จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เที่ยวบินปฐมฤกษ์โคเปนเฮเกน-ภูเก็ต



เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 ที่บริเวณห้องผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางบังอรรัตน์ ชินนะประยูร ผู้อำนวยการ ททท.ภูเก็ต นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต นายประเสริฐ ตันหรรษ์ ผู้จัดการสำนักงานขายจังหวัดภูเก็ต บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ตัวแทนท่าอากาศยานภูเก็ต ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางบินตรง กรุงโคเปนเฮเกน-ภูเก็ต เที่ยวบิน TG 953 ซึ่งการเดินทางครั้งนี้มี นายปิยวัชร นิยมฤกษ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกน ราชอาณาจักรเดนมาร์ก เป็นหัวหน้าคณะนำผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ประกอบการการท่องเที่ยว สื่อมวลชนและนักท่องเที่ยว รวม 336 คน
สำหรับการเปิดเส้นทางบินตรงจากกรุงโคเปนเฮเกน-ภูเก็ตดังกล่าว สายการบินไทยให้บริการผู้โดยสารสัปดาห์ละสามเที่ยวบินทุกวันพุธ วันศุกร์และวันอาทิตย์ ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 747-400 จำนวน 416 ที่นั่ง สำหรับการเดินทางกลับ ผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่อการเดินทางโดยใช้บริการเที่ยวบินภายในประเทศ เส้นทางภูเก็ต-กรุงเทพ ของสายการบินไทย และต่อเที่ยวบินกลับโคเปเฮเกน โดยเที่ยวบินของการบินไทยเส้นทางกรุงเทพ-โคเปนเฮเกน ที่มีให้บริการทุกวัน
นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่า ททท. กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดนักท่องเที่ยวเดนมาร์ก เป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงของกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย (นอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ เดนมาร์ก และไอซ์แลนด์)ซึ่งในปี 2553 มีนักท่องเที่ยวจากเดนมาร์กเดินทางเข้ามาประเทศไทย จำนวน 150,300 คน และเดินทางมายังภูเก็ตจำนวน 92,518 คน มีอัตราขยายตัวร้อยละ 7.5 เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีการใช้จ่ายสูง เฉลี่ยคนละ 4,097 บาทต่อวัน ดังนั้นการเปิดเส้นทางบินตรงจากโคเปนเฮเกนมายังภูเก็ตในระยะนี้จึงถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม และสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ช่วยลดระยะเวลาเดินทางซึ่งจะมีผลให้ภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงได้รับนักท่องเที่ยวจากเดนมาร์กและประเทศใกล้เคียงเพิ่มขึ้น
“การมีเส้นทางบินตรงจากเดนมาร์กมายังภูเก็ตจะเป็นการเพิ่มโอกาสเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวเดนมาร์กและประเทศใกล้เคียงซึ่งนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวภาคใต้ฝั่งอันดามันไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต พังงาหรือกระบี่ และการใช้เครื่องบินขนาดใหญ่ก็สามารถที่จะขนผู้โดยสารเดินทางเข้ามาได้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนและจะสิ้นสุดประมาณเดือนมีนาคม และการเปิดเส้นทางบินในระยะนี้จะเป็นส่วนช่วยประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกต้องว่ายังมีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากของประเทศไทยยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ เพราะสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นนั้นมีเพียงบางพื้นที่เท่านั้น ประกอบกับจะทำให้คณะของสื่อมวลชนและผู้ประกอบการที่เดินทางร่วมมาด้วยได้เห็นถึงความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ”นายสุรพลกล่าว


