จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554

รองสมเกียรติฯ รับเลือกประธานกกต.ภูเก็ต



เมื่อวันที่ 28ตุลาคม 2554 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดภูเก็ต ได้มีการประชุมคัดเลือกประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต (กกต.จว.ภูเก็ต) หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติที่ประชุม ครั้งที่ 109/2554 คัดเลือก กกต.จว. แทนชุดที่ครบวาระเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2554 จำนวน 62 จังหวัด และการพิจารณาแต่งตั้ง กกต.จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นจังหวัดที่จัดตั้งใหม่ รวมทั้งสิ้น 63 จังหวัด จำนวน 315 คน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมี กกต.จังหวัดภูเก็ตชุดใหม่ ประกอบด้วย นายยรรยง ปัตถา, นายวีระพงศ์ ไวทยวงศ์สกุล, นายสมเกียรติ สังขาวสุทธิรักษ์, นายสมศักดิ์ ปฐมอรรฆย์กุล และนายสมศักดิ์ สงนุ้ย ตลอดนายกิติพงษ์ เที่ยงคุณากฤต ผู้อำนวยการ กกต.ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
โดยการประชุมในครั้งนี้นับเป็นการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต (กกต.จว.ภูเก็ต) ชุดใหม่นี้ โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้นายสมศักดิ์ ปฐมอรรฆย์กุล ซึ่งมีความอาวุโสในคณะกรรมการเป็นประธานการประชุมชั่วคราว เพื่อคัดเลือกประธานคณะการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต (กกต.จว.ภูเก็ต) พร้อมทั้งได้มีการชี้แจงบทบาทหน้าที่ของ กกต.จังหวัดให้ได้รับทราบ
ทั้งนี้หลังจากที่ได้มีการชี้แจงรายละเอียดและบทบาทหน้าที่ของ กกต.จังหวัดแล้ว ก็ได้มีการคัดเลือกผู้ที่จะเป็นประธาน กกต.จังหวัดภูเก็ต ผลปรากฏว่าที่ประชุมได้คัดเลือกนายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ เป็นประธานฯ โดยปัจจุบันนายสมเกียรติดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต


วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

หอการค้าภูเก็ตขายสินค้าต่ำกว่าทุน




น.พ.ศิริชัย ศิลปอาชา ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน และผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ ส่งผลให้ราคาสินค้าหลายชนิดปรับสูงขึ้นมาก ส่งผลกระทบต่อการครองชีพของประชาชนโดยทั่วไป ดังนั้นหอการค้าจังหวัดภูเก็ตจึงร่วมกับพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต การค้าภายในจังหวัดภูเก็ต บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) จำกัด และบริษัทในเครือฯ กำหนดที่จะจัดให้มีโครงการจำหน่ายสินค้าราคาต่ำกว่าท้องตลาด เพื่อช่วยแบ่งเบาและลดภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวให้แก่ประชาชนในจังหวัดภูเก็ต ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ทุกๆ ต้นเดือน ซึ่งจะเริ่มเปิดจำหน่ายครั้งแรกในวันที่ 3 – 4 พฤศจิกายน 2554 ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น. บริเวณหน้าหอการค้าจังหวัดภูเก็ตตรงข้ามร้านหนังสือเส้งโห โดยสินค้าที่จะนำมาจำหน่าย อาทิ ไข่ไก่ ไก่สด หมูสามชั้น หมูเนื้อสัน หมูสะโพก ข้าวสาร น้ำมันพืช อาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง ไก่ย่างห้าดาว ไก่จ้อ ไส้กรอก ผักปลอดสารพิษที่ปลูกโดยเกษตรกรในจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม นพ.ศิริชัย กล่าวด้วยว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หลายจังหวัดภาคเหนือ และกลางของประเทศ ซึ่งเป็นระยะเวลานานเป็นเดือน และยังไม่แน่ว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อใด หอการค้าจังหวัดภูเก็ตจึงขอเชิญชวนผู้มีจิตเมตตา ร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยหอการค้าจังหวัดภูเก็ตได้เปิดบัญชีเพื่อรับบริจาคให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ชื่อบัญชี หอการค้าจังหวัดภูเก็ต ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาภูเก็ต บัญชี ออมทรัพย์ หมายเลขบัญชี 537-4-14187-1 เพื่อใช้ในการซื้อเรือและเสื้อชูชีพนำไปมอบให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมซึ่งได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก

ผวจ.ภูเก็ตลุยตรวจสินค้าห้างฯ ใหญ่



เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 54 นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายเรวัต อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ตพรรคประชาธิปัตย์, เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่การค้าภายใน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ออกตรวจห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัสภูเก็ต ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีภูเก็ตและห้างซุปเปอร์ชีปภูเก็ต เพื่อตรวจติดตามราคาสินค้าต่างๆ ที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภค เนื่องจากได้มีประชาชนบางส่วนร้องเรียนผ่านทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ตและ ส.ส.ภูเก็ต ว่ามีสินค้าบางตัวขาดตลาดและมีการปรับราคาสูงเกินกว่าเหตุ ซึ่งในแต่ละห้างสรรพสินได้มีผู้บริหารประจำสาขานำตรวจสอบและชี้แจงรายละเอียด
ทั้งนี้จากการตรวจสอบในภาพรวมพบว่า ส่วนใหญ่ยังคงมีสินค้าจำหน่ายตามปกติ แต่มีเพียงรายการที่มีจำนวนวางขายไม่มาก และบางยี่ห้อก็ไม่มีสินค้าหรือที่มีอยู่ก็ไม่ใช่ขนาดตามที่ต้องการ เช่น ข้าวสาร นมข้นหวาน น้ำตาลทราย น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแห้ง เป็นต้น โดยทางผู้ประกอบการให้เหตุผลว่า เนื่องจากหลายพื้นที่ประสบกับปัญหาน้ำท่วม และในส่วนของโรงงานผลิตสินค้าบางยี่ห้อก็ถูกน้ำท่วม และการขนส่งซึ่งค่อนข้างลำบาก ทำให้มีการส่งสินค้ามาจำหน่ายในปริมาณที่ลดลง เนื่องจากจะต้องมีการกระจายสินค้าไปยังสาขาอื่นๆ ด้วย ทำให้เมื่อลูกค้าไม่ซื้อสินค้าแล้วไม่ได้ตามต้องการ และมีบางรายการที่มีการปรับขึ้นราคาแต่ก็ไม่มาก
นายตรี กล่าวภายหลังการตรวจสอบสินค้าทั้ง 3 ห้างใหญ่ ว่า ภาพรวมสินค้าต่างๆ ยังคงมีจำหน่ายอยู่ แต่มีเพียงบางรายการที่ขาดหายไปบ้าง เช่น น้ำดื่ม นมข้น น้ำตาลทราย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น ซึ่งก็ได้สั่งกำชับและขอความร่วมมือกับผู้บริหารห้างสรรพสินค้าแต่ละแห่งว่าอย่ากักตุนสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เพราะจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และในส่วนของราคานั้นก็ขอให้คงราคาปกติ หากจะมีการปรับขึ้นก็ขอให้สมเหตุสมผล เพราะเข้าใจได้ว่าสินค้าบางรายการเริ่มที่จะมีปัญหา เนื่องจากโรงงานผลิตหลายแห่งประสบปัญหาน้ำท่วมไม่สามารถผลิตสินค้าได้ และจะต้องมีการหาซื้อจากพ่อค้าคนกลาง