จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เผยเจอวิชามารทำลายป้ายหาเสียง


บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดภูเก็ตเริ่มมีความคึกคักและมีการงัดกลยุทธต่างๆ ทั้งเก่าและใหม่มาใช้หลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องของการทำลายป้ายหาเสียง เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

นายตรี อัครเดชา ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ประจำจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ได้รับรายงานว่ามีการทำลายป้ายหาเสียงกันในหลายพื้นที่ แนวทางในการแก้ปัญหานั้นจะมีการเชิญในส่วนของผู้สมัครฯ มาพูดคุยและชี้แจงแนวทางการปฏิบัติในการหาเสียง เพื่อจะได้ไม่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ขณะที่นางอัญชลี วานิช เทพบุตร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้วิธีเคาะประตูบ้าน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะนโยบายด้านสังคม เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ประกันสังคมแรงงานนอกระบบ เป็นต้น ในส่วนของปัญหาที่พบจะเป็นเรื่องของการทำลายป้ายหาเสียงในหลายพื้นที่ทั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งที่ 2 เช่น บริเวณถนนเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 (บายพาส) พื้นที่กะตะ ริมน้ำหนองหาน ท่าเทียบเรือรัษฎา กะทู้ เป็นต้น จึงอยากเรียกร้องว่าให้มีการหาเสียงแบบสร้างสรรค์ เพราะการทำลายป้ายหาเสียงไม่เกิดประโยชน์อะไร และหวังว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งจะเป็นแบบสร้างสรรค์มากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าก่อนหน้านายจิรายุส ทรงยศ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จ.ภูเก็ต พรรคภูมิใจไทยก็ได้ออกมาระบุว่าแผ่นป้ายหาเสียงถูกทำลายและถูกขโมยเช่นกัน โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นฝีมือของฝ่ายใด และมองว่าเป็นเลือกธรรมดาของการหาเสียงที่พบจะพบว่าเกิดขึ้นได้

ทน.ภูเก็ตรับประกาศจัดการน้ำเสียชุมชน


เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 54 ที่โรงบำบัดน้ำเสีย เทศบาลนครภูเก็ต อ.เมือง ภูเก็ต นายถาวร จิรพัฒนโสภณ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต รับมอบประกาศเกียรติบัตรรับรองระบบการจัดการน้ำเสียชุมชน (MSMS 2008) จากนายสมชาย ทรงประกอบ ผู้อำนวยการส่วนน้ำเสียชุมชน สำนักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เนื่องจากโรงบำบัดน้ำเสียของเทศบาลนครภูเก็ต ได้ผ่านการตรวจประเมินระบบการจัดการระบบน้ำเสียชุมชน

นายถาวร จิรพัฒนโสภณ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ได้กล่าวว่า ด้วยกรมควบคุมมลพิษได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของน้ำเสีย และระบบการจัดการน้ำเสียของชุมชนอย่างจริงจัง ประกอบกับทางเทศบาลนครภูเก็ตก็ได้ตระหนักถึงปัญหาของสิ่งแวดล้อม น้ำเสีย อากาศเสีย จึงได้ดำเนินการจัดการระบบการจัดการนำเสียชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในเบื้องต้นทางเทศบาลนครภูเก็ตได้ดำเนินการมอบบ่อดักไขมัน พร้อมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยขอความร่วมมือให้ประชาชนติดตั้งบ่อดักไขมัน ก่อนที่จะปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำ ซึ่งการมอบบ่อดักไขมันทางเทศบาลได้ดำเนินการให้กับทางชุมชน ร้านค้า ผู้ประกอบการร้านอาหารและสถานศึกษาในเขตเทศบาล เป็นการลดปัญหาการปล่อยน้ำเสียลงสู่ชุมชน ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนอย่างดี

จากนั้นทางเทศบาลนครภูเก็ตก็ได้เข้าร่วมกับสำนักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ เพื่อดำเนินการประยุกต์การใช้ระบบการจัดการน้ำเสียชุมชน ( Municipal Sewage Management System 2008) และทางเทศบาลได้ดำเนินการตามขั้นตอน ข้อกำหนด ระบบการจัดการน้ำเสียชุมชน ตามมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษมาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นทางควบคุมมลพิษ ได้ส่งคณะผู้ประเมิน พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญมาทำการตรวจสอบ ประเมินระบบการจัดการน้ำเสียของเทศบาลนครภูเก็ต เพื่อรับรองคุณภาพมาตรฐาน ในส่วนน้ำเสียชุมชน สำนักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ ซึ่งเทศบาลนครภูเก็ตผ่านการประเมิน

