จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554

3 ร. สู่อนาคต พร้อมเข้าสู่ภาคธุรกิจท่องเที่ยว


เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2554 ที่ห้องประชุมปีกผีเสื้อ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตร โครงการ “ 3 ร.สู่อนาคต” ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 53 คน โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภา กาหยี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ผู้แทนจากโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต คณะกรรมกรบริหารสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ชมรมบริหารงานบุคคลจังหวัดภูเก็ต ผู้ประกอบการโรงแรมต่างๆ ร่วมแสดงความยินดี

นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า โครงการ 3 ร.สู่อนาคต ได้เริ่มต้นจากแนวคิดของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวฯ ที่เสนอรูปแบบใหม่ในการสร้างแรงงานที่มีคุณภาพเข้าสู่วงการท่องเที่ยว โดยเน้นความผสมผสานของการสร้างประสบการณ์ทำงานควบคู่กับโอกาสทางการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยจุดหมายสำคัญของโครงการ คือ การมีบุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่มีความพร้อมทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ และประสบการณ์ พร้อมที่จะเป็นคลื่นลูกใหม่ของคนท่องเที่ยว และพร้อมที่จะรับมือกับการเปิดเสรีอาเซียนในอีก 4 ปีข้างหน้า

“เป็นที่ทราบกันดีว่าธุรกิจท่องเที่ยวในปัจจุบันมีความละเอียดอ่อน และภูเก็ตมีคู่แข่งขันเพิ่มขึ้นทุกปี การที่จะทำให้ภูเก็ตเป็นจุดหมายแห่งการพักผ่อนระดับโลก หรือที่เรามักพูดว่าเป็น World Class Tourist Destination ดังนั้นปัจจัยสำคัญในหลายๆ ด้าน คือ คุณภาพของการบริการ หากพูดให้ชัด คือ คุณภาพของผู้ให้บริการ ดังนั้นการพัฒนาบุคลากรจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ และการเริ่มต้นของโครงการ 3 ร.สู่อนาคต จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้ภูเก็ตมีความสามารถด้านการแข่งขันมากกว่าแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ได้ต่อไปในอนาคต”

นายสมบูรณ์ กล่าวด้วยว่า เนื่องจากเป็นปีแรกของการดำเนินโครงการ จึงมีผู้เข้าร่วมจำนวน 53 คน และมีสถานประกอบการเข้าร่วม 27 แห่ง ส่วนในปีหน้าตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 80 คน และมีสถานประกอบการเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 35 แห่ง

สำหรับโครงการ 3 ร. ย่อมาจากโรงเรียน โรงแรม และราชภัฏ เป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่เปิดโอกาสให้นักเรียนที่ต้องการทำงานในสถานประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีได้มีโอกาสทั้งสองด้าน โดยเป็นการรับสมัครนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทั้งนี้จะต้องผ่านการทดสอบทัศนคติด้านการบริการและการสัมภาษณ์จากคณะกรรมการโครงการ เมื่อผ่านการสัมภาษณ์จะได้รับการอบรมด้านโรงแรมจำนวน 120 ชั่วโมง จากมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม เพื่อเตรียมความพร้อมของการเข้าสู่การทำงานอย่างเต็มตัว และเมื่อสอบเสร็จจากโรงเรียน สามารถเริ่มงานได้ในวันที่ 1 เมษายน 2554 พร้อมๆ ไปกับการศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคพิเศษ เสาร์-อาทิตย์ สาขาบริหารธุรกิจสาขาการจัดการโรงแรม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต


ฝึกซ้อมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุบัติเหตุ


เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2554 ที่บริเวณลานจอดรถห้างเทสโก โลตัส สาขาเชิงทะเล ถ.ศรีสุนทร ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พ.ต.อ.จิระศักดิ์ เสียมศักดิ์ ผกก.เชิงทะเล อ.ถลาง ภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการฝึกซ้อมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2554 และรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100% ซึ่งทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล และหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน จัดขึ้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของบุคลากรด้านการแพทย์ฉุกเฉิน หน่วยกู้ชีพกู้ภัยของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สมาคม และมูลนิธิ ให้มีความรู้ ทักษะ ความชำนาญในการให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2554 รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินการตามทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนปี 2554 – 2563 ด้วย

โดยได้มีการปล่อยขบวนรถรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์และรณรงค์การสวมหมวกนิรภัย 100% ไปตามเส้นทางถนนศรีสุนทรจากหน้าห้างเทสโก โลตัส สาขาเชิงทะเล ไปยังวงเวียนหน้าหาดบางเทา ขณะที่การฝึกซ้อมการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุบัติหมู่ทางถนน ได้สมมติสถานการณ์ให้เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันล้มหลายคัน เนื่องจากถนนเปียกจากการสาดน้ำเล่นสงกรานต์ขณะเดียวกันมีรถบรรทุกโดยสาร (รถสองแถว) ชนเสาไฟฟ้าที่บริเวณหน้าห้างเทสโก โลตัสสาขาเชิงทะเล ทางไปหาดบางเทา มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก รวมทั้งพบการรั่วไหลของน้ำมันเชื้อเพลิง หลังจากนั้นมีการสนธิกำลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติงานตามแผนรับมืออุบัติเหตุหมู่

นายสันติ์ จันทรวงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต (ปภ.ภูเก็ต) กล่าวว่า จากข้อมูลของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดภูเก็ต พบว่าจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีแนวโน้มการเกิดอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวันจะเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าช่วงปกติเกือบ 3 เท่า ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สินและเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก การดำเนินกิจกรรมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลจึงมีความสำคัญยิ่ง ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ปี พ.ศ. 2554 – 2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน โดยกำหนดให้การพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน การรักษาและฟื้นฟูผู้บาดเจ็บ รวมทั้งการพัฒนาระบบการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนนให้มีความเข้มแข็ง เป็นกรอบดำเนินการหนึ่งในการสนับสนุนทศวรรษความปลอดภัยทางถนน พร้อมกันนี้คณะรัฐมนตรีก็ได้ผลักดันให้ปี พ.ศ. 2554 เป็นปีแห่งการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 100% ด้วย

ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของบุคลากรด้านการแพทย์ฉุกเฉิน หน่วยกู้ชีพกู้ภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีความรู้ ทักษะ ความชำนาญในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสำคัญ รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินการตามทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนและโครงการปีแห่งการรณรงค์การสวมหมวกนิรภัย 100% จึงได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น

เกษตรภูเก็ต รณรงค์ผลิตพืชปลอดภัย


เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2554 ที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานพิธีเปิดงานรณรงค์การผลิตพืชปลอดภัย ซึ่งทางสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต จัดขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ประชาสัมพันธ์แหล่งผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ผลิตผู้บริโภค โดยมีผู้เข้าร่วมงาน จำนวน 150 คน ประกอบด้วย เกษตรกรผู้ผลิตเกษตรหมู่บ้าน อาสาสมัครเกษตร ผู้แทนสภาเกษตรกรระดับหมู่บ้าน คณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ประชาชนที่สนใจ ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน

นายชาลี สิตบุศย์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดงานรณรงค์การผลิตพืช เป็นการดำเนินกิจกรรมตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพปลอดภัยสนับสนุนการท่องเที่ยว งบพัฒนาปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดภูเก็ต ศูนย์บริหารศัตรูพืชจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาภูเก็ต และศูนย์กสิกรรมธรรมชาติภูเก็ต ร่วมกันจัดฐานความรู้ ให้บริการวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อการผลิตและการบริโภคอาหารปลอดภัยอย่างครบวงจร สามารถนำไปปฏิบัติและขยายผลได้อย่างมีประสิทธิภาพสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคและสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต

ทั้งได้มีการจัดฐานการเรียนรู้ จำนวน 11 ฐาน ประกอบด้วย ฐานการเรียนรู้ การผลิตสินค้าเกษตรตามมารตฐาน GAP การวิเคราะห์และจัดการดิน การบริหารจัดการศัตรูพืช พิษภัยจากสารเคมีทางการเกษตรและการตรวจหาสารเคมีในเลือด เทคนิคการปลูกพืชผัก การประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การผลิตเห็ดเพื่อการค้า การปลูกพืชไร้ดิน การจัดทำบัญชีครัวเรือน และการจัดการทุน

ขณะที่นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การรณรงค์การผลิตพืชปลอดภัยจะเกิดประโยชน์และส่งผลดีหลายๆ ด้าน เช่น เป็นการกระตุ้น และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนทั้งภาคราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเกษตร ร่วมกันผลักดันให้มีการผลิตอาหารปลอดภัยแก่ตนเองและผู้บริโภค นอกจากนี้ยังเป็นการเตือนให้ทุกคนเฝ้าระวัง หลีกเลี่ยงพิษภัยของสารพิษจากอาหารอันจะมีผลต่อสุขภาพ เพราะการที่จังหวัดมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในจังหวัด ปีละประมาณ 5-6 ล้านคน และในอนาคตคาดว่าจะมีมากถึง 10 ล้านคนต่อปี เนื่องจากการพัฒนาความพร้อมในด้านต่างๆ และความมีชื่อเสียงของแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัด กอปรกับการก่อสร้างศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2557 จะเป็นกลไกขับเคลื่อนกลยุทธ์ในการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตมากยิ่งขึ้น อันจะส่งผลให้เศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตดียิ่งขึ้นทั้งระยะสั้นและระยะยาว ดังนั้นจึงมีหลายสิ่งหลายประการที่จะต้องเตรียมความพร้อม รองรับการขยายตัวของนักท่องเที่ยว ที่สำคัญ คือ ความพร้อมด้านอาหาร ซึ่งอาหารจะต้องมีปลอดภัย เพราะปัจจุบันทุกคนจะให้ความสำคัญและใส่ใจกับสุขภาพมาก จะต้องหาวิธีการที่จะทำให้อาหาร ทั้งที่นำเข้าจากแหล่งอื่นและที่สามารถผลิตได้ในจังหวัดภูเก็ต มีความปลอดภัย

ภาพรวมซื้อขายอสังหาภูเก็ตซบเซา


นายธนันท์ ตัณฑ์ไพบูลย์ นายกสมาคมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตอยู่ในภาวะซบเซา โดยเฉพาะตลาดบนซึ่งเน้นตลาดต่างประเทศเป็นหลักไม่มีการเคลื่อนไหวทั้งในส่วนของนักลงทุนและกลุ่มผู้ซื้อ จะมีเพียงกลุ่มจากประเทศรัสเซียที่มีการเคลื่อนไหวทั้งการลงทุนและซื้อขายอสังหาริมทรัพย์บ้าง โดยส่วนหนึ่งย้ายการลงทุนมาจากเมืองพัทยา จ.ชลบุรี หลังจากกลุ่มนักท่องเที่ยวดังกล่าวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น ส่วนตลาดอื่นๆ ที่เข้ามาลงทุนก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อังกฤษ เยอรมัน หรือออสเตรเลียจะมีการเคลื่อนไหวน้อยมาก เป็นผลมาจากค่าเงินบาทที่แข็งตัว ทำให้กำลังซื้อจากต่างประเทศลดลงประมาณ 20-30% จึงทำให้นักลงทุนชะลอการตัดสินใจ

“ตลาดต่างชาติระดับบนที่มีการสร้างบ้านหรูสำหรับระดับมหาเศรษฐียังสามารถขายได้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไม่มีผลแต่จะขึ้นอยู่กับความพึงพอใจมากกว่า โดยจะต่างจากตลาดคนไทยซึ่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ตลอดเวลา แต่ละโครงการก็สามารถขายได้หมดในเวลาอันรวดเร็ว โดยเฉพาะโครงการของนักลงทุนพัฒนาอสังหาฯ จากส่วนกลางที่เป็นบริษัทมหาชน และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ รวมทั้งสามารถที่จะก่อสร้างบ้านได้ตามที่ตกลงกับไว้ลูกค้า ในขณะที่บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ที่เป็นทุนท้องถิ่นและเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของลูกค้า ก็ยังได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน แต่หากจะให้ทำตลาดได้ดีก็จะต้องสร้างความแตกต่างๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับบริษัทส่วนกลางได้”

นายธนันท์ กล่าวด้วยว่า บ้านทาวน์เฮ้าส์หรือบ้านแฝดที่มีระดับราคาตั้งแต่ 1 ล้านบาท จนถึง 2 ล้านบาทต้นๆ ยังคงสามารถทำตลาดได้ดีในกลุ่มคนไทย โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิลำเนาต่างจังหวัดและมาประกอบอาชีพซึ่งจะเลือกซื้อบ้านอยู่อาศัยแทนการเช่า จึงทำให้ตลาดกลุ่มนี้ยังเติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการที่อยู่อาศัยมีเพิ่มขึ้นตลอด ส่วนบ้านระดับราคาตั้งแต่ 4-5 ล้านบาทขึ้นไป แม้จะยังคงสามารถทำตลาดได้ แต่ก็ไม่ดีเท่ากับบ้านราคาระดับ 1 ล้านบาทเศษๆ

ขณะนี้การลงทุนอสังหาฯ ได้มีการกระจายตัวไปตามชานเมืองของภูเก็ตมากขึ้น เพราะเป็นทำเลที่เหมาะในการอยู่อาศัย โดยพื้นที่ที่ได้รับความสนใจค่อนข้างมากจะเป็นบริเวณทางตอนเหนือของเกาะภูเก็ต ตั้งแต่พื้นที่ ต. เชิงทะเลไปจนถึง ต.ไม้ขาว อ.ถลาง และต่อเนื่องไปจนถึงบ้านท่านุ่น ต.โคกกลอย จ.พังงา ซึ่งมีการกว้านซื้อที่ดินเพื่อลงทุนโรงแรม ที่พักอาศัย คอนโดมิเนียม รวมไปถึงที่พักตากอากาศ เพื่อรองรับการก่อสร้างโครงการศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต ซึ่งจะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2556 เนื่องจากขณะนี้ราคาที่ดินบริเวณดังกล่าวไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆ โดยมีระดับราคาตั้งแต่ไร่ละ 4 – 5 แสนบาท ไปจนถึงไร่ละหลายสิบล้านบาททั้งนี้ขึ้นอยู่กับทำเล นายธนันท์ กล่าว

วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554

อบจ.ภูเก็ตประชุมสภาสมัยสามัญ สมัยแรก


เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2554 ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) นายประดิษฐ์ แสงจันทร์ ประธานสภา อบจ.ภูเก็ต เป็นประธานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต สมัยสามัญ ประจำปี 2554 สมัยแรก โดยนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกอบจ.ภูเก็ต พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร อบจ.ภูเก็ต สมาชิกสภาอบจ.ภูเก็ต และข้าราชการ อบจ.ภูเก็ต เข้าร่วมประชุม

สำหรับการประชุมครั้งนี้ ได้มีการเสนอญัตติ พร้อมทั้งมีการคัดเลือกคณะกรรมการจริยธรรมของสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต จำนวน 8 ราย ประกอบด้วย นายสวัสดิ์ มัจฉาเวช นายสาโรจน์ อังคณาพิลาศ นายสมณ์ศักดิ์ รัตนแสนยานุภาพ นายสมจิตร สุทธางกูล นายชาญเกียรติ เรืองช่วยธนสิน นายสุพร ตันสุธัญลักษณ์ นายบำรุง สำเภารัตน์ และนายบุญเสริม สุวรรณภูมิ

จากนั้นทางคณะผู้บริหารยังได้มีการเสนอญัตติขออนุมัติโอน แก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณ ประจำปี 2553 ญัตติขออนุมัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 ญัตติขออนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2554 ญัตติขออนุมัติใช้เงินสะสมจากสภา อบจ.ภูเก็ต จำนวน 55,350,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต ตามรายการดังนี้ คือ งานปรับปรุงตกแต่งโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต (เพิ่มเติม) จำนวน 47,000,000 บาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงห้องผู้ป่วยรวม ขนาด 40 เตียง การปรับปรุงห้องผ่าตัด การปรับปรุงโครงสร้างอาคาร สถานที่ ครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการให้บริการตามมาตรฐานทุติยภูมิ งานระบบสื่อสารของโรงพยาบาล จำนวน 1,150,000 บาท เพื่อใช้ในการติดตั้งระบบศูนย์วิทยุ ปรับปรุงระบบโทรทัศน์ ตู้สาขา (เพิ่มเติม) งานครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ จำนวน 800,000 และงานครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 6,400,000 บาท

ญัตติขอความเห็นชอบก่อหนี้ผูกพันงบประมาณรายจ่ายเกินกว่าหนึ่งปีงบประมาณ ซึ่ง อบจ.ภูเก็ต ได้จัดทีมออกไปเยี่ยมญาติ ติดตามและเยี่ยมเยียนผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องที่บ้าน ตามโครงการภูเก็ตแคร์ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องเช่ารถยนต์อเนกประสงค์และรถยนต์ตู้ สำหรับใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี ซึ่งในปี 2554 มีงบประมาณ 530,000 บาท ปี 2555 จำนวน 1,074,000 บาท และปี 2556 จำนวน 1,074,000 บาท

นอกจากนี้มีญัตติร่างข้อบัญญัติ อบจ.ภูเก็ต เรื่อง ยกเลิกข้อบัญญัติ อบจ.ภูเก็ต ว่าด้วยการดำเนินกิจการโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต พ.ศ.2551 พ.ศ.2544 ญัตติขอความเห็นชอบให้มัสยิดนูร่นอิสลามิยะห์ แหลมพันวา ใช้ประโยชน์อาคารศูนย์การเรียนรู้บ้านแหลมพันวา ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต และญัตติขออนุมัติโอนสิทธิการเช่าอาคารโรงงานบรรจุอาหารกระป๋องรวมทั้งที่ดินที่ใช้ประโยชน์ต่อเนื่องกับอาคาร ให้แก่ บริษัท สยามทูน่าซัพพลาย จำกัด.ซึ่งสภาได้มีมติเห็นชอบอนุมัติญัตติดังกล่าวทั้งหมด สำหรับการประชุมในครั้งต่อไปได้กำหนดวันเริ่มสมัยประชุมสามัญ ประจำปี 2554 สมัยที่ 2 ในวันที่ 2 สิงหาคม 2554 และญัตติกำหนดวันเริ่มสมัยประชุมสามัญ ประจำปี 2555 สมัยแรก วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 ตามลำดับ

ภูเก็ตเร่งสร้างอัตลักษณ์สปาอันดามัน


เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2554 ที่ห้องประชุมโรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “แนวทางการสร้างอัตลักษณ์สปาอันดามัน” ตามโครงการพัฒนาตลาดสินค้าและบริการจังหวัดภูเก็ต ภายใต้กรอบภารกิจหลักของกระทรวงพาณิชย์ (Core Business) ประจำปีงบประมาณ 2554 ซึ่งทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต จัดขึ้น เพื่อต้องการสร้างอัตลักษณ์ของสปาที่สะท้อนถึงความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นอันดามันมานำเสนอ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในโอกาสต่อไป ซึ่งเป็นไปตามความประสงค์ของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ประกอบการสปา โดยมีเจ้าของผู้ประกอบการธุรกิจสปาภูเก็ตและฝั่งอันดามัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวนรวม 120 คน เข้าร่วม

นายสมพงศ์ อ่อนประเสริฐ พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากยุทธศาสตร์การค้าจังหวัดภูเก็ต ได้กำหนดวิสัยทัศน์การค้าจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองธุรกิจท่องเที่ยวบริการที่มีมาตรฐานระดับนานาชาติ โดยมีประเด็นยุทธศาสตร์การค้าของจังหวัด 4 ด้าน คือ พัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐานบริการและสินค้า สนับสนุนการตลาดเชิงรุกสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าและบริการ ส่งเสริมและพัฒนาระบบโลจิสติกส์ทางการค้า พัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถบุคลากร มีเป้าประสงค์เพื่อพัฒนาธุรกิจบริการและการค้าให้มีคุณภาพมาตรฐาน เพิ่มช่องทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าและบริการ ในขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนดภารกิจหลักให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสนับสนุนภาคธุรกิจการค้า ให้ผู้ประกอบการมีความเข้มแข็งสามารถแข่งขันได้ในสถานการณ์การค้าเสรี ตามโครงการส่งเสริมตลาดสินค้าและบริการ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต จึงได้กำหนดให้ธุรกิจสปาและนวดแผนไทย เป็นสินค้าบริการดีเด่นของจังหวัด

ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การนำภูมิปัญญาไทยมาประยุกต์ใช้กับภาคธุรกิจ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์ด้วยรากเหง้าของศิลปะ ประเพณี และวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นที่สั่งสมกันมายาวนาน ความโดดเด่นด้านเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชน เอื้อให้ท้องถิ่นต่างๆ ที่มีการสร้างสรรค์องค์ความรู้ และภูมิปัญญาต่างๆ มากมาย และสปาก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีการสร้างสรรค์ก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านรูป รส กลิ่น เสียงและสัมผัส ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการส่งเสริมและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการบริหารจัดการด้านตลาด การพัฒนามาตรฐานของสปา การส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งปัจจุบันมีสปาสามารถดำเนินการได้แล้ว 2-3 แห่ง ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

อย่างไรก็ตามการสร้างอัตลักษณ์ของสปาทั้งด้านรูป รส กลิ่น เสียงและสัมผัส ถือเป็นความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าและบริการ โดยการนำเสนอเอกลักษณ์ของสปาให้สอดคล้องกับขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และศิลปะท้องถิ่นอย่างลงตัว ทั้งนี้คาดว่าเมื่อได้ข้อสรุปชัดเจนแล้วก็จะมีการประกาศให้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางในเร็วๆ นี้ นายสมพงศ์ กล่าว และกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันสปาในจังหวัดภูเก็ตมีจำนวนประมาณ 200 แห่ง ทั้งเดย์สปาและรีสอร์ทสปา รวมจำนวนประมาณ 10,000 เตียง สร้างรายได้ปีละประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาท กลุ่มผู้ใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นชาวเอเชียมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งการที่กำหนดอัตลักษณ์จะช่วยให้รายได้ของการให้บริการเพิ่มมากขึ้น

"กิเลนทะเลใต้" เอฟซี ภูเก็ต ทะยานนำจ่าฝูง


 

ขอบคุณ YouTube

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 54 ที่สนาม สุระกุล จ.ภูเก็ต "กิเลนทะเลใต้" เอฟซี ภูเก็ต เปิดบ้านรับการมาเยือนของ "สิงโตน้ำเงินทอง" อาร์แบค เอฟซี โดยมีนายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ ปธ.สโมสร เอฟซี ภูเก็ต นายประดิษฐ์ แสงจันทร์ ประธานสภาอบจ.ภูเก็ต โดยการแข่งขันในนัดนี้ ทางประธานสโมสร ได้ประกาศจะนำรายได้ค่าบัตรผ่านประตูทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้กับจังหวัดภูเก็ต เพื่อร่วมสมทบทุนในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย สึนามิ ที่ประเทญี่ปุ่น

เริ่มเกมท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาเป็นระยะ ทำให้การรับ – ส่งบอลทั้ง 2 ทีมเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยทีมเจ้าบ้านซึ่งได้เปรียบของเรื่องสนาม โดยที่เจ้าบ้านบุกได้อย่างต่อเนื่องจนกระทั่ง นาที 28 ความพยายามก็สัมฤทธิ์ จากจังหวะขึ้นเกมทางกราบซ้ายของ นิรันดร์ พันทอง เปิดจากสุดเส้นหลังหน้าประตูให้ ถวิล บุตรสมบัติ ขึ้นสะบัดไม่เต็มศีรษะ ก่อนจะเลยมาทางรินเส้นขวา กรพรหม จรูญพงษ์ ก็บรรจงปั่นด้วยขวามาทางเสาสองแต่บอลดันย้อยเสียบใต้คาน อย่างสวยงามเจ้าบ้านออกนำ 1 – 0 จากนั้นก็ไม่มีการทำประตูเพิ่ม จบเกมครึ่งแรก เอฟซี ภูเก็ต นำ อาร์แบค เอฟซี 1-0

ครึ่งหลังเกมส์ยังคงเป็นของเจ้าบ้าน ที่มีความชำนาญของสนามที่แชะ จนกระทั่ง น.73 แฟนบอล เอฟซี ภูเก็ต ก็ได้เฮเมื่อแผงหลัง อาร์แบค เอฟซี เกิดพลาด โคเน่ อดาม่า ได้โอกาสหลุดเดียวเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับทาง ธนากร ทองอินทร์ และโคเน่ ก็สังหารไม่พลาดซัดเสียบเสาแรกไปอย่างงดงาม ทำให้เจ้านำไป 2 – 0 จากนั้นทีมเยือนก็ต้องระส่ำอีกเมื่อทาง มะอูเซ็ง สา และ พุ่งเสียบ วัชรพงษ์ จันทร์งาม ล้มลงผู้ตัดสินควักใบเหลืองที่สองและเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป จากนั้นก็ทำอะไรกันไม่ได้ จบเกม เอฟซี ภูเก็ต ชนะ อาร์แบค เอฟซี 2 – 0 เก็บสามแต้ม ทำให้คะแนนเท่ากับ บีบีซียู เอฟซี ที่ 11 คะแนน แต่ลูกได้เสียดีกว่า ทำให้เอฟซี ภูเก็ต นำจ่าฝูง

มท.3 แนะให้รู้บทบาทของตัวเอง ลดปัญหาร้องเรียน

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2554 ที่ห้องภูเก็ตแกรนด์บอลรูม โรงแรมรอยัลภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการอบรมสัมมนาและบรรยายพิเศษ หัวข้อ “อยู่อย่างไรให้มีความสุข ในหมู่บ้านจัดสรร” ซึ่งทางสำนักงานที่จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับสมาคมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต จัดขึ้น โดยมีนายมณเฑียร ทองนิตย์ รองอธิบดีกรมที่ดิน นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ และนายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ต พรรรคประชาธิปัตย์ นายไพฑูรย์ เลิศไกร เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต นายธนันท์ ตัณฑ์ไพบูลย์ นายกสมาคมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตและสมาชิกสมาคมฯ สมาชิกหมู่บ้านจัดสรร คณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้าน ผู้ประกอบการหมู่บ้านจัดสรร สมาชิกชมรมทนายความ กำนันผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมด้วย
ทั้งนี้นายมณเฑียร ทองนิตย์ รองอธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะหมู่บ้านจัดสรรมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในแต่ละปีมีการอนุมัติโครงการจัดสรรที่ดินไม่น้อยกว่า 15 โครงการ ปัจจุบันมีหมู่บ้านที่ได้รับอนุญาตจัดสรรในจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปัจจุบันจำนวน 236 โครงการ 22,681 แปลงในจำนวนนี้มีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแล้ว 40 หมู่บ้าน โดยในแต่ละหมู่บ้านจัดสรร จะมีทรัพยากรส่วนรวมที่สมาชิกหมู่บ้านจัดสรรเป็นเจ้าของร่วมกัน เช่น ถนนภายในโครงการ สวนสาธารณะ เป็นต้น ซึ่งการบริหารจัดการ การดูแลรักษาทรัพยากรส่วนกลางนี้เป็นสิ่งที่สมาชิกหมู่บ้านจัดสรรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจค่อนข้างมาก และมีการร้องเรียนส่วนราชการต่างๆ โดยเฉพาะศูนย์ดำรงธรรมและสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคให้แก้ไขปัญหาอยู่หลายโครงการ ดังนั้นการให้ความรู้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน เพื่อให้ทราบถึงกฎ ระเบียบ อำนาจ หน้าที่ของแต่ละบุคคลที่เกี่ยวข้องกับหมู่บ้านจัดสรรจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะเมื่อทุกคนรู้หน้าที่ก็จะส่งผลให้อยู่ในหมู่บ้านจัดสรรอย่างมีความสุข
ขณะที่นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในการบรรยายพิเศษ ว่า ที่อยู่อาศัยถือเป็นปัจจัย 4 ของการดำรงชีวิต ซึ่งมีทั้งโครงการขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ มีการขออนุญาตอย่างถูกต้องและไม่ได้ขออนุญาต นอกจากนั้นยังมีโครงการอาคารชุด ซึ่งแต่โครงการก็จะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งกฎหมายควบคุมการก่อสร้าง กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค และกฎหมายอื่นๆ แต่ก็มีผู้ประกอบการและผู้อยู่อาศัยจำนวนมากที่ไม่รู้ข้อกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิที่พึงมีพึงได้ จึงมักเกิดปัญหาการร้องเรียนและมีคดีความที่เกิดขึ้นตามมามากมาย
นอกจากนี้นายถาวร ยังกล่าวด้วยว่า ได้นำเสนอแนวคิดไปยังกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่สำหรับผู้ที่ซื้อบ้านหลังแรก เนื่องจากปัจจุบันดอกเบี้ยจะเป็นลักษณะลอยตัว เพื่อลดภาระให้กับประชาชน และยืดระยะเวลาการผ่อนชำระยาวขึ้นเป็น 40 ปี นอกจากนี้ยังได้เสนอให้แก้กฎหมายการเช่าอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติจาก 30 ปี เป็น 50 – 90 ปี ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยเสริมให้มีนักลงทุนเข้ามาลงทุนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางกระทรวงการคลังก็สนใจเหมือนกัน

อบจ.ภูเก็ต จัด “กีฬาพาสุขเพื่อลูกรัก”


เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2554 ที่ห้องประชุม สนามกีฬาสุระกุล อ.เมือง ภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการฝึกกีฬาภาคฤดูร้อน กีฬาพาสุขเพื่อลูกรัก ประจำปี 2554 โดยมีนายประดิษฐ์ แสงจันทร์ ประธานสภา อบจ.ภูเก็ต พร้อมด้วยสมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต นายมานพ ลีลาสุธานนท์ ปลัด อบจ.ภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่และผู้ปกครอง เข้าร่วม

ทั้งนี้นายมานพ ลีลาสุธานนท์ ปลัด อบจ.ภูเก็ต ได้กล่าวว่า “โครงการฝึกกีฬาภาคฤดูร้อน กีฬาพาสุขเพื่อลูกรัก ประจำปี 2554 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชนในจังหวัดภูเก็ตใช้เวลาว่างในช่วงปิดภาคเรียนให้เป็นประโยชน์ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและอบายมุขต่างๆ โดยใช้กิจกรรมทางการกีฬาและการออกกำลังกายเป็นสื่อ และได้เข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มทักษะและวางรากฐานการเล่นกีฬาที่ถูกต้อง โดยมีกิจกรรมที่ฝึก คือ ฟุตบอลและเทเบิลเทนนิส ฟุตบอลดำเนินการฝึกตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 3 พฤษภาคม 2554 ณ สนามกีฬาฟุตบอลฟีฟ่า (สำหรับเด็กและเยาวชนในเขตอำเภอเมือง) สนามกีฬาฟุตบอลโรงเรียนถลางพระนางสร้าง(สำหรับเด็กและเยาวชนในเขตอำเภอถลาง) สนามฟุตบอลโรงเรียนเทศบาล 2 บ้านกะทู้ (สำหรับเด็กและเยาวชนในเขตอำเภอกะทู้) ส่วนกีฬาเทเบิลเทนนิสดำเนินการการฝึกตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม – 29 เมษายน 2554 ณ อาคารอติเศษฐ์ โรงเรียนภูเก็ตไทยหัว

โดยมีเป้าหมายให้เด็กและเยาวชนในจังหวัดภูเก็ตเข้ารับการฝึกอบรมทั้งสิ้น จำนวน 430 คน แยกเป็นกีฬาฟุตบอล จำนวน 330 คน และเทเบิลเทนนิส จำนวน 100 คน ใช้งบประมาณในการดำเนินการจำนวน 450,000 บาท ซึ่งมีวิทยากรในการฝึกอบรมครั้งนี้ จากสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ตและชมรมปิงปองดำเนินการฝึกทักษะแก่เด็กและเยาวชน จึงทำให้เชื่อมั่นได้ว่าผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกคนจะได้รับความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง”

ทางด้านนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า “องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชนโดยใช้การฝึกกีฬาในช่วงปิดภาคเรียน เพื่อให้เด็ก เยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและอบายมุขต่างๆ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มทักษะและวางรากฐานการเล่นกีฬาที่ถูกต้อง ซึ่งการฝึกทักษะในครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเด็กๆ ที่รับการฝึกแล้วสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและในอนาคตจะสามารถเป็นกำลังหลักในการเป็นนักกีฬาทีมจังหวัดภูเก็ตและทีมชาติไทยในอนาคตอย่างแน่นอน และที่สำคัญต้องขอขอบคุณคณะวิทยากรและผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ร่วมมือร่วมใจทำให้เกิดกิจกรรมนี้ขึ้นมาและประสบความสำเร็จตรงตามวัตถุประสงค์ด้วยดีทุกประการ”

นายกและสมาชิกสภาอบจ.ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วย

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2554 พื้นที่ตำบลตลาดใหญ่ และตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ตนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายประดิษฐ์ แสงจันทร์ ประธานสภา อบจ.ภูเก็ต นายประสิทธิ์ สินเสาวภาคย์ สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต นายสาโรจน์ อังคณาพิลาส สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต นายบุญอุ้ม เอื้อจิตตระกูล สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต ตลอดจนเจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต พยาบาล และอาสาสมัครสาธารณสุข ได้ลงพื้นที่ออกเยี่ยมผู้ป่วยเรื้อรังและผู้พิการที่บ้านในโครงการภูเก็ตแคร์ ประจำเดือนมีนาคม 2554

สำหรับการลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยโครงการภูเก็ตแคร์ในครั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตได้มอบชุดของเยี่ยม อาทิ ผ้าอ้อม แป้ง สบู่ ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ ให้แก่ผู้ป่วยจำนวน 10 ราย

ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เห็นถึงการดูแล และการแบ่งปันความรักของคนในครอบครัวของผู้ป่วย พร้อมด้วยการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าหน้าที่ อสม. ที่ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและคอยให้กำลังใจผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจในการต่อสู้ซึ่งทำให้ตนเองมีอาการดีขึ้นและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เพื่อสร้างจิตสำนึกให้มีความเอื้ออาทรกับชุมชน และสร้างคุณธรรมให้เกิดขึ้นภายในชุมชน