จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2555

ร.ร.อบจ.สาธิต เน้น Project Approach



นางจันทร์สุวรรณ ตามภานนท์ ผอ.โรงเรียน อบจ.สาธิตร่วมพัฒนา เปิดเผยว่า โรงเรียน อบจ.สาธิตร่วมพัฒนา ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ที่เปิดสอนระดับปฐมวัยนั้น ปัจจุบันมีนักเรียนชั้นอนุบาล 1 และอนุบาล 2 ชั้นละ 2 ห้องเรียน มีนักเรียนรวม 74 คน และมีครู 8 คน สำหรับการจัดการเรียนการสอน ทางโรงเรียนได้เน้นกระบวนการโดยใช้โครงการ Project Approach เข้ามาดำเนินการ ซึ่งเป็นโครงการที่ทาง อบจ.ภูเก็ต ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เพื่อเน้นการพัฒนาศักยภาพของเด็ก และให้เด็กสามารถเรียนได้อย่างมีความสุข รวมไปถึงการจัดห้องเรียน มีมุมโครงการต่างๆ ที่แตกต่างกัน ทั้งนี้เพื่อให้เอื้อประโยชน์แก่เด็ก ให้เด็กมีความรู้สึกอบอุ่น โดยมีคุณครูคอยดูแลตลอดเวลา
จากผลสำรวจการประเมินเด็กไทยในปัจจุบัน พบว่า ด้านการคิดวิเคราะห์นั้นยังอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างต่ำมาก เพราะฉะนั้น โรงเรียนในสังกัดของ อบจ.ภูเก็ต จึงได้เล็งเห็นปัญหาด้านนี้ และต้องการพัฒนาเด็กในจังหวัดภูเก็ตให้มีศักยภาพในด้านการคิดวิเคราะห์เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งให้เด็กได้เรียนรู้อย่างมีความสุข สามารถเรียนได้ตามความถนัดและความสนใจของตัวเอง โดยจะมีลักษณะการจัดการเรียนการสอนเป็นรายบุคคล และรายกลุ่ม เปรียบได้กับการเป็นนักวิจัยตัวน้อยๆ ที่มีครูคอยเป็นผู้ดูแลช่วยเหลือ
หัวใจสำคัญที่สุดของการจัดการเรียนการสอนแบบ Project Approach คือ เด็กทุกคนจะต้องสามารถถามคำถามได้อย่างหลากหลาย และมีกระบวนการคิดที่เป็นระบบ นอกจากนี้แล้ว ในด้านอื่นๆ เรายังสามารถบูรณาการเข้าไปร่วมกับวิชาต่างๆ ได้ ทั้งภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ตามวิสัยทัศน์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ที่เน้นเรื่องความรู้ คู่คุณธรรม ในโครงการนี้เราก็เน้นความมีคุณธรรมควบคู่ไปด้วย เมื่อเด็กได้เรียนตามกระบวนการขั้นตอนแล้ว เด็กของเราทุกคนก็จะสามารถแสดงผลงานได้ด้วยตัวเอง ตรงนี้จึงถือว่าเป็นเป็นหัวใจของการเรียนการสอนแบบ Project Approach และโรงเรียนก็เล็งเห็นว่า พื้นฐานของการศึกษาที่สำคัญนั้น จะต้องเริ่มต้นตั้งแต่ปฐมวัย ซึ่งเด็กวัยนี้ถือเป็นรากฐานของการศึกษา ถ้าเมื่อไหร่เด็กปฐมวัยมีพื้นฐานการเรียนที่มั่นคงแล้ว หรือมีศักยภาพที่ดีพอ ก็จะส่งผลต่อการเรียนในอนาคตด้วย
ด้าน นางสาวภัทราพร โภคบุตร หัวหน้างานวิชาการ โรงเรียน อบจ.สาธิตร่วมพัฒนา กล่าวว่า การเรียนการสอนแบบ Project Approach หรือว่าการสอนแบบโครงการ เพื่อให้เด็กได้ศึกษาการเรียนการสอนอย่างลึก ซึ่งไม่ได้เน้นการท่องจำ แต่จะมีการสอนทั้งหมด 3 ขั้นตอน โดยใช้กระบวนการทางด้านวิทยาศาสตร์ ขั้นที่ 1 คือ การหาความสนใจของนักเรียน ซึ่งเมื่อได้เรื่องที่เด็กส่วนใหญ่สนใจแล้ว ก็จะนำเด็กๆ เข้าทำการค้นคว้า สำหรับขั้นที่ 2 และ 3 คือ การสรุปโครงการ โดยรวบรวมสิ่งที่เด็กเรียนรู้ทั้งหมดมาจัดเป็นระบบว่า เด็กได้เรียนรู้อะไร และสามารถค้นพบคำตอบของตัวเองได้อย่างไรบ้าง ซึ่งความรู้ที่ค้นพบ เด็กจะสามารถนำไปปรับใช้ได้ โดยมีกระบวนการคิดที่เป็นขั้นตอนมากขึ้น เพราะเด็กแสวงหาคำตอบได้ด้วยตัวเอง โดยคุณครูไม่ได้บอกคำตอบตั้งแต่ตอนแรก


ใส่ใจและห่วงใยผู้มาใช้บริการ



โรงพยาบาลสิริโรจน์ (Phuket International Hospital) ได้รับความไว้วางใจจาก Banyan Tree Phuket Resort & Spa นำทีมพยาบาลวิชาชีพฝึกอบรมทักษะในการช่วยฟื้นคืนชีพในเด็ก การปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมถึงการฝึกปฏิบัติ เพื่อเตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือผู้ใช้บริการในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุโดยทางโรงพยาบาลฯ มุ่งหวังให้ผู้ที่เข้ารับการอบรมได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และสามารถให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเบื้องต้นลดจำนวนการสูญเสีย อีกทั้งเพื่อส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พนักงานของบริษัทฯ 

รอผลดีเอ็นเอ พร้อมเรียกทนายผู้ร้องมาสอบ



เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2555 ที่ห้องประชุมภ.จว.ภูเก็ต พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วยพ.ต.อ.พรศักดิ์ นวนหนู รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.ศิริศักดิ์ วาสศิริ ผกก.สภ.ฉลอง พ.ต.ท.เชาวลิต เพรชศรีเปีย รองผกก.ส.ศภ.ฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต ได้ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าคดีนายสแตน ฮาเวิร์ด ด๊อกเซ็ท์ อายุ 50 ปี สัญชาตินอร์เวย์ นักธุรกิจระดับเศรษฐีชาวนอร์เวย์ ผู้ต้องหาคดีฆ่าภรรยาชาวไทยนางรุ่งนภา ราชสมบัติ เสียชีวิตและซุกซ่อนศพไว้ในบ้านเป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2552 และขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายสแตน ฮาเวิร์ด ด๊อกเซ็ท์ นำส่งศาลจังหวัดภูเก็ตเพื่อฝากขังแล้ว
ทั้งนี้พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ ได้กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 ทางสำนักงานทนายความธนชัย สาครวงศ์ ได้ร้องเรียนกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ว่านางรุ่งนภา อาจถูกนายสแตน ฮาเวิร์ด ด๊อกเซ็ท์ ชาวนอร์เวย์ อายุ 50 ปี อดีตแฟนหนุ่มฆ่าและซุกซ่อนศพไว้ในบ้านเลขที่ 60/11 ซ.โคกโตนด ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต
ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2555 เวลาประมาณ 15.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง นำหมายค้นของศาลจังหวัดภูเก็ต ค้นบ้านเลขที่ ดังกล่าว ซึ่งมีนายสแตน ฮาเวิร์ด ด๊อกเซ็ท์ แสดงตนเป็นผู้ครอบครอง จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนกึ่งออโตเมติก ขนาด 9 มม.ยี่ห้อ กล๊อก 19 พร้อมเครื่องกระสุนปืน (ทะเบียนปืนเป็นชื่อของนางรุ่งนภา) ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในโต๊ะทำงานภายในห้องทำงานของนายสแตน 
นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังตรวจค้นพบโครงการกระดูกและเศษชิ้นเนื้อคล้ายเนื้อของมนุษย์ บรรจุอยู่ในถังขยะ วางซุกซ่อนอยู่ในห้องน้ำภายในบ้านชั้นล่าง โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวนายสแตนในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยชิ้นส่วนเศษกระดูกและเศษชิ้นเนื้อ ที่ตรวจยึดไว้ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ที่นิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ได้ผลตรวจยืนยันว่า เป็นอวัยวะทั้งตัวของมนุษย์เพศหญิง อายุประมาณ 30 – 50 ปี จากการตรวจพิสูจน์ เชื่อว่าน่าจะเสียชีวิตเนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่บริเวณศีรษะ
และจากการสอบสวนนายสแตน ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2552 ได้มีปัญหากับนางรุ่งนภา ราชสมบัติ ภรรยา จึงได้ใช้กำลังทำร้ายร่างกายนางรุ่งนภา และผลักนางรุ่งนภาพลัดตกบันไดจากชั้นสอง ศีรษะฟาดพื้นเสียชีวิต นายสแตนจึงได้นำศพของนางรุ่งนภาไปเก็บไว้ในถังขยะของเทศบาล แล้วนำไปซ้อนภายในห้องน้ำชั้นล่าง เพื่อปกปิดการกระทำความผิด
พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายสแตนไปฝากขังที่ศาลจังหวัดภูเก็ตในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ ยังกล่าวอีกว่า ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้สอบพยานไปแล้ว 5 ปาก และขั้นตอนต่อจากนี้รอยืนยันว่าชิ้นส่วนมนุษย์ดังกล่าวมีดีเอ็นเอตรงกันกับแม่ผู้ตาย หรือไม่ถ้าตรงกันก็เป็นเครือญาติกัน ก็จะยืนยันว่าใช่ศพของนางรุ่งนภา แต่ในเบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับว่าชิ้นส่วนศพที่เจอเป็นชิ้นส่วนศพของนางรุ่งนภา ส่วนของเหลวที่พบอยู่ภายในถังขยะ ต้องรอผลจากแพทย์นิติเวช เป็นผู้ยืนยันว่าของเหลวที่หลงเหลืออยู่ในถังขยะเป็นสารเคมีประเภทใด
ส่วนกรณีของสำนักงานทนายความธนชัย สาครวงศ์ ที่ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ว่านางรุ่งนภา อาจถูกนายสเต็น อดีตแฟนหนุ่มฆ่าและซุกซ่อนศพไว้ และให้ไปตรวจสอบด้วยนั้น ทางญาติของนางรุ่งนภาอาจจะไปร้องขอให้มีการสืบหา หรือไม่ก็มีพลเมืองดีสงสัยในพฤติกรรมของผู้ต้องหา แล้วขอให้ทางทนายทำคำร้องให้ ซึ่งตรงนี้ทางเจ้าหน้าที่จะได้เรียกทนายความจากสำนักงานทนายความดังกล่าวมาสอบสวนเพื่อจะได้รู้ที่มาที่ไปของหนังสือดังกล่าวต่อไป 








วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555

รพ.มิชชั่น จัดบรรยายพิเศษสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์



โรงพยาบาลมิชชั่นภูเก็ต ร่วมกับ บริษัท ไฟเซอร์ จำกัด จัดบรรยายพิเศษในหัวข้อ “5 สัมผัสสร้างลูกฉลาดตั้งแต่ในครรภ์ ” โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลหัวเฉียว ให้ความรู้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์พร้อมคุณพ่อให้ความสนใจเข้ารับฟังบรรยายในครั้งนี้เป็นจำนวนมากกว่า 135 ครอบครัวบรรยากาศในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น ณ โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้

ตร.ฉลองนำผู้ต้องหาฆ่าภรรยาไปทำแผน



เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2555 ที่บ้านเลขที่ 60/11 ซ.โคกโตนด ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฉลอง จ.ภูเก็ต นำโดยพ.ต.อ.ศิริศักดิ์ วาสะศิริ ผกก.สภ.ฉลอง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ณรงค์ ลักษณะวิมล รองผกก.ป.พ.ต.ท.ชวลิต เพชรศรีเปีย พ.ต.ท.ศักดิ์เดช กัมพลานุวัฒน์ สว.สส.พ.ต.ท.พาชัย มัธยันต์ สวป. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอีกจำนวนหนึ่ง ได้นำตัวนายสแตน ฮาเวิร์ด ด๊อกเซ็ท์ อายุ 50 ปี สัญชาตินอร์เวย์ นักธุรกิจระดับเศรษฐีชาวนอร์เวย์ ผู้ต้องหาคดีฆ่าภรรยาชาวไทย นางรุ่งนภา ราชสมบัติ เสียชีวิตและซุกซ่อนศพไว้ในบ้านเป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2552 ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านหลังดังกล่าว
โดยการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในครั้งนี้ ผู้ต้องหานำตำรวจไปชี้จุดเกิดเหตุ ตั้งแต่จุดที่นางรุ่งนภา ออกมาจากห้องน้ำ แล้วมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันบนชั้น 2 จนนายสแตน ผลักนางรุ่งนภา ตกลงมาที่ชั้นล่าง จากนั้นนำร่างของนางรุ่นภาเข้าไปในห้องนอน จากนั้นก็ได้ทำการบรรจุใส่ถังขยะ แล้วนำไปเก็บไว้ในห้องน้ำปิดประตูล๊อคกุญแจอย่างหนาแน่น
ซึ่งในระหว่างที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำแผ่นประกอบคำรับสารภาพนั้น ทางนายสแตน ได้ร้องขอไม่ให้สื่อมวลชนเข้าถ่ายภาพ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการเกลี้ยกล่อมอยู่นาน นายสแตนจึงยอมที่จะทำแผน โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาทำแผนประกอบคำรับสารภาพประมาณ 45 นาที จึงได้นำตัวนานสแตนกลับสภ. และในช่วงบ่ายวันเดียวกันก็จะได้นำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดภูเก็ต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหานายสแตนในข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและปิดบังซ่อนเร้นอำรางศพ เบื้องต้นนายสแตน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
พ.ต.อ.ศิริศักดิ์ วาสศิริ ผกก.สภ.ฉลอง ได้กล่าวว่า ผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่าอยู่กินกับนางรุ่งนภา ต่อมาทราบว่าภรรยาได้ไปอยู่กับนายตำรวจนายหนึ่งและมีลูกด้วยกัน 1 คน จึงได้พยายามร้องขอคืนดีแต่ไม่เป็นผล ในวันเกิดเหตุนางรุ่งนภาได้มาที่บ้านและมีปากเสียงกันขึ้นถึงขั้นลงไม้ลงมือ จนนายสเตนผลักนางรุ่งนภา ตกบันไดลงมาจากชั้น 2 เมื่อจับดูพบว่าชีพจรหยุดเต้น จึงได้นำร่างใส่ในถังขยะอำพรางไว้ดังกล่าว
พ.ต.อ.ศิริศักดิ์ ยืนยันว่า หลักฐานชิ้นเนื้อและกระดูกคล้ายของมนุษย์ที่พบจากที่เกิดเหตุ เพียงพอในการเป็นหลักฐานมัดตัวผู้ต้องหา แม้ว่าไม่มีพยานบุคคล โดยต้องรอผลการพิสูจน์ยืนยันจากนิติเวช ว่า ชิ้นเนื้อและกระดูกเป็นศพนางรุ่งนภา ส่วนผู้ต้องหามีเจตนาฆ่าภรรยาและชำแหละศพด้วยหรือไม่ ต้องดูที่ผลการตรวจพิสูจน์เช่นกัน เพราะถ้าชำแหละศพจะปรากฏรอยมีดตามชิ้นเนื้อด้วย คาดว่าจะใช้เวลาเกือบเดือน แต่ตำรวจจะขอให้นิติเวช ดำเนินการโดยเร็วที่สุด
นายสแตน กล่าวว่า ตนรักนางรุ่งนภาอย่างมาก แม้ว่าเขาจะไปมีใคร ก่อนเกิดเหตุตนได้มีปากเสียง ทะเลาะกับนางรุ่งนภา อย่างรุนแรง จากนั้นนางรุ่งนภาได้เข้ามาทำร้าย จึงใช้ฝ่ามือทั้ง 2 ข้างผลักจนนางรุ่งนภาล้มลง ศีรษะกระแทกพื้น และหมดสติไป ในระหว่างนั้นตนทำอะไรไม่ถูก ตนจับชีพจรของนางรุ่งนภา ทราบว่าเสียชีวิตแล้ว ตนเกรงว่าจะมีความผิด และคิดว่าสามีใหม่ของนางรุ่งนภา ที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาผิด จึงตัดสินใจเอาร่างไร้วิญญาณของนางรุ่งนภายัดใส่ถังขยะ และปิดด้วยถุงพลาสติกสีดำ ก่อนที่จะล๊อคห้อง เพื่อไม่ให้ใครเข้าไปห้องดังกล่าวโดยเด็ดขาด ซึ่งในรอบ 3 เดือนจะเคลื่อนศพ จากห้องน้ำหนึ่งไปยังอีกห้องน้ำหนึ่ง บริเวณใกล้กัน 1 เพื่อทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ โดยตนจะเป็นผู้ทำความสะอาดเอง โดยไม่ใช้แม่บ้าน




อบจ.นาบอน คว้าแชมป์อูคูเลเล่ระดับประเทศ



จากการประกวดแข่งขันอูคูเลเล่รายการ Junior Thailand Ukulele Champion Contest 2012 ในงาน Thailand Ukulele festival 2012 By ribbee ครั้งที่ 3 ซึ่งวงอูคูเล่เล่ของโรงเรียน อบจ.บ้านนาบอน ติด 1 ใน 5 ทีมสุดท้าย ระดับประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมา ณ ลานปาร์ค ห้างสรรพสินค้า สยามพารากอน กรุงเทพฯ ผลปรากฏว่า วงอูคูเลเล่ ของโรงเรียน อบจ.บ้านนาบอน ซึ่งประกอบด้วย ด.ช.วัชวงศ์ เพชรสุวรรณ์ นักเรียน ชั้น ป.5 (มืออูคูเลเล่) ด.ช.อันวา ระถาพร นักเรียน ชั้น ป.6 (มือเบส) และ ด.ญ.ตรีรัตน์ ณะแฉล้ม นักเรียน ชั้น ป.6 (ร้องนำ) สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองได้สำเร็จ
นายนิติพัฒน์ ณ นคร ครูผู้ช่วย โรงเรียน อบจ.บ้านนาบอน ผู้ฝึกสอนและควบคุมวงอูคูเลเล่ แบนด์(Ukulele Band) กล่าวว่า การแข่งขันในครั้งนี้เป็นรายการอูคูเลเล่ระดับเอเชีย โดยรวมศิลปินอูคูเลเล่ชื่อดังระดับโลกมาร่วมตัดสิน อาทิ คณะกรรมการจากญี่ปุ่น ฮาวาย เกาหลี อังกฤษ ส่วนคู่แข่ง ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนจากโรงเรียนนานาชาติ สำหรับสิ่งที่ทำให้วงอูคูเลเล่แบนด์ของโรงเรียน อบจ.บ้านนาบอน ชนะใจกรรมการในการแข่งขัน จุดเด่นอันดับแรก คือ บุคลิกของมืออูคูเลเล่ ทั้งหน้าตาและท่าทาง ขณะที่เล่นอยู่บนเวที เขาจะมีอารมณ์เพลง ซึ่งมีความน่ารักอยู่ในตัว ส่วนจุดเด่นต่อมา คือ การใช้สไลด์มาเล่นอูคูเลเล่ในสไตล์บลู อีกทั้งยังมีเบสอูคูเลเล่ ที่มาเพิ่มสีสันให้กับวงมากยิ่งขึ้น
“ตอนแรกมีความกังวลในเรื่องอารมณ์เพลง กลัวว่าเด็กๆ จะสร้างอารมณ์ขึ้นมาไม่ได้ แต่เมื่อจบการแสดง พิธีกรสัมภาษณ์เสร็จ กลายเป็นว่าทุกอย่างลงตัว ถือเป็นโชว์ที่ดีมากๆ ประทับใจคนดู ทั้งนี้ นอกจากการประกวดของเด็กๆ แล้ว ผมก็ได้รับเชิญไปบนเวที เล่นเบสอูคูเลเล่ ร่วมกับศิลปินจากฮาวาย Aldrine Guerrere จึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง สำหรับสิ่งที่ได้จากการประกวดในครั้งนี้ ก็คือความดีใจ ที่ได้สร้างความมั่นใจให้กับเด็กๆ ทั้ง 3 คน ให้กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง นอกจากนั้น จากการฝึกฝนยังช่วยในด้านการฝึกสมาธิ และฝึกความเป็นระเบียบในการฝึกซ้อม ส่วนรางวัลที่ได้รับจากการแข่งขัน ประกอบด้วย อูคูเลเล่ จำนวน 6 ตัว ได้แก่ อูคูเลเล่ Anuenue Lani ii, Puke (Thai Ukulele Handmade), Fluke, Ribbee Ukulele จำนวน 3 ไซส์ ได้แก่ Tenor, Concert และ Soprano รวมราคาประมาณ 40,000 บาท”
นายนิติพัฒน์ กล่าวอีกว่า ทุกปีที่ผ่านมา ทีมที่ชนะเลิศการแข่งขันรายการดังกล่าว จะได้เซ็นต์สัญญากับทางบริษัทที่จัดการแข่งขัน ซึ่งถ้ามีงานอีเวนท์ที่กรุงเทพฯ ก็จะมีการไปโชว์ตัว แต่รายละเอียดตรงนี้วงอูคูเลเล่แบนด์ ยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่ทางบริษัทได้ให้เตรียมซิงเกิลไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียน อบจ.บ้านนาบอน ที่ช่วยสนับสนุนค่าเดินทาง รวมทั้งค่าที่พัก และขอขอบคุณทาง อบจ.ภูเก็ต ที่ได้ให้การสนับสนุน ทั้งนี้ ในส่วนการพัฒนาวงอูคูเลเล่แบนด์นั้น เนื่องจากในภาคเรียนหน้านักเรียน 2 คนในวง จะจบจากโรงเรียนแล้ว ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับทางบริษัทกับน้องๆ ว่าจะไปต่ออย่างไร ส่วนอีกคนซึ่งเรียนอยู่ในชั้น ป.5 ถ้ายังเรียนต่อที่นี่ ก็คิดว่าจะได้รับการพัฒนาอีกเรื่อยๆ เพราะเขามีความสามารถเยอะมาก สามารถฝึกต่อไปได้อีกไกล
ด.ช. วัชวงศ์ เพชรสุวรรณ์ มืออูคูเลเล่ ชั้น ป.5 กล่าวว่า “ดีใจมากที่ได้มีโอกาสเป็นตัวแทนเด็กภูเก็ต เข้าร่วมแข่งขันอูคูเลเล่ในรายการนี้ และได้รับรางวัลชนะเลิศ ซึ่งผมก็ทำดีที่สุดแล้ว สำหรับการเล่นดนตรี ผมคิดว่าไม่ยากเลย ถ้ามีใจรัก แล้วหมั่นฝึกซ้อม ก็เล่นได้ทุกคน นอกจากนี้ อยากจะฝากถึงเพื่อนๆ ว่าถ้าใครสนใจอยากเล่นอูคูเลเล่ก็สามารถฝึกได้ในยูทูบ โดยพิมพ์คำว่า แอปเปิ้ลโชว์ ก็จะมีคลิปสอนอูคูเลเล่ ฝึกเพียง 5 นาที ก็เล่นได้แล้ว”
ทางด้านนายชลชัย เทวบุตร รองผู้อำนวยการโรงเรียน อบจ.บ้านนาบอน กล่าวว่า “รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่โรงเรียน อบจ.บ้านนาบอน ถึงแม้ว่าจะเป็นโรงเรียนเล็กๆ แต่ก็มีศักยภาพและความสามารถได้ในระดับนี้ ทั้งนี้ ทางโรงเรียน อบจ.บ้านนาบอน ได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนกิจกรรมของนักเรียนในทุกๆ ด้าน ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากทาง อบจ.ภูเก็ต ด้วยดีตลอดมา”







วันพุธที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

จับชาวนอร์เวย์มีพฤติกรรมน่าสงสัย


เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผกก.5 บก.ป.พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิริศักดิ์ วาสะศิริ ผกก.สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต พ.ต.อ.วิเศษ เกตุพันธ์ ผกก.5 บก.ทท.พ.ต.ท.วัฒนชัย มณฑีรัตน์ สว.กก.5 บก.ป.พ.ต.ท.ณรงค์ ลักษณะวิมล รองผกก.ป.สภ.ฉลอง พ.ต.ท.ชวลิต เพชรศรีเปีย รองผกก.สส.สภ.ฉลอง พ.ต.ท.พาชัย มัธยันต์ สวป.และเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่ง ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดภูเก็ต เข้าค้นบ้านเลขที่ 60/11 ซอยโคกโตนด ต.กะรน อ.เมือง ซึ่งเป็นบ้านพักริมหาดกะรนของนายสแตน ฮาเวิรด์ ด๊อกเซ็ท์ (STEIN HAVARD DOKSET) อายุ 50 ปี สัญชาตินอร์เวย์ หลังจากเมื่อค่ำวานนี้ (28 ก.พ.55) ได้เข้าตรวจค้นมาแล้วครั้งหนึ่ง
สำหรับการตรวจค้นเมื่อคืนที่ผ่านมา พบอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. จำนวน1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 58 นัด กระเป๋าหนังแบบผู้หญิงยี่ห้อกีลาโรส จำนวน 2 ใบ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง ซิมโทรศัพท์วันทูคอล 1 ซิม บัตรประจำตัวประชาชนของนางรุ่งนภา สุขทอง 1 ใบ บัตรประจำตัวประชาชนของนางรุ่งนภา ราชสมบัติ 1 ใบ นาฬิกา ยี่ห้อกีลาโรส จำนวน 1 เรือน ถังขยะสีเขียวของเทศบาลตำบลกะรนซึ่งภายในมีถุงพลาสติกสีดำใบใหญ่ 1 ใบ และพบชิ้นส่วนโครงกระดูกและเศษเนื้อ ลักษณะคล้ายกระดูกเชิงกรานและกระดูกท่อนขาของมนุษย์บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่จึงนำถังขยะใบดังพร้อมถุงพลาสติกที่บรรจุเศษชิ้นส่วนมนุษย์ส่งสถาบันนิติเวช เพื่อตรวจสอบต่อไป
ในการตรวจค้นดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายสแตน ฮาเวิร์ด ด๊อกเซ็ท์ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวมาดูการตรวจค้นด้วย นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ประสานไปยังเทศบาลตำบลกะรนเพื่อนำรถดูดส้วมมาดูดบ่อเกรอะหาเศษชิ้นส่วนศีรษะ แขน-ขา ที่หายไป รวมทั้งได้รื้อบ่อน้ำทิ้งอีก 4 บ่อ ซึ่งอยู่ชั้นล่างของบ้านพักหลังดังกล่าว ตลอดจนรื้อฝ้าเพดานที่คาดว่าน่าจะเป็นจุดซุกซ่อนชิ้นส่วนที่หายไป
อย่างไรก็ตามการเข้าตรวจค้นดังกล่าวนั้น สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีชาวบ้านทำหนังสือร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เพื่อขอให้ทำการตรวจสอบบ้านพักของนายสแตน ฮาเวิร์ด ด๊อกเซ็ท์ เพราะสงสัยว่าน่าจะมีการนำนางรุ่งนภา ราชสมบัติ อดีตแฟนสาวไปซุกซ่อนไว้ในบ้านพักดังกล่าว และทางเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้ขอหมายค้นของศาลจังหวัดภูเก็ต เข้าตรวจค้นในในช่วงค่ำของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
สำหรับบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 3 ชั้น ทรงไทย 7 ห้องนอน 8 ห้องน้ำและมีสระว่ายน้ำอยู่กลางบ้าน สามารถมองเห็นชายหาดกะรนได้อย่างชัดเจน ราคาประมาณ 15 ล้านบาท ซึ่งในการตรวจค้นพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก อาวุธปืน 58 นัด ซึ่งปืนกระบอกดังกล่าวอยู่ในห้องพักของนายสแตน ฮาเวิร์ด ด๊อกเซ็ท์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจค้นบริเวณห้องน้ำชั้น 1 ของบ้านพักดังกล่าว พบว่าปิดสนิท และมีกลิ่นเหม็นโชยออกมา เจ้าหน้าที่ไขกุญแจเข้าไปตรวจสอบ ภายในห้องน้ำดังกล่าว พบถังขยะสีเขียวของเทศบาลตำบลกะรน วางอยู่ 1 ใบ โดยที่ฝาถังมีการซีนอย่างหนาแน่น เจ้าหน้าที่ต้องเอาที่ซีนออก พบภายในถังมีถุงพลาสติกสีดำบรรจุสิ่งของอยู่ภายในถุง เมื่อเปิดออกพบว่ามีกระดูกชิ้นส่วนและเศษเนื้อลักษณะกระดูกเชิงกรานและกระดูกท่อนขามนุษย์อยู่ในถุงใบดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้นำถังขยะดังกล่าว พร้อมทั้งตัวนายสแตน ฮาเวิร์ด ด๊อกเซ็ท์ มาสอบสวนที่สภ.ฉลอง อย่างเคร่งเครียดผ่านไปกว่า 20 ชั่วโมง แต่เจ้าตัวยังให้การปฎิเสธ
สำหรับแนวทางการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่านายสแตน ฮาเวิร์ด ด๊อกเซ็ท์ มีอาชีพเป็นเภสัชกรในประเทศนอร์เวย์ จากนั้นก็ได้ลาอออก และเดินทางมาเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต เมื่อ 10 ปี ที่ผ่านมา ในวันแรกที่เดินทางภูเก็ต เพื่อนๆ ก็พาร่วมงานวันเกิดของนางรุ่งนภาก็พบรักกับนางสาวรุ่งนภา ราชสมบัติ จากนั้นทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ซึ่งนายแสตน ฮาเวิร์ด ด็อกเซ็ท์ รักและหึงหวงอดีตแฟนสาวอย่างมาก ซึ่งได้ขายบ้านพักตากอากาศที่ประเทศนอร์เวย์ มาลงทุนในการกว้านซื้อที่ดินกับนางรุ่งนภา เพื่อเก็งกำไร จนกระทั่งมีฐานะระดับเศรษฐี มีที่ดินในจังหวัดภูเก็ตหลายสิบแปลง และที่ดิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 10 ไร่ พร้อมบ้านพักตากอีก 1 หลัง
ในระยะหลังนายแสตน จับได้ว่านางรุ่งนภา เริ่มที่จะปันใจให้นายตำรวจคนหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต จากนั้นทั้งคู่ก็ได้เลิกราจากกัน และนางรุ่งนภาไปแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับนายตำรวจคนดังกล่าว จนกระทั่งมีลูกด้วยกัน 1 คน ทำให้นายแสตน หึงหวง อย่างมาก และตามงอนง้อขอให้อดีตแฟนกลับมาอยู่ด้วย แต่กลับถูกนางรุ่งนภาปฏิเสธ จนกระทั่งวันที่ 19 ก.ค.2552 ญาติของนางรุ่งนภา ได้ติดต่อหานางรุ่งนภา แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ญาติจึงแจ้งความไว้ที่ สภ.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต จากนั้นวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมาชาวบ้านก็ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่กองปราบปรามดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายสแตน ฮาเวิร์ด ด๊อกเซ็ท์ ในข้อมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
ด้าน พ.ต.อ.อธิป กล่าวว่า ในการตรวจค้นในวันนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้มีการเข้าตรวจค้นและพบเศษกระดูคล้ายของมนุษย์ถูกซ่อนไว้ในถังขยะ ขณะนี้ได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปตรวจสอบที่สถาบันนิติเวช จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งขณะนี้รอการยืนยันทางการแพทย์และทางวิทยาศาสตร์อีกครั้งว่า กระดูกดังกล่าวเป็นกระดูกมนุษย์หรือไม่ และในการตรวจค้นวันนี้ก็มีการค้นดูดบ่อเกราะเพื่อหาเศษชิ้นส่วนท่อนบน รวมทั้งศีรษะที่หายไป และหากผลการตรวจยืนยันว่าเศษกระดูกที่เจอเป็นของคน ก็จะดำเนินคดีข้อหากับนายสแตน ในข้อหาซ่อนเร้นศพต่อไป 





รถกระบะชนจยย.กลางสายฝนดับยกครัว



เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 พ.ต.ท.สมคิด ขาวสังข์ สารวัตรเวร สภ.ถลาง จ.ภูเก็ตได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดอุบัติเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ ขอให้ช่วยประสานหน่วยกู้ชีพ เพื่อรับคนเจ็บส่งรพ. เหตุเกิดบนถ.ศรีสุนทร หมู่ 7 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง ภูเก็ต หลังรับแจ้งก็ได้ประสานไปยังมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต พร้อมทั้งเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนสายดังกล่าว ซึ่งเป็นเส้นทางจากหาดสุรินทร์เข้าเมือง ในขณะเกิดเหตุมีฝนโปรยลงมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเดินทางถึงพบรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสันนาวาลา สีขาว ทะเบียน กบ 3049 ภูเก็ตตะแคงข้างอยู่ริมถนน สภาพกระจกแตก ห่างออกไปราว 20 เมตรพบรถ จยย.ฮอนด้าสีฟ้า ทะเบียน ขตพ 522 ภูเก็ตล้มคว่ำสภาพพังเป็นชิ้นๆ ใกล้กันพบศพผู้เสียชีวิตนอนพื้นถนนจำนวน 2 ศพ ทราบชื่อคือนายสุพัฒ ปัญเทศ อายุ 30 ปี บ้านเดิมอยู่ที่ 56/1 หมู่ 8 ต.น้ำล่าง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ทำงานเป็นกุ๊กอยู่ที่โรงแรมลากูน่าบีชรีสอร์ท ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต สภาพศพคอหักเลือดอาบ และด.ช.วิโรจน์ ปัญเทศ อายุ 8 ปี บุตรชายสภาพศพคอหัก ศีรษะแตก นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังพบนางจิตรา ปัญเทศ อายุ 27 ปี นอนแน่นิ่งหายใจรวยรินอยู่ที่พื้นถนน หน่วยกู้ชีพมูลนิธิกุศลธรรมจึงรีบนำส่ง รพ.ถลาง แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตระหว่างทาง ซึ่งนางจิตรายังตั้งครรภ์อีก 5 เดือน โดยในที่เกดเหตุทางเจ้าหน้าที่พบนายโกเมศ จินดาพล อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถกระบะคันดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมไปสอบสวนที่ สภ.ถลาง
ทั้งนี้จากการสอบสวนก็ทราบวว่า ก่อนเกิดเหตุนายสุพัฒพร้อมครอบครัวได้ขี่รถจยย.คันดังกล่าว มาจากโรงแรมที่ทำงาน ต.เชิงทะเล อ.ถลาง เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักที่บ้านท่าเรือ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุนายโกเมศได้ขับรถกระบะคันดังกล่าว มาจากอนุสาวรีย์ เพื่อไปยัง ต.เชิงทะเล ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าวมีฝนตกลงมาตลอดเวลา ทำให้ทัศนวิสัยในการมองไม่ค่อยชัดเจน และ 2 ข้างทางมืด ไม่มีแสงสว่าง ทำให้เกิดเฉี่ยวชนกับรถ จยย.ที่นายสุพัฒ ขับขี่มาอย่างแรง ส่งผลให้นายสุพัฒ และ ด.ช.วิโรจน์เสียชีวิตคาที่ ส่วนนางจิตราและลูกในครรภ์อีก 5 เดือนเสียชีวิตระหว่างนำส่ง รพ.ถลาง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อหาคนผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ปางช้างกินรีภูเก็ตเฮ มีช้างตกลูกชื่อ “พังสายฝน”



เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากปางช้างกินรี ตั้งอยู่เลขที่ 82/2 ม. 4 ถ.ปฏัก ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ว่ามีช้างตกลูกหนึ่งเชือก เมื่อเวลาประมาณ 01.45 น. วันเดียวกันนี้ หลังรับแจ้งผู้สื่อข่าวก็ได้เดินทางไปยังปางช้างดังกล่าว ซึ่งอยู่ห่างจากวงเวียนห้าแยกฉลองไปทางกะตะ กะรน ประมาณ 500 เมตร เมื่อไปถึงปางช้างดังกล่าวพบนายจรุง เถาจันทร์ และนายไพเชต ข่มไพรี เจ้าของปางช้าง นางสมหมาย ศาลางาม อายุ 40 ปี กับนายน่าน อยู่ทอง ควาญช้างและผู้ดูแลช้าง พนักงานในปางช้าง ซึ่งในขณะนั้นยังมีนายจิรายุ นิรันดร์วิโรจน์ สัตว์แพทย์ กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์ จังหวัดภูเก็ต ทำการตรวจสุขภาพลูกช้างที่เกิดใหม่ รวมทั้งแนะนำวิธีการดูแลเนื่องจากแม่ช้างคือ พังแก้วตา อยู่ในอาการเครียดไม่ยอมให้ลูกช้างซึ่งตั้งชื่อว่า “พังสายฝน” เข้าใกล้ โดยแยกมาขังในคอกเล็กๆ ส่วนแม่ช้างได้ล่ามโซ่ไว้ เพราะเกรงจะทำอันตรายลูกช้าง ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาใช้บริการนั่งช้างชมธรรมชาติขอถ่ายภาพด้วยเป็นอย่างมาก
นายจรุง ว่า ลูกช้างดังกล่าวเกิดจากแม่ช้างชื่อ พังแก้วตา กับพ่อช้างพลายทองพูน ซึ่งได้ผสมพันธุ์กันตามธรรมชาติเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2553 รวมระยะเวลาตั้งครรภ์จนตกลูก 22 เดือน ซึ่งในช่วงที่พังแก้วตาตกลูกนั้นมีฝนตกอย่างหนัก และหลังจากที่ลูกช้างคลอดออกมาเรียบร้อยแล้วฝนก็หยุดตก จึงตั้งชื่อว่า พังสายฝน เพราะเป็นช่วงที่แม่ช้างตกลูก
“การตกลูกของพังแก้วตานั้นใช้เวลาไม่มากนัก โดยเริ่มมีอาการเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมาตกลูกช่วงประมาณ 01.45 น. ต่างจากช้างทั่วไปซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา 2-3 วัน และแม่พังแก้วตาถือว่าเป็นช้างที่มีอายุน้อยที่สุดที่ตกลูกของจังหวัดภูเก็ตและอาจจะเป็นของประเทศไทยด้วย โดยลูกช้างพังสายฝน นับเป็นช้างเชือกที่ 2 ที่ตกลูกในปางแห่งนี้ เพราะก่อนนี้เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2552 ได้มีลูกช้างเกิดใหม่ ชื่อ พลายปีใหม่ จากการผสมพันธุ์ระหว่างแม่พังหมิว กับพ่อพลายทองพูน”
นายจรุง กล่าวด้วยว่าลูกช้างตัวนี้มีลักษณะดีมาก โดยพิจารณาจากขาที่ยาว ใบหูใหญ่ หางตรงและปลายหางโค้งเข้าหาตัว นอกจากนี้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ เนื่องจากแม่ช้างไม่ให้ลูกช้างเข้าใกล้จึงต้องให้ควาญทำการรีดนมจากแม่ช้างใส่ขวดมาให้ดูดแทน และหากยังไม่ยอมให้ลูกช้างเข้าใกล้อีกก็จะทำคอกให้แม่ช้างอยู่เพื่อให้ลูกสามารถที่จะเข้าไปดูดนมเพื่อให้เกิดความใกล้ชิดกัน เพื่อป้องกันแม่ช้างทำร้ายลูกช้าง เบื้องต้นก็จะเลี้ยงดูลูกช้างไว้ในปางไปก่อน และจะหารือกับทางเจ้าของช้างว่าให้อยู่ตลอดไปได้หรือไม่ เนื่องจากแม่ช้างเช้ามาจาก จ.สุรินทร์โดยปัจจุบันปางกินรีมีช้างอยู่ทั้งหมด 19 เชือก หากรวมพังสายฝนไปด้วยจะเป็น 20 เชือก
ด้านนายจิรายุ นิรันดร์วิโรจน์ สัตว์แพทย์ กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์ จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ลูกช้างผังสายฝนมีร่างกายที่แข็งแรงมาก คลอดง่าย มีน้ำหนักประมาณ 75 กิโลกรัม อัตราการเต้นของชีพจรดีมากอยู่ที่ 77ครั้งต่อนาที แต่เนื่องจากแม่ช้างยังอยู่ในอาการเครียดจึงได้ให้แยกลูกช้างออกมา จึงต้องให้ควาญช้างเข้ารีดนมจากแม่ช้างซึ่งเป็นนมน้ำเหลือง และในช่วง 3 วันแรก ถือว่าเป็นนมที่มีประโยชน์กับลูกช้างอย่างมาก หลังจากนี้ก็จะต้องพยายามให้ลูกเข้าไปใกล้ๆ แม่เพื่อให้มีความคุ้นเคยและยอมให้ลูกกินนม หากไม่สามารถทำได้ ก็จะต้องมีการจัดทำคอกให้กับแม่ช้าง และให้ลูกดูดนมซึ่งก็จะไม่เป็นอันตราย
อย่างไรก็ตามลูกช้างที่เกิดใหม่เชือกนี้ ถือว่าเป็นลูกช้างที่เกิดจากแม่ที่มีอายุน้อยที่สุด เพราะมีการผสมพันธุ์ตั้งแต่อายุ 8 ปี และมาตกลูกในช่วงอายุ 10 ปี เนื่องจากปกติช้างที่จะผสมพันธุ์ได้จะมีอายุประมาณ 10-11 ปี และนับตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมีลูกช้างตกใหม่ประมาณ 6 เชือกแล้ว กระจายไปตามปางช้างต่างๆ นายจิรายุกล่าว และยังกล่าวด้วยว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ก็ให้ทางเจ้าของไปแจ้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กำนันในพื้นที่ และฝ่ายทะเบียนอำเภอเมืองภูเก็ต

แฟนสาวปันใจให้คนอื่น ผูกคอตายคาแค้มป์



เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 พ.ต.ท.บุญเลิศ อ่อนกลาง สารวัตรเวรสภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนผูกคอตายที่บริเวณแค้มป์คนงานไม่มีเลขที่ ซอยป่าหลาย ม.2 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งก็ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยพ.ต.ท.พาชัย มัธยันต์ สวป.เจ้าหน้าที่ชุด สืบสวนและเจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย

ที่เกิดเหตุเป็นแค้มป์คนงานก่อสร้างที่ห้องพักห้องที่ 3 เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพบศพนายแดน เสริมดี อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67 ม.8 ต.หนองไม้งาม อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ อาชีพช่างก่อสร้าง สภาพสวมเสื้อเชิ้ตสีเทา สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ใช้ผ้าขาวม้าผูกกับขื่อกลางแค้มป์คนงานแล้วผูกคอห้อยลง จึงได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิแก้มัดเอาลงมาที่พื้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5 ชั่วโมง จึงนำได้มอบศพให้เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อให้แพทย์เวรได้ทำการชันสูตรโดยละเอียดอีกครั้ง 

ทั้งนี้จากการสอบถามเพื่อนๆ ที่อาศัยอยู่ในแค้มป์เดียวกันก็ทราบว่า ผู้ตายมีแฟนสาวซึ่งทำงานอยู่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ฉลอง เมื่อไม่นานมานี้ผู้ตายได้ทราบว่าแฟนสาวเริ่มปันใจให้ชายอื่น จึงได้เรียกมาทำความเข้าใจกัน แต่แฟนสาวยังไม่ยอมห่างจากหนุ่มคนใหม่ จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาผู้ตายได้บุกไปพบกับแฟนสาวและได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ถึงขั้นมีการตบตีกัน แฟนสาวจึงได้บอกเลิกกัน ทำให้ผู้ตายเสียใจเป็นอย่างมาก กลับมานอนคิด จึงตัดสินใจผูกคอตายดังกล่าว เจ้าหน้าที่เชื่อว่าสาเหตุการผูกคอตายครั้งนี้เนื่องมาจากสาเหตุที่ผู้ตายถูกตัดรักจากแฟนสาว จึงน้อยใจผูกคอตายในที่สุด