นายถาวรยังกล่าวอีกว่า ในวันที่ 5 มิถุนายน ที่จะถึง ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะจัดให้มีพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติรางวัล การบริหารการจัดการน้ำเสียชุมชน กับทางเทศบาลนครภูเก็ต เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี ซึ่งตรงกับวันสิ่งแวดล้อมต่อไป

ปลูกป่าชายเลน


ปลูกป่าชายเลน
พลเอกธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วย นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย สมาชิกวุฒิสภา จ.ภูเก็ต และแขกผู้มีเกียรติ ได้ร่วมกันปลูกป่าชายเลน สร้างจิตสำนึกเยาวชนรักษ์ถิ่นและสิ่งแวดล้อม เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ที่บริเวณป่าชายเลนบ้านป่าหล่าย ต.ฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

กกต.ภูเก็ต เผยออกหวยผู้แทนฯ ยังเป็นเพียงข่าวลือ


นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในส่วนของจังหวัดภูเก็ต ว่า แม้จะได้รับการประกาศให้เป็นหนึ่งในหลายจังหวัดที่ถูกจับตามมองว่ามีการแข่งขันสูง แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีผู้สมัคร ส.ส.รายใดมายื่นเรื่องเพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่คุ้มครอง ซึ่งในแนวทางปฏิบัติของ กกต. หากพบว่ามีเหตุการณ์ที่ส่อว่าจะเกิดความรุนแรงก็จะมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลโดยไม่ต้องรอขอ

และขณะนี้ได้มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และในช่วงหนึ่งเดือนก่อนถึงวันเลือกตั้ง นอกจากกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แล้วยังจะมีกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจากส่วนกลางเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ด้วย นอกจากนี้ทาง กตต.ภูเก็ตยังได้มีการจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อมาปฏิบัติงานและจะได้มีการมอบหมายภารกิจต่อไป

“ภาพรวมการหาเสียงเลือกตั้งในพื้นที่ถือว่ายังไม่รุนแรงมากนัก โดยแต่ละฝ่ายยังปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด แต่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการซื้อบัตรประจำตัวประชาชนแล้วในหลายพื้นที่ ในรูปแบบการจ่ายเงินบางส่วนเพื่อให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 มิ.ย.54 และมารับส่วนที่เหลือหลังเลือกตั้งเสร็จ กับอีกส่วนหนึ่งเป็นการจ้างให้ลงคะแนนในวันที่ 3 ก.ค. 54 โดยจะต้องไม่ลงคะแนนให้กับผู้สมัครรายใดเลย ขณะนี้ทาง กกต.และตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อตรวจสอบหาผู้บงการ”

นายตรี กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวเรื่องของหวยผู้แทนฯ ว่า เรื่องการออกหวยผู้แทนยังเป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น ยังไม่มีการดำเนินการ โดยคาดว่าจะมีการดำเนินการจริงก่อนถึงวันเลือกตั้ง มีสองรูปแบบเช่นกัน รูปแบบแรกจะมีการให้ซื้อหวยหมายเลขผู้สมัครชนะการเลือกตั้งและเมื่อการเลือกตั้งเสร็จแล้วก็ไปรับเงิน กับอีกรูปแบบเป็นการให้กับผู้สมัครที่เป็นรอง เพื่อเป็นการทำลายคู่ต่อสู้ ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการสืบหาผู้บ่งการว่าเป็นใคร เท่าที่มีข่าวผู้ดำเนินการจะเป็นกลุ่มของผู้ที่ให้การสนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.

