พ.ต.อ.นพ.โสภณ กฤษณะรังสรรค์ ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจ และประธานคณะกรรมการมาตรฐานการช่วยชีวิต สมาคมแพทย์โรคหัวใจ แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยพยาบาลและเจ้าหน้าที่จากศูนย์หัวใจ รพ.กรุงเทพภูเก็ต จัดฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานผู้ป่วยหยุดหายใจให้แก่นักเรียนโรงเรียนสตรีภูเก็ต ในโครงการฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 ที่ผ่านมา การจัดฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แก่หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ในท้องถิ่น ถือเป็นกิจกรรมดีๆ ที่รพ.กรุงเทพภูเก็ตได้จัดขึ้นตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่ผ่านมา เพื่อปรารถนาให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีสุขภาพดีไปด้วยกัน
จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ
วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ทีโอโทภูเก็ตรุกตลาด Fiber 2U
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2553 ที่โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน นางอภิรดี อาษาพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายโทรศัพท์ภาคใต้ที่ 4.2 บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดสัมมนา การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับองค์กร ซึ่งทาง บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ส่วนบริการลูกค้าจังหวัดภูเก็ต จัดขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับองค์กร เพื่อให้องค์กรปรับประยุกต์การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายของลูกค้า มีกลุ่มราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารธุรกิจโรงแรม และสถานประกอบการให้ความสนใจร่วมเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ภายในงานยังจัดให้มีการแสดงสินค้า การสาธิตการทำงานจริงด้วย ICT Solution การลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการในองค์กร เมื่อนำโซลูชั่นไปใช้ในกิจการ การนำเทคโนโลยีระบบโทรศัพท์ไอพี (IP Phone) มาทดแทนระบบโทรศัพท์แบบเดิมๆ ด้วย
นางอภิรดี อาษาพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายโทรศัพท์ภาคใต้ที่ 4.2 บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบริการของทีโอทีในภูเก็ตปัจจุบันสามารถที่จะตอบสนองลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ด้วยระบบพื้นฐานด้านการสื่อสารที่แข็งแรง โดยได้มีการวางโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกรอบเกาะ สามารถรองรับบริการใหม่ๆ ที่มีความเร็วสูง เหมาะกับกลุ่มสูงค้าที่ต้องการใช้งานระบบความเร็วสูง เช่น การถ่ายทอดโทรทัศน์ การประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยวผ่านทางเวปไซต์ โดยเฉพาะระบบ Fiber 2U ซึ่งให้ความเร็วสูงถึง 100 เมกกะบิต นอกจากนี้ยังมีการบริการ E-Conference ส่วนการให้บริการระบบไวไฟสาธารณะ เช่น บริเวณชายหาดป่าตอง เป็นต้น และในพื้นที่ต่างๆ ที่มีการแสดงความจำนงเข้ามาไม่ว่าจะโรงแรมที่พักหรือกลุ่มธุรกิจต่างๆ ซึ่งสำหรับภาคใต้ก็มีความร่วมมือกับท้องถิ่นต่างๆ ในการให้บริการครอบคลุมแล้วทุกจังหวัด มากน้อยขึ้นอยู่กับความต้องการของท้องถิ่นนั้น ซึ่งได้รับการตอบรับค่อนข้างดีมาก แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเตรียมสถานที่ของท้องถิ่นด้วย
