จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ดึงต่างชาติจัดทำแผนจัดการพื้นที่ชายฝั่งทะเล


เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 54 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายศักดิ์อนันต์ ปลาทอง อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา นำนักวิชาการต่างประเทศ ผู้จัดทำโครงการจัดการระบบนิเวศน์ทางทะเลอ่าวเบงกอล ( BOBLME) ชี้แจงการดำเนินโครงการฯ แก่ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดภูเก็ต เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การจัดการพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน สนับสนุนระบบนิเวศทางทะเลในอ่าวเบงกอล ที่มีอาณาเขตครอบคลุม 8 ประเทศ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย เมียนมาร์ บังคลาเทศ อินเดีย ศรีลังกา และมัลดีฟส์ รวมเนื้อที่ 6.2 ล้านตารางกิโลเมตร เป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะ 4.3 ล้านตารางกิโลเมตร รวมความยาวชายฝั่งทะเล 14,000 กิโลเมตร และมีประชากรอาศัยรอบพื้นที่ชายฝั่งทะเลรวมกว่า 450 ล้านคน

นายศักดิ์อนันต์ กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลและสถานการณ์สิ่งแวดล้อมในอ่าวเบงกอล พบว่าทุกประเทศประสบปัญหาการทำประมงเกินศักยภาพการผลิต ปัญหาความเสื่อมโทรมของป่าชายเลน และปัญหามลภาวะจากแผ่นดิน จากเรือและคราบน้ำมัน โดยมีปัจจัยมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม การจัดการองค์กรและกฎระเบียบ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศโลก โดยปัญหาที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบร่วมกันทั้งระดับโลกและระดับพรมแดน ขณะที่บางปัญหาเกิดขึ้นระหว่างสองประเทศ

“โครงการจัดการระบบนิเวศน์ทางทะเลอ่าวเบงกอล ทุกประเทศสมาชิกได้เห็นพ้องที่จะมีแผนจัดการด้านสิ่งแวดล้อม จัดการทรัพยากรประมงชุมชน การทำประมงข้ามพรมแดน รวมไปถึงการเจรจาระหว่างประเทศ การทำความเข้าใจต่อสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งโครงการฯ นี้ ได้เริ่มมาตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2552 มีแผนการทำงานระยะ 5 ปี มีโครงการย่อยทั้งหมด 16 โครงการ

นายศักดิ์อนันต์ กล่าวด้วยว่า การทำโครงการดังกล่าวมีความคาดหวังให้พื้นที่ได้มีการจัดทำแผนจัดการพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันเพื่อสนับสนุนโครงการฯ และแต่ละปีได้มีแผนงานสานต่ออย่างต่อเนื่อง โดยประโยชน์ที่จะได้รับ คือ กระบวนการจัดการทางนโยบายในการดูแลสิ่งแวดล้อม การปรับปรุงทรัพยากรชายฝั่งและระบบนิเวศน์ให้กลับมาสมบูรณ์ ขณะที่ชุมชนชายฝั่งทะเลอันดามันมีความเข้มแข็ง ตลอดจนมีกระบวนการจัดการมารองรับปัญหาภูมิอากาศโลกร้อนด้วย

ส.ส.ภูเก็ต ขับเคลื่อนการทำงานศูนย์เสมารักษ์จังหวัดภูเก็ต


เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 54 ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมหารือร่วมกับนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นางจิรนันท์ เจียมเจริญ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต ตัวแทนจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตัวแทนจากสถาบันการศึกษาต่างๆ และคณะกรรมการศูนย์เสมารักษ์จังหวัดภูเก็ต เข้าร่วม

ทั้งนี้ นายเรวัต ได้กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลปัญหาเรื่องเด็กและเยาวชน พบว่าปัจจุบันเด็กและเยาวชนของจังหวัดภูเก็ต เริ่มมีปัญหาต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมา เช่น การมั่วสุม ยาเสพติด การทะเลวิวาท การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร เป็นต้น

