จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ทต.ราไวย์ร่วมเทคนิคภูเก็ต มอบเรือท้องแบน 6 ลำ



เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 54 ที่วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต นายนรลักษณ์ จันทร์เกิด รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต พร้อมด้วยคณาจารย์ และนักศึกษาแผนกช่างเชื่อมโลหะ ร่วมส่งมอบเรือเหล็กท้องแบนจำนวน 6 ลำ ให้แก่นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ นายราเชน พันทรกิจ ปลัดเทศบาลตำบลราไวย์ นายเสทือน มุขดี ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลราไวย์ และคณะ เพื่อส่งมอบต่อให้กับทางโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ไว้ใช้ในการนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจังหวัดทางภาคกลาง โดยมีนายแพทย์เจษฎา จงไพบูลย์พัฒนะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และคณะร่วมรับมอบ
นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ กล่าวว่า เนื่องด้วยสภาวัฒนธรรมตำบลราไวย์ ได้จัดกิจกรรมลานวัฒนธรรมตำบลขึ้น ณ บริเวณแหลมพรหมเทพ โดยการสนับสนุนจากเทศบาลตำบลราไวย์ทุกรูปแบบ เพื่อขอรับบริจาคจากนักท่องเที่ยว และประชาชนที่มีน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ได้งบประมาณมาจำนวน 33,000 บาท
หลังได้เงินงบประมาณมาแล้วทางเทศบาลได้ติดต่อกับทางวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต ในการช่วยจัดสร้างเรือ เพื่อที่จะนำเรือเหล่านี้ไปช่วยผู้ประสบภัยในจังหวัดทางภาคกลาง และกรุงเทพฯ ซึ่งทางวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต ก็ได้ทำการจัดสร้างเรือเหล็กจำนวน 6 ลำ โดยไม่คิดค่าบริการใดๆ ทั้งสิ้น และเรือจำนวน 6 ลำดังกล่าว ทางเทศบาลฯ ได้ทำการส่งมอบต่อให้กับทางโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจังหวัดภาคกลางต่อไป
ด้านนายนรลักษณ์ จันทร์เกิด รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต กล่าวว่า เรือเหล็กท้องแบนจำนวน 6 ลำที่ทางวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ตได้ประกอบขึ้นมานั้น สามารถนั่งได้ 4 คน ใช้ในระดับน้ำตื้นตั้งแต่ 50 เซนติเมตร ถึง 2 เมตร ส่วนดีของเรือเหล็กคือการประกอบทำได้รวดเร็ว การเคลื่อนย้ายสะดวก ความเสียหายน้อย ความคงทนถาวรค่อนข้างมาก แต่ที่กังวลเรื่องหนึ่งคือในเรื่องของกระแสไฟฟ้าจะต้องระมัดระวังในการนำไปใช้ในพื้นที่ ที่อาจจะมีกระแสไฟฟ้ารั่ว ซึ่งจะต้องมีการทดสอบก่อน
ขณะที่นายแพทย์เจษฎา จงไพบูลย์พัฒนะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า เรือเหล็กท้องแบนที่รับมอบในวันนี้จะนำไปให้แพทย์ พยาบาล และผู้เกี่ยวข้องทางการแพทย์ ได้ใช้เป็นยานพาหนะในการออกไปให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดทางภาคกลางต่อไป




