จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554

บริจาคช่วยผู้ประสบภัยในประเทศญี่ปุ่น


บริจาคช่วยผู้ประสบภัยในประเทศญี่ปุ่น

คณะอาจารย์ ผู้ปกครอง และนักเรียน โรงเรียนนานาชาติ บริติช ภูเก็ต นำโดย Ms.Michele Watson Head of High School ร่วมบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ได้ร่วมกับทัพเรือภาคที่ 3 เปิดรับบริจาค ณ บริเวณแผนกต้อนรับและบริการ ชั้น 1 รพ.กรุงเทพภูเก็ต

“บริจาคช่วยผู้ประสบภัยในประเทศญี่ปุ่น”

“บริจาคช่วยผู้ประสบภัยในประเทศญี่ปุ่น”

นายประวิช จรรยาสิทธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต พร้อมคณะผู้บริหาร มอบเงินบริจาค 100,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในประเทศญี่ปุ่น ผ่านครอบครัวข่าว 3 โดยมี นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นผู้รับมอบ


รมว.คลังยืนยันศูนย์ประชุมฯ ภูเก็ตเกิดแน่ แม้เปลี่ยนรัฐบาล


เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2554 ที่ห้องพระพิทักษ์แกรนด์บอลรูม โรงแรมเมโทรโพลภูเก็ต นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในการประชุมชี้แจงความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติ ซึ่งทางกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลังมอบหมายให้บริษัทที่ปรึกษาเพื่อบริหารโครงการ ประกอบด้วย บริษัททีม คอน ซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แมเนจเมนท์ จำกัด บริษัท เอส คิว อาร์คีเต็ค แอนด์ แลนเนอร์ จำกัด และบริษัท ทีมเอ็นเนอร์ยี่ แมเนจเมนท์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ โดยมีนางอัญชลี วานิชเทพบุตร เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมธนารักษ์ นายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผู้บริหารจากหน่วยงานราชการต่างๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต ตัวแทนจากสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สภาอุตสาหกรรม หอการค้าจังหวัด สมาคมโรงแรม และประชาชนจากพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต จำนวนประมาณ 500 คน

โครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต ตั้งอยู่บนที่ดินราชพัสดุ แปลงหมายเลขทะเบียนที่ ภก.153 บริเวณหาดไม้ขาว ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เนื้อที่ประมาณ 150 ไร่ ดำเนินการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ในวงเงิน 2,600 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับจังหวัดภูเก็ต รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง พัฒนาที่ราชพัสดุ เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินให้กับภาครัฐให้เกิดประโยชน์ทั้งภาครัฐและเอกชน ส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจการจัดประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การแสดงสินค้าและนิทรรศการนานาชาติ เป็นศูนย์กลางการประชุมและนิทรรศการนานาชาติที่มีความพร้อมสูงสุด และเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและแสดงสินค้าในภูมิภาค รวมทั้งเพื่อเป็นแหล่งงานและกระจายรายได้ให้กับท้องถิ่นจากการดำเนินโครงการ

สำหรับการประชุมครั้งนี้ เพื่อให้บริษัทที่ผ่านการพิจารณาได้นำเสนอแนวคิดในการออกแบบรายละเอียดโครงการ จำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มที่ 1 KAED103 นำเสนออาคารเป็นรูปกระดองเต่า
กลุ่มที่ 2 SPAN&FED จุดนำเสนออาคารเป็นรูปหอยสังข์

และกลุ่มที่ 3 ASD นำเสนออาคารเป็นรูปหอยมุก

ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เป็นไปตามที่ทางกรมธนารักษ์กำหนดไว้ เช่น สถาปัตยกรรมที่บ่งบอกถึงความเป็นภูเก็ต การจัดพื้นที่ประชุมและแสดงนิทรรศการ การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ระบบความปลอดภัย ระบบอพยพหนีภัย การอนุรักษ์พลังงาน ความเป็นสากล สิ่งอำนวยความสะดวก เป็นต้น เพื่อจะได้นำข้อมูลที่ได้รับไปพิจารณาคัดเลือกบริษัทที่จะทำการศึกษาออกแบบรายละเอียดการก่อสร้างโครงการต่อไป