“ตนและนายทศพร เทพบุตร ในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ มีความเป็นห่วงปัญหาเด็กและเยาวชนจังหวัดภูเก็ต จึงจำเป็นต้องมีการขับเคลื่อนทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ตลอดจนการหาสถานที่ในการจัดตั้งสำนักงานของศูนย์เสมารักษ์จังหวัดภูเก็ต เพื่อจะได้สามารถขับเคลื่อนและวางแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการจัดหางบประมาณและวัสดุอุปกรณ์มาสนับสนุนด้วย”

นายเรวัต กล่าวด้วยว่า ในการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชน จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะครอบครัว เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ผู้ปกครองเลี้ยงลูกด้วยเงิน ขาดการเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด ความเจริญเติบโตของสังคม ตลอดจนปัญหาบุคลากรครูซึ่งมีไม่เพียงพอในการดูแลเด็กได้อย่างทั่วถึง จึงเป็นปัญหาที่จะต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้านนางจิรนันท์ เจียมเจริญ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปัญหาที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดภูเก็ตพบมากที่สุด ขณะนี้คือปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยเรียน และในวัยเรียน รองลงมา คือปัญหายาเสพติด และการใช้แรงงานเด็ก ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมแก้ปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

อัญเชิญองค์เจ้าแม่กวนอิมและตราประทับเจ้าแม่กวนอิม


เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 ที่บริเวณศาลเจ้าปุดจ้อ ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง ภูเก็ต นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เป็นประธานรับมอบและอัญเชิญตราประทับเจ้าแม่กวนอิม จากวัดกว๋างเต๋อ เมืองสุ้ยหนิง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งทางวัดสุ้ยหนิง โดยเจ้าอาวาส กว่างจื้อ ฝ่าซือ และพระซือซี เหยียน ฝ่าซือ จากวัดสุ้นหนิง ร่วมส่งมอบ พร้อมกันนี้ยังได้อัญเชิญองค์เจ้าแม่กวนอิม จากศาลเจ้าปุดจ้อ มาประดิษฐานร่วมกับตราประทับเจ้าแม่กวนอิม ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี เพื่อให้ประชาชนได้สักการบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล ตลอดช่วงของการจัดงานตรุษจีน – ย้อนอดีตเมืองภูเก็ต ครั้งที่ 12 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 8 – 10 กุมภาพันธ์นี้

สำหรับตราประทับเจ้าแม่กวนอิม เป็นตราประทับที่ทำจากหยกขาวบริสุทธิ์ ซึ่งทางวัดสุ้ยหนิงได้จัดทำขึ้นมาเพื่อมอบให้กับทางเทศบาลนครภูเก็ต เพื่อให้ประชาชนได้สักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคล ในช่วงที่มีการจัดงานตรุษจีน-ย้อนอดีตเมืองภูเก็ต ครั้งที่ 12 ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นงานดังกล่าวแล้ว จะได้อัญเชิญตราประทับเจ้าแม่กวนอิมไปประดิษฐานที่ศาลเจ้าปุดจ้อ ให้ประชาชนได้สักการะต่อไป

นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เปิดเผยว่า การจัดงานตรุษจีน - ย้อนอดีตเมืองภูเก็ต เป็นงานซึ่งเทศบาลนครภูเก็ตร่วมกับชาวภูเก็ตจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเริ่มจากการเล็งเห็นว่าย่านการค้าใจกลางเมืองภูเก็ตมีอาคารตึกแถวที่มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นรูปแบบจีนผสมยุโรป อาคารเหล่านี้มีอายุร่วมร้อยปีแล้ว มีประวัติศาสตร์ที่ส่งผลมาถึงความมั่งคั่งของชาวภูเก็ตในปัจจุบัน อาคารเหล่านี้ยังคงหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมากพอสมควร แต่ก็ยังมีปัญหาที่สำคัญคือ ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอาคารเป็นแบบสมัยใหม่ มีการปิดกั้นช่องทางเดินที่เป็นลักษณะอาเขต การทรุดโทรมขาดการดูแล เทศบาลนครภูเก็ต เห็นว่าควรจะได้มีการอนุรักษ์ไว้ให้ชาวภูเก็ตและผู้มาเยือนได้ชื่นชมกับมรดาทางวัฒนธรรม