แต่ขณะนี้รัฐบาลก็มีนโยบายที่จะนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพื่อจะมาชดเชยในส่วนที่ขาดหายไปและทางหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจะมีการออกมาสำรวจสินค้าอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่นายเรวัต กล่าวว่า ในส่วนของตนได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ ว่ามีสินค้าบางรายการขาดแคลนและมีการปรับขึ้นราคา จึงได้ร่วมกับทางจังหวัดออกมาตรวจสอบ ซึ่งก็พบว่ามีบางรายการที่สินค้ามีจำนวนไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งเป็นผลมาจากที่โรงงานผลิตหลายแห่งประสบปัญหาน้ำท่วม จึงอยากฝากไปยังรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ให้ช่วยเร่งแก้ปัญหานี้ด้วย แม้ว่าช่วงเวลานี้สินค้าอาจจะยังไม่ขาดตลาดเสียทีเดียว แต่หากโรงงานไม่สามารถผลิตสินค้าได้ภายใน 1-2 เดือน และยังไม่มีนโยบายในการบริหารจัดการเกี่ยวกับการกระจายสินค้าที่ดีจะเกิดปัญหาหนักแน่
ทางด้านนายบุญสม อนันตจรูญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทซุปเปอร์ชีป จำกัด ซึ่งเป็นห้างท้องถิ่นขนาดใหญ่ กล่าวในเรื่องนี้ว่า ภาพรวมสินค้าของทางห้างฯ ยังคงมีจำหน่าย แต่สินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันบางประเภทปริมาณค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับช่วงปกติ เนื่องจากโรงงานประสบปัญหาน้ำท่วมไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามปกติ หรือหากผลิตได้ก็ไม่สามารถขนส่งมาได้ โดยสินค้าบางประเภทที่มีการระบุว่าขาดตลาด เช่น น้ำดื่ม นมผง นมข้นหวาน ข้าวสาร เป็นต้น จะขาดบางยี่ห้อซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด
ส่วนที่มีการระบุว่าสินค้าบางตัวมีการขึ้นราคานั้นยอมรับว่ามีบ้าง แต่ก็ไม่มากโดยมีการปรับขึ้นประมาณ 3-4% ของราคาสินค้า เนื่องจากจะต้องซื้อจากพ่อค้าคนกลางทำให้ไม่สามารถที่จะต่อรองราคาได้ และผู้ผลิตสินค้าบางส่วนก็จะต้องจัดส่งให้กับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ก่อน การแก้ปัญหานอกจากซื้อสินค้าจากพ่อค้าคนกลางแล้วก็จะใช้วิธีการหาสินค้าประเภทเดียวกันมาทดแทน ซึ่งขณะนี้สินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันของทางห้างฯ เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง เป็นต้น จะยังสามารถจำหน่ายไปได้อีกประมาณ 10 วัน หากไม่สามารถหามาเพิ่มเติมได้ เนื่องจากทางห้างไม่มีโกดังที่จะเก็บสินค้าได้ในปริมาณมากๆ โดยเฉพาะสินค้าที่นำมาจากภาคกลาง ส่วนของผักและเนื้อสัตว์บางประเภทยังไม่มีปัญหาเพราะสามารถซื้อได้ในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง 