นายชาญวิศว์ บรรจงการ โทรศัพท์จังหวัดภูเก็ต บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือทีโอที กล่าวว่า จากแนวโน้มของพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตที่ต้องการความเร็วสูงเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เมกกะบิตขึ้น ในส่วนของทีโอทีก็ได้มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ TOT Fiber 2U ซึ่งใช้เทคโนโลยี Fiber To The Home ซึ่งเป็นการปฎิวัติระบบการสื่อสารทางสายโดยใช้เคเบิลใยแก้วนำแสง (Optical Fiber Cabel) ให้บริการลูกค้าถึงบ้าน ทดแทนสายเคเบิลทองแดงซึ่งใช้งานมานาน ด้วยประสิทธิภาพของเส้นเคเบิลใยแก้วสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้ถึง 100 เมกกะบิต โดยมีระยะการให้บริการที่ 20 กิโลเมตรรอบชุมสายโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่ ซึ่งในภูเก็ตได้ติดตั้งจำนวน 3 ชุมสาย คือ ชุมสายภูเก็ต ชุมสายถลางและชุมสายป่าตอง ทำให้สามารถรองรับลูกค้าได้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งเกาะภูเก็ต
“ปัจจุบันลูกค้าในกลุ่ม Fiber 2U มีประมาณ 1,500 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจโรงแรม เหตุที่ยังมีจำนวนไม่มากนัก เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัวได้ไม่นาน โดยมีความพร้อมของอุปกรณ์ในการให้บริการได้ถึง 30,000 ราย ซึ่งในปี 2553 ตั้งเป้าหมายว่าจะมีลูกค้าให้ได้ถึง 3,000 ราย ซึ่งขณะนี้ทำได้ไปแล้วประมาณ 40% ของเป้าหมายที่วางไว้”
นายชาญวิศว์ กล่าวว่า ปัจจุบันลูกค้าในกลุ่ม ADSL มีจำนวน 50,000 พอร์ต และปีนี้จะเพิ่มบริการ IPTV iระบบ IP Phone ซึ่งมีต้นทุนค่าใช้จ่ายต่ำ ส่วนลูกค้าโทรศัพท์พื้นฐานมีประมาณ 70,000 ราย ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการมีอัตราเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ผ่านไปแล้ว 6 เดือนมีรายได้โตกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาประมาณ 13 % ซึ่งสวนกับกระแสเศรษฐกิจ คาดว่าทั้งปีจะมีรายได้รวมประมาณ 500- 600 ล้านบาท ซึ่งโตกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 10
นายชาญวิศว์ กล่าวด้วยว่า ความร่วมมือกับท้องถิ่นในการจัดบริการไวไฟสาธารณะนั้น นอกจากในส่วนของป่าตองแล้ว ยังได้ร่วมกับทางเทศบาลตำบลวิชิต และอยู่ระหว่างเจรจากับทางเทศบาลตำบลราไวย์ในการไปให้บริการบริเวณหาดในหาน รวมทั้งยังมีความร่วมมือกับเทศบาลนครภูเก็ตนำสายเคเบิลงดินในเขตย่านเมืองเก่า ซึ่งได้รับงบประมาณในระยะที่ 2 แล้วจำนวน 8 ล้านบาทเศษ และยังมีในพื้นที่เทศบาลตำบลกะรนในการนำสายเคเบิลลงดินด้วย
แก้ปัญหาจราจรแยกโลตัสและไทนาน
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2553 ที่โรงแรมเมโทรโพล ภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา ครั้งที่ 3 (ปัจฉิมนิเทศโครงการ) การสำรวจและออกแบบรายละเอียด โครงการทางแยกต่างระดับแก้ปัญหาจราจร บริเวณทางแยกในตัวเมืองภูเก็ต ซึ่งทางกรมทางหลวงร่วมกับกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท ไทยเอนยิเนียริ่งคอนซัลแตนทส์ จำกัด กับบริษัท ที อี ซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็น
นายเกษม ศรีวรานันท์ ผู้อำนวยการสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากการที่ได้มีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา ทำการสำรวจและออกแบบรายละเอียด โครงการทางแยกต่างระดับแก้ปัญหาจราจร บริเวณทางแยกในตัวเมืองภูเก็ต โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งผลการศึกษาได้ข้อสรุปว่า บริเวณแยกไทนาน จะต้องสร้างอุโมงค์ตามแนวทางหลวงหมายเลข 402 (บายพาส) จำนวน 4 ช่องทางจราจร 2 ทิศทาง โดยมีจุดเริ่มต้นที่กม.7+357 ถึงกม.8+170 ระยะทางประมาณ 813 เมตร และจะมีการเปิดช่องจราจร 2 ช่อง ในฝั่งที่มีการจราจรหนาแน่นในช่วงเช้าและช่วงเย็น และสลับช่องจราจร ส่วนของถนนจากโรงเรียนดาราสมุทรไปยังกะทู้นั้นจะเป็นถนนระดับพื้น 4 ช่องจราจร 2 ทิศทาง