ในส่วนของกิจกรรมหลัก ๆ ภายในงาน ประกอบด้วย การประกวดภาพถ่าย “วิถีชีวิตย่านเมืองเก่าภูเก็ต” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล กิจกรรมถนนคนเดิน การนำเสนอสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีสด้วยระบบแสงและเสียง การจำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นเมือง ศิลปินเปิดหมวก การแสดงบนเวที นิทรรศการ การละเล่นพื้นเมืองภูเก็ต ล่องเรือกอจ๊าน จัดทำแสตมป์ที่ระลึกย้อนยุค การสาธิตพับกระดาษทอง และนั่งรถโพถ้องสักการะศาลเจ้าในเขตเมืองภูเก็ต การแสดงศิลปวัฒนธรรมจาก มณฑล ของสาธารณรัฐประชาชนจีน มาแสดง ณ เวทีหลัก และในวันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นคืนสุดท้ายของการจัดงาน ตรงกับวันไหว้เทวดา ซึ่งเป็นประเพณีอันเก่าแก่ของชาวภูเก็ต เทศบาลฯได้จัดให้มีพิธีไหว้เทวดาขึ้นในเวลา 22.30-24.00 น. ที่บริเวณด้านหน้ารูปปั้นพญามังกร (ฮ่ายเหล็งอ๋อง) ทั้งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล ความเจริญรุ่งเรืองของเมืองภูเก็ต และเพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต และครอบครัวในการต้อนรับปีใหม่จีน รวมทั้งร่วมกันส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรม และประเพณีของท้องถิ่นให้คงไว้สืบไป


วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ถนนสายคลองเกาะผีรออนุมัติครม.


เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมเตรียมการดำเนินการโครงการก่อสร้างถนนสายหลักด้านใต้ (PH-RB-3A) หรือถนนคลองเกาะผี โดยมีนายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายศุภชัย โพชนุกูล นายอำเภอเมืองภูเก็ต นายวงศกร นุ่นชูคันธ์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ตัวแทนจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ตัวแทนจากทางหลวงชนบท ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ทั้งนี้ที่ประชุมได้รับทราบมติคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านคมนาคมของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือโครงการร่วมกับเอกชน เกี่ยวกับการเสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการถนนสายหลักทางด้านใต้ (PH-RB-3A) ส่วนถนนยกระดับ (ระยะทางประมาณ 600 เมตร) ตามโครงการพัฒนาเมืองหลัก รอบที่ 2 ระยะแรกของเทศบาลนครภูเก็ต แลการเตรียมรายงานนำเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

นอกจากนี้ยังได้มีการพิจารณาการเตรียมขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีใช้พื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งจะมีการประชุมของคณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นคุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ตภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เมื่อแล้วเสร็จก็จะได้เสนอเรื่องให้กับกระทรวงมหาดไทยนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา คณะเดียวกันให้ทางเทศบาลนครภูเก็ตเตรียมข้อมูลประกอบการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติต่อกรมป่าไม้ เช่น มติให้ความเห็นชอบของสภาเทศบาลตำบลวิชิต มติให้ความเห็นชอบของเทศบาลนครภูเก็ต เป็นต้น เพื่อส่งให้กับทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต สำหรับเสนอต่อขออนุญาตใช้พื้นที่หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีแล้ว

ในส่วนของการออกแบบรายละเอียดและงบประมาณก่อสร้าง มอบหมายให้ทางหลวงชนบทจังหวัดภูเก็ตดำเนินการ ซึ่งได้รายงานต่อที่ประชุมว่า ในส่วนของกรมทางหลวงชนบทจะตั้งงบประมาณสำหรับการศึกษาสำรวจและออกแบบรายละเอียดการก่อสร้างจำนวนประมาณ 5-10 ล้านบาท ได้ในปี 2555 แต่หากได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีภายในเดือนมีนาคมนี้ ก็อาจจะใช้งบเหลือจ่ายในปีงบประมาณ 2554 ส่วนของงบประมาณในการก่อสร้างจะใช้ประมาณ 200 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างสะพานคู่ขนานระยะทาง 500 เมตร (รวม 1,000 เมตร) ยกสูงจากพื้นประมาณ 3 เมตรพร้อมทางจักรยานและจุดกลับรถ โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณในปี 2555 หรือ 2556

ทั้งนี้นายตรี กล่าวว่า ในส่วนของงบประมาณจะพยายามหางบประมาณเหลือจ่ายเพื่อใช้สำหรับการศึกษาสำรวจและออกแบบรายละเอียดการก่อสร้าง ในทันภายในปี 2554 เพื่อให้สามารถตั้งงบประมาณก่อสร้างได้ภายในปีงบประมาณ 2555

ภูเก็ตเข้มยาเสพติด ยกเป็นวาระจังหวัด


เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ห้องประชุมโรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมเพื่อรับทราบแนวทางการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดภูเก็ต ประจำปี พ.ศ.2554 ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดภูเก็ต (ศตส.จ.ภก.) จัดขึ้น โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเข้าร่วม

นายตรี กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตได้ให้ความสำคัญเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นอันดับแรก และต้องกำหนดเป็นวาระจังหวัด โดยในการทำงานจะต้องบูรณาการความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่เป้าหมายลดจำนวนผู้ค้า ผู้เสพ ควบคุมพื้นที่ ควบคุมเงื่อนไขปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการอย่างเข้มงวด จนปัจจุบันได้มีการตั้งศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดเข้าไปถึงระดับหมู่บ้าน และในปี 2554 ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องทำงานให้บรรลุเป้าหมายในรอบ 3 เดือน ทั้งเรื่องจำนวนผู้ค้าจะต้องจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ให้ได้อย่างน้อย 7 คน ผู้ค้ารายย่อยจำนวน 200 ราย ตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ค้ายาเสพติดจำนวน 10 ราย และต้องจับนักค้ายาเสพติดที่มีหมายจับจำนวน 16 ราย และดำเนินการตรวจสอบจับกุมตามการร้องเรียนและการแจ้งข้อมูลของประชาชนอย่างน้อย 20 ราย

“ในการจับกุมนั้นไม่มีปัญหา แต่เป็นห่วงเรื่องการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ต้องหาเกี่ยวกับคดียาเสพติด เพราะในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ยังไม่สามารถตรวจสอบทรัพย์สินผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้แม้แต่รายเดียว”

นายตรี กล่าวด้วยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในภาพรวมซึ่งยังคงความรุนแรง ทำให้ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตมีการแพร่ระบาดของยาเสพติดสูงตามไปด้วย เห็นได้จากสถิติการจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดของจังหวัดภูเก็ตในปี 2553 มีการจับกุมได้มากถึง 3,178 ราย ผู้ต้องหาจำนวน 3,443 คน เมื่อเปรียบเทียบช่วงเดียวกันของปี 2552 ซึ่งจับได้จำนวน 2,074 ราย ผู้ต้องหาจำนวน 2,339 คน และภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน ระยะที่ 3 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้เร่งรัดให้การปฏิบัติงานปราบปรามยาเสพติดโดยให้เห็นผลภายใน 3 เดือน ทั้งการปราบปราม เพื่อลดปัญหาการค้ายาเสพติดในพื้นที่ การบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่หลงผิดให้กลับใจเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และการป้องกันกลุ่มเสี่ยงไม่ให้หลงผิดเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดรวมทั้งการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการปฏิบัติให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง

ไร้วี่แววสร้างรถไฟฟ้ารางเบารอบเกาะภูเก็ต


เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (อาคารหลังใหม่) นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 1/2554 เพื่อร่วมกันประสานวางแผนและแก้ไขปัญหาการจราจรจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งติดตามผลการดำเนินการแก้ไขเกี่ยวกับจุดเสี่ยงและบริเวณอันตรายบนทางหลวงในจังหวัดภูเก็ต โดยมีตัวแทนจากสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เกี่ยวข้องด้านการจราจรและการขนส่ง การพัฒนาเมืองและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วม 

ทั้งนี้นายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด สำนักงานจังหวัดภูเก็ต ชี้แจงเกี่ยวกับความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าขนาดเบา รอบเกาะภูเก็ต ว่า สืบเนื่องจากการประชุมเมื่อกลางเดือนมีนาคม 2553 เห็นชอบให้ก่อสร้างรถไฟฟ้าขนาดเบาแต่ยังไม่มีงบประมาณ เห็นควรเสนอของบประมาณโดยผ่านกระทรวงคมนาคม ซึ่งต่อมากระทรวงคมนาคมแจ้งว่าไม่มีงบประมาณเช่นกัน ต้องให้เอกชนเข้าดำเนินการ และในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัด (กรอ.จังหวัดภูเก็ต) เมื่อต้นเดือนกันยายน 2553 มีมติให้จังหวัดจัดหาผู้มาทำการศึกษาและออกแบบรายละเอียดโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าฯ โดยมีเงื่อนไขว่าทางราชการไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินของทางราชการในค่าศึกษาและออกแบบ และทางจังหวัดฯ ได้ทำหนังสือเชิญบริษัท แพนไชน่า คอนตรัคชั่น กรุ๊ป จำกัด และบริษัท Ershisanye Construction Group จำกัด ทำการศึกษาโครงการ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร จากการที่ได้มีการสอบถามทราบว่ายังมีความสนใจอยู่

อย่างไรก็ตามนายประเจียด ยังกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาทางจังหวัดภูเก็ตได้เคยมีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทำการศึกษาออกแบบเบื้องต้นโครงการรถไฟฟ้ารางเบารอบเกาะภูเก็ต ได้ข้อสรุปว่า ให้มีการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบาใน 3 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.เส้นทางสนามบิน-ห้าแยกฉลอง 2.เส้นทางจากสามแยกบางคู –ตัวเมืองภูเก็ต- ห้าแยกฉลอง และ 3.ตัวเมืองภูเก็ต-กะทู้-ป่าตอง รวมระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร ใช้เงินลงทุนประมาณ 12,000-13,000 บาท ซึ่งก็ยังไม่มีความคืบหน้า แม้ว่าจะมีบริษัทสนใจที่จะเข้ามาลงทุนก็ตาม โดยขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งคิดว่าในอนาคตจะมีความคืบหน้ามากยิ่งขึ้น เนื่องจากจะมีการประชุมร่วมกันมากขึ้น

สว.ภูเก็ต เผยภาพรวมท่องเที่ยวอันดามันต้นปีดีมาก


นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดภูเก็ต ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา กล่าวว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตและอันดามันในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2554 ค่อนข้างดี โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งตรงกับเทศกาลตรุษจีนมีนักท่องเที่ยวชาวจีนและนักท่องเที่ยวที่มีเชื้อสายจีนจากประเทศต่างๆ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง เป็นต้น เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวยุโรปด้วย เนื่องจากระยะนี้ยังอยู่ในช่วงของฤดูกาลท่องเที่ยว ส่งผลให้อัตราการเข้าพักของนักท่องเที่ยวเฉลี่ยประมาณกว่า 90 % ประกอบกับความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัย เนื่องจากความสงบทางด้านการเมืองภายในประเทศ

“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาท่องเที่ยวภาพรวม ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบทางด้านการเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งชะลอการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และบางส่วนก็เปลี่ยนเส้นทางการท่องเที่ยว เนื่องจากไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัย แต่เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางกลับมาเหมือนเดิม ก็ยังว่าในระยะนี้จะไม่มีปัญหาทางด้านการเมืองภายในประเทศเกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนจะเห็นได้ว่าเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง”

นางธันยรัศม์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาในส่วนของคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภาได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการมาอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับปัญหาการที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ไม่ได้รับการสนับสนุนในการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยว เช่น ในเขตอุทยานฯ หาดเจ้าไหม จ.ตรัง เป็นต้น ซึ่งในส่วนของกรรมาธิการฯ เนื่องจากไม่มีอำนาจหน้าที่ตรงเพราะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ จึงได้เพียงนำขอร้องเรียนต่างๆ เสนอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้รับทราบ และมีการติดตามตรวจสอบว่ามีการดำเนินการไปแล้วหรือไม่อย่างไร

อย่างไรก็ตามนางธันยรัศม์ กล่าวถึงปัญหาการท่องเที่ยวของภูเก็ต ว่า ขณะนี้เน้นเรื่องของปริมาณมากกว่าคุณภาพ ขาดการดูแลเอาใจใส่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้ โดยเฉพาะปัญหาการสร้างสิ่งปลูกสร้างบนชายหาดต่างๆ เช่น สร้างห้องสุขา ร้านค้าปรุงอาหาร เป็นต้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ควรจะเข้าไปดำเนินการจัดระเบียบ โดยอาจจะมีการแบ่งโซนร้านค้ากับพื้นที่ชายหาด เพื่อป้องกันไม่ให้ชายหาดซึ่งเป็นจุดขายสำคัญถูกทำลายหรือหมดความสวยงาม นอกจากนี้ยังมีเรื่องของทัศนอุจาดจากการติดตั้งแผ่นป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมาย ปัญหาดังกล่าวเหล่านี้จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันทบทวนและแก้ไขปัญหาอย่างจริง เพื่อสร้างความประทับให้กับนักท่องเที่ยวได้มาแล้วมาอีก ไม่ใช่มาแล้วก็ไม่มาอีกเลย

“ดิ อัลติเมท วอร์ช แฟร์ฯ” ตั้งเป้ายอดขาย 30 ล.

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 54 ที่บริเวณชั้น1 ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน โอเชี่ยน สาขาจังซีลอน ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย สมาชิกวุฒสภาจังหวัดภูเก็ต และประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภาเป็นประธานเปิดงาน “ดิ อัลติเมท วอร์ช แฟร์ แอ็ด โรบินสัน จังซีลอน” ครั้งที่ 3 หรือ “Robinson-Ultimate watch Fair @ Robinson Jung Ceylon” ด้วยการนำนาฬิกากว่า 100 แบรนด์ดัง มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท มานำเสนอให้กับลูกค้าคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พร้อมแฟชั่นโชว์นาฬิกาหรู ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Time the begin of Love” จากเหล่าเซเลบริตี้จังหวัดภูเก็ต 5 ท่าน

ทั้งนี้นางสาวนิสา ชาภู่พวง ผู้จัดการทั่วไป ห้างสรรพสินค้า โรบินสัน สาขาโอเซี่ยน จังซีลอน ได้กล่าวว่า เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้า ห้างสรรพสินค้า โรบินสัน สาขาโอเซี่ยน จังซีลอน จึงได้งาน “ดิ อัลติเมท วอร์ช แฟร์ แอ็ด โรบินสัน จังซีลอน” ครั้งที่ 3 หรือ “Robinson-Ultimate watch Fair @ Robinson Jung Ceylon” ขึ้น ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 ด้วยการนำนาฬิกากว่า 100 แบรนด์ดัง มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท เช่น Frederique Constant, Perrelet, Hemes.greitlling,Oris, Gucci,CK เป็นต้นมานำเสนอ พร้อมโปรโมชั่นลดพิเศษจากเคาน์เตอร์ปกติถึง 50% ลดเพิ่มหรือรับคืนจากบัตรเครดิตสูงสุด 10% ผ่อน 0% นานถึง 10 เดือน โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 30 ล้านบาท และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 50,000 คน ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

