จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2554

รวมพลคนพันธุ์ Rh - neg



นายแพทย์ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ประธานชมรมผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ จังหวัดภูเก็ต ประธานจัดงานกล่าวว่า การจัดงานรวมพล(ครอบครัว)คนพันธ์ Rh-neg จังหวัดภูเก็ต ได้กำหนดจัดขึ้นทุกปี สำหรับปีนี้กำหนดขึ้นวันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม ระหว่าเวลา 09.00-12.00 น. ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกซึ่งเป็นผู้ที่มีโลหิตหมู่พิเศษ ได้มีโอกาสพบปะทำความรู้จักกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับวิธีการในการพัฒนาชมรมฯ เพื่อให้สมาชิกชมรมทราบรายละเอียดและความสำคัญของกลุ่มโลหิตหมู่พิเศษ และกระตุ้นให้บริจาคโลหิตเป็นประจำ เพื่อสืบเสาะหาบุคคลที่มีโลหิตหมู่พิเศษและชักชวนให้ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อรักษาชีวิตเพื่อนมนุษย์
ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า โลหิตหมู่พิเศษเป็นหมู่โลหิตที่หาได้ยากในหมู่ประชาชนทั่วไป ในประเทศไทยจากจำนวนประชากร 1000 คน จะพบเพียง 3 คนเท่านั้นที่มีกลุ่มโลหิตกลุ่มนี้ และเป็นที่ตระหนักกันดีอยู่แล้วว่า จังหวัดภูเก็ต เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อของโลก มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั่วโลกมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตตลอดปี ดังนั้น เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะต้องจัดหา จัดเตรียมหมู่โลหิตกลุ่มนี้ไว้ให้พร้อม สำหรับการใช้กับผู้ป่วยกลุ่มโลหิตหมู่พิเศษที่อาจจะเกิดขึ้น

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

ทุ่มกว่า 100 ล. ผุด “แอฟไฟรไดท์ คาบาเรต์ โชว์”


เมื่อคืนวันที่ 29 กันยายน 54 ที่โรงละคร Aphrodite Cabaret Show ตั้งอยู่ตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัสภูเก็ต ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 อ.เมืองภูเก็ต พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร.เป็นประธานเปิดงาน Soft Opening Aphrodite Cabaret Show โดยมีนายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเอเย่นต์ทัวร์ โรงแรม เคาน์เตอร์ทัวร์ มัคคุเทศก์ ร่วมงานเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้นายวิเชียร ช่างภิญโญ ผู้บริหาร แอฟไฟรไดท์ คาบาเรต์ โชว์ (Aphrodite Cabaret Show) ซึ่งเป็นโชว์คาบาเรต์น้องใหม่ของจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า “แอฟไฟรไดท์ คาบาเรต์ โชว์ เกิดขึ้นจากการรวมตัวของคณะผู้บริหารประกอบด้วยคุณสรายุทธ แซ่ฟู ประธาน คุณธนัต คีรีมาศทอง คุณโฮยอง ลี และตนเป็นผู้บริหาร ซึ่งเมื่อ 6 ปีที่แล้วเราเคยร่วมลงทุนเปิดคาบาเรต์โชว์ที่ฮ่องกง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ซึ่งเหตุที่มีการรวมกันใหม่และเลือกลงทุนเปิดคาบาเรต์โชว์ที่ภูเก็ต เนื่องจากมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพและยังมีตลาดเพียงพอรองรับ ตอบสนองความต้องการและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ไม่ต้องเดินทางไกล จึงได้มีการลงทุนพัฒนาพื้นที่ของโรงเบียร์ภูเก็ตเดิมให้เป็นสถานที่จัดโชว์ ใช้เงินลงทุนไปประมาณ 100 ล้านบาท
นายวิเชียร กล่าวว่า รูปแบบการแสดงจะเป็นคาบาเรต์โชว์ที่มีความหรูหราไฮคลาส จะมีจุดที่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของนักแสดง ฉาก แสงสีต่างๆ ที่มีความทันสมัย โดยมีนักแสดงและทีมงานจำนวน 300 คน มีที่นั่งรองรับผู้เข้าชม 950 ที่นั่งต่อรอบ ซึ่งจะมีด้วยกัน 3 รอบ คือ เวลา 18.00 น, 19.45 น.และ 21.30 น. ใช้เวลาแสดงรอบละ 1 ชั่วโมง 15 นาที มีจำนวน 16 ชุดการแสดง ในระยะแรกคาดว่าจะมีผู้เข้าชม 300-400 คนต่อรอบ กลุ่มเป้าหมายหลักจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เช่น จีน อินเดีย เป็นต้น รวมทั้งคนไทยด้วย
อย่างไรก็ตามนายวิเชียร กล่าวด้วยว่า ในส่วนแอฟไฟรไดท์ ฯ คงไม่เน้นแข่งขันกับใคร แต่จะพัฒนาตัวเองเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด และการเปิดตัวในระยะนี้เพื่อให้สอดรับกับฤดูกาลท่องเที่ยวของภูเก็ตที่จะมาถึงในเดือนพฤศจิกายนนี้ และเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวจีนจะเดินทางออกมาท่องเที่ยว และนอกจากคาบาเรต์โชว์แล้ว ในช่วงปลายปีนี้ก็จะเปิดให้บริการร้านสุกี้ซึ่งสามารถรองรับลูกค้าได้ 350 ที่นั่ง และภัตตาคารจีน ซึ่งรองรับลูกค้าได้ประมาณ 600 ที่นั่ง รวมยังมีบริการอื่นๆ เช่น ประชุมสัมมนา เป็นต้น ส่วนของโรงเบียร์เดิมที่มีอยู่นั้นก็ยังคงมีการเปิดจำหน่ายให้กับลูกค้าด้วย


วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554

แห่พระรอบเมืองของศาลเจ้าสะปำคึกคัก


เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 29 กันยายน 54 ซึ่งเป็นบรรยากาศของวันที่ 3 ในประเพณีถือศีลกินผัก ประจำปี 2554 ของจังหวัดภูเก็ต และเป็นวันที่สองของการประกอบพิธีแห่พระรอบตัวเมืองภูเก็ต หรือพิธีอิ้วเก้ง ซึ่งเป็นของ อ๊ามสะปำ หรือ ศาลเจ้ากวนเต้กุ้น เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่แต่งกายด้วยชุดขาว มารอชมและต้อนรับตลอดสองเส้นทางที่ขบวนพระแห่ผ่าน นอกจากนี้ในส่วนของประชาชนที่เป็นเจ้าของอาคารหรือสถานประกอบการที่ตั้งอยู่ติดกับถนนสายที่ขบวนแห่พระผ่านก็ได้มีการตั้งโต๊ะบูชา และจุดประทัดแพเพื่อเป็นการต้อนรับด้วย
สำหรับขบวนแห่พระ ประกอบด้วยขบวนธง ขบวนรูปองค์พระ ม้าทรง และพี่เลี้ยงม้าทรง ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ให้การสนับสนุน เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ซึ่งนำโดยนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต และ ส.อบจ.ภูเก็ต รวมถึงทีมงาน คนบ้านเรา ซึ่งนั่งมากับขบวนรถจักรยานยนต์ 3 ล้อพ่วงข้าง แจกแก็ดเหล็งหรือไอศกรีมให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มายืนรอรับขบวนพระ
ขณะที่ในส่วนของม้าทรงที่ร่วมมาในขบวน ยังคงมีการใช้อาวุธทั้งในและวัสดุนอกตำนานเช่น การใช้ก้านพัดลมติดเพดาน ปืนของเล่นพลาสติก ทวนและแท่งพลาสติกขนาดใหญ่ ขวาน มีดดาบรวมทั้งโซ่เหล็กหุ้มท่อยาง เป็นต้น ในการทรมานด้วยการทิ่มแทงหรือฟันตามร่างกาย ด้วยเชื่อกันว่าเป็นการทรมานร่างกายเพื่อรับเคราะห์แทนผู้ถือศีลกินผัก พิธีแห่พระ(พิธีอิ้วเก้ง) นั้นเป็นการออกประพาสเพื่อโปรดสัตว์หรือทำนองออกเยี่ยมราษฎรของพระมหากษัตริย์ โดยมีขบวนธง และป้ายชื่อแห่นำหน้า จากนั้นก็เป็นเกี้ยวหามรูปพระ เรียกว่า ไท่เปี๋ย หรือเสลี่ยงเล็ก โดยหามรูปพระบูชาต่างๆ ออกนั่งเกี้ยวไป ซึ่งจัดตามชั้นและยศของเทพ จากนั้นเป็นขบวนของนิ่วสิ่ว(ฉัตรจีน) ตามด้วยพระเกี้ยวใหญ่หรือตั๋วเหลี้ยน(เสลี่ยงใหญ่) ซึ่งมักใช้คน 8 คนหาม ซึ่งเป็นที่ประทับองค์กิ้วฮ่องไต่เต่

