จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

ฝึกอบรมเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ


เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2554 ที่ห้องประชุมชั้น 3 เทศบาลตำบลวิชิต อ.เมือง ภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ (ทสม.น้อย) รุ่นที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2554 โดยมี นายประดิษฐ์ แสงจันทร์ ประธานสภา นายธีระ เจี่ยสกุล เลขานุการสภา นายกรีฑา แซ่ตัน นายกเทศมนตรีวิชิต นางพรพิมล โพธิสุวรรณรัตน์ ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม/หมู่บ้านจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลวิชิต และประชาชนที่เป็นแกนนำเครือข่าย ทสม.น้อย จำนวน 75 คน เข้าร่วมในการอบรม

สำหรับกิจกรรมการฝึกอบรมในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากการที่เครือข่าย ทสม. ได้ขยายเครือข่ายและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการคัดแยกขยะจากแหล่งกำเนิด โดยเฉพาะขยะอินทรีย์และขยะรีไซเคิลออกจากขยะทั่วไปในหลายตำบลของพื้นที่จังหวัดภูเก็ต แต่ยังไม่ครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัดภูเก็ต โดยในปีงบประมาณ 2554 นี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณให้ขยายเครือขาย ทสม. เพิ่มอีก 6 ตำบล จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ซึ่งการจัดอบรมในครั้งนี้ เป็นการอบรมในรุ่นที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้แกนนำในชุมชน และเยาวชน แกนนำที่จะเป็นเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น โดยสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและในโรงเรียนได้ ซึ่งแกนนำ ชุมชน และเยาวชนแกนนำ เข้าใจบทบาทหน้าที่ของ ทสม.

นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตได้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะด้านอสังหาริมทรัพย์และด้านธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้มีการโยกย้ายถิ่นฐานของประชากรในประเทศของจังหวัดต่างๆ เข้ามาอยู่อาศัยในจังหวัดภูเก็ตเป็นจำนวนมาก จากการสำรวจอย่างไม่เป็นทางการพบว่ามีประมาณไม่ต่ำกว่า 600,000 คน ในขณะที่ผู้มีรายชื่อตามทะเบียนราษฎร์ของทางราชการมีเพียงประมาณ 320,000 คน ยังไม่รวมถึงต่างชาติและแรงงานที่หลบหนีเข้าเมืองอีกประมาณ 100,000 คน โดยรวมแล้วมีคนอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ตประมาณ 1,000,000 คน ซึ่งจะเห็นว่าที่ใดที่มีคนอาศัยอยู่มากๆ ก็จะมีขยะมากตามไปด้วย เนื่องจากทุกคนต้องมีการจับจ่ายใช้สอยซื้อหาอาหารเมื่อเหลือจากการใช้ประโยชน์ส่วนหนึ่งก็จะกลายเป็นขยะ ดังนั้นหากทุกคนทิ้งขยะ หรือสิ่งของที่ตนคิดว่าไม่มีประโยชน์สำหรับตนแล้ว คนละ 1 ชิ้น จำนวน 1,000,000 คน จะเห็นว่ามีขยะมากมาย หากสะสมทุกวันขยะก็จะล้นเกาะภูเก็ตในอีกไม่นาน และในขณะนี้หากทุกท่านเดินทางไปไหนในจังหวัดภูเก็ตก็เริ่มจะเห็นว่ามีขยะตกค้างอยู่สองข้างถนนในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าทุกคนคงไม่อยากเห็นสภาพเช่นนี้และปัญหานี้แก้ได้ไม่ยาก หากทุกคน ทุกภาคส่วน ร่วมมือกันโดยการคัดแยกขยะก่อนที่จะทิ้งลงถัง เพราะจากการวิเคราะห์องค์ประกอบของขยะในจังหวัดภูเก็ต พบว่า 60% เป็นขยะอินทรีย์ 34% เป็นขยะรีไซเคิล ส่วนที่เหลือเป็นขยะทั่วไปและขยะอันตราย ดังนั้นหากได้มีการคัดแยกขยะอย่างจริงจังจากแหล่งกำเนิด ก็จะเหลือขยะที่ต้องทิ้งลงถังไม่ถึง 10% ของปริมาณขยะทั้งหมด สำหรับขยะที่ได้คัดแยกไว้ เช่น ขยะรีไซเคิลสามารถนำไปแปรสภาพเป็นปุ๋ยหรือน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้ประโยชน์ได้ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้จังหวัดภูเก็ตมีความสะอาด น่าอยู่ มากยิ่งขึ้น แต่การจะทำเช่นนี้ได้จำเป็นต้องมีเครือข่ายทั้งภาคประชาชนและเยาวชนเป็นแกนนำในการถ่ายทอดความรู้ไปยังชุมชนและสถานศึกษาให้ครอบคลุมมากที่สุด