อ๊ามบางเหนียวนำสิ่งของไปมอบผู้ประสบภัย



เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2554 ที่อ๊ามบางเหนียว อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานปล่อยขบวนรถบรรทุกสิ่งของ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายทวี นาวีการ ประธานมูลนิธิเทพราศี นายประเสริฐ ฟักทองผล ประธานชมรมอ๊ามภูเก็ต ตลอดจนคณะกรรมการชมรมอ๊ามภูเก็ต พร้อมด้วย นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต รวมถึงผู้มีเกียรติและผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วม
นายทวี นาวีการ ประธานมูลนิธิเทพราศี ได้กล่าวว่า ด้วยหลายพื้นที่ในภาคกลางได้ประสบอุทกภัย ทำให้ประชาชนหลายพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน ทั่งเครื่องอุปโภค บริโภคในการดำรงชีพ ซึ่งต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นการด่วน ทางมูลนิธิเทพราศี หรืออ๊ามบางเหนียว ได้เปิดศูนย์รับบริจาคขึ้นที่บริเวณหน้ามูลนิธิขึ้น โดยทางอ๊ามบางเหนียว และประชาชนทั่วไป ได้นำสิ่งของมาบริจาดเป็นจำนวนมาก โดยในวันนี้ทางมูลนิธิก็ได้นำสิ่งของต่างๆ ประกอบด้วย น้ำดื่ม อาหารแห้ง อาหารพร้อมทาน เครื่องใช้ต่างๆ ยารักษาโรค มูลค่าประมาณ 3 แสนบาท บรรทุกรถยนต์ 10 ล้อ โดยนำสิ่งของที่รับบริจาคทั้งหมดไปมอบให้กับกองทัพเรือ ณ กรุงเทพมหานคร โดยให้ทางกองทัพเรือนำไปมอบให้ถึงมือประชาชน
ด้านนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกอบจ.ภูเก็ต ได้กล่าวว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางอบจ.ภูเก็ต ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ได้นำสิ่งของไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในแต่ละที่ นอกจากนี้ยังได้นำเรือยางพร้อมเครื่องยนต์ ส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยมอบให้กับกองทัพภาคที่ 1 เป็นผู้ดำเนินการ ณ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ในวันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2554 ทาง อบจ.ภูเก็ต จะจัดการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ ระหว่างทีมเอฟซีภูเก็ต และ ทีมชาติไทย ชุดเตรียมซีเกมส์ ณ สนามกีฬาสุระกุล จังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้ เพื่อนำรายได้จากตั๋วเข้าชมการแข่งขันไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลการกุศลนัดนี้โดยทั่วกัน ส่วนผู้มีจิตกุศล ที่ต้องการแบ่งปันน้ำใจ ก็สามารถบริจาคสิ่งของได้อย่างต่อเนื่องที่ ศูนย์รับบริจาค มูลนิธิเทพราศี อ๊ามบางเหนียว ถ.ภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต หรือที่ รพ.อบจ.ภูเก็ต เลขที่ 18 ถ.อนุภาษภูเก็ตการ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โทร.076 358 888

