จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ร่วมล้นร่วมเชียร์ เอฟซี ภูเก็ต

ขอเชิญชมการแข่งขันฟุตบอล ดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้ ระหว่างทีม FC ภูเก็ต เจ้าบ้าน ซึ่งนำจ่าฝูงของภาคใต้ พบกับ ทีม ตรัง FC ทีมรองจ่าฝูง ใครชนะจะขึ้นครองทีมนำอีก 1 สัปดาห์ ในวันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม 2553 ณ สนามกีฬาสุระกุล จ.ภูเก็ต เริ่มเวลา 18.00 น.

ฉก.ผจว.ภูเก็ตรวบคนส่งยาพร้อมของกลาง 2 พันเม็ด


เมื่อเวลา 11.30 น.ของวันที่ 3 กรกฎาคม 2553 ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับนายวิโรจน์ สุวรรณวงค์ ป้องกันจังหวัดภูเก็ต ร.ต.ท.สฤษดิ์ สอนทา หน.ชปข.ร้อย ตชด. 425 และชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายธนาภูมิ อุ่นเมือง อายุ 23 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 2,000 เม็ด โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ที่ หน้าโรงแรมสิริ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง ภูเก็ต โดยกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า ไว้ในครอบครองและครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้นายนิวิทย์ ได้กล่าวว่า ด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ติดตามและออกหาข่าวการซื้อขายยาเสพติด และจัดการได้สิ้นซาก จนกระทั่งได้รับแจ้งจากสายว่า จะมีการนัดส่งยาบ้ากันที่บริเวณหน้าโรงแรมสิริ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้วางแผนเพื่อทำการจับกุม โดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าดูพื้นที่ จนกระทั่งมีบุคคลตามที่สายแจ้งมาเข้ามาในพื้นที่ โดยสะพายกระเป๋ามาด้วย จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ออกแสดงตัว พร้อมทั้งขอเข้าทำการตรวจค้น จากการตรวจค้นทราบชื่อคือนายธนภูมิ อุ่นเมือง เป็นคนจังหวัดกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่ตรวจค้นภายในกระเป๋าสะพานสีน้ำตาล พบยาเสพติดประเภท 1 ยาบ้า จำนวน 2,000 เม็ด ที่บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีฟ้าปิดหัวปิดท้าย จึงได้ควบคุมตัวมาทำการสอบสวนเพิ่มเติม

จากการสอบสวนทราบว่า นายธนภูมิได้รับจ้างจากผู้ว่าจ้างมาส่งให้ลูกค้าในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรก ก็ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมแล้ว

ส่วนอีก 2 รายเป็นของสภ.เมือง ภูเก็ต นำโดยพ.ต.อ.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผกก.สภ.เมือง ได้แถลงข่าวการจับกุมนายวีรศักดิ์ รัชพูมาด อายุ 24 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน 340 เม็ด โดยกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย โดยจับกุมได้ที่ ห้องเช่าเลขที่ 22/9 ม.4 ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้วางแผนล่อซื้อยาบ้าจนสามารถจับกุมได้และทำการขยายผลและตรวจค้นที่บ้านพัก พบยาบ้ารวมทั้งหมด 340 เม็ด ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองภูเก็ต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังได้ขยายผลจับกุม นายสุเทพ วงประดิษฐ์ อายุ 32 ปี พร้อมด้วยยาบ้า 84 เม็ด อยู่ในลิ้นชักตู้เสื้อผ้าของนายสุเทพที่บ้านพักเดียวกับนายวีรศักดิ์ จึงได้ควบคุมตัวมาดำเนินคดีในข้อหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า ) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย



ทวงหนี้ลูกน้องกลับถูกท้าทายชักปืนยิง 1 นัดดับ


เมื่อเวลา 09.30 น.ของวันที่ 3 กรกฎาคม 53 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ.เมือง ภูเก็ต พ.ต.อ.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต, พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ รอง ผกก.ปป., พ.ต.ท.จำรูญ พลายด้วง รอง ผกก., พ.ต.ท.วิจักขณ์ ตารมย์ สว.ส.สภ.เมืองภูเก็ต ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายพิจิตร หาวัน อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 7 ต.ยางสักกระโพหลุ่ม อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืนปากกา ใช้กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก, ปลอกกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 1 ปลอก ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ เหตุเกิดที่แคมป์คนงาน ในหมู่บ้านพนาสนธิ์บ่อแร่ ถนนพัฒนาท้องถิ่น หมู่ 6 ต.วิชิต อ.เมือง ภูเก็ต

ทั้งนี้พ.ต.อ.วันไชย ได้กล่าวว่า เมื่อเวลา 22.00 น.ของวันที่ 2 กรกฎาคม 53 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่ามีเหตุยิงกันที่ถนนภายในหมู่บ้านพนาสนธิ์บ่อแร่ ม.6 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ก็ได้เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงก็พบแต่กองเลือด จึงได้สอบถามชาวบ้านในที่เกิดเหตุ จากการสอบถามทราบชื่อคือนายทรงพล ยุระพันธ์ อายุ 30 ปี อาชีพคนงานก่อสร้างภายในโครงการดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้สอบถามก็ทราบผู้ที่ใช้อาวุธปืนในครั้งนี้คือนายพิจิตร หาวัน หัวหน้าคนงานโครงการหมู่บ้านพนาสนธิ์บ่อแร่ หลังจากยิงผู้ต้องหาได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในแคมป์คนงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงที่พักของผู้ต้องหาภายในแคมป์คนงาน พบผู้ต้องหาอยู่ในที่พัก จึงได้เรียกมาสอบถาม ผู้ต้องหารับว่าตนเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริง ส่วนอาวุธปืนนั้น ตนได้นำไปทิ้งไว้บริเวณริมรั้วในป่าละเมาะ หมู่บ้านพนาสนธิ์บ่อแร่ จึงได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจยึดไว้ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

 
จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้เดินทางไปตรวจสอบผุ้ที่ถูกยิงที่รพ.วชิระ เมื่อเดินทางถึงก็ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รพ.ว่า ผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิตในขณะที่ถูกนำตัวส่งรพ. จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ร่วมกับแพทย์เวรทำการชันสูตรพบผู้เสียชีวิตถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าอกด้านขวาทะลุหลัง เสียชีวิตในขณะนำส่งรพ.

จากการสอบสวนในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่า ตนเปิดร้านขายของชำอยู่ที่แคมป์คนงานหมู่บ้านพนาสนธิ์ ผู้ตายได้ซื้อของจากร้านของตนและลงบัญชีไว้ โดยค้างค่าสินค้าไว้เป็นเงินจำนวนประมาณ 4,000 บาท ตนได้พยายามทวงถามให้จ่ายหลายครั้งแล้ว แต่ผู้ตายไม่ยอมจ่าย จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ก็ได้ทวงถามอีกครั้ง ทางผู้ตายได้กล่าวคำว่า “ไม่หนี ไม่มี ไม่จ่าย” เป็นเหตุให้ตนบันดาลโทสะจึงได้ยิงขึ้นฟ้า 1 นัด ผู้ตายก้ได้ท้าทายอีกว่า หากแน่จริงก็ให้ยิงที่ตัว ตนก็ได้บันดาลโทสะยิงขึ้น จึงได้เอากระสุนที่อยู่ในกระเป๋ามาใส่ที่ปืน แล้วยิงเข้าไปอีก 1 นัด จนกระทั่งได้รับบาดเจ็บล้มลง เมื่อก่อเหตุแล้วก็ได้เดินเอาปืนไปทิ้งในป่าละเมาะข้างโครงการ แล้วก็กลับไปที่พักจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตามมาจับกุมดังกล่าว

โค๊กจัด “ลานบอลโลกสดทั่วไทย” จ.ภูเก็ต


เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 2 กรกฎาคม 53 ที่ผ่านมา ที่บริเวณลานลม และลานดร๊อปอ๊อฟ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล จ.ภูเก็ต นายสุธรรม ชูไพร รองผู้จัดการฝ่ายภาคใต้ตอนบน บมจ. หาดทิพย์ ได้เป็นประธานเปิดงาน Coke Celebration Park “ลานบอลโลกสดทั่วไทย” ทั่วประเทศสําหรับภาคใต้ โดยมีนายเอี่ยม ถาวรว่องวงค์ ประธานสโมสรเอฟซี ภูเก็ต อาจารย์อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรเอฟซี ภูเก็ต นักเตะสโมสรเอฟซี ภูเก็ต และประชาชนชาวภูเก็ตเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ นายสุธรรมได้กล่าวว่า ตามที่ Coca – Cola ผู้สนับสนุนฟุตบอลโลก 2010 อย่างเป็นทางการ ดังนั้นกลุ่มโคคา – โคลาในประเทศไทยจึงได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อนําทุกอรรถรสของความตื่นเต้นเร้าใจของกีฬาฟุตบอลในการแข่งขันทุกระดับโลก มาให้คอฟุตบอลชาวไทยได้สัมผัสเพื่อตอกย้ำจุดยืนการเป็นผู้นําด้านกีฬาฟุตบอลของโค๊กในประเทศไทย เพราะ “โค๊กและกีฬาฟุตบอลอยู่คู่กันเสมอ”
โดยโค๊กได้จัดกิจกรรมCoke Celebration Park“ลานบอลโลกสดทั่วไทย” ทั่วประเทศสําหรับภาคใต้ ได้จัดขึ้นในจังหวัดสงขลา, สุราษฎร์ธานีและ ภูเก็ต โดยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนั้น จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 2 – 11 กรกฎาคม 53 บริเวณหน้าลานลม

โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกทุกนัด รวมทั้งกิจกรรมกับโค๊กที่ได้จัดขึ้นในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ยังอาหารพื้นเมืองและเครื่องดืมโค๊กไว้จำหน่ายตลอดงาน


วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน


พ.ต.อ.นพ.โสภณ กฤษณะรังสรรค์ ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจ และประธานคณะกรรมการมาตรฐานการช่วยชีวิต สมาคมแพทย์โรคหัวใจ แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยพยาบาลและเจ้าหน้าที่จากศูนย์หัวใจ รพ.กรุงเทพภูเก็ต จัดฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานผู้ป่วยหยุดหายใจให้แก่นักเรียนโรงเรียนสตรีภูเก็ต ในโครงการฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 ที่ผ่านมา การจัดฝึกอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แก่หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ในท้องถิ่น ถือเป็นกิจกรรมดีๆ ที่รพ.กรุงเทพภูเก็ตได้จัดขึ้นตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่ผ่านมา เพื่อปรารถนาให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีสุขภาพดีไปด้วยกัน


ทีโอโทภูเก็ตรุกตลาด Fiber 2U


เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2553 ที่โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน นางอภิรดี อาษาพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายโทรศัพท์ภาคใต้ที่ 4.2 บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดสัมมนา การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับองค์กร ซึ่งทาง บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ส่วนบริการลูกค้าจังหวัดภูเก็ต จัดขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับองค์กร เพื่อให้องค์กรปรับประยุกต์การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายของลูกค้า มีกลุ่มราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารธุรกิจโรงแรม และสถานประกอบการให้ความสนใจร่วมเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ภายในงานยังจัดให้มีการแสดงสินค้า การสาธิตการทำงานจริงด้วย ICT Solution การลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการในองค์กร เมื่อนำโซลูชั่นไปใช้ในกิจการ การนำเทคโนโลยีระบบโทรศัพท์ไอพี (IP Phone) มาทดแทนระบบโทรศัพท์แบบเดิมๆ ด้วย