ส่วนบริเวณแยกโลตัส จะสร้างเป็นอุโมงค์บนแนวถนนทางหลวงหมายเลข 402 (พาสบาย) 4 ช่องจราจร 2 ทิศทาง มีจุดเริ่มต้นที่กม. 5+365 ถึง กม.6+334 ระยะทางประมาณ 969 เมตร และมีสะพานบนถนนเยาวราช จำนวน 2 ช่องจราจร 2 ทิศทาง มีจุดเริ่มต้นที่กม.1+968 ถึง กม.2+585 เป็นระยะทางประมาณ 599 เมตร
“การรับฟังความเห็นครั้งนี้ เป็นการนำเสนอครั้งสุดท้าย จากนั้นจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ในการออกแบบรายละเอียดทั้งหมด เพื่อเสนอของบประมาณ เนื่องจากโครงการดังกล่าวได้บรรจุไว้ในแผนแม่บทการพัฒนาทางหลวงระยะ 10 ปี (2550-2559) ซึ่งจากข้อสรุปเลือกแนวทางดังกล่าว คาดว่าจะใช้งบประมาณก่อสร้างในเบื้องต้นในการก่อสร้างอุโมงค์และสะพานทั้งสองทางแยก รวมจำนวนประมาณ 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็นอุโมงค์สี่แยกโลตัสจำนวน 700 ล้านบาท ขณะที่สะพานถนนเยาวราช 250 ล้านบาท ส่วนของสี่แยกไทนานเป็นอุโมงค์ใช้งบประมาณ 600 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะใช้งบประมาณส่วนไหน ทั้งนี้จะต้องนำโครงการดังกล่าวไปจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนเปรียบเทียบกับโครงการอื่นๆ ที่มีการนำเสนอเข้ามาร่วมด้วย”
นายเกษม กล่าวด้วยว่า จากการพิจารณาคิดว่าน่าจะดำเนินการในส่วนของสี่แยกไทนานก่อน เนื่องจากเป็นส่วนที่ทางจังหวัดภูเก็ตเสนอความจำเป็นเร่งด่วนให้ทางกรมทางหลวงพิจารณาแก้ไข ส่วนกรณีของแยกโลตัสนเมื่อมีงบประมาณก็สามารถประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้างได้เลย เพราะได้ศึกษาเผื่อไว้สำหรับการเติบโตของการจราจรในอนาคตด้วย และเป็นแบบที่มีการรับฟังความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากจะต้องมีการสร้างสะพานด้วย ซึ่งในส่วนนี้จะให้ความสำคัญของแบบที่ออกมาจะต้องสอดคล้องกับสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของภูเก็ต นั่นคือ ชิโนโปรตุกิส
วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
งานวันเกษตร อบต.เชิงทะเล
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 ที่บริเวณหลังศูนย์การค้าเทสโก้ โลตัส สาขาเชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงาน วันเกษตรกร อบต.เชิงทะเล ครั้งที่ 6 ประจำปี 2553 ซึ่งทาง อบต.เชิงทะเลจัดขึ้น โดยมีนายสรธรรม จินดา รองนายก อบจ.ภูเก็ต นายนิยม ทัศนีย์ทิพากร ผู้ช่วยอาวุโสรองประธานกรรมการ บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด สมาชิกสภาฯ พนักงาน ข้าราชการ อบต.เชิงทะเล ตลอดจนประชาชนในชุมชนต่างๆ และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ก่อนมีพิธีเปิดงานได้มีขบวนแห่ของชุมชนและผู้ประกอบการภาคเอกชนต่างๆ ซึ่งงานจะจัดไปจนถึงวันที่ 7 กรกฎาคมนี้
ทั้งนี้นายมาโนช พันธุ์ฉลาด นายก อบต.เชิงทะเล กล่าวว่า การจัดงานวันเกษตรกร อบต.เชิงทะเลนับเป็นครั้งที่ 6 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพทางด้านการเกษตรของตำบลเชิงทะเล ทั้งด้านคุณภาพและปริมาณของผลผลิตให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังได้นำแนวทางการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่นำไปเป็นแนวทางการปฏิบัติ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว
“แม้ว่าภูเก็ตจะมีชื่อเสียงในเรื่องของการท่องเที่ยว แต่เราก็จะต้องไม่ลืมวิถีดั้งเดิม นั่นคือ การทำเกษตร เพราะยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังคงรักษาไว้ซึ่งอาชีพเก่าแก่ดั้งกล่าว ด้วยเชื่อว่าเงินตรา คือ มายา แต่ข้าวปลาคือของจริง โดยยึดแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีพ รวมถึงการดูและรักษาพื้นที่ในการทำเกษตร”
