จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2555

รวบเด็กหนีเรียนพบสารเสพติด 5 ราย



เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2555 ที่ห้องประชุมสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต นายศุภชัย โพชนุกูล นายอำเภอเมืองภูเก็ต พร้อมด้วยนายเกรียงไกร บุญตา รองหัวหน้าศูนย์เสมารักษ์ จังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ต และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้นำตัวเด็กนักเรียนชายระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครภูเก็ต จำนวน 4 คน ซึ่งหนีเรียน และเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวมาได้ขณะเดินออกมาจากฮอลีวู้ดผับ ซึ่งเป็นผับร้างกลางเมืองภูเก็ต เนื่องจากหนีเรียน พร้อมด้วยของกลาง ยาแก้อักเสบชนิดแคปซูลเม็ดสีเหลืองเขียว จำนวน 1 ถุง น้ำโค้ก 1 ขวด และยาแก้ไอ อีก 1 ขวด จึงได้นำตัวมาทำประวัติและตรวจปัสสาวะพบมีฉี่สีม่วง 1 ราย พร้อมแจ้งครูโรงเรียนต้นสังกัดและผู้ปกครองมารับทราบพฤติกรรม ซึ่งเด็กยอมรับสารภาพว่าได้เสพยาบ้าเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังได้ควบคุมตัวนักเรียนชายจำนวน 6 คน ซึ่งหนีเรียน และรวมตัวกันอยู่ที่บริเวณจุดอับใกล้กับคลองบางใหญ่ โดยได้มีการขอตรวจปัสสาวะ และพบมีฉี่สีม่วง จำนวน 4 คน จากการสอบถามเด็กให้การรับสารภาพว่าได้เสพยาไอซ์มาก่อนหน้านี้ จึงแจ้งครูโรงเรียนต้นสังกัดและผู้ปกครองทราบ
นายเกรียงไกร กล่าวว่า มีประชาชนร้องเรียนผ่านทางสายด่วน 1579 ของกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเด็กนักเรียน ส่วนใหญ่จะเป็นพฤติกรรมในลักษณะชู้สาว มีการกอดจูบกันในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นปัญหาที่ค่อนข่างน่าหนักใจและเป็นอีกปัญหาใหญ่ของเด็กและเยาวชนในปัจจุบัน เพราะจากรายงานของทีมแพทย์โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต พบว่ามีสถิติเด็กตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากมีการจัดชุดออกตรวจตามแหล่งมั่วสุมต่างๆ แล้วที่ประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาแล้ว ยังมีการสุ่มตรวจตามสถานประกอบการบันเทิง แหล่งท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้าและสวนสาธารณะต่างๆ ด้วย เพื่อเป็นการป้องปรามทางหนึ่ง ส่วนปัญหาหนักใจรองลงมา คือ ยาเสพติด และการสูบบุหรี่ ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในเด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น กรณีที่มีการตรวจพบสารเสพติดในร่างกายก็จะแจ้งไปทางฝ่ายปกครองมาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
อย่างไรก็ตามตนขอฝากไปยังผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอยู่ในช่วงของเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ พยายามติดตามพฤติกรรมของบุตรหลานว่ามีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไร เช่น การใช้เงิน การเที่ยวเตร่โดยเฉพาะยามวิกาล เป็นต้น เพราะเหล่านั้นล้วนแต่จะนำบุตรหลานของท่านไปสู่วงจรไม่ดี และอาจนำมาซึ่งความเสียใจให้กับครอบครัวอย่างไม่คาดคิด นายเกรียงไกรกล่าว
 

