จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554

ภูเก็ตใช้งบ 7.8 ล.จัดงานท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร ปี 54


นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ทางจังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชน สนับสนุนงบประมาณรวม 7.8 ล้านบาท จัดงานวัฒนธรรม ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร ประจำปี 2554 เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติประวัติท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร และให้อนุชนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของบรรพชนที่ได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตในการปกป้องรักษาแผ่นดินไว้ให้ลูกหลานได้อยู่จนถึงทุกวันนี้ ตลอดจนกระตุ้นให้คนในชาติให้ความสนใจในประวัติศาสตร์ของจังหวัดและประเทศด้วย ในระหว่างวันที่ 5 – 19 มีนาคม 2554 นี้

ขณะที่นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ภูเก็ต ในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรมการจัดแสดง แสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ถลาง กล่าวว่า ทาง อบจ.ภูเก็ต กำหนดจัดงานเฉลิมฉลองวันชนะศึกของสองวีรสตรี ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ประจำปี 2554 ในระหว่างวันที่ 13 – 15 มีนาคม 54 ณ อนุสรณ์สถานถลางชนะศึก เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา เทิดทูนวีรกรรมอันหาญกล้าของท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร และส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยนำเอาประวัติศาสตร์คู่บ้าน คู่เมืองมาเป็นสื่อในการนำเสนอเรื่องราวให้นักท่องเที่ยวได้ทราบถึงประวัติศาสตร์ดังกล่าวได้อย่างแท้จริง

“การแสดง แสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ดังกล่าว ในปีนี้มีการปรับปรุงฉากใหม่ทั้งหมด ในส่วนของนักแสดงจะมีนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร่วมแสดงเป็นพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก นายอำเภอกะทู้ แสดงเป็นพระเจ้าปดุง แม่ทัพพม่า นางสาวนิตยา ยั่งยืน แสดงเป็นท้าวเทพกระษัตรี นางสาวปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ. ภูเก็ต แสดงเป็นท้าวศรีสุนทร เป็นต้น โดยใช้ผู้แสดงกว่า 1,000 คน มีทั้งหมด 12 ฉาก ใช้เวลาแสดง 1 ชั่วโมงครึ่ง เริ่มตั้งแต่เวลา 20.00 – 21.30 น.”

นายไพบูลย์ กล่าวว่า นอกจากการแสดงละอรอิงประวัติศาสตร์แล้ว ภายในบริเวณงานยังมีการแสดงมหรสพพื้นบ้านและการละเล่นต่างๆ ทั้ง การแสดงมโนราห์ การแสดงสีข้าว ตำข้าวโบราณ การทำอาหาร และขนมพื้นบ้าน, การแสดงกีฬาพื้นบ้าน ได้แก่ ไก่ชน เล่นสะบ้า, การแสดงศิลปวัฒนธรรมสร้างสรรค์ร่วมสมัย ได้แก่ การแสดงทหารสมัยโบราณ การแสดงฟันดาบ การแสดงตีกลองศึกบริเวณซุ้มประตูงาน และการออกร้านจำหน่ายอาหาร 48 ร้าน และการออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP จำนวน 24 ร้าน

สำหรับกิจกรรม ประกอบด้วย พิธีอุปสมบทหมู่พระภิกษุสงฆ์ ในระหว่างวันที่ 5 – 19 มีนาคม 2554 ที่วัดลัฎฐิวนาราม กิจกรรมทัวร์แหล่งประวัติศาสตร์ถลาง ในระหว่างวันที่ 8 – 10 มีนาคม 2554 พิธีบวงสรวงปู่ยา ตายาย บรรพชนผู้กล้าเมืองถลาง วันที่ 12 มีนาคม 2554 ที่วัดม่วงโกมารภัจจ์ นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมการแข่งขันวิ่งมินิมาราธอนบนเส้นทางประวัติศาสตร์ถลาง ขบวนรถแห่ประชาสัมพันธ์การจัดงานฯ ขบวนรถมอเตอร์ไซด์ (บิ๊กไบท์) การแข่งขันจักรยานคันทรีคลอส บนเส้นทางประวัติศาสตร์ถลาง ตลอดจนพิธีวางพวงมาลาและพิธีสดุดีวีรกรรม ในวันที่ 13 มีนาคม 2554 และการแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ถลาง บริเวณพื้นที่อนุสรณ์สถานถลางชนะศึก ในวันที่ 13 – 15 มีนาคม 2554