นางอภิรดี อาษาพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายโทรศัพท์ภาคใต้ที่ 4.2 บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบริการของทีโอทีในภูเก็ตปัจจุบันสามารถที่จะตอบสนองลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ด้วยระบบพื้นฐานด้านการสื่อสารที่แข็งแรง โดยได้มีการวางโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกรอบเกาะ สามารถรองรับบริการใหม่ๆ ที่มีความเร็วสูง เหมาะกับกลุ่มสูงค้าที่ต้องการใช้งานระบบความเร็วสูง เช่น การถ่ายทอดโทรทัศน์ การประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยวผ่านทางเวปไซต์ โดยเฉพาะระบบ Fiber 2U ซึ่งให้ความเร็วสูงถึง 100 เมกกะบิต นอกจากนี้ยังมีการบริการ E-Conference ส่วนการให้บริการระบบไวไฟสาธารณะ เช่น บริเวณชายหาดป่าตอง เป็นต้น และในพื้นที่ต่างๆ ที่มีการแสดงความจำนงเข้ามาไม่ว่าจะโรงแรมที่พักหรือกลุ่มธุรกิจต่างๆ ซึ่งสำหรับภาคใต้ก็มีความร่วมมือกับท้องถิ่นต่างๆ ในการให้บริการครอบคลุมแล้วทุกจังหวัด มากน้อยขึ้นอยู่กับความต้องการของท้องถิ่นนั้น ซึ่งได้รับการตอบรับค่อนข้างดีมาก แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเตรียมสถานที่ของท้องถิ่นด้วย

นายชาญวิศว์ บรรจงการ โทรศัพท์จังหวัดภูเก็ต บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือทีโอที กล่าวว่า จากแนวโน้มของพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตที่ต้องการความเร็วสูงเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เมกกะบิตขึ้น ในส่วนของทีโอทีก็ได้มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ TOT Fiber 2U ซึ่งใช้เทคโนโลยี Fiber To The Home ซึ่งเป็นการปฎิวัติระบบการสื่อสารทางสายโดยใช้เคเบิลใยแก้วนำแสง (Optical Fiber Cabel) ให้บริการลูกค้าถึงบ้าน ทดแทนสายเคเบิลทองแดงซึ่งใช้งานมานาน ด้วยประสิทธิภาพของเส้นเคเบิลใยแก้วสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้ถึง 100 เมกกะบิต โดยมีระยะการให้บริการที่ 20 กิโลเมตรรอบชุมสายโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่ ซึ่งในภูเก็ตได้ติดตั้งจำนวน 3 ชุมสาย คือ ชุมสายภูเก็ต ชุมสายถลางและชุมสายป่าตอง ทำให้สามารถรองรับลูกค้าได้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งเกาะภูเก็ต

“ปัจจุบันลูกค้าในกลุ่ม Fiber 2U มีประมาณ 1,500 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจโรงแรม เหตุที่ยังมีจำนวนไม่มากนัก เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัวได้ไม่นาน โดยมีความพร้อมของอุปกรณ์ในการให้บริการได้ถึง 30,000 ราย ซึ่งในปี 2553 ตั้งเป้าหมายว่าจะมีลูกค้าให้ได้ถึง 3,000 ราย ซึ่งขณะนี้ทำได้ไปแล้วประมาณ 40% ของเป้าหมายที่วางไว้”

นายชาญวิศว์ กล่าวว่า ปัจจุบันลูกค้าในกลุ่ม ADSL มีจำนวน 50,000 พอร์ต และปีนี้จะเพิ่มบริการ IPTV iระบบ IP Phone ซึ่งมีต้นทุนค่าใช้จ่ายต่ำ ส่วนลูกค้าโทรศัพท์พื้นฐานมีประมาณ 70,000 ราย ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการมีอัตราเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ผ่านไปแล้ว 6 เดือนมีรายได้โตกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาประมาณ 13 % ซึ่งสวนกับกระแสเศรษฐกิจ คาดว่าทั้งปีจะมีรายได้รวมประมาณ 500- 600 ล้านบาท ซึ่งโตกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 10

