ทั้งสืบเนื่องจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในพื้นที่ตำบลกมลา ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 100 ครัวเรือน และดินสไลด์ในพื้นที่
อย่างไรก็ตามปัญหาเรื่องน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนได้คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว หลังจากฝนหยุดตกและน้ำได้ระบายลงสู่ทะเล ขณะที่ปัญหาในเรื่องของดินสไสด์ ก็เช่นเดียวกัน ในจุดที่รถตักดินหรือเครื่องมือหนักสามารถเข้าถึงได้ ทาง อบต.กมลา ก็ได้ดำเนินการแก้ปัญหาให้กับประชาชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ยังคงเหลือปัญหาดินสไลด์ลงมาทับบริเวณหลังบ้านบ้านเลขที่ 11/4 ม.6 ต.กมลา ทางเครื่องมือหนักไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ เนื่องจากด้านหลังบ้านติดกับเนินภูเขา จุดที่มีดินสไลด์ลงมา ส่วนทางเข้าด้านหน้าบ้านก็คับแคบรถใหญ่ไม่สามารถเข้าได้ต้องใช้แรงคนเท่านั้นในการเข้าไปดำเนินงาน
โดยการดำเนินงานครั้งนี้ ทาง อบต.กมลา ได้รับความร่วมมือจากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 25 ทหารบก ค่ายรัตนรังสรรค์ โดยมี ร.อ.จตุพล ศรีเกตุ เป็นผู้บังคับกองเฉพาะกิจ พร้อมด้วยกำลังทหารจำนวน 15 นาย ลงพื้นที่ และช่วยกันขุดตักดินจากเนินเขาที่สไลด์ลงมาออกจากบริเวณบ้านหลังดังกล่าว
ทั้งนี้ร.อ.จตุพล ศรีเกตุ ได้กล่าวว่า หลังจากได้รับมอบหมายจากกองทัพภาคที่ 4 ให้ลงมาประจำในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมา เพื่อมาติดตามปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ โดยได้ประสานไปยังสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ทำให้ทราบว่ายังมีปัญหาดินสไลด์บริเวณบ้านหลังดังกล่าว ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เนื่องจากไม่สามารถใช้เครื่องมือหนักเข้าไปดำเนินการได้ จึงได้นำกำลังทหารเข้าไปช่วยเหลือ ส่วนจุดอื่นๆ ที่เครื่องมือหนักสามารถเข้าถึงได้ ทางหน่วยงานเกี่ยวข้องในพื้นที่ได้ดำเนินการแก้ปัญหาไปหมดแล้ว
วัดอินเดีย-ภูเก็ต จัดพิธีบวงสรวงพระพิฆเณศ
เมื่อวันที่ 1 กันยายน 54) ที่ศาสนสถานตันดายูดาปานี (วัดอินเดีย) อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานพิธีบวงสรวงพระพิฆเณศ ซึ่งทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับคณะกรรมการจัดงานโครงการลานบุญ ลานปัญญาของศาสนสถานตันดายูดาปานี (วัดอินเดีย) จัดขึ้น โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคนไทยเชื้อสายฮินดูทมิฬ และผู้นับถือพระพิฆเณศเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ซึ่งการจัดงานดังกล่าวถือเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้ชาวไทยทุกเชื้อสายได้มีส่วนร่วมสร้างสรรค์ความดี ได้เกิดความสามัคคี ปรองดองกันในหมู่คณะ
นายประยูร หนูสุก วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ศาสนสถานตันดายูดาปานี เป็นชื่อเรียกตามองค์พระประธานตันดายูดาปานี ซึ่งหมายถึงองค์พระขัณฑกุมาร และเหตุอันเนื่องมาจากชาวอินเดียทมิฬที่เข้ามาติดต่อค้าขายและอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ตเป็นผู้ก่อตั้งขึ้น จึงเรียกชื่อศาสนสถานแห่งนี้ว่า วัดอินเดีย โดยปัจจุบันมีคนไทยเชื้อสายฮินดูทมิฬอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ตจำนวนประมาณ 2,000 คน บรรพบุรุษมาจากแคว้นทมิฬนาดู ประเทศอินเดียและประเทศมาเลเซีย จึงเรียกชนกลุ่มนี้ว่า ชาวอินเดียทมิฬหรือทมิฬนาดู ลักษณะการแต่งกาย ผู้ชายสวมใส่ผ้าโสร่งสีขาว เป็นเอกลักษณ์ ส่วนผู้หญิงสวมใส่ผ้าส่าหรี
ตามนโยบายกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนโครงการลานบุญ ลานปัญญา มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะพลิกฟื้นวิถีไทยวิถีธรรมในอดีตให้กลับมาสู่สังคมไทย ทำให้คนในสังคมไทยยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรม โดยให้มีการพัฒนาคุณธรรมนำความรู้ จึงเปิดพื้นที่ของศาสนสถานให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ เป็นศูนย์กลางของชุมชนในการเรียนรู้และถ่ายทอดภูมิปัญญาเพื่อเสริมสร้างปัญญาให้กับคนในชุมชน นั่นหมายถึง ลานปัญญา และให้คนในชุมชนร่วมกันทำกิจกรรมทางศาสนาสร้างความดี หมายถึง ลานบุญ ในโอกาสต่างๆ เป็นการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งด้วยกิจกรรมเพื่อชุมชน จากการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนนั้นๆ เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้เป็นคนดีมีคุณธรรมที่ประกอบด้วยปัญญาและความดี รวมทั้งการดำรงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นไทยและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้ยั่งยืนมั่นคงสืบไป นายประยูร กล่าว
ขณะที่นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ศาสนสถานตันดายูดาปานี ถือเป็นวัดอินเดียแห่งเดียวในภูมิภาคนี้ ทำให้มองเห็นว่าจังหวัดภูเก็ตนั้น มีความหลากหลายทางด้านศิลปวัฒนธรรม ซึ่งควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนตลอดไป ซึ่งรัฐบาลได้มุ่งเน้นให้ความสำคัญในการพลิกฟื้นนำคุณค่าของวัดมาพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมลานบุญลานปัญญา เพื่อปรับสภาพศาสนสถานปัจจุบันให้เป็นศูนย์กลาง ระดมคนในชุมชนจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ โดยชุมชนและเพื่อชุมชนให้หันกลับมาใช้พื้นที่ของศาสนสถานเป็นแหล่งเรียนรู้เสริมสร้างปัญญาและทำกิจกรรมทางศาสนาสร้างความดีในโอกาสต่างๆ ส่งผลกระทบในเชิงบวกต่อชุมชนในเรื่องของคนในชุมชนร่วมกันทำความดี
กุศลธรรมภูเก็ตช่วยเหลือน้ำท่วมพังงา
กุศลธรรมภูเก็ตช่วยเหลือน้ำท่วมพังงา
นางเบญจวรรณ ตัมพานุวัตร ประธานมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตและคณะกรรมการ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต นำถุงยังชีพ จำนวน 400 ชุด (ข้าวสาร 1 ถุง 5 กก. อาหารสำเร็จรูป ปลากระป๋อง) น้ำดื่ม จำนวน 4,000 ขวด และข้าวกล่อง จำนวน 100 กล่อง ไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ตำบลบางนายสี อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ตร.ฉลอง รวบอดีตอส.พร้อมของกลาง
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 54 ที่ห้องประชุมสภ.ฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต พ.ต.อ.กฤตภาศ เดชอินทรศร ผกก.สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.ท.จรัล บางประเสริฐ สว.สส.ร.ต.ท.มนัส วงษ์แก้ว และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายประสิทธิ์ ทรัพย์ชุ่มชื่น อายุ 25 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 12 เม็ด ยาไอซ์ 0.9 กรัม จับกุมได้ที่หน้าห้องเช้าไม่มีเลขที่ซอยโคกโตนด ม.8 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสุนทร พูลกลิ่น อายุ 39 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 40 เม็ด ยาไอซ์ 1.2 กรัม โดยจับกุมได้ที่ ซอยนากก ม.5 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต นางสาวจันทร์จิรา รักชีพ อายุ 28 ปี นางสาวบุญจันทร์ รองคัมภีร์ อายุ 34 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ 1.2 กรัม โดยจับกุมได้ที่บริเวณบ้านนากก ม.5 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต
นายวิภาส หรือวัฒน์ หนูอยู่ไพร อายุ 38 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ 79.6 กรัม เครื่องชั่งแบบดิจิตอล 1 เครื่อง รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิ้ลยู สีแดง หมายเลขทะเบียน ก6909 ภูเก็ต 1 คัน ถุงพลาสติกใสแบบดึงเปิดกดปิด 1 แพ็ค โดยจับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 18/16 หมู่บ้านชนกานต์ ซอยนากก ม.5 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายบุญเกียรติ กังแฮ อายุ 30 ปี อยุ่บ้านเลขที่ 53 ม.1 ต.อ่างทอง อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์ 22.3 กรัม เครื่องชั่งแบบดิจิตอล 1 เครื่อง ถุงพลาสติกใสแบบดึงเปิดกดปิด 1 แพ็ค โดยจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 70/1 ซอยทรงคุณ ม.1 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายกิติศักดิ์ วงศ์นาญาติ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63/101 ม.3 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ 2.2 กรัม โดยจับกุมได้ที่บริเวณวงเวียนห้าแยกฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ตและนายธุรานนท์ คำปลูก อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 128/353 ม.5 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 380 เม็ด ยาไอซ์ 15.6 กรัม รถยนต์เก๋งยี่ห้อมาสด้า 2 สีเทา หมายเลขทะเบียน กน-4323 ภูเก็ต 1 คัน เครื่องชั่งแบบดิจิตอล 1 เครื่อง ถุงพลาสติกใส 2 แพ็ค โดยจับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 18/16 หมู่บ้านชนการนต์ ซอยนากก ม. 5 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต จึงควบคุมตัวทั้งหมดนำเนินคดีในข้อหามีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์-ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายต่อไป ซึ่งทั้งหมดให้การรับสารภาพยกเว้นนายบุญยเกียรติ กังแฮ ที่ไม่ยอมรับสารภาพ
ทั้งนี้ พ.ต.อ.กฤตภาศ เดชอินทรศร ผกก.สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ได้กล่าวว่า ในการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากที่รัฐบาลมีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสถานีเร่งปราบปรามยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้จำหน่าย ให้หมดสิ้น ซึ่งทางสภ.ฉลอง ก็ได้ขานรับนโยบายดังกล่าว พร้อมทั้งให้พ.ต.ท.จรัล บางประเสริฐ สว.สว.และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ ทั้งมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ขอหมายตรวจค้นบ้านเป้าหมาย เป็นการเร่งปราบปรามเชิงรุก เพื่อไม่ให้กลุ่มเครือข่ายยาเสพติดแพร่ระบาด โดยการจับกุมผู้ต้องหา 7 คน ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสืบทราบจากสายลับว่านายประสิทธิ์ ทรัพย์ชุมชื่น อายุ 25 ปี มีพฤติกรรมจำหน่ายสาเพติดในพื้นที่ ต.ฉลอง จึงได้วางแผนล่อซื้อ จนสามารถจับกุมตัวได้ดังกล่าว จากนั้นก็ทำการขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดเป็นเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในจังหวัดภูเก็เต ที่ส่งยาเสพติดจำหน่ายทั้งนักท่องเที่ยว สาวบาร์เบียร์
สำหรับนายวิภาส หรือวัฒน์ หนูอยู่ไพร เคยเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดภูเก็ต และเคยขับรถให้อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แต่ในระยะหลังถูกให้ออกเนื่องจากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมและ ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุมยังอ้างเป็นเจ้าหน้าอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดภูเก็ต (อส.จังหวัดภูเก็ต) พร้อมทั้งโชว์บัตรประจำตัวอาสาสมัครรักษาดินแดนให้เจ้าหน้าที่ดู โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทำงานเกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติด แต่เจ้าหน้าที่ไม่สนใจ และได้จับกุมตัวดำเนินคดีดังกล่าว
ระดมทุก อปท. ร่วมจัดทำแผนปภ.