นายมาโนช กล่าวด้วยว่า พื้นที่ทำเกษตรของตำบลเชิงทะเลมีทั้งการทำนาและการทำสวนผลไม้ เช่น สวนลองกอง สวนทุเรียน สวนมังคุด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการทำสวนยางพารา และเกษตรกรกลุ่มเลี้ยงสัตว์ เช่น ควาย แพะ เป็ดเทศ เป็นต้น โดยในพื้นที่ตำบลเชิงทะเลยังมีประชากรที่ไม่เข้าสู่การประกอบธุรกิจท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และยังคงยึดมั่นในการทำการเกษตรซึ่งมีประมาณ 40 % ของพื้นที่
สำหรับกิจกรรมภายในงานมีมากมาย โดยในภาคกลาง จัดให้มีการประกวดสัตว์เลี้ยงต่างๆ เช่น แพะ ควาย เป็ดเทศ เป็นต้น ประกวดผลิตผลทางการเกษตร เช่น สะตอ จำปาดะ กล้วย ทุเรียนพื้นบ้าน ส้มแขก มะพร้าวเป็นต้น การแข่งขันประกอบอาหารพื้นบ้าน การจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรและสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ส่วนภาคกลางคืน มีการประกวดหนูน้อยแฟนตาซี การแสดงดนตรีจากกลุ่มเยาวชนและศิลปินชื่อดัง
อบจ.ภูเก็ตจัดงบ 10 ล้านบาทจ้างบีชการ์ด
นายสรธรรม จินดา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ในช่วงมรสุมตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 ถึง เดือนกุมภาพันธ์ 2554 ทาง อบจ. ภูเก็ต ได้จัดงบประมาณ 10 ล้านบาท ในการจ้างบีชการ์ด เพื่อดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว โดยดำเนินงานใน 7 พื้นที่ คือ ต.ราไวย์ หาดในหาน หาดยะนุ้ย ต. กะรน หาดกะตะ กะรน และหาดกะตะน้อย ต. ป่าตอง หาดป่าตอง ต. กมลา หาดกมลา หาดแหลมสิงห์ ต. เชิงทะเล อ่าวบางเทา หาดเลพัง หาดสุรินทร์ ต. สาคู หาดในยาง หาดในทอน และตำบลไม้ขาว หาดไม้ขาว
อย่างไรก็ตามการปฏิบัติงานของบีชการ์ด จำนวน 83 คน ได้กระจายไปทุกหาด โดยบีชการ์ดต้องปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา 09.00 – 19.00 น. ทุกวัน ซึ่งแต่ละคนต้องการผ่านการฝึกอบรม การช่วยเหลือจากชมรมไลฟ์การ์ดจังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้ภารกิจของบีชการ์ด มีหน้าที่เตือนนักท่องเที่ยว ไม่ให้เล่นน้ำโดยการเตือน จะเตือนด้วยวาจา การเตือนด้วย ป้ายทั้งภาษาไทยและอังกฤษ การใช้ธงในการเตือน ธงเหลืองแดง เป็นสัญลักษณ์ให้ระมัดระวังในการเล่นน้ำ ธงแดง ห้ามเล่มน้ำโดยเด็ดขาด นอกจากนี้บีชการ์ด ยังมีภารกิจช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจากการประสบอุบัติเหตุต่าง ๆ ด้วย ไม่ว่าจากเจ็ตสกี แมงกะพรุน ซึ่งจะมีการให้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนประสานท้องถิ่น มูลนิธินำส่งโรงพยาบาลรวมถึงทาง อบจ. ภูเก็ต ยังได้ร่วมมือกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวในห้องพักด้วย
รองนายก อบจ. ภูเก็ต กล่าวในช่วงท้ายว่า ปัญหาอุปสรรคการปฏิบัติงานของบีชการ์ดส่วนใหญ่เกิดจากการไปห้ามนักท่องเที่ยว แล้วไม่เชื่อฟัง ทำให้เกิดเหตุจมน้ำได้ ที่สำคัญท้องถิ่นไม่มีกฎหมายในการห้าม ซึ่งการดำเนินงานมา 3 เดือน ผลเป็นที่น่าพอใจ มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตเพียง 1 ราย ช่วยเหลือได้กว่า 10 ราย และในอนาคต ทาง อบจ. ภูเก็ตเองจะจัดให้มีการฝึกอบรมบุคคลทั่วไป เรื่องไลฟ์การ์ด เพื่อให้ความรู้ในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญคือตำรวจน้ำมาเป็นวิทยากรให้
ภูเก็ตบังคับใช้กฎหมายผู้ซ้อนท้าย