นายชาญวิศว์ กล่าวด้วยว่า ความร่วมมือกับท้องถิ่นในการจัดบริการไวไฟสาธารณะนั้น นอกจากในส่วนของป่าตองแล้ว ยังได้ร่วมกับทางเทศบาลตำบลวิชิต และอยู่ระหว่างเจรจากับทางเทศบาลตำบลราไวย์ในการไปให้บริการบริเวณหาดในหาน รวมทั้งยังมีความร่วมมือกับเทศบาลนครภูเก็ตนำสายเคเบิลงดินในเขตย่านเมืองเก่า ซึ่งได้รับงบประมาณในระยะที่ 2 แล้วจำนวน 8 ล้านบาทเศษ และยังมีในพื้นที่เทศบาลตำบลกะรนในการนำสายเคเบิลลงดินด้วย


แก้ปัญหาจราจรแยกโลตัสและไทนาน


เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2553 ที่โรงแรมเมโทรโพล ภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา ครั้งที่ 3 (ปัจฉิมนิเทศโครงการ) การสำรวจและออกแบบรายละเอียด โครงการทางแยกต่างระดับแก้ปัญหาจราจร บริเวณทางแยกในตัวเมืองภูเก็ต ซึ่งทางกรมทางหลวงร่วมกับกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท ไทยเอนยิเนียริ่งคอนซัลแตนทส์ จำกัด กับบริษัท ที อี ซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็น

นายเกษม ศรีวรานันท์ ผู้อำนวยการสำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากการที่ได้มีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา ทำการสำรวจและออกแบบรายละเอียด โครงการทางแยกต่างระดับแก้ปัญหาจราจร บริเวณทางแยกในตัวเมืองภูเก็ต โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งผลการศึกษาได้ข้อสรุปว่า บริเวณแยกไทนาน จะต้องสร้างอุโมงค์ตามแนวทางหลวงหมายเลข 402 (บายพาส) จำนวน 4 ช่องทางจราจร 2 ทิศทาง โดยมีจุดเริ่มต้นที่กม.7+357 ถึงกม.8+170 ระยะทางประมาณ 813 เมตร และจะมีการเปิดช่องจราจร 2 ช่อง ในฝั่งที่มีการจราจรหนาแน่นในช่วงเช้าและช่วงเย็น และสลับช่องจราจร ส่วนของถนนจากโรงเรียนดาราสมุทรไปยังกะทู้นั้นจะเป็นถนนระดับพื้น 4 ช่องจราจร 2 ทิศทาง

ส่วนบริเวณแยกโลตัส จะสร้างเป็นอุโมงค์บนแนวถนนทางหลวงหมายเลข 402 (พาสบาย) 4 ช่องจราจร 2 ทิศทาง มีจุดเริ่มต้นที่กม. 5+365 ถึง กม.6+334 ระยะทางประมาณ 969 เมตร และมีสะพานบนถนนเยาวราช จำนวน 2 ช่องจราจร 2 ทิศทาง มีจุดเริ่มต้นที่กม.1+968 ถึง กม.2+585 เป็นระยะทางประมาณ 599 เมตร

“การรับฟังความเห็นครั้งนี้ เป็นการนำเสนอครั้งสุดท้าย จากนั้นจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ในการออกแบบรายละเอียดทั้งหมด เพื่อเสนอของบประมาณ เนื่องจากโครงการดังกล่าวได้บรรจุไว้ในแผนแม่บทการพัฒนาทางหลวงระยะ 10 ปี (2550-2559) ซึ่งจากข้อสรุปเลือกแนวทางดังกล่าว คาดว่าจะใช้งบประมาณก่อสร้างในเบื้องต้นในการก่อสร้างอุโมงค์และสะพานทั้งสองทางแยก รวมจำนวนประมาณ 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็นอุโมงค์สี่แยกโลตัสจำนวน 700 ล้านบาท ขณะที่สะพานถนนเยาวราช 250 ล้านบาท ส่วนของสี่แยกไทนานเป็นอุโมงค์ใช้งบประมาณ 600 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะใช้งบประมาณส่วนไหน ทั้งนี้จะต้องนำโครงการดังกล่าวไปจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนเปรียบเทียบกับโครงการอื่นๆ ที่มีการนำเสนอเข้ามาร่วมด้วย”