การจัดการฝึกอบรมครั้งนี้ ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง จึงขอให้ผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมได้มีความตั้งใจและให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดความรู้ของวิทยากร เนื่องจากทุกท่านล้วนมีประสบการณ์ในการปฏิบัติจริงที่สะสมมายาวนาน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมสามารถที่จะบริหารจัดการขยะในชุมชนและสามารถ่ายทอดไปยังบุคคลอื่นได้


รถกระบะหักหลบจยย.ชนรถคันอื่นแล้วพุ่งไปชนบ้าน


เมื่อวันที่ 31 มกราคม 54 พ.ต.ท.เศียร แก้วทอง สารวัตรเวรสภ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักชนรถยนต์ตู้ – กระบะ จักรยานยนต์ แล้วพุ่งชนร้านขายเสื้อผ้า จนร้านพังเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณถนนกระ อ.เมือง ภูเก็ต ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย ร.ต.ท.อุดม เพชรรัตน์ รองสว.จร.สภ.เมืองภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เจ้าหน้าที่อปพร.เทศบาลนครภูเก็ต และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต

ที่เกิดเหตุอยู่ตรงข้ามโรงแรม 999 ใกล้กับสะพานกอจ้าน พบรถติดยาวเหยียด ที่บริเวณร้านกำแพงด้านข้างของร้านซุปเปอร์แฟชั่น เลขที่ 71 ถนนกระ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นจำหน่ายเสื้อผ้าวัยรุ่น ถูกรถยนต์กระบะหมายยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กฉ 1011 ภูเก็ต พุ่งชนเข้าไปภายในร้านทำให้เสื้อผ้าและทรัพย์สินอื่นๆ หลายรายการได้รับความเสียหาย ที่บริเวณล้อด้านหลังข้างซ้ายยังหยียบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮ้อนด้า รุ่นคลิ๊ก หมายเลขทะเบียนป้ายแดง 2-698 ของบริษัทซินฮ่องซุ่ย จนได้รับความเสียหายทั้งคัน ห่างกันประมาณ 10 เมตรพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบร์อนซ หมายเลขทะเบียน กฉ-5760 ภูเก็ต ซึ่งมีนายชั่ว ประพันธ์ อายุ 39 ปี ถูกชนจนประตูด้านข้างคนขับได้รับความเสียหาย ใกล้กันยังพบรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตชูบิชิ หมายเลขทะเบียน บข-7820 ถูกชนเข้าที่กระบะหลังเสียหาย ห่างกันประมาณ 5 เมตรยังพบรถยนต์ตู้สีขาว ถูกเฉี่ยวชนที่บริเวณด้านหน้าฝั่งข้างคนขับเสียหายเช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่จราจรต้องอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเนื่องจากประชาชนที่สัญจรไปมาบนเส้นทางดังกล่าวเป็นจำนวนมาก จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้จัดทำบันทึกสถานที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะแยกรถออกจากที่เกิดเหตุ เพื่อเร่งระบายการจราจร

ทั้งนี้จากการสอบสวนนายธวิท สิริติกาล อายุ 40 ปี เจ้าของรถยนต์กระบะที่พุ่งชนเข้าในร้านดังกล่าวทราบว่า เป็นเจ้าของร่มเตียงผ้าใบอยู่ที่ริมชายหาดป่าตอง อ.กะทู้ ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถออกมากับภรรยาเพื่อส่งลูกที่โรงเรียนขจรเกียรติศึกษา จากนั้นก็ได้ขับรถมุ่งหน้าเข้าเมือง เพื่อไปซื้อกับข้าวที่ตลาดเกษตร แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณสะพานก้อจ้าน ก็ได้มีรถจักรยานยนต์ขับตัดหน้าอย่ากะทันหัน ทำให้ต้องหักหลบ เพื่อไม่ให้พุ่งชนรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว จนทำให้รถเสียหลักพุ่งชนรถยนต์ตู้ และชนท้ายรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บข-7820 ภูเก็ต ก่อนที่จะเฉี่ยวชนรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน กฉ-5760 ภูเก็ต จนได้รับความเสียหาย แล้วรถไถลไปเหยียบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮ้ดนด้า รุ่นคลิ๊ก ป้ายแดง หมายเลขทะเบียน 2-698 แล้วลากรถคันดังกล่าวพุ่งชนเข้ากำแพงร้านเสื้อผ้าได้รับความเสียหาย