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2554 ที่ห้องประชุมชั้น 12 โรงแรมเพิร์ล ภูเก็ต นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมโครงการเสริมสร้างศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการจัดทำแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต จัดขึ้น เพื่อพิจารณาการจัดทำแผนงาน/โครงการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของแผนหลักการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ พ.ศ.2553-2557 โดยมีผู้บริหาร หัวหน้างานป้องกัน และเจ้าหน้าที่งานป้องกันจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ใน จ.ภูเก็ตเข้าร่วม
นายสันติ์ จันทรวงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ด้วยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 ให้ความเห็นชอบร่างแผนหลักการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ พ.ศ.2553-2557 ตามที่ประธานกรรมการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติเสนอ โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นผู้ประสานงานการจัดทำแผนปฏิบัติการรองรับแผนหลักการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ พ.ศ.2553-2557 เพื่อให้การดำเนินงานด้านการป้องกันอุบัติภัยประเภทต่างๆ ในระดับจังหวัด ระดับอำเภอและระดับท้องถิ่น สอดรับกับแผนหลักการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติดังกล่าว โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการป้องกันอุบัติภัยจังหวัดภูเก็ต เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการการป้องกันอุบัติภัยจังหวัดภูเก็ต โดยยึดกรอบแนวทางตามแผนหลักการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ประสานการปฏิบัติกับคณะกรรมการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ บูรณาการดำเนินงานกับทุกภาคีเครือข่ายในจังหวัด กลุ่มจังหวัดและอำเภอ รวมทั้งปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ประธานคณะกรรมการมอบหมาย
“ส่วนของการจัดสัมมนาโครงการเสริมสร้างศักยภาพ อปท.ในการจัดทำแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนั้น เพื่อให้กรอบ ทิศทาง และรูปแบบการจัดทำแผนปฏิบัติการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสอดรับกับแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อให้ได้แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดซึ่งจะนำไปใช้ในปีงบประมาณ 2555 เพราะจะทำให้แต่ละพื้นที่มีคัมภีร์ในการปฏิบัติงาน”
นายสันติ์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการวางแผนป้องกันสาธารณภัยของจังหวัดภูเก็ตก็จะดำเนินการครอบคลุมในทุกภัยที่เกิดขึ้น แต่จะให้ความสำคัญกับเรื่องของอุทกภัย แลนด์สไลด์ สึนามิ ที่สำคัญ คือ อัคคีภัย เนื่องจากในพื้นที่ต่างๆ มีอาคารซึ่งเป็นตึกสูงและชุมชนหนาแน่นค่อนข้างมาก เนื่องจากภัยต่างๆดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นท้องถิ่นต่างๆ จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องของอุปกรณ์และบุคลากร ซึ่งภาพรวมสำหรับจังหวัดภูเก็ตปัจจุบันถือว่ามีความพร้อมค่อนข้างมาก แต่ยังมีปัญหาเรื่องของการบริการจัดการ ดังนั้นต้องฝากผู้บริหารท้องถิ่นที่จะต้องให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อมต่างๆ ดังกล่าว เพราะเมื่อเกิดสาธารณภัยขึ้นแล้วการเข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงทีจะสร้างความเชื่อมั่นและได้ใจประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนเป็นอย่างมาก
อบจ.ภูเก็ตจัดงบ 20 ล.จ้างไลฟ์การ์ดดูแลนทท.