ประชุมสภาอบจ.ภูเก็ต สมัยวิสามัญ สมัยที่ 2


เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2554 ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายประดิษฐ์ แสงจันทร์ ประธานสภา อบจ.ภูเก็ต เป็นประธานในการประชุมสภา อบจ.ภูเก็ต สมัยวิสามัญ ประจำปี 2554 สมัยที่ 2 โดยมีนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต ตลอดจนหัวหน้าข้าราชการ ข้าราชการอบจ.ภูเก็ต ได้เข้าร่วมประชุม

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ได้มีการเสนอญัตติขออนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2554 ซึ่งกองการท่องเที่ยวและกีฬา และกองการศึกษาฯ มีความจำเป็นขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่าย ค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง โดยกองการท่องเที่ยวและกีฬา ลำดับที่ 4.1.13 โครงการจัดซื้อป้าย LED สนามสุระกุล ตั้งไว้ 17,453,620 บาท เพื่อจ่ายเป็นค่าจัดซื้อป้าย LED P20-FULLcolor ขนาดไม่น้อยกว่า 4.00x6.08 เมตร จำนวน 1 ป้าย และป้าย LED P20-3 สี ขนาดไม่น้อยกว่า 2.08x9.60 (19.97 ตารางเมตร) จำนวน 1 ป้าย ตามรายละเอียดที่กำหนด สืบเนื่องจากในปัจจุบันเทคโนโลยีระบบป้าย LED มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วส่งผลให้ราคาลดลง ฉะนั้น เพื่อให้การจัดซื้อป้ายสอดรับกับการที่จังหวัดภูเก็ตเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 28 “ภูเก็ตเกมส์” ซึ่งจะต้องใช้ในพิธีเปิด-พิธีปิดการแข่งขัน ส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดีงามของจังหวัดภูเก็ต จึงขออนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยเพิ่มป้าย LED P20-3 สี ขนาดไม่น้อยกว่า 4.00x4.16 (16.64 ตารางเมตร) 1 ป้าย งบประมาณคงเดิม
ส่วนกองการศึกษา ลำดับที่ 4.2.18 1โครงการปรับปรุงสนามโรงเรียน อบจ.บ้านตลาดเหนือ ตั้งไว้ 2,300,000 บาท เพื่อเป็นค่าปรับปรุงสนามภายในโรงเรียน พื้นที่ไม่น้อยกว่า 8,760 ตารางเมตร โดยปรับพื้นสนามให้สูงขึ้น 30 ซม. พื้นที่ไม่น้อยกว่า 14,804 ลูกบาศก์เมตร แก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็น ปรับปรุงพื้นสนามภายในโรงเรียน โดยปรับพื้นสนามภายในโรงเรียน พื้นที่ไม่น้อยกว่า 5,576 ตารางเมตร ยกระดับพื้นสนามให้สูงขึ้น 30 ซม. พื้นที่ไม่น้อยกว่า 5,576 ตารางเมตร พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในสนาม งบประมาณเดิม ลำดับที่ 4.1.37 ผ้าม่าน ตั้งไว้ 80,000 บาท เพื่อเป็นค่าจัดหาผ้าม่าน ขนาดไม่น้อยกว่า 1x3.2 เมตร จำนวน 28 ชุด แก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็น ขนาดไม่น้อยกว่า 1x3 เมตร เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่จริง งบประมาณเดิม
ญัตติขออนุมัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 เนื่องด้วย อบจ.ภูเก็ต ได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ไปแล้ว ปรากฏว่า มีเงินเหลือจ่ายจากการดำเนินการจากโครงการที่ได้ดำเนินการและไม่ดำเนินการ และเงินเหลือจ่ายจากงบประจำ ประเภทเงินเดือนและค่าจ้าง ซึ่งได้ตั้งงบประมาณไว้ตามกรอบอัตรากำลัง แต่มีการบรรจุบุคลากรไม่เต็มตามกรอบอัตรากำลัง จึงมีงบประมาณเหลือจ่ายรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 61,147,340 บาท ดังนั้น เพื่อให้การบริหารงบประมาณเหลือจ่ายเกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงนำงบประมาณดังกล่าวไปตั้งจ่ายเป็นรายการใหม่ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนา รวม 17 รายการ คือ โครงการซ่อมเปลี่ยนโคมสปอร์ตไลท์ เสาสูง 35 เมตร ณ สนามสุระกุล 5,000,000 บาท
โครงการจัดทำป้ายทาวเวอร์หน้าโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต ทำด้วยโครงเหล็กบุอลูมิเนียมคอมโพสิต ขนาดไม่น้อยกว่า 9.96x6 เมตร 1 ป้าย 1,016,500 บาท ก่อสร้างคูระบายน้ำบริเวณปากทางเข้าสรรพากร สาขาฉลอง 3,780,000 บาท โครงการปรับปรุงฝายคลองพระแทวพร้อมระบบส่งน้ำ (โครงการในพระราชดำริ 4,500,000 บาท) ก่อสร้างเขื่อนป้องกันดินสไลด์ตัว ตำบลฉลอง 3,000,000 บาท ก่อสร้างสวนสาธารณะลานกีฬา อำเภอกะทู้ 11,500,000 บาท จัดซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งสวนสาธารณะลานกีฬาอำเภอกะทู้ 1,500,000 บาท โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ (GIS) 5,500,000 บาท โครงการไฟแสงสว่างสาธารณะเสาสูง เขตอำเภอเมือง จำนวน 6 เสา 2,700,000 บาท โครงการไฟแสงสว่างสาธารณะเสาสูง เขตอำเภอถลาง จำนวน 14 เสา 6,300,000 บาท จัดซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งบริเวณสวนสาธารณะสะพานหิน 3,500,000 บาท ก่อสร้างอาคารศูนย์อบรมพระพุทธศาสนาบริเวณสวนที่พักสงฆ์สามกองสามัคคี 1,430,000 บาท ก่อสร้างอาคารยิมเนเซียมโรงเรียน อบจ.บ้านตลาดเหนือ 10,000,000 บาท จัดซื้อครุภัณฑ์ดนตรี (อังกะลุง) สำหรับโรงเรียน อบจ.บ้านนาบอน 96,040 บาท จัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับโรงเรียน อบจ.เมืองภูเก็ต 1,214,800 บาท จัดซื้อเครื่องมัลติมีเดียโปรเจคเตอร์ สำหรับโรงเรียน อบจ.เมืองภูเก็ต 97,000 บาท จัดซื้อจอรับภาพ สำหรับโรงเรียน อบจ.เมืองภูเก็ต 13,000 บาท
รวมถึงญัตติ ขออนุมัติกันเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 (กรณีไม่ก่อหนี้ผูกพัน) ซึ่ง อบจ.ภูเก็ต มีรายจ่ายยังมิได้ก่อหนี้ผูกพัน และมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินต่อไปอีก ในหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง รวม 72 รายการ เป็นเงิน 173,518,610 บาท ญัตติขออนุมัติขยายเวลาเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2552 และประจำปีงบประมาณ 2553 โดยในปีงบประมาณ 2554 อบจ.ภูเก็ต มีโครงการที่มีความจำเป็นจะต้องขออนุมัติขยายเวลาเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2552 เป็นเงิน 22,738,329.30 บาท และประจำปีงบประมาณ 2553 เป็นเงิน 138,511,173.99 บาท รวมเป็นเงิน 161,249,503.29 บาท และญัตติเสนอขอความเห็นชอบให้มัสยิดนูรู้ลอิสลามบ้านบ่อสอม ใช้ประโยชน์ในอาคารศูนย์อบรมจริยธรรมบ้านบ่อสอม หมู่ที่ 4 บ้านบ่อสอม ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งในที่ประชุมครั้งนี้ ได้มีมติเห็นชอบให้มีการอนุมัติทุกข้อเสนอดังกล่าว

ชาวภูเก็ตร่วมเดินและซ้งเก้งถวายในหลวง

เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 28 กันยายน 54 ที่บริเวณสนามชัย นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดปล่อยขบวนแห่เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ประเพณีถือศีลกินผัก โดยมีนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย เทศบาลนครภูเก็ต สถาบันประชาคมภูเก็ต ชมรมอ๊ามจังหวัดภูเก็ต ตัวแทนจากศาลเจ้าต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมขบวนกว่า 1,000 คน
ทั้งนี้นายไพบูลย์ ได้กล่าวว่า ประเพณีถือศีลกินผักในปีนี้ ทาง อบจ.ภูเก็ตได้จัดกิจกรรมเดินขบวนแห่เทิดพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เจริญพระชนพรรษา 84 พรรษา โดยเริ่มเดินขบวนตั้งแต่สนามชัยผ่านตัวเมืองภูเก็ต วงเวียน หอนาฬิกา มุ่งสู่สะพานหินภูเก็ต ซึ่งขบวนแห่เทิดพระเกียรติครั้งนี้ทุกภาคส่วน มีการนุ่งขาว ห่มขาว ถือป้ายรณรงค์ในการเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ ในช่วงประเพณีถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2554
จากนั้นในช่วงค่ำที่บริเวณเวทีกลางสะพานหิน นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการประกอบพิธีซ่งเก้งหรือพิธีสวดมนต์ถวายพระพร เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2554 ซึ่งทางชมรมอ๊ามจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจัดขึ้นเนื่องในงานประเพณีถือศีลกินผักประจำปี 2554 ของจังหวัดภูเก็ต โดยอ๊ามต่างๆ ใน จ.ภูเก็ต พังงา และกระบี่ ตลอดจนข้าราชการ นักเรียน และประชาชนทุกหมู่เหล่าซึ่งแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก โอกาสเดียวกันนี้ยังได้มีการวางพุ่มเงินพุ่มทอง จุดประทัดและพลุ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554