นายเกษม กล่าวด้วยว่า จากการพิจารณาคิดว่าน่าจะดำเนินการในส่วนของสี่แยกไทนานก่อน เนื่องจากเป็นส่วนที่ทางจังหวัดภูเก็ตเสนอความจำเป็นเร่งด่วนให้ทางกรมทางหลวงพิจารณาแก้ไข ส่วนกรณีของแยกโลตัสนเมื่อมีงบประมาณก็สามารถประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้างได้เลย เพราะได้ศึกษาเผื่อไว้สำหรับการเติบโตของการจราจรในอนาคตด้วย และเป็นแบบที่มีการรับฟังความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากจะต้องมีการสร้างสะพานด้วย ซึ่งในส่วนนี้จะให้ความสำคัญของแบบที่ออกมาจะต้องสอดคล้องกับสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของภูเก็ต นั่นคือ ชิโนโปรตุกิส



วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

งานวันเกษตร อบต.เชิงทะเล


เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 ที่บริเวณหลังศูนย์การค้าเทสโก้ โลตัส สาขาเชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงาน วันเกษตรกร อบต.เชิงทะเล ครั้งที่ 6 ประจำปี 2553 ซึ่งทาง อบต.เชิงทะเลจัดขึ้น โดยมีนายสรธรรม จินดา รองนายก อบจ.ภูเก็ต นายนิยม ทัศนีย์ทิพากร ผู้ช่วยอาวุโสรองประธานกรรมการ บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด สมาชิกสภาฯ พนักงาน ข้าราชการ อบต.เชิงทะเล ตลอดจนประชาชนในชุมชนต่างๆ และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ก่อนมีพิธีเปิดงานได้มีขบวนแห่ของชุมชนและผู้ประกอบการภาคเอกชนต่างๆ ซึ่งงานจะจัดไปจนถึงวันที่ 7 กรกฎาคมนี้

ทั้งนี้นายมาโนช พันธุ์ฉลาด นายก อบต.เชิงทะเล กล่าวว่า การจัดงานวันเกษตรกร อบต.เชิงทะเลนับเป็นครั้งที่ 6 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพทางด้านการเกษตรของตำบลเชิงทะเล ทั้งด้านคุณภาพและปริมาณของผลผลิตให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังได้นำแนวทางการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่นำไปเป็นแนวทางการปฏิบัติ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว

“แม้ว่าภูเก็ตจะมีชื่อเสียงในเรื่องของการท่องเที่ยว แต่เราก็จะต้องไม่ลืมวิถีดั้งเดิม นั่นคือ การทำเกษตร เพราะยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังคงรักษาไว้ซึ่งอาชีพเก่าแก่ดั้งกล่าว ด้วยเชื่อว่าเงินตรา คือ มายา แต่ข้าวปลาคือของจริง โดยยึดแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีพ รวมถึงการดูและรักษาพื้นที่ในการทำเกษตร”

นายมาโนช กล่าวด้วยว่า พื้นที่ทำเกษตรของตำบลเชิงทะเลมีทั้งการทำนาและการทำสวนผลไม้ เช่น สวนลองกอง สวนทุเรียน สวนมังคุด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการทำสวนยางพารา และเกษตรกรกลุ่มเลี้ยงสัตว์ เช่น ควาย แพะ เป็ดเทศ เป็นต้น โดยในพื้นที่ตำบลเชิงทะเลยังมีประชากรที่ไม่เข้าสู่การประกอบธุรกิจท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และยังคงยึดมั่นในการทำการเกษตรซึ่งมีประมาณ 40 % ของพื้นที่