ด้านนางสาวจิรนา ไหมแก้ว อายุ 30 ปี ผู้ดูแลร้านซุปเปอร์แฟชั่น กล่าวว่า ร้านดังกล่าวเป็นร้านจำหน่ายเสื้อผ้าวัยรุ่น เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.30 – 20.30 น. ซึ่งในช่วงเกิดเหตุ ไม่มีใครอยู่ภายในร้าน ขณะที่กำลังเดินทางมาเปิดร้านก็พบว่า ประชาชนมุงดูหน้าร้านจำนวนมาก ซึ่งสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่ารถยนต์กระบะพุ่งชนเข้าไปในร้าน จึงรีบเปิดประตูเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินภายในร้านพบว่าเสื้อผ้า หุ่น อุปกรณ์ต่างๆ กำแพงร้าน กระจก ระบบไฟ พังเสียหาย ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถประเมินความเสียหายได้

รถรับส่ง นทท.พลิกคว่ำพุ่งชนรถติดไฟแดงผู้บาดเจ็บ 15 ราย


เมื่อวันที่ 30 มกราคม 54 ร.ต.ท ธีรวัฒน์ อำนาจเจริญยิ่ง ร้อยเวรสภ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์รับส่งนักท่องเที่ยวชาวจีนเกิดอุบัติเหตุเสียหลักแหกโค้งพลิกคว่ำก่อนพุ่งชนรถยนต์ที่จอดติดไฟจราจรบริเวณสี่แยกห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขาภูเก็ต ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งก็ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสิริโรจน์ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต

บริเวณที่เกิดเหตุอยู่บริเวณสี่แยกหน้าห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขาภูเก็ต มีรถติดเป็นทางยาวหลายกิโลเมตร พบรถยนต์เก๋งยี่ห้ออ้อนด้า ซีวิค สีบอร์นซ์ หมายเลขทะเบียน กธ-9798 ภูเก็ต สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ซึ่งมีนางสาวทินรัตน์ ปราบประชา รองผู้จัดการแผนกหัวใจโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต เป็นผู้ขับขี่และเป็นเจ้าของสภาพได้รับบาดเจ็บถูกเศษกระจกกระเด็นเข้าตา ต้องรีบนำเข้าส่งรักษาเป็นการด่วน ห่างออกไปเล็กน้อย พบรถทัวร์ขนาด 24 ที่นั่ง ชั้นเดียว สีขาว หมายเลขทะเบียนป้ายเหลือง 30-0856 นนทบุรี พลิกคว่ำอยู่กลางถนน มีน้ำมันไหลนองพื้น สภาพกระจกด้านหน้าแตกกระจายทั่วบริเวณกระเป๋าสัมภาระของนักท่องเที่ยวกระเด็นออกมานอกตัวรถ นอกจากนั้นยังพบนักท่องเที่ยวทั้งหญิงและชายนอน เจ้าหน้าที่ต้องระดมรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลต่างๆ มารับผู้บาดเจ็บไปทำการรักษา นอกจากนี้ห่างจากรถทัวร์ออกไปยังพบรถยนต์กระบะสีขาว ยี่ห้อนิสสัน หมายเลขทะเบียน กธ 8723 ภูเก็ต อัดก๊อปปี้อยู่กับเสาไฟฟ้าสภาพกระบะด้านหลังรถพังยับเยิน ทราบว่ามีนายวิชัย ลีลาศวัฒนกุล เป็นคนขับและเป็นเจ้าของสภาพศีรษะแตก ซึ่งเจ้าหน้าที่พยาบาลและเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ต่างก็ได้ลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรพ.ต่างๆ เป็นการด่วน ส่วนคนขับรถทัวร์ ได้อาศัยจังหวะชุลมุน ได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางมาถึง

จากการสอบสวนทราบว่ารถทัวร์คันดังกล่าวเป็นรถเสริม ซึ่งเป็นของบริษัท วิชต้า ฮอลลิเดย์ จำกัด ได้ว่าจ้างจากนนทบุรีมารับ – ส่งนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีฉันท์ โดยรถคันดังกล่าวได้เดินทางไปนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนกว่า 10 คน กลับจากไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวของ จ.พังงา เพื่อกลับที่พัก เมื่อขับมาตามถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (บายพาส) จนกระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุเป็นสี่แยก พนักงานขับรถก็ได้หักรถเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าถนนเยาวราช (สามกอง) ซึ่งเป็นเลี้ยวซ้ายเมื่อปลอดภัย แต่รถเกิดเสียหลักไม่เข้าโค้งแต่กลับพลิกคว่ำ แล้วไถลเข้าไปพุ่งชนรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค หมายเลขทะเบียน กธ-9798 ภูเก็ต และพุ่งชนรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน หมายเลขทะเบียน กธ-8723 ภูเก็ต ซึ่งจอดติดไฟแดงฝั่งตรงข้าม ทำให้ผู้โดยสารซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนที่อยู่ภายในรถได้รับบาดเจ็บ และถูกหามส่งโรงพยาบาลบริเวณใกล้เคียง เบื้องต้นทราบว่ามีผู้บาดเจ็บ 15 คน เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน 13 คน และคนไทย 2 คน ซึ่งทั้งหมดอาการปลอดภัยเนื่องจากบาดเจ็บไม่มาก

ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่ารถทัวร์รับส่งนักท่องเที่ยวคันดังกล่าว น่าจะเบรกแตก ประกอบในจังหวะเดียวกันเป็นช่วงเลี้ยว ทำให้รถพลิกคว่ำแล้วไปพุ่งชนรถยนต์เก๋ง – กระบะ ซึ่งจอดติดไฟแดง ส่วนสาเหตุที่แท้จริงจะได้เรียกตัวคนขับรถทัวร์คันดังกล่าวมาสอบสวนเพื่อหารายละเอียดต่อไป

งาน “ดารุลเอี๊ยะซานสัมพันธ์ ครั้งที่ 10” บ้านบางเทา


เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2554 ที่บ้านบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายสรธรรม จินดา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ร่วมเป็นเกียรติในงาน “ดารุลเอี๊ยะซานสัมพันธ์” วันแห่งครอบครัวคุรุสัมพันธ์ ครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 28 – 29 มกราคม 2554

สำหรับงาน “ดารุลเอี๊ยะซานสัมพันธ์” วันแห่งครอบครัวคุรุสัมพันธ์ ครั้งที่ 10 จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้สมทบทุนสนับสนุนการศึกษาของชมรมศาสนาและจริยธรรม ประจำมัสยิดดารุลเอี๊ยะซาน บ้านบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต โดยมีการจัดแข่งขันการกล่าวสุนทรพจน์และกล่าวคัมภีร์อัลกุรอานแบบมูรอตตัน ชิงชนะเลิศ เขตการศึกษา 7 ของสมาคมคุรุสัมพันธ์ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนได้มาร่วมกันทำความดี และสร้างความสามัคคี ซึ่งการสร้างครอบครัวและสังคมที่อบอุ่น จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ปกครองจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกหลาน ขอขอบคุณคณะกรรมการในการจัดงานที่ได้นำศาสนามาเป็นเครื่องนำสังคม ให้เกิดเป็นสังคมแห่งคุณธรรม และขอให้องค์อัลเลาะห์ดลบันดาลให้ทุกท่านที่มาร่วมงานได้รับพรโดยทั่วถึงกัน

วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

เปิดศูนย์การเรียนรู้ ต.ป่าคลอก และศูนย์อบรมศาสนาอิสลาม ต.ราไวย์


เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2554 อาคารศูนย์การเรียนรู้ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารศูนย์การเรียนรู้ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ก็ได้เปิดศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรม ตำบลราไวย์ ณ มัสยิดนุรุ้ลอีบาดะห์ บ้านไสยวน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยมี คณะผู้บริหาร อบจ.ภูเก็ต สมาชิกสภา ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต ตลอดจนผู้นำชุมชน โต๊ะอิหม่าม และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วม