ภูเก็ตจัดค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม“ทำความดีเพื่อแผ่นดิน”


เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2554 ที่ห้องประชุม สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ 10 อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด จังหวัดภูเก็ต ปี 2554 “ทำความดีเพื่อแผ่นดิน” รุ่นที่ 1 ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด จ.ภูเก็ต ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต และสำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ 10 จัดขึ้น ให้กับผู้ติดยาเสพติดจำนวน 100 คน โดยมีทีมวิทยากรกระบวนการจากกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 425 และทีมวิทยากรจากเครือข่ายผู้ให้การบำบัดรักษายาเสพติดจังหวัดภูเก็ต คือ หน่วยบำบัดสังกัดสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดภูเก็ต สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดภูเก็ต และเรือนจำจังหวัดภูเก็ต ร่วมเป็นวิทยากรกระบวนการ

สำหรับการจัดโครงการค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด จังหวัดภูเก็ต ปี 2554 “ทำความดีเพื่อแผ่นดิน” นั้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ได้ดำเนินการสนองนโยบายรัฐบาล ตามยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน ระยะที่ 3 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ที่จัดสรรให้กับศูนย์ปฎิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดภูเก็ต (ศตส.จ.ภก.) จัดทำโครงการค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจังหวัดภูเก็ตปี 2554 ขึ้น เพื่อนำกลุ่มบุคคลเข้าสู่กระบวนการปรับเปลี่ยนแนวคิด วิถีการดำเนินชีวิต สร้างบุคลากรเหล่านี้ ให้มีความรู้และทักษะช่วยเหลือผู้อื่นในพื้นที่หมู่บ้านและชุมชนของจังหวัดภูเก็ตให้ห่างไกลจากยาเสพติด

นพ.วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดเข้าไปกลุ่มเด็กและเยาวชน และผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติ เป็นจำนวนมาก จากสถานการณ์การเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดปี 2553 จังหวัดภูเก็ต พบว่ากลุ่มอายุ 18-24 ปี กลุ่มอาชีพรับจ้าง มีการใช้ยาเสพติดมากที่สุด และนิยมใช้ยาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีนและกัญชามากที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้ได้เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในระบบสมัครใจ และระบบบังคับบำบัดในโรงพยาบาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลแล้ว โดยเป็นผู้บำบัดระบบสมัครใจ 90 คน ผู้บำบัดระบบบังคับบำบัด 716 คน เข้าค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 227 คน นอกจากนี้ยังบำบัดรักษาระบบต้องโทษในเรือนจำและสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนอีก 175 คน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจากข้อมูลจะเห็นว่าการบำบัดรักษายาเสพติดในระบบบังคับบำบัดมีจำนวนมากและแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นมากกว่าการบำบัดรักษาในระบบสมัครใจ

ติดตามการดำเนินงานออกโฉนดชุมชนของภูเก็ต


เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2554 ที่ห้องประชุม 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (อาคารใหม่) นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานโฉนดชุมชนในพื้นที่ชุมชนคลองเกาะผีและชุมชนบ้านท่าสัก ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องของจังหวัดภูเก็ต โดยมีนายศักดิ์สิน ปัจจักขะภัติ ที่ปรึกษาด้านแผนงานและโครงการ นายสาทิต วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอธิพงค์ คงนาม นายกอบต.ป่าคลอก หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทั้งเทศบาลนครภูเก็ต สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานป่าชายเลน และผู้นำชุมชนคลองเกาะผีและบ้านท่าสัก เข้าร่วม

การประชุมดังกล่าวสืบเนื่องจากคณะกรรมการประสานงานเพื่อการจัดให้มีโฉนดชุมชน ได้เห็นชอบดำเนินงานโฉนดชุมชนในพื้นที่ชุมชนคลองเกาะผีและชุมชนบ้านท่าสัก จังหวัดภูเก็ต ในการประชุมครั้งที่ 3/2553 และมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดติดตามการดำเนินงานในการอนุญาตใช้พื้นที่ดำเนินงานโฉนดชุมชนดังกล่าว

สำหรับพื้นที่ชุมชนคลองเกาะผี ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน หมู่ที่ 1 ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต มีพื้นที่ทั้งหมด 14 ไร่ 2 งาน 78 ตารางวา มีบ้านเรือน 158 ครัวเรือน ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่เทศบาลนครภูเก็ตขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ เพื่อก่อสร้างโรงงานเตาเผาขยะจังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้ในส่วนของชุมชนได้มีการจัดทำแผนชุมชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางในการขอใช้พื้นที่เพื่อออกโฉนดชุมชน ซึ่งจะต้องมีการหารือกับเทศบาลนครภูเก็ตเพื่ออนุญาตให้ใช้พื้นที่ หลังจากนั้นทางสำนักงานโฉนดชุมชนก็จะทำเรื่องขอใช้พื้นที่ไปยังกรมป่าไม้อีกรอบหนึ่ง เพื่อจะได้ดำเนินการออกโฉนดชุมชนคลองเกาะผีต่อไป

ส่วนของชุมชนบ้านท่าสัก หมู่ที่ 2 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ตั้งอยู่บริเวณป่าชายเลนพื้นที่ 42 ไร่ มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวน 108 ครัวเรือน แบ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัย จำนวน 30 ไร่ ส่วนที่เหลือเป็นพื้นที่ปลูกป่าชายเลน โดยที่ดินดังกล่าวยังไม่มีหน่วยงานใดขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ ซึ่งในการดำเนินการออกโฉนดชุมชนทางจังหวัดภูเก็ตและสำนักงานโฉนดชุมชนจะได้ดำเนินการขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้เพื่อดำเนินการในเร็วๆนี้

ตร.เมืองรวบผู้ต้องหา 8 ราย พร้อมของกลาง


เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2554 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ.เมือง ภูเก็ต พ.ต.อ.โกมล วัตรากรณ์ รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต, พ.ต.ท.จำรูญ พลายด้วง รองผกก.สส.สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.ท.วิจักขณ์ ตารมย์ และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายเอกชัย บุปผากาญจน์ อายุ 25 ปี นายภัทร์พงษ์ บุญญานุพงศ์ อายุ 28 ปี นายบุญเลิศ รอดยอด อายุ 26 ปี นายสุริยา ดีอาสนา อายุ 23 ปี นายจิรกร ดีอาสนา อายุ 25 ปี นายณัฐชัย เทพกุลชร อายุ 24 ปี นายจำลอง แย้มยิ่ง อายุ 24 ปี

พร้อมด้วยของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 64 เม็ด ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) จำนวน 3 แท่ง บ้องกัญชาไม่ไผ่ จำนวน 1 อัน เขียงไม้ จำนวน 1 อัน ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม) จำนวน 10 ใบ น้ำกระท่อมบรรจุในหม้อหุงข้าว จำนวน 1 หม้อ ในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ที่ห้องเช่าเลขที่ 55/27 ถ.บายพาส ม.5 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต

พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต ได้กล่าวว่า ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบผ่านมาถึงห้องเช่าเลขที่ดังกล่าว พบกลุ่มวัยรุ่นกำลังนั่งล้อมวงเสพน้ำกระท่อมอยู่ภายในบ้าน จึงได้ทำการตรวจค้นพบของกลางยาบ้า จากตัวนายเอกชัย, กัญชาจากตัวนายภัทร์พงษ์ฯ ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือได้นำมาทำการตรวจสอบปัสสาวะที่ สภ.เมืองภูเก็ต และทั้งหมดรับว่าได้ร่วมกันเสพยาเสพติด จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและนำของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมนายสิทธิผล แซ่เจี่ย อายุ 23 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 49 เม็ด ยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 50 กรัม ถุงพลาสติกสีขาวใส จำนวน 52 ใบอุปกรณ์การเสพยาไอซ์ จำนวน 1 ชุดเข็มฉีดยา จำนวน 1 อัน หลอดแก้วชนิดใสสีขาว จำนวน 2 หลอด เครื่องชั่ง จำนวน 1 เครื่อง ถุงพลาสติกใสสีขาวชนิดปิดหัว-ปิดท้าย จำนวน 12 ใบ เงินสด จำนวน 3,190 บาท โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2554

“ปลูกปัญญามินิมาราธอน”


เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 54 ที่บริเวณด้านหน้าโรงเรียนปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ฯ นายวีรวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการแข่งขันเดิน – วิ่งการกุศล ”ปลูกปัญญามินิมาราธอน ครั้งที่ 11” ซึ่งจัดโดย ชมรมผู้ปกครองนักเรียน ร่วมกับ โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ฯ โดยมี นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายธรากร เหล็กกล้า ผอ.รร.เทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ฯ ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชน นักกีฬา เยาวชน นักเรียน และชาวต่างชาติ ร่วมเดินวิ่งออกกำลังกาย กว่า 1,500 คน เพื่อสร้างความแข็งแรงพร้อมทั้งเป็นการดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมกิจกรรมกีฬา และชมบรรยากาศยามเช้าของ จ.ภูเก็ต

นายธีรพนธ์ ลิ่มชูเชื้อ ประธานชมรมผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ฯ กล่าวว่า การแข่งขันเดิน – วิ่งการกุศล ”ปลูกปัญญามินิมาราธอน ครั้งที่ 11” จะเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีทั้งภาครัฐและเอกชนรวมถึงประชาชนทั่วไป ให้หันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง พร้อมทั้งหารายได้สมทบทุนสนับสนุนกิจกรรมการเรียนการสอน ของโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ฯ ซึ่งขณะนี้มีนักเรียนอยู่ทั้งสิ้น 3,466 คน

การแข่งขันครั้งนี้ได้ใช้กติกาของสหพันธ์กรีฑาสมัครเล่นนานาชาติเป็นเกณฑ์ตัดสิน ซึ่งมีนักวิ่งมาราธอนมืออาชีพต่างจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมแข่งขันกว่า 1,500 คน โดยการแข่งขัน การเดิน – วิ่ง 3 รายการ ประกอบด้วย ประเภทบุคคลทั่วไป ชาย – หญิงระยะทาง 3.5 กิโลเมตร, ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร, ประเภทรุ่น VIP ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร, ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร, และ ประเภทครอบครัว (พ่อ-แม่-ลูก อายุไม่เกิน 7 ปี) ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ซึ่งผู้ชนะเลิศจะได้ถ้วยรางวัลจาก นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต พร้อมเหรียญที่ระลึก และเงินรางวัล ซึ่งผู้เข้าแข่งขันที่พลาดจากรางวัลยังได้ยังได้มีสิทธิ์ลุ้นของขวัญจากการแข่งขันอีกด้วย

"ธรรมะ ทำไม" กับ “นพ.บัญชา”


เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 54 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมคิงส์ คาร์ล กูสตาฟว์ รพ.กรุงเทพภูเก็ต นพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต และปารียา จุลพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจสาธารณะ ให้การต้อนรับ นพ.บัญชา พงษ์พานิช กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการมูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือที่รู้จักกันในนามของ “ศิษย์ก้นกุฏิ” แห่งสวนโมกข์พลาราม จ.สุราษฎร์ธานี ด้วยเคยบวชเรียนและศึกษาพระธรรมกับท่านพุทธทาส เมื่อปี 2529 พร้อมกับเริ่มต้นค้นคว้าและเผยแพร่หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

สำหรับการเดินทางมาในครั้งนี้ เพื่อบรรยายเรื่อง "ธรรมะ ทำไม" ซึ่งได้เน้นให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจหลักธรรมะขั้นพื้นฐานที่สามารถนำมาปรับใช้ทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้เป็นไปอย่างราบรื่น และจะส่งผลให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขต่อไป โดยมีผู้เข้ารับฟังการบรรยายในครั้งนี้ประกอบด้วยคณะแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล และประชาชนทั่วไปที่ให้ความสนใจกับหลักธรรมะขั้นพื้นที่ฐาน กว่า 50 คน เข้าร่วม

อบรมหลักสูตรการนวดแผนไทยด้วยน้ำมันหอม


เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2554 นายสุทธิพงศ์ สายสาคเรศ แรงงานจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีปิดการอบรมหลักสูตรการนวดแผนไทยด้วยน้ำมันหอม 60 ชั่วโมง รุ่นที่ 4 ภายใต้โครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือแก่ผู้เดือดร้อนจากการประกอบอาชีพ

ทั้งนี้นายสุทธิพงศ์ สายสาคเรศ ได้กล่าวว่า ด้วยทางกระทรวงแรงงานได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน 1 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือเดือดร้อนจากการประกอบอาชีพ โดยในการประชุมคณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติกระทรวงแรงงานจังหวัดภูเก็ต ได้อนุมัติให้สำนักงานแรงงานจังหวัดภูเก็ตดำเนินการอบรมหลักสูตรการนวดไทยด้วยน้ำมันหอม 60 ชั่วโมง จำนวน 4 รุ่นๆ ละ 16 คน รวมทั้งสิ้น 64 คน เป็นเงินงบประมาณ 252,000 บาท ซึ่งสำนักงานแรงงานจังหวัดได้ ดำเนินการอบรม ดังนี้

รุ่นที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม - 21 มกราคม 2554 จำนวน 10 วัน
รุ่นที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม - 4 กุมภาพันธ์ 2554 จำนวน 10 วัน
รุ่นที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ - 18 กุมภาพันธ์ 2554 จำนวน 10 วัน
รุ่นที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ - 4 มีนาคม 2554 จำนวน 10 วัน

โดยการจัดการฝึกอบรมฯ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความสามารถในการนวดไทยเพื่อสุขภาพ ตามหลักและวิธีกาของการนวดไทย รวมทั้งยกระดับทักษะฝีมือให้แก่ผู้สำเร็จการอบรมให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างชาติ จากการดำเนินการฝึกอบรมตลอดหลักสูตร ทั้ง 4 รุ่น ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกคนมีความตั้งใจในการเรียนรู้ตามหลักของศาสตร์และศิลปะการนวดไทยหลักสูตรการนวดด้วยน้ำมันหอมเป็นอย่างดี สำหรับหลักสูตรนี้มีผู้ผ่านการฝึกอบรมทั้งสิ้น100% (จำนวน 64 คน) ซึ่งบรรลุตามวัตถุประสงค์ขอโครงการฯ ที่ช่วยให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเพิ่มรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวได้ยั่งยืน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับโครงการนี้ผู้รับการฝึกอบรมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และยังได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงวันละ 120 บาท อีกด้วย

วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554

ทต.วิชิตดันจุดชมวิวเขาขาด แหล่งท่องเที่ยวใหม่


นายกรีฑา แซ่ตัน นายกเทศมนตรีตำบลวิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลวิชิต ว่า ด้วยในพื้นที่ของเทศบาลตำบลวิชิตมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายจุดและค่อนข้างจะเป็นที่รู้จัก เช่น พิพิธภัณฑ์แสดงสัตว์น้ำ ชายหาดแหลมพันวา คลองมุดง เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาได้มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้ามาท่องเที่ยวในระดับหนึ่ง และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ประกอบกับยังมีแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อีกหลายแห่งซึ่งไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก โดยเฉพาะจุดชมวิวเขาขาดซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของตัวเมืองภูเก็ตได้ 360 องศา และเกาะทะนานซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ที่มีธรรมชาติสมบูรณ์ โดยเฉพาะปะการังเหมาะกับการดำน้ำตื้น รวมถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ทำมากินด้วยการทำประมง