หลังจากการนำเสนอของบริษัทฯ ต่างๆ แล้ว นายวัชรินทร์ ดุมลักษณ์ หนึ่งในประชาชนที่รับฟังการนำเสนข้อมูล กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้เข้าร่วมรับฟังการนำเสนอข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการก่อสร้างศูนย์ประชุมฯ มาโดยตลอด และได้ฝากเรื่องของสถาปัตยกรรมที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยภาคใต้ ไม่ใช่เน้นแต่ความเป็นต่างชาติ รวมถึงเรื่องระบบความปลอดภัยซึ่งเกิดจากธรรมชาติ

ขณะที่นายสมบูรณ์ จิรายุส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดทำโครงการศูนย์ประชุมฯ จะเกิดประโยชน์กับภูเก็ตและฝั่งอันดามันเป็นอย่างมา เพราะจะทำให้ขยายกลุ่มนักท่องเที่ยวให้ได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น และมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาได้ตลอดทั้งปี แต่อยากฝากในเรื่องของในส่วนของการจัดพื้นที่สำหรับจอดรถบัส เนื่องจากการเข้าถึงพื้นที่มีเพียงการใช้รถยนต์เท่านั้น และไม่ควรที่จะมีการสร้างโรงแรมที่พักมาแข่งขันกับทางภาคเอกชน เนื่องจากปัจจุบันห้องพักทุกประเภทในจังหวัดภูเก็ตมีอยู่ไม่ต่ำกว่า 60,000 ห้อง ในขณะที่เขาหลัก จ.พังงา ซึ่งสามารถใช้เวลาในการเดินทางมายังศูนย์ประชุมฯ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็มีจำนวนห้องพักที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 6,000-7,000 ห้อง ซึ่งเพียงพอในการรองรับผู้ที่จะเดินทางเข้ามา ส่วนความกังวลว่าเมื่อถึงฤดูกาลท่องเที่ยวแล้วจะมีห้องพักไม่เพียงพอนั้น คิดว่าหากมีการบริหารจัดการที่ดีก็ไม่น่าจะมีปัญหา

นอกจากนี้ยังมีผู้ที่กังวลเรื่องของการคมนาคมขนส่งจากตัวเมืองไปยังสถานที่ตั้งศูนย์ประชุมฯ ด้วยเกรงว่าจะไม่มีความคล่องตัว และจะเกิดความแออัด การวางระบบเส้นทางหนีภัย รวมถึงการตัดสินใจเลือกรูปแบบของศูนย์ประชุมฯ โดยอยากให้คนภูเก็ตได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกด้วย

ทางด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลังจากรับฟังความเห็นในครั้งนี้แล้วก้จะได้นำข้อมูลไปพิจารณาเพื่อคัดเลือกหากบริษัทที่จะมาทำการออกแบบก่อสร้างต่อไป ซึ่งจะทราบผลภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ หลังจากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนของการออกแบบรายละเอียดโครงการซึ่งจะต้องจัดให้มีการรับฟังความเห็นจากคนในพื้นที่อีกครั้งในช่วงประมาณเดือนเมษายนนี้ โดยคาดว่าจะสามารถสรรหาผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารฯ ได้ประมาณเดือนกรกฎาคม 2554 และลงนามในสัญญาก่อสร้างได้ประมาณเดือนกันยายน 2554 ทั้งนี้คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จประมาณต้นปี 2557

ต่อคำถามที่ว่า หากมีการเปลี่ยนรัฐบาลแล้วโครงการนี้จะเดินหน้าต่อไปได้อีกหรือไม่ ซึ่ง นายกรณ์ กล่าวว่า คงไม่สามารถที่จะไปยืนยันนโยบายของรัฐบาลอื่นๆ ได้ แต่หากมีการเลือกตั้งแล้วนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล และเป็นรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์ร่วมอยู่ด้วย ยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป ซึ่งส่วนตัวมีความมั่นใจว่าจะเป็นรัฐบาลพรรคอื่นก็น่าจะดำเนินการโครงการนี้ต่อไป เพราะคงไม่มีรัฐบาลใดจะปฏิเสธถึงความสำคัญของภูเก็ต ในฐานะเป็นเมืองอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอันดามัน และพื้นที่แถบนี้ก็ควรมีศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติ ที่สำคัญคือรัฐบาลนี้ก็ได้จัดสรรงบประมาณไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่มีเหตุผลที่รัฐบาลใหม่จะมายกเลิกโครงการ