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 ที่บริเวณด้านหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์รณรงค์สวมหมวกนิรภัย ตามโครงการรณรงค์สวมหมวกนิรภัยในเขตเทศบาลนครภูเก็ต 100 % โดยมีรถจักรยานยนต์ร่วมขบวนรณรงค์ จำนวน 2,000 คัน และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 4,000 คน โดยสวมใส่หมวกนิรภัยทั้งคนขับและซ้อนท้าย ประกอบด้วย วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต โรงเรียนภูเก็ตเทคโนโลยี โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต ข้าราชการตำรวจ โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย ชมรมรถเวสป้า ช็อปเปอร์ ห้างสรรพสิน พ่อค้าประชาชนทั่วไป และรถจักรยานยนต์รับจ้าง ทั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากนายเรวัต อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงษ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต นายสุพาทน์ สุชาตานนท์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดภูเก็ต นายสรธรรม จินดา รองนายก อบจ.ภูเก็ต ตลอดจนตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาต่างๆ ร่วม ซึ่งในขณะมีการปล่อยขบวนรถรณรงค์มีฝนตกอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้จากการสังเกตผู้ใช้รถจักรยานยนต์บนท้องถนนทั่วไปส่วนหนึ่งหันมาให้ความสำคัญในการสวมหมวกนิรภัยทั้งคนขับและคนซ้อนท้ายมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการรณรงค์มาแล้วประมาณ 2 เดือน
สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อปลูกฝังให้ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครภูเก็ต ตระหนักถึงความปลอดภัยบนท้องถนน ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุจราจร โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรถจักรยานยนต์ เพื่อปลูกฝังวินัยจราจร ปลุกจิตสำนึกและค่านิยมที่ถูกต้องแก่ผู้ขับขี่ ผู้โดยสารหรือผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะเด็กนักเรียนนักศึกษา ครูอาจารย์และปกครอง กลุ่มผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์สาธารณะและผู้โดยสาร ตลอดจนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปที่ใช้รถจักรยานยนต์ ให้คำนึงถึงความปลอดภัยและปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด รวมทั้งเพื่อเป็นพื้นที่นำร่องของตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการสวมหมวกนิรภัยของผู้โดยสารหรือผู้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์
พ.ต.อ.วันชัย เอกพรพิชญ์ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต กล่าวว่า ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้ามาเป็นจำนวนมาก ปัญหาการจราจรก็เพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว การควบคุมดูแลแก้ไขปัญหาด้านการจราจรให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวเกิดความปลอดภัยในขณะที่การใช้รถใช้ถนนก็มีความยุ่งยากมากขึ้น จำนวนยานพาหนะที่มีรถรวมทุกประเภท 297,645 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถจักรยานยนต์ จำนวน 208,183 คัน เฉลี่ยประชากร 1 คน ต่อรถ 1 คัน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในประเทศ
ทั้งนี้จากสถิติเกิดอุบัติเหตุ พบว่าภูเก็ตมีอัตราการบาดเจ็บและตายจากอุบัติเหตุจราจรสูงติดอันดับ 1 – 5 ของประเทศมาเป็นเวลาหลายปี โดยมีผู้บาดเจ็บ 33 – 35 คน/วัน และเสียชีวิต 15 – 16 คน/เดือน ซึ่งในการเสียชีวิตดังกล่าวเทียบได้กับนักเรียนปีละ 4 ห้องเรียน หรือประมาณ 200 คน คิดเป็นการเสียชีวิต 66.58 คนต่อประชากรแสนคน คิดเป็นมูลค่าเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณปีละ 1,355 – 1,492 ล้านบาท หรือประมาณวันละ 3.7 – 4 ล้านบาท ซึ่งอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับรถจักรยานยนต์ พ.ต.อ.วันชัย กล่าวและว่า สำหรับในระยะแรกของการบังคับใช้กฎหมายจะให้ผู้ที่ถูกดำเนินคดีดูวีดีโอเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเวลา 1 ชั่วโมงแทนเงินค่าปรับ เพื่อกระตุ้นจิตสำนึก
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชในพระราชดำริ
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2553 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมเพื่อประสานการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วม
สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญ มีการพิจารณา กรอบการดำเนินงานโครงการระยะ 5 ปี ผลการดำเนินงานโครงการ กิจกรรมดำเนินงานโครงการ และพิจารณาการเข้าร่วมสนองพระราชดำริ ของส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
นายธีระยุทธ กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตได้รับพระราชานุญาตสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ให้ร่วมสนองพระราชดำริฯ ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ระยะเวลา 5 ปี และจัดอยู่ในกลุ่มที่ 8 กลุ่มจังหวัดที่ร่วมสนองพระราชดำริ ซึ่งผลการดำเนินงานโครงการระยะ 5 ปี ของจังหวัดภูเก็ต มีกิจกรรมปกปักษ์พันธุกรรมพืชจำนวน 3 แปลง กิจกรรมปลูกรักษาพันธุกรรมพืช ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดภูเก็ต จำนวน 50 ไร่ พืช 9 กลุ่ม
อย่างไรก็ตามในปีที่ 5 กิจกรรมหลักในการดำเนินงาน 5 กิจกรรมคือ กิจกรรมปกปักษ์พันธุกรรมพืช กิจกรรมสำรวจ เก็บรวบรวมพันธุกรรมพืช กิจกรรมปลูกรักษาพันธุกรรมพืช กิจกรรมข้อมูลพันธุกรรมพืช และกิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ส่วนการเข้าร่วมสนองพระราชดำริฯ ของส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้พิจารณากิจกรรมตามความเหมาะสม แล้วแจ้งให้สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดทราบถึงกิจกรรมพื้นที่เข้าร่วมโครงการ
ยธ.ติวเข้มบุคลากร 5 จังหวัดชายแดนใต้
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ต ซิตี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดสัมมนาโครงการคนยุติธรรมชายแดนใต้ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาสิทธิมนุษยชน และกระบวนการยุติธรรมเพื่อประชาชน ซึ่งทางสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานยุติธรรมจังหวัดชายแดนใต้ จัดขึ้นเพื่อพัฒนาบุคลากรประทรวงยุติธรรมใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สงขลาและสตูล) และบุคลากร กระทรวงยุติธรรม (ส่วนกลาง) ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานอย่างบูรณาการการทำงานร่วมกันในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพผู้ได้รับความเดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการยุติธรรม ด้วยความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง สอดคล้องกับสภาการณ์ อันจะนำไปสู่ความสัมฤทธิผลตามเป้าหมายที่กำหนด โดยมีนายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตให้การต้อนรับ ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงยุติธรรมจังหวัดภูเก็ต