ทั้งนี้นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้ทราบถึงความจำเป็นที่ประชาชนชาวไทยมุสลิมตำบลป่าคลอก และตำบลราไวย์ ซึ่งเคร่งครัดและยึดมั่นในศาสนา แต่ขาดสถานที่สำหรับเป็นศูนย์รวมเยาวชนและประชาชนเพื่อประกอบกิจกรรมและอบรมด้านคุณธรรมจริยธรรม เพื่อให้ความรู้ในหลักศาสนา ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตในฐานะที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีขนาดใหญ่และมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจ หน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองในการสังคมสงเคราะห์และการพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมทั้งการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดภูเก็ต โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตได้จัดทำโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้ตำบลป่าคลอกดังกล่าว ด้วยงบประมาณ 2,938,300 บาท และศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรม ตำบลราไวย์ จำนวน 3,043,000 บาท ซึ่งดำเนินการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมเปิดให้พี่น้องประชาชนชาวไทยมุสลิมในพื้นที่และใกล้เคียงได้ใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนาและใช้ประโยชน์ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับการก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้ ตำบลป่าคลอก จำนวน 2,938,300 บาท เป็นการก่อสร้างอาคารเดี่ยว 2 ชั้น ขนาดกว้าง 8.00 เมตร ยาว 24.00 เมตร จำนวน 1 หลัง ส่วนศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรม ตำบลราไวย์ จำนวน 3,043,000 บาท เป็นการก่อสร้างอาคารเดี่ยว 2 ชั้น ขนาดกว้าง 9.00 เมตร ยาว 20.00 เมตร จำนวน 1 หลัง

ตร.ฉลองจับ 5 ผู้ต้องหา พร้อมยาบ้าและยาไอซ์


เมื่อวันที่ 30 มกราคม 54 ที่ห้องประชุมสภ.ฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต พ.ต.ท.จรัล บางประเสริฐ สว.สส.สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต พร้อมด้วยชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดให้โทษ ประกอบด้วยนางธานัง แบทติก อายุ 45 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 9 ถุง น้ำหนักรวม 11.7 กรัม เงินสด 40,000 บาท และยาบ้า198 เม็ด โดยจับกุมได้ที่ถนนวิเศษข้างศาลาที่พักริมทาง ม.4 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต, นายยุทธนา กำจัดภัย อายุ 43 ปีกับนางบุษกร พูกันแก้ว อายุ 39 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 2 ถุง น้ำหนักรวม 1.48 กรัม โดยจับกุมได้ที่บ้านไม่มีเลขที่ ม.4 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต, นายบี (นามสมมติ) อายุ18 ปี นางสาวสินใจ หรือส้ม โคตรสมบัติ อายุ 23 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 175 เม็ด โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 7 ซอยสุขสันต์ 1 ม.4 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต

สำหรับการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดดังกล่าว สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมดังกล่าวได้รับแจ้งจากสายลับว่านางธานัง แบทติก มีพฤติกรรมค้ายาเสพติด จึงได้ล่อซื้อยาไอซ์จำนวน 5 ถุง ในราคา 40,000 บาท โดยนัดส่งของกันที่ศาลาพักริมทางถนนวิเศษ ต.ราไวย์ เมื่อมาถึงจุดนักพบเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวจับกุม พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 5 ถุง และเงินสดจากการล่อซื้อ 40,000 บาท จากนั้นได้นำตัวไปค้นที่พักพบของกลางยาไอซ์อีก 4 ถุงและยาบ้าอีก 198 เม็ด ต่อจากนั้นก็ได้มีการขยายผลจับกุมผู้ต้องหารายอื่นๆ ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งยาบ้าและยาไอซ์นั้น ดังกล่าวซื้อมาจากกรุงเทพมหานคร มีการขนส่งผ่านรถโดยสารประจำทาง

วันเสาร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2554

นครซิวแชมป์ควิกแสบฟุตซอลแชมป์ภาคใต้

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 54 ณ อาคารศูนย์กีฬา โรงเรียนสตรีภูเก็ต การแข่งขันควิกแสบ ฟุตซอลแชมป์ชนแชมป์ 2010 รอบคัดเลือกภาคใต้ โดยมี 8 จังหวัดภาคใต้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน สำหรับการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศเป็นการพบกันระหว่างทีมจังหวัดภูเก็ตเจ้าภาพพบกับทีมนครศรีธรรมราช โดยเกมในครึ่งเวลาแรก ทีมภูเก็ตบุกได้มากกว่าและได้ประตูขึ้นนำ 2:0

หลังจากนั้นในครึ่งเวลาหลังทีมนครศรีเปิดเกมส์สู้จนมาประสบความสำเร็จ ตีไข่แตกเป็น 1:2 และได้ประตูตีเสมอเป็น 2:2 ช่วงท้ายเกมส์นครศรีฯ พลิกขึ้นนำเป็น 3:2 ทีมภูเก็ตหลังเสียประตูพยายามเปิดเกมบุกสู้ แต่โดนนครศรีฯ โต้กลับ และเอาชนะภูเก็ต 5:2 คว้าแชมป์ฟุตซอลรอบคัดเลือกภาคใต้ พร้อมได้สิทธิเป็นตัวแทนภาคใต้ไปแข่งขันในรอบ แชมป์ชนแชมป์ ที่กรุงเทพมหานครต่อไป


ชุดสืบภ.จว.ภูเก็ต รวบแก็งค์ลักทรัพย์ได้ของกลางกว่า 70 รายการ


เมื่อวันที่ 28 มกราคม 54 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ.เมือง ภูเก็ตพล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วยพ.ต.อ.โกมล วัตรากรณ์ รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.เอกวุฒิ เสน่ห์พร ผกก.กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต และพ.ต.อ.วันชัย เอกพรพิชญ์ ผกก.สภ.เมือง ภูเก็ต ได้ร่วมแถลงข่าวการจับกุมแก็งค์ลักทรัพย์ตามบ้านเรือนและอาคารสำนักงาน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เป็นผู้จับกุมโดยมีผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ นายธนพล หรืออ้น สมนึกตน อายุ 33 ปี และนายอภิสิทธิ์ หรือแซม ชูภักดิ์ อายุ 24 ปี พร้อมด้วยของกลางจำนวน 75 รายการ เช่น ทีวีสี โน๊ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์ ชุดเครื่องเสียง กล้องถ่ายรูป เป็นต้น

ทั้งนี้พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ได้กล่าวถึงการจับกุมในครั้งนี้ ด้วยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ได้มีกลุ่มวัยรุ่น ได้มั่วสุมเสพยาภายในอาคารแฟลตการเคหะแห่งชาติ ทางเจ้าหน้าก็ได้เข้าทำการตรวจสอบ พบว่าได้มีกลุ่มวัยรุ่น ได้ทำการมั่วสุมเสพยาจริง จึงได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดภูเก็ต เพื่อเข้าทำการตรวจค้น ซึ่งจาการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบกลุ่มวัยรุ่นได้จับกลุ่มเสพยาบ้า จึงได้ทำการจับกุม พร้อมทั้งได้ทำการตรวจค้นภายในห้อง ทางเจ้าหน้าที่ก็พบมีสิ่งของเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้ทำการตรวจยึดสิ่งของเหล่านั้นว่าได้มาจากการจำหน่ายหรือเปล่า จากนั้นก็ได้ควบคุมตัวทั้งหมดพร้อมด้วยของกลางมาการสอบสวนเพิ่มเติม

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า สิ่งของและทรัพย์สินเหล่านั้น ได้มาจากการตระเวนลักทรัพย์ตามอาคารสำนักงานต่างๆ ในภูเก็ต และได้ทำมาเป็นเวลาประมาณ 8 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2553 เป็นต้นมา โดยใช้รถจักรยานยนต์ตระเวนลักทรัพย์ตามสถานที่ต่างๆ เน้นไปยังอาคารสถานที่ใช้วัสดุเป็นกระจก โดยเฉพาะอาคารสถานที่ที่ใช้เป็นสำนักงาน เพราะง่ายต่อการงัดแงะเข้าไปในตัวอาคาร ด้วยการใช้ไขควงปากแบนงัดแงะใช้เวลาเพียงแค่ 30 วินาที แต่ก่อนที่จะลงมือลักทรัพย์จะใช้รถจักรยานยนต์ตระเวนไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อดูเป้าหมายโดยจะเลือกอาคารสำนักงานที่เป็นกระจกเลื่อนและไม่มีเหล็กดัดและเมื่อได้ทรัพย์สินมาแล้วก็จะนำไปขายให้กับบุคคลต่างๆ หรือเอาไปจำนำได้เงินครั้งละ 2 – 3 หมื่นบาท เมื่อได้เงินแล้วก็จะนำมาซื้อยาเสพติดและใช้จ่ายทั่วไป

พล.ต.ต.พิกัด ยังกล่าวอีกว่า สำหรับเจ้าของบ้านที่ได้ถูกคนร้าย เข้าทำการลักทรัพย์ภายในบ้าน ขอให้เดินทางมาตรวจสอบทรัพย์สินที่สูญหายไปได้ที่สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อที่จะได้ทำการตรวจสอบ พร้อมทั้งนำตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีต่อไป

ประชุมหารือช่วยเหลือประชาชนในโครงการภูเก็ตแคร์


เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2554 ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนตามโครงการภูเก็ตแคร์ “สุขภาพพอเพียงกับโรงพยาบาลหมื่นเตียงในภูเก็ต” โดยมีสมาชิกสภาอบจ.ภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดอบจ.ภูเก็ต และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวเข้าร่วมประชุม

ในการประชุมประชุมครั้งนี้ ได้กล่าวถึงหลักเกณฑ์ว่าด้วยการจัดตั้งงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2543 เรื่องพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 พร้อมทั้งพิจารณาการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยเรื้อรังและผู้พิการตามโครงการภูเก็ตแคร์ ตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยการตั้งงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2543

นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า จากการลงพื้นเยี่ยมผู้ป่วยในโครงการภูเก็ตแคร์ในแต่ละเดือน ทำให้ทราบว่ายังมีผู้ป่วยที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการนี้อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งปัญหานี้ทางคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนตามโครงการภูเก็ตแคร์ ได้พิจารณาเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามโครงการดังกล่าว เพื่อให้ทุกพื้นที่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ซึ่งจะสำรวจจากรายชื่อที่ได้รับการเสนอจากสมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต และอาสาสมัครสาธารณสุขแต่ละตำบล รวมถึงจะมีการจัดอบรมอาสาสมัครและจัดอบรมผู้มีจิตอาสาเพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนและเพียงพอต่อการดูแลผู้ป่วย เพราะในอนาคตจะมีการสร้างเครือข่ายของโครงการภูเก็ตแคร์ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ต

สำหรับโครงการภูเก็ตแคร์ “สุขภาพพอเพียงกับโรงพยาบาลหมื่นเตียงในภูเก็ต” จัดขึ้นโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เพื่อดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้พิการที่บ้านโดยแพทย์ พยาบาลและอาสาสมัครสาธารณสุข ในการให้บริการเข้าถึงผู้ป่วย ได้อย่างมีคุณภาพและเป็นองค์รวม โดยให้ชุมชน ท้องถิ่น สังคม มีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถดูแลตนเองได้อย่างมีความสุข

วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554

สสปน.ผนึกกำลังภูเก็ต ชูศักยภาพนครแห่งไมซ์แดนใต้


เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2554 ที่ห้องประชุม โรงแรม เดอะ เวสทิน สิเหร่เบย์ รีสอร์ท แอนด์ สปา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้มีการประกอบพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการดำเนินงานส่งเสริมอุตสาหกรรม MICE ของจังหวัดภูเก็ต ระหว่างสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน.โดยนายอนุศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์ ประธานกรรมการ สสปน.กับจังหวัดภูเก็ต โดยนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อผลักดันให้ภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดประชุม สัมมนาและการแสดงสินค้าระดับนานาชาติ ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพและความพร้อมในฐานศูนย์กลางการท่องเที่ยว และธุรกิจการค้าของภาคใต้ ดึงดูดผู้เดินทางกลุ่มไมซ์ทั้งตลาดอินบราวนด์และเอาท์บราวนด์ สร้างแรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยสู่เวทีโลก

นายอนุศักดิ์ อินทรภูวศักดิ์ ประธานกรรมการ สสปน.กล่าวว่า การพัฒนาและส่งเสริมให้ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมการจัดประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และการแสดงสินค้านานาชาติ หรืออุตสาหกรรมไมซ์ นับเป็นภารกิจหลักสำคัญของ สสปน. เพราะแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยมีความพร้อมและจุดเด่นที่มีความเป็นเอกลักษณ์ตามแต่ละพื้นที่ ซึ่งสามารถพัฒนาให้เกิดกิจกรรมไมซ์ได้อย่างเหมาะสมและมีความแตกต่าง โดยในช่วงปีที่ผ่านมา สสปน.ได้ดำเนินการเชิงรุกผลักดันให้ทั้งกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และพัทยา ขยายความเป็นพื้นที่ของการค้า การลงทุน วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สู่การเป็นนครแห่งไมซ์ที่รองรับผู้เดินทางกลุ่มไมซ์ได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยการร่วมพัฒนาและส่งเสริมจังหวัดในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

“ภูเก็ตนับเป็นจังหวัดที่มีผู้เดินทางกลุ่มไมซ์เข้ามาเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เดินทางกลุ่มไมซ์ในแถบเอเชียและยุโรป ด้วยความพร้อมทั้งด้านจำนวนห้องพัก สถานที่จัดประชุม สัมมนา และแสดงสินค้า ที่สามารถรองรับผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศ ภูเก็ตจึงมีศักยภาพและความพร้อมในการเป็นนครแห่งไมซ์ โดยความร่วมมือที่เกิดจากความร่วมมือกันในครั้งนี้ ประกอบด้วยการส่งเสริมให้มีการจัดงานไมซ์ ในจังหวัดภูเก็ตผ่านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่แพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ ถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนการเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจไมซ์ระหว่างกันตลอดจน ร่วมมือกันพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม เพื่อให้รองรับการเติบโตของธุรกิจ เผยแพร่องค์ความรู้ดังกล่าวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเพื่อใช้พิจารณาในการวางผังเมือง ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางคมนาคมและขนส่งมวลชนของจังหวัดให้เกิดประโยชน์ เพื่มศักยภาพ และความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไมซ์ของจังหวัดและประเทศไทยในระดับนานาชาติ”

นายอนุศักดิ์ กล่าวด้วยว่า อุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ เพราะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสภพาการณ์อุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทยในขณะนี้ถือว่ามีการเติบโตตามตลาดโลก โดยเฉลี่ยปีหนึ่งจะมีผู้เดินทางกลุ่มไมซ์เข้ามายังประเทศไทยประมาณ 700,000 คน สร้างรายได้เข้าประเทศประมาณ 50,000 ล้านบาท โดยในปีนี้ได้ตั้งเป้าจำนวนผู้เดินทางกลุ่มไมซ์จำนวน 720,000 คน สร้างรายได้ประมาณ 57,000 ล้านบาท

ขณะที่นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างกันนั้นถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมกันดำเนินนโยบายเชิงรุก ผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทยให้กลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจเข้าสู่จังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด หรือยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอย่างชัดเจน คือ ศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีเอกลักษณ์วัฒนธรรม และมีการพัฒนาที่ยั่งยืน มีแผนพัฒนา มีโครงการที่ชัดเจน รวมถึงโครงการสำคัญที่รัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว เช่น โครงการขยายสนามบินนานาชาติภูเก็ต โครงการก่อสร้างหอประชุมนานาชาติ เป็นต้น โดยในแต่ละปีภูเก็ตมีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนหลายล้านคน ในจำนวนนั้นมีนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้เดินทางกลุ่มไมซ์รวมอยู่ด้วย

ความพร้อมของภูเก็ตในการรองรับการเป็นนครแห่งไมซ์นั้น จะมีทั้งการคมนาคมขนส่ง มีสนามบินนานาชาติที่สามารถรองรับผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศได้ปีละ 6.5 ล้านคน มีการทำการบินเฉลี่ยสัปดาห์ละ 416 เที่ยวบิน และมีโครงการขยายท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตเป็น 12.5 ล้านคนต่อปี ซึ่งจะแล้วเสร็จประมาณปี 2555 นอกจากนี้ยังมีโรงแรมระดับ 5 ดาว 4 ดาว 3 ดาว และอื่นๆ จำนวน 628 แห่ง ห้องพักจำนวน 37,543 ห้อง และมีแนวโน้มการขยายตัวของโรงแรมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตร้อยละ 6.6 ต่อปี ประกอบกับเอกลักษณ์ของจังหวัดที่เป็นแหล่งรวมศิลปวัฒนธรรม มีธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่โดดเด่น รวมถึงพื้นที่ในจังหวัดกลุ่มอันดามันที่อยู่ระหว่างเสนอให้เป็นพื้นที่มรดกโลก