อย่างไรก็ตามนายตรี ยังกล่าวยืนยันว่า การเข้ามาของมือปืนเพื่อก่อกวนหรือทำร้ายผู้สมัครหรือหัวคะแนนยังไม่มีรายงานข่าวแต่อย่างใด แต่ในอนาคตไม่แน่ โดยเฉพาะในช่วงประมาณ 10-15 วันก่อนวันเลือกตั้งก็จะมีกระแสข่าวเรื่องของมือปืนเข้าพื้นที่ถี่ขึ้น แต่ที่ผ่านมาการเลือกตั้งของจังหวัดภูเก็ตไม่ว่าจะเป็นเลือกตั้งท้องถิ่นหรือระดับชาติจะไม่มีเหตุรุนแรง

ร่วมแสดงความยินดีรพ.อบจ.ภูเก็ต


ร่วมแสดงความยินดีรพ.อบจ.ภูเก็ต

นพ.บดินทร์ ละเอียด รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต พร้อมด้วยทีมงาน มอบกระเช้าดอกไม้แก่ นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เพื่อแสดงความยินดี ในโอกาสเปิดให้บริการโรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา

“สมพงษ์ วัฒนา” กุนซือใหม่ “เอฟซี ภูเก็ต”


เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 54 ที่ชั้น 2 ห้องแถลงข่าวสนามสุระกุล จ.ภูเก็ต นายประดิษฐ์ แสงจันทร์ รองประธานสโมสรทีมเอฟซี ภูเก็ต พร้อมด้วยนายนฤเบศ อายุพงศ์ ผู้จัดการทีมเอฟซี ภูเก็ต ได้ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัว นายสมพงษ์ วัฒนา โค้ชทีม เอฟซี ภูเก็ต คนใหม่ ที่เข้ามาแทนนายสุรชัย จิระศิริโชติ ที่ถูกแฟนบอลกดดันให้ลาออกหลังเกมการแข่งขัน นัดเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ขุนพลลาวาเพลิง บุรีรัมย์ เอฟซี 0 – 3 ประตู และเป็นการแพ้ในบ้าน 2 นัดติดต่อกัน ทำทีมไม่ชนะติดต่อกัน 4 นัดรวด ส่งผลให้ทีมตกมาอยู่อันดับที่ 9 ของตารางการแข่งขัน ฟุตบอลดิวิชั่น 1

นายสมพงศ์ วัฒนา กุนซือคนใหม่ของทีมเอฟซี ภูเก็ต กล่าวว่า ที่เข้าทำทีมเอฟซี ภูเก็ต เนื่องจากตนเป็นคนภาคใต้ชาวจังหวัดสงขลา อยากทำทีมเอฟซี ภูเก็ต ซึ่งเป็นทีมในภาคใต้ให้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ระดับไทยแลนด์พรีเมียร์ลีกให้ได้ และเชื่อมั่นว่าในเวลาที่เหลือ จะนำทีมเอฟซี ภูเก็ต เลื่อนชั้นได้แน่นอน แต่สิ่งแรกที่จะต้องทำหลังจากเข้ามาทำทีมนั้นก็คือ เรื่องความมีระเบียบวินัย ความสามัคคี ความผูกพันในทีมเป็นหลัก นักฟุตบอลที่กินเหล้า สูบบุหรี่ นอนดึกๆ ก็ขอให้เลิกพฤติกรรมนั้นเสีย ซึ่งเปรียบเสมือนเราเป็นลูกจ้างในบริษัทเราต้องทุ่มเทความสามารถในการทำงานให้เต็มที่ เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้บริษัทอยู่รอด เราต้องทำงานให้คุ้มกับค่าเงิน ไม่ใช่อยู่ไปวันๆแบบไม่มีเป้าหมาย ลงเรือลำเดียวกันต้องช่วยกัน ต้องทำให้คนจ้างยิ้มออก และคนดูยิ้มได้ ในการแข่งขันต้องตั้งเป้าหมายคือชัยชนะ ซึ่งตนจะปรับจุดบกพร่องไปเรื่อยๆ และจะพาทีมเอฟซี ภูเก็ต ขึ้นระดับทีมไทยลีกให้ได้ ตามความหวังของสโมสรและแฟนบอล

นายสมพงษ์ ยังกล่าวอีกว่า จากการนั่งดูการแข่งขันใน 2 นัดหลังที่ผ่านมา ก็พบว่า ในช่วง 20 นาทีแรก ทีมเอฟซี ภูเก็ต เล่นได้ดีมาก แต่ครึ่งเวลาหลังสภาพร่างกายของเราไม่เต็ม 100 % มีสภาพร่างกายแค่ 70 % และมีการแข่งขันถึงขั้นต่อเวลา แน่นอนว่าไม่มีนักเตะคนไหนสามารถวิ่งได้เลย ซึ่งสิ่งแรกที่จะต้องทำคือกำลังของนักเตะ ซึ่งจะต้องวิ่งให้ได้ครบ 90 นาทีเต็ม