ภูเก็ตวางกรอบแก้ปัญหาระบบขนส่งสาธารณะ


เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2554 ที่ห้องประชุมสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาระบบการขนส่งผู้โดยสารสาธารณะ ครั้งที่ 1/2554 ซึ่งเป็นคณะกรรมการหนึ่งในสี่ของคณะทำงานการแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวถูกหลอกลวงเอารัดเอาเปรียบในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีการร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมากทั้งจากประชาชนคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อร่วมกันหาแนวทางการแก้ไขปัญหาระบบขนส่งผู้โดยสารสาธารณะจังหวัดภูเก็ต จัดการและแก้ไขปัญหาระบบรถบริการ ค่าบริการ รถสาธารณะประจำทางแต่ละกลุ่มให้ครอบคลุม เหมาะสมและเชื่อถือได้ ทบทวนแผนแม่บทของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)ของจังหวัดภูเก็ต มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่จังหวัดภูเก็ต แก้ปัญหารถโดยสารสาธารณะที่สนามบิน การจัดการสถานที่จอดรถให้กับรถบริการสาธารณะบริการสนามบินภูเก็ต และรายงานผลการดำเนินงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการจากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชน จำนวน 27 คน เช่น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด โยธาธิการและผังเมือง แขวงการทาง ขนส่งจังหวัด สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว ผู้แทนผู้ประกอบการรถแท็กซี่ รถตู้ รถโดยสารสาธารณะ เป็นต้น
ทั้งนี้สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต ได้เสนอแนวทางการจัดระบบการขนส่งรถโดยสารสาธารณะไว้ 4 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1.การกำหนดเส้นทางโดยสารรถประจำทาง ซึ่งได้มีการกำหนดไว้แล้ว 5 เส้นทาง ตามการศึกษาของ สนข.เพื่อเชื่อมเส้นทางระหว่างท่าอากาศยานภูเก็ตไปยังแหล่งท่องเที่ยวทั่วทั้งเกาะภูเก็ต
แนวทางที่ 2 การดำเนินการกับรถผิดกฎหมาย รถป้ายดำทั้งรถเก๋งและรถตู้ ควรจะให้มีการจดทะเบียนรถเป็นแท็กซี่มิเตอร์ในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ เช่น ป่าตอง กะตะ กะรน เขตเมืองภูเก็ต โดยให้ท้องถิ่นแต่ละพื้นที่เป็นผู้ยื่นขอจดทะเบียนและจัดตั้งเป็นศูนย์บริการรถสาธารณะ หรือ Call Center โดยเริ่มด้วยการนำรถที่มีอยู่เดิม เช่น แท็กซี่ป้ายดำ รถตุ๊กตุ๊ก เป็นต้น มาเข้าสู่ระบบ
แนวทางที่ 3 การกำหนดอัตราค่าโดยสารรถสาธารณะ เนื่องจากปัญหารถรับจ้างเรียกเก็บค่าโดยสารที่ไม่เป็นธรรมกับนักท่องเที่ยวเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่มีการร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมากและเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และปัญหาดังกล่าวมักจะเกิดจากรถบางประเภทที่ไม่มีกฎหมายกำหนดอัตราค่าโดยสาร เช่น รถตุ๊กตุ๊ก รถป้ายเขียว เป็นต้น
และแนวทางที่ 4 การสนับสนุนการเปิดใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดภูเก็ต แห่งที่ 2 ซึ่งมีการก่อสร้างแล้วเสร็จมาตั้งแต่ปลายปี 2553 แต่ติดขัดปัญหาบางประการ ซึ่งขณะนี้ทางขนส่งจังหวัดได้มีการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ไว้แล้ว และคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ประมาณเดือนธันวาคม 2554 หรือมกราคม 2555 ที่จะถึงนี้
อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้รับทราบแนวทางดังกล่าว และจะมีการรับไปดำเนินการตามภาระรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ปัญหาสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม