จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

งานย้อนอดีต สร้างความคึกคักย่านเมืองเก่าภูเก็ต


เมื่อเวลา 19.30 น.ของวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 53 ที่ผ่านมา ที่บริเวณเวทีกลาง สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานตรุษจีน – ย้อนอดีตเมืองภูเก็ต ครั้งที่ 11 ซึ่งทางเทศบาลนครภูเก็ต ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ สมาคมเพอรานากัน ชุมชน OLD PHUKET TOWN (ย่านเมืองภูเก็ต) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นคุณค่าของสถาปัตยกรรม ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในเขตเมือง อันจะนำมาซึ่งการฟื้นฟูของเศรษฐกิจ โดยได้รับความสนใจจากประชาชนชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมชมงานเป็นจำนวนมาก ที่บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี ถนนถลาง ซอยรมณีย์ ถนนกระบี่ และถนนภูเก็ตการ ซึ่งงานจะมีไปจนถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้


น.ส.สมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต กล่าวว่า การจัดงาน ตรุษจีน-ย้อนอดีตเมืองภูเก็ต ครั้งที่ 11 เป็นกิจกรรมหนึ่งภายใต้โครงการพัฒนาและอนุรักษ์ในเขตสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมย่านการค้าเมืองเก่าภูเก็ต เป็นกิจกรรมที่เทศบาลฯ ดำเนินการร่วมกับประชาชนในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2541 จนปัจจุบัน รวมระยะเวลา 11 ปี เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นคุณค่าของสถาปัตยกรรม ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในเขตเมือง อันจะนำมาซึ่งการฟื้นฟูของเศรษฐกิจ


กิจกรรมหลักๆ ภายในงาน ประกอบด้วย การสักการะองค์เจ้าแม่กวนอิม บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาฯ นิทรรศการทางวิชาการ ณ บ้านเลขที่ 63 ถนนถลาง การเสวนาภาษาภูเก็ตกับปราชญ์ท้องถิ่น หมู่บ้านชิโน ตลาดบาบ๋า เพอรานากัน การแสดงแสง สี เสียง “บาบ๋าเมืองภูเก็ต (Phuket Baba Light Show)” การแสดงและการละเล่นต่างๆ ตามแนวถนน การออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง อาหารและขนมโบราณ การล่องเรือกอจ๊าน การจัดทำแสตมป์ถ่ายรูปย้อนยุค โดยบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด และการนั่งรถสามล้อภูเก็ตชมเมืองเก่า ซึ่งจะจัดให้บริการตั้งแต่วันที่ 15-21 กุมภาพันธุ์นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป โดยจุดให้บริการอยู่ที่บ้านเลขที่ 63 ถนนถลาง นอกจากนี้ ททท.สำนักงานภูเก็ต ยังได้นำการแสดงนาฎศิลป์ จาก 10 มณฑลของสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย เช่น มวยกังฟูจากวัดเส้าหลิน การแสดงเปลี่ยนหน้ากากจากเมืองเฉินตู มณฑลเสฉวน การแสดงหุ่นกระบอกจีนจากมณฑลกวางสี การระบำเจียงหนานจากมณฑลเจ้อเจียง ระบำมองโกลจากมองโกเลียใน งิ้วในราชสำนักจี๋หลิน เป็นต้น


โดยในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 ซึ่งเป็นวันที่สองของการจัดงานจะมีขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่ตระการตาตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป ซึ่งจะมีขบวนแห่ ประกอบด้วย ขบวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และขบวนทางวัฒนธรรม โดยเคลื่อนจากเวทีกลางสะพานหิน ตรงเข้าถนนภูเก็ต ผ่านวงเวียนสุรินทร์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนรัษฎา เลี้ยวขวาวงเวียนสุริยเดช เข้าถนนเยาวราช เลี้ยวขวาเข้าถนนถลาง ตรงไปจนถึงสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี และวันสุดท้ายของงานซึ่งตรงกับวันไหว้เทวดา ก็จัดให้มีพิธีไหว้เทวดาขึ้นในเวลา 23.00-24.00 น. บริเวณด้านหน้ารูปปั้นพญามังกร (ฮ่ายเหล็งอ๋อง) เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองของเมืองภูเก็ต น.ส.สมใจกล่าว

มรภ.ภูเก็ต ต้อนรับ มรภ.เชียงราย


ผศ.ทรงเกียรติ ภาวดี ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ และคณะเจ้าหน้าที่หอสมุด ให้การต้อนรับคณะบุคลากร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ที่ได้เดินทางมาศึกษาดูงาน ณ หอสมุด มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เพื่อศึกษาระบบการเข้าถึงแหล่งข้อมูลสารสนเทศพร้อมเยี่ยมชมการดำเนินงาน และนำไปพัฒนาศักยภาพ เพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ ตลอดจนได้มีโอกาสเรียนรู้แนวคิด และระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย นำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารงานของสำนักวิทยบริการฯ ม.ราชภัฏเชียงรายต่อไป


วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

“ท่องโพถ้อง ฮกคี...ฮกจ๋าย...ตรุษจีน”



เมื่อเวลา 13.30 น.ของวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 53 นางบังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานภูเก็ต พร้อมด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ นั่งรถโพถ้องซึ่งเป็นรถพื้นเมืองของภูเก็ตตามโครงการ “ท่องโพถ้อง ฮกคี...ฮกจ๋าย...ตรุษจีน” ออกจากบริเวณหน้าสำนักงาน ททท.ภูเก็ต ถนนถลาง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เดินทางไปสักการะองค์เทพตามศาลเจ้าต่างๆ ในเขตตัวเมืองภูเก็ต จำนวน 5 ศาลเจ้า ได้แก่ ศาลเจ้าบางเหนียว ศาลเจ้า กิ้วเทียนเก้ง ศาลเจ้าปุดจ้อ ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง และศาลเจ้าแสงธรรม เพื่อขดพรในช่วงตรุษจีน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะจัดไปจนถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ โดยคิดค่าบริการคนละ 50 บาท ซึ่งรายได้ทั้งหมดมอบให้กับศาลเจ้ าแสงธรรม เพื่อใช้ในการบูรณะศาลเจ้า


นางบังอรรัตน์ กล่าวว่า ในแต่ละศาลเจ้าจะมีองค์พระศักดิ์สิทธิตามความเชื่อที่แตกต่างกัน เริ่มจากศาลเจ้าบางเหนียว ซึ่งเป็นหนึ่งในศาลเจ้าเก่าแก่มีอายุกว่า 100 ปี และมีการประกอบเพณีถือศีลกินผัก ถัดมาเป็นศาลเจ้ากิ้วเทียนเก้ง ตั้งอยู่บริเวณปลายแหลมสะพานหินไหว้องค์กิ้วเที้ยนเอียนลื้อและองค์ซำโป้ฮุก เพื่ออธิฐานขอพรให้เกิดความสุขทางบารมี จากนั้นเดินทางไปยังศาลเจ้าปุดจ้อ ไหว้ขอพรเจ้าแม่กวนอิมไทโส่เอี๋ย(เทพดาวนพเคราะห์) และจ่ายสินเอี๋ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ รวมทั้งฮ้อเอี๋ย ซึ่งเป็นองค์เทพประจำปีเสือเพื่อปกป้องคุ้มครองให้ปลอดภัยมีแต่ความสุข ต่อไปยังศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง ขอพระจากองค์เทพอธิฐานขอพรให้มีความสุขภาพแข็งแรง รับประทานอาหารว่างพร้อมขนมอันเป็นสิริมงคล เพื่อให้ชีวิตมีแต่ความรุ่งเรือง ปิดท้ายที่ศาลเจ้าแสงธรรม สักการะองค์เทพสุ่นต่ายใส เพื่อขอพรให้เป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด




นอกจากนี้ ททท.ยังได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมงานตรุษจีน-ย้อนอดีตเมืองภูเก็ตครั้งนี้ด้วยการนำการแสดงนาฎศิลป์จาก 10 มณฑลของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนมาสร้างสีสันภายในงาน อาทิ มวยกังฟูจากวัดเส้าหลิน การแสดงเปลี่ยนหน้ากากจากเมืองเฉินตู มณฑลเสฉวน การแสดงหุ่นกระบอกจีนจากมณฑลกวางสี การระบำเจียงหนานจากมณฑลเจ้อเจียง ระบำมองโกลจากมองโกเลียใน งิ้วในราชสำนักจี๋หลิน ระบำเฮยหลงเจียง จากเมืองฮาร์บิน เป็นต้น โดยการแสดงทั้งหมดจัดขึ้นที่สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี และในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ เวลา 19.00 – 22.00 น.ก็จะนำการแสดงบางส่วนไปจัดแสดงที่ห้างสรรพสินค้าจังซีลอนป่าตองด้วย นางบังอรรัตน์ กล่าว