ต่อข้อถามที่ว่า จะมีความกดดันหรือไม่ หากทีมแพ้ติดต่อกัน หรือแฟนบอลกดดันอย่างที่ผ่านมา นายสมพงษ์ ได้กล่าวว่า ไม่มีความกดดันแต่อย่างใด แม้ว่าแฟนคลับของทีมเอฟซี ภูเก็ต จะตั้งความหวังกับการเลื่อนชั้นขึ้นสู่ระดับไทยลีก เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า หากทีมแพ้ติดต่อกัน 3 นัด ทางผู้ฝึกสอนต้องรู้ตัวเองว่าจะต้องทำอย่างไร หากเป็นตนก็จะพิจารณาตัวเองแน่นอน แต่การเข้ามาทำทีมซึ่งหากตนทำทีมไม่ชนะ 3 นัด ติดต่อกัน ตนพร้อมที่จะพิจารณาตัวเองทันที แต่การเข้ามาในครั้งนี้ เข้ามาชนิดกะทันหัน ต้องใช้เวลาในการปรับทีมให้เข้ารูปเข้าร่างก่อน ซึ่งคิดว่าหลังจากหมดเลกแรก ก็จะต้องมีการซื้อตัวผู้เล่นเข้ามาเสริมทีม หลังจากเริ่มเลก 2 มาว่ากันเลย

ด้านนายประดิษฐ์ แสงจันทร์ รองประธานสโมสรเอฟซี ภูเก็ต กล่าวว่า ตนเชื่อในความสามารถของนายสมพงษ์ วัฒนา กุนซือทีมเอฟซี ภูเก็ต คนใหม่ ว่าจะพาทีมเอฟซี ภูเก็ต เลื่อนชั้นสู่ระดับพรีเมียร์ลีกได้แน่นอน แม้ว่าขณะนี้ทีมเอฟซี ภูเก็ต จะอยู่อันดับที่ 9 ของตารางการแข่งขัน แข่ง 13 นัด ชนะ 5 นัด แพ้ 4 นัด เสมอ 4 นัด ซึ่งโค้ชคนใหม่เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ เป็นอดีตนักเตะของทีมธนาคารกรุงเทพ อดีตนักเตะทีมชาติไทยหลายสมัย เป็นคนที่มีความสามารถที่ล่าสุดทำทีมสโมสรราชวิถี เอฟซี ผงาด อยู่อันดับ 1 ของโซนปริมณฑล

รพ.อบจ.ภูเก็ตเปิดบริการแล้ว


เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2554 ที่เลขที่ 18 ถนนอนุภาษภูเก็ตการ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) เป็นประธานเปิดการให้บริการโรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตและโครงการพัฒนาคุณภาพระบบบริการสาธารณสุขของ อบจ.ภูเก็ตโดยมีนายวีระวัฒน์ จันทร์เพ็ญและนายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ข้าราชการพนักงาน อบจ.ภูเก็ต สมาชิกสภา.อบจ.ภูเก็ต และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม

นายไพบูลย์ กล่าวว่า โรงพยาบาลอบจ.ภูเก็ต ถือเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทยที่อยู่ภายใต้การริเริ่มและดูแลรับผิดชอบโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีความตระหนักในปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องอาศัยโรงพยาบาลเป็นที่พึ่งในยามเจ็บป่วย แต่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางการรักษาพยาบาลที่ยังไม่สามารถให้บริการได้อย่างพอเพียง จึงได้จัดซื้อที่ดินและอาคารโรงพยาบาลพญาไท (เดิม) และซ่อมแซมปรับปรุงให้เป็นโรงพยาบาลของ อบจ.ภูเก็ตที่มีมาตรฐานบริการระดับทุติยภูมิ ขนาด 190 เตียง รวมเงินงบประมาณทั้งสิ้น 845,010,732 บาท โดยในระยะแรกจะเปิดให้บริการ จำนวน 129 เตียง

“ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้จะเปิดให้บริการรักษาพยาบาลเฉพาะผู้ป่วยนอก (OPD) ส่วนผู้ป่วยใน (IPD) มีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้เป็นต้นไป โดยได้ติดตั้งอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นต่อการตรวจรักษาหลายประเภท พร้อมทั้งสั่งนำเข้าเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์มาติดตั้งเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเมื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบจะครอบคลุมถึงการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ฟื้นฟูสภาพร่างกายเชิงรุกและเชิงรับ ทั้งในระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิ โดยมีแพทย์เฉพาะทางสาขาหลัก ได้แก่ เวชกรรมทั่วไป อายุรกรรมสูติ-นรีเวช ศัลยกรรมทั่วไป ศัลยกรรมกระดูก กุมารเวชกรรม ไตเทียม และทันตกรรม โดยผู้เข้ารับการรักษาจะเสียอัตราค่าใช้จ่ายและค่ายาไม่แตกต่างกับโรงพยาบาลของรัฐ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข”

นายไพบูลย์ กล่าวด้วยว่า เพื่อให้มั่นใจว่าโรงพยาบาลอบจ.ภูเก็ต จะเป็นสถานบริการด้านการแพทย์ที่มีมาตรฐาน สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวภูเก็ตได้โดยเร็ว มีการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นที่พึงพอใจแก่ประชาชน องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตจึงได้ว่าจ้างบริษัท โรงพยาบาลธนบุรี จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีประสบการณ์บริหารกิจการโรงพยาบาลมานานกว่า 33 ปี มีโรงพยาบาลในเครือข่าย 19 แห่งทั่วประเทศ เป็นผู้รับผิดชอบในบริหารจัดการโรงพยาบาล โดยมีบุคลากรประกอบด้วย แพทย์จำนวน 13 อัตรา, พยาบาลวิชาชีพ 40 อัตรา, ผู้ช่วยพยาบาล 80 อัตรา, เภสัชกร 5 อัตรา และพนักงานเจ้าหน้าที่อื่น ๆ อีก 148 อัตรา และขณะนี้ก็พร้อมให้บริการประชาชนแล้ว ซึ่งในช่วงแรกของการให้บริการคาดว่าสามารถรองรับผู้ป่วยได้ประมาณปีละ 100,000 คน

อย่างไรก็ตามในโอกาสเดียวกันนี้ทาง อบจ.ภูเก็ต ยังได้จัดโครงการพัฒนาคุณภาพระบบบริการสาธารณสุข โดยจัดอบรม สัมมนา แพทย์ พยาบาล บุคลากรด้านสาธารณสุขและผู้รับบริการขึ้นด้วย เพื่อให้มีแนวคิดแบบองค์รวมในพิจารณาปัญหาสุขภาพทั้งกายและจิตใจและพิจารณาควบคู่ไปกับสภาพเศรษฐกิจ สังคมของบุคคล ครอบครัวและชุมชน อันจะนำไปสู่การมีเอกลักษณ์ในการดูแลผู้ป่วย สามารถแก้ปัญหาและให้คำปรึกษาได้ดี โดยมีบุคคลากรเข้าร่วมอบรมสัมมนา รวมทั้งสิ้น 600 คนด้วย นายไพบูลย์กล่าว





เตรียมต่ออายุเจ็ทสกีแต่ต้องอยู่ในกฎ


นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ช่วงประมาณปี 2547 ได้มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการนำเจ็ทสกีมาให้บริการนักท่องเที่ยวบริเวณชายหาดต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยวที่เล่นน้ำอยู่บริเวณชายหาด ในครั้งนั้นได้มีการเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้อง และได้สรุปมาตรการดำเนินการเพื่อให้เจ็ทสกีหมดไปภายใน 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2547 และกำหนดโซนนิ่งการเล่นเจ็ทสกีใน 5 พื้นที่ ประกอบด้วย หาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน หาดกมลาและหาดบางเทา โดยให้คงจำนวนไว้ที่ 219 ลำ และในระหว่างใช้ประกาศดังกล่าวก็ได้มีการเรียกร้องของผู้ประกอบการเพื่อให้บริการเจ็ทสกีได้ตลอดไปภายในเงื่อนไขที่กำหนด และขณะนี้ระยะเวลาตามประกาศดังกล่าวก็ครบแล้วจำเป็นที่จะต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

“การให้บริการเจ็ทสกีเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวอย่างหนึ่งที่สร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยวบริเวณชายหาด และมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่ต้องการกิจกรรมดังกล่าว ดังนั้นจึงเป็นไปได้ยากที่จะยกเลิกไม่มีการให้บริการเจ็ทสกีเลย ตามที่มีการระบุไว้ในประกาศจังหวัดภูเก็ต เรื่องมาตรการจัดระเบียบเจ็ทสกี เมื่อปี 2547 ที่จะทำให้เจ็ทสกีหมดไปจากเกาะภูเก็ต เพราะที่ก่อให้เกิดปัญหาไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้ก็เป็นเพียงส่วนน้อย และต้องคำนึงผลกระทบที่จะตามมาด้วย”

นายตรี กล่าวด้วยว่า จากการหารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมก็คงจะต้องมีการเชิญผู้ประกอบการเจ็ทสกีมาหารือ และรับฟังความคิดเห็นว่าเป็นอย่างไร รวมถึงการกำหนดมาตรการในการควบคุมดูแล เพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากตามกฎหมายแล้วเจ็ทสกีจะต้องนำมาใช้ในเรื่องของการกีฬาไม่สามารถที่จะนำมาให้บริการด้านการท่องเที่ยวได้ แต่ที่ผ่านมาก็ได้มีการอนุโลม เพราะเป็นกิจกรรมที่สร้างสีสันให้กับทางท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง”

ทั้งนี้ธงที่ตั้งไว้เบื้องต้นนั้นยังคงมีการจำกัดจำนวนเจ็ทสกีเช่นเดิม ส่วนพื้นที่ให้บริการและระยะเวลาในการดำเนินการจะเพิ่มขึ้นหรือไม่อย่างไรคงต้องรับฟังความคิดเห็นก่อน รวมถึงเงื่อนไขอื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมา ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องเกิดความเป็นธรรมกับฝ่าย ส่วนการควบคุมดูแลเพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดนั้นคิดว่าหากทุกฝ่ายเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตัวเอง รวมทั้งคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมก็คงไม่มีปัญหา แต่สาเหตุที่เกิดปัญหาขึ้นเพราะมีบางอย่างแอบแฝง นายตรี กล่าว

ด้านนายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธ์ หัวหน้าเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต กล่าวว่า จากที่ได้มีประกาศจังหวัดเกี่ยวกับการจัดระเบียบเจ็ทสกีและการกำหนดเงื่อนไขให้เจ็ทสกีมีการทำประกันภัย ส่งผลให้ปัญหาอุบัติเหตุจากเจ็ทสกีในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาลดน้อยลง แต่ด้วยขณะนี้ประกาศจังหวัดเมื่อปี 2547 ครบกำหนดแล้วจำเป็นที่จะต้องมีการพิจารณาว่าจะดำเนินการต่อไปหรือไม่อย่างไร เพื่อจะได้แจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบต่อไป

“เงื่อนไขตามประกาศจังหวัดปี 2547 ซึ่งจะต้องทำให้เจ็ทสกีหมดไปภายใน 7 ปี โดยใช้วิธีการไม่จดทะเบียนให้กับเจ็ทสกีใหม่ ซึ่งก็ไม่สามารถดำเนินการได้ 100% เนื่องจากเจ้าของเจ็ทสกีจะนำไปจดทะเบียนที่จังหวัดอื่นแทน ซึ่งในส่วนของเจ้าท่าภูเก็ตก็ไม่ได้นิ่งเฉยโดยได้ทำหนังสือแจ้งไปยังกรมเจ้าท่า เพื่อชี้แจงมาตรการของจังหวัดแล้ว และขอความร่วมมือไปยังจังหวัดอื่นๆ แต่ก็เป็นเรื่องค่อนข้างยากเพราะเมื่อมีการมายื่นเอกสารถูกต้องครบถ้วนก็จะต้องมีการรับเรื่องและดำเนินการตามระเบียบกำหนด ต่างจากจังหวัดกระบี่ซึ่งห้ามไว้ในประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ให้มีเจ็ทสกีเลย” นายภูริพัฒน์กล่าว

ทต.กะรนแจงเรื่องระบบบำบัดน้ำเสีย


เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 54 นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายทวี ทองแช่ม นายกเทศมนตรีตำบลกะรน นายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธ์ หัวหน้าเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต นายวีระศักดิ์ อเนกวงศ์สวัสดิ์ ปลัดเทศบาลตำบลกะรน นายวันชัย แซ่ตัน ผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลตำบลกะรน ตัวแทนบริษัทเซ้าเทิร์นไทย คอนซัลติ้ง จำกัด นำคณะสื่อมวลชนตรวจพื้นที่บริเวณชายหาดกะรน ซึ่งถูกระบุว่ามีการปล่อยน้ำเสียลงทะเล และตรวจสอบระบบระบายน้ำ ระบบรวบรวม และบำบัดน้ำเสียเทศบาลตำบลกะรนจากกรณี อันสืบเนื่องมาจากการนำเสนอข่าวของผู้สื่อข่าวชาวเยอรมันเกี่ยวกับการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงทะเลของผู้ประกอบการโรงแรมบริเวณหาดกะตะกะรน ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับจนส่งภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้จากการลงพื้นที่พบว่าบริเวณชายหาดกะตะกะรนยังคงมีนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำตามปกติ และสภาพน้ำทะเลทั่วไปก็ไม่ปรากฎลักษณะว่ามีน้ำเสียไหลลงทะเล โดยนายทวี กล่าวว่า จากการเก็บตัวอย่างน้ำและนำไปตรวจสอบคุณภาพน้ำของสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน พบว่าคุณภาพน้ำบริเวณชายหาดกะตะและชายหาดกะรนมีความสะอาดร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะมีการเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบทุก 3 เดือน จึงขอให้นักท่องเที่ยวอย่ากังวลและลงเล่นน้ำได้ตามปกติ

“ภาพน้ำเสียลงทะเลที่ทางสื่อมวลชนเยอรมันบันทึกได้นั้น เป็นช่วงที่ระบบบำบัดน้ำเสียมีปัญหาเนื่องจากกระแสไฟฟ้าขัดข้องทำให้ไม่สามารถสูบน้ำเข้าระบบได้ จึงเอ่อล้นและไหลลงทะเล แนวทางในการแก้ปัญหานั้นก็จะได้มีการติดต่อเครื่องสำรองไฟเพื่อจะได้ไม่มีปัญหาขึ้นอีก ประกอบกับในส่วนของผู้ประกอบการบริเวณชายหาดก็จะเป็นผู้แจ้งข่าวให้กับทางเทศบาลฯได้เป็นอย่างดีเมื่อเกิดปัญหาขึ้นเพราะจะกระทบกับเขาโดยตรง”

นาวทวี กล่าวด้วยว่า สำหรับเทศบาลตำบลกะรนได้มีการจัดทำระบบระบายน้ำ ระบบรวบรวม และบำบัดน้ำเสีย ซึ่งสามารถรองรับน้ำเสียได้วันละ 6,000 ลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมประมาณ 70 % ของพื้นที่ และขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการในเฟสที่ 2 ซึ่งรองรับปริมาณน้ำเสียได้ประมาณ 4,000 ลูกบาศก์เมตร คาดว่าจะดำเนินการได้ประมาณปี 2556 ใช้งบประมาณ 132 ล้านบาท


เรือประมงจม 3 ชีวิตลอยคอนาน 2 ชั่วโมง


เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 54 ทางกองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ได้เกิดเหตุพายุพัดเรือประมงขนาดเล็กขนาดความยาว 19 วาจมลงบริเวณกองหินหมูสัง ห่างจากฝั่งจังหวัดภูเก็ต ประมาณ 17 ไมล์ทะเล ไปทางทิศตะวันออกใกล้เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ทำให้ครอบครัวแซ่อุ๋ย จำนวน 3 คน ต้องรอยคอกลางทะเลลึกนานกว่า 2 ชั่วโมง หลังรับแจ้งพลเรือโทชุมนุม อาจวงษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ได้สั่งให้เรือ ต. 221 โดยมี ร.อ.ณัฐวุฒิ ตุลาพันธุ์ ผู้บังคับการเรือ ออกไปให้ความช่วยเหลือเป็นการด่วนท่ามกลางคลื่นลมแรง

เมื่อเรือ ต. 221 เดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุพบว่ามีคลื่นลมแรง พบเรือชาวบ้านจำนวน 3 คน โดยในจำนวนดังกล่าวมีเด็กอายุ 8 ขวบรวมอยู่ด้วย ซึ่งทั้ง 3 ได้เกาะเรือที่อยู่ในลักษณะคว่ำ ลอยคออยู่ โดยบริเวณจุดเกิดเหตุมีคลื่นสูงประมาณ 2 – 3 เมตร การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่เจ้าหน้าที่ก็พยายามให้ความช่วยเหลือจนชาวประมงทั้ง 3 คน ที่ลอยคออยู่กลางทะเลรอดชีวิตขึ้นมาบนเรือได้ และนำตัวกลับเข้าฝั่งที่ท่าเรือศูนย์ศึกษาวิจัยประมงทางทะเล แหลมพันวา ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ตมาได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ร.อ.ณัฐวุฒิ ตุลาพันธุ์ ผู้บังคับการเรือ ต. 211 ได้กล่าวว่า จากการออกไปช่วยเหลือในครั้งนี้ ได้รับการสั่งการณ์จากผบ.กองเรือภาค 3 ก็ได้เดินทางออกไปช่วยเหลือ และพบว่าทั้ง 3 กำลังเกาะเรือลอยคออยู่กลางทะเล รอความช่วยเหลืออยู่กลางทะเลในสภาพที่อิดโรย และหวาดผวา ท่ามกลางคลื่นขนาดใหญ่พัดถล่มอยู่ตลอดเวลา ขึ้นมาบนเรือ จากการสอบถามก็ทราบชื่อนายสมบูรณ์ แซ่อุ๋ย อายุ 56 ปี นายพิเชษฐ์ แซ๋อุ๋ย อายุ 28 ปี และดช.ภูมินทร์ แซ่อุ๋ย อายุ 8 ปี ทั้งหมดพักอยู่บ้านเลขที่ 26 ถ.รัษฎา ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต จากนั้นก็ได้นำทั้งหมดขึ้นที่ท่าเรือศูนย์ศึกษาวิจัยประมงทางทะเล แหลมพันวา ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ในเวลา 19.30 น. โดยมี น.อ.สมนึก เปรมปราโมทย์ รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 3 พร้อมเจ้าหน้าที่กองทัพเรือ คอยให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก

จากการสอบถามนายพิเชษฐ์ แซ่อุ๋ย ก็ทราบว่า ตนเอง พร้อมด้วยนายสมบูรณ์ บิดา และ ด.ช.ภูมิมินทร์ บุตรชาย อายุ 8 ขวบ ได้นำเรือประมงซึ่งเป็นเรือหางยางขนาดเล็ก ยาวประมาณ 18 เมตร ใช้เครื่องยนต์คูโบต้า ชนิด 3 สูบ เดินทางออกจากฝั่ง จ.ภูเก็ต บริเวณคลองมุดง ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต เวลาประมาณ 12.00 น. เพื่อออกไปหาปลาบริเวณกองหินหมูสัง ห่างจากฝั่งทะเล จ.ภูเก็ต ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 17 ไมล์ทะเล

หลังจากนั้นเวลาประมาณ ในเวลาประมาณ 15.45 น. ได้เกิดฝนตกและพายุลมแรง ทำให้เกิดคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร พัดเข้าหาเรือ ทำให้เรือพลิกคว่ำ เครื่องยนต์หลุดจมลงสู่ก้นทะเล ตนเองพร้อมด้วยบิดา และบุตรชาย ต้องว่ายน้ำหนีตายพยุงตัวเพื่อเอาชีวิตรอดมาด้วยความทุลักทุเล ท่ามกลางกระแสคลื่นขนาดใหญ่ที่พัดถล่มอย่างต่อเนื่อง แต่โชคดีที่ได้นำถุงกันน้ำติดตัวไปด้วย จึงสามารถใช้เป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิตบุตรชายให้พยุงตัวลอยตัวอยู่กลางทะเลได้อย่างปลอดภัย

นายพิเชษฐ์ ได้กล่าวอีกว่า เมื่อตั้งสติได้จึงดำน้ำไปเอาโทรศัพท์มือถือ ที่เก็บไว้ในถุงกันน้ำซึ่งติดอยู่ภายในตัวเรือออกมา เพื่อโทรศัพท์แจ้งข่าวและขอความช่วยเหลือผ่านทาง นางวิยะดา แซ่อุ๋ย ภรรยา ก่อนที่ภรรยาจะขอความช่วยเหลือไปยัง ทัพเรือภาคที่ 3 จนกระทั่งเรือของทหารเรือมาช่วยเหลือ ทำให้มีความรู้สึก เหมือนกับตายแล้ว เกิดใหม่ เพราะขณะนั้น ตนเองและครอบครัวทั้ง 3 คน เริ่มหมดแรงใกล้จะจมน้ำเสียชีวิต และไม่คิดว่าจะมีชีวิตรอดกลับมาได้ เนื่องขณะนั้นถูกคลื่นลมขนาดใหญ่พัดกระหน่ำอยู่ตลอดเวลา จึงขอขอบคุณทางทัพเรือภาคที่ 3 ที่ให้การช่วยเหลือในครั้งนี้