จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2555

มท.1 เปิดอบรมกำนัน 3 จ.ชายแดนใต้



เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2555 ที่ห้องประชุมโรงแรมภูเก็ต เกรซแลนด์ รีสอร์ท แอนสปา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการอบรมสัมมนาและศึกษาดูงานของกำนันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทางสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดยะลา ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดนราธิวาส ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดปัตตานี และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้จัดขึ้น


โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กำนันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประมาณ 242 คน นอกจากนี้นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านฯ จ.ภูเก็ต ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ


พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า ด้วยสถาบันกำนันมีบทบาทสำคัญยิ่งที่เป็นผู้บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่พี่น้องประชาชน ตลอดจนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ร่วมกับส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีปัญหาความไม่สงบเกิดขึ้น ทำให้กำนันต้องมีภารกิจเพิ่มขึ้นที่จะต้องร่วมกับทางราชการในการรักษาความสงบเรียบร้อย และดูแลพี่น้องประชาชนให้ได้รับความปลอดภัยในการนำเกียรติยศ ชื่อเสียง และความสันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 


ซึ่งการอบรมดังกล่าวก็เพื่อเปิดเวทีให้ได้มีการแสดงความคิดเห็น ระดมความคิดเพื่อขับเคลื่อนภารกิจในการดูแลความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ รับฟังความคิดเห็น และสร้างโอกาสในการพบปะเสวนาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ประสบการณ์ แนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างกำนันกับภาคราชการในพื้นที่ รวมทั้งได้ศึกษาดูงานชุมชนเข้มแข็งในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งมีความหลากหลายของการอยู่ร่วมกัน


ขณะที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทางกำนันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้ตระหนักถึงภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบอันสำคัญ ในการที่จะร่วมกันผลักดันนโยบายของรัฐบาลให้บังเกิดผล โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลจะต้องเร่งคืนความสันติสุขให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับความปลอดภัย 


ทั้งนี้ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้นั้นก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากกำนันในการช่วยขับเคลื่อนและทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือในการดูแลพี่น้องประชาชนให้ได้รับความปลอดภัย และเนื่องจากปัจจุบันปัญหายาเสพติดได้มีการแพร่ระบาดอย่างหนักและถือเป็นภัยคุกคามสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการแก้ปัญหา


“การพบปะกับกำนันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้นั้น เพื่อสร้างความเข้าใจ สร้างความผูกพันระหว่างรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย โดยมีเลขา ศอ.บต.เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ โดยให้มีการศึกษาดูงานนอกพื้นที่เพื่อให้ทราบว่าพื้นที่ของจังหวัดที่มีความสงบเรียบร้อยจะสามารถพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว และสามารถทำรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนรวมถึงจังหวัดได้เป็นจำนวนมาก เพื่อให้กำนันได้นำแนวทางไปดำเนินการเพื่อให้เกิดความสงบในพื้นที่ให้ได้ต่อไป รวมถึงการนำเสนอปัญหาให้รัฐบาลได้รับทราบ และนำไปปรับปรุงแก้ไข”


นายยงยุทธ กล่าวว่า ปัญหาที่มีการเสนอมาในเบื้องต้นนั้นจะเป็นเรื่องของความเข้าใจและความเข้าถึงเพื่อให้เกิดการพัฒนา นอกจากนี้ยังมีปัญหาความไม่สะดวกในการปฏิบัติงานบางประการ เช่น อาวุธประจำกาย ค่าตอบแทน สวัสดิการของกำนัน เป็นต้น ซึ่งก็ได้รับเรื่องไว้แล้วและจะได้นำไปดำเนินการแก้ไขต่อไป




ผลเลือกตั้ง ทต.รัษฎา –ทต.ฉลอง ไม่เป็นทางการ



นายกิติพงศ์ เที่ยงคุณากฤต ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า จากการที่มีการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่นจำนวน 2 แห่ง คือ เทศบาลตำบลรัษฎา และเทศบาลตำบลฉลอง อ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งการจัดการเลือกตั้งทั้งสองแห่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งในขณะที่มีการเลือกตั้ง ไม่มีปัญหาการร้องเรียนแต่อย่างใด ยกเว้นในส่วนของเทศบาลตำบลฉลองซึ่งมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดทำป้ายหาเสียงผิดขนาดก่อนการเลือกตั้งเพียงเรื่องเดียว ซึ่งหลังจากที่มีการรับรองในส่วนของ กกต.จังหวัดแล้ว จากนั้นก็จะได้ส่งให้ กกต.กลางพิจารณารับรองการเลือกตั้งภายใน 30 วัน