''กิเลนทะเลใต้''ไล่ยิง ''เจ้าเวหา''ไปสบายๆ 3-1

ขอบคุณ YouTube ครับ
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2554 ที่สนามสุระกุล อ.เมือง ภูเก็ต “กิเลนทะเลใต้” เอฟซีภูเก็ต เปิดสนามสุระกุล รับการมาเยือนของ ''เจ้าเวหา'' เจ.ดับบลิว.รังสิต เอฟซี โดยเกมส์นัดนี้จากเดิม เอฟซีภูเก็ต ต้องไปเยือน เจดับบลิว. แต่เนื่องจากเจ.ดับบลิว.ต้องปรับปรุงสนาม จึงเปลี่ยนโปรแกรมให้ทีมเอฟซี ภูเก็ต เล่นเป็นเจ้าบ้านก่อน

เริ่มเกมครึ่งแรกเจ้าบ้านก็เปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างหนักจนกระทั่ง น.9 ก็ได้ประตูนำ 1 – 0 จาก จังหวะที่ รณชัย จินาเกตุ แบ็กขวาที่เติมเกมขึ้นมาวางบอลเข้ามาหน้ากรอบโทษให้กับ โคเน่ อดาม่า โหม่งบอลชงมาให้กับ นิรันดร์ พันทอง ที่วิ่งกวดขึ้นมาก่อนรอบอลตกพื้นหนึ่งจังหวะแล้ววอลเลย์ด้วยซ้ายบอลพุ่งสวนตัว ธวัชชัย บุตรดี ประตู เจ.ดับบลิว. รังสิต เอฟซี เสียบเสาสองอย่างสวยงาม

จากนั้นลูกที่ 2 ก็ตามมา หลังจากที่ฝนตกลงมาอย่างหนักในระหว่างการแข่งขัน แต่เนื่องจากสนามได้ออกแบบมาเป็นอย่างดี ไม่มีน้ำท่วมขังภายในสนามถึงกับต้องหยุดการแข่งขันแต่อย่างใด โดยเจ้าบ้านก็ทำเกมบุกขึ้นมาอยู่หน้าประตูของ เจ.ดับบลิว. ได้หลายครั้ง จนนาทีที่ 19 เจ้าบ้านได้ได้นำห่างออกไปเป็น 2 – 0 จากจังหวะต่อเนื่องจาก สารัช อยู่ เย็น ที่เติมเกมมาทางขวากระชากบอลมาทางกรอบโทษขวา แล้วไปที่หน้าประตู กองหลังสกัดออกมา เข้าทาง เนเนบี้ เซนเตอร์ที่วิ่งมาเติมเกมรุกซัดด้วยขวาเต็มหลังเท้าบอลพุ่งหนี มือ ธวัชชัย บุตรดี เสียบโคนเสาแรกเข้าไป จบครึ่งแรก เจ้าบ้านนำอยู่ 2 – 0

เริ่มครึ่งหลังเพียง 12 นาที ทีมเยือนก็สามารถตีไข่แตกได้เมื่อจากจังหวะฟรีคิกทางมุมโทษขวา ระยะ 22 หลา ธนา ปุ่นประโคน ปั่นด้วยซ้ายบอลพุ่งข้ามกำแพงดูจะเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ ธีรวัฒน์ ปิ่นประดับ รับบอลพลาดหลุดมือ อำนาจ ทรงรัมย์ ยังไววิ่งเข้ามาซ้ำง่ายๆ ทำให้ตีตื้อขึ้นมาเป็น 2 – 1

แฟนบอลทีมเยือนดีใจได้ไม่นาน น.67 เจ้าบ้าน เอฟซี ภูเก็ต ก็มาได้ประตูหนีห่างออกไปเป็น 3 – 1 จากการพาบอลมาทางริมเส้นซ้ายของบ ถวิล บุตรสมบัติ ก่อนจากกระชากหนี อิทธิพล จันแปงเงิน แบ็กขวาของทีมหลุดเข้าไปในกรอบโทษ สะกิดบอลย้อนกลับมาให้กับ สารัช อยู่เย็น ที่วิ่ง มาซัดเต็มข้อบอลพุ่งแสกหน้า ธวัชชัย บุตรดี นายทวารตุงตาข่าย จบเกม เอฟซี ภูเก็ต รับชัยชนะเป็นนัดแรกอย่างเป็นทางการ ต้อนเอาชนะ เจ.ดับบลิว.รังสิต 3 – 1 ขึ้นรั้งจ่าฝูงชั่วคราว

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2554

บัณฑิตน้อยอบจ.สาธิตร่วมพัฒนา


เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2554 ที่ศาลาประชาคม ชั้น 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้เป็นประธานมอบวุฒิบัตรให้กับนักเรียนที่จบการศึกษาชั้นอนุบาลของโรงเรียน อบจ.สาธิตร่วมพัฒนา ประจำปีการศึกษา 2553 โดยมีนายชวลิต ณ นคร รองนายก อบจ.ภูเก็ต นายอวยพร สกุลตัน ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบจ.ภูเก็ต พร้อมด้วย ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต ตลอดจนผู้บริหารโรงเรียน คณะครู ผู้ปกครอง และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วม

สำหรับพิธีมอบวุฒิบัตรในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนในสังกัด อบจ.ภูเก็ต เห็นคุณค่าของการจัดการศึกษาในระดับอนุบาล เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติแก่นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาในระดับอนุบาล สร้างจิตสำนึกให้นักเรียน รัก เคารพ และศรัทธาในสถาบันการศึกษาคุณค่าของคุณครู และ อบจ.ภูเก็ต สร้างโอกาสให้นักเรียน คณะครู และผู้ปกครอง ได้มาพบปะ ทำกิจกรรมร่วมกันอันจะเกิดความรัก ความสามัคคี และก่อให้เกิดพลังทางสังคม โดยได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจาก อบจ.ภูเก็ต กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม คณะครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง ซึ่งมีนักเรียนเข้ารับวุฒิบัตร จำนวนทั้งสิ้น 42 คน

ด้านนายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต ได้กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีต่อความสำเร็จของนักเรียน โรงเรียน อบจ.สาธิตร่วมพัฒนา และรู้สึกภูมิใจแทนผู้ปกครอง คุณครู ที่มีส่วนร่วมในการปลูกฝังพัฒนาเด็กเพื่อเตรียมความพร้อมไว้สำหรับที่จะก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้น และมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันให้นักเรียนประสบความสำเร็จ การศึกษาเป็นการพัฒนาประชากรของชาติให้มีความรู้ ทักษะพื้นฐานในการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และพร้อมที่จะก้าวไปสู่การเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในวันนี้ แสดงให้เห็นว่านักเรียนได้ผ่านขั้นตอนการเรียนรู้ได้มีทักษะชีวิต และได้รับประสบการณ์ในระดับหนึ่งแล้ว หวังว่าจะนำความสามารถ ทักษะต่างๆ ที่ได้รับ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับการศึกษาในโอกาสต่อไป ขอให้นักเรียนทุกคนตั้งใจเรียน ฝึกฝนตัวเองให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เชื่อฟังพ่อแม่ และเชื่อฟังคำสั่งสอนของคุณครู เพื่อจะได้เป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพ และเป็นอนาคตอันมั่นคงของประเทศชาติ สำนึกในพระคุณของพ่อแม่ คุณครู และสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

สภ.ฉลอง จับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาไอซ์ 65.2 กรัม


เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 54 ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิกัด ตัดติพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสถานีตำรวจภูธรฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ได้ร่วมแถลงข่าวการจับกุมนายอดิศักดิ์ เกื้อกูล อายุ 28 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ ภายในซอยนากก หมู่ 5 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบกดปิดดึงเปิดขนาดใหญ่ น้ำหนักประมาณ 65.2 กิโลกรัม จำนวน 1 ถุง และเครื่องชั่งดิจิตอล ยี่ห้อพาวเวอร์ รุ่นซีอาร์ 2032 จำนวน 1 เครื่อง และถุงพลาสติกใสแบบกดปิดดึงเปิด จำนวน 2 แพ็คๆ ละ 100 ถุง (สำหรับแบ่งยาเสพติดใส่ก่อนจำหน่าย) อาวุธปืนลูกซอง แบบไทยประดิษฐ์สีเงิน จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน เบอร์ 12 จำนวน 3 นัด โดยกล่าวหาว่า ครอบครองยาเสพติดให้โทษ (ยาไอซ์) เพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายอดิศักดิ์ มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) พักอาศัยอยู่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ภายในซอยนากก หมู่ 5 ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต จึงได้วางแผนเข้าทำการจับกุม เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าวก็พบนายอดิศักดิ์ ซึ่งแสดงอาการพิรุธและวิ่งหนีเข้าไปยังห้องนอนของบ้านพัก เจ้าหน้าที่จึงได้วิ่งตามไป และขอตรวจสอบภายในห้องนอนของผู้ต้องหา พบอุปกรณ์การเสพยาไอซ์ จำนวน 2 ชุด วางอยู่บริเวณกลางห้อง เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามนายอดิศักดิ์ยอมรับว่าเป็นของตัวเอง และทางเจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจค้นเพิ่มเติมภายในห้องพัก พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบกดปิดดึงเปิดขนาดใหญ่ น้ำหนักประมาณ 65.2 กิโลกรัม จำนวน 1 ถุง และเครื่องชั่งดิจิตอล ยี่ห้อพาวเวอร์ รุ่นซีอาร์ 2032 จำนวน 1 เครื่อง และถุงพลาสติกใสแบบกดปิดดึงเปิด จำนวน 2 แพ็คๆ ละ 100 ถุง (สำหรับแบ่งยาเสพติดใส่ก่อนจำหน่าย) ทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ในขวดน้ำพลาสติกสีขาว วางปะปนอยู่กับเสื้อผ้าในตะกร้าผ้าที่วางอยู่ภายในห้องนอนของผู้ต้องหา

จากการสอบถามนายอดิศักดิ์ ทราบว่ายาเสพติดของกลางที่ตรวจพบได้ซื้อมาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วไป โดยซื้อมาจากนายย้อย (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง) อยู่บ้านท่าข้ามสี่แยกชะอวด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 100 กรัม ในราคา 250,000 บาท และนำกลับมาที่ จ.ภูเก็ตโดยใส่มาในลังของชำเครื่องครัวและเดินทางมายังจังหวัดภูเก็ตด้วยรถยนต์โดยสารหรือรถทัวร์ และเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นภายในห้องพักโดยละเอียดพบอาวุธปืนลูกซอง แบบไทยประดิษฐ์สีเงิน จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน เบอร์ 12 จำนวน 3 นัด ซุกซ่อนอยู่บนฝ้าเพดานภายในห้องน้ำในห้องเช่าของผู้ต้องหา ซึ่งผู้ต้องหารับว่าเป็นของตนเองที่ซื้อมาป้องกันตัวนานแล้ว จึงได้ควบคุมตัวนายอดิศักดิ์ พร้อมของกลางทั้งหมด ไปยังสภ.ฉลองทำการบันทึกการจับกุมและนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รวบผู้จ้างและผู้จัดหายิงเจ้าของร้านอาหารอิตาลี


เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 54 ที่ห้องประชุมชั้น 2 ภ.จว.ภูเก็ต พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงค์วรชาติ ผบช.ภาค8 พร้อมด้วยพล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.โกมล วัตราภรณ์ รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.เอกวุฒิ เสน่ห์พร ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.วิฑูลย์ กองสุดใจผกก.สภ.ถลางและเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายเดวิส คาวาทัสซี่ สัญชาติ อิตาลี นายประสงค์ ยงกิจ อายุ 32 ปี นายสมชาย กล้าศึก อายุ 26 ปี นายรัชชานนท์ สะวารี อายุ 23 ปี พร้อมด้วยของกลาง รถยนต์ยี่ห้อเปอโยต์ หมายเลขทะเบียน จ 0834 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีเขียว หมายเลขทะเบียน กษย 531 ภูเก็ต รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ หมายเลขทะเบียน กจค 492 ระนอง โดยกล่าวหาว่าจ้างวาน และร่วมกันฆ่าผู้อื่นจนเสียชีวิต

นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังได้ออกหมายจับนายสุชาติ นิ่มละออ มือปืน นายเอกชัย นิ่มละออ คนขับรถให้มือปืน นายพลวัฒน์ จงรักษ์ ผู้จัดหามือปืน ซึ่งกำลับหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงค์วรชาติ ผบช.ภาค8 ได้กล่าวว่า จากกรณีมีคนร้ายได้ประกบยิง Mr.Luciano Butti (นายหลุยเซียโน่ บุตติ) อายุ 63 ปี ชาวอิตาลี เจ้าของร้านอาหาร และโรงแรมบนเกาะพีพี ขณะขับจยย.ฮอนด้า รุ่นคลิก สีแดง-ขาว ทะเบียนป้ายแดง 2-236 บริษัท ซินฮ่องซุ่ย จำกัด บนถนนสายป่าคลอก เมืองใหม่ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 54 ที่ผ่านมา โดยมีพ.ต.ท.สฤษดิ์ บุตรหนองแสง เป็นเจ้าของคดี จากนั้นทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สังการณ์ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้เร่งตรวจสอบและติดตามผู้กระทำความผิดมาลงโทษ จากนั้นทางผบช.ภาค 8 ได้ส่งชุดสืบสวน ร่วมกับชุดสืบสวนภ.จว.ภูเก็ตและชุดสืบสวนสภ.ถลาง ลงพื้นที่ทำการสอบสวน

จากสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายได้มีหุ้นส่วนจำนวน 3 หุ้น ซึ่งเป็นชาวอิตาลีด้วยกัน เปิดบริษัท มารีนเฮ้าส์ จำกัด เพื่อดำเนินกิจการร้านอาหารอิตาเลียนโน่, โรงแรม มารีน่า เฮ้าส์ และมาหยา มาหยาเก็ตเฮ้าส์ โดยกิจการทั้งหมดอยู่ที่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ โดยเริ่มกิจการมาตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ลงพื้นที่เพื่อทำการสวบสวนในรายละเอียดที่เกาะพีพี จนกระทั่งทราบว่าปมสังหารในครั้งนี้ เนื่องจากผู้ตายได้มีการฉอโกงในหุ้นส่วนด้วยกัน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เชิญนายประสงค์ ยงกิจ ซึ่งเป็นผู้จัดการทั่วไปของร้านอาหารอิตาเลียนโน่ มาทำการสอบสวนเพิ่มเติม จนกระทั่งทราบว่า ผู้ตายได้มีการฉ้อโกงหุ้นส่วนไปกว่า 8 – 9 ล้านบาทและจากการสอบสวนเพิ่มเติมจนกระทั่งนายประสงค์ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า นายเดวิส คาวาทัสซี ซึ่งเป็น 1 ในหุ้นส่วน เป็นผู้จ้างวาน โดยได้ให้นายประสงค์ เป็นผู้หามือปืน โดยนายประสงค์ ก็ได้ให้นายพลวัฒน์ จงรักษ์ ซึ่งเป็นพนักงานในร้าน โดยนายพลวัฒน์ ก็ได้ติดต่อนายรัชชานนท์ สะวารี เพื่อจัดหามือปืนอีกทอด จนกระทั่งนายรัชชานนท์ติดต่อนายสุชาติ นิ่มละออ มือปืนได้ และได้มีการว่าจ้างในราคา 150,000 บาท

จากนั้นทางผู้ว่าจ้างก็ได้ให้นายสุชาติลงพื้นที่เกาะพีพี แต่รอกว่า 1 สัปดาห์ ก็ไม่สามารถลงมือได้ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 54 ที่ผ่านมา ผู้ตายต้องเดินทางมาขึ้นศาลที่จังหวัดภูเก็ต ผู้ตายก็ได้เดินทางมาที่จังหวัดภูเก็ต และได้เปิดโรงแรมดารา ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต เมื่อนายประสงค์ทราบ ในช่วงค่ำของวันเดียวกัน ก็ได้ไปชักชวนผู้ตายไปทานข้าว ที่อ่าวปอ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง ภูเก็ต โดยให้ไปกับรถยนต์ยี่ห้อเปอโยต์ รุ่น 505 หมายเลขทะเบียน จ 0834 กรุงเทพมหานคร ผู้ตายไม่ยอมไปกับรถยนต์ แต่ได้ขับรถจยย.ที่ผู้ตายได้เช่าขับตามไป โดยที่นายเอกชัย นิ่มละออ ขับรถจยย.โดยมีนายสุชาติ นิ่มละออ มือปืน นั่งซ้อนท้าย ติดตามไป จนกระทั่งก่อนถึงร้านอาหารที่นัดกันไว้ ตลอดทางที่ขับรถผ่านเป็นถนนที่มืดและเปลี่ยว ทำให้ผู้ตายเกิดความระแวงว่านายประสงค์อาจจะทำมิดีมะร้ายได้ จึงได้กลับรถจักรยานยนต์ เพื่อขับกลับที่พักโดยย้อนกลับทางเดิม เมื่อนายประสงค์ เห็นเช่นนั้นก็ได้กลับรถตามมา โดยนายเอกชัย และนายสุชาติกลับรถตามด้วย เมื่อสบโอกาสนายสุชาติก็ได้จัดการลงมือยิงผู้ตายจนเสียชีวิต แล้วหลบหนีไป

จากการสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนที่จะมีการจ้างวานมือปืนลงมือในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ผู้ตายและนายเดนิส และเพื่อนอีกคนที่เป็นชาวอิตาลีด้วยกัน ได้ลงหุ้นกันเปิดบริษัท โดยมีการก่อสร้างร้านอาหาร โรงแรม และเก็ตเฮ้าส์ โดยที่ผู้ตายได้มีการแต่งบัญชีในการก่อสร้างมากกว่าเป็นจริงประมาณ 8 – 9 ล้านบาท และเมื่อทวงถาม ผู้ตายก็ได้บ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับว่ามีการฉ้อโกง จึงสร้างความโกรธแค้นให้การนายเดนิสเป็นอย่างมาก จึงได้ให้นายประสงค์หามือปืนมาล้างแค้นในครั้งนี้ โดยนายประสงค์กับพวกก็ได้ให้การรับสารภาพในส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่วนนายเดนิส ยังให้การปฏิเสธในข้อหาจ้างวานฆ่า

ศูนย์เตือนภัย ให้ความรู้ประชาชนในพื้นที่ป่าตอง


เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2554 ที่โรงเรียนวัดสุวรรณคีรีวงศ์ เทศบาลเมืองป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติจัดอบรมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภัยสึนามิในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับภัยต่างๆ โดยเฉพาะภัยสึนามิ รวมทั้งการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต แก่ครู นักเรียนโรงเรียนวัดสุวรรณคีรีวงศ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่หาดป่าตอง

นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวถึงการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภัยสึนามิในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ว่า จากเหตุการณ์ภัยสึนามิถล่มเมื่อปี2547 ที่ผ่านมาประเทศไทยและประเทศอินโดนีเซียได้รับผลกระทบได้รับความเสียหายมากที่สุด และเหตุการณ์ในครั้งนั้นส่งผลให้เกิดการริเริ่มโครงการต่างๆในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคหลายโครงการเพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนเกิดการรับรู้ และเรียนรู้การเตรียมความพร้อมรับมือภัยสึนามิ รวมทั้งโครงการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้เพื่อให้ครู นักเรียน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชนในพื้นที่ฝั่งอันดามันที่เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยธรรมชาติ จากสื่อการเรียนรู้ต่างๆที่เกิดจากความร่วมมือ ของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติในฐานะหน่วยงานกลางด้านข้อมูลข่าวสารภัยพิบัติทางธรรมชาติ และมีภารกิจหลักในการแจ้งเตือนภัยของประเทศไทย กับองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย หรือ UNESCO ได้เริ่มโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภัยสึนามิ ขึ้นเพื่อเผยแพร่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับสึนามิ

รวมทั้งเพื่อรวบรวมอุปกรณ์ เครื่องมือ เอกสารที่ใช้ในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสึนามิมาบูรณาการเพื่อที่แต่ละประเทศจะได้พิจารณานำเอาสิ่งดีๆเหมาะสมกับแต่ละสภาพพื้นที่ของแต่ละประเทศนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และนำเสนอในแบบของภาษานั้น โดยประเทศที่เข้าร่วมดำเนินงานโครงการนี้มีทั้งสิ้น 4 ประเทศ ได้แก่ ประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ติมอร์เลสเต้ และไทย

ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ยังได้กล่าวถึงกรณีข่าวลือการเกิดสึนามิในประเทศไทย ว่า ข่าวลือที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริง และขอยืนยันว่าทางศูนย์ฯ มีระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ทางศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติจะเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ร่วมทั้งสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนเพื่อที่จะทำให้พื้นที่เสียงภัยเป็นพื้นที่ปลอดภัน แต่ สิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนต้องวิเคราะห์ และใช้วิจารณญาณในการรับทราบข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่างๆ ซึ่งจะต้องทำควบคู่กับการติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวด้านภัยพิบัติจากกรมอุตุนิยมวิทยา และศูนย์เตือนภัยอย่างใกล้ชิด

รวบต่างชาติในคาบนทท. เข้าลักทรัพย์นทท.ในโรงแรม


เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 54 ที่ห้องประชุมสภ.ฉลอง อ.เมือง ภูเก็ต พ.ต.อ.วิชิต อินทรศร ผกก.สภ.ฉลอง พร้อมด้วยพ.ต.ท.ณรงค์ ลักษณะวิมล รองผกก.ป.พ.ต.ท.ชวลิต เพชรศรีเปีย รองผกก.สส.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าว จับกุม Mr.Liu Shuiping อายุ 45 ปี Mr.Liu Jianhua อายุ 39 ปี Mr.Liu Shuidong อายุ 40 ปี ทั้งหมดสัญชาติจีน พร้อมด้วยของกลาง กล้องถ่ายรูปดิจิตอล 2 ตัว โทรศัพท์มือถือไอโพน 3 จำนวน 1 เครื่อง ซิมโทรศัพท์ ถุงมือยาง 5 คู่ ไขควง – ปะแจหกเหลี่ยม – มีดคัดเตอร์ – เชือกสีแดง ผ้าเทป แผ่นพลาสติก กรรไกรสแตนเลส โดยจับกุมได้ที่บริเวณโรงแรมกะรน ซีแซนด์ ถ.กะรน ต.กะรน อ.เมือง ภูเก็ต ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหะสถานในเวลากลางวัน – กลางคืน ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้พ.ต.อ.วิชิต อินทรศร ผกก. ได้กล่าวว่า ในการจับกุมครั้งนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า มีกลุ่มชาวจีนที่แอบแฝงตัวเข้ามาภูเก็ตในคราบของนักท่องเที่ยว มีพฤติกรรมลักทรัพย์ภายในโรงแรม จึงได้ทำการสืบสวนติดตามเรื่อยมาจนกระทั่งเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2554 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบบุคคลที่เป็นชายชาวจีนทั้ง 3 คน กำลังจะเดินภายในโรงแรมกะรน ซีแซนด์ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 พยายามที่หลบหนี ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการตรวจค้น จากการตรวจค้นภายในประเป๋าถืออยู่ พบกล้องถ่ายรูป 2 ตัว โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์สำหรับงัดแงะ รวมถึงถุงมือยาง และเชื่อว่ากลุ่มนี้น่าจะร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของนักท่องเที่ยวที่เข้าพักตามโรงแรมในเขตพื้นที่กะรนและใกล้เคียง เนื่องจากที่ผ่านมาได้เกิดเหตุลักทรัพย์ที่เป็นของนักท่องเที่ยวบ่อยครั้ง จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวนที่สภ.ฉลอง

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ติดต่อพร้อมทั้งแจ้งให้พนักงานโรงแรมที่เคยเดินทางมาแจ้งความ มาดูตัวและยืนยันว่าเป็นบุคคลที่กล้องวงจรปิดของโรงแรมภูเก็ต ออคิด รีสอร์ท แอนด์ สปา ต.กะรน บันทึกไว้ได้ขณะที่เข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในโรงแรม ซึ่งเชื่อว่าแก๊งดังกล่าวเคยก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งขณะนี้ได้ประสานไปยังโรงแรมทั้งหมดในตำบลกะรน ให้มาดูตัวผู้ต้องหาเพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายเพิ่มเติม เบื้องต้นทั้ง 3 คน ให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ต้อนรับเรือพรานทะเล 11


น.อ.เคารพ แหลมคม ผอ.ศปชล.ทพ. เป็นผู้แทน ผบ.ทรภ.3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากทัพเรือภาคที่ 3 ให้การต้อนรับเรือพรานทะเล 11 พร้อมลูกเรือ 44 คน ที่ได้เดินทางกลับหลังจากถูกโจรสลัดโซมาเลีย ใช้เรือเร็วพร้อมอาวุธเข้ายึดเรือ ขณะที่เรืออยู่บริเวณตะวันตกของหมู่เกาะ LAKSHAWEEP ประเทศอินเดีย โดยมี ร.ล.ล่องลม นำเข้าเทียบท่า ณ ท่าเรืออเนกประสงค์ อ.เมือง จ.ระนอง