รวบฝรั่งตกอับใช้มีดจี้ชิงทรัพย์



เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 54 ที่ห้องประชุมสภ.ฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต พ.ต.ท.จรัล บางประเสริฐ สว.สส.สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรวัฒน์ สุทธินุ่น พ.ต.ต.สุธรรม รัตนสว่างวงศ์ สวป.ปฎิบัติหน้าที่หัวหน้าจราจร และเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่ง ได้ร่วมกันจับกุมนาย เจค บอเดส (JAKE BORDES) อายุ 27 ปี สัญชาติสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยของกลางมีดปลายแหลม 1 เล่ม รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮ้อนด้า รุ่นแอบเบลค หมายเลขทะเบียน ขงย – 693 ภูเก็ต 1 คัน นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อไซโก้ 1 เรือน กล้องถ่ายรูปยี่ห้อโอลิมปัส 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ โนเกีย 1 เครื่อง กระเป๋าสตางค์สีดำ 1 ใบ เงินสด 13,760 บาท เงินต่างประเทศ 100 ดอลล่าห์ 2 ฉบับ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คยี่ห้อเอเซอร์ 1 เครื่อง แท๊บเล็ตยี่ห้อแอปเปิ้ล 1 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่บริเวณหน้าโรงแรมไอร์แลนด์วิว ถนนปฎัก ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต ในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้พาหนะในการกระทำความผิด จากนั้นก็ได้ควบคุมพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้ก่อนเจ้าหน้าที่จับกุมตัวผู้ต้องมาในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากนางอมันเดอ โจรีด (AMANDE JO REED) อายุ 45 ปี สัญชาติออสเตเรีย (ผู้เสียหาย) ว่า เมื่อคื่นที่ผ่านมา ในขณะเดินกลับมาจากรับประทานอาหารค่ำ เมื่อเดินมาถึงบริเวณหน้าร้านแอทโพท ถนนเกศขวัญ ต.กะรน ก็ได้มีคนร้าย 2 คน รูปร่างสูงใหญ่ ซึ่งมีหน้าตาคล้ายกับชาวต่างชาติทวีปยุโรป ได้ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาประกบ ก่อนที่หนึ่งใน 2 คนร้ายจะใช้อาวุธมีดทำครัวจี้ที่เอวของผู้เสียหาย เพื่อบังคับเอากระเป๋าที่ผู้เสียหายสะพายอยู่ แต่ผู้เสียหายไม่ยอม จึงถูกคนร้ายชกเข้าที่หน้า จนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นคนร้ายได้ชิงกระเป๋าสะพายใบดังกล่าวไป ซึ่งภายในกระเป๋ามีนาฬิกาข้อมือยี่ห้อไซโก 1 เรือน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง กล้องถ่ายรูปยี่ห้อโอลิมปิส 1 เครื่อง และเงินสดอีกจำนวนหนึ่งหลบหนีไป
จากนั้นห่างไปประมาณ 30 นาที เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุสภ.ฉลอง ก็ได้รับแจ้งจากนางลิตัว วาลิ (RITUA WALLI ) อายุ 42 ปี สัญชาติฟินแลนด์ ว่ามีคนร้ายเป็นชาวต่างชาติ คล้ายชาวยุโรป จำนวน 2 คน ได้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดตัดสายสะพายกระเป๋าแล้วชิงกระเป๋าของตนไป ภายในมีทรัพย์สินมีค่าหลายรายการ เมื่อคนร้ายได้กระเป๋าไปแล้ว ก็ได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางถนนปฎัก มุ่งหน้าไปทางหาดกะรน ต.กะรน ในระหว่างนั้น ด.ต.บุญลือ สามงามยา เจ้าหน้าที่จราจร สภ.ฉลอง ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุและเห็นคนร้ายซึ่งรูปพรรณสัณฐาน ตรงกับที่ศูนย์วิทยุแจ้งไว้ จึงได้เรียกพร้อมขอตรวจค้นพบ เจ้าหน้าที่พบสิ่งของจำนวนมากอยู่ที่รถของผู้ต้องสงสัยและในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิ่งของอยู่นั้น 1 ใน 2 ก็ได้วิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวพร้อมทั้งนำสิ่งของทั้งหมดที่ตรวจยึดเอาไว้ ส่งพนักงานสอบสวน ทราบชื่อคืนนายเจค บอเดส แต่ยังให้การปฎิเสธ ข้อกล่าวหา แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ให้ผู้เสียหายมาชี้ตัว และดูของกลาง ต่างก็ยืนยันว่าเป็น 1 ใน 2 ผู้ต้องหา และของกลางที่ยึดมาได้นั้นเป็นของผู้เสียหาย ทางเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สมาคมอสังหาฯจัดกอล์ฟการกุศล



เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 54 ที่บริษัทออโต้เอ็กซ์เพรส สาขาภูเก็ต ถนนเฉลิมพระเกียรติ (บายพาส) ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายธนันท์ ตัณฑ์ไพบูลย์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต เป็นประธานแถลงข่าวการจัดกอล์ฟการกุศล PREA CHARITY GOLF 2011 โดยมีนายสัจจพล ทองสม อุปนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต นางศักดิ์ศรี เกิดผล นายมนต์ทวี หงษ์หยก และกรรมการบริหารสมาคมอสังริมทรัพย์ พร้อมด้วยสื่อมวลชมเข้าร่วมกันจำนวนมาก