รวบเครือข่ายยาได้ยาบ้ากว่า 1,500 เม็ด



เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 ที่ห้องประชุมสภ.ฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต พ.ต.ท.ณรงค์ ลักษณะวิมล รอง ผกก.ป.สภ.ฉลอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สภ.ฉลอง ได้ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการเชิงรุกทำการปิดล้อมตรวจค้นชุมชนเป้าหมายยาเสพติดที่มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต โดยการนำของ พ.ต.อ.กฤตภาส เดชอินทรศร ผกก.สภ.ฉลอง สามารถจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 3 ราย พร้อมของกลางยาไอซ์จำนวน 113.14 กรัม และยาบ้า จำนวน 1,585 เม็ด ประกอบด้วย นายณรงค์ฤทธิ์ เมตุลา อายุ 19 ปี ที่อยู่ 41 หมู่ 7 ต.บ้านข่า อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 0.2 กรัม, นายบัวลิน พนันชัย อายุ 40 ปี ที่อยู่ 11 หมู่ 4 ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 1.31 กรัมและยาบ้าน จำนวน 185 เม็ด และนายเสกสรร ศรีธรรมา อายุ 25 ปี ที่อยู่ 178 ต.เมืองเดช อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี พร้อมของกลาง ยาไอซ์ นำหนักประมาณ 111.60 กรัม และยาบ้าจำนวน 1,400 เม็ด ตั้งข้อหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
พ.ต.ท.ณรงค์ ลักษณะวิมล รอง ผกก.ป.สภ.ฉลอง ได้กล่าวว่า สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. วันที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ฉลอง ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าบริเวณปากซอยแม่อำพัน ถ.ปฎัก ม.10 ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต มีกลุ่มวัยรุ่นใช้เป็นที่มั่วสุมเสพยาเสพติด จึงได้ไปตรวจสอบ พบนายณรงค์ฤทธิ์ ขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่ในบริเวณดังกล่าวและท่าทางมีพิรุธ จึงได้แสดงตัวและตรวจค้น พบยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 0.2 กรัม สอบถามทราบว่าซื้อมาจากนายบัวลิน ซึ่งอาศัยอยู่บ้านเช่าภายในซอยข้างปั๊ม ปตท.ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต จึงได้วางแผนเข้าจับกุม ได้ในวันเดียวขณะที่นายบัวลิน นั่งอยู่หน้าบ้านเช่าดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่แสดงตัวและทำการตรวจค้น พบยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 1.34 กรัมซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกง และยังให้การว่ามียาบ้าซุกซ่อนอยู่ใต้ชั้นวางโทรทัศน์ในบ้านเช่าจำนวน 185 เม็ด พร้อมรับสารภาพว่าของกลางทั้งหมดซื้อมาจากนายเสกสรรหรือเสก และจะนำมาส่งให้ที่บ้านเช่า จึงได้วางแผนจับกุมนายเสกสรร ซึ่งได้นำยาไอซ์และยาบ้ามาส่งจากการตรวจค้นพบของกลางยาบ้าจำนวน 1,400 เม็ด และยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 111.60 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในกางเกงชั้นในของนายเสกสรร จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวมาทำการสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

สืบสานประเพณีลอยกระทง



ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ร่วมสืบสานประเพณีไทย เตรียมจัดงาน ลอยกระทง “Loy Krathong Festival @ Jungceylon” เพื่อให้ชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้ชื่นชมความงดงามของวัฒนธรรมไทย โดยภายในงานพบกับกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การออกบูธจำหน่ายสินค้าและของที่ระลึกพื้นเมือง ของดีแต่ละภาค, การแสดงศิลปะวัฒนธรรมล้านนา, การแสดงพื้นบ้านไทย ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Work Shop สาธิตการประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ, ประดิษฐ์โคม เป็นต้น

ขอเชิญชวนชาวภูเก็ต นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมงานเทศกาลลอยกระทง “Loy Krathong Festival @ Jungceylon” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2554 ตั้งแต่เวลา 11.00 - 20.00 น. ณ โซนเดอะพอร์ท ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 076-600-111

ร้านของฝากกระทบ น้ำท่วมทำวัตถุดิบลด



นายวิรวัฒน์ เปี่ยมวิวัตติกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พรทิพย์ (ภูเก็ต) จำกัด ผู้ผลิตและจำน่ายสินค้าอาหารทะเลแปรรูปและของฝากพื้นเมืองภูเก็ต ภายใต้แบรนด์ “พรทิพย์ ภูเก็ต” กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้ส่งต่อผลการขนส่งวัตถุดิบและสินค้าบางรายการจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีซึ่งเป็นคู่ค้ารายสำคัญในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ทำให้ปริมาณวัตถุดิบและสินค้าที่ใช้ในการผลิตขาดหายไปประมาณ 30% แนวทางการแก้ปัญหาที่ดำเนินการอยู่ขณะนี้ คือ การหาวัตถุที่มีอยู่ในพื้นที่ภาคใต้มาทดแทนให้ได้มากที่สุด รวมทั้งในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือที่ไม่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยด้วย นอกจากนี้ยังมีสต๊อกวัตถุดิบบางส่วน แต่ก็จะสามารถใช้ได้ไปอีกประมาณ 1 เดือนเท่านั้น ส่วนราคาสินค้าที่จำหน่ายอยู่นั้นก็ยังไม่ได้ปรับขึ้นแต่อย่างใด
“วัตถุดิบที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันถือว่ายังไม่ขาดแคลน แต่หากในเดือนธันวาคมสถานการณ์ยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติก็จะมีปัญหาค่อนข้างมาก เนื่องจากปัจจุบันคำสั่งซื้อยังมีอยู่ ประกอบกับจังหวัดภูเก็ตได้เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้น รวมถึงจะกระทบกับตลาดส่งออกต่างประเทศด้วย เพราะแม้จะมีคำสั่งซื้อแต่ก็ไม่มีสินค้าจะส่งให้ แต่หากไม่สามารถที่จะจัดส่งสินค้าได้จริงๆ เชื่อว่าลูกค้าคงเข้าใจกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน”
นายวิรวัฒน์ กล่าวด้วยว่า จากภาวะที่เป็นอยู่ยังไม่สามารถตอบอะไรได้ชัดเจนมากนัก โดยจะต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้แต่ภาวนาว่าให้ทุกกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว แต่ในระยะนี้ก็คงต้องเร่งหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ๆ เข้ามาทดแทนในระหว่างรอการฟื้นตัวของโรงงานผลิตและพื้นที่ที่ประสบปัญหาซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลา 3-4 เดือน



วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

แก้ปัญหากักตุนสินค้าและปรับราคาไม่เป็นธรรม



เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 ที่ห้องประชุม 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต หลังใหม่ อ.เมือง ภูเก็ต ได้มีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัด (กรอ.)จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 2/2554 โดยมีนายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน และมีคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยหนึ่งในวาระการประชุมที่สำคัญ คือ การพิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาแนวโน้มราคาสินค้าและมาตรการป้องกันและแก้ไขราคาสินค้าแพงอันเนื่องมาจากปัญหาวิกฤติน้ำท่วม
ซึ่งทางตัวแทนจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศได้ส่งผลในเรื่องเกิดปัญหาการผลิต การขนส่งและการจำหน่ายสินค้า เนื่องจากผู้ประกอบการผลิตหลายรายไม่สามารถผลิตสินค้าและส่งเข้าสู่ตลาดได้ ในขณะที่ความต้องการมีสูง ส่งผลให้มีการปรับขึ้นราคาสินค้า แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็มีมาตรการในการควบคุมราคาสินค้าอยู่แล้ว รวมถึงนโยบายการนำเข้าสินค้าที่จำเป็นในการดำรงชีพจากต่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยสินค้าและบริการ ไม่มีหน้าที่และอำนาจในการจะสั่งให้ผู้ประกอบการนำเข้าสินค้า เพราะเป็นเรื่องของนโยบายส่วนกลาง จากปัญหาที่เกิดขึ้นก็ได้มีการลงไปตรวจสอบห้างร้านต่างๆ โดยกำหนดมาตรการห้ามกักตุนสินค้าและการขึ้นราคาที่ไม่เป็นธรรม หากพบก็จะมีความผิดตามกฎหมาย
ขณะที่นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) กล่าวว่า เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนสินค้าและการปรับขึ้นราคาสินค้าเป็นเรื่องเร่งด่วน การจะรอส่วนกลางนั้นคงไม่ทันการณ์ จึงอยากให้มีการเรียกประชุมในส่วนของคณะกรรมการส่วนจังหวัดฯ เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาระดับพื้นที่ก่อน เพราะเข้าใจได้ว่าขณะนี้มีปัญหาการขนส่งสินค้าลำบาก แต่สิ่งที่ได้รับการร้องเรียนมานั้นจะเป็นเรื่องการกักตุนสินค้าและการปรับขึ้นราคาที่ไม่เป็นธรรม ดังนั้นหน่วยงานระดับจังหวัดจะต้องเป็นที่พึ่งในเบื้องต้นให้กับประชาชน และจะต้องมาหารือร่วมกันว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งจะต้องคิดนอกกรอบ และต้องเป็นผู้นำ เนื่องจากจะต้องหาวิธีการในการรับมือ เพราะไม่ใช่เฉพาะดูแลประชาชนทั่วไปเท่านั้น แต่รวมถึงนักท่องเที่ยวด้วย เนื่องจากขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว
ด้านนายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าวก็จะต้องเรียกประชุมคณะกรรมการส่วนจังหวัดฯ เป็นการด่วน เพื่อมารับทราบปัญหาและกำหนดแนวทางในการแก้ไขที่ชัดเจน แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการจัดเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ แต่อาจจะยังไม่เพียงพอ ดังนั้นจะต้องเพิ่มความเข้มในการตรวจสอบโดยชุดเฉพาะกิจ ซึ่งอาจจะเป็นสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าภาครัฐไม่ได้ละเลย เมื่อตรวจพบก็จะต้องมีการดำเนินตามกฎหมายทันที




กรีฑานักเรียน นักศึกษา และประชาชน



เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 ที่ห้องประชุม ชั้น 2 ศาลาประชาคม อบจ.ภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแข่งขันกรีฑานักเรียน นักศึกษา และประชาชนจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2554 โดยมี นายอาซิ่น อร่ามเมธาพงศา ที่ปรึกษานายก อบจ.ภูเก็ต นายมานพ ลีลาสุธานนท์ ปลัด อบจ.ภูเก็ต ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต ตลอดจนคณะผู้บริหารโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมการประชุม
นายอาซิ่น อร่ามเมธาพงศา ที่ปรึกษานายก อบจ.ภูเก็ต ในฐานะประธานกรรมการแข่งขันฯ กล่าวว่า ตามที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้กำหนดจัดการแข่งขันกรีฑานักเรียน นักศึกษา และประชาชนจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2554 ในระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม 2554 ณ สนามกีฬาสุระกุล แต่เนื่องจากในระหว่างวันที่ 12-16 ธันวาคม 2554 ทางสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง ได้ดำเนินการสอบธรรมสนามหลวง ซึ่งมีนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมการสอบเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถจัดการแข่งขันตามกำหนดการเดิมได้ ในการประชุมครั้งนี้ จึงได้สรุปเลื่อนการแข่งขันเป็นวันที่ 12-14 ธันวาคม 2554 ณ สนามกีฬาสุระกุล โดยกำหนดให้วันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 เป็นวันสุดท้ายในการยื่นส่งเอกสารรายชื่อนักกีฬา ให้กับกองการท่องเที่ยวและกีฬา อบจ.ภูเก็ต ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดหลักฐานการสมัครได้ทางเว็บไซต์ อบจ.ภูเก็ต www.phuketcity.org
ทางด้าน นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า การกีฬาจะทำให้เยาวชนเป็นผู้มีวินัย เป็นผู้ฝึกความอดทน และความแข็งแกร่ง เมื่อเกิดวิกฤตอะไรขึ้น เยาวชนจะสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ ซึ่งคนที่เป็นนักกีฬาเท่านั้นที่จะสามารถฝึกร่างกายให้เตรียมพร้อมอยู่เสมอ เพราะฉะนั้น ถ้าเยาวชนเล็งเห็นความสำคัญของกีฬา พวกเราก็สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ในการนำกรีฑานักเรียน นักศึกษา และประชาชนจังหวัดภูเก็ต ประจำปีนี้ ให้ขึ้นมาเป็นจุดเด่น เพื่อรวมพลังของเยาวชนให้ได้รู้ความสำคัญของความมีน้ำใจนักกีฬา การทำงานร่วมกับผู้อื่น รวมถึงการเคารพกฎกติกา มารยาท และมีวินัย ในการฝึกฝน ซึ่งชีวิตก็เป็นเช่นเดียวกัน หากคนไหนมีความพร้อมกว่า คนไหนมีวินัยมากกว่า คนนั้นก็จะประสบความสำเร็จ และจะอยู่รอดได้ในภาวะวิกฤต