นายสรธรรม จินดา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) เปิดเผยว่า อบจ.ภูเก็ตได้ให้ความสำคัญในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอันดับต้นๆโดยเฉพาะอุบัติเหตุจากการเล่นน้ำทะเล ซึ่งอบจ.ภูเก็ตได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 20 ล้านบาท ในการว่าจ้างไลฟ์การ์ดดูแลนักท่องเที่ยวบริเวณชายหาดต่างๆ ประกอบด้วย หาดยะนุ้ย หาดในหาน หาดกะตะน้อย หาดกะตะ หาดกะรน หาดป่าตอง หาดกมลา แหลมสิงห์ หาดสุรินทร์ อ่าวบางเทา หาดในทอน หาดในยาง และหาดไม้ขาว รวมทั้งหมด 38 จุด โดยให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยจุดละ 2-3 คน มีหน้าที่ในการดูแลเฝ้าระวังป้องกันและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวกรณีเกิดอุบัติเหตุ ในระหว่างเดือนเมษายน 2554 – เดือนมีนาคม 2555
“ผลการปฏิบัติงานของไลฟ์การ์ดในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากสามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบอุบัติเหตุจมน้ำให้รอดชีวิตได้มากกว่า 1,000 รายแล้ว และมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจมน้ำลดลง โดยมีผู้เสียชีวิตประมาณ 4-5 ราย ซึ่งผู้ปฏิบัติงานเองก็ไม่ต้องการที่จะให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวจมน้ำได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เนื่องจากไม่เชื่อฟังคำเตือนของเจ้าหน้าที่และฝ่าฝืนลงเล่นน้ำในจุดที่ห้ามเล่นน้ำทั้งๆ ที่มีการติดตั้งเครื่องหมายสัญญาณเตือนไว้ก็ตาม โดยเฉพาะในระยะนี้ซึ่งเป็นช่วงมรสุมของทะเลฝั่งอันดามัน”
นายสรธรรม กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยไม่มีกฎหมายห้ามหรือบังคับไม่ให้คนลงเล่นน้ำ รวมถึงบทโทษต่างๆ ทำได้เพียงการติดตั้งสัญลักษณ์หรือธง เพื่อห้ามปรามหรือตักเตือนเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่ก็จะไม่เชื่อฟังและยังฝ่าฝืนลงเล่นน้ำตามชายหาดต่างๆ ในช่วงที่มีคลื่นลมแรง จนเป็นเหตุให้มีการบาดเจ็บและเสียชีวิต ดังนั้นเพื่อช่วยกันลดความสูญเสียดังกล่าว จึงอยากขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการโรงแรมต่างๆ ในการแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวที่เข้าพักไม่ให้ลงเล่นน้ำในช่วงที่มีคลื่นลมแรงหรือในช่วงที่มีการขึ้นธงแดง เชื่อว่าหากทุกสถานประกอบการให้ความร่วมมือ จะสามารถช่วยลดปัญหาการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุการจมน้ำได้
ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาของ อบจ.ภูเก็ต นั้นนอกจากจัดเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดคอยดูแลและช่วยเหลือแล้วยังได้มีการจัดทำเอกสารแจ้งเตือนเป็นภาษาต่างๆ ด้วย เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปแจกให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักในโรงแรมต่างๆ ได้ทราบ เนื่องจากชายหาดของภูเก็ตจะมีความแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำอื่นๆ โดยทะเลภูเก็ตจะมีสภาพเป็นท้องกระทะ น้ำทะเลมีลักษณะไหลเชี่ยว จึงต้องมีความระมัดระวังในการลงเล่นน้ำและสำคัญควรจะต้องเชื่อฟังคำเตือนของเจ้าหน้าที่ นายสรธรรมกล่าว
Happy Mother’s day by Phanason
Happy Mother’s day by Phanason ลูกค้าให้ความสนใจจำนวนมาก
พนาสนธิ์ กรุ๊ป จัดกิจกรรมออกบูธสัญจร ต้อนรับเทศกาลวันแม่แห่งชาติ Happy Mother’s day by Phanason ตั้งแต่วันที่ 5 – 20 สิงหาคม 2554 ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต ได้รับความสำเร็จค่อนข้างดี ลูกค้าให้การตอบรับจองบ้านและคอนโดมิเนียมภายในงาน ลูกค้าแฮปปี้รับส่วนลด 200,000 – 300,000 บาท ฟรี! TV. LCD 32 นิ้ว พร้อมแจกของที่ระลึก ร่มและเสื้อแจ็คเก็ตพนาสนธิ์
วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ทน.ภูเก็ตเปิดตัวโครงการคืนซากเครื่องใช้ไฟฟ้า
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 54 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานเทศบาลนครภูเก็ต นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับนายรังสรรค์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการสำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษและนางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เปิดตัวโครงการเรียกคืนซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้โครงการทำดีเพื่อแผ่นดิน รวมพลังลดมลพิษ รักษ์สิ่งแวดล้อมไทย ใต้ร่มพระบารมี เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 โอกาสเดียวกันยังได้มีการมอบมอบอุปกรณ์รับคืนซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมเกียรติบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 12 ราย อาทิ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครภูเก็ต ชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต เป็นต้น
นายรังสรรค์ กล่าวว่า ปี 2554 เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีพระราชกรณียกิจด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้พสกนิกรชาวไทยมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น กรมควบคุมมลพิษจึงร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในการดำเนินการโครงการเรียกคืนซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งชิ้นส่วนต่าง ๆ ของซากผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มีโลหะหนักเป็นองค์ประกอบ หากได้รับการจัดการไม่เหมาะสมและเกิดการรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อมจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพและระบบนิเวศน์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
“จากผลการศึกษาในปี 2554 ประเทศไทยจะมีปริมาณซากผลิตภัณฑ์ฯ เกิดขึ้นมากกว่า 1 ล้านชิ้น ซึ่งถูกเก็บไว้ตามบ้านเรือนและขายให้ผู้รับซื้อของเก่า ปัญหาที่พบ คือ การสูญเสียโอกาสในการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์และปัญหาการปนเปื้อนของสารอันตรายจากการจัดซากผลิตภัณฑ์ฯ อย่างไม่เหมาะสม ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในประเทศ กรมควบคุมมลพิษจึงได้ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนจัดโครงการเรียกคืนซากผลิตภัณฑ์ฯ ดังกล่าวขึ้น เพื่อเสริมสร้างความตระหนักให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยจากการจัดการซากผลิตภัณฑ์ฯ อย่างผิดวิธี รวมทั้งส่งเสริมการแยกทิ้งซากผลิตภัณฑ์ฯ เพื่อสกัดโลหะมีค่าออกเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์และกำจัดด้วยวิธีการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”
นายรังสรรค์ กล่าวด้วยว่า การร่วมมือกับเทศบาลนครภูเก็ตในการรับเป็นจุดรับคืนซากผลิตภัณฑ์ฯ โดยผู้นำซากผลิตภัณฑ์ฯ มาส่ง ณ จุดรับคืนของโครงการ จะได้รับสิทธิ์ในการร่วมชิงโชคลุ้นรับของรางวัลซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อาทิเช่น กล้องถ่ายรูปดิจิตอล เครื่องพิมพ์ (Printer) จักรเย็บผ้าและเครื่องคอมพิวเตอร์เน็ตบุ๊ค เป็นต้น ซึ่งซากผลิตภัณฑ์ฯ ที่เป็นเป้าหมายของโครงการนี้จะเป็นขนาดเล็ก ได้แก่ ซากโทรศัพท์เคลื่อนที่ แบตเตอรี่ โทรศัพท์เคลื่อนที่ โทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์สำนักงาน เครื่องพิมพ์ (printer) เครื่องโทรสาร เครื่องเล่น MP3 เครื่องเล่น MP4 เกมกด เครื่องเล่นวีซีดี เครื่องเล่นดีวีดี และกล้องถ่ายรูปดิจิตอล โดยกำหนดเป้าหมายการเก็บรวบรวมจำนวน 48,000 ชิ้น เริ่มดำเนินการรับคืนตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2554 นี้
ด้านนางสาวสมใจ สุวรรณศุพภนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า เทศบาลนครภูเก็ตได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการรับคืนซากผลิตภัณฑ์ฯ จำนวนกว่า 12 หน่วยงาน อาทิ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครภูเก็ต โรงแรมเมโทรโพล ภูเก็ต เป็นต้น ซึ่งประชาชนชาวภูเก็ตสามารถนำซากผลิตภัณฑ์ฯ ไปคืนได้ตามหน่วยงานต่างๆที่เข้าร่วมโครงการ ไปจนถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2554 นี้ เพื่อที่ทางเทศบาลนครภูเก็ตจะได้เก็บรวบรวมนำส่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยในช่วงที่ผ่านมาทางเทศบาลนครภูเก็ตได้เข้าร่วมโครงการในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกสามารถรวบรวมขยะอันตรายได้จำนวน 9 ตัน ครั้งที่ 2 ได้จำนวน 4 ตัน โดยร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งนี้จะมีการจับรางวัลในวันที่ 15 ธันวาคม 2554 นี้