ทั้งนี้นายธนันท์ กล่าวว่า ทางสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ได้ร่วมมือกับบริษัทออโต้เอ็กซ์เพรส จำกัด จัดกอล์ฟการกุศลในรายการ “ PREA CHARITY GOLF 2011” ขึ้น วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม 2554 ที่ สนามกอล์ฟ ล็อคปาล์มกอล์ฟคลับ เพื่อจัดหารายได้ซื้ออุปกรณ์กีฬามอบให้แก่โรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ภูเก็ต เช่น โรงเรียนบ้านเกาะมะพร้าว โรงเรียนบ้านป่าคลองชีพ และโรงเรียนวัดเก็ตโฮ เป็นต้น และเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ ภูเก็ต รวมทั้งหารายได้สมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
โดยประเภทการแข่งขันแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ประเภททีม 4 คน ค่าสมัครทีรมละ 12,000 บาท และประเภทบุคคล ค่าสมัครคนละ 3,000 บาท โดยจะรับสมัครทั้งหมด 36 ทีม และในงานจะมีการประมูลสิ่งของเพื่อสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้จากการจัดการแข่งขันไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท โดยทีมและบุคคลชนะเลิศจะได้รับถ้วยเกียรติยศ และรางวัล Hole in one หลุม 16 จะได้รับรถโตโยต้ายาริส 1 คัน ทั้งนี้ทีมที่สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่สมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต โทร. 086 – 4714874 081 – 8929208 และ081 – 7194995


อบจ.ภูเก็ต ส่งเรือยางช่วยผู้ประสบอุทกภัย



 
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2554 ที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่จากศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว อบจ.ภูเก็ต ได้ร่วมนำเรือยางท้องแบนเพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ภาคกลาง ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร
นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ ซึ่งพี่น้องชาวภูเก็ตได้ช่วยกันบริจาคสิ่งของแล้ว ยังมีจิตอาสามากมายหลายหน่วยงานที่ร่วมกันเป็นอาสาสมัคร ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งถือเป็นความร่วมมือของคนทั้งจังหวัดภูเก็ตที่มีจิตอาสา ในส่วนของอบจ.ภูเก็ต ได้นำเรือยางท้องแบน ส่งไปยังศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร โดยมอบให้กับกองทัพภาคที่ 1 เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งคาดว่าเรือยางที่ส่งไปนี้ จะสามารถช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยได้ไม่น้อย