ทน.ภูเก็ตจ้าวเหรียญทอง “นครตรังเกมส์”



นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ให้การต้อนรับนักกีฬา นักเรียนในสังกัดเทศบาลนครภูเก็ต ที่เดินทางกลับมาจากการแข่งขัน “นครตรังเกมส์” โดยเทศบาลนครภูเก็ตสามารถคว้าจ้าวเหรียญทองในการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระดับ ภาคใต้ “นครตรังเกมส์”
โดยสามารถคว้ามาได้ 39 เหรียญทอง 32 เหรียญเงินและ 14 เหรียญทองแดง รวมทั้งสิ้น 85 เหรียญ สร้างความปลื้มปิติให้แก่ครูผู้สอน โรงเรียน และผู้ปกครอง อีกทั้งนักกีฬาที่ได้รับเหรียญทองและเหรียญเงินจะได้เป็นตัวแทนระดับภาคใต้ เข้าร่วมการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แห่งประเทศไทย ระหว่างวันที่ 4 – 12 มกราคม 2555 ณ เทศบาลนครหาดใหญ่
ส่วนลำดับที่ 2 ได้แก่เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เหรียญรวม 73 เหรียญ และ อบจ.สุราษฎร์ธานี 43 เหรียญ



ส.ท่องเที่ยวภูเก็ต เสนอ กรอ.



เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 54 ที่ห้องประชุม 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังใหม่) นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัด (กรอ.จังหวัดภูเก็ต) ครั้ง 2/2554 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วม
ทั้งนี้ได้มีการหารือเกี่ยวกับปัญหาเรื่องสภาพรถบัสรับส่งนักท่องเที่ยว การตรวจค้นรถขนส่งนักท่องเที่ยว และการสัมปทานรถประจำทางปรับอากาศ ซึ่งนายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางสมาคมฯ ได้รับการร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก เกี่ยวกับปัญหารถบัสโดยสารรับส่งนักท่องเที่ยวไม่ได้มาตรฐานทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เช่น เนินเขาทางไปหาดกะตะ กะรน เนินหาดป่าตอง เป็นต้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เนื่องจากรถที่ใช้อยู่ในสภาพไม่พร้อมใช้งาน จึงเสนอให้ขนส่งจังหวัดภูเก็ตดำเนินการเรียกรถบัสรับส่งนักท่องเที่ยวเป็นประจำเข้ามาตรวจสภาพ และให้บังคับใช้กฎหมายกับรถที่ไม่ยอมมาตรวจสภาพ รวมถึงรถทั่วไปที่มีควันดำและก่อให้เกิดมลภาวะอยู่ในปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังมีปัญหากลุ่มอิทธิพลประจำถิ่น ตั้งด่านตรวจเช็ครถที่จะเข้าไปรับนักท่องเที่ยวจากโรงแรมตามหาดต่างๆ ล่าสุดเมื่อประมาณปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นกับนักท่องเที่ยวที่เข้าไปพักโรงแรมแห่งหนึ่งบริเวณหาดในทอน อ.ถลาง เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวถูกไล่ลงจากรถ และผู้ประกอบการนำเที่ยวได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยอ้างว่ารถที่จะเข้าไปรับนักท่องเที่ยวตามโรงแรมได้นั้นจะต้องเป็นรถในท้องถิ่นเท่านั้น รถจากภายนอกห้ามเข้ามารับโดยเด็ดขาด แต่ไม่มีหน่วยงานใดออกมารับผิดชอบดำเนินการกับกลุ่มอิทธิพลดังกล่าว รวมไปถึงการทำร้ายและหลอกลวงนักท่องเที่ยวด้วย นายภูริตกล่าว
นายภูริต กล่าวด้วยว่า ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้ ในพื้นที่หาดกะตะกะรน หาดป่าตอง และปัจจุบันได้ขยายไปยังพื้นที่ชายหาดอื่นๆ ด้วย ซึ่งการกระทำดังกล่าวได้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวอย่างมาก ไม่แน่ใจว่ากลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมดังกล่าวเป็นคนภูเก็ตหรือไม่ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทราบว่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษได้ร้องเรียนไปยังกงสุลอังกฤษ ประจำจังหวัดภูเก็ต และทางกงสุลอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาให้จบสิ้นภายในจังหวัด เนื่องจากเรามีทั้งเวทีกรอ. และการหารือร่วมกับกงสุลของประเทศต่างๆ ซึ่งน่าจะมีการหารือแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ และอยากเห็นหน่วยงานที่รับผิดชอบบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวด
นายวันทา ภุมรารสสุคนธ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ประเด็นรถบัสรับส่งนักท่องเที่ยวนั้น ขนส่งฯ ได้ตรวจสภาพความพร้อมของรถปีละ 2 ครั้ง จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาทราบว่าไม่ได้เกิดจากสภาพรถไม่พร้อมแต่เกิดจากคนขับประมาท โดยจะได้เรียกผู้ประกอบการรถบัสรับส่งนักท่องเที่ยวทั้งหมดมาชี้แจงทำความเข้าใจอีกครั้งหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวอีก ส่วนปัญหาการใช้รถผิดประเภททางขนส่งฯ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามแก้ปัญหามาโดยตลอด โดยการนำรถผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบ ด้วยการทำเป็น Call Center เริ่มจากหาดกะรน ซึ่งลงพื้นที่ไปหารือร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 3 ครั้ง แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากท้องถิ่นและผู้ประกอบการยังไม่พร้อม