สำหรับกิจกรรมภายในงานมีมากมาย โดยในภาคกลาง จัดให้มีการประกวดสัตว์เลี้ยงต่างๆ เช่น แพะ ควาย เป็ดเทศ เป็นต้น ประกวดผลิตผลทางการเกษตร เช่น สะตอ จำปาดะ กล้วย ทุเรียนพื้นบ้าน ส้มแขก มะพร้าวเป็นต้น การแข่งขันประกอบอาหารพื้นบ้าน การจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรและสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ส่วนภาคกลางคืน มีการประกวดหนูน้อยแฟนตาซี การแสดงดนตรีจากกลุ่มเยาวชนและศิลปินชื่อดัง


อบจ.ภูเก็ตจัดงบ 10 ล้านบาทจ้างบีชการ์ด


นายสรธรรม จินดา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ในช่วงมรสุมตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 ถึง เดือนกุมภาพันธ์ 2554 ทาง อบจ. ภูเก็ต ได้จัดงบประมาณ 10 ล้านบาท ในการจ้างบีชการ์ด เพื่อดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว โดยดำเนินงานใน 7 พื้นที่ คือ ต.ราไวย์ หาดในหาน หาดยะนุ้ย ต. กะรน หาดกะตะ กะรน และหาดกะตะน้อย ต. ป่าตอง หาดป่าตอง ต. กมลา หาดกมลา หาดแหลมสิงห์ ต. เชิงทะเล อ่าวบางเทา หาดเลพัง หาดสุรินทร์ ต. สาคู หาดในยาง หาดในทอน และตำบลไม้ขาว หาดไม้ขาว

อย่างไรก็ตามการปฏิบัติงานของบีชการ์ด จำนวน 83 คน ได้กระจายไปทุกหาด โดยบีชการ์ดต้องปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา 09.00 – 19.00 น. ทุกวัน ซึ่งแต่ละคนต้องการผ่านการฝึกอบรม การช่วยเหลือจากชมรมไลฟ์การ์ดจังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้ภารกิจของบีชการ์ด มีหน้าที่เตือนนักท่องเที่ยว ไม่ให้เล่นน้ำโดยการเตือน จะเตือนด้วยวาจา การเตือนด้วย ป้ายทั้งภาษาไทยและอังกฤษ การใช้ธงในการเตือน ธงเหลืองแดง เป็นสัญลักษณ์ให้ระมัดระวังในการเล่นน้ำ ธงแดง ห้ามเล่มน้ำโดยเด็ดขาด นอกจากนี้บีชการ์ด ยังมีภารกิจช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจากการประสบอุบัติเหตุต่าง ๆ ด้วย ไม่ว่าจากเจ็ตสกี แมงกะพรุน ซึ่งจะมีการให้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนประสานท้องถิ่น มูลนิธินำส่งโรงพยาบาลรวมถึงทาง อบจ. ภูเก็ต ยังได้ร่วมมือกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวในห้องพักด้วย

รองนายก อบจ. ภูเก็ต กล่าวในช่วงท้ายว่า ปัญหาอุปสรรคการปฏิบัติงานของบีชการ์ดส่วนใหญ่เกิดจากการไปห้ามนักท่องเที่ยว แล้วไม่เชื่อฟัง ทำให้เกิดเหตุจมน้ำได้ ที่สำคัญท้องถิ่นไม่มีกฎหมายในการห้าม ซึ่งการดำเนินงานมา 3 เดือน ผลเป็นที่น่าพอใจ มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตเพียง 1 ราย ช่วยเหลือได้กว่า 10 ราย และในอนาคต ทาง อบจ. ภูเก็ตเองจะจัดให้มีการฝึกอบรมบุคคลทั่วไป เรื่องไลฟ์การ์ด เพื่อให้ความรู้ในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญคือตำรวจน้ำมาเป็นวิทยากรให้



ภูเก็ตบังคับใช้กฎหมายผู้ซ้อนท้าย


เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 ที่บริเวณด้านหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์รณรงค์สวมหมวกนิรภัย ตามโครงการรณรงค์สวมหมวกนิรภัยในเขตเทศบาลนครภูเก็ต 100 % โดยมีรถจักรยานยนต์ร่วมขบวนรณรงค์ จำนวน 2,000 คัน และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 4,000 คน โดยสวมใส่หมวกนิรภัยทั้งคนขับและซ้อนท้าย ประกอบด้วย วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต โรงเรียนภูเก็ตเทคโนโลยี โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต ข้าราชการตำรวจ โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย ชมรมรถเวสป้า ช็อปเปอร์ ห้างสรรพสิน พ่อค้าประชาชนทั่วไป และรถจักรยานยนต์รับจ้าง ทั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากนายเรวัต อารีรอบ ส.ส.ภูเก็ต พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงษ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต นายสุพาทน์ สุชาตานนท์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดภูเก็ต นายสรธรรม จินดา รองนายก อบจ.ภูเก็ต ตลอดจนตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาต่างๆ ร่วม ซึ่งในขณะมีการปล่อยขบวนรถรณรงค์มีฝนตกอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้จากการสังเกตผู้ใช้รถจักรยานยนต์บนท้องถนนทั่วไปส่วนหนึ่งหันมาให้ความสำคัญในการสวมหมวกนิรภัยทั้งคนขับและคนซ้อนท้ายมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการรณรงค์มาแล้วประมาณ 2 เดือน

สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อปลูกฝังให้ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครภูเก็ต ตระหนักถึงความปลอดภัยบนท้องถนน ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุจราจร โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรถจักรยานยนต์ เพื่อปลูกฝังวินัยจราจร ปลุกจิตสำนึกและค่านิยมที่ถูกต้องแก่ผู้ขับขี่ ผู้โดยสารหรือผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะเด็กนักเรียนนักศึกษา ครูอาจารย์และปกครอง กลุ่มผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์สาธารณะและผู้โดยสาร ตลอดจนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปที่ใช้รถจักรยานยนต์ ให้คำนึงถึงความปลอดภัยและปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด รวมทั้งเพื่อเป็นพื้นที่นำร่องของตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการสวมหมวกนิรภัยของผู้โดยสารหรือผู้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์

พ.ต.อ.วันชัย เอกพรพิชญ์ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต กล่าวว่า ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้ามาเป็นจำนวนมาก ปัญหาการจราจรก็เพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว การควบคุมดูแลแก้ไขปัญหาด้านการจราจรให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวเกิดความปลอดภัยในขณะที่การใช้รถใช้ถนนก็มีความยุ่งยากมากขึ้น จำนวนยานพาหนะที่มีรถรวมทุกประเภท 297,645 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถจักรยานยนต์ จำนวน 208,183 คัน เฉลี่ยประชากร 1 คน ต่อรถ 1 คัน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในประเทศ
ทั้งนี้จากสถิติเกิดอุบัติเหตุ พบว่าภูเก็ตมีอัตราการบาดเจ็บและตายจากอุบัติเหตุจราจรสูงติดอันดับ 1 – 5 ของประเทศมาเป็นเวลาหลายปี โดยมีผู้บาดเจ็บ 33 – 35 คน/วัน และเสียชีวิต 15 – 16 คน/เดือน ซึ่งในการเสียชีวิตดังกล่าวเทียบได้กับนักเรียนปีละ 4 ห้องเรียน หรือประมาณ 200 คน คิดเป็นการเสียชีวิต 66.58 คนต่อประชากรแสนคน คิดเป็นมูลค่าเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณปีละ 1,355 – 1,492 ล้านบาท หรือประมาณวันละ 3.7 – 4 ล้านบาท ซึ่งอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับรถจักรยานยนต์ พ.ต.อ.วันชัย กล่าวและว่า สำหรับในระยะแรกของการบังคับใช้กฎหมายจะให้ผู้ที่ถูกดำเนินคดีดูวีดีโอเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเวลา 1 ชั่วโมงแทนเงินค่าปรับ เพื่อกระตุ้นจิตสำนึก