จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560

ผู้บริหารอสังหาฯ โครงการหรูภูเก็ตแถลงสื่อ

ผู้บริหารอสังหาฯ โครงการหรูภูเก็ตแถลงสื่อ 
ถูกข่มขู่เรียกรับผลประโยชน์ แต่ไม่จ่าย 


เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2560 ที่โครงการดิเอ็มเมอรัลด์เซ็นทรัล คอนโด (ปากซอยธิดา เยื้องห้างแม็คโครภูเก็ต) อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายสาวิตร เกตุโรจน์ ผู้บริหารระดับสูง บริษัท เอ็มเมอรัลด์ ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป พร้อมด้วยฝ่ายบริหารและกฎหมาย แถลงข่าว กรณีโครงการอสังหาริมทรัพย์จำนวน 3 โครงการ


ซึ่งบริหารงานโดย “เอ็มเมอรัลด์ ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป” ถูกกลุ่มผู้รักชื่อเสียงจังหวัดภูเก็ต ร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตผ่านทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ให้มีการตรวจสอบความถูกต้องของโครงการฯ ว่า เข้าข่ายทำผิดกฎหมายหรือไม่ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา 


นายสาวิตร เกตุโรจน์ กล่าวชี้แจง ว่า การดำเนินธุรกิจทุกอย่างของบริษัทฯ นั้นดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเคารพสิทธิของประชาชน รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้ง พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม, พ.ร.บ.ผังเมือง และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร โดยปัจจุบันทางบริษัทฯ มีโครงการที่พัฒนาในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดกระบี่ รวมทั้งหมด 7 โครงการ แต่มีโครงการที่ถูกกล่าวถึง 3 โครงการ 


โครงการที่ถูกกล่าวหา ได้แก่ 1. โครงการ The Emerald Nirvana Kalim ซึ่งไม่ใช่โครงการ Emerald Development Group ซึ่งเป็นชื่อของบริษัทฯ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ มี 2 ประเด็น คือ เรื่องเอกสารสิทธิ ซึ่งที่ดินดังกล่าวทางบริษัทฯ ได้ซื้อมาจากผู้ขาย และได้ทำการตรวจสอบที่ดิน น.ส. 3ก. ทั้ง 5 แปลง ที่แบ่งแยกไปทำโครงการต่างๆ ได้แก่ โรงแรม, ที่พักอาศัย รวมถึงวิลล่า จากหน่วยงานราชการแล้ว พบว่า น.ส.3ก ซึ่งออกเมื่อปี 2539 นั้นมาจาก สค.1 ที่ครอบครอง โดยนายสัน สเน่ห์ ออกเอกสารสิทธิเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2494 ก่อน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และปัจจุบันทายาทของเจ้าของ สค.1 ยังมีชีวิตอยู่และได้นำมาเป็นพยานบันทึกต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่ดินแล้วว่าเป็น สค. 1 ในพื้นที่ดังกล่าวจริง


ในส่วนของโครงการที่ 2 The Emerald Terrace Condo Patong ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนพระบารมี (บริเวณหลังธนาคารออมสิน) ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ทางบริษัทฯ ได้มีการออกโฉนดห้องชุด (อช.) ให้กับลูกบ้านและได้โอนไปเรียบร้อยแล้ว โดยไม่ปรากฏการร้องเรียนใดๆ ในเรื่องของเอกสารและในการออกเอกสารก็มีคณะกรรมการกลางของจังหวัดตรวจสอบหลายฝ่าย รวมถึงเทศบาลป่าตอง ซึ่งจะต้องตรวจสอบมาตรฐานของอาคารในด้านต่างๆ และผ่านการตรวจสอบถูกต้องเรียบร้อย นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ก็ไม่เคยนำพื้นที่ดาดฟ้ามาทำเป็นห้องพักขายคอนโดตามที่กล่าวหา เพราะการออกเอกสารโฉนดห้องชุดหากก่อสร้างไม่ตรงกับแบบขออนุญาตก็ไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว 


และโครงการที่ 3 The Emerald Central Condo ตั้งอยู่เยื้องๆ กับห้างแม็คโครภูเก็ต ยืนยันว่า มีการก่อสร้างตรงตามแบบแปลนทุกประการ โดยเป็นอาคารเพื่ออยู่อาศัยความสูง 7 ชั้น จำนวน 2 อาคาร มีความสูงอาคารละ 21 เมตร ซึ่งไม่เกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ 23 เมตร โดยมีการปรับแบบระเบียงอาคารเพียงบางส่วนเพื่อไม่ให้กระทบกับแนวเขตที่ดิน และมีระยะร่นที่ถูกต้องตามใบอนุญาตทุกประการ นายสาวิตร กล่าว 


อย่างไรก็ตามนายสาวิตร กล่าวด้วยว่า เนื่องจากก่อนที่จะมีการก่อสร้างทางบริษัทฯ ได้มีการตรวจสอบความถูกต้องทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว และที่ผ่านมาก็มีการร้องเรียนให้หน่วยงานราชการมาตรวจสอบตั้งแต่เริ่มต้นทำโครงการ และมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบแล้ว 3-4 ครั้ง แต่ก็ไม่พบความผิดปกติ ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่า การร้องเรียนในครั้งนี้น่าจะมีเบื้องหลังแน่นอน 


เพราะทางบริษัทฯ เคยมีกลุ่มบุคคลทั้งในเครื่องแบบจากส่วนกลาง และคนในพื้นที่ที่ร่วมมือกัน ข่มขู่ และเรียกรับผลประโยชน์ โดยบอกว่าหากบริษัทฯ ไม่รีบดำเนินการเคลียร์เงินให้ก็จะดำเนินการลงข่าวให้เกิดความเสียหายในธุรกิจ แต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่ไปร้องเรียนหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ทางบริษัทฯ มีข้อมูลและอยู่ระหว่างเตรียมการดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว 


นายสาวิตร กล่าวอีกว่า หลังจากมีข่าวออกไป บริษัทฯ ได้รับความเสียหายค่อนข้างมาก เบื้องต้นมีลูกค้ายกเลิกการจองห้องชุดไปแล้ว 1 ราย ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท และยังมีลูกค้าสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้มีการชี้แจงไปแล้ว โดยภาพของทั้ง 3 โครงการ ขณะนี้มีการขายไปแล้วค่อนข่างมาก เฉพาะปี 2559 มีการขายไปแล้วถึง 87 ยูนิต มูลค่าประมาณ 250 ล้านบาท และในปีนี้ตั้งเป้าว่าจะทำยอดขายให้ได้ประมาณ 100 ยูนิต 


แต่ก็มาเจอเหตุการณ์นี้ก่อน ทั้งๆ ที่ในแง่ของการแข่งขันทางธุรกิจก็ไม่ได้มีปัญหากับใคร โดยจะเป็นการแข่งขันในแง่ของการทำตลาดมากกว่า และปัจจุบันการทำธุรกิจก็เป็นแบบสมัยใหม่ ส่วนที่มีปัญหาก็น่าจะเป็นกลุ่มที่มาเรียกรับผลประโยชน์และทางบริษัทไม่ยินยอมจ่าย โดยมีการแอบอ้างผู้หลักผู้ใหญ่ด้วย นอกจากยังมีการข่มขู่ถึงครอบครัวด้วย ซึ่งหลักจากรวบรวมข้อมูลต่างๆ ได้แล้วก็จะไปเข้าพบผู้ว่าฯ ภูเก็ตด้วย เพื่อขอความเป็นธรรมจากกรณีที่เกิดขึ้น 
 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น