ทน.ภูเก็ตร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย



เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2554 นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล และพนักงานเทศบาล ได้ร่วมกันตักอาหารบรรจุลงถุง เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ณ ครัวรัฐบาล วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต


ส่งทีม DMAT ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม



เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 54 ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต (สสจ.ภูเก็ต) นำโดยนายแพทย์ศักดิ์ แท่นชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมส่งทีมช่วยเหลือทางการแพทย์ในสถานการณ์ภัยพิบัติ จังหวัดภูเก็ต หรือโรงพยาบาลสนาม หรือ DMAT ภูเก็ต ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของอาสาสมัครแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลรัฐและเอกชนในจังหวัดภูเก็ต โดยการสนับสนุนของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ทีมที่ 4 ประกอบด้วย แพทย์ 2 คน พยาบาล 5 คน เจ้าหน้าที่เวชกิจ 2 คน และเจ้าหน้าที่อื่นๆ 1 คน ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่กรุงเทพมหานคร ร่วมกับทางกระทรวงสาธารณสุข

นายแพทย์ศักดิ์ กล่าวว่า จากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ปัญหาน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ยังส่งผลต่อการแพร่ระบาดของโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตจึงได้ส่งทีม DMAT หรือทีมโรงพยาบาลสนาม ซึ่งประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ต่างๆ ไปตรวจรักษาพยาบาล และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จนถึงขณะนี้ได้ส่งทีม DMAT ไปแล้ว จำนวน 3 ทีม และล่าสุดเป็นทีมที่ 4 ซึ่งเดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
“นอกจากทีม DMAT ภูเก็ตแล้วยังได้จัดเตรียมทีม อสม.ทีม To Be Number One จากชุมชนบ้านเขาล้าน อ.ถลาง และทีมสุขภาพจิตไปให้กำลังใจ มอบยา เวชภัณฑ์ และชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต รวมทั้งการควบคุมโรคที่จะเกิดขึ้นหลังจากน้ำลด ซึ่งจะลงพื้นที่ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนนี้”

อย่างไรก็ตามนายแพทย์ศักดิ์ ยังกล่าวขอบคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคเงินเข้ากองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้มีจิตศรัทธาท่านใดที่ต้องการบริจาคเพิ่มเติม สามารถบริจาคได้ โดยโอนเงินเข้าบัญชีชื่อกองทุนเงินสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตช่วยน้ำท่วม ธนาคารกรุงเทพ สาขาภูเก็ต บัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 264-3-08358-3 ธนาคารกรุงไทย สาขาภูเก็ต บัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 805-0-45403-7 และธนาคารกสิกรไทย สาขาภูเก็ต บัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 102-1-09595-4 หรือหากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่กลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต โทร.076-211330 ต่อ 108