จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สร้างเครือข่ายร่วมป้องกันอัคคีภัย


เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2554 ที่ห้องประชุมโรงเรียนบ้านฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสันติ์ จันทรวงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมการระงับอัคคีภัย ประจำปี 2554 ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลฉลอง (อบต.ฉลอง) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต จัดขึ้น โดยมีพนักงานดับเพลิง งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่เทศกิจ และพนักงานเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลฉลอง อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมประมาณ 50 คน
นายปราโมทย์ สร้างหลัก รองนายก อบต.ฉลอง กล่าวว่า ด้วยปัจจุบันแนวโน้มสถานการณ์การเกิดภัยพิบัติต่างๆ มีความรุนแรงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภัยที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์หรือภัยที่เกิดจากธรรมชาติ ซึ่งเมื่อภัยต่างๆ ดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วก็มักจะนำมาซึ่งความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและรัฐบาลเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา รวมทั้งเพื่อลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งเพื่อเป็นการเพิ่มความรู้ความสามารถ และสร้างทักษะเบื้องต้นให้แก่ผู้ที่เข้ารับการอบรม ซึ่งจะช่วยลดคงวามสูญเสียและเสียหายของประชาชนและรัฐบาล
จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นทาง อบต.ฉลอง จึงได้ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต จัดทำโครงการฝึกอบรมความรู้เกี่ยวกับการระงับเหตุอัคคีภัยเบื้องต้น ประจำปีงบประมาณ 2554 ขึ้น เพื่อให้บุคลากรของ อบต.ฉลองและประชาชนทั่วไปมีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันและระงับอัคคีภัย มีความรู้ความเข้าใจสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ วิธีการป้องกันเพลิงไหม้ วิธีใช้เครื่องดับเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพและรู้จักวิธีบำรุงรักษาเครื่องดับเพลิง ตลอดจนให้ประชาชนรู้จักวิธีการตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเรือน รวมถึงมีความรู้เกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล นายปราโมทย์ กล่าวและว่า เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกอบรมเชื่อว่าจะทำให้พนักงาน เจ้าหน้าที่และประชาชนในเขต อบต.ฉลอง มีความรู้ความเข้าใจ และมีความตระหนักถึงอันตรายจากอัคคีภัย รู้จักการเตรียมการวิธีป้องกันและระงับอัคคีภัยเบื้องต้นด้วยตัวเอง สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ตลอดจนสามารถเป็นเครือข่ายและการมีส่วนร่วมของประชาชนด้านการระงับอัคคีภัยของ อบต.ฉลองด้วย

มินิมอเตอร์โชว์ กระตุ้นตลาดรถเล็ก


นายธนิต ประทีป ณ ถลาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนิต กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯ ได้ร่วมกับตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในจังหวัดภูเก็ตกำหนดจัดงานภูเก็ตมินิมอเตอร์โชว์ ขึ้นในระหว่างวันที่ 25-31 สิงหาคม 2554 นี้ ที่บริเวณลานพาร์ค แอนด์ ช้อป (นาบอน) ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นและผู้ประกอบการธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ในจังหวัดภูเก็ตได้มีโอกาสเพิ่มรายได้จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น และทำให้ชุมชนมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
ภายในงานจะจัดให้มีการออกบู๊ธรถยนต์รุ่นใหม่ๆ พร้อมเงื่อนไขพิเศษที่แต่ละค่ายมอบให้กับผู้ที่สนใจจองรถยนต์ในงานดังกล่าว เช่น ดาวน์ 0%ดอกเบี้ย 0% เป็นต้น ซึ่งมีตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นรถเล็กในภูเก็ตหลายๆ ยี่ห้อเข้าร่วมงานดังกล่าว เช่น โปรตอน มิตชูบิซิ เชฟโลเลต รถมอเตอร์ไชค์สตาร์เลี่ยน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสถาบันการเงินต่างๆ เช่น ธนาคารธนชาติ ลิสซิ่งกสิกรไทย กรุงไทยลิสซิ่ง เป็นต้น รวมทั้งภายในงานยังมีการจัดจำหน่ายอาหารพื้นเมืองภูเก็ตและอาหารทั่วไป เครื่องดื่ม และดนตรีจากวงดนตรีคุณธนิตพร้อมแดนเซอร์ตลอด 7 วัน 7 คืนของการจัดงานด้วย


งานสับปะรดภูเก็ตและงานไม้ดอกไม้ประดับภูเก็ต


เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 54 ที่บริเวณเวทีกลางสะพานหิน อ.เมือง ภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงานสับปะรดภูเก็ต ครั้งที่ 2 และงานไม้ดอกไม้ประดับ จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 19 ซึ่งจัดโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีนายวินัย ขวัญแก้ว เกษตรจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในจังหวัดภูเก็ต เกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ และเกษตรกรแขนงต่างๆ และประชาชนชาวภูเก็ตเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
นายวินัย ขวัญแก้ว เกษตรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2554 นี้ ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดงานสับปะรดภูเก็ตและงานไม้ดอกไม้ประดับ จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 19 ขึ้น เพื่อประชาสัมพันธ์พืชเอกลักษณ์จังหวัดภูเก็ตสู่นักท่องเที่ยวให้อย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น ประชาสัมพันธ์งานส่งเสริมการเกษตร ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตอีกทางหนึ่งด้วย
สำหรับการจัดงานจัดงานสับปะรดภูเก็ตและไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดภูเก็ตนั้นทางจังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2536 โดยมีเจตนารมณ์ในการส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานด้านการเกษตรสู่สาธารณชน โดยการพัฒนาสับปะรดภูเก็ตให้เป็นไม้ผลเอกลักษณ์ของดีจังหวัดภูเก็ต เป็นการดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวที่มาภูเก็ต บริโภคสับปะรดภูเก็ตและซื้อเป็นของฝาก เนื่องจากสับปะรดภูเก็ตมีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จากสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ตลอดจนส่งเสริมการผลิตและจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับ ที่สามารถผลักดันและกระตุ้นให้ธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับมีการขยายตัวมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตผลิตไม้ดอกไม้ประดับยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด จึงจำเป็นต้องมีการส่งเสริมการผลิตอย่างต่อเนื่อง นายวินัยกล่าว
ในส่วนของกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย กิจกรรมประกวดสับปะรดภูเก็ต สะตอข้าว มะพร้าวน้ำหอม กล้วยน้ำว้า สวนครัวกระถาง ประกวดไม้ดอกไม้ประดับ แข่งขันการปอกสับปะรดภูเก็ต นิทรรศการสับปะรดภูเก็ตและไม้ดอกไม้ประดับ การออกร้านจำหน่ายสับปะรดภูเก็ต ไม้ดอกไม้ประดับ สินค้าเกษตรปลอดภัย และผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนจาก 14 จังหวัดภาคใต้ และผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนในจังหวัดภูเก็ต

งานประเพณีผ้อต่อตลาดสด 1 ประจำปี 2554


เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2554 ที่ตลาดสดเทศบาลนครภูเก็ต ถนนระนอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังวัดภูเก็ต ร่วมพิธีนมัสการองค์ผ้อต่อก้ง ในงานประเพณีผ้อต่อตลาดสด 1 ประจำปี 2554 โดยมีนายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต นายบุญศุภภะ ตัณฑัยย์ ที่ปรึกษาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังวัดภูเก็ต นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายกวี ตันสุคตานนท์ นายชัยพฤกษ์ พันธ์พฤกษ์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมในพิธีดังกล่าวด้วย และมีนายธีรพงศ์ เอี่ยมอนันต์เจริญ ประธานชมรมตลาดสด นางสาวกรองแก้ว วีระวงศ์สุวรรณ คณะเถ้าแก่หล่อจู้ และคณะ ร่วมให้การต้อนรับ
ทั้งนี้นายธีรพงศ์ เอี่ยมอนันต์เจริญ ประธานชมรมตลาดสด ได้กล่าวว่า ทางชมรมตลาดสดถนนระนอง พร้อมสมาคมพ่อค้าภูเก็ต ร่วมกับองค์กรเอกชนต่างๆ พ่อค้า แม่ค้า ได้จัดงานประเพณีผ้อต่อขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวภูเก็ต ซึ่งในปีนี้กำหนดจัดในวันที่ 16 – 17 สิงหาคม 2554 ณ บริเวณตลาดสด 1
สำหรับประเพณีผ้อต่อ เป็นประเพณีที่ชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดภูเก็ตปฏิบัติสืบทอดต่อกันมายาวนาน คำว่า ผ้อต่อ เป็นคำในภาษาจีน มีความหมายว่า การอนุเคราะห์ผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ยาก ด้วยการประกอบพิธีบวงสรวง บำเพ็ญกุศล เพื่ออุทิศอานิสงฆ์ อันเกิดจากการบำเพ็ญนั้นแก่บรรพบุรุษ ญาติพี่น้องผู้ล่วงลับ อันเป็นการแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีของลูกหลาน
การประกอบพิธีผ้อต่อ จะมีการจัดเครื่องบวงสรวง ซึ่งมีทั้งอาหารคาวหวาน ผลไม้ต่างๆ และที่ขาดไม่ได้คือขนมที่ทำด้วยแป้งข้าวสาลีผสมน้ำตาลสีแดงปั้นเป็นรูปเต่า โดยมีความเชื่อว่า เต่าเป็นพาหนะแห่งสวรรค์ มีอายุยืนยาว สามารถนำผู้คนข้ามแดนทุรกันดาร จนล่วงพ้นจากความทุกข์ยากทั้งปวง
สำหรับงานผ้อต่อจังหวัดภูเก็ตจะจัดขึ้นตามชุมชนต่างๆ ในตัวเมืองภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นที่ โรงเรียนภูเก็ตไทยหัวเดิม ถนนกระบี่ ศาลเจ้าจ้ออ๋อง ถนนกระบี่ ตลาดสดเทศบาลถนนระนอง อ้ามจ้อซูก้ง บางเหนียว อ่าวเก ถนนตะกั่วป่า และ ศาลเจ้าผ้อต่อก้ง บางเหนียว ทั้งนี้ประชาชนที่อยู่ในชุมชนเหล่านี้จะได้แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว และเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดประเพณีท้องถิ่น รวมถึงเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตอีกทางหนึ่ง โดยการจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต ที่มีความมุ่งมั่นในการร่วมกันสืบสารประเพณีท้องถิ่นภูเก็ตให้อยู่คู่ชาวภูเก็ตตลอดไป




วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ


เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 54 ที่หอประชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นายสมเกียรติ สังขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 24 ประจำปี 2554 โดยมี ผศ.ดร.ประภา กาหยี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎภูก็ต นายณัฏฐพงศ์ ถือดำ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะอาจารย์ นักศึกษา จากคณะต่างๆ แขกผู้มีเกียรติ ตลอดจนหน่วยงานราชการเกี่ยวข้อง และนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ในภูเก็ต เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
นายณัฏฐพงศ์ ถือดำ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ ว่า จากมติของคณะรัฐมนตรีลงวันที่ 14 เมษายน 2525 ได้กำหนดให้วันที่ 18 สิงหาคมของทุกปี เป็น วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้พสกนิกรได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติในพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย
อีกทั้งเพื่อเป็นการน้อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเทิดพระเกียรติแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ซึ่งทรงมีพระราชจริยวัตร อุทิศพระสติปัญญาศึกษาหาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อนำมาพัฒนาชาติในด้านต่างๆ นับเป็นภูมิของแผ่นดิน
เนื่องในโอกาสวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติในปีนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นำโดยคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับคณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะครุศาสตร์ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียง ได้ร่วมกันจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติขึ้น ในระหว่างวันที่ 16-18 สิงหาคม 2554 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จ.ภูเก็ต
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติในพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปมีความสนใจในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้น และเพื่อประชาสัมพันธ์ให้เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนได้ทราบถึงขีดความสามารถในการให้บริการทางวิชาการของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่อไป
ภายในงานมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลายเช่น นิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย นิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน นิทรรศการการแสดงผลงานทางวิชาการของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต พร้อมทั้งการแข่งขันทางวิชาการเช่น การแข่งขันตอบปัญหาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ โครงงานคณิตศาสตร์ การประกวดวาดภาพสร้างสรรค์ตามจินตนาการทางวิทยาศาสตร์ การประกวดวาดภาพการ์ตูนทางวิทยาศาสตร์ การแข่งขันพูดทางวิทยาศาสตร์ การแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับ การแข่งขันประดิษฐ์ของเล่นทางวิทยาศาสตร์จากวัสดุเหลือใช้ การประกวดละครวิทยาศาสตร์ และการแข่งขันกระบวนการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์

สตรีภูเก็ตจัดตกแต่งผลิตภัณฑ์จากอาหาร


เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 54 ที่ห้องประชุมโรงเรียนสตรีภูเก็ต นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนสตรีภูเก็ต จำนวนประมาณ 74 ห้องเรียน ร่วมกันนำผลิตภัณฑ์อาหารชนิดต่างๆ ร่วมโครงการประกวดจัดตกแต่งผลิตภัณฑ์จากอาหาร งานประเพณีพ้อต่อ (ป่ายปัว) ประจำปี 2554 ซึ่งทางศูนย์สืบค้นและเผยแพร่ข้อมูลบาบ๋า ภูเก็ต โรงเรียนสตรีภูเก็ต จัดขึ้น เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้และเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยมีนางสาวดวงกมล เอช ครูที่ปรึกษาศูนย์สืบค้นและเผยแพร่ข้อมูลบาบ๋าภูเก็ต นายลิขิต หล้าแหล่ง อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาไทย ในฐานะอาจารย์ประจำศูนย์ฯ และอาจารย์ที่รับผิดชอบ ร่วมให้คะแนน โดยแบ่งการประกวดทั้งระดับมัธยมตอนต้นและตอนปลาย ออกเป็น 2 ประเภท สวยงามกับสร้างสรรค์
นายลิขิต กล่าวว่า ด้วยโรงเรียนสตรีภูเก็ตมีวิสัยทัศน์ ข้อที่ 5 ว่า นักเรียนสามารถสื่อสารความเป็นภูเก็ตได ดังนั้นทางศูนย์สืบค้นฯ จึงจัดให้นักเรียนทุกชั้นเรียนได้ร่วมโครงการประกวดการจัดตกแต่งผลิตภัณฑ์จากอาหาร งานประเพณีพ้อต้อ (ป่ายปัว) ขึ้น เพื่อให้เรียนรู้วิธีการและสามารถนำไปขยายผลให้กับครอบครัวในการร่วมกิจกรรมประเพณีพ้อต่อ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อบำเพ็ญกุศลบวงสรวงวิญญาณของบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว
สำหรับประเพณีพ้อต่อจัดขึ้น เพื่อบำเพ็ญกุศลบวงสรวงวิญญาณของบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว โดยเชื่อว่าวิญญาณบรรพบุรุษจะเดินทางมาเยี่ยมลูกหลานในช่วงขึ้น 1 ค่ำ เดือน 7 ของจีน องค์พ้อต่อก๊ง ซึ่งเป็นหัวหน้าผีจะนำบริวารออกจากขุมนรก เพื่อมาเยี่ยมลูกหลานและเที่ยวบนโลกมนุษย์ ในโอกาสที่เป็นการต้อนรับวิญญาณบรรพบุรุษที่กลับมาเยี่ยมบ้าน ตลอดจนวิญญาณที่ไม่มีญาติ ดังนั้นในวันนี้จะห้ามลูกหลานออกจากบ้านหลังพลบค่ำแล้ว เพราะอาจจะเคราะห์ร้ายถูกวิญญาณที่เดินทางกลับมาทักทาย ทำให้เจ็บป่วยได้และวิญญาณเหล่านี้จะถูกทิ้งไว้ 1 เดือนแล้วจะมารับกลับในวันที่ 29 หรือวันที่ 30 เดือน 7 ตามปฏิทินจีนอันเป็นวันสุดท้ายที่ส่งวิญญาณกลับ ผู้ใหญ่ก็จะห้ามลูกหลานออกจากบ้านเช่นเดียวกัน เพราะอาจจะเคราะห์ร้ายถูกกวาดต้อนวิญญาณกลับขุมนรกด้วย
นอกจากตามบ้านจัดพิธีไหว้บรรพบุรุษและวิญญาณผีที่ไม่มีญาติแล้ว ตามศาลเจ้าต่างๆ หรือบริเวณบางสถานที่จะมีพิธีเซ่นไหว้วิญาณที่ไม่มีญาติด้วย เพราะเมื่อบรรดาวิญญาณผีไม่มีญาติเดินทางกลับบ้านด้วยความหิวโหย แต่ไม่พบใคร ด้วยญาติพี่น้องตายหมด ไม่มีผู้ใดทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้อาจทำร้ายผู้คนได้ จึงจัดพิธีกรรมใหญ่โตตั้งโต๊ะบูชาบรรดาผีไม่มีญาติเหล่านั้น ประเพณีพ้อต่อในจังหวัดภูเก็ต จะจัดขึ้นในเดือน 7 ตามปฏิทินจีน
ทั้งนี้ในประเพณีพ้อต่อ จะประกอบพิธีเซ่นไหว้ อันประกอบด้วยอาหารคาว หวาน ซึ่งที่ขาดไม่ได้คือขนมเต่า ที่ปั้นขึ้นขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้างตามศรัทธา รวมอยู่ในเครื่องบวงสรวงนี้ด้วยสาเหตุที่นำขนมเต่านี้มาเซ่นไหว้เพราะเพื่อระลึกถึงเต่ายักษ์ตัวหนึ่ง ซึ่งว่ายน้ำฝ่าคลื่นลมที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง เพื่อไปช่วยพระถังซัมจั๋งให้รอดพ้นจากพายุ ในระหว่างเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎก อีกนัยหนึ่งก็คือ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้เซ่นไหว้ เนื่องจากชาวจีนเชื่อกันว่าเต่าเป็นสัตว์อายุยืนยาว แข็งแรง ส่วนสีแดง เป็นสีแห่งความเป็นมงคล ความยินดีปรีดา และความศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นการเซ่นไหว้ด้วยขนมรูปเต่าสีแดง จึงเป็นการต่ออายุให้ตนเองและยังถือเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่อีกด้วย

อบจ.ภูเก็ต พัฒนาระบบบุคกิ้งออนไลน์


นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากที่ผ่านมาทาง อบจ.ภูเก็ต ได้จัดทำกิจกรรมส่งเสริมการขายหรือโรดโชว์ โดยนำผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวไปนำเสนอขายสินค้าและกิจกรรมท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้นำผู้ประกอบการไปทำโรดโชว์ที่เมืองปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งปรากฎว่าได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวของทั้งสองเมืองเป็นอย่างดี และทำให้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่านักท่องเที่ยวกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นระดับผู้บริหารและเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง จะใช้วิธีการจองห้องพักผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มตลาดดังกล่าว ทาง อบจ.ภูเก็ต จึงได้มีการพัฒนาการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต โดยจัดทำโปรแกรมบุคกิ้งออนไลน์ สำหรับโรงแรมที่นำส่งค่าธรรมเนียมผู้เข้าพักให้กับ อบจ.ภูเก็ต คาดว่าการพัฒนาระบบดังกล่าวจะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2554 นี้ ส่วนเป้าหมายการเดินทางไปโรดโชว์ในช่วงปลายปีนี้ ยังมีอีก 2 ประเทศ คือ อินเดีย กับออสเตรเลีย
“เนื่องจากขณะนี้สภาวะเศรษฐกิจของประเทศยุโรปกำลังมีปัญหา ส่งผลให้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเริ่มเปลี่ยนไปจากเคยที่วางแผนท่องเที่ยวระยะยาว มาเป็นวางแผนการท่องเที่ยวระยะสั้น เพื่อความปลอดภัยทางเศรษฐกิจ ดังนั้นในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ อบจ.ภูเก็ต จึงต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว และสมาคมโรงแรมมากขึ้น โดยจะเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวในระยะบินตรงในระยะสั้นเป็นหลัก เช่น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง ฮ่องกง อินโดนีเซีย ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย เกาหลี เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จ และส่งผลให้สายการบินต่างๆ มีแนวโน้มที่จะเพิ่มเที่ยวบินเข้ามาภูเก็ตมากขึ้น”
นายไพบูลย์ ยังกล่าวด้วยว่า เมื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาแล้ว นอกจากการพัฒนาเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แล้ว สิ่งหนึ่งที่จะต้องดำเนินการควบคู่กันไปด้วย คือ การพัฒนาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว โดยได้มีการขยายการติดตั้งกล้อง CCTV ในหลายจุดของจังหวัดภูเก็ต ทั้งเขตรัษฎา เกาะแก้ว วิชิต รวมถึงการเพิ่มการดูแลรักษาความปลอดภัยทางทะเล ด้วยการจัดตั้งบีชการ์ดให้ครอบคลุม พร้อมทั้งจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในตัวเมือง “น้ำพุดนตรี” ซึ่งจะแล้วเสร็จประมาณปลายเดือนกันยายน 2554 รวมถึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆ เช่น เทศกาลปีใหม่ ตรุษจีน เป็นต้น เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามามากยิ่งขึ้น

ประชุมสภาอบจ.ภูเก็ตอนุมัติกว่า 125 ล้านบาท


เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2554 ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายประดิษฐ์ แสงจันทร์ ประธานสภา อบจ.ภูเก็ต เป็นประธานในการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต สมัยวิสามัญ ประจำปี 2554 สมัยที่ 2 โดยมีคณะบริหาร นำโดยนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต หัวหน้าส่วนข้าราชการ อบจ.ภูเก็ต ได้เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ได้มีการเสนอญัตติการขออนุมัติจ่ายขาดเงินสะสมส่งคืนภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อน ให้แก่สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต ซึ่งทางกองคลัง ได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่า ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2548 – 2552 องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้รับเงินภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อนจริง เป็นเงิน 948,579,665.59 บาท และจากการตรวจสอบเอกสารของระบบ GFMIS ของสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดจังหวัดภูเก็ต ปรากฏว่าจำนวนเงินที่โอนให้ อบจ.ภูเก็ต เกินจำนวนที่ได้รับจริง จำนวน 3,635,243.43 บาท
เนื่องจากจำนวนดังกล่าวได้ตกเป็นเงินสะสม จึงได้มีการขออนุมัติสภา อบจ.ภูเก็ต เพื่อนำเงินส่งคืนให้แก่สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2547 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2548 โดยขอเงินภายหลังจากปีงบประมาณที่รับเงินรายรับ เมื่อตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจ่ายขาดเงินสะสมโดยต้องได้รับอนุมัติจากสภาท้องถิ่น
นอกจากนี้ ยังมีญัตติขออนุมัติใช้เงินสะสมเพื่อจัดทำโครงการ ซึ่งในปีงบประมาณ 2555 อบจ.ภูเก็ต มีภารกิจเพิ่มขึ้น จึงมีงบประมาณจำนวนจำกัด แต่ในขณะเดียวกัน มีภารกิจเร่งด่วนที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ในด้านการให้บริการ การจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ประกอบกับในปีงบประมาณ 2555 อบจ.ภูเก็ต ร่วมกับจังหวัดภูเก็ตเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 28 “ภูเก็ตเกมส์” ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานและแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้ทันท่วงที จึงได้ขอใช้เงินสะสมของ อบจ.ภูเก็ต จำนวน 125,111,950 บาท เพื่อจัดทำโครงการต่างๆ ทั้งนี้
ในส่วนกองช่าง ประกอบด้วย จัดซื้อรถสุขาเคลื่อนที่ ตัวรถชนิด 6 ล้อ เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ 4 จังหวะ มีกำลังแรงม้าไม่น้อยกว่า 210 แรงม้า จำนวน 3 คัน เป็นเงิน 20,400,000 บาท จัดซื้อเต้นท์กระโจม ขนาด 4.00 x 4.00 เมตร จำนวน 20 หลัง และเต้นท์ ขนาด 4.00 x 10.00 เมตร จำนวน 200 หลัง รวมเป็นเงิน 5,600,000 บาท ติดตั้งป้ายเขตโรงเรียนพร้อมไฟกระพริบและแผงโซลาเซลส์ หน้าโรงเรียนภายในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 86 จุด เป็นเงิน 2,944,640 บาท
ในส่วนกองการท่องเที่ยวและกีฬา ประกอบด้วย โครงการร่วมเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 28 “ภูเก็ตเกมส์” เป็นเงิน 18,000,000 บาท เพื่อเป็นค่าพิธีเปิดการแข่งขัน และพิธีปิดการแข่งขัน สำหรับเป็นค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับชุดการแสดงขบวนพาเหรด ชุดการแสดงขบวนวงดุริยางค์ ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามรายละเอียดโครงการที่ อบจ.ภูเก็ต กำหนด โครงการร่วมเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 28 “ภูเก็ตเกมส์” เป็นเงิน 7,000,000 บาท เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ สื่อโฆษณาทางโทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ ป้ายประชาสัมพันธ์ ปรับปรุงระบบไฟฟ้าสนามชัย เป็นเงิน 2,660,000 บาท เพื่อปรับปรุงระบบไฟฟ้าส่องสว่าง งานห้องควบคุมระบบไฟฟ้า และปรับปรุงสนามเทนนิส อบจ.ภูเก็ต เป็นเงิน 5,400,000 บาท เพื่อปรับปรุงพื้นสนาม ปรับปรุงรั้ว ปรับปรุงหลังคาอาคาร ปรับปรุงห้องเก็บของ และปรับปรุงห้องสุขา
ส่วนกองการศึกษา ได้แก่ การก่อสร้างแฟลตที่พักครู โรงเรียน อบจ.บ้านนาบอน ตั้งไว้ 13,450,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างอาคารที่พักครู จำนวน 4 ชั้น 20 ห้อง
สำหรับกองสาธารณสุข ประกอบด้วย จัดซื้อรถตู้พยาบาล (รถฉุกเฉิน) พร้อมอุปกรณ์ติดตั้งภายในรถยนต์ ขนาดไม่น้อยกว่า 2,400 ซีซี จำนวน 3 คัน เป็นเงิน 6,600,000 บาท โครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ของโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต เป็นเงิน 43,057,310 บาท ซึ่งแยกเป็น ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จำนวน 11 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มอุปกรณ์สแตนเลส กลุ่มเครื่องมือตรวจการทำงานของหัวใจ กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ กลุ่มเครื่องมือผ่าตัดและหัตถการ กลุ่มเครื่องมือระบบหายใจและเด็กอ่อน กลุ่มเครื่องมือและอุปกรณ์ทันตกรรม กลุ่มไตเทียม กลุ่มอุปกรณ์ติดตั้งในห้องผ่าตัด กลุ่มเครื่องมือผ่าตัดกระดูก กลุ่มอุปกรณ์กายภาพบำบัด และกลุ่มเครื่องมือตรวจตา พร้อมด้วย ครุภัณฑ์สำนักงาน ครุภัณฑ์งานบ้านงานครัว ครุภัณฑ์โฆษณาและเผยแพร่ ครุภัณฑ์ไฟฟ้าและวิทยุ และครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์

มหกรรมวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ราชินี


เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 15 สิงหาคม 2554 ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงานการจัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านต่างประเทศ ในงานมหกรรมวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถซึ่งทางจังหวัดภูเก็ต โดยเทศบาลนครภูเก็ต และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนสถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต เป็นผู้ประสานการดำเนินงานการจัดการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านต่างประเทศฯ และกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักแสดงจากต่างประเทศและนักแสดงของไทย ตลอดจนเยาวชน นักเรียนนักศึกษาในพื้นที่ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดในระหว่างวันที่ 15-16 สิงหาคมนี้
นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2554 กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดโครงการ มหกรรมวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขึ้นระหว่างวันที่ 11-17 สิงหาคม 2554 ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ทรงเป็นผู้นำในการเผยแพร่เชิดชูงานศิลปวัฒนธรรมของไทยให้เป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่ประชาชน ด้วยการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบทอดงานศิลปะหัตกรรมให้ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ได้ผลผลิตจากการสร้างสรรค์ในระดับมาตรฐานสากล รวมทั้งให้เป็นที่ประจักษ์ในความประณีตสวยงามแก่ชาวต่างประเทศทั่วโลก
โดยมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย การแสดงทางวัฒนธรรมของไทยและศิลปะหัตกรรมไทย การฉายภาพยนตร์ เป็นต้น นอกจากการจัดงานที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยแล้ว กระทรวงวัฒนธรรมยังได้มอบหมายจังหวัดต่างๆ รวม 3 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต ลำปาง และขอนแก่น พิจารณารับจัดงานการแสดงคณะนักแสดงพื้นบ้านต่างประเทศระหว่างวันที่ 15-16 สิงหาคม เพื่อเป็นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมของต่างประเทศ ผ่านการแสดงพื้นบ้านนานาชาติ จำนวน 3 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศโปแลนด์ ฟิลิปปินส์ และศรีลังกา