รวบทันควันคนร้านชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ


เมื่อเวลา 13.30 น.ของวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 53 ที่ห้องประชุม สภ.ฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต พ.ต.ท.ณรงค์ ลักษณะวิมล รองผกก.ปป.สภ.ฉลอง พร้อมมด้วย พ.ต.ท.ธเนศ พวงมณี รองผกก.สส.พ.ต.ท.จรัล บางประเสริฐ สว.สส.และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายมงคล ปิ่นตาจันทร์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/113 ม.1 ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลางเงินเหรียญ10 บาท จำนวน 360 บาท กระเป๋าสะพายสีน้ำเงิน 1 ใบ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮ้อนด้า หมายเลขทะเบียน กฉฉ-404 ภูเก็ต ก้อนอิฐขนาด 28 คูณ 4 นิ้ว 1 ก้อน หมวกกันน๊อคสีดำ 1 ใบ หลังจากก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ สาขาราไวย์ ถนนวิเศษ เลขที่ 48 ม.5 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยจับกุมได้ที่บริเวณถนนกะตะ – ใสยวน ม.7 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าทีจึงแจ้งข้อกล่าวหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนต่อไป

พ.ต.ท.ณรงค์ ลักษณะวิมล รองผกก.ปป.กล่าวว่า ด้วยเมื่อเวลา 04.30 น.ของวันที่ 19 ก.พ. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ฉลอง ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ที่ร้านสะดวกซื้อ สาขาราไวย์ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบและดูกล้องวงจรปิดทราบว่าผู้ต้องหาได้ใช้รถจักยานยนต์ขับมาที่ร้านเซ่เว่นอีเลิฟเว่นเพียงคนเดียว จากนั้นก็ได้เดินเข้าไปภายในร้าน ก่อนที่จะหยิบก้อนหินที่อยู่ภายในกระเป๋าออกมาขู่พนักงานเก็บเงินของร้านและข่มขู่ว่าจะทำร้ายหากไม่ยินยอมส่งเงินมาให้ พนักงานเกิดความกลัวจึงได้หยิบเหรียญ 10 ที่เหลือจากเก็บใส่เซฟจำนวน 360 บาท และเงินสดอีกจำนวนหนึ่งไป จากนั้นผู้ต้องหาผู้ต้องหาได้ขับรถหลบหนีไป ต่อมาจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สกัดจับกุมผู้ต้องหาได้ขณะขับรถจักรยานยนต์อยู่ที่บริเวณถนนกะตะ-ใสยวน ม.7 ต.ราไวย์ สอบสวนให้การว่าไม่มีเงินและต้องการนำเงินไปใช้ส่วนตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวดำเนินคดีดังกล่าว



สภาทต.รัษฎาสมัยแรก ปี 53 อนุมัติปลี่ยนแปลงงบ


เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 53 ที่ผ่านมา ห้องประชุมสภาชั้น 5 สำนักงานเทศบาลตำบลรัษฎา อ.เมือง ภูเก็ต นายชาติชาย เชื้อชิต ประธานสภาเทศบาลตำบลรัษฎา เป็นประธานการประชุมสภาเทศบาลตำบลรัษฎา สมัยแรก ประจำปี 2553 โดยมีนายสุรทิน เลี่ยนอุดม นายกเทศมนตรีตำบลรัษฎตลอดจนคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลรัษฎา และหัวหน้าส่วนเข้าร่วมประชุม

โดยวาระการประชุมที่สำคัญประกอบด้วย สภาได้อนุมัติให้เปลี่ยนแปลงการจัดซื้อรถบรรทุกขยะ ชนิดอัดท้ายขนาด6 ล้อ ตู้บรรทุกมูลฝอยมีขนาดความจุไม่น้อยกว่า 6 ลบ.ม.จำนวน 1 คัน งบประมาณ 2,200,000 บาท เป็นการจัดซื้อรถปิกอัพบรรทุกขยะชนิดเปิดข้างเทท้าย ตู้บรรทุกมูลฝอยมีขนาดความจุไม่น้อยกว่า 4 ลบ.หลา จำนวน 1 คัน งบประมาณ 750,000 บาท พร้อมกันนี้ได้โอนงบประมาณที่เหลือจำนวน 1,450,000 บาทไปตั้งจ่ายเป็นรายการใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2553 ประกอบด้วย


แผนงานสาธารณสุข งานบริการสาธารณสุขและงานสาธารณสุขอื่น หมวดค่าครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ประเภท ครุภัณฑ์การเกษตร จัดซื้อหัวดูดพญานาค ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้ว ความยาว 6 เมตร เป็นเงิน 8,000 บาท, จัดซื้อเครื่องให้อากาศแบบตีผิวน้ำ ขนาด 4 ใบพัด จำนวน 4 เครื่อง เป็นเงิน 92,000 บาท

แผนงานเคหะและชุมชน งานกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล หมวดค่าครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ค่าครุภัณฑ์ ประเภท ค่าบำรุงปรับปรุงครุภัณฑ์ (วงเงินเกิน 5,000 บาท) เป็นเงิน 250,000 บาท หมวดค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ ค่าใช้สอย ประเภทรายจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งบริการค่าธรรมเนียมการกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล เป็นเงิน 1,000,000 บาท


แผนงานสาธารณสุข งานบริการสาธารณสุขและงานสาธารณสุขอื่น หมวดค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ ค่าตอบแทน ประเภทค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ เป็นเงิน 100,000 บาท

นอกจากนี้สภายังได้อนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2553 โครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ งบประมาณ 50,000 บาท โดยการขออนุมัติจัดซื้อและราคาตามท้องตลาด แต่เนื่องจากเป็นครุภัณฑ์ที่ไม่ปรากฏในบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ของสำนักงบประมาณ จึงได้มีการจอเปลี่ยนแปลงเป็นการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 2 เครื่องและพริ้นเตอร์ จำนวน 1 เครื่อง งบประมาณ 50,000 บาท


พร้อมกันนี้สภายังได้มีการสรรหาและคัดเลือกผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเป็นคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านกู้กู เพื่อทดแทนนายภูดิท รักษาราษฎร์ ที่ได้ลาออกจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรี โดยที่ประชุมได้เสนอ นายชวลิต จิตจำนอง เป็นคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านกู้กู


แผนฝังเวทีการแสดงในงานย้อนอดีตโดยสังเขป

แผนฝังเวทีการแสดงในงานย้อนอดีตโดยสังเขป



กำหนดการ งานตรุษจีน ย้อนอดีตเมืองภูเก็ต

กำหนดการ งานตรุษจีน ย้อนอดีตเมืองภูเก็ต



วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ทอดผ้าป่าหนังสือและของเล่น


คณะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ร่วมบริจาคตุ๊กตาในโครงการทอดผ้าป่าหนังสือและของเล่น เพื่อนำไปมอบให้แก่ห้องสมุดเด็กวัดสามัคคีธรรม(ป่าส้าน) อ.คุระบุรี จ.พังงา โดยทางโรงพยาบาลฯ เปิดรับบริจาคทั้งหนังสือเรียน นิทาน หนังสือความรู้ทั่วไป อุปกรณ์กีฬา ของเล่นเสริมจินตนาการต่างๆ ทั้งแบบใหม่และของมือสอง ท่านใดสนใจสามารถร่วมบริจาคได้ที่กล่องรับบริจาคบริเวณแผนกต้อนรับและบริการชั้น 1 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2553 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 1719 ต่อ 2297

การใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ


คุณปารียา จุลพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจสาธารณะโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต และคุณนนทลี มรรคาวาณิช ประธานมูลนิธิมรรคาวาณิช ร่วมบรรยายในหัวข้อ การใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) กับสิ่งแวดล้อม ให้แก่นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต โดยอธิบายหลักการทำงานของจุลินทรีย์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจก่อนให้นักศึกษาทุกคนได้ทดลองผสมน้ำ EM ขยายด้วยตัวเอง แล้วนำกลับไปใช้ที่บ้านเพื่อช่วยลดการใช้สารเคมีที่ทำลายสิ่งแวดล้อมในชุมชน โดยเตรียมสานต่อโครงการปั้น EM Ball เพื่อช่วยบำบัดแหล่งน้ำเสียบริเวณคูน้ำรอบมหาวิทยาลัยฯ ต่อไปด้วย

คืนกัลปังหาสู่ทะเล


เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 ที่บริเวณกระชังเลี้ยงปลาของนายจรูญ ก้อนทรัพย์อยู่ ตั้งอยู่บริเวณหน้าชายหาดป่าหล่าย อ่าวฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่จากสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน จ.ภูเก็ต ร่วมกับอาสาสมัครนักดำน้ำช่วยกันขนย้ายต้นกัลปังหาสายพันธุ์เมลิเทีย ขนาดต่างๆ ซึ่งนายจรูญ ทำการเลี้ยงไว้รอบๆ กระชังเลี้ยงปลา เพื่อไปปลูกที่บริเวณอ่าวชายหาดเขาขาด และบริเวณสะพานสถาบันวิจัยฯ ตามโครงการคืนกัลปังหาสู่ทะเล ซึ่งสมาคมกรีนฟินส์ และสถาบันวิจัยฯ รวมทั้งนายจรูญ ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อศึกษาการปลูกกัลปังหา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของจังหวัดภูเก็ต

นางสาวเทพสุดา ลอยจิ้ว นักวิชาการศึกษาเรื่องกัลปังหา สถาบันวิจัยฯ กล่าวว่า ในทะเลมีกัลปังหาอยู่จำนวนกว่า 24 สายพันธุ์ ซึ่งสายพันธุ์เมลิเทียเป็นกัลปังหาที่พบในทะเลน้ำตื้นจะมีหลายสีทั้งสีแดง สีเหลือง สีส้ม สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในระดับน้ำลึกไม่เกิน 5 เมตร โดยปะการังที่มีการย้ายปลูกมีจำนวนมากกว่า 100 กอ


“จำนวนของกัลปังหาขณะนี้ถือว่ามีปริมาณลดลงเรื่อยๆ เช่นเดียวกับปะการัง เนื่องจากบางครั้งจะถูกเรือประมงลากทำลาย ในส่วนของนักวิชาการนั้นอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อเพาะขยายพันธุ์กัลปังหาชนิดต่างๆ เพื่อให้อยู่คู่กับทะเลต่อไป ส่วนการเพาะและย้ายในลักษณะเช่นนี้ถือว่าเป็นครั้งแรก โดยโอกาสรอดน่าจะมีสูงเพราะการย้ายไปปลูกยังพื้นที่ใหม่นั้นจะให้มีรากติดไปด้วย ไม่ได้หักเฉพาะกิ่งเท่านั้น และที่ทราบข้อมูลทางเจ้าของกระชังได้ดำเนินการมาแล้วหลายครั้ง”


ขณะที่นายจรูญ ก้อนทรัพย์อยู่ เจ้าของกระชังเลี้ยงปลาและเพาะเลี้ยงกัลปังหา กล่าวว่า จากการที่เคยได้ย้ายกัลปังหาจากกระชังไปปลุกไว้บริเวณทะเลหน้าเขาขาด พบว่ามีการเติบโตที่ดี และในระหว่างที่เลี้ยงกัลปังหาไว้ในกระชังก็กลายเป็นแหล่งอาศัยของลูกปลาและสัตว์ทะเลขนาดเล็ก โดยจะมีการปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปลาเลี้ยงในกระชังและให้วางไข่ตามธรรมชาติ เมื่อไข่ปลาฟักเป็นตัวก็จะว่ายเข้าไปอาศัยอยู่ในกอของกัลปังหา จากนั้นเมื่อลูกปลาโตได้ขนาดพอประมาณก็จะจับมาเลี้ยงไว้ในกระชัง ซึ่งทำให้ประหยัดเงินทุนที่ใช้สำหรับซื้อลูกปลามาเลี้ยงได้ส่วนหนึ่งด้วย