สำหรับผลการเลือกตั้งในส่วนของเทศบาลตำบลรัษฎา อ.เมืองภูเก็ต อย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า นายภูดิท (หรือโกน้อย) รักษาราษฎร์ หัวหน้ากลุ่มรัษฎานุวัฒน์ ผู้สมัครหมายเลข 1 ได้คะแนน 8,728 คะแนน ขณะที่นายสุรทิน เลี่ยนอุดม หัวหน้ากลุ่มรักษ์รัษฎา อดีตนายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา ผู้สมัครหมายเลข 2 ได้คะแนน 6,484 คะแนน โดยมีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 16,425 คน จากจำนวนผู้มีสิทธิ 29,568 คน คิดเป็นร้อยละ 55.55 มีบัตรเสีย 555 ใบ คิดเป็นร้อยละ 3.38% และมีบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 656 ใบ คิดเป็นร้อยละ 3.99

ส่วนสมาชิกสภาเทศบาลตำบลเขตเลือกตั้งที่ 1 มีผู้มาใช้สิทธิ 9,363 คน จากผู้มีสิทธิ 15,559 คน คิดเป็นร้อยละ 60.18 มีบัตรเสีย 669 ใบ คิดเป็นร้อยละ 7.15% บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 338 คิดเป็นร้อยละ 3.61

เขตเลือกตั้งที่ 2 มีผู้มาใช้สิทธิ 7,043 คน จากจำนวนผู้มีสิทธิ 13,932 คน คิดเป็นร้อยละ 50.55 มีบัตรเสีย 448 ใบ คิดเป็นร้อยละ 6.36 บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 595 คิดเป็นร้อยละ 8.45 ปรากฏว่าทั้งสองเขตเลือกตั้งผู้สมัครสมาชิกสภาฯ จากกลุ่มรัษฎานุวัฒน์ ได้มาจำนวน 11 คน ขณะที่ผู้สมัครสมาชิกสภาฯ จากกลุ่มรักษ์รัษฎา ได้มาเพียง 1 คน

สำหรับผลการเลือกตั้งของเทศบาลตำบลฉลอง อ.เมืองภูเก็ตอย่างไม่เป็นทางการ ผลปรากฏว่า นายฐานะพงศ์ (หรือโกเหลี่ยง) ก่ออุดม หัวหน้ากลุ่มรักพัฒนาฉลอง ผู้สมัครหมายเลข 1 ได้คะแนน 2,490 คะแนน ขณะที่นายสำราญ (หรือโกราญ) จินดาพล หัวหน้ากลุ่มฉลองก้าวใหม่ ผู้สมัครหมายเลข 2 ได้คะแนน 5,118 คะแนน โดยมีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 8,182 คน จากจำนวนผู้มีสิทธิ 14,632 คน คิดเป็นร้อยละ 55.92 มีบัตรเสีย 243 ใบ คิดเป็นร้อยละ 2.97 และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 331 ใบ คิดร้อยละ 4.05

ส่วนสมาชิกสภาเทศบาลตำบลฉลองเขตเลือกตั้งที่ 1 มีผู้มาใช้สิทธิ 4,060 คน จากผู้มีสิทธิ 7,093 คน คิดเป็นร้อยละ 57.24 มีบัตรเสีย 335 ใบ คิดเป็นร้อยละ 8.25% บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 256 คิดเป็นร้อยละ 6.31

เขตเลือกตั้งที่ 2 มีผู้มาใช้สิทธิ 4,095 คน จากจำนวนผู้มีสิทธิ 7,469 คน คิดเป็นร้อยละ 54.83 มีบัตรเสีย 325 ใบ คิดเป็นร้อยละ 7.94 และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 189 คิดเป็นร้อยละ 4.62 คะแนน ปรากฏว่าผู้สมัครสมาชิกสภาฯ จากกลุ่มรักพัฒนาฉลอง ได้มา 1 คน ขณะที่กลุ่มฉลองก้าวใหม่ได้มา 11 คน

 





วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2555

Central Festival Phuket Love Song 2012



ผ่านพ้นไปแล้วกับความสำเร็จอย่างล้นหลาม ในงานมหกรรมคอนเสิร์ตเพลงรักครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดบนเกาะภูเก็ต "Central Festival Phuket Love Song Festival 2012" เมื่อวันที่ 24-25 มีนาคมที่ผ่านมา ณ ลานลม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต เรียกได้ว่าจัดเต็มทุกแง่มุมความรัก ผ่านบทเพลงสุดหวานซึ้งจากศิลปินชั้นนำ ซีซั่น ไฟว์, ฟรายเดย์, แคลอรี่ บลา บลา และอ๊อฟ ปองศักดิ์ ที่ร่วมกันขับกล่อมความสุขให้กับแฟนเพลง ประชาชน แขกผู้มีเกียรติ และนักท่องเที่ยว ที่เข้าร่วมงานจำนวนมากตลอดทั้งเทศกาลดนตรี


คุณวิไลพร ปิติมานะอารี ผู้อำนวยการศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต ในฐานะของผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เผยว่า “วัตถุประสงค์หลักในการจัดงาน ก็เพื่อต้องการคืนกำไรให้แก่ลูกค้าผู้มีอุปการะคุณ ซึ่งให้การสนับสนุนศูนย์การค้าของเราอย่างดีเสมอมา อีกทั้งเป็นการแสดงความขอบคุณจากใจ ผ่านกิจกรรมคอนเสิร์ตที่มีศิลปินนักร้องชั้นนำของประเทศไทย มาร่วมสร้างความบันเทิงและความสุขให้กับทุกๆ คน


ซึ่งการจัดกิจกรรมในรูปแบบนี้มีเพียงแห่งเดียวในจังหวัดภูเก็ต ที่กล้าลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาลกว่า 20 ล้านบาทต่อปี เพื่อจัด International Concerts ที่นำหลากหลายศิลปินนักร้องชื่อดังของไทย และนานาชาติมาจัดแสดงที่เซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เราได้วางกลยุทธ์ในการจัดกิจกรรมความบันเทิง ณ ศูนย์การค้าของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ศูนย์การค้าแห่งนี้ ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางของการจัดคอนเสิร์ตระดับนานาชาติ ที่ดึงดูดผู้คนให้หลั่งใหลเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น และเป็นการตอกย้ำถึงการพัฒนาแบบไม่หยุดนิ่งของเซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต”


คุณวิไลพร กล่าวต่อไปอีกว่า “ขอขอบคุณสปอนเซอร์ทุกราย รวมทั้งศิลปินทุกท่าน และที่สำคัญที่สุด คือลูกค้าของเซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต ที่ร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งความทรงจำให้กับคอนเสิร์ตในครั้งนี้ และรู้สึกประทับใจที่ผู้เข้าร่วมงานทุกคนมีความสุข กับทุกบทเพลงคุณภาพที่ได้คัดสรรมา ทางศูนย์การค้าขอให้คำมั่นสัญญาว่าเราจะสานต่อความสุขของทุกท่าน ผ่านกิจกรรมที่น่าสนใจ และยิ่งใหญ่มากยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต” 

ต้นแบบการผลิตพันธ์ปลามูลค่าสูงเชิงพาณิชย์



เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2555 ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งภูเก็ต อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายเชิดศักดิ์ วงศ์กมลชุณห์ รองอธิบดีกรมประมง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำคณะสื่อมวลชน ร่วมติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการ “ต้นแบบการผลิตพันธ์ปลากะรังที่มีมูลค่าสูงเชิงพาณิชย์”


การลงพื้นที่ในครั้งนี้ รองอธิบดีฯ พร้อมคณะได้ร่วมกันปล่อยปลากะรังจุดฟ้า ปลาหมอทะเล และปลาเก๋าเสือ จำนวน 300 ตัว ลงทะเลที่บริเวณหน้าศูนย์วิจัยฯ ภูเก็ตด้วย ซึ่งทั้งหมดเป็นปลาที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฟั่งพังงา กระบี่ และภูเก็ต ทำการศึกษาวิจัยเพื่อเป็นโครงการต้นแบบก่อนที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะเลี้ยงเพื่อการส่งออก


นายเชิดศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา กรมประมงได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 28 ล้านบาท จากสำนักพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) จำกัด หรือ สวก. เพื่อนำมาดำเนินโครงการ “ต้นแบบการผลิตปลากะรังที่มีมูลค่าสูงเชิงพาณิชย์” ซึ่งเป็นการศึกษาวิจัยการเพาะเลี้ยงปลากะรัง หรือ ปลาเก๋า ซึ่งเป็นปลาชนิดที่มีมูลค่าสูง 3 ชนิดด้วยกัน โดยให้แต่ละศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งทั้ง 3 แห่ง ดำเนินการ ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งพังงา ศึกษาและวิจัยการเพาะเลี้ยงปลาเก๋าเสือ หรือปลากะรังเสือ ส่วนศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงกระบี่ ศึกษาและวิจัยการเพาะเลี้ยงปลาหมอทะเล สำหรับศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งภูเก็ต ศึกษาและวิจัยการเพาะเลี้ยงปลากะรังจุดฟ้า หรือปลาเก๋าจุดฟ้า


ปลาทั้ง 3 ชนิดเป็นปลาที่มีมูลค่าสูงมากโดย ปลากะรังจุดฟ้าสามารถจำหน่ายได้กิโลกรัม ละ 1,200 บาท ปลาหมอทะเล จำหน่ายได้กิโลกรัมละ 500-600 บาท และปลาเก๋าเสือ จำหน่ายได้กิโลกรัมละประมาณ 450-500 บาท ซึ่งตลาดของปลาเหล่านี้เป็นการส่งขายในต่างประเทศทั้งสิ้น โดยประเทศที่รับซื้อปลาดังกล่าวมีทั้งฮ่องกง ใต้หวัน และจีน ซึ่งรับซื้อปลาเป็น


นายเชิดศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินโครงการ “ต้นแบบการผลิตพันธุ์ปลากะรังที่มีมูลค่าสูงเชิงพาณิชย์” นั้นดำเนินการมาแล้วกว่าหนึ่งปี พบว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สามารถผลิตพัน์ปลาส่งขายให้กับเกษตรกรได้แล้ว 3 รุ่น ซึ่งการผลิตพันธุ์ปลานั้นยังไม่เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกร โดยขณะนี้พันธุ์ลูกปลากะรังจุดฟ้าขายอยู่ที่นิ้วละ 30 บาท ปลาหมอทะเลขายอยู่ที่นิ้วละ 40 บาท และปลาเก๋าเสือ นิ้วละ 10 บาท เมื่อเกษตรกรนำไปเลี้ยงจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี – 1 ปีครึ่ง มีต้นทุนการเลี้ยงอยู่ที่ประมาณ 200-300 บาท แต่สามารถขายได้กิโลกรัมละ 500-1,200 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของปลา อย่างไรก็ตามจากการดำเนินโครงการดังกล่าวมาระยะหนึ่งทางศูนย์ทั้ง 3 แห่งสามารถขายพันธุ์ปลาให้กับเษตรกรได้แล้วประมาณ 5 ล้านบาท


“สำหรับการศึกษาวิจัยการเลี้ยงปลาทั้ง 3 ชนิด ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาพัฒนาในเรื่องของอาหารสำหรับเลี้ยงปลา โดยขณะนี้ปลาที่เลี้ยงยังเลี้ยงด้วยปลาเป็ด หรือปลาขนาดเล็ก ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาให้ปลากินอาหารเม็ด ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของเกษตรกรลงไปได้อีกมาก” นายเชิดศักดิ์ กล่าว








เอส.ยู.ซูซูกิ เปิดตัว All New SUZUKI Swift



เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2555 ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ บริษัท เอส.ยู.ซูซูกิ ภูเก็ต จำกัด ตัวแทนจำหน่วยรถยนต์ซูซูกิ ใน จ.ภูเก็ต ภายใต้การบริหารงานของนางพรรณทิพา อุปัติศฤงค์ กรรมการผู้จัดการ ได้จัดให้มีการเปิดตัวรถยนต์ All New SUZUKI Swift โดยมีนายกวี ตันสุคตานนท์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เป็นประธานงาน ซึ่งในโอกาสเดียวกันนี้ยังได้มีการจัดกิจกรรมเพ้นท์ถุงผ้ารณรงค์ลดโลกร้อน เพื่อนำถุงผ้าดังกล่าวมอบให้กับทางเทศบาลนครภูเก็ตไปใช้ในกิจกรรมการรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนด้วย


นางพรรณทิพา อุปัติศฤงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอส.ยู. ซูซูกิ จำกัด กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มลูกค้าที่สนใจได้รับทราบข้อมูลและรู้จักกับรถยนต์ SUZUKI Swift ใหม่มากขึ้น หลังจากที่มีการเปิดตัวไปแล้วที่ส่วนกลาง โดยจุดเด่นของ SUZUKI Swift ใหม่ จะมีรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวมากขึ้น มีช่วงล่างแข็งแกร่ง มีการพัฒนาระบบเกียร์จากเดิมเป็น CVT ขนาดเครื่องยนต์ 1,250 ซีซี 91 แรงงม้า 4 กระบอกสูบ และยังมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน Eco car ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดพลังงาน สิ่งแวดล้อม มาตรฐานมลพิษปลอดภัยระดับยูโร 4 เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีให้เลือก 3 รุ่น คือ GLX ราคาเริ่มต้นที่ 559,000 บาท GL ราคาเริ่มต้นที่ 507,000 บาท และ GA ราคาเริ่มต้นที่ 469,000 บาท ซึ่งทั้ง 3 รุ่น สามารถนำไปหักภาษีตามโครงการรถยนต์คันแรกของรัฐบาลได้ด้วย


“ยอดจองของ SUZUKI Swift ใหม่ อยู่ที่ประมาณกว่า 100 คัน คาดว่าเมื่อถึงสิ้นเดือนนี้จะมียอดการจองไม่ต่ำกว่า 200 คัน เนื่องจากเป็นรถขนาดเล็กเหมาะแก่การใช้งานในตัวเมือง และระดับราคาที่ไม่สูงจนเกินไป นอกจากนี้ในระยะแรกยังมีโปรโมชั่นพิเศษ แถมประกันชั้น 1 (50%) ฟรีค่า พ.ร.บ. ฟรีค่าขนส่ง ติดฟิล์มกรองแสง ยางปูพื้น ม่านกันแดดและอื่นๆ อีกมากมาย โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นหนุ่มสาววัยทำงาน และผู้ที่ต้องการมีรถคันที่ 2 หรือ 3 ซึ่งเป็นรถขนาดเล็ก”


นางพรรณทิพา กล่าวว่า ขณะนี้สำหรับตลาดรถขนาดเล็กหรือ Eco car จะมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ดังนั้นเพื่อรองรับการเติบโตและการแข่งขันของตลาดรถยนต์ดังกล่าว จึงได้มีการใช้งบประมาณกว่า 30 ล้านบาท ในการปรับปรุงโชว์รูมและศูนย์บริการ เพื่อให้มีความทันสมัยและเป็นไปตามนโยบายของบริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งนี้ได้มีการตั้งยอดการจำหน่ายทั้งปีไว้ที่ประมาณ 400-500 คัน เพื่อจากปีที่ผ่านมาซึ่งมียอดการจำหน่ายทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 300 คัน








ปชป.เขต 2 ภูเก็ต เปิดที่ทำการสาขาพรรค



เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2555 นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.ภูเก็ต เขตเลือกตั้งที่ 2 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ประกอบพิธีเปิดสำนักงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นสาขาลำดับที่ 183 ของพรรคฯ ตั้งอยู่เลขที่ 129/17 หมู่ที่ 5 ถ.เทพกระษัตรี ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อเป็นสถานที่ในการติดต่อประสานงานกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยได้รับเกียรติจากนางอัญชลี วานิช เทพบุตร ส.ส. ภูเก็ต เขตเลือกตั้งที่ 1 เป็นประธานเปิด นอกจากนี้ยังมีนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแสดงความยินดี และปราศรัยกับผู้มาร่วมงาน ตลอดสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ พี่น้องประชาชนที่ให้การสนับสนุนและผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก โอกาสเดียวกันนี้ยังได้มีการแนะนำคณะกรรมการสาขาพรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งมีนายสมศักดิ์ หลักแหลม เป็นประธานสาขาพรรคฯ

อย่างไรก็ตามในงานเดียวกันนี้ชมรมคนรักษ์ภูเก็ต ได้ร่วมกับศิษย์เก่าภูเก็ตวิทยาลัย รุ่นสะตอ 24 ได้จัดโครงการกระชากค่าครองชีพ เพื่อชาวภูเก็ต ด้วยการนำสินค้าที่จำเป็น มีทั้งไข่ไก่สด น้ำมันพืช และน้ำตาลทรายขาวมาจำหน่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมงานในราคาถูกกว่าท้องตลาด โดยไข่ไก่ 10 ฟอง ราคา 25 บาท น้ำมันปาล์มขวดลิตร ราคา 30 บาท และน้ำตาลทรายขาวบรรจุถุงน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ราคา 15 บาท
นายเรวัติ อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเปิดสำนักงานดังกล่าว เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 2 ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ ถลาง กะทู้ ป่าตอง กมลา เชิงทะเล สาคู เกาะแก้ว เป็นต้น ในการติดต่อประสานงานต่างๆ กับ ส.ส.เพราะจากเดิมมีเฉพาะสาขาซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมืองภูเก็ต เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ได้มีการแบ่งเขตเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตามนายเรวัติ ได้ชี้แจงด้วยว่า ที่ผ่านมาในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ตนและนายทศพร เทพบุตร ส.ส.สมัยนั้น รวมทั้งนางอัญชลี ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกฯ ได้ร่วมกันผลักดันงบประมาณต่างๆ เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลทั้งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โรงพยาบาลถลาง โรงพยาบาลป่าตอง รวมทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลต่างๆ นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างอาคารเรียนในโรงเรียนต่างๆ ด้วย

“อยากบอกกับพี่น้องประชาชนว่า ขณะนี้ผมถูกปล้นผลงาน โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างทางลอดที่บริเวณสี่แยกดาราสมุทร (สี่แยกไทนาน) เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งผมและอดีต ส.ส.ทศพร เทพบุตร ได้มีการตั้งกะทู้ถาม รมว.คมนาคมขณะนั้น และผลักดันจนได้มีการอนุมัติงบประมาณในการออกแบบสำเร็จ และได้มีการบรรจุโครงการดังกล่าวไว้ในแผนพัฒนาประจำปีของกระทรวงคมนาคม ซึ่งหากรวมงบประมาณที่ได้ผลักดันให้กับภูเก็ต มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท แต่มาวันนี้กลับมีการขึ้นป้ายโฆษณาว่าเป็นผลงานของพรรคการเมืองหนึ่งที่เป็นรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ ซึ่งที่ผ่านมามีหลายคนเคยบอกว่าเมื่อไปทำงานมาแล้วควรจะมีการขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์ แต่ตนก็ไม่ได้ดำเนินการ จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว” นายเรวัต กล่าว

ขณะที่นางอัญชลี กล่าวในการปราศรัยตอนหนึ่งถึงกรณีที่ ครม.มาสัญจรที่ภูเก็ตเมื่อเร็วๆ นี้ว่าคนภูเก็ตใจกว้าง มีเหตุผลและให้โอกาส จะเห็นได้จากในคราวที่พรรคไทยรักไทยในอดีตมาเปิดตัวพรรคที่ภูเก็ต หรือมีการ ครม.สัญจรในคราวที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีก็มาโปรยคำหวานว่าจะให้งบประมาณจำนวนนับแสนล้านบาท ครั้งนี้น้องสาวมาอีกก็บอกจะให้งบประมาณเป็นหมื่นล้าน แต่ที่น่าจับตามอง คือ โครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการนานาชาติที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ได้อนุมัติงบประมาณไว้แล้ว 2,600 ล้านบาท ซึ่งทราบว่าขณะนี้ได้ผ่านสิ่งแวดล้อมไปแล้วว่าเขาจะให้มีการดำเนินการต่อหรือไม่อย่างไร แม้จะไม่ให้โครงการใหม่แต่โครงการเก่าก็ควรจะได้ดำเนินการต่อ เพราะจากการติดตามมติ ครม.ครั้งที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้มีการอนุมัติในหลักการโครงการรถไฟฟ้ารางเบา ซึ่งรัฐบาลไม่ต้องลงทุนเอง รวมทั้งจะต้องจับตาเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการปรองดอง ซึ่งเกรงว่าหากยังมีการเร่งรีบก็จะทำให้เกิดความวุ่นวายได้

วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2555

ทน.ภูเก็ตจัดกิจกรรมยามว่าง ประจำปี 2555



เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2555 ที่อาคารยิมเนเซียม 1 ศูนย์กีฬาสะพานหิน เทศบาลนครภูเก็ต อ.เมือง ภูเก็ต นายกวี ตันสุคตานนท์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมกิจกรรมยามว่างภาคฤดูร้อนสำหรับเด็กและเยาวชน ประจำปี 2555 ซึ่งสำนักการศึกษา ฝ่ายกิจกรรมเด็กและเยาวชน เทศบาลนครภูเก็ตจัดขึ้น โดยมีสมาชิกสภาเทศบาลนครภูเก็ต คณะกรรมการดำเนินงาน เจ้าหน้าที่และผู้เข้ารับการฝึกอบรม เข้าร่วมในพิธี

ทั้งนี้นายธวัชชัย ทองมั่ง ปลัดเทศบาลนครภูเก็ต ได้กล่าวว่า ด้วยเด็กและเยาวชน เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่ายิ่งของประเทศ ดังนั้นเป็นหน้าที่ของทุกหน่วยงาน ที่จะต้องช่วยกันสนับสนุนและส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป ทางเทศบาลนครภูเก็ต จึงได้จัดสรรงบประมาณให้กับสำนักการศึกษา โดยฝ่ายกิจกรรมเด็กและเยาวชน ดำเนินการฝึกอบรมกิจกรรมยามว่างภาคฤดูร้อนสำหรับเด็กและเยาวชน ประจำปี 2555 ขึ้น

เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและสังคม เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างให้เด็กและเยาวชน เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพของสังคม เพื่อสนองนโยบายด้านการพัฒนาเด็ก และเยาวชนของรัฐให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบาย 8 ความสุขของผู้บริหารเทศบาล “ด้านความสุข สร้างการศึกษา”

นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า การฝึกอบรมครั้งนี้จัดกิจกรรมต่างๆ อย่างหลากหลาย เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เลือกประกอบกิจกรรมตามความถนัด และสนใจของแต่ละบุคคล ซึ่งมีเด็กและเยาวชน สมัครเข้ารับการฝึกอบรม จำนวนทั้งสิ้น 1,139 คน แยกตามกิจกรรม มีมากถึง 24 กิจกรรม เช่น กิจกรรมว่ายน้ำ ฟุตซอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล เทนนิส แบดมินตัน ลีลาส เทควันโด คาราเต้า-โด เทเบิลเทนนิส เปตอง มวยไทย รำไทย ดนตรีไทย พิมพ์ดีด ไทย/คอม ศิลปศึกษา คอมพิวเตอร์ ภาษาจีน ยิงธนู เป็นต้น

โดยเริ่มการฝึกอบรมตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – วันที่ 25 เมษายน 2555 ณ ศูนย์กีฬาสะพานหินเทศบาลนครภูเก็ต ยกเว้นดนตรีไทย ฝึกอบรม ณ โรงเรียนเทศบาลเมืองภูเก็ต ภาษาจีนและจินตคณิตฝึกอบรม ณ โรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว ศิลปประดิษฐ์ พิมพ์ดีดไทย ฝึกอบรม ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต ยิงธนู ฝึกอบรมที่ชมรมยิงธนูภูเก็ต โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากทั้งภาครัฐ และเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยหัวเฉลียว ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ส่งวิทยากรในการฝึกอบรมภาจีนจำนวน 10 คน

ด้านนายกวี ตันสุคตานนท์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ได้กล่าวว่า ทางเทศบาลนครภูเก็ต โดยคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาล ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนทั้งในและนอกระบบโรงเรียนมาโดยตลอด ด้วยการอนุมัติงบประมาณเพื่อการดำเนินการฝึกอบรมกิจกรรมต่างๆ เป็นประจำทุกปี เพระเป็นที่ทราบกันดีว่า เด็กและเยาวชนเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติ ให้เจริญก้าวหน้าและมั่นคงสืบไป จึงควรได้รับการพัฒนาและเสริมสร้างให้พร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา พร้อมทั้งขอบคุณหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ พร้อมทั้งวิทยากร ที่ได้เสียสละเวลา เพื่อที่เสริมสร้างเด็กและเยาวชน ให้เป็นกำลังต่อไปในอนาคตในการพัฒนาประเทศชาติสืบไป