อันดามันทำแผนแม่บทท่องเที่ยวและการค้า



เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2554 ที่ห้องจามจุรี 2 โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน นายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ครั้งที่ 1 โครงการศึกษาเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวและการค้าทางทะเลกลุ่มอันดามัน ซึ่งทางสำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้ว่าจ้างบริษัทสแปน คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการจัดขึ้น เพื่อนำเสนอทิศทางและแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและเชื่อมโยงการท่องเที่ยวทางบก ทางทะเล และทางอากาศ รับฟังความเห็น ข้อเสนอแนะ และความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ รวมทั้งเพื่อรวบรวมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ เพื่อนำไปสรุปวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อจัดทำเป็นรายงานการศึกษาให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ผู้แทนจากภาครัฐเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่
นายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เนื่องจากความมีเอกลักษณ์ของพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งมีแนวเขตติดต่อเชื่อมโยงกันในอันดามันทั้ง 5 จังหวัด (ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่และตรัง) มีเกาะแก่ง และแหล่งทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดในประเทศ มีการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับทะเลมากมาย รวมทั้งยังได้มีการกำหนดวิสัยทัศน์เพื่อการพัฒนากลุ่มจังหวัดให้เป็นศูนย์การท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก ประตูเชื่อมสู่เศรษฐกิจนานาชาติ แต่จากข้อมูลทางการคมนาคมพบว่ายังไม่มีการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวทางทะเลอย่างเป็นระบบแต่อย่างใด ทำให้ขาดโอกาสในการใช้ศักยภาพในการท่องเที่ยวทางทะเลอย่างเต็มที่
ดังนั้นเพื่อตอบสนองทั้งการเดินทางคมนาคม การท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้า จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดให้มีการศึกษาเพื่อทำแผนแม่บทการพัฒนาของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันให้ครอบคลุมในทุกประเด็นของการพัฒนาการท่องเที่ยว แนวโน้มการพัฒนา ทิศทางและความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวของกลุ่มอันดามันในอนาคต รวมทั้งการแก้ไขปัญหาและประเด็นการเสนอแนะรูปแบบการเชื่อมโยงและเส้นทางการท่องเที่ยวในกลุ่มอันดามันที่มีศักยภาพการพัฒนา เพื่อการลงทุนและขยาย รวมถึงข้อเสนอแนะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับความเจริญเติบโตด้านการท่องเที่ยว และทำให้มีการสร้างสรรค์เส้นทางแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงพอ มีการจัดการด้านความสะดวกและปลอดภัยอย่างมีมาตรฐานสากล นายประเจียดกล่าว
ขณะที่ รศ.ชูวิทย์ สุจฉายา ผู้จัดการโครงการฯ กล่าวว่า จากการศึกษาศักยภาพ ปัญหา และข้อจำกัดของพื้นที่ สามารถแบ่งกลุ่มแนวทางการเชื่อมโยงในเชิงพื้นที่ ได้ 3 กลุ่ม คือ อันดามันตอนเหนือ ได้แก่ จ.ระนอง อันดามันตอนกลาง ได้แก่ จ.พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อันดามันตอนล่าง ได้แก่ จ.ตรัง
ทั้งนี้ทิศทางและแนวทางการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดอันดามัน แบ่งเป็นอันดามันตอนเหนือซึ่งได้แก่ จ.ระนอง ซึ่งจะต้องมีการพัฒนาเส้นทางการคมนาคมขนส่งจากภูเก็ตสู่ระนอง และชุมพร-ระนอง ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก อาทิ Medical holiday and vacation หรือรองรับนักท่องเที่ยวสูงอายุ เช่น Andaman Golden Package เป็นต้น ส่งเสริมสายการบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ระนอง และเพิ่มสายการบินขนาดเล็ก ภูเก็ต-ระนอง ส่งเสริมการท่องเที่ยวระนอง-มะริด ส่วนอันดามันตอนกลาง ได้แก่ พังงา ภูเก็ตและกระบี่นั้น จะต้องส่งเสริมศูนย์กลางการเดินทางโดยทางอากาศภูเก็ต-กระบี่ สร้างความสะดวกการเดินทางในเขตเมืองภูเก็ต และเชื่อมโยงการเดินทางคมนาคมทางบกไปสู่พังงา (อ่าวพังงา) โดยใช้เส้นทางเดิม และการพัฒนาการเดินทางท่องเที่ยวโดยเรือขนาดเล็กในบริเวณอ่าวพังงา เพิ่มพื้นที่จอดรถสาธารณะ พัฒนาเส้นทางคมนาคมทางบกสู่แหล่งท่องเที่ยว พัฒนาท่าเรือขนส่งและท่าเรือท่องเที่ยวภายในจังหวัด รวมทั้งจาก จ.กระบี่ จะต้องมีการพัฒนาการเชื่อมโยงทางเรือ จาก จ.กระบี่ สู่เกาะพีพีและเกาะภูเก็ต ส่งเสริมการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสำหรับสินค้าที่มีน้ำหนักมาก เช่นวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น มายัง จ.ภูเก็ต ขณะที่อันดามันตอนล่าง ได้แก่ จ.ตรัง ซึ่งจะต้องส่งเสริมการเดินทางด้วยเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ตรัง การพัฒนาและส่งเสริมการเชื่อมโยงการเดินทางออกสู่ทะเลน้อย จ.พัทลุง พัฒนาเส้นทางการเชื่อมโยงทางน้ำระหว่างเกาะภายในจังหวัด รวมถึงพัฒนาท่าเรือขนส่งและท่าเรือท่องเที่ยวภายในจังหวัด