พ.ต.ท.พงษ์ธร ธัญญสิริ ผู้อำนวยการ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ ได้สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยที่การอำนวยความยุติธรรมด้วยหลักนิติธรรมเป็นทางออกที่สำคัญของการยุติปัญหาความรุนแรงดังกล่าว กระทรวงยุติธรรมจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี และอำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกระทรวงยุติธรรม เพื่อกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี แนวทาง มาตรการในการบริหารจัดการและอำนวยการเกี่ยวกับแผนปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ของกระทรวงยุติธรรม รวมทั้งกำหนดระเบียบปฏิบัติเพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนในด้านกฎหมาย การดำเนินคดี การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพผู้ได้รับความเดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรม ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการยุติธรรม
เนื่องจากบุคลากรเป็นกลไกสำคัญที่จะผลักดันนโยบายและแผนงาน/โครงการของกระทรวงยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด จึงจำเป็นต้องมีการสร้างความเข้าใจต่อนโยบายและบทบาทภารกิจของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม แนวปฏิบัติของคนทำงานชายแดนใต้ต่อขนบประเพณี วัฒนธรรม รวมทั้งวิถีชีวิตของพื้นที่ ตลอดจนปัญหา ข้อจำกัดในการปฏิบัติงานและแนวทางสิทธิมนุษยชนและกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งมีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ และกระบวนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยแนวทางสันติวิธี เพื่อขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงยุติธรรม ที่ว่า เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาสิทธิมนุษยชนและกระบวนการยุติธรรมเพื่อประชาชน พ.ต.ท.พงษ์ธร กล่าว
ฉก.ผวจ.ภูเก็ตรวบผู้ค่ายาไอซ์ 200 กรัม
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 53 ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.โกมล วัตรากรณ์ รอง.ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต นายวิโรจน์ สุวรรณวงศ์ ป้องกันจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตชด.425 ตะกั่วป่า และชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายอาทิตย์ ปิยะพันธ์ อายุ 28 ปี นายชัชวาล มั่งคง อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์ น้ำหนัก 200 กรัม โทรศัพท์มือถือจำนวน 4 เครื่อง โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณซอยอิ่มจิต ถ.เจ้าฟ้าตะวันออก ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง ภูเก็ต และต่อเนื่องที่ห้องพักหมายเลข 16 สวนหลวงเพลส ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง ภูเก็ต โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
ทั้งนี้นายวิชัย ได้กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 53 ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า นายทิต (ไม่ทราบชื่อ นามสกุลจริง) ภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาไอซ์ หลังรับแจ้งจึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ได้วางแผนเพื่อทำการล่อซื้อ พร้อมทั้งให้สายล่อทำการโทรศัพท์เพื่อล่อซื้อยาไอซ์จำนวน 100 กรัม โดยมีการตกลงราคากันในราคา 230,000 บาท พร้อมทั้งได้มีการนัดหมายรับ – ส่งของกันที่บริเวณซอยอิ่มจิต ถ.เจ้าฟ้าตะวันออก ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง ภูเก็ต จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้จัดชุดจับกุมไปแอบซุ่มเพื่อสังเกตการณ์ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายทิตก็ได้เดินทางมาตามที่นัดหมาย จึงได้ให้สายเข้าไปรับของกลางพร้อมทั้งจ่ายเงิน เมื่อมีการรับส่งของแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้แสดงตัวและเข้าทำการจับกุม พร้อมทั้งตรวจค้นพบเงินตามจำนวนดังกล่าวอยู่ภายในตัวของนายทิต จากนั้นก็ได้ควบคุมตัวมาทำการสอบสวนทราบชื่อคือ นายอาทิตย์ ปิยะพันธ์ พร้อมทั้งนำตัวไปขยาย
และจากการขยายผลทราบว่านายอาทิตย์พักอยู่ห้องหมายเลข 16 สวนหลวงเพลส ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง ภูเก็ต จึงได้นำตัวไปตรวจค้นที่ห้องพัก ทางเจ้าหน้าที่พบนายชัชวาล มั่นคง อยู่ภายในห้อง จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการตรวจค้นภายในห้องพบ ยาไอซ์จำนวน 100 กรัมซุกซ้อมอยู่ใต้ลิ้นชักข้างเตียงนอนภายในห้องนอน จากนั้นก็ได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน โดยทั้ง 2 ได้ให้การรับสารภาพว่ารับจากขนยาไอซ์จากภาคกลาง มาให้ลูกค้าในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ในราคา 70,000 บาท แต่มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ในครั้งนี้
ทต.กะรนปรับแต่งภูมิทัศน์ เสริมท่องเที่ยวโต
นายทวี ทองแช่ม นายกเทศมนตรีตำบลกะรน กล่าวว่า จากการเติบโตของการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอาจจะมีการชะลอตัวไปบ้างในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจของยุโรป และปัญหาทางการเมืองในประเทศ ประกอบกับในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้เข้าสู่โลว์ซีซันซึ่งนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาน้อยอยู่แล้ว
“ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อัตราการเข้าพักของนักท่องเที่ยวบริเวณชายหาดกะตะกะรนภาพรวมอยู่ที่ประมาณ 60-70% ขณะที่บางส่วนโรงแรมมีอัตราการเข้าพักประมาณ 80-90% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการทำตลาดของแต่ละโรงแรม ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มสแกนดิเนเวียและรัสเซีย แต่หลังจากนั้นอัตราการเข้าพักก็เริ่มลดน้อยลง แต่ก็ยังดีกว่าหลายๆ พื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวในลักษณะเดียวกัน”
นายทวี กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันห้องพักทั้งหมดในพื้นที่กะตะกะรนมีจำนวนรวมประมาณ 12,000 ห้อง นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการขออนุญาตและก่อสร้างอีกประมาณ 1,000-2,000 ห้อง รวมเม็ดเงินการลงทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งการลงทุนของกลุ่มทุนซึ่งเป็นคนในพื้นที่ กลุ่มทุนต่างจังหวัด และการร่วมทุนระหว่างคนไทยกับต่างชาติ
นายทวี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า จากการเติบโตและขยายตัวของการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของเทศบาลฯ ได้มีการจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น คลองบางลา สวนสาธารณหนองหาน เป็นต้น เพื่อให้เป็นสวนสาธารณะและออกกำลังกายสำหรับคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวในการใช้เป็นสถานที่ในการพักผ่อน รวมทั้งเป็นพื้นที่สีเขียวด้วย นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาบุคลากรทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่เทศบาลและอาสาสมัคร เพื่อนำมาช่วยในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมทั้งการติดตั้งกล้องวงจรปิด ซึ่งจะทำให้มีความเชื่อมั่นในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายทวี กล่าวในต้อนท้ายว่า ด้วยการท่องเที่ยวที่ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นในปีงบประมาณ 2553 คาดว่าทางเทศบาลฯ จะสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มมากขึ้นจากปีงบประมาณ 2552 ซึ่งจัดเก็บได้ 120 ล้านบาท เนื่องจากจำนวนห้องพักที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
