ครัวรัฐบาล ชาวภูเก็ต คึกคัก



เมื่อคืนวันที่ 11 พฤศจิกายน 54 การเปิดครัวรัฐบาล ชาวภูเก็ต ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาจังหวัดภูเก็ต เต็มไปด้วยความคึกคัก ของนักศึกษา ตัวแทนจากภาครัฐและภาคเอกชน ประชาชนทั่วไปในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และสมาชิกชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมมือ ร่วมใจกันผลิตอาหารกล่อง เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่คลองสามวา จังหวัดกรุงเทพมหานคร ทยอย หมุนเวียนเปลี่ยนกันมาช่วยผลิตอาหารกล่องอีกด้วย
นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2554 ที่ผ่านมา ทางจังหวัดภูเก็ตได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ผลิตอาหารกล่อง เพื่อนำไปช่วยเหลือพี่น้องภาคกลาง ในพื้นที่คลองสามวา กรุงเทพมหานครนั้น ปรากฏว่า 7 วันที่ผ่านมา มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา และผู้มีจิตศรัทธาในจังหวัดภูเก็ต ได้เดินทางมาร่วมบริจาคสิ่งของต่างๆ เช่น น้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารแห้ง รวมทั้งช่วยกันผลิตอาหารกล่องทุกวันอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งทางจังหวัดภูเก็ตได้นำส่งอาหารกล่องที่ผลิตแล้ว ไปยังผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่คลองสามวา กรุงเทพมหานคร ได้ครบทั้ง 3 มื้อ ตามที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนี้ครัวรัฐบาล ชาวภูเก็ต มีการผลิตอาหารกล่องและร่วมกันบริจาคสิ่งของต่างๆได้ จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 นี้ สำหรับประชาชนหรือผู้ที่มีจิตศรัทธาสามารถช่วยกันผลิตอาหารและร่วมกันบริจาคสิ่งของได้ที่โรงครัว วิทยาลัยอาชีวะภูเก็ต


 

Canon Photo Marathon Thailand 2011



เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 ที่บริเวณลานลม ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัลภูเก็ต นายวาตารุ นิชิโอโกะ ประธานบริษัท และประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นประธานเปิดงาน Canon Photo Marathon Thailand 2011 ระดับภูมิภาค (ภาคใต้) ซึ่งก่อนหน้านี้ได้จัดมาแล้ว 2 ครั้งที่ภาคอีสาน จ.ขอนแก่น กับภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ โดยมีนายวรินทร์ ตันติพงศ์พาณิช ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานคอนซูมเมอร์อิมเมจจิ้ง แอนด์ อินฟอร์เมชั่น บริษัทแคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้บริหาร และผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันเข้าร่วมประมาณ 250 คน โดยแต่ละคนจะต้องถ่ายภาพตามหัวข้อที่คณะกรรมการกำหนดไว้ ซึ่งเกณฑ์การตัดสินอิงจากความคิดสร้างสรรค์ในการตีความหมายของหัวข้อที่ได้รับ การใช้สีและแสง/เงา องค์ประกอบภาพ และความเกี่ยวพันของภาพกับหัวข้อที่ได้รับ
นายวรินทร์ ตันติพงศ์พาณิช ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานคอนซูมเมอร์อิมเมจจิ้ง แอนด์ อินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) กล่าวว่า เป้าหมายของการจัดกิจกรรม Canon Photo Marathon Thailand นั้น เพื่อเพิ่มทักษะการถ่ายภาพ แลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ เกี่ยวกับการถ่ายภาพระหว่างบริษัทฯ กับกลุ่มผู้ใช้กล้องของแคนนอน รวมถึงการสร้างสัมพันธภาพระหว่างผู้ใช้กล้องแคนนอนด้วยกันเอง ซึ่งจากความสำเร็จอย่างสูงของการแข่งขัน Canon Photo Marathon Thailand ในปีก่อนๆ ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในทุกปี โดยปีแรก 2007 มีผู้สนใจเข้าร่วม 300 คน ต่อมาในปี 2008 มีผู้สนใจเพิ่มขึ้นเป็น 500 คน เดิมจัดเฉพาะในกรุงเทพมหานคร แต่ด้วยการตอบรับที่เพิ่มมากขึ้น จึงได้ขยายกิจกรรมดังกล่าวไปยังภาคเหนือ และภาคอีสาน โดยจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดขอนแก่น ในปีที่ 3 ของการแข่งขัน รวมทั้งได้จัดกิจกรรมเพิ่มขึ้นในภาคใต้ ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมแข่งขันที่กรุงเทพฯมากถึง 1,000 คน และกว่า 500 คนที่ต่างจังหวัด ล่าสุดในปีที่ผ่านมา มีผู้ร่วมแข่งขันมากถึง 2,000 คนที่กรุงเทพฯและกว่า 700 คนที่ต่างจังหวัด
“จากกระแสตอบรับที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ในปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ 5 จึงได้เพิ่มจำนวนผู้เข้าแข่งขันจากปีก่อนรวมทั้ง 4 การแข่งขัน เป็น 4,900 คน โดยเริ่มต้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล จังหวัดขอนแก่น เป็นแห่งแรก ตามมาด้วยศูนย์การค้า เซ็นทรัลแอร์พอร์ตพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่ และครั้งที่ 3 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล จังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยกิจกรรมต่างๆ มากมาย และครั้งสุดท้ายจะจัดที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งยังไม่กำหนดวันที่ชัดเจน เนื่องจากขณะนี้มีปัญหาเรื่องน้ำท่วม”
นายวรินทร์ กล่าวด้วยว่า เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยน้ำท่วม ภายในกิจกรรม Canon Photo Marathon Thailand 2011 ได้ร่วมกับทางเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต จัดพื้นที่รับบริจาคเงินและสิ่งของให้กับผู้ประสบอุทกภัยในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ก่อนนำสิ่งของและเงินจาการบริจาค รวมถึงรายได้จากการสมัครของผู้แข่งขันทั้งในจังหวัดขอนแก่น เชียงใหม่ ภูเก็ต และกทม. มอบให้กับสภากาชาดไทยต่อไป
สำหรับรางวัลที่จะได้รับในการแข่งขัน Canon Photo Marathon Thailand 2011 ระดับภูมิภาค (เหนือ อีสาน ใต้) คือ รางวัล “Best of Show” จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ EOS 60D + EF18-135 มูลค่า 42,900 บาท และ PIXMA Pro9000 Mark II มูลค่า 17,860 บาท, รางวัล “Best of Theme 1 – 3 จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ Power Shot G12 มูลค่า 17,900 บาท และรางวัล “Merit Awards Theme 1-3 จำนวน 6 รางวัล (Theme ละ 2 รางวัล) ได้แก่ IXUS 115HS มูลค่า 6,990 บาท


