จำหน่ายอุปกรณ์แต่งรถ

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

โอเชี่ยนหน้าหาดป่าตองเปิดศูนย์อาหาร

นายวัฒนันต์ เซี่ยงเห็น กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจในเครือโอเชี่ยนกรุ๊ป ภูเก็ต ประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้าโอเชี่ยนช้อปปิ้งมอลล์, โอเชี่ยนพลาซ่า ป่าตอง สาขาหน้าหาด, โอเชี่ยนพลาซ่า ป่าตองสาขาถนนบางลา, บิ๊กวัน ซุปเปอร์มาเก็ต และบิ๊กวันมินิมาร์ทรวม ตลอดจนธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ใน จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า จากการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกค้าส่งที่มีค่อนข้างสูงทำให้ในส่วนของเชี่ยนก็จะต้องมีการปรับตัวเพื่อให้สามารถแข่งขันและอยู่รอดในตลาดได้ ซึ่งการพัฒนาล่าสุด คือ การปรับปรุงพื้นที่ชั้น 3 ของโอเชี่ยนพลาซ่า ป่าตอง สาขาหน้าหาดให้เป็นศูนย์อาหารชื่อว่าแอท บีช ฟู้ดลอฟท์ และการปรับปรุงบริเวณด้านหน้าห้างฯ โดยใช้งบลงทุนไปประมาณ 20 ล้านบาท
“การปรับพื้นที่ชั้น 3 ของห้างฯ ให้เป็นศูนย์อาหารดังกล่าว นอกจากการแข่งขันที่สูงแล้ว ยังเป็นผลจากการศึกษาวิจัยตลาด ซึ่งพบว่าธุรกิจด้านอาหารเป็นธุรกิจหนึ่งที่มีการเติบโตได้ในทุกสภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากอาหารเป็นปัจจัยสี่ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ประกอบอาหารที่จำหน่ายบริเวณหาดป่าตองจะมีราคาสูง และร้านอาหารส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในโรงแรม จึงตัดสินใจลงทุนทางด้านนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ”
สำหรับแอท บีช ฟู้ดจะเป็นลักษณะ Food Court แห่งแรกที่อยู่ติดชายหาดป่าตอง จุดเด่น คือ มีพื้นที่กึ่งเปิดโล่งมองเห็นทิวทัศน์ของหาดป่าตองได้ 180 องศา รองรับลูกค้าได้ 160 ที่นั่ง ประกอบด้วยร้านอาหารหลัก ได้แก่ อาหารญี่ปุ่น อาหารประเภทก๋วยเตี๋ยวเนื้อ (นายเคี้ยง) ราดหน้าคุณจี้ด ก๋วยเตี๋ยวปลาลูกชิ้นปลา ข้าวแกงและอาหารตามสั่ง (คุณสุ Jungceylon) ข้าวหน้าเป็ด หมูแดง หมูกรอบ บะหมี่เป็ด (Tesco) อาหารอีสานประเภทส้มตำ,ลาบ(ป่าตอง) ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย หอยทอด ร้านอาหารอินเดีย (ngceylon) Fish&chip (อาหารฝรั่ง)ร้านเครื่องดื่ม ผลไม้ปั่น 2 ร้านค้า มีราคาเริ่มต้นที่ 35 บาท นายวัฒนันต์กล่าว
นายวัฒนันต์ กล่าวด้วยว่า นอกจาการปรับปรุงพื้นที่ชั้น 3 และบริเวณด้านหน้าห้างฯ แล้ว ในเร็วๆ นี้ก็จะทำการปรับปรุงในส่วนของพื้นที่ชั้น 2 ซึ่งมีพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าประมาณ 800-900 ตารางเมตร ให้เป็นเอาท์เลทมอลล์เล็ก ๆ โดยใช้งบลงทุนอีกประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อให้เป็นศูนย์รวมการจำหน่ายสินค้าดีพาร์ทเม้นท์สโตร์แผนกต่างๆ เช่น เด็ก สตรี บุรุษ ยีน เป็นต้น ที่สามารถลดราคาได้ตั้งแต่ 30-70 % เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติประมาณ 90 % ส่วนที่เหลือเป็นลูกค้าคนไทย ดังนั้นหลังการปรับปรุงเสร็จสมบูรณ์ เชื่อว่าจะทำให้กลุ่มลูกค้าคนไทยเพิ่มขึ้นประมาณ 30% โดยเฉพาะในส่วนของศูนย์อาหาร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น