“ที่ผ่านมาในส่วนของจุดชมวิวเขาขาด ทางเทศบาลได้มีการจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อรองรับผู้ที่จะขึ้นไปเยี่ยมชมให้เกิดความสะดวกสบาย โดยเฉพาะการสร้างหอชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของตัวเมืองภูเก็ต ทิวทัศน์บริเวณอ่าวฉลอง และทิวทัศน์บริเวณแหลมพันวา ได้อย่างชัดเจน แต่ก็ยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากนัก ดังนั้นต่อจากนี้ทางเทศบาลฯ ก็จะได้จัดให้มีการประชาสัมพันธ์ทางสื่อต่างๆ ให้จุดชุมวิวแห่งนี้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมาก โดยปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเยี่ยมชมส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติเฉลี่ยวันละประมาณ 100 คน”

นายกรีฑา กล่าวถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะทะนาน ว่า เป็นเกาะที่ไม่ใหญ่มากนัก ห่างจากชายฝั่งตำบลวิชิตเล็กน้อย ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ เป็นเกาะขนาดเล็กที่มีความสมบูรณ์ของธรรมชาติ โดยเฉพาะทรัพยากรใต้ทะเลซึ่งเหมาะแก่การดำน้ำชมปะการัง ขณะนี้ทางเทศบาลฯ ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตภูเก็ตทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาเกาะทะนานให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเทศบาลตำบลวิชิตและจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียง เนื่องจากส่วนใหญ่จะมีอาชีพการทำประมง

อย่างไรก็ตามนายกรีฑา กล่าวด้วยว่า ในพื้นที่ของเทศบาลตำบลวิชิตนั้นมีโรงแรมที่พักให้เลือกทุกระดับ ตั้งแต่ระดับ 2 ดาวไปจนถึง 4 – 5 ดาว และมีจำนวนห้องพักมากพอที่จะรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ รวมทั้งยังมีนักลงทุนใหม่ๆ ที่เข้ามาติดต่อสอบถามและขออนุญาตในการก่อสร้าง ตลอดจนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง


ททท.เปิดศูนย์เรียนด้านรู้ท่องเที่ยวในอันดามัน


เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2554 ที่โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ฯ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสุรพล เศวตเศรณี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานเปิดศูนย์การเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต โดยมีนายบัวยัญ สุวรรณมณี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต นายสาธิต กลิ่นภักดี ท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายธนากร เหล็กกล้า ผู้อำนวยการโรเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดศูนย์การเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่และพังงาไปแล้ว

นายสุรพล กล่าวว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิในฝั่งทะเลอันดามัน เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ที่ผ่านมา ททท.ได้เปิดศูนย์รับบริจาคเงิน และนำเงินที่ได้จากการรับบริจาคมาจัดสรรเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัด รวมระยะเวลา 6 ปี สิ้นสุดเมื่อปีการศึกษา 2553 แต่ยังมีเงินบริจาคเหลืออยู่อีกจำนวนหนึ่ง ประกอบกับ ททท.ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการให้ความรู้ ความเข้าใจด้านการท่องเที่ยวให้กับชุมชน พัฒนาบุคลากรในท้องถิ่นให้มีความรู้เกี่ยวกับทรัพยากร และสินค้าด้านการท่องเที่ยวในท้องถิ่น ปลูกจิตสำนึกรักและหวงแหนทรัพยากรท่องเที่ยวในท้องถิ่นของตนเอง

จึงได้ร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ทำข้อตกลงความร่วมมือขึ้นเมื่อปี 2551 เพื่อจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยวขึ้นในพื้นที่ประสบภัยสึนามิในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ได้แก่ ภูเก็ต พังงา และกระบี่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในระยะยาว โดยใช้สถานที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งในส่วนของจังหวัดภูเก็ต เลือกโรงเรียนปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ฯ และยังได้รับงบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติมจากเทศบาลนครภูเก็ตในการขยายศูนย์การเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยวให้มีขนาดกว้างขวางมากขึ้น

สำหรับศูนย์การเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยวฯ จะเป็นแหล่งรวบรวมวิชาการด้านการท่องเที่ยวสำหรับเยาวชนในพื้นที่ เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาบุคลากรในชุมชนท้องถิ่น โดยมีคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกันยกร่างหลักสูตรเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในหมวดหลักๆ ได้แก่ความรู้ทั่วไป การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน การตลาดท่องเที่ยว และการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว

โตโยต้าฯ เปิดห้องโชว์-ศูนย์บริการ สาขา 3 เจ้าฟ้า


เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2554 บริษัทโตโยต้าเพิร์ล ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด สาขาเจ้าฟ้า นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานพิธีเปิดห้องโชว์ และศูนย์บริการ บริษัทโตโยต้าเพิร์ล ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด สาขาเจ้าฟ้า โดยมีนายสุทธิ จันทร์วิเมลือง ที่ปรึกษาบริหาร บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นายวิบูลชัย ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้าเพิร์ล ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด สาขาเจ้าฟ้า นายวิจิตร ณ.ระนอง และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมในพิธี

นายวิบูลชัย กล่าวว่า บริษัทโตโยต้าเพิร์ลฯ จำกัด ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2522 โดยในครั้งแรก ตั้งอยู่ ณ ศูนย์การค้าเลิศโภคารักษ์ ข้างโรงแรมเพิร์ลภูเก็ต ถนนมนตรี และต่อมาจังหวัดภูเก็ต มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้ารถยนต์โตโยต้า บริษัทฯ จึงได้เปิดที่ทำการแห่งใหม่ขึ้น ณ ถนนเทพกระษัตรี ตรงข้ามโรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ต ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2528 ในขณะนั้นมียอดขายประมาณ 300 คัน/ปี และเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ

จนเมื่อปี 2548 บริษัทฯ จึงได้เปิดสำนักงานใหญ่ แห่งใหม่ขึ้น ตั้งอยู่บนถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (สามแยกบายพาส) ส่วนสำนักงานใหญ่เดิม ได้เปลี่ยนเป็น สาขาตำบลรัษฎา โดยในขณะนั้น บริษัทฯ มียอดขายรถรวมประมาณ 3,100 คัน/ปี หลังจากนั้น ปี 2550 บริษัทฯ ได้มีการปรับปรุง สาขา ต.รัษฎา ให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น และเริ่มวางแผนที่จะขยายสาขาเป็นแห่งที่ 3 เนื่องจากเศรษฐกิจในจังหวัดภูเก็ต เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2553 บริษัทฯ ได้เริ่มก่อสร้างสาขาเจ้าฟ้า เป็นสาขาที่ 3 ตั้งอยู่ ถนนเจ้าฟ้า ต.ตลาดเหนือ

อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมียอดขายรวมทั้ง 3 สาขา ประมาณ 4,500 คัน/ปี และในอนาคตอันใกล้นี้ บริษัทฯ มีโครงการที่จะเปิดโตโยต้าชัวร์ ซึ่งเป็นธุรกิจรถใช้แล้ว คุณภาพดี เพื่อรองรับกับความต้องการของลูกค้าทุกประเภท รวมถึงมีโครงการที่จะเปิดสาขาเพิ่มเติมอีก เพื่อให้บริษัท โตโยต้า ได้เติบโตทันไปพร้อมกับเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายวิบูลชัย กล่าวในที่สุด