เร่งรวบรวมหลักฐานโจรปล้นแบงค์กสิกร



ความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุคนร้ายเป็นชายรูปร่างสูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมเสื้อแจ็ตเก็ตสีดำ สวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน สวมถุงมือสีดำ สวมหมวกกันน๊อคสีเหลือง-ขาว ซึ่งภายในยังใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกด้วย บุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์บุกเดี่ยวเข้าปล้นธนาคารกสิกรไทย สาขาโลตัส เจ้าฟ้า ซึ่งตั้งอยู่บริเวณห้างสรรพสินค้าโลตัส พาร์ค สาขาเจ้าฟ้าถนนเจ้าฟ้าตะวันออก ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณ 18.15 น.วันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ขณะที่มีพนักงานธนาคารจำนวน 4 คน ให้บริการลูกค้าที่ไปใช้บริการขณะนั้นประมาณ 3-4 คน ได้เงินสดไปจำนวน 694,000 บาท โดยใช้เวลาในการปฏิบัติการเพียง 33 วินาทีและหลบหนีไปได้อย่างลอยนวล
เกี่ยวกับการติดตามคนร้ายดังกล่าว พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต กล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางธนาคารและของห้างสรรพสินค้าดังกล่าว แม้จะเห็นรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย แต่ก็ไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากคนร้ายอำพรางด้วยการแต่งกายและสวมหมวกกันน๊อคปิดบังใบหน้า และจากที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายลงมือปฏิบัติการเพียงคนเดียว ซึ่งหลังจากก่อเหตุแล้วก็ได้วิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ด้านหลังห้างฯ ขับออกไป เบื้องต้นจากพฤติกรรมของคนร้ายเชื่อว่าน่าจะเป็นผู้ที่มีความชำนาญในการก่อเหตุ หรืออาจจะเป็นผู้ที่เคยกระทำความผิดมาก่อน
“ขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมและเชื่อมโยงหลักฐานที่ได้จากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายจะให้เป็นเส้นทางหลบหนี รวมทั้งการสอบปากคำพยานบุคลที่เห็นเห็นการณ์ แต่เหตุการณ์พึ่งเกิดขึ้นคงต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ให้ชัดเจน รวมทั้งได้สั่งให้เพิ่มความเข้มในการตรวจสถานประกอบการ ร้านทองและธนาคารต่างๆ มากขึ้น แม้ว่าปกติจะมีสายตรวจที่ดำเนินการตรวจสอบตามวงรอบอยู่แล้ว” พ.ต.อ.โชติกล่าว
ทางด้าน ร.ต.ท.ธีระวัฒน์ อำนาจเจริญยิ่ง ร้อยเวรเจ้าของคดี กล่าวว่า ได้มีการเรียกพยานบุคคลซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ และเห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำไปแล้วหลายปาก ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายที่ลงมือก่อนเหตุนั้นน่าจะเป็นคนภาคกลาง เนื่องจากพูดภาษากลางชัดเจน และมาก่อเหตุเพียงคนเดียว
อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่าสำหรับธนาคารกสิกรไทย สาขาโลตัสเจ้าฟ้า ในวันนี้ (30 ม.ค.55) ก็ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ

วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2555

“เด็จพี่” เสนอป่าตองเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านท่องเที่ยว



เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 28 มกราคม 2555 ที่บริเวณป้อมตำรวจปากซอยบางลา หาดป่าตอง ต.ป่าตอ. อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต กลุ่มผู้ประกอบการและพนักงานสถานบันเทิงหาดป่าตอง ตลอดจนกลุ่มองค์กรต่างๆ ในพื้นที่ป่าตอง อาทิ จักรยานยนต์รับจ้าง พนักงานนวด บาร์เบียร์ เป็นต้น ซึ่งปิดให้บริการชั่วคราว จำนวนประมาณ 1,500 คน นำโดยนายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมสถานบันเทิงหาดป่าตอง ได้ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผ่านทางนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย เพื่อขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการให้ปิดสถานบันเทิงตามที่กฎหมายกำหนด โดยมี พ.ต.อ. ชลิต แก้วยะรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.อารยะพันธุ์ พุกบัวขาว ผกก.สภ.กะทู้ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคอนดูแลความพร้อมภัย ซึ่งเหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หลังจากการยื่นหนังสือและฟังคำชี้แจงแล้วต่างก็แยกย้ายกันไปประกอบอาชีพตามปกติ 
โดยนายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมสถานบันเทิงหาดป่าตอง กล่าวถึงเหตุผลของการยื่นหนังสือดังกล่าวว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงตรวจพื้นที่หาดป่าตอง และมีคำสั่งให้สถานบันเทิงปิดให้บริการในเวลา 02.00 น. ซึ่งมาตรการดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของป่าตองในภาพรวมทั้งกับผู้ประกอบการ แรงงาน ตลอดจนธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องหรืออิงกับธุรกิจบันเทิง ดังนั้นตัวแทนผู้ประกอบการหาดป่าตอง ประกอบด้วย สภาองค์กรชุมชนป่าตอง สมาคมโรงแรมหาดป่าตอง ชมรมการจัดการทรัพยากรมนุษย์ป่าตอง อาสาสมัครแรงงาน กลุ่มผู้ประกอบการรถแท็กซี่ รถตุ๊กตุ๊ก รถเช่า ผู้ประกอบการร้านค้า สถานประกอบการบันเทิงป่าตอง ตลอดจนนักท่องเที่ยว จึงขอเรียกร้องให้พิจารณาอะลุ่มอล่วยระยะเวลาในเปิด-ปิดสถานบันเทิงให้ด้วย
เหตุที่เรียกร้องให้สถานบันเทิงเปิดยาวออกไป เนื่องจากการปิดในเวลา 2 นาฬิกานั้นผู้ประกอบการพึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการได้ไม่นาน เพราะพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจะออกมาใช้บริการสถานบันเทิงในช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่มเป็นต้นไป ประกอบกับในแต่ละปีก็จะมีช่วงเวลาที่ทำธุรกิจเต็มที่ประมาณ 3-4 เดือน ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซัน หากภาครัฐไม่ยืดหยุ่นเวลาในการเปิด-ปิดให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวก็จะทำให้ผู้ประกอบการและทุกส่วนที่เกี่ยวเนื่องได้รับความเดือดร้อนทำให้ธุรกิจไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ นายวีรวิชญ์กล่าว และยังกล่าวด้วยว่า ในแต่ละปีป่าตองทำรายได้ให้กับประเทศเป็นจำนวนมาก และเป้าหมายอย่างหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวป่าตองนอกจากสัมผัสกับหาดทรายในช่วงเวลากลางวันแล้ว ยังต้องการสัมผัสกับแสงสีในยามค่ำคืนด้วย จึงขอให้ภาครัฐมีความจริงใจในการแก้ปัญหา โดยอาจจะออกกฎหมายพิเศษมาควบคุมดูแลก็ได้ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการเคยเรียกร้องไปแล้วแต่เรื่องก็เงียบไป
ขณะที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากที่ได้ลงพื้นที่ป่าตองก็พอทราบถึงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวค่อนข้างดึก และผู้ที่มาเที่ยว 99% เป็นชาวต่างชาติ ไม่มีเด็กและเยาวชนเข้ามาเที่ยว แต่เนื่องจากกฎกระทรวงเกี่ยวกับการเปิดบริการสถานบันเทิงบังคับใช้เหมือนกันทั่วประเทศ ดังนั้นในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองก็จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่เช่นนั้นก็จะมีปัญหาและมีการร้องเรียน ซึ่งเรื่องนี้ตนก็จะได้นำไปหารือในการประชุมพรรคเพื่อไทยในวันอังคารที่จะถึงนี้ (31 ม.ค.55) เพื่อหาทางออกและแนวทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการต่อไป
“เท่าที่ติดตามการประกอบการก็เห็นใจ เพราะพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการค่อนข้างดึก ทำให้มีเวลาในการประกอบการน้อย และจะทำธุรกิจได้เต็มที่ก็เฉพาะในช่วงไฮซีซัน ซึ่งที่ฝ่ายมาจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดฝั่งอันดามันทำรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับประเทศปีละประมาณ 150,000 ล้านบาท และรัฐบาลเองก็มีนโยบายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ชัดเจนในการที่จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มตามไปด้วย”
นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า เนื่องจากเป็นกฎหมายที่บังคับใช้เหมือนกันทั่วประเทศจะยกเว้นไม่ได้ ฉะนั้นระยะนี้ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมายก่อน ส่วนแนวทางที่จะแก้ปัญหาในระยะยาว คือ การทำให้ป่าตองเป็นเมืองเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้สามารถบริหารจัดการต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณ การควบคุมดูแลรักษาความปลอดภัยและอื่นๆ ซึ่งขณะนี้ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ คือ ที่ แม่สอด จ.ตาก โยทางท้องถิ่นสามารถที่จะประสานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้รูปแบบการดำเนินการระหว่างกันได้ ซึ่งหากสามารถทำให้ป่าต้องเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อการท่องเที่ยวได้ ก็จะเป็นต้นแบบสำหรับเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ด้วย เช่น พัทยา เป็นต้

อบจ.ภูเก็ต ลงพื้นที่โครงการภูเก็ตแคร์ ต.กะทู้



เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2555 ในเขตตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายบุญยง จิรพิสุทธิกุล สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต คณะแพทย์ พยาบาล จากโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกะทู้ และอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลกะทู้ ได้ลงพื้นที่ออกเยี่ยมผู้ป่วยเรื้อรังและผู้พิการที่บ้านโครงการภูเก็ตแคร์ ประจำเดือนมกราคม 2555
สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตได้มอบชุดของเยี่ยม อาทิ ผ้าอ้อม แป้ง สบู่ ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ ให้แก่ผู้ป่วย จำนวน 7 ราย ได้แก่ นางซุ่น ศรีตุลารักษ์ อายุ 77 ปี นายเส็ง แซ่ตัน อายุ 74 ปี นายสมเกียรติ ปานพวงแก้ว อายุ 40 ปี นายวรพล ชื่นใจ อายุ 31 ปี นายอรุณ ถนอมอนันตกุล อายุ 62 ปี นางหม่องกี่ เจนรบ อายุ 81 ปี และนางอิ้น เวฬุกรรม อายุ 77 ปี
โครงการภูเก็ตแคร์ เป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้พิการในจังหวัดภูเก็ต ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขใกล้บ้านให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยเรื้อรังและผู้พิการในชุมชน ช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถดูแลตัวเองได้ ซึ่งการเยี่ยมผู้ป่วยโครงการภูเก็ตแคร์ เขตพื้นที่ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ในครั้งนี้ ได้เห็นถึงการดูแล และการแบ่งปันความรักของคนในครอบครัวของผู้ป่วยที่คอยดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจในการต่อสู้ที่ทำให้ตนเองมีอาการดีขึ้นและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เพื่อสร้างจิตสำนึกให้มีความเอื้ออาทรกับชุมชน และสร้างคุณธรรมให้เกิดขึ้นภายในชุมชน

คนร้ายบุกเดี่ยวใช้ปืนปล้นธนาคาร



เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 29 มกราคม 2555 ร.ต.ท.ธีระวัฒน์ อำนาจเจริญยิ่ง ร้อยเวรสภ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งจากนายบุญเลิศ ชัยทวีทรัพย์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย สาขาโลตัสเจ้าฟ้า ถนนเจ้าฟ้าตะวันออก ม.2 ต.วิชิต อ.เมือง ภูเก็ต ว่ามีเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวปล้นธนาคาร ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังจากรับแจ้งก็ได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยพ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ รองผกก.ป.พ.ต.ท.จำรูญ พลายด้วย รองผกก.สส.พ.ต.ท.วิจักขณ์ ตารมณ์ สว.สส.เจ้าหน้าที่สายตรวจตำบล และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน
ที่เกิดเหตุอยู่ภายในบริเวณห้างสรรพสินค้าโลตัส พาร์ค สาขาเจ้าฟ้าถนนเจ้าฟ้าตะวันออก ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต โดยธนาคารอยู่นอกอาคารของห้างฯ เป็นอาคาร 2 ชั้น โดยธนาคารอยู่ชั้นล่าง เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงพบกับนางสาวบุญญวรรณ เกษสุวรรณ์ อายุ 25 ปี และนางสาวเสาวรัตน์ กลิ่นกลับ อายุ 24 ปี พนักงานประจำเคาน์เตอร์ของธนาคารดังกล่าว ซึ่งบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ธนาคารจะเปิดทำการตั้งแต่เวลา 11.00 – 19.00 น.ของทุกวัน ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่กำลังให้บริการลูกค้าซึ่งมาใช้บริการที่เคาน์เตอร์ 1 – 2 ได้มีคนร้ายเป็นชายรูปร่างสูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมเสื้อแจ็ตเก็ตสีดำ สวมกางเกงยีนต์สีน้ำเงิน สวมถุงมือสีดำ สวมหมวกกันน๊อคสีเหลือง-ขาว
ซึ่งภายในยังใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกด้วย วิ่งเข้ามาภายในธนาคาร โดยวิ่งตรงเข้าไปในห้องผู้จัดการ แต่ในขณะนั้นผู้จัดการไม่อยู่ และทางผู้ช่วยผู้จัดการได้ตะโกนถามว่าเข้าไปทำอะไร จากนั้นคนร้ายก็ได้วิ่งมาที่หน้าเคาน์เตอร์ที่ 1 ซึ่งมีนางสาวบุญญวรรณ เกษสุวรรณ์ นั่งให้บริการลูกค้าอยู่ โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ กวาดไปมา ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการแตกตื่น และต่างรีบวิ่งออกไป จากนั้นคนร้ายได้โยนกระเป๋าผ้าซึ่งหูหิ้วมีสีม่วงให้ พร้อมพูดเป็นภาษากลางว่า “เอาเงินใส่กระเป๋า เอาเฉพาะแบ็งค์พัน หากขัดขืนจะยิงให้ตาย” ด้วยความกลัวจึงหยิบเงินสดจำนวนหนึ่ง
จากนั้นร้ายก็ได้เอากระเป๋าผ้าใบดังกล่าวไปที่เคาน์เตอร์ 2 โดยมีนางสาวเสาวรัตน์ กลิ่นกลับ อยู่ประจำเคาร์เตอร์ แล้วใช้ปืนส่องไปยังพนักงาน เพื่อให้พนักงานเอาเงินใส่ไปในกระเป๋าใบดังกล่าวอีก ซึ่งทางผู้ช่วยผู้จัดการก็ได้ตะโกนว่าอย่าทำร้ายใคร เพราะมีคนท้องอยู่ด้วย เมื่อคนร้ายได้เงินสมใจแล้วก็วิ่งหลบหนีออกไปจากธนาคารแล้วขึ้นรถจักรยานยนต์ที่คาดว่าจะมีเพื่อนขับมารออยู่ด้านหลังห้างฯ ห่างจากธนาคารประมาณ 150 เมตร โดยคนร้ายใช้เวลาปฏิบัติการครั้งนี้เพียง 33 วินาที ก่อนที่จะหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว จากการตรวจสอบพบว่าเงินที่คนร้ายได้ไปนั้น จำนวนประมาณ 694,000 บาท โดยทุกขั้นตอนที่คนร้ายลงมือวงจรปิดของธนาคารบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมด
ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า การลงมือของคนร้ายในครั้งนี้น่าจะมีการมาดูลาดเลาไว้ก่อน ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดของทางห้างฯ เพิ่มเติม และจะได้มีการติดตามตัวคนร้ายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อบจ.ภูเก็ต มอบรางวัลแข่งขันตำส้มตำภูเก็ต



เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2555 ที่เวทีกลางสะพานหิน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานมอบรางวัลการแข่งขันตำส้มตำภูเก็ต ในงานเทศกาลอาหารพื้นเมืองของดีชาวภูเก็ต (PHUKET LOCAL FOOD FESTIVAL) ครั้งที่ 4 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 29 มกราคม 2555 โดยมี นายชยต วิสารทพงศ์ ที่ปรึกษานายก อบจ.ภูเก็ต นายธีระ เจี่ยสกุล เลขานุการสภา อบจ.ภูเก็ต นายชัยวัฒน์ แซ่ตัน และนายประสิทธิ์ สินเสาวภาคย์ สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต เข้าร่วมแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับรางวัล
สำหรับการแข่งขันตำส้มตำภูเก็ต ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ร้านส้มตำน้องสาว รับโล่ห์รางวัล และเงินรางวัล จำนวน 5,000 บาท รองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีมมังกรคู่ รับโล่ห์รางวัล และเงินรางวัล จำนวน 3,000 บาท และรองอันดับ 2 ได้แก่ ทีมสเต๊กมุมเมือง รับโล่ห์รางวัล และเงินรางวัล จำนวน 2,000 บาท ส่วนรางวัลชมเชย รับผ้ากันเปื้อน 3 ผืน ได้แก่ คุณจารุณี, ทีมปลวกปวด, ทีมสานสามวัย, เจ้ต้อย, ทีมส้มตำลีลา และทีมส้มตำตลาดเกษตร
โครงการเทศกาลอาหารพื้นเมืองของดีชาวภูเก็ต ครั้งที่ 4 ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนา และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต โดยนำวัฒนธรรมด้านอาหารพื้นเมืองภูเก็ตมาเป็นสื่อในการนำเสนอสู่ตลาดท่องเที่ยว เพื่อสร้างทางเลือกให้แก่นักท่องเที่ยวในการเข้ามาเยือนเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ โดยภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย การสาธิตทำอาหารพื้นเมืองร่วมกันปรุง “ต้มส้มหม้อใหญ่ที่สุดในโลก” การแข่งขันตำส้มตำภูเก็ต การประกวดมีสภูเก็ต การประกวดมีสดอกไม้เหล็ก (สาวประเภท 2) การแสดงของศิลปินโกไข่, เจี๊ยบ เบญจพร, ปาน ธนพร การแสดงของนักเรียนโรงเรียนในสังกัด อบจ.ภูเก็ต การจำหน่ายอาหารจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า 100 ร้าน การจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มแม่บ้าน นิทรรศการและการแสดงผลงาน โชว์การสาธิตอาหารคาวหวานและแกะสลักน้ำแข็ง นโยบายยุทธศาสตร์ อบจ.ภูเก็ต งานวิชาการสาธารณสุข (กระทรวงสาธารณสุข) Cleand Food Good Taste และอื่นๆ อีกมากมาย



ทน.ภูเก็ตจัดงานตรุษจีนย้อนอดีตเมืองภูเก็ต



เมื่อคืนวันที่ 28 มกราคม 2555 ที่บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี อ.เมือง ภูเก็ต นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงานตรุษจีน ย้อนอดีตเมืองภูเก็ต ซึ่งเทศบาลนครภูเก็ตได้ร่วมกับ สนง.วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต, สมาคมเพอรานากัน, ชุมชน OLD PHUKET TOWN ย่านเมืองเก่าภูเก็ต, มูลนิธิเมืองเก่าภูเก็ต และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 30 มกราคม 2555 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี และย่านเมืองเก่าถนนถลาง ซอยรมณีย์ ถนนกระบี่ ถนนพังงา และถนนภูเก็ตบางส่วน โดยมีประชาชนชาวภูเก็ตภูเก็ตเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
โดยช่วงเย็นได้จัดขบวนแห่เฉลิมพระเกียรติ และ ขบวนจำลองวิถีชีวิตพื้นเมืองทางวัฒนธรรม เช่น ขบวนบ่าวสาวในชุดบาบ๋า ย่าหยา, ขบวนงิ้วจีน, จำลองอาชีพยามจีนโบราณ จำลองคนจีนสมัยแมนจู ขุนนาง - อำมาตย์, ขบวนจำลองอาชีพพ่อค้าแม่ค้าในอดีต และขบวนอาชีพเหมืองแร่ดีบุก
ทั้งนี้นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ได้กล่าวว่า งานย้อนอดีตเมืองภูเก็ตเป็นงานซึ่งเทศบาลนครภูเก็ตได้จัดติดต่อกันมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2551 จนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นการกระตุ้นจิตสำนึกในการอนุรักษ์อาคารอันเป็นมรดกล้ำค่าของเมืองภูเก็ต ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในเขตเมือง อันจะนำมาซึ่งการฟื้นฟูเศรษฐกิจของเมือง สำหรับการจัดงานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 – 30 มกราคม 2555
สำหรับกิจกรรมภายในงานหลักๆ ประกอบด้วย สักการะองค์เจ้าแม่กวนอิม กิจกรรมถนนคนเดิน การแสดงของศิลปินเปิดหมวก (Unplug) การจำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นเมือง การแสดงบนเวที นิทรรศการรำลึกครั้งในหลวงเสด็จประพาสภูเก็ต พ.ศ. 2502 นิทรรศการภาพถ่าย นิทรรศการความเป็นมาของภูเก็ต นิทรรศการอาหาร/การแต่งกาย การสาธิตและจัดแสดงอาหารพื้นบ้านหายากของภูเก็ต การประกวดภาพถ่าย การประกวดอาหาร การประกวดออก แบบโลโก้อาหารภูเก็ต การล่องเรือกอจ๊าน การละเล่นพื้นเมืองภูเก็ต รำวงย้อนยุค การฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติฯ ชุด 9มหัศจรรย์องค์ราชันพลังแผ่นดิน นอกจากนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ได้จัดกิจกรรม ทัวร์ “ท่องโพถ้อง ไหว้พระตรุษจีน ต้อนรับปีมังกร 55” ระหว่างวันที่ 27 - 29 มกราคม 2555 เพื่อไป สักการะองค์เทพตามเส้นทาง 9 ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดภูเก็ต
นอกจากนี้ในวันที่ 30 มกราคม ซึ่งเป็นคืนสุดท้ายของการจัดงาน เทศบาลฯได้จัดให้มีพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร ณ พื้นที่ย่านการค้าเมืองเก่า ถนนถลาง และในเวลา 22.30 – 24.00 น. จัดให้มีพิธีไหว้เทวดา ณ บริเวณด้านหน้ารูปปั้นพญามังกร (ฮ่ายเหล็งอ๋อง) ทั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองของเมืองภูเก็ต จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งนักท่องเที่ยวทุกท่านมาร่วมไหว้เทวดา เพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตและครอบครัวต้อนรับปีใหม่จีน รวมทั้งร่วมกันส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีของท้องถิ่นให้คงไว้สืบไป