กระทู้วิทย์พิชิตขยะ ลดภาวะโลกร้อน



เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 ที่โรงเรียนกะทู้วิทยา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิด “โครงการกะทู้วิทย์ สืบสานแนวคิด พร้อมพิชิตขยะ ลดภาวะโลกร้อน” Promt…to Change โดยมี ผู้บริหาร คณะครู อาจารย์ และนักเรียนโรงเรียนกะทู้วิทยา เข้าร่วม
สำหรับโครงการกระทู้วิทย์ สืบสานแนวคิด พร้อมพิชิตขยะ ลดภาวะโลกร้อน Promt…to Change ทางโรงเรียนกระทู้วิทยาได้จัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดปริมาณขยะที่มีในโรงเรียนและชุมชนให้น้อยลง พร้อมทั้งจัดกระบวนการเรียนรู้ให้นักเรียนได้รู้จักการคัดแยกขยะ การใช้ทรัพยากรให้คุ่มค่า และเพื่อปลูกฝังให้นักเรียนมีนิสัยและค่านิยมในการรักษาความสะอาด ซึ่งในการจัดทำโครงการนี้ ทางคณะกรรมการนักเรียน ได้ดำเนินการแก้ปัญหาขยะตามหลักคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยจัดกิจกรรม แยกขยะและลดปริมาณขยะภายในโรงเรียนมาตั้งแต่เปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 ซึ่งมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น การประกวดสัญลักษณ์ของโครงการ การประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกให้แก่นักเรียน การจัดทำ Green box แต่ละห้องเรียนและธนาคารขยะ เป็นต้น
นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจัดหวัดภูเก็ต กล่าวว่า “รู้สึกภูมิใจและดีใจที่โครงการนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดของนักเรียนและครู โดยโรงเรียนแห่งนี้จะเป็นตัวอย่างการทำความดี ที่ก้าวไปสู่ในระดับอำเภอและจังหวัดต่อไป ทั้งนี้ การทำความดีจะต้องเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ไปสู่สิ่งใหญ่ เช่น การแยกขยะภายในครัวเรือน และโรงเรียน จึงต้องขอชื่นชมคณะกรรมการที่ดำเนินโครงการนี้ทุกคน ที่ได้สร้างตัวอย่างของสังคมที่ดีในอนาคต ซึ่งคิดว่าถ้าทุกโรงเรียนได้ทำโครงการเช่นนี้ต่อไปในทุกบ้าน ทุกชุมชน ทุกอำเภอ และทุกจังหวัดของประเทศไทย จะทำให้ลดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมได้อย่างดียิ่ง”