Prime Minister Road Safety Award

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2554 ห้องประชุมไบเทคบางนา นายชนม์ชื่น บุญญานุสาสน์ รองปลัดกระทวงมหาดไทย ในฐานะตัวแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานสัมมนาระดับชาติ เรื่องความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นโดย ความร่วมมือของ กระทรวงคมนาคม ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โครงการสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในจังหวัดนำร่อง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถและภาคีเครือข่ายอุบัติเหตุทางถนน โดยการสัมมนาในครั้งนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้เข้ารับรางวัล Prime Minister Road Safety Award ด้านการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรด้วย
สำหรับการเข้ารับรางวัลในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้ ดำเนินการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรอย่างจริงจัง ซึ่งมีการร่วมกันวางแผนแก้ปัญหาการจราจรและปัญหาอุบัติเหตุจราจรของจังหวัดภูเก็ต โดยนำข้อมูลปัญหาจากหลายหน่วยงานมาวิเคราะห์วางแผน รวมทั้งการวิเคราะห์ความต้องการของประชาชน ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตเป็นหน่วยงานสำคัญของภาคีเครือข่ายในจังหวัดในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรในจังหวัดภูเก็ตด้วยการบรรจุการแก้ไขปัญหาจราจรเป็นนโยบายสำคัญและบรรจุในแผนการใช้งบประมาณประจำปีและแผนระยะ 3 ปีขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต
จึงจะสร้างให้จังหวัดภูเก็ตมีระบบการขนส่งที่ดีขึ้น โดยปรับปรุงพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในเขตเมืองภูเก็ต แก่ประชาชน นักท่องเที่ยว ให้ได้รับความสะดวก ปลอดภัย ลดปัญหาการจราจรในเขตเมือง และเพิ่มวินัยการจราจรให้กับประชาชนภายในจังหวัดภูเก็ต พร้อมทั้งติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด(CCTV) ที่ติดตั้งในพื้นที่สำคัญที่เป็นจุดเสี่ยงติดตั้ง กล้อง Speed camera เพื่อตรวจจับความเร็วรถ และสนับสนุนโครงการรณรงค์การสวมหมวกนิรภัยในการขับขี่ 100 % ทุกพื้นที่ทั้งจังหวัด ซึ่งผลการดำเนินงานโครงการต่างๆขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตสามารถช่วยลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรได้ลดลงร้อยละ 30 ภายในระยะเวลา 3 ปี
นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ ได้กล่าวว่า ความสำเร็จจากการทำงานในครั้งนี้เกิดจากการร่วมมือกันของหลายภาคส่วน โดยทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด กองกำกับการตำรวจภูธร และทุกหน่วยงานในจังหวัดภูเก็ต โดยมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้เป็นประธานในดำเนินการเรื่องการส่งเสริมวินัยจราจร และการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ดำเนินโครงการที่ส่งเสริมความปลอดภัยและสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชน เช่นโครงการติดตั้งกล้อง CCTV ติดตั้งสัญญาณไฟนับถอยหลังกล้อง Speed camera เพื่อตรวจจับความเร็วรถ และการส่งเสริมสนับสนุน การสร้างเกาะกลางถนน การตีเส้นจราจร ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตได้ทุ่มงบประมาณ เป็นจำนวน 20 กว่าล้าน ในแต่ละปี เพื่อดำเนินในเรื่องความปลอดภัยให้กับประชาชน และนอกจากการจัดทำโครงการดังกล่าวแล้ว ความสำเร็จในครั้งนี้ความร่วมมือของประชาชนทั้งจังหวัดภูเก็ตที่ได้ให้ความร่วมมือในการเคารพกฎจราจร ร่วมกันสวมหมวกนิรภัย ซึ่งนับว่าเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จ เนื่องด้วยทุกคนมีวินัยในการใช้รถใช้ถนน จึงสามารถป้องกันอุบัติเหตุได้อย่างเป็นรูปธรรม ”














