“โรบินสันฯ ได้มุ่งนำเสนอสินค้าใหม่ๆ ซึ่งเป็นที่ต้องการของลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติ ส่งผลให้ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมียอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 30% ทั้งนี้เนื่องจากในปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจของภูเก็ตมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มการพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ ทั้งรายได้จากการท่องเที่ยว ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจากต่างชาติเข้ามาเป็นจำนวนมาก และการเปิดเส้นทางบินตรงจึงทำให้มีนักท่องเที่ยว”

นางสาวนิสา กล่าวด้วยว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมาโรบินสัน โอเชียน สาขาจังซีลอน มียอดนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเติบโตมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศรัสเซีย เกาหลี จีน ฮ่องกง และจากประเทศยุโรป รวมแล้วกว่า 53% ส่วนที่เหลืออีก 47% เป็นคนไทย คนท้องถิ่น และ Expat หรือชาวต่างชาติที่พักอาศัยอยู่ในเมืองไทย ทำให้ภาพรวมการซื้อสินค้าเติบโตต่อเนื่องถึง 30% โดยยอดซื้อต่อบิลเฉลี่ยประมาณ 1,100 บาท และคาดว่าตลอดปี 2554 ยอดขายจะเติบโตจากปีที่แล้วประมาณ 10%


แจ้งข้อหาคนขับรถชนและลอบขนปลาสวยงาม


เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 54 นายไพทูล แพนชัยภูมิ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 5 (ภูเก็ต) กรมทรัพยากรทางทะเล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ฯ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรฉลองว่า เมื่อช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา (4ก.พ.54) มีอุบัติเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ที่บริเวณรอยต่อระหว่างพื้นที่ตำบลวิชิตกับพื้นที่ตำบลฉลอง อ.เมืองภูเก็ต เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 ราย และจากการตรวจสอบภายในรถกระบะคันที่เกิดเหตุพบปลาสวยงามบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกจำนวนหลายถุง ขอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบรายละเอียด เพราะรถคันดังกล่าวเคยถูกจับกุมในคดีลักลอบขนปลาสวยงามมาแล้วก่อนหน้านี้

“จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ฯ พบว่าภายในถุงพลาสติกบรรจุปลาสวยงามจำนวนมากจึงได้นำไปเก็บไว้ที่บ่ออนุบาลสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน อ่าวมะขาม ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต เพื่อเก็บรักษาของกลาง ซึ่งเมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าปลาสวยงามดังกล่าว ประกอบด้วย ปลาบู่แนวปะการัง จำนวน 200 ตัว และปลาจิ้มฟันจระเข้ จำนวน 30 ตัว โดยทั้งหมดเป็นปลาสวยงามหวงห้าม นอกจากนั้นยังพบปูเสฉวนและดาวทะเลอีกจำนวนมาก เบื้องต้นจะประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาลักลอบขนปลาสวยงามกับคนขับรถกระบะดังกล่าวเพิ่มเติม

นายไพทูล กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้การลักลอบขนปลาสวยงามไปจำหน่ายยังคงมีตลอด เนื่องจากความต้องการของตลาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการเฝ้าระวังและติดตามมาโดยตลอด และสามารถที่จะจับกุมได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน แต่ด้วยมีความต้องการจึงยังคงมีการลักลอบจับอยู่เสมอ และพยายามหาวิธีการในหลบเลี่ยงการจับกุมของทางเจ้าหน้าที่

ทน.ภูเก็ตลงนามร่วมมือการท่องเที่ยวกับเมืองสุ้ยหนิง จีน


เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ห้องประชุมโรงแรมรอยัลภูเก็ต ซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อการสถาปนาความสัมพันธ์และความร่วมมือทางด้านการท่องเที่ยว ระหว่าง เทศบาลนครภูเก็ต โดยนางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กับ เมืองสุ้ยหนิง มณฑลเสฉวน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดย Mr.HU JIA ZHENG รองผู้ว่าการเมืองสุ้ยหนิง นอกจากนี้ยังมีนางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต และ Mr.FU HUA QIN ผู้ว่าการท่องเที่ยวเมืองสุ้ยหนิง ร่วมลงนามเป็นพยาน ทั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากนางเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตอลดจนคณะผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล ส่วนราชการ ตัวแทนชุมชนต่างๆ เข้าร่วม

สำหรับการลงนามกันในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันเสริมสร้างความร่วมมือกันทางด้านศาสนาและพัฒนาด้านวัฒนธรรม เสริมสร้างความสัมพันธ์กันทางด้านศาสนา รวมทั้งวัฒนธรรม ยกระดับการพัฒนาของศาสนา และวัฒนธรรมทั้งสองฝ่าย ช่วยกันรื้อฟื้นวัฒนธรรมกวนอิม ค้นหาเส้นทางมรดก และวัฒนธรรมของกวนอิม ชมเชยคุณธรรมอันดีงามในวัฒนธรรมกวนอิม ปรับจิตให้เข้าหากัน ช่วยกันส่งทีมงานแสดงวัฒนธรรมในกิจกรรมสำคัญทางด้านการท่องเที่ยวของทั้งสองฝ่าย

เชื่อมความสัมพันธ์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เน้นความได้เปรียบทางด้านทรัพยากรการท่องเที่ยวที่ดีเยี่ยมของทั้งสองฝ่าย ก่อตั้งระบบองค์กรการร่วมมือทางด้านการท่องเที่ยว ส่งเสริมการค้นพบทรัพยากรและนวัตกรรมการท่องเที่ยว รวมกลุ่มทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนและแนะนำการท่องเที่ยวที่สำคัญ ทุ่มเทพลังเพื่อสร้างเส้นทางการท่องเที่ยววัฒนธรรมกวนอิมของจีนร่วมกันสร้างแบรนด์การท่องเที่ยววัฒนธรรมกวนอิม ร่วมมือกันสร้างบอร์ดประกาศการบริการทางด้านการท่องเที่ยวตามจุดท่องเที่ยวสำคัญของแต่ละฝ่าย และแจกข้อมูลประกาศต่างๆ ส่งเสริมการร่วมมือกันของบริษัทท่องเที่ยวของทั้งสองฝ่ายให้มีการแลกส่งนักท่องเที่ยว เพื่อให้ทั้งสองเมืองกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว

ตั้งระบบองค์กรป้องกัน ส่งเสริมการพัฒนาทางด้านความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ประกอบด้วย ให้มีการตรวจสอบโครงการของทั้งสองฝ่ายและระบบการวิจัยปัญหา กระชับความร่วมมือกันในโครงการท่องเที่ยวต่างๆ รวมทั้งช่วยกันค้นคว้าเพื่อกระตุ้นจุดสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นเวลา กำหนดเวลาในการร่วมกันทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนระหว่างนักปกครองท้องถิ่นและประชาชน เสริมสร้างระบบการสื่อสารซึ่งกันและกันมีการสนทนาแนวทางพัฒนาให้บ่อยครั้ง รวมทั้งสร้างระบบการปรึกษาหารือให้แข็งแกร่ง โดยแผนกการท่องเที่ยว วัฒนธรรมศาสนา เป็นต้น ของทั้งสองฝ่ายต้องรับผิดชอบต่อการศึกษาโครงการ การหารือ และการบริการ

Mr.FU HUA QIN ผู้ว่าการท่องเที่ยวเมืองสุ้ยหนิง กล่าวว่า ความร่วมมือกันในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดียิ่ง ซึ่งในส่วนของเมืองสุ้ยหนิง มีประชากรประมาณ 3.5 ล้านคน ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบ ห่างจากเมืองเฉินตูประมาณ 140 กิโลเมตร เป็นเมืองอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องกระป๋องอาหาร และการท่องเที่ยวเป็นที่ขึ้นชื่อ ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วกันว่าเป็นเมืองบ้านเกิดของเจ้าแม่กวนอิม ดังนั้นเมื่อมีความร่วมมือกันเกิดขึ้นก็จะได้มีการพัฒนาและแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ด้านต่างๆ ระหว่างกันมากขึ้น นอกจากนี้ก็ยังจะได้เดินทางไปมาหาสู่กันเพิ่มมากขึ้นด้วย