มูลนิธิบ้านเพื่อชีวิตจัดกิจกรรมวันเอดส์โลก



มูลนิธิบ้านเพื่อชีวิต (Life Home Project) มูลนิธิที่ดูแลเด็กและสตรีผู้ติดเชื้อเอชไอวีในจังหวัดภูเก็ตร่วมกับหลาดปล่อยของ ตลาดนัดของคนรุ่นใหม่ ไลม์ไลท์อเวนิว เจ้าของสถานที่ และสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกันจัดประกวดดนตรีอคูสติกเยาวชน Acoustic Contest – Aids Project เพื่อคัดเลือกสุดยอดวงดนตรีไปชิงชนะเลิศเนื่องในวันเอดส์โลก 1 ธันวาคม 2554
ทั้งนี้มูลนิธิบ้านเพื่อชีวิต ได้จัดรณรงค์เพื่อลดอัตราเสี่ยงและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีมาโดนตลอดทุกปี โดยในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายองค์กรเพื่อให้การรณรงค์ครั้งนี้ประสบความสำเร็จมากที่สุด เป้าหมายของการรณรงค์อยู่ที่กลุ่มวัยรุ่น จึงเป็นที่มาของการรณรงค์หลัก ณ หลาดปล่อยของ สถานที่ยอดฮิตของวัยรุ่นภูเก็ตในปัจจุบัน
การรณรงค์จะเริ่มกันตลอดเดือนพฤศจิกายนทุกๆวันพฤหัสบดีและศุกร์ ในช่วงเวลาของหลาดปล่อยของ ตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.30 น. โดยจะมีการออกบูทให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์ แจกใบปลิว แผ่นพับสร้างความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมาย สร้างสีสันด้วยตัวมาสคอตน่ารัก เกมส์ในบูทและเกทส์บนเวทีสนุกๆตลอดเวลา การจำหน่ายเสื้อยืดรณรงค์โรคเอดส์ เป็นต้น
ส่วนกิจกรรมสำคัญคือการประกวดดนตรี ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากเยาวชนทั้ง 2 รุ่นคือรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีและรุ่นอายุไม่เกิน 22 ปี มีผู้สมัครเข้าประกวดทั้งสิ้น 18 วงดนตรี และนักร้องนักดนตรีเยาวชนกว่า 50 ชีวิต โดยมีการจัดกิจกรรมอบรม เวิร์คชอปตลอดทั้งวันให้กับผู้สมัคร ทั้งทางด้านความรู้เรื่องโรคเอดส์และเวิร์คชอปเรื่องดนตรี โดยได้รับความร่วมมือจากสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต วิทยากรจากมูลนิธิบ้านเพื่อชีวิต นักร้อง นักดนตรีมืออาชีพในจังหวัดภูเก็ตถึง 8 ท่าน ที่มาให้ความรู้ แบ่งปันประสบการณ์ และให้คำแนะนำผู้เข้าประกวดทุกคนอย่างหมดเปลือก ทั้งนี้เพื่อปลูกฝังให้ตัวแทนเยาวชนเหล่านี้มีความรู้เรื่องโรคเอดส์และมีเทคนิค ความรู้เรื่องดนตรีควบคู่กันไป เป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตที่ดีในอนาคต
โครงการประกวดดนตรี Acoustic Contest – Aids Project เปิดตัวผู้เข้าสมัครไปแล้วเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และจะทำการแข่งขันทุกวันพฤหัสและศุกร์ ของเดือนพฤศจิกายน ที่หลาดปล่อยของ จนถึงรอบชิงชนะเลิศและรอบโชว์ความสามารถผู้ชนะ ในวันที่ 1 และ 2 ธันวาคม 2554
มูลนิธิบ้านเพื่อชีวิตจึงขอเชิญชวนพ่อแม่ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป เข้าร่วมให้กำลังใจกับการประกวดดนตรีเยาวชนในครั้งนี้ เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศครอบครัวสุขสันต์ เรียนรู้และเข้าใจโรคเอดส์ไปพร้อมๆ กัน


รมช.จีนศึกษาดูงานพัฒนาประมงชายฝั่งภูเก็ต



เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายวินัย ขวัญแก้ว เกษตรจังหวัดภูเก็ต และคณะร่วมให้การต้อนรับ นายหวาง เหว่ย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงควบคุมและกักกันโรคแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงาน ณ ศูนย์วิจัย และพัฒนาประมงชายฝั่งภูเก็ต อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พร้อมทั้งเข้ารับฟังบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยฯ พร้อมเยี่ยมชมการเพาะพันธ์สัตว์น้ำด้วย
นายหวาง เหว่ย กล่าวว่า จากการรับฟังข้อมูลทั่วไปของศูนย์วิจัยฯ จะเห็นว่าในศูนย์วิจัยแห่งนี้ ใช้ผลงานวิจัยต่างๆ ที่ได้ผสมผสานกับการบริหารจัดการ รวมถึงมีการตรวจเฝ้าระวังอย่างดี ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่จะนำไปปรับใช้ได้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อสังคมโดยตรง และเป็นผลดีในด้านเศรษฐกิจด้วย
ด้านนายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวต้อนรับรัฐมนตรีช่วยฯ ของจีนและคณะ และได้กล่าวถึงศักยภาพของภูเก็ตในการรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งรู้จักภูเก็ตดี และได้กล่าวถึงการประกอบอาชีพดั้งเดิมของคนภูเก็ต คือการทำเหมืองแร่ และการประกอบอาชีพท่องเที่ยวในปัจจุบัน วัฒนธรรมประเพณีที่ผสมผสานกันมาอย่างยาวนาน ระหว่างคนไทยเชื้อสายจีน ชาวไทยพุทธ มุสลิม ที่มาจากทุกจังหวัดในประเทศไทย และพี่น้องดั้งเดิมคือชาวเล
นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า สำหรับจังหวัดภูเก็ต ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศจีนในระดับท้องถิ่น มีหลายเมืองหลายจังหวัดในประเทศจีน ที่เป็นเมืองพี่เมืองน้องกับจังหวัดภูเก็ต มีหน่วยงานต่างๆ ที่ไปศึกษาดูงาน ไปเยี่ยมเยียนประเทศจีนกันจำนวนมาก เมื่อเราได้ไปศึกษาดูงานรวมทั้งตัวตนเองด้วย ก็ได้เห็นการพัฒนาในประเทศจีนที่อยากจะเอามาเป็นแบบอย่างให้กับประเทศไทย ประเทศไทยถึงแม้จะพัฒนาเป็นประชาธิปไตยยาวนานกว่าประเทศจีน แต่ว่าประเทศไทยยังทำไม่ได้ ยังมีปัญหาในการบริหารบ้านเมืองมีมากมาย
“การพัฒนาของจีนที่เห็นได้ชัด คือโครงสร้างใหญ่ๆ ไม่ว่าเรื่องรถไฟรางเบา การสร้างอุโมงค์ การสร้างผังเมืองที่กว้างใหญ่ การจราจรสะดวกคล่องตัว ประเทศไทยทำได้ไม่ดีเท่าประเทศจีน เราจะต้องนำมาเป็นแบบอย่างเพื่อพัฒนาประเทศไทยต่อไป” นายสมเกียรติ กล่าว


รับเงินบริจาคเข้ากองทุนรพ.อบจ.ภูเก็ต



เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 10 พฤศจิกายน 2554 ที่ศาลาประชาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และนายแพทย์จักร สมณะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกันรับเงินบริจาคจากการจัดงาน “ปลูกรักเพื่อประชา แบ่งปันสินค้าราคาถูกเพื่อปวงชน” จำนวน 20,000 บาท เพื่อนำเข้ากองทุนสงเคราะห์ค่ารักษาพยาบาลโรงพยาบาล อบจ.ภูเก็ต
สำหรับงาน “ปลูกรักเพื่อประชา แบ่งปันสินค้าราคาถูกเพื่อปวงชน” จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 8 – 10 พฤศจิกายน 2554 ที่บริเวณลานจอดรถของศาลาประชาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต โดย บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ได้นำสินค้าต่างๆ ของบริษัทในเครือมาจำหน่ายในนราคาถูกกว่าท้องตลาดโดยทั่วไป เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายแก่ประชาชนในจังหวัดภูเก็ต
นอกจากนี้ ภายในงานยังได้มีการจัดอบรมโครงการจิตจักรวาล สัญจร ครั้งที่ 1: ภูเก็ต โดยชมรมจิตจักรวาลแห่งโลก เพื่อปลูกจิตสำนึกแห่งรักด้วยธรรมะ เพื่อการดำเนินชีวิตประจำวันและให้มีความรู้เรื่อง การดูแลตนเอง กรณีเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมรับการอบรมและจับจ่ายซื้อสินค้าภายในงานเป็นจำนวนมาก


วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ขอเปลี่ยนผอ.การเลือกตั้งศรีสุนทร



เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดภูเก็ต (กกต.ภูเก็ต) นายวรวุฒิ ทรงยศ หัวหน้ากลุ่ม “รวมใจรักศรีสุนทร” ว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีศรีสุนทร พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมาชิกสภาเทศบาลตำบลศรีสุนทร ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้ยื่นหนังสือถึง กกต.จังหวัดภูเก็ต ผ่านทางนายนิพนธ์ โภคบุตร หัวหน้างานจัดการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต.ภูเก็ต เพื่อขอให้เปลี่ยนตัวผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำตำบลศรีสุนทร พร้อมกันนี้ยังได้ยื่นเรื่องดังกล่าวให้กับนายตรี อัครเดชา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผ่านทางนายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ตด้วย
นายวรวุฒิ กล่าวว่า เหตุที่ได้มายื่นหนังสือเพื่อขอให้มีการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำตำบลศรีสุนทร คือ นางสมใจ ทองสมบัติ ปลัดเทศบาลตำบลศรีสุนทร เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความไม่ธรรม และเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการจัดการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลศรีสุนทร ซึ่งจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ เพราะปลัดเทศบาลฯ เป็นเครือญาติกับอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสุนทร (ยกฐานะเป็นเทศบาลตำบล) ซึ่งเปิดตัวแล้วเช่นกันว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วย
“เหตุที่ต้องมีการเรียกร้องให้เปลี่ยนตัวผู้อำนวยการการเลือกตั้งฯ นั้น เพราะเริ่มเห็นเค้าลางของความไม่เป็นกลางในเรื่องของการแบ่งเขตเลือกตั้ง และเกรงว่าหากปล่อยจนมีการจัดการเลือกตั้งก็จะมีความได้เปรียบเสียเปรียบ และไม่เป็นธรรม”
อย่างไรก็ตามนายวรวุฒิ กล่าวด้วยว่า ขณะยังไม่ทราบว่าวันเลือกตั้งที่ชัดเจน เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องของการแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งในส่วนของกลุ่มรวมใจรักศรีสุนทรก็ได้มีการเปิดแนะนำตัวกับประชาชนในพื้นที่ไปบ้างแล้ว โดยเน้นนโยบายเป็นสำคัญทั้งเรื่องการศึกษา การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะร่องของน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งที่ผ่านมาการแก้ปัญหาหรือพัฒนาจะกระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ และนโยบายสำคัญอีกประการหากได้รับเลือกเข้าไปสิ่งแรกที่จะดำเนินการ คือ การจัดตั้ง 1 ตำบล 1 ทีมกู้ภัย เนื่องจากตำบลศรีสุนทรเป็นพื้นที่อยู่อาศัย ดังนั้นจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเมื่อเกิดภัยต่างๆ ขึ้นจะมีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือเบื้องต้นได้อย่างทันท่วงที