จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

แก้ขาดแคลนน้ำประปาเฉพาะหน้าซื้อน้ำเอกชน

แก้ขาดแคลนน้ำประปาเฉพาะหน้าซื้อน้ำเอกชน  


ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 4/2562 (กรอ.ภูเก็ต) ที่ห้องประชุมคอซิมบี้ อาคารคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2562 ซึ่งมีนายภัคพงษ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานประชุม และมีหัวหน้าส่วนราชการ และองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ซึ่งหนึ่งในวาระการประชุมครั้งนี้ คือ ติดตามความคืบหน้าปัญหาขาดแคลนน้ำในจังหวัดภูเก็ต หลังพบว่า แม้จะเข้าสู่ฤดูฝน แต่ในหลายพื้นที่ยังประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค ประกอบกับฝนที่ตกลงมาก็ไม่ไหลลงอ่างเก็บน้ำ ทั้งอ่างเก็บน้ำบางวาดและบางเหนียวดำ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำหลักในการนำน้ำดิบมาทำน้ำประปา 


ทั้งนี้ได้มีการชี้แจงต่อที่ประชุมว่า สืบเนื่องจากการประชุม กรอ.จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 3 / 2562 ซึ่งขอทราบแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำของจังหวัดภูเก็ต โดยในส่วนของการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บน้ำของอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง นั้น ได้กำหนดแนวทางดำเนินการ คือ ขุดลอกอ่างเก็บน้ำ เพื่อเพิ่มความจุ โดยได้ดำเนินการจัดทำผลสำรวจภูมิประเทศ เพื่อการออกแบบแล้ว ในรายละเอียดการดำเนินงานต้องเสนอให้กรมชลประทานพิจารณาความเหมาะสมในการเพิ่มปริมาณน้ำและความมั่นคงปลอดภัยของตัวเขื่อน 


นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มปริมาตรเก็บกักน้ำโดยการเพิ่มระดับสัน spillway ซึ่งกรมชลประทานอยู่ระหว่างดำเนินการศึกษา คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนกันยายน 2562 จากนั้นจึงจะทำการออกแบบเพื่อดำเนินการต่อไป และประเด็นสุดท้าย การจัดหาน้ำเพิ่มเติมให้อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ โดยกรมชลประทานได้ดำเนินการศึกษาและออกแบบโครงการแก้มลิงบ้านโคกโตนด แล้วเสร็จเมื่อปี 2552 ประมาณราคาค่าก่อสร้างในขณะนั้น 433.96 ล้านบาท แต่เนื่องจากประสบปัญหาด้านงบประมาณจึงไม่สามารถดำเนินการได้ ปัจจุบันมูลค่าโครงการเพิ่มมากขึ้นถึงประมาณ 610 ล้านบาท  


ในส่วนของการเพิ่มประสิทธิภาพการสูบน้ำเติมอ่างเก็บน้ำบางวาด ได้มีการพิจารณาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการสูบน้ำเติมอ่างเก็บน้ำบางวาด เนื่องจากคุณลักษณะของอ่างเก็บน้ำบางวาดนั้น ปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำมีปริมาณน้อยกว่าความจุเก็บกัก จึงจำเป็นต้องมีการสูบน้ำเติม ซึ่งในปัจจุบันได้มีการสูบน้ำจากคลองบางใหญ่ไปเติมอ่างเก็บน้ำปีละ 8-10 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งระบบสูบน้ำในปัจจุบัน (เครื่องสูบน้ำ 4 เครื่องก่อสร้างเมื่อปี 2546) ดำเนินการสูบน้ำต่อเนื่องได้ประมาณ 10 ชั่วโมงต่อวัน กรณีที่เครื่องชำรุดในขณะที่น้ำหลากจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่ต้องไปเติมอ่างเก็บน้ำ และความเสียหายของโรงสูบน้ำโดยรวม จึงจำเป็นต้องมีเครื่องสูบน้ำสำรองอีกหนึ่งชุด จำนวน 3เครื่อง
  

ขณะที่การแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำและบรรเทาทุกกภัยจังหวัดภูเก็ต ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลางโครงการชลประทานภูเก็ต ได้นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่อำเภอถลาง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคน้ำเพื่อการเกษตร และการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ ซึ่งกรมชลประทานได้อนุมัติหลักการในการดำเนินการให้ดำเนินการเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2562 ซึ่งหากแล้วเสร็จก็จะบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าวไปได้  


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ในการประชุมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่เพียงพอต่อความต้องการตลอดทั้งปี และรองรับการใช้น้ำในช่วงหน้าแล้งปีหน้า ทางชลประทานภูเก็ต ได้นำเสนอแผนงานโครงการที่จะดำเนินการในระยะสั้น เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างเร่งด่วน โดยยึดแนวทางให้การประปาส่วนภูมิภาค และเทศบาลนครภูเก็ต ซึ่งใช้น้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำบางวาดและบางเหนียวดำผลิตน้ำประปาให้น้อยที่สุด เพื่อเก็บน้ำดิบสำรองไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งปีหน้าให้เพียงพอ เพื่อจังหวัดภูเก็ตจะได้ไม่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนักเหมือนหน้าแล้งปีนี้ โดยการดึงน้ำจากแหล่งอื่นๆ มาใช้แทน 


ในส่วนของโรงกรองน้ำบางโจ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอถลาง ได้วางแผนที่จะสูบน้ำจากคลองเจ๊ะตรา และนำน้ำจากขุมเหมืองม่าหนิกมาใช้ ซึ่งในส่วนของการสูบน้ำจากคลองเจ๊ะตราที่มีปริมาณน้ำถึงปีละ 6.73 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามแผนที่วางไว้ทางการประปาภูเก็ตจะตั้งอาคารทดน้ำและโรงสูบน้ำ เพื่อสูบน้ำส่งต่อไปยังโรงกรองน้ำบางโจ ขณะเดียวกันทางการประปาฯ ได้ซื้อน้ำประปาจากบริษัทเอกชนที่ผลิตน้ำขายให้แก่การประปาส่วนภูมิภาควันละ 7,500 ลูกบาศก์เมตร และจะเพิ่มเป็น 15,000 ลูกบาศก์เมตร ในอีก 2 เดือนข้างหน้าที่จะเพียงพอต่อความต้องการในพื้นที่ที่การประปาส่งน้ำให้แก่ประชาชน  


ส่วนอ่างเก็บน้ำบางวาด ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคและเทศบาลนครภูเก็ต วันละ 68,000 ลูกบาศก์เมตรนั้น ได้กำหนดแผนงานที่จะสูบน้ำจากคลองบางใหญ่เข้าอ่างเก็บน้ำให้มากขึ้น โดยการย้ายเครื่องสูบน้ำไปสูบน้ำจากคลองบางใหญ่จุดใกล้ๆ ตลาดน้ำกะทู้ รวมถึงเร่งรัดแผนขยายระบบสูบน้ำสรรพสามิต จากที่จะดำเนินการในปี 2564 เป็นดำเนินการในปี 2563 และในส่วนของเทศบาลนครภูเก็ตให้ขยายกำลังการผลิตโรงสูบน้ำขุมวชิระภูเก็ตให้เต็มกำลัง เป็นต้น 


นอกจากนี้ทางจังหวัดภูเก็ตได้กำหนดแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยยึดหลัก ภูเก็ตมีน้ำต้นทุนที่เพียงพอต่อความต้องการ เช่น โครงการเติมน้ำให้อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ สร้างแหล่งน้ำดิบเพิ่มเติมที่เป็นห้วย หนอง คลอง บึง การสร้างอ่างเก็บน้ำที่ปลายแหลมสะพานหิน ให้ลักษณะคล้ายๆ กับที่มารีน่า เบย์ ประเทศสิงคโปร์ การสร้างเขื่อนใต้ดิน ปรับปรุงแหล่งน้ำสาธารณะ และนำน้ำจากขุมเหมืองเอกชนมาใช้ เป็นต้น ซึ่งก็จะได้มีการวางแผนที่เป็นรูปธรรมต่อไป 
 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น