รถทัวร์แหกโค้งลงไหล่ทางเขาป่าตอง


เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2554 พ.ต.ต.ประเทือง ผลมานะ สารวัตรเวรสภ.กะทู้ อ.กะทู้ ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ได้เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์รับผู้โดยสาร เสียหลักพุ่งลงข้างทาง บริเวณทางขึ้น ลง เขาป่าตอง ถ.บารมี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ภูเก็ต โดยภายในรถมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ขอให้ประสานหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบให้การช่วยเหลือเป็นการด่วน
หลังรับแจ้งก็ได้ประสานไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบ พร้อมทั้งรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยพ.ต.อ.อารยะพันธ์ พุกบัวขาว ผกก.สภ.กะทู้ พ.ต.ท.นิกร จำนง สวป. นายชัยรัตน์ สุขบาล รองนายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองป่าตอง เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรม ภูเก็ต เจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย เจ้าหน้าที่พยาบาลและหน่วยกู้ชีพรพ.ป่าตอง
ที่เกิดเหตุเป็นถนนสายหลักที่จะเดินทางเข้า – ออกพื้นที่ป่าตอง ทำให้รถที่จะเดินทางเข้าออกป่าตองติดเป็นระยะทางยาวกว่ากิโล เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายรถที่ติดเป็นทางยาวนั้นออก เพื่อให้รถพยาบาลและรถกู้ชีพเข้าไปยังบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งใช้เชือกกั้นบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปบริเวณที่เกิดเหตุ โดยที่เกิดเหตุพบรถบัสโดยสารสีชมพู แทบขาวของบริษัท เจ สยามฮอลิเดย์ ภูเก็ต จำกัด หมายเลขทะเบียน 30-3375 ภูเก็ต เสียหลักแหกโค้งบริเวณทางลงเขาป่าตอง ก่อนถึงวัดสุวรรณคีรีวงศ์ อำเภอกะทู้ ตกลงไประหว่างไหล่เขา กับสถานที่กำลังก่อสร้าง ติดค้างอยู่
โดยบริเวณด้านหน้ารถได้ชนเข้ากับตัวอาคารที่กำลังก่อสร้างได้รับความเสียหายยับเยิน ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงได้ช่วยกันทุบกระจกรถ เพื่อช่วยกันนำร่างนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บที่ติดอยู่ภายในรถออกมา โดยในเบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณแขน ขา จำนวนประมาณ 5 ราย นอกจากนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่พยาบาลและเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนที่จะนำส่งรพ.ป่าตอง เพื่อให้แพทย์และพยาบาลได้ทำการรักษาตัวต่อไป
ทั้งนี้พ.ต.อ.อารยะพันธ์ พุกบัวขาว ผกก.สภ.กะทู้ ได้กล่าวว่า จากการสอบถามเบื้องต้นก็ทราบว่า รถทัวร์คันดังกล่าว ได้เดินทางไปรับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย จำนวน 37 คน จากสนามบินภูเก็ต โดยมีไกค์จำนวน 2 คน คนขับรถ และเด็กรถ เพื่อนำนทท.ทั้งหมดเข้าเช็คอินเข้าพักที่โรงแรม ดวงจิต รีสอร์ท ต.ป่าตอง กะทู้ ภูเก็ต โดยรถทัวร์คันดังกล่าวมุ่งหน้าจากสนามบิน ไปยังป่าตอง โดยรถได้ขึ้นเขาป่าตองซึ่งเป็นถนนที่ลาดชันมาได้ด้วยดี จนกระทั่งในช่วงขาลง ก่อนที่จะถึงถนนทางเรียบประมาณ 200 เมตร โดยบริเวณดังกล่าวเป็นโค้งหักศอก คนขับรถไม่สามารถบังคับรถให้เข้าตามโค้งได้ จึงแหกโค้งพุ่งชนเสาบ้านที่กำลังก่อสร้างอยู่ตกลงไปในไหล่เขา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ควบคุมตัวพนักงานขับรถคันดักงล่าวไว้สอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป